คุยกับพี่ไลฟ์ ตอน เพื่อน

จริงๆ แล้ว ท่านผู้อ่านและน้องๆ สามารถเขียนจดหมายกลับมาหาผมบ้างก็ได้โดยใช้ที่อยู่ของสมาคมพระคริสตธรรมไทย ทางสมาคมฯ จะจัดส่งต่อให้ผมเอง หรือบางคนถนัดการใช้อีเมล์ ก็สามารถส่งมาได้ที่ tbs@thaibible.or.th

      ผมเองก็อยากทราบว่าพี่น้องมีคำถามเรื่องอะไร อยากรู้ (อยากเห็น) เรื่องอะไร ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ เพราะผมเองก็เป็นคนธรรมดาอย่างเราๆ ท่านๆ ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องจนคุยเรื่องอื่นๆไม่ได้ อารัมภบทมาพอสมควรแล้ว เข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ เดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งความรัก ห้างสรรพสินค้าต่างตกแต่งร้านและสินค้าโดยมุ่งใช้เทศกาลแห่งความรักเป็นแนวดึงดูดใจลูกค้า หลายคริสตจักรก็จะจัดงานประกาศเนื่องในวันแห่งความรักเช่นกัน และเมื่อเราคิดถึงความรัก หลายคนมักจะคิดถึงความรักระหว่างคนรักหรือแฟน ความรักของสามี-ภรรยา แต่ผมกลับนึกถึงความรักอีกประเภทหนึ่ง นั่นคือ ความรักในมุมมองของเพื่อน แวบแรกที่เราคิดถึงเพื่อน เราคิดถึงใคร?  ผมจะคิดถึงเพื่อนในสมัยเรียนโรงเรียนมัธยม และในมหาวิทยาลัย ผมนึกถึงเพื่อนที่มีทั้งดีและไม่ดีที่เข้ามาในชีวิตและมีผลกระทบต่อชีวิตผมอย่างมาก

Friend in life (เพื่อนในชีวิต)
     ในสมัยที่เรียนอยู่โรงเรียนมัธยมผมมีเพื่อนสนิทอยู่หลายคน และหนึ่งในนั้นคือ “ไอ้เก่ง” ไอ้เก่งจะคอยชวนผมไปต่อยตีกับเด็กช่างกล คอยชวนไปจุด “ประทัด” โดยใช้บุหรี่เป็นชนวน คอยชวนผมโดดเรียนไปเล่นไพ่หลังตึกเรียน และวีรกรรมสุดยอดคือเอามอเตอร์ไซค์ของใครก็ไม่รู้ไปขับเล่น ถามว่า”ไอ้เก่ง” เป็นเพื่อนผมไหม? แน่นอนเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ เรายังเจอกันในงานเลี้ยงรุ่น และยังนั่งหัวเราะเมื่อเราคุยกันถึงเรื่องเก่าๆ ผมมีเพื่อนเยอะก็จริง แต่ในจำนวนเพื่อนหลายๆ คนที่อยู่ใน “แก๊งค์ป่วนกวนเมือง” ตอนนั้น ไม่มีคนไหนเลยที่จะยอมรับพร้อมกับผมว่าเป็นเจ้าของสำรับไพ่เมื่อโดนจับ เป็นคนชวนโดดเรียนเมื่อติด “ร”  เป็นคนเตะฟุตบอลไปโดนกระจกห้องทำงานอาจารย์ใหญ่แตก หรือเป็นคนจุด “ประทัด” ให้ระเบิดสนั่นโรงเรียน จนอาจารย์ขู่จะลงโทษนักเรียนทั้งห้องและผมก็ต้องออกหน้ารับแทน เมื่อคิดถึงเพื่อน ผมคิดถึงพระคัมภีร์ตอนหนึ่งที่ว่า “มีเพื่อนที่แสร้งทำเป็นเพื่อน แต่มีมิตรบางคนที่ใกล้ชิดยิ่งกว่าพี่น้อง” (สุภาษิต 18:24)
การมีเพื่อนมากมายหลายคนไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องไม่ดี แต่การเลือกเพื่อนที่ดีสักคนเป็นเรื่องยาก เพื่อนๆในชีวิตเราควรมีมาตรฐานเดียวกับเรา สร้างผลกระทบในทางที่ดีต่อชีวิตของเรา  และผลักดันสนับสนุนให้เราไปในทางที่ดี ในเพื่อนร้อยคนจะหาสักคนที่เป็นอย่างนั้นคงลำบากทีเดียว ผมขอหนุนใจว่าเพื่อนที่เรามีอยู่ตอนนี้คบไว้ก็ไม่เสียหาย แต่เราควรอธิษฐานให้พระเจ้าประทานเพื่อนในแบบฉบับของพระองค์ให้แก่ชีวิตเรา และที่สำคัญอธิษฐานให้ตัวเราเองเป็นเพื่อนในแบบฉบับของพระองค์กับคนอื่น

Friend for life (เพื่อนตลอดชีวิต)
     นิสัยส่วนตัวของผมเป็นคนเฮฮา ผมจึงเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะ แต่พอถามถึงเพื่อนที่เป็นที่หนึ่งในชีวิตนอกจากภรรยาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผมแล้ว ผมมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อว่า “ไมโล” ชื่อเดียวกับเครื่องดื่มให้พลังงาน และตำแหน่งของเด็กวิ่งเก็บลูกบอลตามการแข่งขันนัดสำคัญๆ ผมรู้จักกับไมโลตอนที่ผมไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ไมโลเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนและเราพักห้องเดียวกัน บุคลิกของไมโลแตกต่างกับผมโดยสิ้นเชิง ไมโลเป็นคนเงียบๆ สะอาดเป็นระเบียบ พูดน้อย และความคิดเห็นของเรามักจะตรงข้ามกันเสมอ แต่เรามีส่วนสำคัญที่เหมือนกันคือ เรารักพระเจ้า เราอยากทำงานรับใช้พระเจ้า และชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เราจริงใจต่อกัน มีอยู่คืนหนึ่งที่เราเริ่มอธิษฐานและแบ่งปันกัน เราพูดถึงสิ่งที่เราไม่เคยบอกใคร รวมทั้งความลับ ความคับข้องใจ และจุดด้อยของเรา เราปอกเปลือกตัวเราเองจนเหลือแต่แก่น เรียกได้ว่าเราคุยกันแบบล่อนจ้อน!! อย่าเข้าใจผิดว่าผมกับไมโลแก้ผ้าคุยกันนะครับ ผมรู้ว่าบางคนอาจจะคิดไปแล้ว ไม่ใช่นะครับ ผมเพียงแต่เปรียบว่าเราไม่มีอะไรขวางกั้นต่อกัน นับจากวันนั้นผมและไมโลกล้าที่จะพูดความจริงต่อกัน วันไหนเราทำบาป เราก็ต้องมาสารภาพต่อกัน อธิษฐานเผื่อกัน อย่างที่พระธรรมสุภาษิต 27:6 กล่าวว่า“บาดแผลที่มิตรทำก็สุจริต   แต่การจุบของศัตรูนั้นมากเกินความจริง
ผมรู้เสมอว่าไมโลต้องเป็น Friend for life ! ความเชื่อ ความจริงใจ ความหวังใจ คือเคล็ดลับในการสร้างเพื่อนแท้ เมื่อไมโลแต่งงานที่อเมริกา ผมนั่งเครื่องบินไปร่วมงานและเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว และไมโลเองก็มางานแต่งงานของผมที่เมืองไทยและเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวในพิธีแต่งงานของผม “มิตรสหายก็มีความรักอยู่ทุกเวลา  และพี่น้องก็เกิดมาเพื่อช่วยกันยามทุกข์ยาก”   (สุภาษิต 17:17) พวกเรามีเพื่อนอย่างไมโลในชีวิตของเราบ้างหรือไม่?

Friend of life (เพื่อนแห่งชีวิต)
     แม้ว่าไมโลจะเป็นเพื่อนสนิทที่สุด เป็นเพื่อนตลอดชีวิตของผม แต่เมื่อถึงเวลาไมโลก็ไม่สามารถตายแทนผมได้ เพราะว่าไมโลคงยอมตายแทนภรรยาของเขามากกว่าผม เพื่อนแท้ที่รักเราขนาดยอมตายแทนกันได้แทบจะไม่มีในโลกนี้เลย พระธรรม ยอห์น 15:13 กล่าวว่า “ไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการสละชีวิตเพื่อมิตรสหายของตน”พระธรรมข้อนี้ได้พูดถึงความจริงหรือสัจธรรมในชีวิตคือ ความรักของเพื่อนสามารถวัดได้ที่การยอมเสียสละ บางคนอาจยอมเสียสละอาหารอร่อยชิ้นสุดท้ายในจาน บางคนสละเงินเดือนส่วนหนึ่ง บางคนยอมสละเวลานอนมาคุยโทรศัพท์ แต่จะมีเพื่อนคนไหนที่ยอมสละชีวิต เลือดเนื้อ ศักดิ์ศรี และทุกสิ่งทุกอย่างของเขาเพื่อเรา ?แน่นอน ผู้นั้นคือองค์พระเยซูคริสต์ พระองค์ได้ตรัสไว้ใน ยอห์น 15:14 “ถ้าพวกท่านประพฤติตามที่เราสั่ง ท่านก็จะเป็นมิตรสหายของเรา”
พระเจ้าทรงเรียกเราว่าเป็นเพื่อนของพระองค์ และพระองค์ได้เป็นตัวอย่างของเพื่อนแท้ที่ให้ได้แม้กระทั่งชีวิต พระองค์ยอมทุกอย่างเพื่อพระองค์จะได้เป็นเพื่อนกับเราและเราจะได้เป็นเพื่อนกับพระองค์ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็น “ไอ้เก่ง” หรือ “ไมโล” พระองค์เป็นเพื่อนได้หมด พระองค์ตายแทนได้หมด คำถามที่ดีที่เราควรถามตัวเราเองคือ แล้วเราล่ะ? ตายแทนใครได้บ้าง?

อ.วาระ มีชูธน