ตัวกระจงผา มีลักษณะอย่างไร? ทำไมจึงปรับเปลี่ยนคำแปลจาก ตั๊กแตน เป็น ตั๊กแตนปาทังก้า…

ตัวกระจงผา มีลักษณะอย่างไร? ทำไมจึงปรับเปลี่ยนคำแปลจาก “ตั๊กแตน” เป็น “ตั๊กแตนปาทังก้า” และจาก “ตุ๊กแก” เป็น “จิ้งจก”? มีผู้สนใจอยาก ทราบว่าในพระธรรมสุภาษิต 30:24-28 ตัวกระจงผา มีลักษณะอย่างไร? ทำไมจึงปรับเปลี่ยนคำแปลจาก “ตั๊กแตน” เป็น “ตั๊กแตนปาทังก้า” และจาก “ตุ๊กแก” เป็น “จิ้งจก” ? ดังนั้น เพื่อให้ผู้ถามและผู้อ่านได้รับประโยชน์มากที่สุด เราจะอธิบายความหมายของทั้งตอนนี้และตอบคำถามไปในเวลาเดียวกัน มีสี่สิ่งในโลกที่เล็กเหลือเกิน แต่มีปัญญามากเหลือล้น มด เป็นประชากรที่ไม่แข็งแรง แต่มันยังเตรียมอาหารของมันไว้ในฤดูแล้ง ตัวกระจงผา เป็นประชากรที่ไม่มีกำลัง แต่มันยังสร้างบ้านของมันในซอกหิน ตั๊กแตนปาทังก้าไม่มีราชา แต่มันทั้งหมดยังเดินขบวนเป็นแถว จิ้งจกนั้น เจ้าเอามือจับได้ แต่มันยังอยู่ในพระราชวัง มีสี่สิ่งในโลกที่เล็กเหลือเกิน แต่มีปัญญามากเหลือล้น สุภาษิต 30:24 ท่านอากูร์ได้พิเคราะห์ดูสิ่งมีชีวิตในโลก แล้วท่านเห็นสัตว์สี่ชนิดที่ดูเล็กน้อย แต่มีปัญญาเหลือล้นซ่อนอยู่ในชีวิตของพวกมัน พระธรรมข้อนี้เป็นบทนำและบทสรุปของตอนคือ สุภาษิต 30:24-28 เล็ก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงขนาดอย่างเดียว แต่หมายถึงความสำคัญด้วย ดูตัวอย่าง ดาวิดเล็กน้อยในสายตาของเจสซีผู้เป็นบิดา […]

ตรีเอกานุภาพควรแปลว่าอย่างไร?

     ถาม ตรีเอกานุภาพควรแปลว่าอะไร?      ตอบ ก่อนอื่นต้องขอตอบว่า คำนี้ไม่ได้ปรากฏในพระคริสตธรรมคัมภีร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่เป็นคำสอนเกี่ยวกับพระลักษณะของพระเจ้าที่ปรากฏในพระคริสตธรรมคัมภีร์ คำๆ นี้เป็นคำที่แปลมาจากภาษาอังกฤษคือคำว่า Trinity ซึ่ง มีความหมายกว้างๆ ว่า สามรวมเป็นหนึ่ง นักวิชาการหลายท่านจึงเสนอว่าควรจะแปลว่า ตรีเอกภาพ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องภาษาศาสตร์ แต่เป็นเรื่องทางศาสนศาสตร์ หรือ หลักข้อเชื่อของคริสตชนที่เชื่อในพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียวแต่ปรากฏเป็นสาม พระภาค หรือ สามบุคคล ได้แก่ พระบิดา พระบุตร (หมายถึงพระเยซูคริสต์) และพระวิญญาณบริสุทธ์ิ (หรือพระจิต) แนวความคิดนี้กว่าจะเป็นที่ยอมรับสำหรับคริสตชนนี้ต้องใช้เวลาโต้แย้งกันใน ระดับผู้นำคริสตจักรเป็นเวลาถึงร้อยกว่าปี เพราะไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิดว่า คริสตชนมีพระเจ้าสามองค์ แต่ต้องการถ่ายทอดว่า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์คือพระเจ้าองค์เดียว เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ในพระธรรมยอห์น 17:11 พระเยซูได้อธิษฐานเผื่อสาวกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหมือนกับพระองค์กับ พระบิดา และได้กล่าวซำ้อีกในข้อ 21 เมื่ออธิษฐานเผื่อคนที่สาวกจะนำมาวางใจในพระเยซูในอนาคตด้วย พระเยซูไม่ทรงปิดบังความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างพระเจ้ากับพระองค์ พระเยซูทรงเรียกพระเจ้าว่า พระบิดาต่อหน้าพวกยิว จนพวกเขาโกรธดังปรากฏในพระธรรมยอห์น 5:17-18 แต่พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “พระบิดาของเรายังทรงทำงานอยู่เรื่อยๆ และเราก็ทำด้วย” เพราะเหตุนี้พวกยิวยิ่งหาโอกาสที่จะฆ่าพระองค์ […]

ช่องพระแกลตาข่ายหมายถึงอะไรกันแน่?

คำถาม 2. เมื่ออ่านพระคัมภีร์ไทย แล้วพบคำราชาศัพท์คือ “ช่องพระแกล” ใน พระธรรม 1 พงศาวดาร บทที่ 15 ข้อที่  29 (ความว่า  และเมื่อหีบพันธสัญญาของพระเจ้ามาถึงนคร ของดาวิดแล้ว มีคาลราชธิดาของซาอูลแลดูตามช่องพระแกล เห็นกษัตริย์ดาวิดทรงเต้นรำและทรงร่าเริงอยู่  พระนางก็มีใจดู หมิ่นพระองค์) และ “ช่องพระแกลตาข่าย” ในพระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 1ข้อที่  2  (ความว่า  ฝ่ายอา หัสยาห์ทรงตกลงมาจากช่องพระแกลตาข่ายที่ห้องชั้นบนของพระองค์ในกรุงสะมาเรีย และทรงประชวร …) แล้วไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร?  จนได้ไปอ่านพระคัมภีร์อังกฤษจึงเข้าใจว่า “ช่องพระแกล” ก็คือ ช่องหน้าต่าง (window) และ “ช่องพระแกล ตาข่าย” คือ ช่องหน้าต่างที่มีไม้ระแนงขัดกันเป็นตารางกั้นไว้ (lattice) ดังนั้นจึงทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทยไม่แปลพระคัมภีร์ออกมาเป็นภาษาง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์?  และอีกคำถามหนึ่งก็คือ ในพระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 1ข้อที่  2  กษัตริย์อาหัสยาห์ทรงตกลงมาจากหน้าต่างห้องชั้นบนได้อย่างไร?  เพราะมีแผงเป็นตารางกั้นอยู่ จึงไม่น่าจะตกลงมาได้ หรือว่ามีแผงกั้นเพียงครึ่งเดียวของหน้าต่าง […]

จุ๊ จุ๊… จงเงียบ

     ถาม    ทำไมหลายตอนในพระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับมาตรฐานจึงต่างจากฉบับเดิม? เนื้อความบางตอนก็แปลกๆ อ่านแล้วไม่เข้าใจ  ยกตัวอย่าง พระธรรมอาโมสบทที่ 8 ข้อที่ 3 เนื้อหาคำแปลต่างจากฉบับอื่นๆ ? ดังนั้นจึงอยากให้สมาคมพระคริสตธรรมไทยตรวจสอบคำแปลอีกครั้ง เพื่อผู้อ่านจะไม่เข้าใจผิดหรือรู้สึกงง      ตอบ  ก่อนจะตอบคำถาม ก็ขอเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจกับพระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 พระคัมภีร์ฉบับนี้เป็นการแก้ไขคำแปลจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1971 โดยตรวจสอบคำแปลอย่างใกล้ชิดกับสำเนาต้นฉบับภาษาเดิม และยึดหลักว่า หากคำแปลในฉบับ 1971 ดีอยู่แล้ว (หมาย ความว่า 1.คำแปลถูกต้องกับความหมายในภาษาเดิมคือ ภาษาฮีบรู ภาษาอาราเมค และภาษากรีก ซึ่งพระเจ้าทรงใช้บันทึกพระวจนะของพระองค์และ 2.คำแปลนั้นยังสามารถสื่อความหมายได้ดีกับคนไทยในปัจจุบัน) คณะ กรรมการแก้ไขพระคัมภีร์ก็จะรักษาคำแปลนั้นไว้โดยไม่แก้ไขแต่อย่างใด หากตรงกันข้าม คำแปลเดิมนั้นไม่สื่อความหมายของภาษาเดิม หรือ ไม่อาจทำหน้าที่ได้ดีเหมือนก่อนแล้ว คณะกรรมการก็จำเป็นต้องแก้ไขเท่าที่จำเป็น เพื่อผู้อ่านจะสามารถเข้าใจความหมายของพระคัมภีร์ได้อย่างสมบูรณ์ ดัง นั้น คำแปลฉบับมาตรฐานจึงต่างจากฉบับ 1971 บ้างในบางตอนเป็นธรรมดา ความแตกต่างไม่ได้เป็นสาระสำคัญเท่ากับความเข้าใจในความหมายภาษาเดิม แม้ว่าความแตกต่างอาจกระทบความรู้สึกคุ้นเคยกับฉบับเดิมบ้างก็ตาม สมาคมฯ ได้ตีพิมพ์พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานออกมาในปี ค.ศ. 2011 โดยประสงค์จะให้พี่น้องคริสตชนได้อ่าน ได้ศึกษา ได้ใคร่ครวญพระวจนะในภาษาที่เข้าใจง่าย […]

จำนวนเลขนั้น สำคัญไฉน?

ทำไม 2 พงศ์กษัตริย์ 8:26 กับ 2 พงศาวดาร 22:2 บอกอายุตอนเป็นกษัตริย์ไม่ตรงกันให้เชื่ออันไหนดี ใน 1 พงศาวดาร 18:4 กับ 2 ซามูเอล 8:4 บอกจำนวนรถม้าไม่ตรงกันเพราะเหตุใดในพระคัมภีร์เล่มเดียวกันถึงคลาดเคลื่อน ได้ เรียน คุณวันชัย ทราบ คำถามของคุณน่าสนใจและอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง ดังนั้นผมจึงใช้เวลาศึกษาก่อนจะตอบ ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าคำตอบนั้นรัดกุมและถูกต้อง เราจะเริ่มต้นที่คำถามของคุณเกี่ยวกับจำนวนเลขซึ่งไม่ตรงกันในพระธรรมต่าง เล่มกัน แต่ก่อนอื่น ผมอยากให้คุณทราบจุดยืนของผมก่อนว่า ผมเชื่อว่าพระคริสตธรรมคัมภีร์ทุกตอนเป็นพระวจนะหรือคำตรัสของพระเจ้า ทรงไว้ซึ่งสิทธิอำนาจ และเป็นมาตรฐานของพระเจ้าสำหรับมนุษย์ในการดำเนินชีวิตอย่างที่พอพระทัย พระองค์ ผมเชื่อว่าต้นฉบับหรือสำเนาต้นฉบับแรกของพระคัมภีร์นั้นถูกต้องเพราะได้รับ การดลใจจากพระเจ้า แต่การคัดลอกโดยพวกอาลักษณ์ในเวลาต่อมา แม้ว่าจะพยายามอย่างเคร่งครัดให้ตรงต้นฉบับที่สุด ก็อาจมีบ้างที่ผิดพลาดไปโดยไม่ตั้งใจ อย่างเช่น จำนวนเลขที่ไม่ตรงกันนี้ เป็นต้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในทำนองนี้ก็มี……หลายประการเช่น ระยะเวลาการเขียนของพระธรรม 2 ฉบับที่ห่างกัน ระยะเวลาของการคัดลอกที่นานเกินไปทำให้ตัวหนังสือจางลงหรือสำเนาโบราณชำรุด เสียหาย แต่ขอบพระคุณพระเจ้าที่ความผิดพลาดของมือมนุษย์นี้ไม่ไปกระทบต่อคำสอนหลัก ของพระเจ้า อาทิ เรื่องการรอดพ้นจากบาป เป็นต้น นี่ทำให้ผมคิดถึงสุภาษิตไทยว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง      คำถามแรกว่า อายุที่ถูกต้องของกษัตริย์อาหัสยาห์แห่งอาณาจักรยูดาห์เมื่อขึ้นครองราชย์ […]

จะปกครองอย่างไรดี?

มีผู้หนึ่งถามมาว่า  เมื่ออ่านพระธรรมสุภาษิตบทที่ 29  ข้อ 21 ในพระคัมภีร์ไทยหลายฉบับ แล้วเกิดข้อสงสัยสองประการคือ ๑.คำกริยาในวรรคแรก ควรเป็นคำใดจึงถูกต้องกับบริบท? บางฉบับว่า “ประคบประหงม” บางฉบับว่า “ทนุถนอม” (ซึ่งควรแก้ไขให้ถูกต้องเป็น “ทะนุถนอม”) และบางฉบับว่า “ตามใจ” ๒.เนื้อความในวรรคสอง ควรเป็นอย่างไร? เพราะคำแปลต่างฉบับต่างกัน ขอเชิญพิจารณาดูคำแปลจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ไทยฉบับต่างๆ ข้างล่างนี้ คนที่ถนอมเลี้ยงบ่าวของตนมาแต่เด็กที่สุดปลายเขาก็จะทะนงตัวว่าเป็นลูกชาย.(ฉบับ1940) บุคคลที่ทนุถนอมคนใช้ของตนตั้งแต่เด็ก ๆ   ที่สุดจะเห็นว่าเขาเป็นผู้รับมรดกของตน(ฉบับ1971) คนที่ตามใจคนรับใช้ของตนตั้งแต่เด็กๆ   ในที่สุดจะพบว่าเขานำความยุ่งยากมาให้(ฉบับ2011) ผู้ตามใจผู้รับใช้ตั้งแต่ผู้รับใช้ยังเป็นเด็ก   จะต้องเสียใจในที่สุด(ฉบับคาทอลิก) บุคคลที่ทะนุถนอมคนใช้ของตนตั้งแต่เด็กๆ   ที่สุดจะเห็นว่าเขากลายเป็นบุตรชายของตน(ฉบับไทยคิงเจมส์) การประคบประหงมคนรับใช้ตั้งแต่เด็ก   เขาจะนำความทุกข์โศกมาให้ในที่สุด(ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย) ถ้าเลี้ยงดูคนใช้แต่วัยเยาว์  ให้สิ่งเขาต้องประสงค์จำนงจิต  สักวันหนึ่งจะเสียดายกลายเป็นพิษทุกชนิดของเราเขาครอบครอง(ฉบับประชานิยม) ก่อนอื่นทางสมาคมฯต้องขอออกตัวว่าการนำพระคัมภีร์ฉบับต่างๆมาเทียบเคียงกันนี้มิได้มีจุดประสงค์จะเปรียบเทียบว่าฉบับใดดีกว่าฉบับใดเพียงแต่ต้องการให้ผู้อ่านเห็นความแตกต่างในคำแปลของฉบับต่างๆและพยายามหาความหมายออกมาต่างหาก. เมื่อพิเคราะห์ดูเนื้อหาโดยรวมของทุกฉบับเราพบความมุ่งหมายของผู้เขียนสุภาษิตข้อนี้ซึ่งนอกจากจะนำเสนอความจริงด้านหนึ่งของชีวิตแล้วยังเตือนสติผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองหรือเจ้านายให้ทราบว่าควรจะปฏิบัติต่อคนในบังคับบัญชาหรือคนในปกครองอย่างไรจึงจะส่งผลดีต่อเราและต่อเขา? แม้ว่าสุภาษิตจะกล่าวในเชิงลบแต่แน่นอนว่าผู้เขียนมีความประสงค์ในเชิงบวกโดยเนื้อความในวรรคแรกเป็นสาเหตุและเนื้อความในวรรคสองเป็นผลลัพธ์ซึ่งสืบเนื่องจากการกระทำในวรรคแรก แม้ว่าสังคมสมัยพระคัมภีร์จะต่างจากสังคมปัจจุบันบ้างกล่าวคือคนรับใช้หรือบ่าวไพร่ในสมัยนั้นอยู่กับเจ้านายตั้งแต่เกิดก็มีเนื่องจากบิดามารดาของเขาเป็นทาสหรือข้ารับใช้ในบ้านนั้นแต่เริ่มแรกดังนั้นคนรับใช้จึงเป็นเด็กในการปกครองของเจ้านายคล้ายบุตร ด้วยเหตุนี้หลักการต่างๆในพระธรรมสุภาษิตที่เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อคนรับใช้และต่อบุตรจึงอาจนำมาประสานกันได้บ้างตามควรจะขอหยิบยกตัวอย่างจากสุภาษิตบทที่29 ข้อ15 ,17,19 และ21ฉบับ2011 เราพบหลักการปฏิบัติต่อบุตรในข้อ15 และ17 อีกทั้งหลักการต่อคนรับใช้ในข้อ19 และ21 ไม้เรียวและคำตักเตือนให้ปัญญา   แต่เด็กที่ถูกปล่อยปละละเลยจะนำความอับอายมาสู่มารดา  (ข้อ15) จงตีสอนบุตรของเจ้าและเขาจะให้เจ้าสบายใจ   เขาจะให้ความปีติยินดีแก่เจ้า(ข้อ17) สักแต่ใช้คำพูดเท่านั้นจะสั่งสอนคนรับใช้ไม่ได้  เพราะแม้เขาจะเข้าใจแต่เขาก็ไม่เชื่อฟัง(ข้อ19) คนที่ตามใจคนรับใช้ของตนตั้งแต่เด็กๆ   […]

จะตีความอุปมาอย่างไรดี?

       คำถาม :อุปมา เรื่อง “บ่าวที่สัตย์ซื่อและบ่าวที่ไม่สัตย์ซื่อ” ในพระธรรมมัทธิวบทที่ 24 ข้อ 45 ถึงข้อ 51 มีความหมายว่าอย่างไร? ทำไม จึงมีการลงโทษหนักถึงขนาดไม่ได้รับความรอดด้วย?      คำตอบ : คุณ วันชัย โรจน์มานะวงศ์ ได้เขียนมาถามเกี่ยวกับอุปมาเรื่องนี้หลายคำถามทีเดียว คำถามเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับการแปล (Translation) นั่นหมาย ความว่า ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับตัวเนื้อหาของพระคัมภีร์ตอนนั้นๆ แต่เป็นคำถามเกี่ยวกับการตีความหมาย (Interpretation) ทางเรา ได้อ่านและสรุปประเด็นคำถามของคุณวันชัยออกมาให้กระชับรัดกุม ดังได้ปรากฏข้างต้น แต่ก่อนจะลงมือตอบ ผมก็อยากจะปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับอุปมา (parable) ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ก่อนว่าหมายถึงอะไร โดยมากเราจะคิดถึงอุปมาของพระเยซูในพระคัมภีร์ใหม่ แต่ในพระคัมภีร์เดิมก็มีเรื่องราวในลักษณะอุปมาด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เรื่องที่ผู้เผยพระวจนะนาธันเล่าให้กษัตริย์ดาวิดฟัง ซึ่งส่งผลให้ดาวิดกลับใจสารภาพบาป (2ซามูเอล 12:1-4) หรือ เรื่องที่โยธามบุตรคนสุดท้องของผู้วินิจฉัยกิเดโอนเล่าให้ชาวเมืองเชเคมฟัง เกี่ยวกับต้นไม้ต่างๆ เสาะหาต้นไม้ที่จะมาเป็นราชาของพวกมัน (วนฉ.9:8-15) หรือ บทเพลงรักชาวสวนองุ่นของผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ที่เรียกร้องให้ผู้ฟังตัดสิน ว่าใครผิด ระหว่างชาวสวนผู้ตรากตรำกับเถาองุ่นทรยศ (อสย.5:1-7) ดังนั้นกล่าวโดยสรุปก็จะได้ว่า อุปมา หมายถึง เรื่องเล่าที่ผู้ประพันธ์หยิบยกมาจากชีวิตประจำวันเพื่อจะสื่อความหมาย บางอย่างกับผู้ฟังในสมัยของเขา และจากหนังสือพจนานุกรมภาษาอังกฤษร่วมสมัยของบริษัทลองแมน ได้ให้คำนิยามของอุปมา (Parable) […]

คําว่า“พระทรวง”ในพระคัมภีร์บางข้อหายไม่ได้ทําให้ความหมายผิดไป

  คําว่า“พระทรวง”ในพระคัมภีร์บางข้อหายไม่ได้ทําให้ความหมายผิดไป เนื่องด้วยฝ่ายแปลได้รับการสอบถามจากผู้อ่านพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานว่า ทําไมข้อความใน ยอห์น 13:23 และ ยอห์น 13:25 จึงไม่มีคําว่า “พระทรวง” ปรากฏอยู่ด้วย และผู้อ่านต้องการทราบว่าเอกสารต้นฉบับดั้งเดิมนั้นมีคําว่า “พระทรวง” หรือไม่ ฝ่ายแปลได้ตรวจสอบจากต้นฉบับภาษากรีกพบคําศัพท์ที่มีความหมายถึง อก หรือ พระทรวง คือคําว่า (bosom) ใน ยอห์น 13:23 และ (chest) ใน ยอห์น 13:25 หากย้อนกลับไปพิจารณาการแปลของสมาคมฯ เองในฉบับ 1971 จะพบว่าเราแปลคําศัพท์ดังกล่าวแบบตรงตัวด้วยคําว่า “พระทรวง” ลงไปที่พระคัมภีร์ทั้งสองข้อ เมื่อแสดงข้อความเปรียบเทียบกับฉบับมาตรฐานที่สมาคมฯ ยกร่างการแปลเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 2011 จะเป็นดังนี้ ยอห์น 13:23 ฉบับ 1971ที่สํารับมีสาวกคนหนึ่งที่พระองค์ทรงรัก ได้เอนกายอยู่ใกล้พระทรวงของพระองค์ฉบับมาตรฐานสาวกที่พระเยซูทรงรักเอนกายอยู่ใกล้พระองค์ยอห์น 13:25 ฉบับ 1971ขณะที่ยังเอนกายอยู่ใกล้พระทรวงของพระองค์ สาวกคนนั้นก็ทูลถามพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า คนนั้นคือใคร”ฉบับมาตรฐานขณะที่ยังเอนกายอยู่ใกล้พระเยซู สาวกคนนั้นก็ทูลถามพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า คนนั้นเป็นใคร?”การรับประทานอาหารตามธรรมเนียมของพวกยิวในสมัยของพระเยซูนั้นไม่มีเก้าอี้นั่งอย่างทุกวันนี้ แต่ละคนต้องนั่งลงกับพื้นและนอนเอียงข้างโดยใช้แขนซ้ายพยุงตัวไว้ แล้วใช้มือขวาหยิบ อาหารใส่ปาก ภาพรวมจึงดูเหมือนว่าเป็นการเอนกายซ้อนอกกัน […]

คำฮีบรูว่า เชคินาห์ หมายความว่าอย่างไร?

คำถามแรกนั้นเกี่ยวกับความหมายของคำฮีบรูคำหนึ่งคือ เชคินาห์      ถาม คำฮีบรูว่า Shekinah มีความหมายว่าอย่างไร      ตอบ คำ Shekinah เป็นคำนาม ที่มาจากคำกริยาว่า Shakan ซึ่งแปลว่า พัก,อาศัย ดังนั้น คำ Shekinah จึงแปลว่า การ พัก หรือ การอาศัย หรือ การตั้งรกราก คำนี้ไม่ปรากฏในพระคัมภีร์ฉบับฮีบรู แต่ปรากฏบ่อยครั้งในพระคัมภีร์ทาร์กุม (หมายถึง พระคัมภีร์เดิมฉบับภาษาอาราเมค) นอกจากนี้คำนี้ยังนำมาใช้ในแวดวงศาสนศาสตร์ของคนยิว ในความหมายของการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้าท่ามกลางประชากรของพระองค์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสถิตในพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม การสถิตอยู่ด้วยนี้มิใช่ในระยะเวลาอันสั้นแต่เป็นระยะเวลานานหรือถาวร Shekinah แสดงถึงการที่พระเจ้าผู้สูงสุดทรงอยู่ใกล้ชิดกับประชากรของพระองค์อย่างเห็น ได้ชัด ตัวอย่างหนึ่งที่ให้เราเห็น Shekinah ของพระเจ้าคือในพระธรรมอพยพ 40:34-35 ฉบับมาตรฐาน 2011 ว่า “ในขณะนั้น มีเมฆมาปกคลุมเต็นท์นัดพบไว้ และพระรัศมีของพระยาห์เวห์ก็ปรากฏอยู่เต็มพลับพลานั้น. โมเสสเข้าไปในเต็นท์นัดพบไม่ได้ เพราะเมฆปกคลุมอยู่ (shakan)และพระรัศมีของพระยาห์เวห์ก็อยู่เต็มพลับพลานั้น.”โมเสสสัมผัสได้ ถึงการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้าในเต็นนัดพบนั้น และสำหรับคนอิสราเอลแม้ไม่เห็นพระเจ้า แต่ทราบว่าพระองค์สถิตกับพวกเขาโดยสังเกตดูเสาเมฆและเสาไฟ ดังนั้นทั้งเสาเมฆและเสาไฟจึงแสดงถึง […]

ความแตกต่างระหว่าง ฉบับเก่า (ฉบับ1971) กับ ฉบับมาตรฐาน (ฉบับ2011)

ความแตกต่างระหว่าง ฉบับเก่า (ฉบับ1971) กับ ฉบับมาตรฐาน (ฉบับ2011) ท่านถาม-ฝ่ายแปลตอบ ฉบับที่ 4/2015      คำถาม พระคัมภีร์ไทยฉบับ 1971ดีอยู่แล้ว สำนวนภาษาก็ไพเราะ อีกทั้งใช้เป็นข้อท่องจำแต่เดิมมา ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงทำพระคัมภีร์ฉบับใหม่มาแทนที่ด้วยเล่า? ทำไมสมาคมฯ ไม่พิมพ์ฉบับ 1971 ออกมาจำหน่าย? โดยส่วนตัว ชอบฉบับ 1971ไม่ชอบฉบับ 2011 เพราะสำนวนภาษาไม่คุ้นเคยและพระนามพระเจ้าแต่เดิมก็เปลี่ยนไป ไม่คุ้นหู แล้วสมาคมฯ คิดเห็นอย่างไร? อยากรู้ว่าฉบับ 1971 ต่างจากฉบับ 2011อย่างไรบ้าง?      คำตอบ จากคำถามสี่คำถามข้างต้น ทำให้ทราบว่าผู้ถามเป็นคนอนุรักษ์นิยม ท่านมองเห็นคุณค่า ความสำคัญ และ ประโยชน์ของพระคัมภีร์ฉบับเก่า (ในที่นี้คือ ฉบับ 1971) ท่านจึงอยากจะเก็บรักษาและสนับสนุนให้คนรุ่นต่อไปได้ใช้ต่อไปนานเท่านาน. ทางสมาคมฯ เองก็เคารพความเห็นและความนิยมส่วนตัวของท่าน. ทั้งนี้เพราะพระคัมภีร์ทั้งสองฉบับเป็นของสมาคมฯ อย่างไรก็ดี ทางสมาคมฯ ขอเรียนชี้แจงบางสิ่งบางอย่างแก่ท่านเพื่อความเข้าใจร่วมกันและเพื่อตอบข้อสงสัยของท่านด้วยดังนี้คือ ๑. การแก้ไขคำแปลพระคริสตธรรมคัมภีร์ (Revision) […]

1 2 3