ไม่มีแรงแม้จะหายใจ สู่พลังจากภายในเพื่อรับใช้

     คุณพัลลภา หรือเจนนี่​ ค๊อค อายุ 43 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำงานที่เทศบาลเมืองคูคต ปทุมธานี ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา  สมรสกับ ศจ.สตีฟ ปีเตอร์ ค๊อค   เป็นสมาชิกคริสตจักรสปริงวัลเล่ย์ สังกัดคริสตจักรร่มเย็น รู้จักพระเจ้า เกิดในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นคริสเตียน และได้รู้จักพระเจ้าผ่านทางใบปลิวตอนอายุประมาณ 8 ขวบ เพราะในทุก ๆ วันเสาร์ คุณพ่อมักจะพาไปทำงานด้วย จึงได้มีโอกาสเจอคนแปลกหน้าที่ยืนแจกใบปลิวอยู่ที่ถนนอยู่บ่อย ๆ และด้วยความที่เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ จึงเก็บใบปลิวเหล่านั้นมาอ่านทุกใบ อ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ แล้วก็มีความรู้สึกอยากเป็นคริสเตียนจึงไปบอกกับคุณพ่อ คุณพ่อก็ไม่ว่าอะไรและยังบอกว่าถ้ามีโอกาสจะพาไปโบสถ์ แต่เนื่องจากไม่รู้จักใครที่เป็นคริสเตียนจึงไม่มีโอกาสได้ไปโบสถ์ จนกระทั่งอายุประมาณ 28 ปี ชีวิตต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย และในเวลานั้นมีความรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ และสิ้นหวัง จึงคิดว่าการมีชีวิตคือความทุกข์ทรมาน ไม่ต้องการเวียนว่ายตายเกิด ทำอย่างไรจึงจะหลุดพ้นและไปสวรรค์ได้ แล้ววันหนึ่งก็มีความรู้สึกว่ามีใครสักคนที่กำลังเฝ้ามองดูเราอยู่ และคอยช่วยเหลืออยู่เงียบ ๆ ทุกครั้งที่นึกในใจว่าต้องการความช่วยเหลือ ความช่วยเหลือก็มาโดยที่ไม่ได้เอ่ยปากบอกกับใคร จึงคิดว่าคงไม่ใช่ความบังเอิญ และความบังเอิญคงไม่มีมาบ่อย […]

ผมเอาเงินค่าขนมไปซื้อหนังสือ

เรื่่องของ “น้องมาร์ค” หรือ ด.ช. กันต์ชนก นาคภิบาล บุตรนายมนตรี และ นางชัญนารี นาคภิบาล นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมปีที่ 1 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ น้องมาร์คได้เรียนวิชาอบรมคริสเตียนศึกษา และมีความสนใจวิชานี้มาก ชอบคุยเรื่องพระเยซูกับคุณแม่เป็นครั้งคราว บ่อยครั้งที่น้องมาร์คยืมหนังสือที่มีเรื่องราวจากพระคัมภีร์มาให้คุณแม่ดูจากห้องศาสนกิจของโรงเรียน และเคยบอกให้คุณแม่หาซื้อหนังสือนั้นมาให้ แต่คุณแม่ก็ไม่ทราบว่าจะไปซื้อได้ที่ไหน เมื่อน้องมาร์คมาอยู่ชั้นประถม 3 และมีหน่วยขายเคลื่อนที่ของสมาคมพระคริสตธรรมไทยมาที่โรงเรียน น้องมาร์คจึงได้ซื้อหนังสือการ์ตูนชุดพระวจนะแห่งปัญญา (ไทย-อังกฤษ) 2 เรื่อง และได้บอกคุณพ่อคุณแม่ว่า ได้นำเงินค่าขนมไปซื้อหนังสือมา 2 เล่ม และถามว่า “คุณแม่อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติพระเยซูไหม” น้องมาร์คได้เล่าเรื่องในพระคัมภีร์ให้คุณแม่ฟังเป็นตอนๆ และได้เปิดภาพในหนังสือการ์ตูนให้คุณแม่ดูเพื่อให้เข้าใจเรื่องมากขึ้น นอกจากนั้น ได้นำสมุดปฏิบัติการที่ทำในชั่วโมงวิชาอบรมคริสเตียนศึกษาซึ่งสอนโดยคุณครูรุ่งนภา พนาโชติสกุล มาให้คุณแม่ดูและอธิบายให้ฟังบ่อยๆ ต่อมาไม่นาน น้องมาร์คได้ซื้อหนังสือชุดพระวจนะแห่งปัญญา 2 ภาษามาอีกจนครบชุด โดยซื้อครั้งเดียว 6 เล่ม ด้วยเงินค่าขนมของเขาที่มีอยู่ทั้งหมดในวันนั้น และนำมาให้คุณแม่ดูพร้อมทั้งเล่าเรื่องให้ฟังเป็นประจำ รวมทั้งอธิบายว่าพระเยซูรักมนุษย์อย่างไร สิ่งที่พระเยซูต้องการและไม่ต้องการให้มนุษย์กระทำ เล่าซ้ำไปซ้ำมาครั้งแล้วครั้งเล่า สิ่งที่คุณแม่จำได้ไม่มีวันลืมคือ เขาได้มอบของชิ้นแรกในชีวิตแก่คุณแม่ซึ่งเขาหาซื้อมาด้วยตนเอง สิ่งนั้นคือสร้อยคอทำจากเมล็ดพืชอบแห้งเคลือบแลคเกอร์ […]

ปาฏิหาร์ย์…มีจริง

เรื่องที่ท่านจะได้อ่านนี้เรียบเรียงจากคำบอกเล่าของคุณแม่สาวสวยอายุ 40 ปี และลูกชายวัย 5 ขวบ 6 เดือน ทั้งแม่และลูกเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผ่านวันอันเลวร้ายมาได้และมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งเพราะ “ปาฏิหาริย์มีจริง” สมาคมพระคริสตธรรมไทยจำเป็นต้องใช้นามสมมุติและงดลงภาพถ่าย เพื่อปกป้องเจ้าของเรื่องให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุข หากนามสมมุติและส่วนหนึ่งส่วนใดในเรื่องนี้ไปพ้องกับชีวิตของผู้ใด สมาคมฯ ต้องเรียนขออภัยมา ณ ที่นี้ และหวังว่าท่านจะเข้าใจจุดประสงค์ของสมาคมฯ ที่ต้องการให้ชีวิตของเจ้าของเรื่องเป็นพยานถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และหวังด้วยว่าเรื่องนี้จะช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านสามารถคิดและปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วยใจเป็นธรรมและด้วยความรักในพระคริสต์ สมาคมฯ ขอขอบพระคุณอาจารย์แอลแลน เอ็ลลาร์ดและภรรยาคือคุณเมลิน แห่งองค์การส่งเสริมพันธกิจคริสตจักรด้านเอดส์ (AIDS Care Education and Tranining – ACET Thailand) ที่ได้กรุณาประสานงานและนัดหมายเพื่อการสัมภาษณ์ครอบครัวนี้อย่างใกล้ชิด และขอขอบคุณ “ดาว” ผู้กล้าหาญเปิดเผยตัวเองเพื่อจะเป็นกำลังใจแก่คนอื่นๆ อีกมากมายที่มีประสบการณ์เช่นเดียวกัน ชีวิตจริงเหมือนอิงนิยาย “ดาว” (นามสมมุติ) เกิดที่จังหวัดสุพรรณบุรีเมื่อ พ.ศ. 2510 เป็นน้องคนเล็กในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 8 คน ชีวิตลำเค็ญของดาวเริ่มเมื่ออายุยังไม่ถึงขวบเมื่อพ่อโดนยิงตาย และแม่เสียใจจนไม่เป็นอันทำมาหากิน ในที่สุดก็ต้องแยกลูกทั้ง 8 คนไปฝากไว้กับคนรู้จักบ้านละคน ส่วนดาวแม่เอาไปไว้ที่ร้านขายของชำในหมู่บ้านโดยแม่จะไปเยี่ยมบ้างนานๆ ครั้ง ด้วยความคิดถึงแม่ ดาวหนีจากบ้านนี้เมื่ออายุประมาณ […]

ปรับโฟกัส

เปลี่ยนมุมมอง ปรับโฟกัสใหม่ ชีวิตจึงเปลี่ยนไปความคิด ก็เปลี่ยนใหม่ ทำให้มองเห็นคุณค่า และความหมายใหม่ของชีวิตที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง อ.พิศประไพ สาระศาลิน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต หนึ่งในคนไทยจำนวนไม่กี่คนที่เคยเป็นผู้ออกแบบบัตรอวยพรของ ฮอลมาร์คอันเลื่องชื่อของสหรัฐอเมริกา ด้วยใจรักงานศิลปะตั้งแต่เด็ก หลังจากจบมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์แล้ว อาจารย์พิศประไพได้ไปเรียนช่างศิลป์ ์และมหาวิทยาลัยศิลปากรตามลำดับ เมื่อจบแล้วจึงไปต่อปริญญาโท ด้านออกแบบตกแต่งภายใน ที่มหาวิทยาลัยแคนซัส เมืองลอเรนซ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ก็ได้เข้าทำงานที่บริษัท Hallmark Cards Corporation ในเมืองแคนซัสซิตี้ และทำงานที่นั่น 13 ปี อาจารย์พิศประไพเป็นผู้หญิงทำงาน เป็นผู้มีความทะเยอทะยานในชีวิตสูง จะทำอะไรจะต้องทำอย่างดีที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุด ชนิดหาที่ติไม่ได ้ ในความคิดของอาจารย์แล้วทุกอย่างในชีวิตต้องเพรียบพร้อม งานต้องดี ครอบครัวต้องดี ด้วยเหตุผลนี้เอง อาจารย์พิศประไพจึงเป็นคนที่เครียดง่าย มีความกระวนกระวายสูง แม้ทุกอย่าง ในชีวิต ที่ ี่อาจารย์ได้รับอยู่ในขณะนั้นล้วนพรั่งพร้อมไปทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ตนเองรักในบริษัทยักษ์ใหญ่ใน สหรัฐอเมริกา มีเงินเดือนสูง ทุกคนในบริษัทยอมรับในความสามารถ มีครอบครัวที่ดี มีสามีและลูกที่น่ารัก แต่อาจารย์กลับรู้สึกว่า ชีวิตตนเองยังขาดอะไรอยู่ ชีวิตดูไม่สมบูรณ์ ทำให้อาจารย์คิดว่าอะไรที่ทำให้ชีวิต […]

บอย พีซเมกเกอร์

นักร้องรุ่นใหม่ ที่มีชื่อติดหูติดปากในยุคนี้ย่อมมีชื่อ “บอย พีซเมกเกอร์” อยู่ในสารบบกับเขาด้วยชื่อเสียง ความโด่งดัง เงินทอง นำมาทั้งสุขและทุกข์ให้แก่เขาเฉกเช่นที่บุคคลที่อยู่ในสถานะเดียวกันกับเขา ได้เผชิญ แต่ บอย พีซเมกเกอร์ หรือ อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี ได้พบกับผู้หนึ่งที่ทำให้เขาหลุดจากวังวนของชื่อเสียงความโด่งดัง และเงินทอง มาค้นพบความสุขความหวังแท้ของชีวิต บอยเป็นคนกรุงเทพฯ เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์เขามีพี่สาว 2 คน ตัวเองเป็นคนสุดท้อง คุณพ่อป่วยตั้งแต่เขาเรียนอยู่ชั้น ป.5 และเสียชีวิตไปเมื่อ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2544 เขาเล่าให้ฟังว่า “พอคุณพ่อป่วย คุณแม่ก็กลายเป็นกำลังหลักของครอบครัว พี่สาว 2 คน ซึ่งโตกว่าบอย 6 ปี เรียนจบ ปวช. ก็ออกมาทำงานตั้งแต่อายุ 17-18 ปี” คุณพ่อคุณแม่ของบอยเป็นคริสเตียนตั้งแต่เขาเรียนอยู่ชั้น ป.5 ในขณะที่คุณพ่อป่วยหนักคุณแม่หนักใจมาก เพื่อนคุณแม่ที่โรงเรียนซือลิบจิงกวง ซึ่งขณะนั้นคุณแม่เป็นอาจารย์อยู่ที่นี่ด้วยได้ชวนท่านให้ไปคริสตจักรซึ่งก็ คือ คริสตจักรไมตรีจิต ที่วงเวียน 22 กรกฎาคม ต่อมาทั้งสองท่านก็กลับใจรับเชื่อพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดท่านพา […]

บทเพลงแห่งความรักและผูกพัน

เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป มีสุขสมมีผิดหวังหัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน อยู่ที่เรียนรู้อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด (Live And Learn คำร้องโดย บอย โกสิยพงษ์) ปล่อยมันให้ล้มบ้างก็ได้ ปล่อยมันให้แพ้บ้างก็ได้ ก็แค่หกล้มแล้วลุกขึ้นยืนใหม่ แพ้ก็แค่ต้องเข้าใจ ล้มบ้างก็ได้และเธอจะแพ้บ้างก็ได้ คำว่าชนะนั้นคงไม่ยิ่งใหญ่ ถ้าคำว่าแพ้นั้นยังไม่เข้าใจ (ล้มบ้างก็ได้ แต่งโดย บอย โกสิยพงษ์) จากถ้อยคำที่ง่ายๆ แต่มีความหมายแตะต้องหัวใจ ถูกบรรจงแต่งขึ้นเป็นบทเพลงที่เรียงร้อยด้วยท่วงทำนองของดนตรีแต่ละชิ้นอย่างกลมกลืน ละเอียดอ่อน และนำเสนอต่อสาธารณชนด้วยมุมมองใหม่ที่ให้ความหวัง กำลังใจ จนใครๆ อยากจะรู้จักผู้แต่งเพลง บอย โกสิยพงษ์ นักแต่งเพลงที่น้อยคนจะไม่รู้จัก และหลายคนปรารถนาที่จะร้องเพลงที่เขาแต่ง ผู้สร้างบทเพลงในมุมมองบวก ท่ามกลางวิกฤตสังคมที่เป็นลบ ชีวิน โกสิยพงษ์ หรือบอย จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย UCLA (University of California at Los Angeles) ปัจจุบันอายุ 36 ปี เริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่อายุ 4 ขวบ […]

น้องพอล

ดิฉันชื่ออัมพุชินี ลิม อายุ 31 ปี เป็นคนไทยเชื้อสายจีนในสกุล “ขอจ่วนเตี๋ยว” เดิมเป็นพุทธศาสนิกชนและนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ดิฉันเป็นลูกคนโตของครอบครัวแต่เป็นเหมือนลูกคนเล็กเพราะสุขภาพไม่แข็งแรง ต้องเข้าออกโรงพยาบาลทุกเดือนตั้งแต่เล็กจนโต ดิฉันสมรสกับคุณสตีเฟ่น ลิม นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ ปัจจุบันอายุ 37 ปี เขาเป็นคริสเตียนที่เชื่อในพระเจ้าของเขาอย่างเข้มแข็งและสนับสนุนให้ดิฉัน เชื่อและพึ่งพิงในพระเจ้าในยามที่ดิฉันวิตกกังวลกับปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ คุณสตีเฟ่นบอกดิฉันว่าพระเจ้าจะรักษาดิฉันให้หายเป็นปกติได้ถ้าเชื่อใน พระองค์ แต่ดิฉันก็เถียงอยู่ในใจว่าแม้แต่หมอที่เก่งที่สุดยังไม่สามารถรักษาดิฉัน ให้หายได้เลย แล้วพระเจ้าเป็นใครจึงจะช่วยเราได้ ดิฉันเคยได้ยินเรื่องของ “แม่พระ” มาบ้างตอนเป็นเด็กเพราะโรงเรียนของดิฉันอยู่ใกล้กับโรงเรียนคาทอลิก แต่ไม่ได้สนใจ นอกจากนั้น ก็เคยเห็นป้ายที่เขียนว่า “โลหิตพระเยซูไถ่บาปแทนท่าน” ติดอยู่บนต้นไม้บนถนนไปต่างจังหวัด และอีกครั้งหนึ่งเมื่อตอนดิฉันอายุ 10 กว่าขวบ ดิฉันได้เห็นพี่ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ ร้อคเกอร์สตาร์ของเมืองไทย เล่าเรื่องราวชีวิตที่ได้รับความรอด (จากบาป) โดยทางพระเยซู วันหนึ่งดิฉันไปทานอาหารที่สวนอาหารบ้านบึงซึ่งอยู่ตรงข้ามกับออฟฟิศของพี่ปุ๊ ดิฉันไปยืนหน้าออฟฟิศนั้น เอามือแตะผนังกระจกของออฟฟิศและพูดด้วยความคึกคะนองว่า “เจ๊ ถ้าเมื่อไหร่หนูอยากรู้จักพระเจ้า หนูจะมาหาเจ๊” นี่คือพื้นฐานของดิฉันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ แล้วอะไรทำให้ดิฉันมีวันนี้ วันที่ดิฉันยึดมั่นในพระเจ้าองค์เที่ยงแท้แต่เพียงองค์เดียว และแน่ใจว่าพระเจ้ารู้จักดิฉันตั้งแต่เริ่มต้นและทรงจัดเตรียมทุกสิ่งในชีวิตให้แก่ดิฉันและทุกคนที่เชื่อในพระองค์ คงไม่ใช่เพราะดิฉันเชื่อตามสามีง่ายๆ อย่างแน่นอน ปี 1998 ครอบครัวของเราสูญเสียคุณพ่อเนื่องด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ […]

น่าปรารถนายิ่งกว่าทองคำ

ดิฉันชื่อศิริวรรณ ชุณหรุ่งโรจน์ นามสกุลเดิม “บุตรดา” ปัจจุบันอายุ 36 ปี สามีชื่อคุณอภิศักดิ์ ชุณหรุ่งโรจน์ อายุ 38 ปี เรามีบุตรสองคนชื่อน้องแมน (7 ขวบ) และน้องแหม่ม (2 ขวบ) ปัจจุบันดิฉันและสามีประกอบกิจการส่วนตัวด้านการขายสินค้าเวชภัณฑ์โรงพยาบาล บ้านเดิมของดิฉันอยู่ที่บ้านบุ่งน้ำเต้า อ. หล่มสัก จ. เพชรบูรณ์ พ่อแม่มีอาชีพทำไร่ทำนาและค้าขาย และมีลูก 3 คน ดิฉันเป็นลูกคนเล็ก ในวัยเด็กมีหลายสิ่งที่ดิฉันรับรู้เกี่ยวกับบ้านของเราคือ ครอบครัวของเรายากจนมากจนไม่มีใครอยากจะคบค้าสมาคมด้วย และที่บ้านบุ่งน้ำเต้ามีโบสถ์คริสเตียนอยู่แห่งหนึ่งและพี่น้องทางฝ่ายแม่นับถือคริสต์หลายคนรวมทั้งแม่ด้วย แต่เมื่อแม่แต่งงานกับพ่อ แม่ถูกกีดกันไม่ให้ไปโบสถ์ ไม่ให้เชื่อพระเจ้า พ่อแม่มีปากเสียงกันบ่อยๆ และในที่สุดแม่ก็เลิกเป็นคริสเตียนไปโดยปริยาย แต่ไม่ว่าแม่จะนับถือศาสนาอะไร แม่เป็นคนใจดีและให้กับคนอื่นเสมอ ตัวดิฉันเองจะถูกพ่อเลือกให้เป็นคนไปทำบุญที่วัดเสมอทั้งๆ ที่พี่ชายกับพี่สาวน่าจะทำพิธีกรรมต่างๆ ได้ดีกว่า และนอกจากนั้น ดิฉันได้รอดตายจากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ในหมู่บ้าน เช่น รอดจากโรคไข้เลือดออกเมื่ออายุยังไม่ถึงขวบ และเมื่อโตขึ้นก็รอดจากโดนกับระเบิดของผู้ก่อการร้ายในเพชรบูรณ์ซึ่งทำให้เด็กตายไปหลายคน ดิฉันเป็นลูกคนเล็กแต่รู้สึกฝังใจตั้งแต่เด็กจนโตว่าพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน และให้ความเอาใจใส่ไม่เท่ากันเพราะพี่ชายและพี่สาวมักจะได้สิ่งที่เขาต้องการเสมอ ส่วนดิฉันจะไม่เคยได้สิ่งที่ต้องการเหมือนอย่างพี่ๆ หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมฯ 6 ดิฉันได้งานทำในบริษัทขายเวชภัณฑ์ และเมื่ออายุ 24 ปี […]

พระคัมภีร์…อาหารทิพย์

สมาคมพระคริสตธรรมไทย ได้ผลิตพระคัมภีร์ฉบับย่อขนาด (REDUCED SIZE) ขึ้นมา โดยเป็นพระคัมภีร์ขนาดบางลง ลดจำนวนหน้าลงกว่า 750 หน้ากำลังจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ และได้มีแขกพิเศษมาเยือนสมาคมฯ ของเราคือคุณอัญชลี จงคดีกิจหรือคุณปุ๊ อดีตร๊อคเกอร์สาว ที่มีผลงานทางด้านบันเทิงมากมาย คุณปุ๊เองได้กลับใจมาเชื่อพระเจ้าได้ประมาณ 8 ปีมาแล้ว เธอได้มาซื้อพระคัมภีร์ฉบับย่อขนาดนี้ ได้อุดหนุนสมาคมฯ ไปหลายพันบาท เราจึงถือโอกาสขอสัมภาษณ์พิเศษถึงความเห็นเกี่ยวกับพระคัมภีร์คุณปุ๊ได้พูด ถึงความรู้สึกต่างๆ และให้ข้อคิดที่น่าสนใจมากลองฟังกันดูนะคะ สมาคมฯ : สวัสดีค่ะคุณปุ๊ อยากทราบว่าได้อ่านพระคัมภีร์มานานขนาดไหน และช่วยบอกถึงความรู้สึกต่อพระคัมภีร์ว่าอ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้าง? อัญชลี : เริ่มอ่านพระคัมภีร์ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1990 คือตั้งแต่เชื่อพระเจ้า อ่านแล้วรู้สึกพระวจนะของพระเจ้าเป็นเหมือนอาหารทิพย์ เมื่อได้กินแล้วรู้สึกอร่อย อยากอ่านเรื่อยๆ เป็นเหมือนจดหมายรักของพระองค์มาถึงเราทุกคน อ่านแล้วชื่นใจ ให้กำลังใจมีข้อเตือนสติ ยิ่งถ้าเราอ่านแล้วเชื่อฟังปฏิบัติตามพระวจนะของพระองค์ จะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สมาคมฯ : อยากบอกอะไรแก่ผู้อ่านบ้างไหมค่ะ? อัญชลี : อยากบอกว่าขอให้อ่านพระคำของพระเจ้าให้มากๆและท่องให้ได้เยอะๆ เพราะจะทำให้เราจำได้จะทำให้เกิดประโยชน์มาก ขออย่าให้เพียงท่องแต่ปาก แต่ต้องปฏิบัติตามด้วย รวมทั้งต้องมีสามัคคีธรรมกับพี่น้องในคริสตจักรทุกอาทิตย์ด้วย จะทำให้เราเติบโตขึ้นในพระเจ้าอย่างมาก สมาคมฯ […]

อัศจรรย์บนผืนฟ้า

ผมชื่อชัยรัตน์ จิตต์แก้ว อายุ 46 ปี ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย เทคโนโลยีสารสนเทศและการตลาดออนไลน์ (Senior Vice President of IT & Marketing Online Development Department) บริษัท มิลเลียไลฟ์ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)        จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยและคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ผ่านหลักสูตรการศึกษาอบรมสัมนาทั้งในและต่างประเทศด้านการบริหารจัดการและด้าน IT หลายหลักสูตร ภรรยาชื่อคุณสุชีดา (สุภาวงศ์วณิช) จิตต์แก้วเรามีบุตรสาว 1 คนชื่อเพ็ญธิดา จิตต์แก้ว อายุ 10 ปี เรียนอยู่โรงเรียนคริสต์ธรรมศึกษา  ผมเขียนคำพยานนี้ขึ้นเพื่อขอบพระคุณพระเจ้าผู้ทรงมีเมตตาต่อชีวิตผม และทรงมีกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการเรียกผม ด้วยทรงรู้นิสัยของผมผู้ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมา พระองค์ทรงกำหนดเงื่อนไขชีวิตของผมตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งผมพบว่าความยุ่งยากลำบากในชีวิตวัยเยาว์นั้น ที่แท้เป็นแผนการที่พระเจ้าทรงวาดไว้สำหรับผมโดยเฉพาะ พระองค์ทรงวางเงื่อนไขให้ผมต้องค้นหาความจริงของชีวิตด้วยวิถีทางต่างๆ ให้แจ้งใจก่อน ทรงให้ผมมีข้อมูลในเรื่องชีวิตมากพอที่จะศึกษาเปรียบเทียบด้วยตนเอง เพื่อว่าเมื่อถึงวาระที่พระองค์ทรงสำแดงแก่ผมแล้ว ผมจะได้สิ้นสงสัยและไม่อาจปฏิเสธพระองค์ได้ และนี่คงเป็นพระประสงค์ที่พระองค์ไม่ส่งคริสเตียนไปประกาศกับผมอย่างจริงจังตลอดสี่สิบกว่าปีในชีวิตที่ผ่านมาของผม การแสวงหา   ชีวิตวัยเด็กของผมเต็มไปด้วยความยุ่งยากเนื่องจากปัญหาระหว่างคุณพ่อและคุณแม่เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผมและพี่ๆ […]

1 2 3 4