คุณเคยประสบกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกบ้างไหม?
คุณเคยประสบกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกบ้างไหม? เงียบก็ตาย พูดก็อาจตาย! เช่นเดียวกับพระนางเอสเธอร์ในตอนนี้! วันนี้ หากพระเจ้าให้คุณอยู่ในตำแหน่งฐานะใดที่จะช่วย ครอบครัว และชนชาติของคุณได้ แต่คุณไม่ยอมเสี่ยงที่จะช่วยพวกเขา เพียงแค่ต้องการเอาตัวคุณรอดคนเดียว คุณก็อาจหนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกัน คุณอาจต้องคิดทบทวนใหม่ว่า พระเจ้ากำลังเปิดโอกาสสำคัญในท่ามกลางวิกฤตินี้ให้แก่คุณอยู่หรือไม่? วิกฤติมักสร้างวีรบุรุษและวีรสตรีอยู่เสมอมา วันนี้ หากคุณมีตำแหน่ง บทบาท ฐานะบางอย่าง หรือเป็นสมาชิกอยู่ในราชการ (บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ) เอกชน หรือในวงการต่างๆ ไม่ว่าจะในทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม บันเทิงและศาสนา (เช่นในคริสตจักร หรือในองค์กรต่างๆ) นั่นอาจเป็นการจัดเตรียมของพระเจ้าเพื่อให้คุณช่วยเหลือช่วยกู้สถานการณ์บางอย่าง ก็เป็นไป ใครจะไปรู้ จริงไหม? เพียงแต่ว่าคุณจะกล้าหาญ ในการพึ่งพระเจ้าและพี่น้องแบะออกไปกระทำกิจสำคัญนั้น ให้สำเร็จ หรือว่าคุณจะเลือกอยู่เงียบๆ หลบเลี่ยงความเสี่ยงทั้งสิ้นและแค่เอาตัวเองรอดแค่นั้น …คุณต้องตัดสินใจเอาเอง!! “โมรเดคัยจึงบอกเขาให้กลับไปทูลตอบพระนางเอสเธอร์ว่า “อย่าคิดว่าเธออยู่ในพระราชวังแล้วจะรอดพ้นได้ดีกว่าพวกยิวอื่นๆ เพราะถ้าเธอเงียบอยู่ในเวลานี้ ความช่วยเหลือและการช่วยกู้จะมาถึงพวกยิวจากที่อื่น แต่เธอและครัวเรือนบิดาของเธอจะพินาศ ที่จริงเธอมารับตำแหน่งราชินีก็เพื่อยามวิกฤตเช่นนี้ก็เป็นได้นะ ใครจะรู้” แล้วเอสเธอร์ตรัสกับเขาให้ไปบอกโมรเดคัยว่า “ไปเถิด ให้รวบรวมพวกยิวทั้งสิ้นที่หาพบในสุสา และถืออดอาหารเพื่อฉัน อย่ารับประทานและอย่าดื่มเป็นเวลาสามวัน ทั้งกลางวันและกลางคืน ฉันและสาวใช้ของฉันจะอดอาหารอย่างท่านด้วย แล้วฉันจะเข้าเฝ้ากษัตริย์แม้ว่าเป็นการฝืนกฎ […]
