เหตุไฉน มัทธิว ลูกา จึงลำดับพงศ์พระเยซูต่างกัน?

ถาม: จากการวิเคราะห์รายชื่อลำดับพงศ์ของพระเยซูที่ปรากฏในมัทธิว 1:1-17 และในลูกา 3:23-38 พบ ว่ารายชื่อต่างๆ ของทั้งสองเล่มนั้นแปลแตกต่างกัน ไม่ทราบว่าพระคัมภีร์ไทยแปลผิดหรือไม่? ตอบ: ปัญหา ที่พบนั้นเป็นปัญหาจริงคือรายชื่อในลำดับพงศ์ทั้งสองรายการนั้นไม่เหมือนกัน  แม้จะพูดว่าเป็นลำดับพงศ์ของพระเยซูเหมือนกัน และชื่อที่มาก่อนพระเยซูคือโยเซฟที่ถือว่าเป็นบิดาตามกฎหมายก็เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในด้านการแปลแต่อย่างไร แต่เป็นปัญหาที่ปรากฏในสำเนาต้นฉบับกรีก ที่รายชื่อซึ่งเขียนโดยลูกานั้นแตกต่างจากของมัทธิวเป็นอย่างมาก  อย่างไรก็ตาม ปัญหาในรายชื่อลำดับพงศ์ทั้งสองรายการมีมากกว่าที่ถามมาซึ่งอาจแยกออกเป็น ประเด็นต่างๆ ดังนี้คือ ประการแรก ในการลำดับรายชื่อนั้น มัทธิวกล่าวว่าตั้งแต่อับราฮัมจนถึงดาวิดมี 14 ชั่วคน นับตั้งแต่ดาวิดจนถูกกวาดเป็นเชลยมี 14 ชั่ว คน และตั้งแต่ถูกกวาดเป็นเชลยจนถึงพระคริสต์มี 14ชั่วคน (มธ.1:17) ดูเหมือนมัทธิวตั้งใจจะแบ่งรายชื่อตั้งแต่ อับราฮัมมาถึงพระเยซูเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ โดยแต่ละช่วงแบ่งออกเป็นอีก 14 ชั่วาอายุ ซึ่งตามการคำนวณจะต้องมี 42 ชั่วอายุ แต่ถ้าหากนำรายชื่อทั้งหมดมารวมกันจะพบว่ามีเพียง 41 ชื่อ ตั้งแต่อับราฮัมมาถึงพระเยซู มีการพยายามอธิบายว่ามัทธิวอาจนับดาวิดซ้ำเนื่องจากเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ของอิสราเอลโดยนับอับราฮัมถึงดาวิด 14 ชั่วอายุ และนับจากดาวิดจนถึงก่อนการเป็นเชลยคือถึงกษัตริย์โยสิยาห์ 14 ชั่ว อายุ […]

คำสาปแช่งในพระธรรมอิสยาห์

คําถาม การกล่าวโทษ การคาดโทษ หรือ การทํานายเกี่ยวกับชนชาติต่างๆ ในพระธรรมอิสยาห์เป็นคําสาปแช่งจากพระเจ้าด้วยหรือไม่ หรือถ้อยคําในลักษณะใดบ้างที่จัดว่าเป็นคําสาปแช่งทั้งจากพระเจ้าและจากประชากรของพระองค์? คําตอบ ก่อนอื่นต้องขอตอบตามบริบทของพระธรรมอิสยาห์ว่า การเผยพระวจนะของอิสยาห์นี้เน้นหนักที่จะกล่าวต่อว่าชนชาติยูดาห์ แต่ก็ครอบคลุมไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งที่อยู่รอบๆ และประเทศที่พระเจ้าส่งมาลงโทษพวกเขาด้วย นอกจากการกล่าวโทษแล้ว พระธรรมอิสยาห์เองก็มีการกล่าวถึงพระพรและพระสัญญาที่พระองค์จะประทานให้กับคนยูดาห์ที่เหลืออยู่ การลงโทษของพระเจ้าต่อคนยูดาห์นั้นไม่ได้เป็นการลงโทษจนพวกเขาถูกทําลายจนหมดสิ้น เพราะพระองค์ทรงระลึกถึงคําสัญญาที่ได้ให้ไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขาหากเราพิจารณาบริบทรวมของพระคัมภีร์เดิม เราจะพบว่าคนอิสราเอลเป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรออกมาเป็นพิเศษ แต่พระเจ้าไม่ได้จํากัดพระองค์ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าของคนอิสราเอลเท่านั้น เพราะพระเจ้าเป็นพระผู้สร้างโลกนี้ และพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ทุกคนตามพระฉายาของพระองค์ ถึงแม้ชนชาติอื่นๆ จะไม่ได้นับถือพระเจ้าเหมือนชนชาติอิสราเอล และพวกเขากราบไหว้เทพเจ้าอื่นๆ พระเจ้าก็ยังมีสิทธิอํานาจเหนือพวกเขาอยู่ดีเมื่อเราทําการค้นหาคําว่า “วิบัติ” ซึ่งเป็นคําขึ้นต้นของการสาปแช่งนั้น เราพบว่า ถูกใช้ด้วยกันทั้งหมด 23 ครั้ง และมีอีกคําาหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการแช่งสาปคือคําาว่า “ครุวาท” ที่มีความหมายว่า คําพูดที่หนัก ถึงแม้จะปรากฏเพียงไม่กี่ครั้งในพระธรรมอิสยาห์ก็ตาม แต่มักจะเป็นคําขึ้นต้นของการแช่งสาป เนื้อความของคําาแช่งสาปนี้มักจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่อธรรมของกลุ่มคนที่ถูกแช่งสาป การแช่งสาปเป็นการกล่าวถึงการลงโทษที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่มีอยู่ 2 ตอนที่คําาแช่งสาปไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่เป็นคําาอุทานของอิสยาห์เอง เมื่อได้เผชิญกับความบริสุทธิ์ของพระเจ้า (อสย. 6:5) และความชอบธรรมของพระเจ้า (อสย.24:16)ตอนหนึ่งที่เป็นคําแช่งสาปที่น่าสนใจมากคือ อสย.45:7 ที่พระเจ้าตรัสว่า “เราทําให้เกิดสวัสดิภาพและสร้างความวิบัติ” ซึ่งวิบัติที่พระเจ้าสร้างขึ้นนี้เป็นวิบัติที่จะให้เกิดกับคนที่ต่อสู้กับพระองค์ (อสย. 45:9) ผู้ที่ไม่ยอมรับผู้ให้กําเนิดของเขา […]

คำว่า เหล็กใน ใน 1 โครินธ์ 15:55

ถาม “…โอ ความตาย เหล็กในของเจ้าอยู่ที่ไหน?” พระธรรม 1 โครินธ์ 15:55 (ฉบับมาตรฐาน 2011) ผู้อ่านท่านหนึ่งบอกว่า สมาคมฯ เขียนคำผิด คำที่ถูกต้องคือ เหล็กไน ตอบ ทางสมาคมฯ ได้ตรวจสอบกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 แล้วพบว่า คำที่ถูกต้องคือ เหล็กใน ซึ่งหมายถึงเดือยแหลมที่มีในก้น หรือปลายหางสัตว์บางชนิด เช่น ผึ้ง แมงป่อง เป็นต้น!

คำกลอนฮีบรูไม่ถูกแปลเป็นคำกลอนไทยจริงหรือ?

ถาม:  ทำไม สมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงไม่แปลพระคัมภีร์ส่วนที่เป็นคำกลอนฮีบรูให้เป็นคำ กลอนไทย? ตอบ:  ความทุกข์ข้าฯ มานักหนา           หนักเหลืออัตรา ล้อมรอบตัวข้าฯ ท่วมทวี! บาปไล่ตามล้างราวี                     มองมืด ทุกที ไม่เห็นทั้งใกล้และไกล ทุกข์มีมากล้นพ้นใจ                    หากจักนับ ไป มากกว่าเส้นผมบนเศียร จนข้าฯ รู้สึกวิงเวียน                   และหมด ความเพียร ระทดท้อใจไปมา ข้าฯ ขออธิษฐานภาวนา              วอนพระช่วยข้าฯ ณ กาลบัดนี้ทันใด… ข้าพระองค์อ่อนแอนักหนา           และหมดปัญญา แต่พระก็ทรงห่วงใย พระช่วยข้าฯ รอดทุกสมัย           ขอพระทรงชัย อย่าได้รอช้าอยู่เลย! เพลงสดุดี 40:12-13, 17 ฉบับ ประชานิยม จากการหยิบยกข้อพระคัมภีร์ข้างต้น ซึ่งอยู่ในคำประพันธ์ประเภทกาพย์ฉบัง 16 คงจะเป็นคำตอบคำ ถามได้เป็นอย่างดีแล้วว่า สมาคมพระคริสตธรรมไทยมีพระคัมภีร์ฉบับที่แปลบทกวีในภาษาฮีบรูเป็นบทกวีใน ภาษาไทยแล้ว นั่นคือ ฉบับประชานิยม พระคัมภีร์ฉบับนี้ได้แปลออกมาเป็นภาษาง่ายๆ น่าอ่าน เพื่อผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องคริสตศาสนาจะเข้าใจได้ อีกทั้งเป็นประโยชน์แก่คริสตศาสนิกชนด้วย มีอยู่หลายแห่งในพันธสัญญาเดิมได้แปลเป็นบทกวีทีไพเราะ ที่จะเป็นประโยชน์ในการนมัสการ และท่องจำได้ง่าย ได้แก่ พระธรรมเพลงสดุดี และหนังสืออื่นๆ แต่จุดประสงค์สำคัญของการแปลก็คือ ให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายได้ การแปลคำกลอนฮีบรูมาเป็นบทกวีในภาษาไทยนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องการความ ละเอียดลออที่จะคงรักษาความหมายเดิมไว้ อีกทั้งต้องการความสามารถในการเรียบเรียงถ่ายทอดเป็นบทกวีไทยที่มีความ ไพเราะซาบซึ้งและกินใจ ดังนั้นเราจึงมองเห็นงานแปล 3 ขั้นตอนคือ 1. แปลคำกลอนฮีบรูออกมาเป็นร้อยแก้วภาษา […]

ทำไมจึงใช้คำแปลว่าเปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้น ในกิจการ 2:3 ?

เปลวไฟ หรือ เปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้น ถาม ทำไมจึงใช้คำแปลว่าเปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้น? เมื่อคำภาษาอังกฤษนั้นหมายถึงเปลวไฟ การใส่คำว่าสัณฐานเหมือนลิ้นทำให้ความหมายประหลาดไป และทำให้คำแปลเกินคำในภาษาอังกฤษ เปลวไฟ หรือ เปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้น ตอบ คำถามข้างต้นน่าสนใจและเป็นประเด็นสำคัญอันหนึ่งในการแปลพระธรรมกิจการบทที่ 2 ข้อ 3 แต่ก่อนจะตอบก็อยากจะให้ข้อสังเกตบางอย่างคือ 1. พระคัมภีร์ไทยทุกฉบับจะมีคำว่า “ลิ้น” กำกับอยู่กับคำว่า “เปลวไฟ” ได้แก่ เปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้น(ฉบับ 1940, ฉบับ 1971 และฉบับคิงเจมส์) หรือ เปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้น (ฉบับมาตรฐาน 2002 และฉบับของคณะกรรมการคาทอลิคเพื่อพระคัมภีร์) หรือ เปลวไฟรูปร่างเหมือนลิ้น (ฉบับประชานิยม) หรือ เปลวไฟรูปร่างคล้ายลิ้น (ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย) 2. วลี “tongues of fire” ที่พบในพระคัมภีร์อังกฤษหลายฉบับนั้นเป็นสำนวนภาษา หมายถึง เปลวไฟ ใช่หรือไม่? อย่างไร? สำหรับข้อสังเกตแรก ทำให้เราต้องย้อนกลับไปดูที่ภาษาเดิมในที่นี้คือ ภาษากรีก แล้วเราพบว่า หากแปลตรงตัวอักษรจะได้ว่า tongues as of […]

ทำไมคำแปลพระคัมภีร์ไทยใน เศคาริยาห์ 9:15 ท่อนสอง จึงแปลต่างจากฉบับอังกฤษ

ถาม : ทำไม เศคาริยาห์ 9:15 ท่อนสองนั้น ภาษาไทยแปลว่า “และ เขาทั้งหลายจะล้างผลาญและเหยียบนักสลิงลง และจะดื่มโลหิตของเขาอย่างเหล้าองุ่น” แต่ภาษาอังกฤษฉบับ NIV แปลว่า “พวกเขาจะล้างผลาญและมีชัยชนะด้วยสายสลิง พวกเขาจะดื่มและคำรามดั่งคนดื่มเหล้าองุ่น” แสดงว่าภาษาไทยแปล ไม่ถูกต้องใช่หรือไม่? ตอบ : ก่อน จะตอบคำถามนี้ ขอให้ท่านอดทนรับรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องต้นฉบับและสำเนาของพระ คัมภีร์เดิมก่อน – ข้อมูลบางประการเกี่ยวกับต้นฉบับ คริสเตียนทั่วๆ ไปต่างรู้ว่าต้นฉบับของพระคัมภีร์เดิมนั้นเขียนเป็นภาษาฮีบรู และคริสเตียนจำนวนมากก็เข้าใจว่าพระคัมภีร์ภาษาอื่นๆ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษต่างแปลมาจากต้นฉบับภาษาฮีบรูนี้ แต่ความเข้าใจดังกล่าวยังไม่ถูกต้องทีเดียว เพราะเรื่องของต้นฉบับนั้นมีมากกว่าที่เราคิด – สำเนาต้นฉบับโบราณ ต้นฉบับของหนังสือทั้ง 39 เล่ม ในพระคัมภีร์ เดิมนั้นคล้ายกับพระคัมภีร์ใหม่คือไม่มีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่เล่มเดียว ต้นฉบับเหล่านี้ล้วนสูญหายไปนานแล้ว แต่สิ่งที่ยังเหลืออยู่คือ สำเนาต้นฉบับที่พวกอาลักษณ์ในสมัยต่างๆ คัดลอกไว้ด้วยความยากลำบากตลอดระยะเวลาหลายพันปีที่ผ่านมา แม้แต่สำเนาเหล่านี้ก็สูญหายไปเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน สำเนาต้นฉบับของพระคัมภีร์เดิมก็เหมือนพระคัมภีร์ใหม่ คือ ยิ่งเก่าแก่ยิ่งดี สำเนาเก่าแก่นั้นเราเรียกว่าสำเนาโบราณ สำเนาโบราณของต้นฉบับพระคัมภีร์ภาษาฮีบรูที่ครบถ้วนหรือเกือบครบถ้วนที่ สำคัญๆ มีเพียงสองสามฉบับ คือ ฉบับไคโร (codex Cairensis) ซึ่งมีเพียงส่วนที่เป็นหนังสือโยชูวา-พงศ์ กษัตริย์และอิสยาห์-มาลาคี ยกเว้นดาเนียล สำเนาฉบับนี้คัดลอกราวปี ค.ศ.895 อีกฉบับหนึ่งคือ ฉบับอาแล็พโพ (Alleppo codex) คัดลอกราวปี ค.ศ.930 หนังสือบาง เล่มสูญหายไป และฉบับสุดท้ายคือฉบับเลนินกราด (codex Leningradensis) คัดลอกราวปี ค.ศ.1008 เป็น ฉบับที่มีจำนวนหนังสือครบถ้วนที่เก่าแก่ที่สุด (พระคัมภีร์ เดิมฉบับฮีบรูของสหสมาคมฯ (UBS) นั้นใช้สำเนาโบราณฉบับนี้เป็น พื้นฐานในการจัดทำ) สำเนาโบราณทั้งสามฉบับมีรูปแบบการคัดลอกที่เรียกว่า เมสโสรา (Masora) ซึ่งเรียกตามชื่อของกลุ่มอาลักษณ์ที่เรียกว่า เมสโสเรท (Masoretes) พวกเขามีวิธีการเขียนอักษรฮีบรูที่แตกต่างจากการเขียน ทั่วๆไป การเขียนอักษรฮีบรูโดยทั่วไปจะมีแต่ตัวพยัญชนะ ไม่มีตัวสระ (เหมือน ภาษาฮีบรูปัจจุบัน) ผู้อ่านต้องรู้เองว่าจะอ่านเป็นคำที่มีเสียงสระอะไร […]

ทำไมคำจารึกข้อหาพระเยซูบนไม้กางเขนในพระกิตติคุณสี่เล่มจึงไม่เหมือนกัน?

     คำถาม : เหตุใดพระกิตติคุณทั้งสี่เล่มคือ มัทธิว มาระโก ลูกา และยอห์น จึงได้บันทึกคำจารึกบนป้ายที่ติดไว้บนกางเขนซึ่งใช้ตรึงพระเยซูคริสต์ด้วย ข้อความที่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ดังนี้ มัทธิว 27:37       “คนนี้คือเยซู กษัตริย์ของชนชาติยิว” มาระโก 15:26     มีคำจารึกข้อหาที่ลงโทษพระองค์ไว้ว่า “กษัตริย์ของพวกยิว” ลูกา 23:38         “คนนี้เป็นกษัตริย์ของพวกยิว” ยอห์น 19:19       ปีลาตให้เขียนป้ายติดไว้บนกางเขนอ่านว่า “เยซูชาวนาซาเร็ธ กษัตริย์ของพวกยิว”(จากพันธสัญญาใหม่ฉบับมาตรฐาน 2002)      คำตอบ: ผู้อ่านคงจะสงสัยว่าหากพระคริสตธรรม คัมภีร์เขียนขึ้นโดยการดลใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างแน่นอนแล้ว ก็น่าจะไร้ข้อผิดพลาดและจะต้องสอดคล้องกันทุกประการ แต่เหตุใดพระกิตติคุณทั้งสี่เล่มที่บันทึกเรื่องราวเดียวกันจึงได้ระบุราย ละเอียดที่ยังแตกต่างกันอยู่บ้างในประเด็นนี้?  แล้วข้อ ความจารึกที่แท้จริงคืออะไร? เราทราบว่าปีลาตเป็นผู้คิดข้อ ความกล่าวหาพระเยซูที่ใช้ติดไว้บนป้ายเหนือพระเศียรของพระองค์บนไม้ กางเขน ความแตกต่างในประเด็นปลีกย่อยเหล่านั้นจึงเป็นที่ สงสัยของนักศึกษาพระคริสตธรรมคัมภีร์มานานหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ “การ ไร้ข้อผิดพลาดของพระคัมภีร์” กลายเป็นประเด็นสำคัญยิ่งในการอภิปรายทางวิชาการในปัจจุบัน จากข้อความในพระกิตติคุณทั้งสี่เล่มด้านบน เราจะสังเกตเห็นส่วนที่เหมือนกันคือ “กษัตริย์ของพวกยิว” (King of the Jews) เพราะเหตุใดส่วนนี้จึงสอดคล้องกัน? พระ ธรรมยอห์นได้ให้คำบอกใบ้ซึ่งมีคุณค่ามากคือ “พวกยิว จำนวนมากได้อ่านป้ายนี้ เพราะที่ที่เขาตรึงพระเยซูนั้นอยู่ใกล้กับกรุง และป้ายนั้นเขียนเป็นภาษาฮีบรู […]

ทำไมคริสตชนไทยจึงต้องอ่านพระคัมภีร์เดิม?

พระคัมภีร์เดิมเป็นของคนยิวพวกเดียวหรือเป็นของคริสตชนด้วย ปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดคิดว่า พระคัมภีร์เดิม เป็นพระคัมภีร์ของคนยิวพวกเดียว เราเป็นคริสตชน เราได้รับความรอดแล้ว เราไม่ต้องอ่านพระคัมภีร์เดิมอีกต่อไป เราอ่านแต่พระคัมภีร์ใหม่ก็พอ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง พระคัมภีร์ของคริสตชนนั้นประกอบด้วยพระคัมภีร์เดิมและใหม่ เมื่อคริสตชนพูดถึงพระคัมภีร์หมายถึงพระคัมภีร์เดิมและใหม่ ในสมัยของพระเยซูคริสต์เมื่อพระองค์ทรงกล่าวถึงพระคัมภีร์ พระองค์หมายถึงพระคัมภีร์เดิม เพราะในสมัยของพระองค์ พระคัมภีร์ใหม่ยังไม่ได้เกิดขึ้น พระเยซูได้อ้างว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระองค์นั้น แท้ที่จริงเป็นพระสัญญาของพระเจ้าในพระคัมภีร์เดิม หลังจากที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นจากความตายแล้ว พระองค์ได้ปรากฏกับสาวกของพระองค์หลายครั้ง ครั้งหนึ่งได้ปรากฏขณะที่พวกเขากำลังประชุมอยู่ พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่​เป็น​ถ้อย​คำ​ของ​เรา ซึ่ง​เรา​บอก​ไว้​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ขณะ​ที่​เรา​ยัง​อยู่​กับ​ท่าน​ว่า บรร​ดา​ถ้อย​คำ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​หมวด​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​โม​เสส ใน​หมวด​ผู้​เผย​พระ​วจนะ และ​ใน​หมวด​เพลง​สดุดี​ที่​กล่าว​ถึง​เรา​นั้น จำ​เป็น​จะ​ต้อง​สำ​เร็จ”แล้ว​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​ให้​ใจ​ของ​พวก​เขา​สว่าง​เพื่อ​จะ​ได้​เข้า​ใจ​พระ​คัม​ภีร์พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “มี​ถ้อย​คำ​เขียน​ไว้​อย่าง​นั้น​ว่า พระ​คริสต์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์​และ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ใน​วัน​ที่​สามและ​จะ​ต้อง​ประ​กาศ​ทั่ว​ทุก​ประ​ชา​ชาติ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​เรื่อง​การ​กลับ​ใจ​ใหม่ เพื่อ​การ​ยก​บาป โดย​เริ่ม​ต้น​ที่​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม” ( ลูกา 24:44-47) พระเยซูคริสต์ทรงอ้างพระคัมภีร์เดิมครบทั้งสามหมวด คือหมวดธรรมบัญญัติ หมวดผู้เผยพระวจนะ และหมวดเพลงสดุดีหรือหมวดข้อเขียน ซึ่งวิธีการแบ่งหมวดที่พระเยซูคริสต์ทรงกล่าวถึงนี้เป็นการแบ่งหมวดตามการแบ่งหมวดของคนยิว พระองค์ได้ย้ำว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นกับพระองค์นั้นจำเป็นต้องเกิดขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่ได้บันทึกไว้ในพระคัมภีร์เดิม และเป็นสิ่งที่จะต้องประกาศไปทั่วโลก ดังนั้น หากเราไม่อ่านพระคัมภีร์เดิม เราก็จะไม่มีเนื้อหาที่จะประกาศเรื่องราวในพระคัมภีร์ใหม่ไม่ใช่เรื่องแต่ง     ในสมัยคริสตจักรยุคแรกอัครสาวกเปโตรถูกกล่าวหาว่าเอาเรื่องนิยายมาเล่าให้ฟัง ท่านจึงได้ตอบโต้ว่า “เพราะ​ว่า​เรา​ไม่​ได้​คล้อย​ตาม​นิยาย​ที่​แต่ง​ขึ้น​อย่าง​ชาญ​ฉลาด เมื่อ​เรา​ได้​ประ​กาศ​ให้​พวก​ท่าน​ทราบ​ถึง​ฤทธา​นุภาพ และ​การ​เสด็จ​กลับ​มา​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา​ทั้ง​หลาย แต่​เรา​เป็น​สักขี​พยาน​ถึง​ความ​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระ​องค์เพราะ​ว่า​คราว​เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​ได้​รับ​พระ​เกียรติ​และ​พระ​สิริ​จาก​พระ​เจ้า​พระ​บิดา และ​พระ​สุร​เสียง​จาก​พระ​สิริ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ได้​มา​ถึง​พระ​องค์​ว่า “ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​บุตรของ​เรา​และ​เป็น​ที่​รัก​ของ​เรา เรา​พอ​ใจ​ท่าน​ผู้​นี้​มาก”พวก​เรา​เอง​ก็​ได้​ยิน​พระ​สุรเสียง​นี้​จาก​สวรรค์ ขณะ​ที่​เรา​อยู่​กับ​พระ​องค์​ที่​ภูเขา​บริ​สุทธิ์​นั้นและ​เรา​มี​คำ​เผย​พระ​วจนะ​ที่​แน่​นอน​ยิ่ง​กว่า​นั้น​อีก จะ​เป็น​การ​ดี​ถ้า​พวก​ท่าน​จะ​เอา​ใจ​ใส่​คำ​นั้น […]

ทำไม เลวีนิติ 11:20-23 จึงบอกว่า แมลงมี 4 ขา?

     ถาม ผมสะดุดอย่างมาก ๆ กับเลวีนิติ 11 ข้อ 20-23 เรื่องแมลงมีปีกซึ่งมี 4 ขา ผมอธิษฐานถามและมาถามที่นี่ครับ เพราะแมลงมี 6 ขา และทำให้อยากรู้ว่าภาษาเดิมก็ระบุว่ามี 4 ขา หรือแปลผิดคลาดเคลื่อน  คนที่ไม่เชื่อพระเจ้ายิ่งบอกว่าพระคัมภีร์ไม่จริงอยู่ด้วย ทำให้ผมร้อนใจและร้อนรนที่จะทราบคำตอบมากไม่อยากให้คนไม่เชื่อพระเจ้าว่าเรา งมงาย พระเจ้าอวยพรครับ      ตอบ โดย ศจ. ดร. เสรี หล่อกัณภัย ขอบคุณมากครับที่ให้ความสนใจในรายละเอียด คำถามว่า แปลผิดหรือเปล่า? ขอ ยืนยันว่าไม่ได้แปลผิดจากต้นฉบับ เพราะฉบับอื่น ๆ ก็แปลเหมือนกัน ในตอนนี้ไม่ได้บอกว่าแมลงมีเพียง 4 ขา แต่บอกว่าแมลงชนิดที่ใช้ขา 4 ขาคลานกับพื้น คือเป็นการบอกว่าแมลงชนิดนี้มีลักษณะแตกต่างจากแมลงชนิดอื่นโดยดูจากลักษณะ การเคลื่อนไหวของมันบนพื้นดิน เช่นตั๊กแตนมี 6 ขา แต่มันใช้ 4  ขา คลาน ส่วนขาคู่หลังสุดจะซ่อนอยู่เพื่อเอาไว้กระโดด แมลงมีหลายชนิด วงจรชีวิตของมันก็ไม่เหมือนกัน เช่น ผีเสื้อมีตัวหนอนและดักแด้ […]

ทำไม สดุดี 106 ใช้คำสรรพนามบุรุษที่ 3 อย่างไม่เสมอต้นเสมอปลาย?

     คำถาม ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงแปลคำสรรพบุรุษที่ 3 ในพระธรรมสดุดี 106 ไม่เสมอต้นเสมอปลายคือ แปลออกมาหลายคำมาก มีทั้ง “ท่าน” มีทั้ง “เขา” มีทั้ง “พวกเขา” มีทั้ง “พวกของท่าน” มีทั้ง “ท่านเหล่านั้น” ?      คำตอบ ก่อนที่จะไปราบละเอียดของคำสรรพนาม ขอให้เรามาดูภาพรวมของสดุดีบทนี้ก่อน พระธรรมสดุดีมีคำขึ้นต้น และคำลงท้ายว่า “สรรเสริญพระยาห์เวห์” แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ใช่บทเพลงสรรเสริญ แต่เป็นการสารภาพบาปในอดีตของชนชาติอิสราเอลมากกว่า การสรรเสริญพระยาห์เวห์ในตอนท้ายของบทนี้ไม่น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของบทนี้ แต่เป็นการจบของบรรพที่ 4 เพราะบทที่ 106 เป็นบทสุดท้ายของบรรพที่ 4 นอกจากนี้สดุดีบทนี้คล้ายคลึงกับบทที่ 105 คือกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอล โดยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่พระเจ้า ทรงสำแดงการอัศจรรย์ในอียิปต์เรื่อยมา จนถึงสมัยที่อิสราเอลเข้าครอบครองแผ่นดินคานาอัน และต่อมาเพราะคนอิสราเอลไม่เชื่อฟังพระเจ้า จึงถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย จนท้ายที่สุดด้วยความกรุณาของพระเจ้า พระองค์ทรงนำคนอิสราเอลกลับมาจากการเป็นเชลย ผู้เขียนสดุดีบทนี้น่าจะเป็นคนยิวที่กลับมาจากการเป็นเชลย และเป็นผู้นำชุมนุมชนอิสราเอลสารภาพบาปของบรรพบุรุษของพวกเขา สดุดี 106 พอจะแบ่งเนื้อหาออกได้ดังนี้คือ ข้อ 1-3 คำเชิญชวนของผู้นำให้ชุมนุมชนมาร่วมกันอธิษฐาน […]

1 2 3