น่าปรารถนายิ่งกว่าทองคำ

ดิฉันชื่อศิริวรรณ ชุณหรุ่งโรจน์ นามสกุลเดิม “บุตรดา” ปัจจุบันอายุ 36 ปี สามีชื่อคุณอภิศักดิ์ ชุณหรุ่งโรจน์ อายุ 38 ปี เรามีบุตรสองคนชื่อน้องแมน (7 ขวบ) และน้องแหม่ม (2 ขวบ) ปัจจุบันดิฉันและสามีประกอบกิจการส่วนตัวด้านการขายสินค้าเวชภัณฑ์โรงพยาบาล บ้านเดิมของดิฉันอยู่ที่บ้านบุ่งน้ำเต้า อ. หล่มสัก จ. เพชรบูรณ์ พ่อแม่มีอาชีพทำไร่ทำนาและค้าขาย และมีลูก 3 คน ดิฉันเป็นลูกคนเล็ก ในวัยเด็กมีหลายสิ่งที่ดิฉันรับรู้เกี่ยวกับบ้านของเราคือ ครอบครัวของเรายากจนมากจนไม่มีใครอยากจะคบค้าสมาคมด้วย และที่บ้านบุ่งน้ำเต้ามีโบสถ์คริสเตียนอยู่แห่งหนึ่งและพี่น้องทางฝ่ายแม่นับถือคริสต์หลายคนรวมทั้งแม่ด้วย แต่เมื่อแม่แต่งงานกับพ่อ แม่ถูกกีดกันไม่ให้ไปโบสถ์ ไม่ให้เชื่อพระเจ้า พ่อแม่มีปากเสียงกันบ่อยๆ และในที่สุดแม่ก็เลิกเป็นคริสเตียนไปโดยปริยาย แต่ไม่ว่าแม่จะนับถือศาสนาอะไร แม่เป็นคนใจดีและให้กับคนอื่นเสมอ ตัวดิฉันเองจะถูกพ่อเลือกให้เป็นคนไปทำบุญที่วัดเสมอทั้งๆ ที่พี่ชายกับพี่สาวน่าจะทำพิธีกรรมต่างๆ ได้ดีกว่า และนอกจากนั้น ดิฉันได้รอดตายจากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ในหมู่บ้าน เช่น รอดจากโรคไข้เลือดออกเมื่ออายุยังไม่ถึงขวบ และเมื่อโตขึ้นก็รอดจากโดนกับระเบิดของผู้ก่อการร้ายในเพชรบูรณ์ซึ่งทำให้เด็กตายไปหลายคน ดิฉันเป็นลูกคนเล็กแต่รู้สึกฝังใจตั้งแต่เด็กจนโตว่าพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน และให้ความเอาใจใส่ไม่เท่ากันเพราะพี่ชายและพี่สาวมักจะได้สิ่งที่เขาต้องการเสมอ ส่วนดิฉันจะไม่เคยได้สิ่งที่ต้องการเหมือนอย่างพี่ๆ หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมฯ 6 ดิฉันได้งานทำในบริษัทขายเวชภัณฑ์ และเมื่ออายุ 24 ปี […]

ความจำเจที่ไม่น่าเบื่อ

เรามักพูดกันอยู่เสมอว่า อะไรจำเจเป็นเรื่องที่น่าเบื่อใครก็อยากออกจากสภาพของความจำเจที่ต้องเผชิญนั้น เพราะต้องการพ้นจากความเบื่อหน่าย มนุษย์เราทั้งหลายไม่ชอบทั้งความจำเจ และความเบื่อหน่ายเอาเสียเลย แต่มีความจริงบางประการ อันเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่าง มารดาและบุตร ซึ่งสอดคล้องกับความจำเจและความน่าเบื่ออันจะบรรยายต่อไปนี้ ซึ่งแตกต่างจากความรู้สึกทั่วไปของมนุษย์ ความรู้สึกทั่วไปของมนุษย์มีอยู่ว่า เรื่องใดที่จำเจจะเป็นเรื่องน่าเบื่อ อาจเป็นการทำงาน การบ่น การอยู่ในสภาพเดิมๆ การไม่มีความเปลี่ยนแปลง การรู้สึกเป็นภาระที่ต้องต่อสู้ทุกเมื่อเชื่อวัน และอะไรอีกทำนองนั้น มีความสัมพันธ์ประเภทหนึ่ง ซึ่งก็เป็นความรู้สึกทั่วไปของมนุษย์ และเป็นเรื่องธรรมดาของคนด้วย แต่แตกต่างไปจากความรู้สึกในขั้นต้นที่กล่าวถึงนั้น ก็คือความสัมพันธ์ระหว่างมารดากับบุตร หรืออาจจะเรียกว่าความรักระหว่างแม่กับลูกก็เป็นได้ ความสัมพันธ์ประเภทนี้ เป็นความจำเจชนิดหนึ่ง ก็คือ ต่อเนื่องกันเรื่อยไป เหมือนเดิม ไม่มีความเปลี่ยนไป อยู่ในวัฏจักร อยู่ในสารบบ แต่ไม่ใช่สิ่งที่น่าเบื่อหน่ายแต่ประการใดทั้งสิ้น แม่จะไม่เบื่อลูก แม่จะไม่รู้สึกว่า ทำไมต้องทำสิ่งนั้นสิ่งนี้อันเป็นการปรนนิบัติลูก ซึ่งเป็นเรื่องน่าเบื่อ เป็นเรื่องไม่อยากทำ เป็นเรื่องทำไม่ได้ แต่แม่จะพยายามทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับลูก แล้วก็ทำอย่างไม่เบื่อ ไม่รู้สึกจำเจ ไม่เห็นว่าน่าลำบากใจแต่ประการใด อะไรทำให้ความจำเจไม่น่าเบื่อ เพราะแม่มีความรักที่ให้แก่บุตรของตน หากจะรักแล้วก็ไม่รู้สึกว่าน่าเบื่อหน่ายหรือ น่าจำเจเพราะเรื่องที่ต้องทำอยู่เป็นประจำ เป็นเรื่องที่ทำออกมาด้วยความรักนั่นเอง พระคำของพระเจ้าบอกเราให้ทราบถึงความรักที่แท้จริง อันเป็นความรักแบบที่พระเจ้า ประทานให้เป็นรูปแบบ ก็คือ ความรักนั้นก็อดทนนาน และกระทำคุณให้ (1 โครินธ์13:4) แม่จะเพียรพยายามเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ […]

เหตุไฉน มัทธิว ลูกา จึงลำดับพงศ์พระเยซูต่างกัน?

ถาม: จากการวิเคราะห์รายชื่อลำดับพงศ์ของพระเยซูที่ปรากฏในมัทธิว 1:1-17 และในลูกา 3:23-38 พบ ว่ารายชื่อต่างๆ ของทั้งสองเล่มนั้นแปลแตกต่างกัน ไม่ทราบว่าพระคัมภีร์ไทยแปลผิดหรือไม่? ตอบ: ปัญหา ที่พบนั้นเป็นปัญหาจริงคือรายชื่อในลำดับพงศ์ทั้งสองรายการนั้นไม่เหมือนกัน  แม้จะพูดว่าเป็นลำดับพงศ์ของพระเยซูเหมือนกัน และชื่อที่มาก่อนพระเยซูคือโยเซฟที่ถือว่าเป็นบิดาตามกฎหมายก็เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในด้านการแปลแต่อย่างไร แต่เป็นปัญหาที่ปรากฏในสำเนาต้นฉบับกรีก ที่รายชื่อซึ่งเขียนโดยลูกานั้นแตกต่างจากของมัทธิวเป็นอย่างมาก  อย่างไรก็ตาม ปัญหาในรายชื่อลำดับพงศ์ทั้งสองรายการมีมากกว่าที่ถามมาซึ่งอาจแยกออกเป็น ประเด็นต่างๆ ดังนี้คือ ประการแรก ในการลำดับรายชื่อนั้น มัทธิวกล่าวว่าตั้งแต่อับราฮัมจนถึงดาวิดมี 14 ชั่วคน นับตั้งแต่ดาวิดจนถูกกวาดเป็นเชลยมี 14 ชั่ว คน และตั้งแต่ถูกกวาดเป็นเชลยจนถึงพระคริสต์มี 14ชั่วคน (มธ.1:17) ดูเหมือนมัทธิวตั้งใจจะแบ่งรายชื่อตั้งแต่ อับราฮัมมาถึงพระเยซูเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ โดยแต่ละช่วงแบ่งออกเป็นอีก 14 ชั่วาอายุ ซึ่งตามการคำนวณจะต้องมี 42 ชั่วอายุ แต่ถ้าหากนำรายชื่อทั้งหมดมารวมกันจะพบว่ามีเพียง 41 ชื่อ ตั้งแต่อับราฮัมมาถึงพระเยซู มีการพยายามอธิบายว่ามัทธิวอาจนับดาวิดซ้ำเนื่องจากเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ของอิสราเอลโดยนับอับราฮัมถึงดาวิด 14 ชั่วอายุ และนับจากดาวิดจนถึงก่อนการเป็นเชลยคือถึงกษัตริย์โยสิยาห์ 14 ชั่ว อายุ […]

เด็กติดเกม

โลกของวัยรุ่น “เกม” ได้เข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิต โดยที่ผู้ปกครองและศิษยาภิบาล อาจจะไม่ทันคิด ว่าเกมจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตของวัยรุ่นเหล่านี้ การที่เด็กนั่งเล่นเกมที่บ้านก็ดีกว่าเด็กจะออกไปเที่ยวนอกบ้าน นั่งในร้านเกม ก็ดีกว่านั่งในผับหรือแหล่งอบายมุข ร้านเกมกลายเป็นบ้านหลังที่สองของเด็กๆ ศิษยาภิบาลได้เริ่มสังเกตุว่าเด็กหายไปจากคริสตจักรโดยสาเหตุมาจากหนีไปเล่นเกม แต่ไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร นอกจากการอธิษฐานเผื่อเด็กอย่างเดียว เกมได้สร้างปัญหาให้กับเด็กในระยะยาวโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว และกลายเป็นปัญหาระดับชาติ สาเหตุและทางออกของปัญหานี้อยู่ที่ไหน สถานการณ์ปัญหาเด็กติดเกม สรุปได้ว่า เด็กอายุ 10-14 ปี ร้อยละ 76.5 เล่นเกมออนไลน์มากที่สุด รองลงมาคืออายุ 15-19 ปี ร้อยละ 71.6 และอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 59.5 โดยเฉลี่ยจะเล่นเกมวันละ 9.2 ชม เด็กหนีออกจากบ้านมากขึ้น โดยส่วนมากจะพบที่ร้านเกม และมีบางส่วนที่ยังตามตัวไม่เจอ สาเหตุของการเสพติดเกม 1. ความเหงาเด็กถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว ความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ เด็กไม่มีเพื่อนเล่น สร้างความรู้สึกเจ็บปวด เด็กคิดว่า เขาถูกปฏิเสธ ขาดการยอมรับ ขาดความรักจากครอบครัว พ่อแม่ที่มุ่งเน้นทำงานหนัก จนลืมให้เวลากับลูก ลืมสวมกอด และใช้เวลากับลูก […]

พระคัมภีร์…อาหารทิพย์

สมาคมพระคริสตธรรมไทย ได้ผลิตพระคัมภีร์ฉบับย่อขนาด (REDUCED SIZE) ขึ้นมา โดยเป็นพระคัมภีร์ขนาดบางลง ลดจำนวนหน้าลงกว่า 750 หน้ากำลังจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ และได้มีแขกพิเศษมาเยือนสมาคมฯ ของเราคือคุณอัญชลี จงคดีกิจหรือคุณปุ๊ อดีตร๊อคเกอร์สาว ที่มีผลงานทางด้านบันเทิงมากมาย คุณปุ๊เองได้กลับใจมาเชื่อพระเจ้าได้ประมาณ 8 ปีมาแล้ว เธอได้มาซื้อพระคัมภีร์ฉบับย่อขนาดนี้ ได้อุดหนุนสมาคมฯ ไปหลายพันบาท เราจึงถือโอกาสขอสัมภาษณ์พิเศษถึงความเห็นเกี่ยวกับพระคัมภีร์คุณปุ๊ได้พูด ถึงความรู้สึกต่างๆ และให้ข้อคิดที่น่าสนใจมากลองฟังกันดูนะคะ สมาคมฯ : สวัสดีค่ะคุณปุ๊ อยากทราบว่าได้อ่านพระคัมภีร์มานานขนาดไหน และช่วยบอกถึงความรู้สึกต่อพระคัมภีร์ว่าอ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้าง? อัญชลี : เริ่มอ่านพระคัมภีร์ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1990 คือตั้งแต่เชื่อพระเจ้า อ่านแล้วรู้สึกพระวจนะของพระเจ้าเป็นเหมือนอาหารทิพย์ เมื่อได้กินแล้วรู้สึกอร่อย อยากอ่านเรื่อยๆ เป็นเหมือนจดหมายรักของพระองค์มาถึงเราทุกคน อ่านแล้วชื่นใจ ให้กำลังใจมีข้อเตือนสติ ยิ่งถ้าเราอ่านแล้วเชื่อฟังปฏิบัติตามพระวจนะของพระองค์ จะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สมาคมฯ : อยากบอกอะไรแก่ผู้อ่านบ้างไหมค่ะ? อัญชลี : อยากบอกว่าขอให้อ่านพระคำของพระเจ้าให้มากๆและท่องให้ได้เยอะๆ เพราะจะทำให้เราจำได้จะทำให้เกิดประโยชน์มาก ขออย่าให้เพียงท่องแต่ปาก แต่ต้องปฏิบัติตามด้วย รวมทั้งต้องมีสามัคคีธรรมกับพี่น้องในคริสตจักรทุกอาทิตย์ด้วย จะทำให้เราเติบโตขึ้นในพระเจ้าอย่างมาก สมาคมฯ […]

อัศจรรย์บนผืนฟ้า

ผมชื่อชัยรัตน์ จิตต์แก้ว อายุ 46 ปี ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย เทคโนโลยีสารสนเทศและการตลาดออนไลน์ (Senior Vice President of IT & Marketing Online Development Department) บริษัท มิลเลียไลฟ์ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)        จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยและคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ผ่านหลักสูตรการศึกษาอบรมสัมนาทั้งในและต่างประเทศด้านการบริหารจัดการและด้าน IT หลายหลักสูตร ภรรยาชื่อคุณสุชีดา (สุภาวงศ์วณิช) จิตต์แก้วเรามีบุตรสาว 1 คนชื่อเพ็ญธิดา จิตต์แก้ว อายุ 10 ปี เรียนอยู่โรงเรียนคริสต์ธรรมศึกษา  ผมเขียนคำพยานนี้ขึ้นเพื่อขอบพระคุณพระเจ้าผู้ทรงมีเมตตาต่อชีวิตผม และทรงมีกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการเรียกผม ด้วยทรงรู้นิสัยของผมผู้ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมา พระองค์ทรงกำหนดเงื่อนไขชีวิตของผมตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งผมพบว่าความยุ่งยากลำบากในชีวิตวัยเยาว์นั้น ที่แท้เป็นแผนการที่พระเจ้าทรงวาดไว้สำหรับผมโดยเฉพาะ พระองค์ทรงวางเงื่อนไขให้ผมต้องค้นหาความจริงของชีวิตด้วยวิถีทางต่างๆ ให้แจ้งใจก่อน ทรงให้ผมมีข้อมูลในเรื่องชีวิตมากพอที่จะศึกษาเปรียบเทียบด้วยตนเอง เพื่อว่าเมื่อถึงวาระที่พระองค์ทรงสำแดงแก่ผมแล้ว ผมจะได้สิ้นสงสัยและไม่อาจปฏิเสธพระองค์ได้ และนี่คงเป็นพระประสงค์ที่พระองค์ไม่ส่งคริสเตียนไปประกาศกับผมอย่างจริงจังตลอดสี่สิบกว่าปีในชีวิตที่ผ่านมาของผม การแสวงหา   ชีวิตวัยเด็กของผมเต็มไปด้วยความยุ่งยากเนื่องจากปัญหาระหว่างคุณพ่อและคุณแม่เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผมและพี่ๆ […]

งานอบรมผู้เยียวยา บาดแผลในจิตใจ

สมาคมพระคริสตธรรมไทยขอเชิญเข้าร่วม “อบรมผู้เยียวยาบาดแผลในจิตใจ” งานอบรมให้เป็นผู้เยียวยาบาดแผลจิตใจโดยใช้หลักการจากพระคัมภีร์และหลักสุขภาพจิตพื้นฐาน วันที่ 25 – 27 กันยายน  ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสมาคมพระคริสตธรรมไทย คุณสมบัติผู้เข้าอบรม – อายุ 25 ปี ขึ้นไป – เป็นผู้นำคริสตจักร องค์กร หรือผู้ที่มีส่วนในการให้คำปรึกษา ** กรุณาลงทะเบียนเพื่อสำรองที่นั่ง https://forms.gle/x445guJHwXsfkNH9A และชำระค่าลงทะเบียน 2,500 บาท (รวมค่าคู่มือและค่าอาหาร) โดยสามารถแจ้งหลักฐานการโอนเงินหรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์พรพรรณ โทร 093-895-5257 หรือ Line : @thai.bible

มอบพระคัมภีร์ จังหวัดอุดรธานี

มอบพระคัมภีร์ จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้เดินทางไปมอบพระคัมภีร์สำหรับโรงเรียน ให้แก่โรงเรียนในจังหวัดอุดรธานี ได้แก่ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา โรงเรียนอุดรพัฒนาการ และโรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร การมอบพระคัมภีร์เป็นไปด้วยดี และทางทีมงานได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวพระเจ้ากับคณะครู ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการงานในครั้งนี้

คำสาปแช่งในพระธรรมอิสยาห์

คําถาม การกล่าวโทษ การคาดโทษ หรือ การทํานายเกี่ยวกับชนชาติต่างๆ ในพระธรรมอิสยาห์เป็นคําสาปแช่งจากพระเจ้าด้วยหรือไม่ หรือถ้อยคําในลักษณะใดบ้างที่จัดว่าเป็นคําสาปแช่งทั้งจากพระเจ้าและจากประชากรของพระองค์? คําตอบ ก่อนอื่นต้องขอตอบตามบริบทของพระธรรมอิสยาห์ว่า การเผยพระวจนะของอิสยาห์นี้เน้นหนักที่จะกล่าวต่อว่าชนชาติยูดาห์ แต่ก็ครอบคลุมไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งที่อยู่รอบๆ และประเทศที่พระเจ้าส่งมาลงโทษพวกเขาด้วย นอกจากการกล่าวโทษแล้ว พระธรรมอิสยาห์เองก็มีการกล่าวถึงพระพรและพระสัญญาที่พระองค์จะประทานให้กับคนยูดาห์ที่เหลืออยู่ การลงโทษของพระเจ้าต่อคนยูดาห์นั้นไม่ได้เป็นการลงโทษจนพวกเขาถูกทําลายจนหมดสิ้น เพราะพระองค์ทรงระลึกถึงคําสัญญาที่ได้ให้ไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขาหากเราพิจารณาบริบทรวมของพระคัมภีร์เดิม เราจะพบว่าคนอิสราเอลเป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรออกมาเป็นพิเศษ แต่พระเจ้าไม่ได้จํากัดพระองค์ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าของคนอิสราเอลเท่านั้น เพราะพระเจ้าเป็นพระผู้สร้างโลกนี้ และพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ทุกคนตามพระฉายาของพระองค์ ถึงแม้ชนชาติอื่นๆ จะไม่ได้นับถือพระเจ้าเหมือนชนชาติอิสราเอล และพวกเขากราบไหว้เทพเจ้าอื่นๆ พระเจ้าก็ยังมีสิทธิอํานาจเหนือพวกเขาอยู่ดีเมื่อเราทําการค้นหาคําว่า “วิบัติ” ซึ่งเป็นคําขึ้นต้นของการสาปแช่งนั้น เราพบว่า ถูกใช้ด้วยกันทั้งหมด 23 ครั้ง และมีอีกคําาหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการแช่งสาปคือคําาว่า “ครุวาท” ที่มีความหมายว่า คําพูดที่หนัก ถึงแม้จะปรากฏเพียงไม่กี่ครั้งในพระธรรมอิสยาห์ก็ตาม แต่มักจะเป็นคําขึ้นต้นของการแช่งสาป เนื้อความของคําาแช่งสาปนี้มักจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่อธรรมของกลุ่มคนที่ถูกแช่งสาป การแช่งสาปเป็นการกล่าวถึงการลงโทษที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่มีอยู่ 2 ตอนที่คําาแช่งสาปไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่เป็นคําาอุทานของอิสยาห์เอง เมื่อได้เผชิญกับความบริสุทธิ์ของพระเจ้า (อสย. 6:5) และความชอบธรรมของพระเจ้า (อสย.24:16)ตอนหนึ่งที่เป็นคําแช่งสาปที่น่าสนใจมากคือ อสย.45:7 ที่พระเจ้าตรัสว่า “เราทําให้เกิดสวัสดิภาพและสร้างความวิบัติ” ซึ่งวิบัติที่พระเจ้าสร้างขึ้นนี้เป็นวิบัติที่จะให้เกิดกับคนที่ต่อสู้กับพระองค์ (อสย. 45:9) ผู้ที่ไม่ยอมรับผู้ให้กําเนิดของเขา […]

คำว่า เหล็กใน ใน 1 โครินธ์ 15:55

ถาม “…โอ ความตาย เหล็กในของเจ้าอยู่ที่ไหน?” พระธรรม 1 โครินธ์ 15:55 (ฉบับมาตรฐาน 2011) ผู้อ่านท่านหนึ่งบอกว่า สมาคมฯ เขียนคำผิด คำที่ถูกต้องคือ เหล็กไน ตอบ ทางสมาคมฯ ได้ตรวจสอบกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 แล้วพบว่า คำที่ถูกต้องคือ เหล็กใน ซึ่งหมายถึงเดือยแหลมที่มีในก้น หรือปลายหางสัตว์บางชนิด เช่น ผึ้ง แมงป่อง เป็นต้น!

1 2 3 11