ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน แปล 1 ยอห์น 5:19 “…แต่โลกทั้งหมดอยู่ในมือของมารร้าย” 3/17

ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน แปล 1 ยอห์น 5:19 “…แต่โลกทั้งหมดอยู่ในมือของมารร้าย” ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 แปล 1 ยอห์น 5:19 ว่า “…แต่โลกทั้งหมดอยู่ในมือของมารร้าย” ทั้งๆ ที่ในภาษากรีกไม่มีคำว่า “มือ” หรือ “อานุภาพ” แต่ตามตัวอักษรของข้อนี้ในต้นฉบับกรีกแปลว่า “ทั่วทั้งโลกอยู่ใต้การปิดบังของมารร้าย!” ? . ก่อนอื่นขออธิบายว่า การแปลพระคัมภีร์ของสมาคมพระคริสตธรรมไทยนั้น ไม่ได้แปลโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่แปลโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของภาษาเดิมของพระคัมภีร์ และมีความรู้เรื่องศาสนศาสตร์อย่างดี การแปลพระธรรมแต่ละเล่มนั้นจะต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือเมื่อผู้แปลคนแรกแปลเสร็จ ก็จะต้องส่งต่อให้ผู้แปลคนที่สองเพื่อตรวจสอบการแปลเพื่อความถูกต้อง นอกจากนั้นยังส่งให้อนุกรรมการตรวจสอบคำแปลอ่านด้วย หลังจากที่ได้รับคำเสนอแนะจากผู้แปลคนที่สองและอนุกรรมการตรวจสอบคำแปลแล้ว ผู้แปลคนแรกจะทำการแก้ไข และส่งให้ที่ปรึกษาฝ่ายการแปลของสหสมาคมพระคริสตธรรมสากล (United Bible Societies) ซึ่งเป็นนักวิชาการที่มีความสามารถในเรื่องการแปลพระคัมภีร์โดยเฉพาะ  สหสมาคมพระคริสตธรรมสากล เป็นองค์กรที่ทำการแปลพระคัมภีร์มากที่สุดในโลก และได้จัดทำคู่มือการแปลพระคัมภีร์ให้กับผู้แปลทั่วโลก เพื่อให้การแปลพระคัมภีร์ทั่วโลกมีมาตรฐาน สมาคมพระคริสตธรรมไทยเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของสหสมาคมพระคริสตธรรมสากล ดังนั้นการแปลพระคัมภีร์ของสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงเป็นการแปลที่ได้มาตรฐานสากล ผู้อ่านทุกท่านจึงสามารถมั่นใจได้ว่า พระคัมภีร์ที่แปลโดยสมาคมพระคริสตธรรมไทยนั้นเป็นพระคัมภีร์ที่น่าเชื่อถือและถูกต้อง . อีกประการหนึ่งเมื่อพิจารณาคำถามนี้แล้ว จะเห็นว่าข้อความที่ยกมานี้เป็นเพียงครึ่งหลังของ 1 ยอห์น 5:19 โดยไม่ได้พิจารณาครึ่งแรกของข้อนี้ซึ่งมีข้อความว่า “เรา​​รู้​ว่า​เรา​เกิด​จาก​พระ​เจ้า” […]

การแปลที่ซื่อสัตย์เป็นอย่างไร? 2/17

การแปล ที่ซื่อสัตย์เป็นอย่างไร? คอลัมน์ “ท่านถาม ฝ่ายแปลตอบ” ฉบับนี้ จะตอบคำถามของสองท่านที่ถามเกี่ยวกับคำแปลในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ 15:18 และพระธรรมดาเนียล 11:32 ตามลำดับ โดยผู้ถามเห็นว่าฉบับมาตรฐานแปลผิดและแปลไม่ตรงความหมายในภาษาเดิม ดังนั้นทางฝ่ายแปลขอเรียนตอบท่านดังนี้ พระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ 15:18 ฉบับ 1971 เมื่อท่านปล่อยเขาให้เป็นอิสระนั้น ท่านอย่ารู้สึกหนักอกหนักใจ เพราะว่าเขาได้รับใช้ท่านมาเจ็ดปี ด้วยค่าแรงครึ่งหนึ่งของลูกจ้างเท่านั้น พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงอำนวยพระพรแก่ท่าน ในการที่ท่านได้กระทำนั้น ฉบับ 2011 เมื่อท่านปล่อยเขาให้เป็นอิสระนั้น ท่านอย่ารู้สึกหนักใจ เพราะเขาได้รับใช้ท่านมาหกปี ด้วยแรงงานสองเท่าของค่าแรงลูกจ้าง และพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงอวยพรแก่ท่าน ในทุกสิ่งที่ท่านได้ทำนั้น คำถาม พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 น่าจะมีการแปลผิดใน เฉลยธรรมบัญญัติ 15:18 คือน่าจะแปลเป็น “ด้วยแรงงานครึ่งหนึ่งของค่าแรงของลูกจ้างเท่านั้น” โดยเทียบเคียงกับฉบับก่อนหน้านี้คือฉบับ 1971 นอกจากนี้ฉบับภาษาอังกฤษหลายๆ ฉบับ ก็แปลว่า “ค่าจ้างเพียงครึ่งเดียว” คำตอบ หากเปรียบเทียบคำแปลพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ 15:18 ระหว่างพระคัมภีร์ฉบับ 1971 และฉบับ 2011 เราพบความแตกต่างข้างต้น และเมื่อสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่ามีความแตกต่างสำคัญสองจุดที่ก่อให้เกิดคำถาม […]

ทำไม สดุดี 106 ใช้คำสรรพนามบุรุษที่ 3 อย่างไม่เสมอต้นเสมอปลาย? 1/17

ทำไม สดุดี 106 ใช้คำสรรพนามบุรุษที่ 3 อย่างไม่เสมอต้นเสมอปลาย? คำถาม ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงแปลคำสรรพบุรุษที่ 3 ในพระธรรมสดุดี 106 ไม่เสมอต้นเสมอปลายคือ แปลออกมาหลายคำมาก มีทั้ง “ท่าน” มีทั้ง “เขา” มีทั้ง “พวกเขา” มีทั้ง “พวกของท่าน” มีทั้ง “ท่านเหล่านั้น” ? คำตอบ ก่อนที่จะไปราบละเอียดของคำสรรพนาม ขอให้เรามาดูภาพรวมของสดุดีบทนี้ก่อน พระธรรมสดุดีมีคำขึ้นต้น และคำลงท้ายว่า “สรรเสริญพระยาห์เวห์” แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ใช่บทเพลงสรรเสริญ แต่เป็นการสารภาพบาปในอดีตของชนชาติอิสราเอลมากกว่า การสรรเสริญพระยาห์เวห์ในตอนท้ายของบทนี้ไม่น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของบทนี้ แต่เป็นการจบของบรรพที่ 4 เพราะบทที่ 106 เป็นบทสุดท้ายของบรรพที่ 4 นอกจากนี้สดุดีบทนี้คล้ายคลึงกับบทที่ 105 คือกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอล โดยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่พระเจ้า ทรงสำแดงการอัศจรรย์ในอียิปต์เรื่อยมา จนถึงสมัยที่อิสราเอลเข้าครอบครองแผ่นดินคานาอัน และต่อมาเพราะคนอิสราเอลไม่เชื่อฟังพระเจ้า จึงถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย จนท้ายที่สุดด้วยความกรุณาของพระเจ้า พระองค์ทรงนำคนอิสราเอลกลับมาจากการเป็นเชลย ผู้เขียนสดุดีบทนี้น่าจะเป็นคนยิวที่กลับมาจากการเป็นเชลย และเป็นผู้นำชุมนุมชนอิสราเอลสารภาพบาปของบรรพบุรุษของพวกเขา สดุดี 106 พอจะแบ่งเนื้อหาออกได้ดังนี้คือ ข้อ […]

แปลเกิน หรือ แปลขาด? 4/16

แปลเกิน หรือ แปลขาด? ปุจฉา มีผู้ตั้งข้อสังเกตและเห็นว่า พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 แปลข้อความในพระธรรม 1โครินธ์ บทที่ 11 ข้อ 25 เกินมาและสื่อความหมายไม่ตรงกับบริบท1 คือแปลคำกริยากรีก δειπνεω (deipneo) ว่า “รับประทานอาหาร”2 แทนที่จะแปลว่า “รับประทาน”3 การแปลของฉบับมาตรฐานจึงแปลเกินและทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่าเป็นการรับประทานอาหารมื้อหลัก แทนที่จะหมายถึงการรับประทานขนมปัง ดังนั้น จึงขอเสนอให้แก้ไขคำแปลเสียใหม่ในจุดดังกล่าว เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่า “รับประทาน” หรือ “รับประทานขนมปัง”4 อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ วิสัชนา สมาคมฯ ขอขอบคุณท่านที่ได้ให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะคำแปลใน 1 โครินธ์ 11:25 ฉบับมาตราฐาน 2011 และได้ส่งเรื่องให้ฝ่ายแปลไปพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ทางฝ่ายแปลได้ศึกษาแล้วจึงขอเรียนชี้แจงดังนี้      1. เกี่ยวกับความหมายของคำกริยากรีก δειπνεω (deipneo) นั้น ก็เป็นอย่างที่ท่านค้นมาคือ รับประทานอาหารค่ำ หรือ อาหารมื้อหลักโดยเฉพาะมื้อเย็น5 หรือ ในฉบับ KJV ใช้คำว่า […]

คำสาปแช่งในพระธรรมอิสยาห์ 3/16

คำสาปแช่งในพระธรรมอิสยาห์ คําถาม การกล่าวโทษ การคาดโทษ หรือ การทํานายเกี่ยวกับชนชาติต่างๆ ในพระธรรมอิสยาห์เป็นคําสาปแช่งจากพระเจ้าด้วยหรือไม่ หรือถ้อยคําในลักษณะใดบ้างที่จัดว่าเป็นคําสาปแช่งทั้งจากพระเจ้าและจากประชากรของพระองค์? คําตอบ ก่อนอื่นต้องขอตอบตามบริบทของพระธรรมอิสยาห์ว่า การเผยพระวจนะของอิสยาห์นี้เน้นหนักที่จะกล่าวต่อว่าชนชาติยูดาห์ แต่ก็ครอบคลุมไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งที่อยู่รอบๆ และประเทศที่พระเจ้าส่งมาลงโทษพวกเขาด้วย นอกจากการกล่าวโทษแล้ว พระธรรมอิสยาห์เองก็มีการกล่าวถึงพระพรและพระสัญญาที่พระองค์จะประทานให้กับคนยูดาห์ที่เหลืออยู่ การลงโทษของพระเจ้าต่อคนยูดาห์นั้นไม่ได้เป็นการลงโทษจนพวกเขาถูกทําลายจนหมดสิ้น เพราะพระองค์ทรงระลึกถึงคําสัญญาที่ได้ให้ไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขา หากเราพิจารณาบริบทรวมของพระคัมภีร์เดิม เราจะพบว่าคนอิสราเอลเป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรออกมาเป็นพิเศษ แต่พระเจ้าไม่ได้จํากัดพระองค์ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าของคนอิสราเอลเท่านั้น เพราะพระเจ้าเป็นพระผู้สร้างโลกนี้ และพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ทุกคนตามพระฉายาของพระองค์ ถึงแม้ชนชาติอื่นๆ จะไม่ได้นับถือพระเจ้าเหมือนชนชาติอิสราเอล และพวกเขากราบไหว้เทพเจ้าอื่นๆ พระเจ้าก็ยังมีสิทธิอํานาจเหนือพวกเขาอยู่ดี เมื่อเราทําการค้นหาคําว่า “วิบัติ” ซึ่งเป็นคําขึ้นต้นของการสาปแช่งนั้น เราพบว่า ถูกใช้ด้วยกันทั้งหมด 23 ครั้ง และมีอีกคําาหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการแช่งสาปคือคําาว่า “ครุวาท” ที่มีความหมายว่า คําพูดที่หนัก ถึงแม้จะปรากฏเพียงไม่กี่ครั้งในพระธรรมอิสยาห์ก็ตาม แต่มักจะเป็นคําขึ้นต้นของการแช่งสาป เนื้อความของคําาแช่งสาปนี้มักจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่อธรรมของกลุ่มคนที่ถูกแช่งสาป การแช่งสาปเป็นการกล่าวถึงการลงโทษที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่มีอยู่ 2 ตอนที่คําาแช่งสาปไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่เป็นคําาอุทานของอิสยาห์เอง เมื่อได้เผชิญกับความบริสุทธิ์ของพระเจ้า (อสย. 6:5) และความชอบธรรมของพระเจ้า (อสย.24:16) ตอนหนึ่งที่เป็นคําแช่งสาปที่น่าสนใจมากคือ อสย.45:7 ที่พระเจ้าตรัสว่า “เราทําให้เกิดสวัสดิภาพและสร้างความวิบัติ” […]

“มั่นใจ หรือ ไว้วางใจ” 2/16

“มั่นใจ หรือ ไว้วางใจ” คำถาม จากพระธรรมฮีบรู10:35 ฉบับมาตรฐานมีเนื้อความว่า “เพราะฉะนั้น อย่าละทิ้งความไว้วางใจของท่าน อันจะนำมาซึ่งบำเหน็จยิ่งใหญ่” มีผู้เห็นว่าทางสมาคมฯ น่าจะปรับแก้คำว่า“ความไว้วางใจ” เป็น “ความมั่นใจ” เพื่อให้ได้คำแปลตรงกับคำว่า “confidence” ในพระคัมภีร์อังกฤษหลายฉบับ และเพื่อจะเป็นการแปลคำกรีกคำเดียวกันอย่างเสมอต้นเสมอปลายเช่นในพระธรรม 1 ยอห์น 3:21; 4:17; 5:14 ที่แปลว่า “ความมั่นใจ” ทางสมาคมฯ คิดเห็นอย่างไร? คำตอบ ทางสมาคมฯ ขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่นำเสนอข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์มายังเรา และต้องขออภัยท่านด้วยที่ตอบสนองความเห็นของท่านช้า เพราะต้องทยอยตอบคำถามของหลายท่าน นอกจากนี้ยังต้องขออภัยด้วยในบางกรณีที่เราอาจไม่ได้ทำตามที่ท่านเสนอมา อย่างไรก็ดีทางสมาคมฯ ไม่ได้เพิกเฉยต่อความคิดเห็นของท่าน แต่ยินดีนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม ก่อนอื่น ขอทำความเข้าใจกันว่า พระคริสต-ธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับมาตรฐาน 2011 นั้นไม่ได้แปลมาจากพระคัมภีร์อังกฤษ แต่แปลจากสำเนาต้นฉบับภาษาเดิม (อันได้แก่ ภาษาฮีบรู ภาษาอาราเมค และภาษากรีก) โดยเทียบเคียงคำแปลกับฉบับมาตรฐานฉบับก่อนๆ ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ที่บางตอนไม่ตรงกับฉบับอังกฤษ อย่างไรก็ดีเพื่อตอบคำถามข้างต้น ก็จะขอตอบในมุมต่างๆ ดังนี้ ก. ความหมายตามดิกชันนารี เมื่อพิเคราะห์ดูความหมายของคำ“confidence” ในพจนานุกรมอังกฤษ-ไทยและพจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษ เราพบความหมายหลากหลายอย่าง เช่น […]

ยุคของพระวิญญาณบริสุทธิ์ 1/16

ยุคของพระวิญญาณบริสุทธิ์ คำถาม มีบางคนบอกว่ายุคสมัยปัจจุบันเป็นยุคของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นคำพูดที่ถูกต้องหรือไม่? คำตอบ แนวความคิดนี้ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงเริ่มกระทำพระราชกิจของพระองค์ตั้งแต่พระธรรมปฐมกาลแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้นพระราชกิจของพระองค์ในสมัยพระคัมภีร์ใหม่ พระวิญญาณบริสุทธิ์เริ่มมีบทบาทตั้งแต่สมัยพระคัมภีร์เดิม ในสมัยพระคัมภีร์เดิมพระวิญญาณบริสุทธิ์ถูกเรียกว่า “พระวิญญาณของพระเจ้า”  12ครั้งด้วยกัน พระวิญญาณบริสุทธิ์นี้ถูกกล่าวถึงในช่วงการทรงสร้าง (ปฐก.1:2) ซึ่งเอลีฮูก็ได้ยืนยันว่าพระวิญญาณของพระเจ้าได้ทรงสร้างท่าน (โยบ 33:4) และต่อมาในพระธรรมปฐมกาลเมื่อฟาโรห์เห็นว่า โยเซฟสามารถทำนายความฝัน และอธิบายถึงวิธีการที่จะเตรียมการล่วงหน้าต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ ฟาโรห์ก็ตระหนักว่า โยเซฟคือคนที่มีพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย และเป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะดูแลงานต่างๆ ของอียิปต์ (ปฐก.41:38-45)จากเรื่องราวของโยเซฟนี้ทำให้เราเห็นว่า คนทั่วไปยอมรับว่าคนที่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ด้วยนี้คือ คนที่มีสติปัญญาเหนือมนุษย์คนอื่นๆ ต่อมาในสมัยของโมเสสเมื่อพระเจ้าทรงมอบหมายให้คนอิสราเอลสร้างเต็นท์​นัด​พบ หีบ​แห่ง​สักขี​พยาน พระ​ที่​นั่ง​กรุ​ณา​ซึ่ง​อยู่​บน​หีบ​แห่ง​สักขี​พยาน และ​เครื่อง​ใช้​ทุก​อย่าง​สำหรับ​เต็นท์นั้น พระองค์ได้เลือก​เบ​ซา​เลล​บุตร​อุรี​ผู้​เป็น​บุตร​เฮอร์​แห่ง​เผ่า​ยู​ดาห์เป็นหัวหน้ารับผิดชอบงานนี้ และเพื่อให้ท่านทำงานสำเร็จ พระเจ้าทรงให้ท่าน​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​ของ​พระ​เจ้า คือ​ให้​ท่าน​มี​สติ​ปัญ​ญา ความ​เข้า​ใจ​และ​ความ​รู้​ใน​งาน​ช่าง​ทุก​อย่าง (อพย.31:3)เราจะเห็นว่าการเต็มเปี่ยมไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ในบริบทนี้คือ การมีสติปัญญา ความเข้าใจ และความรู้ในด้านช่างทุกอย่าง นอกจากนี้พระองค์ยังให้ผู้ช่วยแก่ท่านอีกคนหนึ่งคือ โอ​โฮ​ลี​อับ​บุตร​อา​หิ​สะ​มัค​แห่ง​เผ่า​ดาน  ยิ่งกว่านั้นพระองค์​ยัง​ให้​ทักษะ​แก่​ช่าง​ฝี​มือ​ทุก​คน (อพย.31:6)เหนือสิ่งอื่นใดทั้งเบซาเลลและโอโฮลีอับยังสามารถสอนคนอื่นให้มีทักษะเหมือนท่านได้อีก (อพย.35:34) สิ่งที่น่าสนใจที่เชื่อมโยงระหว่างพระวิญญาณบริสุทธิ์ในพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่คือเปโตรได้กล่าวถึงผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เดิมว่า ผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นมีพระวิญญาณของพระคริสต์สถิตในพวกเขาผู้แจ้งให้พวกเขาทราบล่วงหน้าถึงความทุกข์ทรมานของพระคริสต์ (1ปต.1:10-12) พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงควบคุมการเผยพระวจนะ พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่เพียงแต่จะประทานสติปัญญาให้กับบางคน พระองค์ยังทรงควบคุมคำเผยพระวจนะของผู้พยากรณ์ เมื่อบาลาอัมได้รับเชิญจากบาลาคกษัตริย์โมอับให้ไปสาปแช่งคนอิสราเอล แต่เมื่อเริ่มกล่าวคำพยากรณ์ แทนการสาปแช่งกลับกลายเป็นการอวยพรคนอิสราเอล (กดว.24:1-13) […]

ความแตกต่างระหว่าง ฉบับเก่า (1971) กับ ฉบับมาตรฐาน (2011) 4/15

ความแตกต่างระหว่าง ฉบับเก่า (1971) กับ ฉบับมาตรฐาน (2011)      คำถาม พระคัมภีร์ไทยฉบับ 1971ดีอยู่แล้ว สำนวนภาษาก็ไพเราะ อีกทั้งใช้เป็นข้อท่องจำแต่เดิมมา ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงทำพระคัมภีร์ฉบับใหม่มาแทนที่ด้วยเล่า? ทำไมสมาคมฯ ไม่พิมพ์ฉบับ 1971 ออกมาจำหน่าย? โดยส่วนตัว ชอบฉบับ 1971ไม่ชอบฉบับ 2011 เพราะสำนวนภาษาไม่คุ้นเคยและพระนามพระเจ้าแต่เดิมก็เปลี่ยนไป ไม่คุ้นหู แล้วสมาคมฯ คิดเห็นอย่างไร? อยากรู้ว่าฉบับ 1971 ต่างจากฉบับ 2011อย่างไรบ้าง?      คำตอบ จากคำถามสี่คำถามข้างต้น ทำให้ทราบว่าผู้ถามเป็นคนอนุรักษ์นิยม ท่านมองเห็นคุณค่า ความสำคัญ และ ประโยชน์ของพระคัมภีร์ฉบับเก่า (ในที่นี้คือ ฉบับ 1971) ท่านจึงอยากจะเก็บรักษาและสนับสนุนให้คนรุ่นต่อไปได้ใช้ต่อไปนานเท่านาน. ทางสมาคมฯ เองก็เคารพความเห็นและความนิยมส่วนตัวของท่าน. ทั้งนี้เพราะพระคัมภีร์ทั้งสองฉบับเป็นของสมาคมฯ อย่างไรก็ดี ทางสมาคมฯ ขอเรียนชี้แจงบางสิ่งบางอย่างแก่ท่านเพื่อความเข้าใจร่วมกันและเพื่อตอบข้อสงสัยของท่านด้วยดังนี้คือ ๑. การแก้ไขคำแปลพระคริสตธรรมคัมภีร์ (Revision) เป็นเรื่องธรรมดาและจำเป็นสำหรับทุกประเทศที่ใช้พระคัมภีร์ คือประมาณสามสิบปีหลังจากพี่น้องคริสตชนได้ใช้พระคัมภีร์ฉบับก่อน สมาคมพระคริสตธรรมของแต่ละเเห่งก็จะพิจารณาว่าจะแก้ไขคำแปลของฉบับนั้นหรือไม่? […]

ทำไมคริสตชนไทยจึงต้องอ่านพระคัมภีร์เดิม? 3/15

ทำไมคริสตชนไทยจึงต้องอ่านพระคัมภีร์เดิม? พระคัมภีร์เดิมเป็นของคนยิวพวกเดียวหรือเป็นของคริสตชนด้วย ปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดคิดว่า พระคัมภีร์เดิม เป็นพระคัมภีร์ของคนยิวพวกเดียว เราเป็นคริสตชน เราได้รับความรอดแล้ว เราไม่ต้องอ่านพระคัมภีร์เดิมอีกต่อไป เราอ่านแต่พระคัมภีร์ใหม่ก็พอ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง พระคัมภีร์ของคริสตชนนั้นประกอบด้วยพระคัมภีร์เดิมและใหม่ เมื่อคริสตชนพูดถึงพระคัมภีร์หมายถึงพระคัมภีร์เดิมและใหม่ ในสมัยของพระเยซูคริสต์เมื่อพระองค์ทรงกล่าวถึงพระคัมภีร์ พระองค์หมายถึงพระคัมภีร์เดิม เพราะในสมัยของพระองค์ พระคัมภีร์ใหม่ยังไม่ได้เกิดขึ้น พระเยซูได้อ้างว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระองค์นั้น แท้ที่จริงเป็นพระสัญญาของพระเจ้าในพระคัมภีร์เดิม หลังจากที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นจากความตายแล้ว พระองค์ได้ปรากฏกับสาวกของพระองค์หลายครั้ง ครั้งหนึ่งได้ปรากฏขณะที่พวกเขากำลังประชุมอยู่ พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่​เป็น​ถ้อย​คำ​ของ​เรา ซึ่ง​เรา​บอก​ไว้​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ขณะ​ที่​เรา​ยัง​อยู่​กับ​ท่าน​ว่า บรร​ดา​ถ้อย​คำ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​หมวด​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​โม​เสส ใน​หมวด​ผู้​เผย​พระ​วจนะ และ​ใน​หมวด​เพลง​สดุดี​ที่​กล่าว​ถึง​เรา​นั้น จำ​เป็น​จะ​ต้อง​สำ​เร็จ”แล้ว​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​ให้​ใจ​ของ​พวก​เขา​สว่าง​เพื่อ​จะ​ได้​เข้า​ใจ​พระ​คัม​ภีร์พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “มี​ถ้อย​คำ​เขียน​ไว้​อย่าง​นั้น​ว่า พระ​คริสต์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์​และ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ใน​วัน​ที่​สามและ​จะ​ต้อง​ประ​กาศ​ทั่ว​ทุก​ประ​ชา​ชาติ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​เรื่อง​การ​กลับ​ใจ​ใหม่ เพื่อ​การ​ยก​บาป โดย​เริ่ม​ต้น​ที่​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม” ( ลูกา 24:44-47) พระเยซูคริสต์ทรงอ้างพระคัมภีร์เดิมครบทั้งสามหมวด คือหมวดธรรมบัญญัติ หมวดผู้เผยพระวจนะ และหมวดเพลงสดุดีหรือหมวดข้อเขียน ซึ่งวิธีการแบ่งหมวดที่พระเยซูคริสต์ทรงกล่าวถึงนี้เป็นการแบ่งหมวดตามการแบ่งหมวดของคนยิว พระองค์ได้ย้ำว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นกับพระองค์นั้นจำเป็นต้องเกิดขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่ได้บันทึกไว้ในพระคัมภีร์เดิม และเป็นสิ่งที่จะต้องประกาศไปทั่วโลก ดังนั้น หากเราไม่อ่านพระคัมภีร์เดิม เราก็จะไม่มีเนื้อหาที่จะประกาศ เรื่องราวในพระคัมภีร์ใหม่ไม่ใช่เรื่องแต่ง ในสมัยคริสตจักรยุคแรกอัครสาวกเปโตรถูกกล่าวหาว่าเอาเรื่องนิยายมาเล่าให้ฟัง ท่านจึงได้ตอบโต้ว่า “เพราะ​ว่า​เรา​ไม่​ได้​คล้อย​ตาม​นิยาย​ที่​แต่ง​ขึ้น​อย่าง​ชาญ​ฉลาด เมื่อ​เรา​ได้​ประ​กาศ​ให้​พวก​ท่าน​ทราบ​ถึง​ฤทธา​นุภาพ และ​การ​เสด็จ​กลับ​มา​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา​ทั้ง​หลาย แต่​เรา​เป็น​สักขี​พยาน​ถึง​ความ​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระ​องค์เพราะ​ว่า​คราว​เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​ได้​รับ​พระ​เกียรติ​และ​พระ​สิริ​จาก​พระ​เจ้า​พระ​บิดา และ​พระ​สุร​เสียง​จาก​พระ​สิริ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ได้​มา​ถึง​พระ​องค์​ว่า “ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​บุตรของ​เรา​และ​เป็น​ที่​รัก​ของ​เรา […]

คําว่า “พระทรวง” ในพระคัมภีร์บางข้อหายไม่ได้ทําให้ความหมายผิดไป 2/15

คําว่า “พระทรวง” ในพระคัมภีร์บางข้อหายไม่ได้ทําให้ความหมายผิดไป เนื่องด้วยฝ่ายแปลได้รับการสอบถามจากผู้อ่านพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานว่า ทําไมข้อความใน ยอห์น 13:23 และ ยอห์น 13:25 จึงไม่มีคําว่า “พระทรวง” ปรากฏอยู่ด้วย และผู้อ่านต้องการทราบว่าเอกสารต้นฉบับดั้งเดิมนั้นมีคําว่า “พระทรวง” หรือไม่ ฝ่ายแปลได้ตรวจสอบจากต้นฉบับภาษากรีกพบคําศัพท์ที่มีความหมายถึง อก หรือ พระทรวง คือคําว่า (bosom) ใน ยอห์น 13:23 และ (chest) ใน ยอห์น 13:25 หากย้อนกลับไปพิจารณาการแปลของสมาคมฯ เองในฉบับ 1971 จะพบว่าเราแปลคําศัพท์ดังกล่าวแบบตรงตัวด้วยคําว่า “พระทรวง” ลงไปที่พระคัมภีร์ทั้งสองข้อ เมื่อแสดงข้อความเปรียบเทียบกับฉบับมาตรฐานที่สมาคมฯ ยกร่างการแปลเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 2011 จะเป็นดังนี้ ยอห์น 13:23 ฉบับ 1971ที่สํารับมีสาวกคนหนึ่งที่พระองค์ทรงรัก ได้เอนกายอยู่ใกล้พระทรวงของพระองค์ฉบับมาตรฐานสาวกที่พระเยซูทรงรักเอนกายอยู่ใกล้พระองค์ยอห์น 13:25 ฉบับ 1971ขณะที่ยังเอนกายอยู่ใกล้พระทรวงของพระองค์ สาวกคนนั้นก็ทูลถามพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า คนนั้นคือใคร”ฉบับมาตรฐานขณะที่ยังเอนกายอยู่ใกล้พระเยซู สาวกคนนั้นก็ทูลถามพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า คนนั้นเป็นใคร?”การรับประทานอาหารตามธรรมเนียมของพวกยิวในสมัยของพระเยซูนั้นไม่มีเก้าอี้นั่งอย่างทุกวันนี้ แต่ละคนต้องนั่งลงกับพื้นและนอนเอียงข้างโดยใช้แขนซ้ายพยุงตัวไว้ แล้วใช้มือขวาหยิบ อาหารใส่ปาก […]

1 2 3 4 5 10