เหตุไฉน มัทธิว ลูกา จึงลำดับพงศ์พระเยซูต่างกัน?

ถาม: จากการวิเคราะห์รายชื่อลำดับพงศ์ของพระเยซูที่ปรากฏในมัทธิว 1:1-17 และในลูกา 3:23-38 พบ ว่ารายชื่อต่างๆ ของทั้งสองเล่มนั้นแปลแตกต่างกัน ไม่ทราบว่าพระคัมภีร์ไทยแปลผิดหรือไม่?

ตอบ: ปัญหา ที่พบนั้นเป็นปัญหาจริงคือรายชื่อในลำดับพงศ์ทั้งสองรายการนั้นไม่เหมือนกัน  แม้จะพูดว่าเป็นลำดับพงศ์ของพระเยซูเหมือนกัน และชื่อที่มาก่อนพระเยซูคือโยเซฟที่ถือว่าเป็นบิดาตามกฎหมายก็เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในด้านการแปลแต่อย่างไร แต่เป็นปัญหาที่ปรากฏในสำเนาต้นฉบับกรีก ที่รายชื่อซึ่งเขียนโดยลูกานั้นแตกต่างจากของมัทธิวเป็นอย่างมาก 
อย่างไรก็ตาม ปัญหาในรายชื่อลำดับพงศ์ทั้งสองรายการมีมากกว่าที่ถามมาซึ่งอาจแยกออกเป็น ประเด็นต่างๆ ดังนี้คือ

ประการแรก
ในการลำดับรายชื่อนั้น มัทธิวกล่าวว่าตั้งแต่อับราฮัมจนถึงดาวิดมี 14 ชั่วคน นับตั้งแต่ดาวิดจนถูกกวาดเป็นเชลยมี 14 ชั่ว คน และตั้งแต่ถูกกวาดเป็นเชลยจนถึงพระคริสต์มี 14ชั่วคน (มธ.1:17) ดูเหมือนมัทธิวตั้งใจจะแบ่งรายชื่อตั้งแต่ อับราฮัมมาถึงพระเยซูเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ โดยแต่ละช่วงแบ่งออกเป็นอีก 14 ชั่วาอายุ ซึ่งตามการคำนวณจะต้องมี 42 ชั่วอายุ แต่ถ้าหากนำรายชื่อทั้งหมดมารวมกันจะพบว่ามีเพียง 41 ชื่อ ตั้งแต่อับราฮัมมาถึงพระเยซู มีการพยายามอธิบายว่ามัทธิวอาจนับดาวิดซ้ำเนื่องจากเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ของอิสราเอลโดยนับอับราฮัมถึงดาวิด 14 ชั่วอายุ และนับจากดาวิดจนถึงก่อนการเป็นเชลยคือถึงกษัตริย์โยสิยาห์ 14 ชั่ว อายุ และถัดจากโยสิยาห์คือเยโคนิยาห์ซึ่งถูกจับไปเป็นเชลย (2 พศด.36:8-10) ถึงพระเยซู 14 ชั่วอายุ ซึ่งก็เป็นคำตอบที่น่าคิด เพราะมัทธิวต้องการถือเอาดาวิดกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิสราเอลเป็น ศูนย์กลางเชื้อสายของพระเยซูผู้ที่เป็นเมสสิยาห์กษัตริย์ที่พระเจ้าเจิมไว้

ประการที่สอง
โยสิยาห์มีบุตรชื่อเยโคนิยาห์ (ข้อ 11 เขา มีอีกชื่อว่าเยโฮยาคีน) แต่ในความเป็นจริงแล้วเยโคนิยาห์เป็นหลานของโยสิยาห์ (1 พศด.3:14-16, 2 พศด.36:8-10) ในประเด็นนี้ เราสามารถเข้าใจได้ว่าลูกในภาษากรีกหรือฮีบรูนั้นอาจหมายถึงลูกหรือหลายหรือ เหลนก็ได้ ถ้าพูดกว้างๆ ก็คือผู้สืบเชื้อสาย เช่นเดียงกับในลูกาที่เขียนว่าลูกของเฮสโรนคืออารนีและลูกของอารนีคืออัดมิน ลูกของอัดมินคืออัมมีนาดับ (ลก.3:33) ส่วนในมัทธิวกล่าวว่า ลูกของเฮสโรนคือราม ลูกของรามคืออัมมีนาดับ (มธ.1:3-4) ไม่ว่าลูกาจะหาข้อมูลมาจากที่ใดเกี่ยวกับชื่อของสองคนคืออารนีกับอัด มิน เราจะเห็นว่า อัมมีนาดับต้องเป็นเหลนของเฮสโรนแทนที่จะเป็นหลานอย่างที่ปรากฏในมัทธิว เนื่องด้วยเหตุผลเดียวกันของการใช้คำว่าลูกในภาษากรีกที่มีความหมายกว้าง กว่าในภาษาไทย

ประการที่สาม
รายชื่อของลูกานั้นยาวกว่าของมัทธิวมาก ในประเด็นนี้เราสามารถมองเห็นเหตุผลที่ชัดเจนคือมัทธิวซึ่งเขียนไปถึงชาวยิว เป็นหลักนั้นต้องการแสงดให้เห็นว่าพระเยซูทรงเป็นเชื้อสายของอับราฮัมผู้ซี่ งพระเจ้าทรงกล่าวไว้ล่วงหน้าว่าชนทั่วโลกจะรับพรผ่านอับราฮัม (ปฐก.12:1-3) ในขณะเดียวกันเขายังต้องการแสดงว่าพระเยซูคือพระเมสสิยาห์ที่เป็น เชื้อสายของดาวิดตามที่พระเจ้าทรงสัญญากับดาวิด 
ส่วนลูกานั้นต่างกัน ลูกาเริ่มต้นที่พระเยซูแล้วสืบเชื้อสายย้อนกลับไปเรื่อยๆ จนถึงอาดัม เขาต้องการแสดงว่าพระเยซูเป็นเชื้อสายของอาดัมมนุษย์คนแรกที่เป็นบุตรของพระ เจ้า

ประการสุดท้าย
รายชื่อส่วนที่รวมกันในสองรายการคือตั้งแต่อับราฮัมลงมานั้นไม่เหมือนกัน 
ประการสุดท้ายนี้ คือคำถามที่ถามมานั้น ถ้าจะวิเคราะห์อย่างละเอียดเราจะพบว่า ตั้งแต่อับราฮัมถึงดาวิดนั้น รายชื่อในสองรายการนี้เกือบจะเหมือนกันยกเว้นสองชื่อที่กล่าวมาในหัวข้อที่ สอง

แต่หลังจากชื่อของดาวิดแล้วรายชื่อในสองรายการก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิง มาสรุปรวบยอดเหมือนกันอีกครั้งที่ชื่อของโยเซฟและพระเยซู (แต่ ขอให้สังเกตว่าชื่อโยเซฟในรายการของลูกามีสองชื่อที่เหมือนกัน แต่อยู่ห่างกันหลายชั่วอายุคน)

อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญที่ต้องสังเกตก็คือในรายการของมัทธิวนั้น ลูกของดาวิดคือซาโลมอนซึ่งเป็นกษัตริย์ และตามด้วยบรรดารายชื่อของกษัตริย์องค์ต่างๆ ของอาณาจักรทางใต้ คือ ยูดาห์ ส่วนในรายการของลูกานั้นลูกของดาวิดคือนาธันซึ่งไม่ได้เป็นกษัตริย์ (2 ซมอ.5:13-14) และตามด้วยบรรดารายชื่อต่างๆ ที่ไม่พบในพระคัมภีร์ตอนอื่น เราจึงเห็นได้ชัดว่ารายชื่อของมัทธิวนั้นเป็นเชื้อสายของซาโลมอนซึ่งเป็น กษัตริย์ แต่ของลูกานั้นเป็นเชื้อสายของนาธันพี่ชายต่างมารดาของซาโลมอน ซึ่งไม่ได้เป็นกษัตริย์

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเชื้อสายใดเป็นเชื้อสายของโยเซฟ ได้มีความพยายามจะอธิบายเรื่องนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ของคริ สตศักราชในหลายๆ รูปแบบ แต่คิดว่าคำอธิบายที่ดีที่สุดก็คือว่ารายชื่อเชื้อสายในมัทธิวนั้นเป็นเชื้อ สายโดยกำเนิดของโยเซฟซึ่งสืบตระกูลมาจากซาโลมอน เหตุผลที่มัทธิวเลือกใช้เชื้อสายนี้คือเขาต้องการแสดงให้ผู้อ่านที่เป็นยิว เห็นว่าพระเยซูทรงเป็นเชื้อสายกษัตริย์ เป็นพระเมสสิยาห์ที่ผู้เผยพระวจนะกล่าวไว้ แต่รายชื่อเชื้อสายของลูกานั้นเป็นเชื้อสายของนางมารีย์ที่สืบตระกูลมาจากนา ธัน และเนื่องจากบิดาของมารีย์คือเฮลีไม่มีบุตรชายสืบตระกูลจึงรับโยเซฟเป็นบุตร บุญธรรมเมื่อเขาแต่งงานกับลูกสาวเพื่อให้มีการสืบเชื้อสายของตนด้วย เหตุที่ลูกาเลือกใช้เชื้อสายนี้เพราะต้องการเน้นว่าพระเยซูทรงเป็นผู้รับใช้ ของพระเจ้าที่กล่าวถึงในบทเพลงแห่งผู้รับใช้ในอิสยาห์ (ลก.4:16-19) ฉะนั้นเขาไม่ต้องการกล่าวถึงความเป็นกษัตริย์ของพระองค์ 
แน่นอนนี่เป็นความพยายามที่จะอธิบายถึงความแตกต่างของเรื่องดังกล่าว แม้ไม่สามารถยืนยันว่าถูกต้องแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็เป็นคำอธิบายที่น่าคิด และสมเหตุสมผล

อ.ทองหล่อ วงศ์กำชัย