ทำไมปลาจึงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของคริสเตียน 7/24

ทำไมปลาจึงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของคริสเตียน หลายคนคงเคยเห็นสัญลักษณ์รูปปลาที่คริสเตียนใช้ทำเป็นของที่ระลึก พิมพ์บนเสื้อ หรือทำเป็นป้ายติดท้ายรถยนต์ คุณรู้หรือไม่ว่า เหตุใดปลาจึงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของคริสเตียน ปลาเป็นสัตว์ที่ถูกกล่าวถึงหลายครั้งในพระคัมภีร์ พระธรรมปฐมกาลกล่าวถึงการที่พระเจ้าทรงสร้างสัตว์น้ำซึ่งรวมถึงปลาในวันที่ห้า (ปฐก.1:20-23) พระเจ้าทรงบัญชาให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างตามฉายาของพระองค์ครอบครองสัตว์ต่างๆ รวมทั้งฝูงปลาในทะเล (ปฐก.1:26) ผู้เผยพระวจนะโยนาห์อยู่ในท้องปลาเป็นเวลาสามวันสามคืน อันเป็นหมายสำคัญเล็งถึงพระเยซูผู้ถูกฝังเป็นเวลาสามวันและสามคืน (มธ.12:40) ในพระคัมภีร์ใหม่ สาวกหลายคนของพระเยซูเป็นชาวประมง (มธ.4:18-22; มก.1:16-20; ลก.5:1-11) พระองค์ทรงตั้งพวกเขาให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา (มธ.4:19; มก.1:17; ลก.5:10) ปลาเป็นหนึ่งในอาหารของผู้คนในอิสราเอล (ลก.24:41-42; ยน.21:9) พระเยซูทรงทำการอัศจรรย์เลี้ยงคนห้าพันคนด้วยขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวที่ทวีจำนวน (มธ.14:13-21; มก.6:30-44; ลก.9:10-17; ยน.6:1-14) ในส่วนของการที่คริสเตียนใช้ปลาเป็นสัญลักษณ์ของผู้เชื่อนั้น สามารถย้อนประวัติศาสตร์ไปถึงคริสตจักรในสมัยแรกได้ ขณะนั้นความเชื่อคริสเตียนเป็นสิ่งผิดกฎหมายและคริสเตียนถูกข่มเหงอย่างรุนแรงโดยผู้มีสิทธิอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปกครองชาวโรมัน คริสเตียนจึงหาสัญลักษณ์ที่คนนอกไม่รู้ในขณะที่คนในรู้เพื่อช่วยในการพบปะกัน กางเขนเป็นเครื่องหมายที่เฉพาะเจาะจงของคริสเตียน จึงโจ่งแจ้งและไม่อาจใช้ได้ ในขณะที่ปลาเป็นสัญลักษณ์ที่คนหลายกลุ่มรวมทั้งคนนอกศาสนาใช้ การใช้ปลาเป็นสัญลักษณ์ของคริสเตียนจึงไม่ทำให้เป็นที่น่าสงสัยจนเกินไป มีเรื่องเล่าว่า เมื่อคนแปลกหน้าสองคนพบกัน ฝ่ายหนึ่งที่เป็นคริสเตียนจะขีดเส้นโค้งลงบนพื้น หากอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคริสเตียนเช่นกัน เขาจะขีดเส้นโค้งอีกเส้นหนึ่งต่อเป็นรูปปลา ก็จะเป็นที่รู้กันว่าทั้งสองฝ่ายเป็นคริสเตียน แต่หากอีกฝ่ายหนึ่งไม่ใช่คริสเตียน เขาก็จะไม่รู้ความหมายของเส้นโค้งและไม่ได้วาดต่อ ฝ่ายที่เป็นคริสเตียนก็ปกปิดตัวตนต่อไป นอกจากนี้ คำว่า “ปลา” ในภาษากรีก คือ ΙΧΘΥΣ (Ichthys) ยังมีความหมายลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ด้วย เพราะตัวอักษรกรีกทั้ง 5 ตัวนี้เป็นอักษรตัวแรกของคำห้าคำในภาษากรีกที่เกี่ยวข้องกับพระเยซู […]

ทำทำไมยอห์นจึงเรียกพระเยซูว่า “พระวาทะ” 6/23

ทำทำไมยอห์นจึงเรียกพระเยซูว่า “พระวาทะ” ในพระกิตติคุณและจดหมายฝากของยอห์น ท่านอัครทูตเรียกพระเยซูว่า พระวาทะ พระกิตติคุณยอห์นเปิดด้วยข้อความว่า “ในปฐมกาลพระวาทะทรงดำรงอยู่ และพระวาทะทรงอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า ในปฐมกาลพระองค์ทรงอยู่กับพระเจ้า พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งขึ้นมาโดยพระวาทะ ในบรรดาสิ่งที่เป็นอยู่นั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่เป็นอยู่นอกเหนือพระวาทะ” (ยน. 1:1-3) จดหมายฝากฉบับแรกของท่านขึ้นต้นว่า “เราขอแจ้งเกี่ยวกับสิ่งที่มีมาตั้งแต่ปฐมกาล ซึ่งเราได้ยิน ได้เห็นกับตา ได้พินิจดู และจับต้องด้วยมือของเรานั้น คือพระวาทะแห่งชีวิต” (1 ยน.1:1) ยอห์นยังได้กล่าวด้วยว่า “พระวาทะทรงเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา เราเห็นพระสิริของพระองค์ คือ พระสิริที่สมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง” (ยน.1:14) จึงเป็นที่แน่ชัดว่า พระวาทะที่ท่านกล่าวถึงนี้คือพระเยซูคริสต์นั่นเอง เหตุใดยอห์นจึงเรียกพระเยซูเช่นนั้น คำว่า “พระวาทะ” ในต้นฉบับภาษากรีก คือ logos ความหมายของคำนี้ที่เราคุ้นเคยคือ ถ้อยคำ ข้อความ หรือ คำพูด คำกรีกคำนี้ยังให้ความหมายถึง เหตุผล และยังเป็นรากศัพท์ของคำว่า logic ในภาษาอังกฤษที่แปลว่า ตรรกะ ซึ่งก็หมายถึงการให้เหตุผลด้วยคำพูด นอกจากนี้ logos ยังถูกใช้ในทางปรัชญาของกรีก เพื่อหมายถึง จิตวิญญาณของจักรวาล หลักการที่เป็นสากล หรือพลังที่มีอำนาจในการสร้างและพยุงรักษาสรรพสิ่งในจักรวาล […]

ทำไมพระเยซูทรงเลือกยูดาสเป็นสาวก 5/23

ทำไมพระเยซูทรงเลือกยูดาสเป็นสาวก ยูดาสอิสคาริโอท น่าจะเป็นหนึ่งในสาวกของพระเยซูคริสต์ที่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ที่ทรยศพระองค์ จนเป็นเหตุให้พระองค์ทรงถูกจับกุมและถูกตรึงบนไม้กางเขน แต่เรื่องที่น่าจะคาใจหลายคนก็คือ พระเยซูทรงทราบตั้งแต่แรกหรือไม่ว่ายูดาสจะกลายเป็นคนทรยศ และหากพระองค์ทรงทราบ ทำไมพระองค์จึงยังทรงเลือกเขาเป็นหนึ่งในสาวก ยูดาสอิสคาริโอท เป็นบุตรของซีโมนอิสคาริโอท (ยน.6:71; 13:2) อย่างไรก็ตาม “อิสคาริโอท” (Iscariot) ไม่ใช่นามสกุลของเขา แต่อาจมีความหมายที่เป็นไปได้หลักๆ 2 แบบ คือ คำนี้มาจากคำฮีบรู “อิช เคริโอท/คีริยาท” (Ish Kerioth/Kiriyath) ซึ่งแปลว่า “ชายจากเมือง เคริโอท/คีริยาท” ซึ่งเป็นเมืองในภาคใต้ของอิสราเอล ถ้าเป็นเช่นนี้ก็แสดงว่า ยูดาสเป็นคนจากแคว้นยูเดีย ขณะที่สาวกคนอื่นๆ นั้นมาจากแคว้นกาลิลีในภาคเหนือเหมือนกับพระเยซูคริสต์ คำนี้อาจมาจากคำละติน “สิคารีอุส” (Sicarius) แปลว่า “ฆาตกร/นักฆ่า” ซึ่งมาจากรากศัพท์ “สิคา” (Sica) ซึ่งแปลว่า “กริช/มีดสั้น” คำนี้ยังใช้เรียกพวกยิวชาตินิยมหัวรุนแรงที่มักจะลอบสังหารเจ้าหน้าที่ของโรมด้วย ถ้าเป็นเช่นนี้ก็แสดงว่า ยูดาสเป็นพวกชาตินิยมเช่นเดียวกันกับซีโมนพรรคชาตินิยม (มธ.10:4; มก.3:18; ลก.6:15) ทั้งนี้ นักวิชาการส่วนใหญ่ในปัจจุบันดูจะเห็นด้วยกับความหมายแบบแรกมากกว่า ในพันธสัญญาใหม่ ยูดาสอิสคาริโอทไม่ถูกกล่าวถึงเลยในจดหมายฝากต่างๆ และถูกเอ่ยถึงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในพระธรรมกิจการของอัครทูต (กจ.1:16-18, 25) ข้อมูลส่วนใหญ่เกี่ยวกับยูดาสและการทรยศของเขาจึงพบได้เฉพาะในพระกิตติคุณสี่เล่ม ซึ่งพอจะรวบรวมมาสรุปความในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคำถามข้างต้นได้ดังนี้ […]

“เยโฮวาห์”หรือ“ยาห์เวห์” 3/23

“เยโฮวาห์”หรือ“ยาห์เวห์” ในพระคัมภีร์ภาษาเดิมคือภาษาฮีบรู พระนามเฉพาะของพระเจ้าประกอบด้วยตัวอักษรฮีบรู 4 ตัว ได้แก่  י (โยด) ה (เฮ) ו (วาว) ה (เฮ) รวมกันเป็น יהוה หรือเขียนทับศัพท์เป็นภาษาอังกฤษได้ว่า YHWH ซึ่งนักวิชาการเรียกกันว่า เททราแกรมมาทอน (Tetragrammaton) ซึ่งเป็นคำกรีก แปลตรงตัวว่า อักษรสี่ตัว ในอดีต พระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับต่างๆ มีแนวทางการแปลพระนามนี้อยู่สองแนวทางหลักได้แก่ การทับศัพท์ โดยยึดเอาตามการสะกดที่ปรากฏในสำเนาโบราณ เช่น “ยะโฮวา” หรือ “เยโฮวาห์” หรือในภาษาอังกฤษว่า “Jehovah” ฉบับที่มักจะแปลตามแนวทางนี้ได้แก่ ฉบับ 1940 ฉบับ 1971 ASV เป็นต้น การแปลเป็นพระนามทั่วไป เช่น “องค์พระผู้เป็นเจ้า” หรือ “องค์เจ้านาย” หรือในภาษาอังกฤษว่า “The Lord” ฉบับที่มักจะแปลตามแนวทางนี้ได้แก่ ฉบับประชานิยม ฉบับอมตธรรม ESV KJV NKJV NASB NIV GNB CEV เป็นต้น คำถามหนึ่งที่คนสงสัยคือ พระนามนี้ควรจะออกเสียงว่า “เยโฮวาห์” หรือ “ยาห์เวห์” กันแน่  เพื่อที่จะตอบคำถามนี้ เราจะต้องย้อนไปดูประวัติศาสตร์ของการออกเสียงเรียกพระนามพระเจ้า เนื่องจากชาวยิวตั้งแต่สมัยโบราณถือว่าพระนามเฉพาะของพระเจ้าเป็นพระนามบริสุทธิ์และไม่ควรที่จะเอ่ยถึง ดังนั้น เวลากล่าวถึงพระเจ้า ชาวยิวจึงนิยมใช้คำว่า אֲדֹנָי (เขียนทับศัพท์ได้ว่า ʾăDoNaY อ่านว่า อโดนาย) แปลว่า “องค์เจ้านาย” […]

คุณรู้หรือไม่ ทำไมจึงต้องมีการแก้ไขปรับปรุงสำนวนแปลพระคัมภีร์ 2/22

คุณรู้หรือไม่ ทำไมจึงต้องมีการแก้ไขปรับปรุงสำนวนแปลพระคัมภีร์    พระคริสตธรรมคัมภีร์ถูกเขียนขึ้นเป็นภาษาฮีบรู อาราเมค และกรีก และได้ถูกแปลเป็นภาษาไทยครั้งแรกเมื่อกว่า 200 ปีที่แล้ว โดยมิชชันนารีชาวตะวันตก ทั้งนี้ พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับสมบูรณ์ (ทั้งพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่) ที่จัดทำโดย TBS มีอยู่ 4 ฉบับ ได้แก่ ฉบับ 1940 ฉบับ 1971 ฉบับประชานิยม และฉบับมาตรฐาน 2011 นอกจากนี้ TBS ก็กำลังแปลพระคริสตธรรมคัมภีร์เป็นภาษามือไทยด้วย บางคนอาจจะตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงต้องมีการแก้ไขปรับปรุงสำนวนแปลหลายครั้ง ภารกิจดังกล่าวนั้นน่าจะเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้วหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการจัดพิมพ์พระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับมาตรฐานเมื่อไม่นานมานี้ แต่ในความเป็นจริง เมื่อเวลาผ่านไป การแก้ไขปรับปรุงคำแปลพระคริสตธรรมคัมภีร์ก็ยังคงจำเป็นต้องทำกันอีกด้วยเหตุผลอย่างน้อย 3 ประการ คือ เหตุผลด้านภาษา ทุกภาษาในโลกรวมทั้งภาษาไทยล้วนแล้วแต่มีวิวัฒนาการ และเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทผู้ใช้ภาษาอยู่เสมอ จึงต้องมีการแก้ไขการใช้ภาษาที่ล้าสมัย หรือสำนวนที่สามัญในยุคหนึ่ง แต่เข้าใจยากในปัจจุบัน เหตุผลด้านสังคม สภาพสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ทำให้ต้องคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้อ่านหรือผู้ฟัง ซึ่งอาจไม่คุ้นเคยกับบริบทเบื้องหลังของผู้คนใน พระคริสตธรรมคัมภีร์ เช่น วัฒนธรรม ค่านิยม ฯลฯ หรือโลกทัศน์ของคนเหล่านั้นเกี่ยวกับบางประเด็นในสังคม เช่น เพศ […]

ทำไมยังคงคำว่า “ผัก” ในพระคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน ?

ทำไมยังคงคำว่า “ผัก” ในพระคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน ? คำถาม ในฉบับมาตรฐาน 2011 มาระโก 4:30-32 ทำไมยังคงคำว่า “ผัก” อยู่ในข้อ 32 เมื่อดูไปที่ฉบับ 1940 ในข้อที่ 31 ใช้คำว่า “เมล็ดพันธุ์ผักกาด” และ ข้อ 32 ใช้ว่า “ใหญ่กว่าผักทั้งปวง” ฉบับ 1971 ในข้อที่ 31 ใช้คำว่า “เมล็ดพืช” และข้อที่ 32 ยังใช้ว่า “ใหญ่กว่าผักทั้งปวง” แต่ในฉบับมาตรฐาน 2011 ใช้คำว่า “เมล็ดมัสตาร์ด” แต่ยังคงใช้คำว่า “ผัก” ซึ่งที่จริงน่าจะต้องเปลี่ยนเป็นคำอื่นที่ให้ภาพที่ใหญ่พอให้นกมาอาศัย เพราะการที่จะใหญ่พอที่นกจะมาเกาะนั้น ไม่ใช่ผักแล้ว คำตอบ มาระโก 4:30-32 (ฉบับมาตรฐาน 2011) 30 พระองค์ตรัสอีกว่า “แผ่นดินของพระเจ้า จะเปรียบเหมือนสิ่งใด? หรือจะแสดงด้วยอุปมาอย่างไร? 31 ก็เปรียบเหมือนเมล็ดมัสตาร์ดเมล็ดหนึ่ง […]

ทำไมจึงแปลคำว่า “and“ ในสำนวน KJV เป็น “คือ” ใน 2 เปโตร 1:1 ฉบับมาตรฐาน (2011) ?

ทำไมจึงแปลคำว่า “and“ ในสำนวน KJV เป็น “คือ” ใน 2 เปโตร 1:1 ฉบับมาตรฐาน (2011) ? คำตอบ 2 Peter 1:1 (KJV) Simon Peter, a servant and an apostle of Jesus Christ, to them that have obtained like precious faith with us through the righteousness of God and our Saviour Jesus Christ: 2 เปโตร 1:1 (ฉบับมาตรฐาน) สิเมโอนเปโตร ผู้รับใช้และอัครทูตของพระเยซูคริสต์ เรียน […]

สำเนาดั้งเดิมของพระคัมภีร์ ถูกเขียนขึ้นเป็นภาษาอะไร 4/23

สำเนาดั้งเดิมของพระคัมภีร์ ถูกเขียนขึ้นเป็นภาษาอะไร แม้พระคัมภีร์ที่เราใช้ในปัจจุบันจะดูเหมือนเป็นหนังสือเล่มเดียว แท้จริงแล้ว พระคัมภีร์ประกอบไปด้วยพระธรรมถึง 66 เล่มที่ถูกเขียนขึ้นโดยคนหลายคนในหลากหลายสถานที่ โดยมีกรอบเวลาในการบันทึกจากเล่มแรกถึงเล่มสุดท้ายนานถึงประมาณ 1,700 ปี บริบทที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาส่งผลให้มีการใช้ภาษาในการบันทึกที่แตกต่างกัน จากบรรดาสำเนาโบราณของพระคัมภีร์ที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน เราทราบว่า ส่วนใหญ่ของพระธรรมต่างๆ ในพันธสัญญาเดิมถูกเขียนขึ้นเป็นภาษาฮีบรู และส่วนน้อยเป็นภาษาอาราเมค ส่วนพันธสัญญาใหม่นั้นถูกเขียนขึ้นเป็นภาษากรีก เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ภาษาฮีบรู ก่อร่างสร้างอัตลักษณ์ ภาษาฮีบรูเป็นภาษาของชาวอิสราเอลตั้งแต่โบราณ จัดอยู่ในตระกูลภาษาเซมิติกซึ่งใช้กันในดินแดนแถบตะวันออกกลางและบางส่วนของแอฟริกา เนื่องจากพันธสัญญาเดิมถูกเขียนขึ้นโดยคนอิสราเอลที่ใช้ภาษาฮีบรูเป็นภาษาแม่เพื่อให้คนอิสราเอลอ่าน ต้นฉบับพันธสัญญาเดิมจึงถูกเขียนขึ้นเป็นภาษาฮีบรู นอกจากนี้ ช่วงศตวรรษที่ 12-10 ก่อน ค.ศ. คือยุคสร้างชาติของอิสราเอล ชาวอิสราเอลสิบสองเผ่าจำเป็นต้องรวมตัวกันให้เป็นปึกแผ่นภายใต้อัตลักษณ์เดียวกัน ซึ่งแสดงออกผ่านทางการเขียนพระคัมภีร์ด้วย ภาษาอาราเมค ซึมซับความหลากหลาย ภาษาอาราเมคจัดอยู่ในตระกูลภาษาเซมิติกเช่นเดียวกัน จึงเรียกได้ว่า เป็นภาษาพี่ภาษาน้องของภาษาฮีบรู แต่เดิมภาษาอาราเมคเป็นภาษาของชาวอารัม-ดามัสกัส หรือชาวอาณาจักรซีเรียโบราณ ซึ่งมีอาณาบริเวณครอบคลุมถึงแถบเมโสโปเตเมียในราวศตวรรษที่ 10 ก่อน ค.ศ. ภาษาอาราเมคจึงกลายเป็นภาษากลางของภูมิภาคนี้รวมถึงในสมัยที่อาณาจักรอัสซีเรีย บาบิโลน และเปอร์เซียได้เรืองอำนาจ ด้วยเหตุนี้ ชาวยูดาห์ในช่วงเวลานี้จึงรู้ภาษาอาราเมคด้วย เพียงแต่จำกัดในแวดวงชนชั้นสูง (2 พกษ.18:26; อสย.36:11) จนในศตวรรษที่ 6 ก่อน […]

ผู้หญิงรอดได้ด้วยการมีบุตร (Woman Saved through Childbearing)

คำพูดนี้ฟังดูน่าประหลาดจริงๆ “ผู้หญิงจะรอดได้ด้วยการมีบุตร” เปาโลคิดอะไรอยู่เมื่อกล่าวเช่นนั้น English version

จงให้ผู้หญิงอยู่เงียบๆ ในคริสตจักร (Women Should Keep Silent in Church)

ผู้หญิงต้องอยู่เงียบๆ ในคริสตจักรหรือไม่ เปาโลหมายความเช่นไรเมื่อกำชับเช่นนั้น English version

1 2 3 4 11