ทรงโอบอุ้มด้วยรัก 1/19

ทรงโอบอุ้มด้วยรัก

หญิงชาวต่างชาติคนหนึ่งแต่งงานกับชายไทย และติดตามสามีมาอยู่ที่ประเทศไทย ต้องใช้เวลาปรับตัวในการใช้ชีวิต เนื่องจากเธอพูดภาษาไทยไม่ได้ จึงเป็นอุปสรรคในการหางานทำในไทย เมื่อไม่ได้ทำงาน เธอจึงรู้สึกว่าชีวิตไร้คุณค่า จนวันหนึ่งพระเจ้าทรงนำให้เธอได้เรียนภาษาไทย เธอจึงได้เริ่มงานขายน้ำหอม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสำอาง สุดท้ายพระเจ้านำเธอให้เปิดบริษัทผลิตเครื่องสำอาง ซึ่งดำเนินกิจการจากความถนัดและความสามารถของทุกคนในครอบครัว ทุกช่วงชีวิตของเธอผ่านอุปสรรคมากมายพอๆ กับการได้สัมผัสความรักของพระเจ้าที่ทรงเลี้ยงดูและปกป้องเธอจากภยันตรายทุกอย่าง เธอกล่าวเสมอว่า “พระเจ้าทรงดูแลชีวิตเราทุกวินาที”

คุณโรสลินดา เร่งสมบูรณ์ ชาวฟิลิปปินส์ อายุ 63 ปี จบเภสัชศาสตร์ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ สมรสกับคุณสมชาย เร่งสมบูรณ์ สมาชิกโบสถ์แม่พระกุหลาบทิพย์ มีบุตรชายและบุตรสาว 4 คน คือ คุณกฤษดา คุณคริสทิน คุณโรสแมรี่ และ คุณชวน

ครอบครัวคริสเตียน

ดิฉันเกิดในครอบครัวคาทอลิก พ่อแม่ให้ดิฉันรับการล้างบาปจากศาสนจักรเพื่อให้เป็นลูกของพระเจ้าตั้งแต่ดิฉันยังเล็กมาก ดิฉันเติบโตขึ้นมาพร้อมคำสอนให้รู้จักพระเจ้า แต่ที่ได้สัมผัสพระองค์จริงๆ คือตอนที่แต่งงาน แล้วมาอยู่เมืองไทยกับสามี ตอนอยู่เมืองไทยดิฉันเจออุปสรรคหลายอย่างในชีวิต และเมื่อเพื่อนชวนดิฉันเข้ากลุ่มพระพรพิเศษ(คาริสเมติก) ซึ่งเป็นกลุ่มรวมตัวกันเพื่อร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า อธิษฐานภาวนา แบ่งปันพระพรและประสบการณ์ชีวิตด้วยกัน ดิฉันเห็นชีวิตของเพื่อนได้รับการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า จึงอยากสัมผัสพระองค์เช่นกัน ตั้งแต่นั้นมาดิฉันได้เรียนรู้การสรรเสริญพระเจ้า ได้สัมผัสพระองค์ มีหลายอย่างในชีวิตได้รับการเปลี่ยนแปลง สัมผัสได้ว่าพระเจ้าเข้ามาในชีวิต เมื่อก่อนดิฉันมักจะกังวลและเครียดนาน ถ้าดิฉันทำผิดและถูกตำหนิ แม้ในเรื่องเล็กน้อย ก็จะเครียดมากเป็นระยะเวลานาน เมื่อดิฉันได้สัมผัสพระเจ้า อาการเหล่านี้เริ่มลดน้อยลง แม้ปัญหายังคงอยู่ แต่ดิฉันปล่อยวางได้ง่ายขึ้น และนิสัยที่ไม่ค่อยยอมคน เมื่อใครทำให้ไม่พอใจก็อยากเอาคืนเป็นสองเท่า พระเจ้าก็ทรงเปลี่ยนดิฉันให้เป็นคนใจเย็นขึ้น ให้อภัยง่าย ปล่อยวางได้

ระเจ้าทรงนำ

ตอนที่ดิฉันกำลังเรียนด้านเภสัชศาสตร์อยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ คุณสมชาย สามีดิฉันได้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ด้วยภาษาที่เป็นอุปสรรค เขาจึงจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนเพื่อให้เข้าใจสิ่งที่อาจารย์สอน เพื่อนๆ ชาวฟิลิปปินส์จึงเอ็นดูเขาและช่วยกันติวหนังสือให้ ดิฉันจึงได้ใกล้ชิดกับเขา เราสนิทกัน และแต่งงานกันในที่สุดและมีลูกด้วยกัน 1 คน จากนั้นเราจึงย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทย

เราอยู่กันที่จังหวัดเลย สามีทำธุรกิจโรงงานฝ้าย ขายปุ๋ยให้ชาวบ้าน และนำผลผลิตของชาวบ้านไปขายให้กับหน่วยงานราชการ ตอนนั้นดิฉันพูดและฟังภาษาไทยไม่ได้ ดูทีวีก็ไม่รู้เรื่อง ทำให้เป็นอุปสรรคในการหางาน ดิฉันจึงจำต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก และรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า เพราะพูดภาษาไทยไม่ได้ ต่อมาสามีเริ่มมีปัญหาทางธุรกิจ เราจึงย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ดิฉันได้ไปเรียนภาษาไทยที่สถาบันสอนภาษา AUA ทำให้พูดและเขียนภาษาไทยได้ ส่วนสามีทำงานกับครอบครัวเป็นบริษัทขนส่ง ต่อมาดิฉันได้มาขายน้ำหอม การขายของทำให้ดิฉันมีโอกาสพูดคุยกับคนไทยและใช้ภาษาไทยดีขึ้น จากนั้นไม่นานน้องสาวสามีก็ชวนให้เปิดร้านขายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ดิฉันเริ่มศึกษาเรื่องประโยชน์ของอาหารเสริมที่มีต่อสุขภาพ จนกระทั่งน้องสาวสามีเริ่มกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายและนำเข้าอาหารเสริมจากต่างประเทศเพื่อขายในประเทศ ดิฉันทำด้านการตลาด นำอาหารเสริมไปเสนอที่ร้านขายยา และโรงพยาบาล กิจการดำเนินไปด้วยดี แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อน้องสาวสามีเสียชีวิต พี่สาวสามีเข้ามาดูแลกิจการแทน บริษัทก็ประสบปัญหาทางธุรกิจ เนื่องจากเราขาดเงินทุนสำรองสำหรับตลาดร้านขายยา จึงทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ดิฉันต้องเปิดบริษัทใหม่ เป็นบริษัทนำเข้าอาหารเสริมและเครื่องสำอาง เราจึงพอมีรายได้เข้ามาเพราะเป็นสินค้าทำกำไร

แต่วันหนึ่งทางบริษัทต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ทำให้เกิดผลกระทบทางธุรกิจต่อเรา เราเริ่มคิดว่าสามีก็เป็นนักเคมี และดิฉันเองจบเภสัชศาสตร์ พอมีความรู้เรื่องประโยชน์ของอาหารเสริมที่มีต่อสุขภาพและผิวพรรณ ถ้าผลิตเองได้ก็น่าจะดี เพราะมีคนจำนวนมากประสบปัญหาเรื่องผิวเป็นฝ้าและกระ และใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายในการรักษา ดิฉันจึงคิดอยากจะผลิตเครื่องสำอางที่มาจากธรรมชาติ ให้ความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่มีประสิทธิภาพสูง และราคาจับต้องได้

เราจึงผลิตเครื่องสำอางเอง และรับเป็นผู้ผลิตด้วย ทำให้บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงประทานสติปัญญาให้ครอบครัวเรา

พระเจ้าอยู่ด้วยเสมอ

ชีวิตดิฉันมีอุปสรรคเกิดขึ้นมากมายหลายอย่าง ประสบกับความขัดสน แต่พระเจ้าทรงเลี้ยงดูไม่ให้ขาด ทรงช่วยทันเวลาทุกครั้ง ดูแลเราทุกวินาทีของชีวิต และอยู่กับเราในการทำงานทุกอย่างและทุกครั้งที่ครอบครัวของเราทูลอ้อนวอนพระองค์ก็ทรงตอบเสมอ ตอนแรกๆ ที่เราเพิ่งเริ่มขายอาหารเสริมช่วงนั้นมีวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ทำให้ร้านขาดสภาพคล่อง เราไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่าเซ้งร้านของเรา ร้านจึงถูกยึด ถ้าเราไม่มีเงินไปไถ่ถอน ร้านก็จะถูกขายทอดตลาด เราจึงไปขอยืมเงินจากเพื่อนและญาติที่อยู่ต่างประเทศ เมื่อเงินถูกส่งมา ดิฉันจำเป็นต้องไปรับจากสำนักงานรับโอนเงินที่สาขาประตูน้ำ เพื่อจะนำมาจ่ายให้ทันกำหนด แต่เนื่องจากสถาน การณ์บ้านเมืองในประเทศขณะนั้นไม่ดี มีการปะทะกันที่สี่แยกราชประสงค์ ไม่มีใครกล้าเข้าไปบริเวณนั้น เรียกรถก็ถูกปฏิเสธ แต่ขอบคุณพระเจ้ามีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งรับดิฉันจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเข้าไปที่ประตูน้ำ มอร์เตอร์ไซค์ขับเข้าไปอย่างช้าๆ ดิฉันรู้สึกเหมือนว่ากำลังเข้าไปในสนามรบ สงครามที่ดิฉันเคยเห็นในหนัง แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าของดิฉันจริงๆ ดิฉันสวดภาวนาตลอดทางขอพระเจ้าคุ้มครองให้ปลอดภัยจากอันตรายทุกอย่าง ขอบคุณพระเจ้า ดิฉันปลอดภัยและมีความเชื่อว่าพระเจ้าประทานเงินนั้นให้แก่เรา เปิดทางให้ทุกอย่างเสร็จสิ้น ดิฉันเชื่อว่าในทุกเหตุการณ์พระเจ้าอยู่ด้วยและดูแลเรา และในทุกปัญหาพระเจ้าช่วยเราทุกครั้ง

ขอบคุณพระเจ้า

เมื่อไม่นานมานี้ สามีของดิฉันป่วยด้วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน ตอนแรกคุณหมอสันนิษฐานว่ากรวยไตน่าจะอักเสบทำให้มีไข้ กินยาแก้ไข้แต่ไข้ก็ไม่ลด ดิฉันกับลูกเครียดมาก แต่เราต้องวางใจว่าพระเจ้าจะทรงรักษา คุณหมอเพาะเชื้อไปตรวจ ทำให้ทราบว่าติดเชื้อในกระแสเลือด เราอธิษฐานขอพระเจ้า และพระองค์ก็ทรงตอบคำอธิษฐาน สามีของดิฉันได้รับการรักษาจนหายดี ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณพระเจ้าสำหรับลูกทุกคนที่คอยช่วยงานดิฉันที่บริษัท ก่อนหน้านี้พวกเขาทำงานบริษัทอื่น แต่ตอนนี้ลาออกมาเพื่อทำงานบริษัทของเราเอง พวกเขาเอาทั้งประสบการณ์ตรงและสิ่งที่ได้ร่ำเรียนมาช่วยงานของบริษัท ดิฉันมักจะบอกกับลูกว่าเราต้องวางใจพระเจ้า ที่พระองค์จะทรงเลี้ยงดูเราทุกคน เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงอวยพรครอบครัวของเราเสมอ และเมื่อเรามีความจำเป็นมากขึ้น พระเจ้าก็อวยพรเรามากขึ้น

ข้อพระธรรมประจำใจ

ดิฉันเป็นสมาชิกสภาภิบาลของโบสถ์แม่พระกุหลาบทิพย์  รับหน้าที่เป็นปฏิคม และทุกอาทิตย์มีการแบ่งปันพระวาจาในกลุ่มย่อย พระธรรมที่ดิฉันชอบมากคือ

1 โครินธ์ 10:13 “ไม่มีการทดลองใดๆ เกิดขึ้นกับท่านทั้งหลาย นอกเหนือการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ พระองค์จะไม่ทรงให้พวกท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และเมื่อถูกทดลอง พระองค์จะทรงให้มีทางออกด้วย เพื่อพวกท่านจะมีกำลังทนได้” ข้อนี้หนุนใจเราว่าพระเจ้าจะทรงทดลองสิ่งที่เราสามารถทนได้

อิสยาห์ 49:15  “ผู้หญิงจะลืมบุตรของนางที่ยังกินนมอยู่ และไม่สงสารบุตรจากครรภ์ของนางได้หรือ? และถึงแม้ว่าคนเหล่านี้จะลืมได้ แต่เราก็จะไม่ลืมเจ้า”  แม่ไม่สามารถลืมบุตรได้ฉันใด พระเจ้าจะไม่ลืมเรา และจะไม่ทอดทิ้งเราเลย

ท้ายที่สุด

ดิฉันอยากให้คนในครอบครัว คนใกล้ชิด และคนที่ดิฉันรู้จักมาพบพระเจ้า และมาอยู่ในทางของพระเจ้า ชีวิตคริสตชนคือ เราต้องให้พระเจ้าใช้เราตามพระประสงค์ของพระองค์  เราเกิดมาในโลกนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า พระเจ้ามีเหตุผล มีแผนการในชีวิตของเรา ซึ่งเราต้องหาให้เจอ การที่จะหาให้เจอคือเราต้องใกล้ชิดกับพระวาจาของพระเจ้า

เราจะทำอย่างไรให้อยู่ในโลกนี้อย่างมีความสุข ตามพระวาจาที่ว่า “ให้รักพระเจ้าสุดจิตสุดใจ”  รักพระเจ้าและรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเราเอง คือการให้ความยำเกรงพระเจ้า การเคารพพ่อแม่ ให้เกียรติคนในครอบครัว ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะถ้าเราให้เกียรติผู้อื่น เขาก็จะให้เกียรติเราเช่นกัน การทะเลาะและความขัดแย้งก็จะลดลง ทำให้ชีวิตของเรามีความสุขมากขึ้น การวางใจในพระเจ้าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะพระเจ้ามีเหตุผลที่ให้เราเกิดมา พระเจ้าจะทรงทำให้แผนการของพระองค์ในชีวิตเราสำเร็จ เราควรใช้ชีวิตของเราอย่างมีความสุขและถวายเกียรติพระเจ้า

การอธิษฐานภาวนาเป็นสิ่งหนึ่งที่หล่อเลี้ยง ให้ชีวิตของเราดำเนินต่อไปได้โดยพระองค์ เมื่อมีปัญหาเราทูลต่อพระเจ้าได้ เราสามารถ ถามพระองค์ได้ทุกเรื่อง และพระองค์จะทรงตอบเรา

  • คุณโรสลินดา เร่งสมบูรณ์