การตรึงที่กางเขนเป็นการทรมาน

เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้ายังเด็ก ครูรวีวารศึกษาได้สอนข้าพเจ้าเป็นครั้งแรกถึงเรื่องพระกำเนิด, การดำเนินชีวิต, การสิ้นพระชนม์, และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู ครั้นข้าพเจ้าย่างเข้าสู่วัยหนุ่มก็ได้ พยายามจัดลำดับความรู้ เหล่านั้นให้เป็นระเบียบ เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าคิดสงสัยเรื่องการสิ้น พระชนม์ของพระเยซู แต่นี่ก็ไม่ได้หมาย ความว่าข้าพเจ้าปฏิเสธพระคัมภีร์ เพียงแต่รู้สึกไม่แน่ใจในหลายๆ อย่าง บางครั้งความรู้สึกนี้ทำให้ข้าพเจ้า (สงสัยตนเองมีความสัมพันธ์กับพระคริสต์หรือไม่) เมื่อข้าพเจ้าศึกษาอยู่ในวิทยาลัย อาจารย์กำหนดให้ข้าพเจ้าเขียนรายงานประจำภาคเรื่องหนึ่ง ข้าพเจ้าจึงได้ เลือกค้นคว้าเรื่องการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อได้ศึกษาเรื่องนั้นแล้ว ข้าพเจ้าเกิดความรู้สึก 2 อย่าง คือ รู้สึกหวาดกลัวในเหตุการณ์อันสยดสยองครั้งนั้น และมีความเชื่อในพระเยซูคริสตฺ์ จากหลัก ฐานต่างๆ ของนักประวัติศาสตร์เป็นที่พิสูจน์แล้วว่า พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงฟื้นขึ้นจากความตาย ในสมัยของพระคริสต์นั้น รัฐบาลโรมจะประหารชีวิตนักโทษโดยการจับตรึงที่กางเขน การลงโทษโดยใช้วิธีนี้มิใช่เพื่อล้างผลาญชีวิตของผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่เพื่อให้ประชาชนได้เห็นโทษที่ผู้กระทำผิดได้รับอีกด้วย การตรึงที่กางเขน เป็นการทรมานนักโทษให้ตายอย่างช้าๆ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนขยาดกลัว มิกล้ากระทำผิด วิธีตรึงที่กาง เขนนั้น แผกแตกต่างกันไปบ้าง เล็กน้อยในแต่ละแห่ง แต่ผลลัพธ์นั้นก็เหมือนกัน คือ ความเจ็บปวดรวดร้าวจนตาย อย่างช้าๆ ท่านเคยคิดสงสัยเหมือนข้าพเจ้าหรือไม่ว่า ตะปูที่แทงทะลุมือและเท้าจะทำให้คนตายได้อย่างไรกัน ขอเชิญพิจารณาร่วมกับข้าพเจ้าถึงเรื่องนี้       การโบยตี – บางครั้ง สิ่งแรกสุดในกระบวนการตรึงที่กางเขนก็คือ การเฆี่ยนตีผู้กระทำผิดจนเกือบจะตาย […]

คนตัดต้นไม้

      มีคนตัดไม้คนหนึ่งนำฟืนไปขายให้แก่ร้านขายฟืน ซึ่งร้านขายฟืนก็ปฏิบัติต่อคนตัดไม้ดีมาก ดังนั้นคนตัดไม้จึงคิดอยากตอบแทนโดยการจะตัดไม้ให้ได้เป็นจำนวนมากๆ ในวันแรกคนตัดไม้ตัดไม้ได้ 20 ต้น แล้วนำมาให้ร้านขายฟืนซึ่งร้านขายฟืนก็ชมเชยและปฏิบัติต่อคนตัดไม้อย่างดี แต่พอในวันที่ 2 คนตัดไม้ก็ตั้งใจจะตัดให้ได้มากขึ้น แต่ปรากฏว่ากลับตัดได้เพียง 18 ต้น ในวันรุ่งขึ้นก็กะว่าจะตัดให้ได้มากยิ่งขึ้น แต่ก็กลับเหลือ 16 ต้น ยิ่งนับวันผ่านไปเรื่อยๆ ก็ตัดได้น้อยลงเรื่อยๆ จนในที่สุดคนตัดไม้ก็รู้สึกละอายใจจึงไปกล่าวคำขอโทษกับทางร้านขายฟืน แต่เจ้าของร้านขายฟืนก็กลับถาม คนตัดไม้ว่า “คุณลับขวานครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่” คนตัดไม้ ตอบว่า “ผมไม่มีเวลาหยุดลับขวานเลย เพราะขนาด ไม่หยุด ยังตัดไม้ได้น้อยขนาดนี้” ซึ่งเจ้าของร้านก็บอกแก่คนตัดไม้ว่า “คุณลองคิดดูสิว่าหากคุณหยุดลับขวานให้คมโดยเสียเวลาเพียงเล็กน้อย คุณอาจตัดไม้ได้มากกว่านี้ก็ได้ เปรียบได้กับการทำงาน ถ้าคุณก้มหน้าก้มตาทำโดยไม่หยุดพักหยุดคิด ก็เปรียบได้กับคนตัดไม้ คุณก็จะช้าลงไปเรื่อยๆ” (ข้อคิด) ชีวิตในการรับใช้พระเจ้าของคริสตชนก็เช่นกัน ถ้าเรามัวแต่รับใช้ไม่ว่างานอะไรเข้ามาทำหมด แต่ไม่มีเวลาที่จะ เข้าเฝ้าพระเจ้า อ่านพระคัมภีร์ซึ่งเป็นพระวจนะของพระเจ้า จิตวิญญาณของคุณจะเหมือนขวาน ที่ไม่ได้ลับ มันจะทื่อ และทำงานได้ช้าลง คุณภาพลดลงเรื่อยๆ ต้องจัดเวลาที่เข้าเฝ้าพระเจ้าด้วยการอ่านพระวจนะของพระองค์ เพื่อคุณจะสามารถฟื้นฟู วิญญาณจิตของคุณให้เข้มแข็ง ก้าวทุกก้าวไปกับ พระวจนะของพระองค์ทุกๆวัน […]

เก้าอี้ที่ว่างเปล่า

     หญิงสาวคนหนึ่งได้เชิญศิษยาภิบาลของคริสตจักรให้มาอธิษฐานเผื่อคุณพ่อของเธอ เมื่อศิษยาภิบาลมาถึงบ้านก็ได้พบชายสูงอายุนอนอยู่บนเตียงและต้องใช้หมอนหนุน ศีรษะถึง 2 ใบ และสังเกตเห็นว่ามีเก้าอี้ว่างตัวหนึ่งตั้งอยู่ที่ข้างเตียง ศิษยาภิบาลก็คิดว่า ชายผู้นี้คงทราบล่วงหน้าแล้วว่าตนจะมาเยี่ยม จึงกล่าวทักขึ้นว่า “คุณคงคอยผมอยู่ใช่ไหมครับ?” ชายคนนั้นกลับตอบว่า “เปล่า! คุณเป็นใครน่ะ?” ศิษยาภิบาลจึงแนะนำตนเอง และกล่าวต่อไปว่า “ผมเห็นเก้าอี้ตัวนี้ตั้งอยู่ ผมจึงคิดว่าคุณคงเตรียมไว้ต้อนรับผม” ชายสูงอายุจึงอุทานว่า “โอ ใช่ เก้าอี้ตัวนี้……” และได้ขอให้ศิษยาภิบาลช่วยไปปิดประตูห้องให้ ศิษยาภิบาลรู้สึกงงต่อคำขอร้องนี้แต่ก็ได้ทำตาม แล้วชายสูงอายุก็พูดต่อว่า “ฉันไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครมาก่อน แม้แต่กับลูกสาวของฉันเอง คือตลอดชีวิต ฉันไม่เคยรู้ว่าคนเขาอธิษฐานกันอย่างไร แต่ก็ได้ยินศิษยาภิบาลที่โบสถ์พูดถึงเรื่องการอธิษฐานอยู่เสมอ ซึ่งสำหรับฉันแล้ว ฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเสมอ ฉันจึงไม่เคยมีความพยายามในการอธิษฐาน จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อสี่ปีที่แล้ว เพื่อนรักของฉันพูดกับฉันว่า ‘จอห์นนี่ การอธิษฐานเป็นเรื่องธรรมดามาก มันก็คือการได้คุยกับพระเยซูเท่านั้นเอง ฉันจะบอกให้ว่า นายจะต้องทำอย่างไร นายเพียงแต่นั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง แล้วเอาเก้าอี้อีกตัวหนึ่งมาวางไว้ตรงหน้า และด้วยความเชื่อ จงคิดว่าพระเยซูนั่งอยู่บนเก้าอี้ว่างตัวนั้น ที่ฉันพูดนี่นะ ไม่ใช่เป็นเรื่องของไสยศาสตร์ แต่เป็นไปตามคำสัญญาของพระองค์ที่ว่าพระองค์ จะอยู่กับนายตลอดเวลา ดังนั้นนายเพียงแต่พูดกับพระเยซูเหมือนกับพูดกับฉันในเวลานี้’” – “ฉันจึงลองทำตามที่เพื่อนบอกและรู้สึกชอบมาก ตั้งแต่นั้นมา ฉันทำเช่นนี้วันละ 2 […]

Food for Anti Health

    โรคที่เป็นกันมาก กับอาหารที่ต้านโรคโลหิตจาง  – รับประทานวิตามินบี 12 มาก ๆ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 คือ นม เนยแข็ง ปลา ชนิดต่าง ๆและเนื้อสัตว์ชนิดต่าาง ๆ  โรคผิวหนังอักเสบ โรคนอนไม่หลับ โรคผมร่วง – หมั่นรับประทานอาหารที่มีไบโอตินมาก ๆ แหล่งอาหารที่มีไบโอตินมาก ๆ ก็คือ ตับ ถั่ว ยีสต์ โรคโลหิตจาง โรคปลายเส้น  ประสาทอักเสบ โรค  ตะคริว  โรคผิวหนังอักเสบ – ควรรับประทานอาหารที่มี วิตามินบี 6 สูง จะช่วยต้านโรคดังกล่าวได้ แหล่งอาหารที่มีวิตามินบี 6 สูง คือ ข้าวโพด นม ถั่วเหลือง  ไข่ ปลา ข้าวสาลี  โรคเหนื่อยง่าย เฉื่อยชา โรคตาแดง โรคริมฝีปากอักเสบ […]

อาหารตามหลักของพระคัมภีร์

  อาหาร ตามหลักพระคัมภีร์ไบเบิล พระองค์ตรัสว่า “ถ้าเจ้าทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าของเจ้า และกระทำสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรของพระองค์ เงี่ยหูฟังพระบัญญัติของพระองค์ และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของพระองค์ทุกประการแล้ว โรคต่างๆซึ่งเราบันดาลให้เกิดแก่ชาวอียิปต์นั้น เราจะไม่ให้บังเกิดแก่พวกเจ้าเลย เพราะเราคือพระเจ้า แพทย์ของเจ้า”(อพย 15:26) จาก การศึกษาพระคัมภีร์และการเรียนแพทย์ของผม (นพ. เร็กซ์ รัสเซล) รวมทั้งการนำวิธีการในพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตของผมเอง ทำให้ผมสามารถสรุปกฎบางประการที่ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่พระเจ้าได้สั่งให้ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดสุขภาพอันดีในประชากรของพระองค์ ผมขอเรียกกฎเหล่านี้ว่า “กฎสามประการ”      กฎข้อที่ 1 จงกินแต่สิ่งที่พระเจ้าประทานให้เป็นอาหารเท่านั้น หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ได้สร้างสำหรับเป็นอาหาร       กฎข้อที่ 2 จงกินอาหารในลักษณะที่ถูกสร้าง อย่าเปลี่ยนแปลงให้เป็นสิ่งที่มนุษย์คิดเองว่าดีกว่า       กฎข้อที่ 3 อย่าเสพติดอาหารใดๆ อย่าให้อาหารเป็นรูปเคารพสำหรับท่าน สิ่งที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้กำลังจะบอกท่านว่า พระเจ้าผู้สร้างท่านได้ให้หนังสือคู่มือในการใช้ชีวิต (สิ่งประดิษฐ์ของพระองค์) เหมือนที่ท่านต้องมีคู่มือการใช้เมื่อท่านซื้อเครื่องใช้หรือเครื่องมือที่ สลับซับซ้อนมาใช้ ดังคำในพระธรรม 2ทิโมธีว่า “พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดีและการอบรมในทางธรรม” ถึงแม้ว่าคำสอนส่วนใหญ่ในพระคัมภีร์จะกล่าวฟถึงเรื่องของจิตวิญญาณและความ รอด แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่พระเจ้าได้สั่งถึงข้อปฏิบัติในแง่ของการเป็นอยู่ […]

1 2 3