ผู้ชาย…หัวใจดนตรี

ผู้ชาย…หัวใจดนตรี

เสียงดนตรีสำหรับเด็กชายคนหนึ่งในวัย 6 ขวบ ไม่ได้เป็นเพียงเสียงเพลงที่แค่หูได้ยิน แต่เป็นเสียงดนตรีในหัวใจที่กลายเป็นสื่อให้เขาได้ สัมผัสกับความหมายยิ่งใหญ่ของชีวิตในเวลาต่อมา

ชีวิตของคนคนหนึ่ง ที่มาจากครอบครัวที่ดีและทุกอย่างดูเพียบพร้อมไปหมด ไม่น่าที่จะทำให้ คนคนนั้นรู้สึกว่างเปล่าในหัวใจ แต่ความเป็นจริงก็ได้พบว่า ในความเพียบพร้อมนั้น หัวใจยังโหยหาเรียกร้องอะไรบางอย่างซึ่งยากที่จะหาคำตอบได้ว่าสิ่งนั้นคือ อะไร แล้วคำตอบอันทรงคุณค่าและมีความหมายมากก็มาถึงเขาโดยทางเสียงเพลงซึ่งมี เนื้อหาต่างจากบทเพลงทั่วไปและเมื่อผสมผสานกับท่วงทำนองของดนตรีที่ไพเราะ จับใจ ลึกซึ้งในความหมาย สื่อให้เขาเข้าใจและรู้จักกับพระเจ้าอย่างซาบซึ้ง และนี่เองที่ช่องว่างในหัวใจของเขาได้รับการเติมเต็มอย่างแท้จริง เราจะมาทำความรู้จักกับผู้ชายหัวใจดนตรีคนนี้

เมธวิน อังคทะวาณิช คุณปู่คุณย่าของเมธวินเป็นคริสเตียนที่มาจากเมืองจีน แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้เป็นคริสเตียน ดังนั้นคนที่พาเมธวินไปโบสถ์ก็คือคุณปู่คุณย่า ถึงแม้ว่าจะได้ไปโบสถ์ตั้งแต่เด็ก เขาก็ยังไม่เข้าใจเรื่องของพระเจ้าสักเท่าไหร่ ยังคงมีความสงสัยและมีคำถามอยู่ในใจมากมาย ซึ่งก็คงเป็นข้อสงสัยและความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้นกับคนทั่วไปด้วย เช่น มีข้อพระคัมภีร์ที่บอกว่า “มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป” แต่ละคนก็จะคิดว่าเราจะบาปได้อย่างไร ในเมื่อเรามาจากครอบครัวที่ดี เราถูกสอนให้เป็นคนดี ทำแต่สิ่งที่ดี คิดดีตลอด ไม่ได้ฆ่าคน ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร เราไม่ได้ทำบาปอะไรเลย แล้วเราจะเป็นคนบาปได้อย่างไร ? เมื่อเมธวินเรียนถึงชั้นมัธยม 2 เมธวินได้ไปค่ายเยาวชนของคริสตจักรสะพานเหลือง อาจารย์ผู้เป็นวิทยากรค่าย สอนเรื่องความเชื่อ ฟังแล้วก็รู้สึกทันทีเลยว่าคำถามในใจได้รับคำตอบแล้ว นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เมธวินได้รู้จักกับพระเจ้าจริงๆ นับตั้งแต่วันนั้น การไปโบสถ์มีความหมายมากขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าไปมีส่วนในการทำกิจกรรมต่างๆ ของคริสตจักร หนึ่งในกิจกรรมนั้นก็คือดนตรี เขามีโอกาสร้องเพลง เล่นดนตรี ซึ่งทำให้เขามีความสุขมากเพราะได้ทำในสิ่งที่เขารัก เมื่อได้ทำในสิ่งที่รัก หัวใจก็เปิดรับ พร้อมที่จะทำความเข้าใจ ดนตรีและเสียงเพลงมีผลทำให้เขาเข้าใจเรื่องของพระเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ

เขาอธิบายว่าผู้เล่นดนตรีหรือร้องเพลงนั้น จะต้องเข้าใจเนื้อหาและความหมายของเพลงแต่ละเพลงให้ลึกซึ้งก่อน และเมื่อเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถสื่อหรือถ่ายทอดความหมายของเพลงต่อไปยังผู้ฟัง ซึ่งเพลงก็คือถ้อยคำที่นำมาเรียงร้อยเข้าด้วยกันให้มีความหมายอย่างลงตัวและนำมากำหนดท่วงทำนอง ใส่จังหวะลีลาที่เหมาะสม ถ้อยคำธรรมดาๆ เหล่านั้นก็มีชีวิตขึ้นมาในทันใด พร้อมที่จะสื่อความหมาย ดนตรีจึงเป็นสื่อกลางที่นำชีวิตของเขาได้สัมผัสความรักของพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง ถ้าจะเปรียบ เสียงเพลงก็คงจะเหมือนกับสายฝน ที่โปรยปรายลงมาชโลมหัวใจที่แห้งผากให้กลับชุ่มชื่น ทำให้มีกำลังเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน ดนตรีก็ยังคงมีความสำคัญต่อผู้คนอย่างมาก โดยเฉพาะกับกลุ่มวัยรุ่น เสียงเพลงมีอิทธิพลไม่น้อย ขึ้นอยู่กับว่าเนื้อหาของเพลงใส่อะไรลงไปให้กับผู้ฟัง หากเป็นความท้อแท้ สิ้นหวัง หดหู่ คนฟังก็จะรู้สึกเช่นนั้น หรือหากเป็นเนื้อหาที่ให้กำลังใจ ให้ความหวัง ให้แนวความคิดที่ดี ให้พลังในการเดินต่อไป สอดแทรกความหมายในทางสร้างสรรค์ ผู้ฟังก็จะได้รับอย่างนั้นเช่นกัน ด้วยใจรักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของดนตรีและเสียงเพลงเช่นนี้ ก็จุดประกายความคิดให้เมธวินอยากทำงานเกี่ยวกับจิตใจของคน อยากมีส่วนเข้าไปช่วยเหลือผู้คน หนุนใจพวกเขา เพราะเห็นได้ชัดว่ายุคนี้เป็นยุคที่คนไม่มีความหวัง เขาอยากเป็นกระบอกเสียงเล็กๆ ที่จะบอกผู้คนที่สิ้นหวังว่าชีวิตยังมีทางออก แม้โลกจะมืดไป 8 ด้าน แต่ก็จะมีด้านที่ 9 เปิดออกได้ ขอเพียงเปิดตามองและเปิดใจค้นหาเวลานี้

นอกจากเมธวินจะทำงานด้านดนตรีแล้วก็ยังมีงานด้านพิธีกรด้วย เขารู้ดีว่าการทำงานในแวดวงบันเทิงต้องระมัดระวังตนเองอย่างมากในการดำเนินชีวิต เพราะวงการนี้เปรียบเหมือนดาบสองคม ดังนั้น กำลังใจ คำหนุนใจและการอธิษฐานจากเพื่อนรอบข้างจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยให้เขาเดินต่อไปกับพระเจ้าอย่างเข้มแข็ง แน่นอนว่าในแต่ละวัน ชีวิตก็คงหนีไม่พ้นปัญหามากมาย แต่ละคนก็จะมีปัญหาที่แตกต่างกันไป สำหรับเมธวินก็เช่นเดียวกัน ทุกครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้น ความกังวล ความท้อแท้ ความวุ่นวายใจจะประดังกันเข้ามา ทำให้มีอะไรต้องคิดวนไปเวียนมาอยู่ตลอด ในเวลานั้น ก็จะมีพระวจนะของพระเจ้าบทหนึ่งที่ดังก้องอยู่ในใจเสมอ คือพระธรรมสดุดีบทที่46 ข้อ 10 ที่บอกว่า ” จงนิ่งเสียและรู้เถิดว่า เราคือพระเจ้า…” พระธรรมข้อนี้ช่วยเตือนสติให้รู้ว่า เราไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวและไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง แต่พระเจ้าทรงอยู่ด้วยเสมอ เมธวินหวังใจที่จะเป็นอุปกรณ์เล็กๆ ชิ้นหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยสังคมให้ดีขึ้น ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้จักผู้ชายหัวใจดนตรีคนนี้ เมธวิน อังคทะวาณิช

คุณเมธวิน อังคทะวานิช