เก้าอี้ที่ว่างเปล่า

     หญิงสาวคนหนึ่งได้เชิญศิษยาภิบาลของคริสตจักรให้มาอธิษฐานเผื่อคุณพ่อของเธอ เมื่อศิษยาภิบาลมาถึงบ้านก็ได้พบชายสูงอายุนอนอยู่บนเตียงและต้องใช้หมอนหนุน ศีรษะถึง 2 ใบ และสังเกตเห็นว่ามีเก้าอี้ว่างตัวหนึ่งตั้งอยู่ที่ข้างเตียง ศิษยาภิบาลก็คิดว่า ชายผู้นี้คงทราบล่วงหน้าแล้วว่าตนจะมาเยี่ยม จึงกล่าวทักขึ้นว่า “คุณคงคอยผมอยู่ใช่ไหมครับ?” ชายคนนั้นกลับตอบว่า “เปล่า! คุณเป็นใครน่ะ?” ศิษยาภิบาลจึงแนะนำตนเอง และกล่าวต่อไปว่า “ผมเห็นเก้าอี้ตัวนี้ตั้งอยู่ ผมจึงคิดว่าคุณคงเตรียมไว้ต้อนรับผม” ชายสูงอายุจึงอุทานว่า “โอ ใช่ เก้าอี้ตัวนี้……” และได้ขอให้ศิษยาภิบาลช่วยไปปิดประตูห้องให้ ศิษยาภิบาลรู้สึกงงต่อคำขอร้องนี้แต่ก็ได้ทำตาม แล้วชายสูงอายุก็พูดต่อว่า “ฉันไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครมาก่อน แม้แต่กับลูกสาวของฉันเอง คือตลอดชีวิต ฉันไม่เคยรู้ว่าคนเขาอธิษฐานกันอย่างไร แต่ก็ได้ยินศิษยาภิบาลที่โบสถ์พูดถึงเรื่องการอธิษฐานอยู่เสมอ ซึ่งสำหรับฉันแล้ว ฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเสมอ ฉันจึงไม่เคยมีความพยายามในการอธิษฐาน จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อสี่ปีที่แล้ว เพื่อนรักของฉันพูดกับฉันว่า ‘จอห์นนี่ การอธิษฐานเป็นเรื่องธรรมดามาก มันก็คือการได้คุยกับพระเยซูเท่านั้นเอง ฉันจะบอกให้ว่า นายจะต้องทำอย่างไร นายเพียงแต่นั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง แล้วเอาเก้าอี้อีกตัวหนึ่งมาวางไว้ตรงหน้า และด้วยความเชื่อ จงคิดว่าพระเยซูนั่งอยู่บนเก้าอี้ว่างตัวนั้น ที่ฉันพูดนี่นะ ไม่ใช่เป็นเรื่องของไสยศาสตร์ แต่เป็นไปตามคำสัญญาของพระองค์ที่ว่าพระองค์ จะอยู่กับนายตลอดเวลา ดังนั้นนายเพียงแต่พูดกับพระเยซูเหมือนกับพูดกับฉันในเวลานี้’” – “ฉันจึงลองทำตามที่เพื่อนบอกและรู้สึกชอบมาก ตั้งแต่นั้นมา ฉันทำเช่นนี้วันละ 2 […]

Food for Anti Health

    โรคที่เป็นกันมาก กับอาหารที่ต้านโรคโลหิตจาง  – รับประทานวิตามินบี 12 มาก ๆ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 คือ นม เนยแข็ง ปลา ชนิดต่าง ๆและเนื้อสัตว์ชนิดต่าาง ๆ  โรคผิวหนังอักเสบ โรคนอนไม่หลับ โรคผมร่วง – หมั่นรับประทานอาหารที่มีไบโอตินมาก ๆ แหล่งอาหารที่มีไบโอตินมาก ๆ ก็คือ ตับ ถั่ว ยีสต์ โรคโลหิตจาง โรคปลายเส้น  ประสาทอักเสบ โรค  ตะคริว  โรคผิวหนังอักเสบ – ควรรับประทานอาหารที่มี วิตามินบี 6 สูง จะช่วยต้านโรคดังกล่าวได้ แหล่งอาหารที่มีวิตามินบี 6 สูง คือ ข้าวโพด นม ถั่วเหลือง  ไข่ ปลา ข้าวสาลี  โรคเหนื่อยง่าย เฉื่อยชา โรคตาแดง โรคริมฝีปากอักเสบ […]

อาหารตามหลักของพระคัมภีร์

  อาหาร ตามหลักพระคัมภีร์ไบเบิล พระองค์ตรัสว่า “ถ้าเจ้าทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าของเจ้า และกระทำสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรของพระองค์ เงี่ยหูฟังพระบัญญัติของพระองค์ และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของพระองค์ทุกประการแล้ว โรคต่างๆซึ่งเราบันดาลให้เกิดแก่ชาวอียิปต์นั้น เราจะไม่ให้บังเกิดแก่พวกเจ้าเลย เพราะเราคือพระเจ้า แพทย์ของเจ้า”(อพย 15:26) จาก การศึกษาพระคัมภีร์และการเรียนแพทย์ของผม (นพ. เร็กซ์ รัสเซล) รวมทั้งการนำวิธีการในพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตของผมเอง ทำให้ผมสามารถสรุปกฎบางประการที่ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่พระเจ้าได้สั่งให้ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดสุขภาพอันดีในประชากรของพระองค์ ผมขอเรียกกฎเหล่านี้ว่า “กฎสามประการ”      กฎข้อที่ 1 จงกินแต่สิ่งที่พระเจ้าประทานให้เป็นอาหารเท่านั้น หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ได้สร้างสำหรับเป็นอาหาร       กฎข้อที่ 2 จงกินอาหารในลักษณะที่ถูกสร้าง อย่าเปลี่ยนแปลงให้เป็นสิ่งที่มนุษย์คิดเองว่าดีกว่า       กฎข้อที่ 3 อย่าเสพติดอาหารใดๆ อย่าให้อาหารเป็นรูปเคารพสำหรับท่าน สิ่งที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้กำลังจะบอกท่านว่า พระเจ้าผู้สร้างท่านได้ให้หนังสือคู่มือในการใช้ชีวิต (สิ่งประดิษฐ์ของพระองค์) เหมือนที่ท่านต้องมีคู่มือการใช้เมื่อท่านซื้อเครื่องใช้หรือเครื่องมือที่ สลับซับซ้อนมาใช้ ดังคำในพระธรรม 2ทิโมธีว่า “พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดีและการอบรมในทางธรรม” ถึงแม้ว่าคำสอนส่วนใหญ่ในพระคัมภีร์จะกล่าวฟถึงเรื่องของจิตวิญญาณและความ รอด แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่พระเจ้าได้สั่งถึงข้อปฏิบัติในแง่ของการเป็นอยู่ […]

การท้าทายของเมตตาจิต

การท้าทายของเมตตาจิต “จงรักศัตรูจงทำดีต่อผู้ที่เกลียดชังท่าน”ลูกา. 6:27 วันที่ 11 กันยายนปีนี้ (ค.ศ.2014) เป็นวันครบรอบ 13 ปีที่ตึกสูงสุดในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถูกวางระเบิด จนพังไปทั้งหลัง มีคนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากด้วย วันนี้ได้ชื่อว่าโศกเศร้าที่สุดสำหรับผู้ที่สูญเสียผู้ที่ตนรักนับว่าเป็นวันที่โศกเศร้าสำหรับคนอื่นๆ อีกหลายคน และเป็นโอกาสที่จะคิดว่าโลกของเราเปลี่ยนไปมากในเมื่อการฆ่าตัวตายในขณะที่ทำลายผู้อื่น ได้ออกจากประเทศตะวันออกกลางมาสำแดงความโหดร้ายในภาคตะวันตกที่ร่ำรวย มีจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากอันสืบเนื่องมาจากการตอบโต้ทางทหารที่โจมตีอิรักและอัฟกานิสถาน จนกระทั่งมีคนเป็นจำนวนมากที่ข้องใจในการตอบโต้ ในพระวรสารในวันนี้ นับว่าเป็นการท้าทายเรามากที่สุดเท่าที่เราได้เคยอ่านมา เป็นการบอกเราว่า อย่าได้ตอบการถูกก้าวร้าวอย่าตัดสินจงปฎิบัติตนด้วยเมตตาจิต  แก่ศัตรูของเราบทอ่านนี้ได้ถูกนำไปใช้ โดยคริสตชนที่สนับสนุนสันติภาพ เพื่อสนับสนุนความคิดของพวกเขาที่ว่า สงครามเป็นสิ่งที่ผิด คริสตชนอื่นบางคนใช้ข้อความนี้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ข้อคิดของผู้คนในสมัยโน้น ผู้ที่ฟัง พระดำรัส ของพระเยซูเจ้า การเกลียดศัตรูและการแก้แค้น สิ่งที่ผิดต่อตัวเราถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง พระเยซูเจ้าทรงล้มเลิกความคิดนี้แทนที่จะกระทำดังกล่าวพระองค์สนับสนุนให้เอาชนะจิตใจของศัตรู โดยเจริญชีวิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตา การกระทำดังกล่าวจะเป็นการตัดวงจรแห่งความรุนแรงและการแก้แค้น ในปัจจุบันการท้าทายนี้ยังเป็นสิ่งที่เรายังต้องเผชิญอยู่ การเป็นที่นิยมสูงขึ้นและชนะจิตใจมนุษย์เป็นสิ่งที่ยาก หากมีการลงคะแนนก็ไม่มีวันชนะ แต่พระเยซูเจ้าทรงท้าทายเราให้เป็นมนุษย์ที่ดีกว่าศัตรูของเรา ให้สิ่งใหม่แก่เขา สิ่งที่เขาไม่เคยมอบให้แก่เรา นี่คือหนทางไปสู่สันติภาพ บทอธิษฐานภาวนา ข้าแต่พระเยซูเจ้า พระองค์ทรงท้าทายลูก ให้ขจัดความรู้สึกโกรธให้พ้นจากความรู้สึกของลูก เพื่อจะได้แสดงออกซึ่งความเมตตา ให้มองดูศัตรูของลูกด้วยความรัก โปรดทรงประทานพระหรรษทานให้ลูกยกโทษให้อภัย และท้าทายความเกลียดชังและความอยุติธรรมด้วยการดำเนินชีวิตดังเช่นศิษย์ที่รักพระองค์ด้วยเทอญ อาเมน พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร

ยอม (คุณวีระศักดิ์ เสถียรวันทนีย์)

ยอม “ยอม” พจนานุกรมไทยให้คำจำกัดความว่า “อาการที่แสดงออกบอกให้รู้ว่าเห็นด้วย ไม่ขัด ตกลงปลงใจ” คำนี้เป็น ศัพท์ธรรมดาสามัญที่คนทั่วไปรู้จักและใช้เมื่อเผชิญทางตัน ต้องทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤต เรื่องต่อไปนี้เรียบเรียงจากการให้สัมภาษณ์ของคุณวีรศักดิ์และคุณสายธาร เสถียรวันทนีย์ แห่งบริษัทบิวตี้เจมส์ คุณวีรศักดิ์เป็นผู้จัดการฝ่ายบริหาร – การเงินและการธนาคาร คุณสายธารตำแหน่งผู้จัดการบริหารฝ่ายจัดซื้อ สมาคมพระคริสตธรรมไทย ขอขอบพระคุณทั้งสองท่านที่ยินดีให้ถ่ายทอดเรื่องราวในครอบครัวผ่าน “คริสตสายสัมพันธ์” เพื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังเผชิญ ทางตัน ให้ตัดสินใจที่จะ “ยอม” ในขณะที่ยังมีโอกาส คุณวีรศักดิ์เติบโตมาในครอบครัวใหญ่ เขายอมรับว่ามีวัยเด็กที่เกเรและเอาแต่ใจตนเอง และเมื่อเป็นผู้ใหญ่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นคน ดื้อรั้น เป็นจอมบงการของพี่น้อง แต่พระเจ้าก็รู้จักเขาตั้งแต่ต้น และมีแผนการสำหรับชีวิตของเขาเช่นเดียวกับที่พระองค์รู้จักมนุษย์ทุกคน และมีแผนการสำหรับทุกคน มีภรรยาเป็นคริสเตียน คุณวีรศักดิ์สมรสกับคุณสายธารซึ่งบิดาเป็นคริสเตียน และมีโอกาสไปโบสถ์ตั้งแต่เด็กแม้จะเป็นการสลับกันไปกับพี่ๆน้องๆ เนื่องจากไม่สะดวกที่พ่อจะพาลูกทั้งหมดไปโบสถ์พร้อมกัน แต่เมื่อสมรสแล้ว คุณสายธารไม่ได้ไปโบสถ์อยู่นานหลายปี ในช่วงระยะเวลานั้น เธอมีความจำเป็นต้องให้ความร่วมมือกับครอบครัวสามีในการเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ในเทศกาลต่างๆ เป็นประจำ แต่เธอก็อธิษฐานเผื่อสามีเสมอ เมื่อมีลูกและทั้ง 3 คนโตขึ้นแล้ว คุณสายธารได้ขออนุญาตสามีพาลูกไปโบสถ์ เพราะหวังว่าลูกจะเติบโตขึ้นเป็นเด็กดีในทางของพระเจ้า คุณวีรศักดิ์เป็นผู้ขับรถพาครอบครัวไปโบสถ์เองบ่อยๆ บางครั้งก็ต้องเข้าไปนั่งในโบสถ์ด้วยอย่างเสียไม่ได้ และเขาก็ทนฟังเรื่องของพระเจ้าไม่ได้ ในหลายๆ ครั้งก็เข้าโบสถ์ทางประตูหน้าและรีบออกทางประตูหลัง เพื่อจะหลีกเลี่ยงไม่ต้องพบศิษยาบาลของคริสตจักร ซึ่งคอยดักรอจะคุยกับเขาอยู่เสมอ น้องชายและลูกชายรับเชื่อพระเจ้า วันเวลาผ่านไป […]

ฤทธานุภาพแห่งพระวจนะที่ยิ่งใหญ่

ฤทธานุภาพแห่งพระวจนะที่ยิ่งใหญ่ “ฤทธานุภาพแห่งพระวจนะที่ยิ่งใหญ่” ศจ. ดร.กมล อารยะประทีป… ประสบการณ์ที่แต่ละคนมาเชื่อพระเจ้า เป็นความทรงจำที่ดี และมีคุณค่ายิ่ง และท่านผู้นี้ที่เล่าประสบการณ์จริงจากผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ได้รู้จักกับองค์พระผู้เป็นเจ้าโดยผ่านทางพระวจนะของพระองค์ การสัมภาษณ์พูดคุยในครั้งนี้เป็นเครื่องนำทาง ให้เราเดินย้อนกลับไปในวันแรกที่เธอมีโอกาสได้รับพระวจนะของพระเป็นเจ้า เธอพบว่าตนเองเป็นคนโง่ วัยรุ่นหญิงคนหนึ่งเดินทางจากกรุงเทพฯ เข้าเป็นคนไข้ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไปถึงเตียงคนไข้ก็ได้เพื่อนคนหนึ่งคือ คุณสงวน ลายดี มาจากจังหวัดตรังและได้มาถึงก่อนเพียง 3 วัน ทั้งสองนอนห้องติดกันและป่วยเป็นวัณโรคเหมือนกัน ถึงแม้ว่าทั้งสองจะต่างวัยกันแต่ก็เป็นเพื่อนกันได้ดี คุณสงวนมีเพื่อนจากตรังมาเยี่ยมเสมอ วันหนึ่งเพื่อนจากตรังมาเยี่ยมคือ คุณเทียมแข เชาว์ชูเวช และได้มอบพระคัมภีร์เล่มใหญ่ให้แก่วัยรุ่นคนนี้ด้วย แต่ปรากฏว่าผู้รับพระคัมภีร์ไม่สนใจเลย ทิ้งไว้ข้างเตียงเกือบ 3 ปี เมื่อเวลาผ่านไป วันหนึ่งวัยรุ่นคนนี้ได้หยิบพระคัมภีร์มาอ่านโดยไม่ได้เปิดจากหน้าแรกแต่เปิดกลางเล่มปรากฏว่าเป็นพระธรรมอิสยาห์ 44:14-20 เป็นเรื่องชายคนหนึ่ง เข้าป่าตัดต้นไม้มาทำฟืนเพื่อย่างเนื้อรับประทาน เมื่อเขาอิ่มแล้วก็ได้รับความอบอุ่นด้วยไฟจากฟืนนั้น แล้วเขาก็เอาไม้ที่เหลือทำรูปเคารพและกราบไหว้รูปเคารพที่เขาทำขึ้นว่าเป็นพระเจ้าของเขา พร้อมทั้งร้องต่อรูปนั้นขอให้ช่วยเขาด้วย เมื่อวัยรุ่นคนนี้อ่านแล้วก็ร้องออกมาดังๆ ว่า “ชายคนนี้โง่ชะมัดเลยที่กราบไหว้สิ่งซึ่งมือของตนเองประดิษฐ์ขึ้นมา จากท่อนไม้ที่ตนเองนำมาทำฟืน” แต่เสียงอันดังนั้นได้สะท้อนกลับมาถึงตัวเธอเอง ทำให้เธอคิดถึงตนเองว่า แล้วตัวเธอเองเล่า โง่เหมือนชายคนนั้นหรือไม่? เธอพบพระเป็นเจ้าในพระคัมภีร์ เธอจึงอ่านพระคัมภีร์ต่อไป เมื่อถึงข้อ 24 จึงพบว่ามีพระเป็นเจ้า พระองค์ทรงสร้างสารพัดทั้งจักรวาลทรงเป็นเจ้าของทั้งหมดและทรงครอบครองอยู่ เธอจึงท้าทายออกมาด้วยเสียงอันดังว่า “ถ้าพระเป็นเจ้ามีจริงเธอต้องการรู้จัก” และเธอก็ตั้งต้นอ่านหาคำตอบจากพระคัมภีร์เล่มนั้น […]

สัมภาษณ์พิเศษ คุณหัทยา วงศ์กระจ่าง (เปิ้ล)

สัมภาษณ์พิเศษ คุณหัทยา วงศ์กระจ่าง (เปิ้ล) สมาคมพระคริสตธรรมไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณหัทยา เกษสังข์ หรือชื่อเล่นๆ ว่า “เปิ้ล” ดีเจ พิธีกร และนักแสดง ชื่อดัง เป็นที่รู้จักกันดี เพราะเธอเป็นดีเจจัดรายการวิทยุหลายรายการเป็นพิธีกรรายการทีวี และยังเคยเล่นละครมาหลายเรื่องด้วยกัน ถ้าเอ่ยชื่อนี้คงคิดไปถึงสามีของเธอคือ คุณศรัณยู วงศ์กระจ่าง และลูกสาวฝาแฝด น้องหนุน – หนัง เธอเป็นผู้หนึ่งที่กลับใจมาเชื่อพระเยซูคริสต์เจ้าเพราะได้อ่านพระวจนะของพระเจ้า คือพระคริสตธรรมคัมภีร์ เธอแบ่งปันให้เราฟังอย่างเป็นกันเองถึงการกลับใจในครั้งนี้ สมาคมฯ : ทราบว่าจบการศึกษาจากต่างประเทศ ที่ไหนค่ะ? หัทยา : จากประเทศอังกฤษ ทางด้านกราฟฟิค ดีไซน์ ในระดับปริญญาตรี สมาคมฯ : ชีวิตเมื่ออยู่ที่ประเทศอังกฤษมีประสบการณ์เกี่ยวกับพระเจ้าอย่างไรบ้าง? หัทยา : ตอนที่ไปอยู่อังกฤษ อยู่โรงเรียนประจำซึ่งเป็นโรงเรียนคริสต์ มีการให้นมัสการตอนเช้า ร้องเพลงอธิษฐานก่อนทานอาหาร ก่อนนอนก็ให้อ่านพระคัมภีร์ อธิษฐาน วันอาทิตย์ก็ให้ไปโบสถ์ แต่ในตอนนั้นเปิ้ลเองไม่ได้สนใจเรื่องพระเจ้ามากนัก เพราะเราเป็นคนต่างชาติมีความกังวลเรื่องการปรับตัวในการเรียน รวมทั้งเรื่องภาษาด้วย สมาคมฯ : เรียบจบ กลับมาเมืองไทยแล้ว ทำอะไรบ้าง เข้าสู่วงการแสดงเลยหรือเปล่า? หัทยา […]

ทำไมมัทธิวบทที่ 17 จึงไม่มีข้อ21?

ทำไมมัทธิวบทที่ 17 จึงไม่มีข้อ21? ถาม : ทำไมพระธรรมมัทธิวบทที่ 17 ของ สมาคมฯ จึงมีข้อ 20 และข้อ 22 แต่ไม่มีข้อ 21 (ในส่วนที่เป็นเนื้อหาของพระคัมภีร์นั้น) หมายความว่าอย่างไร? ตอบ : โดยปกติ เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์ เรามักจะได้รับคำแนะนำว่าไม่ต้องสนใจเลขบทและเลขข้อ เพราะจะทำให้อ่านติดขัดและยากที่จะเข้าใจเนื้อหา เมื่ออ่านพระคัมภีร์ ให้สนใจกระแสความคิดของพระคัมภีร์ว่าเคลื่อนที่ไปอย่างไรบ้าง ซึี่งคำแนะนำนั้นก็ถูกต้องและเป็นประโยชน์จริงๆในการศึกษาพระคัมภีร์  นอก จากนี้ต้นฉบับพระคัมภีร์ในภาษาเดิมทั้งภาษาฮีบรูและภาษากรีก ก็ไม่มีการแบ่งเป็นบทและเป็นข้อ การแบ่งดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัยหลัง (ราวศตวรรษที่ 13 – 16) เพื่อให้สะดวกในการอ้างอิงเท่านั้น แต่คำอธิบายข้างต้น ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะเบี่ยงเบนประเด็นความสนใจของผู้อ่านไปจากคำถาม ทั้งนี้เพราะคำถามก็สำคัญ และหากไม่ได้รับคำตอบ ก็อาจนำผู้อ่านไปสู่การสรุปความหลายอย่างที่ไม่เป็นจริงก็ได้ อาทิเช่น สมาคมฯ ทำข้อ 21 ตกหล่นด้วยความไม่รอบคอบ ดังนั้นพระคัมภีรืของสมาคมนจึงไม่น่าเชื่อถือแต่อย่างใด  หรือ อาจสรุปว่า สมาคมฯไม่มีความเชื่อตามข้อ 21 ฉะนั้นจึงตัดข้อนี้ ออกตามอำเภอใจ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อจะตอบคำถามนี้ ก็ขอให้ผู้อ่านเปิดพระคัมภีร์พิจารณาตามไปด้วย  เราพบความจริงว่า ไม่มีข้อ 21 อยู่ในส่วนที่เป็นเนื้อหาของพระคัมภีร์  แต่ที่ปลายข้อ 20 มี สัญลักษณ์เป็นตัวเลขให้ไปดูที่เชิงอรรถ (footnote) และเมื่อ เราตามไปดู เราก็พบข้อความต่อไปนี้ […]

ทำไมพระคัมภีร์ไทยจึงแปลยอห์น 6:69 ต่างจากพระคัมภีร์อังกฤษ ฉบับคิงเจมส์?

ทำไมพระคัมภีร์ไทยจึงแปลยอห์น 6:69 ต่างจากพระคัมภีร์อังกฤษ ฉบับคิงเจมส์? คำถามจากผู้เข้าสัมมนาการแปล วันที่ 24 พ.ย. 2001 พระคัมภีร์ภาษา อังกฤษฉบับคิงเจมส์ (King James Version) แปลยอห์น 6:69 ว่า “And we believe and are sure that thou art that Christ, the Son of the Living God.” ส่วนพระคัมภีร์ไทยฉบับ 1971 แปลว่า “และข้าพระองค์ทั้งหลายก็เชื่อและมาทราบแล้วว่าพระองค์ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ ของพระเจ้า”    คำถามก็คือ ทำไมจึงแปลพระคัมภีร์ไม่ตรงกัน? พระคัมภีร์ไทยแปลผิดหรือ? นี่มักจะเป็นคำถามคาใจผู้อ่านพระคัมภีร์สองภาษาหรือมากกว่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วพบความแตกต่างในบางจุด ผู้อ่านมักจะคิดว่าฉบับไหนแปลถูก? ฉบับไหนแปลผิด? แต่จะมีสักกี่คนที่คิดว่าแปลถูกทั้งคู่ หรือแปลผิดทั้งคู่? เพื่อจะตอบคำถามข้างต้น จำเป็นที่ผู้อ่านจะต้องเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับพระคริสตธรรมคัมภีร์ ความจริงเกี่ยวกับพระคัมภีร์ 1. ต้นฉบับ (Original […]

พระเยซูถูกตรึงที่กางเขนและเป็นขึ้นจากตายจริงหรือ?

พระเยซูถูกตรึงที่กางเขนและเป็นขึ้นจากตายจริงหรือ? หนังสือเล่มหนึ่ง ที่เขียนโดยผู้นำของศาสนาหนึ่งได้เขียนไว้ว่าการถูกตรึงของพระเยซูเป็น เรื่องไม่จริง พระเยซูไม่ได้ตายที่กางเขนแต่ผู้ที่ถูกตรึงตายคือยูดาส สาวกที่ทรยศพระเยซู โดยกล่าวอ้างสิ่งที่ดูเหมือนขัดแย้งในบันทึกของมัทธิวที่ว่ายูดาสผูกคอตาย (มธ.27:5) กับหนังสือกิจการที่กล่าวว่า ยูดาสล้มคะมำลงแตกกลางตัว ไส้พุงทะลักออกหมด (กจ.1:18) ความเข้าใจของผู้เขียนดังกล่าวเกิดจากการไม่ได้ดูเนื้อหาทั้งหมดของกิตติคุณ และกิจการ และไม่พยายามพิจารณาความน่าเชื่อถือทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดัง กล่าว การที่พระเยซูถูกตรึงและเป็นขึ้นจากตายนั้นมีเหตุผลที่ทำให้เห็นว่าเป็น เรื่องน่าเชื่อถือมากมาย แต่จะกล่าวเพียง 3 ประการในที่นี้ 1. การบันทึกที่สอดคล้องกันทุกฉบับ ผู้เขียนกิตติคุณทั้งสี่เล่มต่างได้บันทึกเรื่องราวการถูกจับกุม ถูกสอบสวน ถูกตรึงกางเขนและเป็นขึ้นจากตายของพระเยซู   เรื่องราวที่บันทึกไว้นั้นสอดคล้องกัน แต่อาจมีรายละเอียดของเล่มหนึ่งที่ไม่ปรากฏในอีกเล่มหนึ่ง และแม้รายละเอียดบางเรื่องอาจดูแตกต่างกัน เช่น จำนวนทูตสวรรค์ที่อุโมงค์ฝังศพ การพบปะระหว่างพระเยซูกับบรรดาสตรีที่จะไปชโลมพระศพ รวมทั้งประเด็นเรื่องการตายของยูดาส แท้จริงรายละเอียดบางตอนที่ดูขัดแย้ง ถ้าวิเคราะห์ให้ถ่องแท้ก็จะเห็นว่าไม่ได้ขัดแย้งกัน เช่น กรณีของยูดาสนั้น ผู้เขียนทั้งสองต่างต้องการกล่าวเพียงสั้นๆ แล้วผ่านไป เพราะไม่ใช่จุดสำคัญที่ต้องการกล่าวถึง หากเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องการกล่าวถึง ก็จะกล่าวไว้มากและให้รายละเอียดมาก เรื่องยูดาสนั้นจึงไม่มีรายละเอียดของภาพทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร แต่เราสามารถคาดเดาว่า หลังจากผูกคอตายอาจไม่มีใครพบศพหรือไม่มีใครอยากแตะต้องศพ เพราะจะทำให้เป็นมลทินไม่สามารถร่วมปัสกาในวันรุ่งขึ้น ศพจึงถูกทิ้งไว้จนช่วงเทศกาลปัสกาที่กินเวลาเป็นสัปดาห์จะผ่านไป ศพเน่าพอง เชือกคงขาด แล้วศพตกลงมาแบบหัวคะมำลงพื้นเพราะขาไปเกี่ยวถูกของบางอย่าง พุงแตกเพราะเน่าหรือถูกสัตว์แทะไส้ทะลัก ลูกาที่เขียนกิจการเป็นหมอ อาจสนใจเรื่องสภาพศพที่พบ ในขณะที่มัทธิวสนใจแค่ตายด้วยวิธีผูกคอ ทำนองเดียวกับเรื่องทูตสวรรค์ที่มัทธิวและมาระโกต้องการกล่าวง่ายๆ […]

1 29 30 31 32