ทำไม เลวีนิติ 11:20-23 จึงบอกว่า แมลงมี 4 ขา?

     ถาม ผมสะดุดอย่างมาก ๆ กับเลวีนิติ 11 ข้อ 20-23 เรื่องแมลงมีปีกซึ่งมี 4 ขา ผมอธิษฐานถามและมาถามที่นี่ครับ เพราะแมลงมี 6 ขา และทำให้อยากรู้ว่าภาษาเดิมก็ระบุว่ามี 4 ขา หรือแปลผิดคลาดเคลื่อน  คนที่ไม่เชื่อพระเจ้ายิ่งบอกว่าพระคัมภีร์ไม่จริงอยู่ด้วย ทำให้ผมร้อนใจและร้อนรนที่จะทราบคำตอบมากไม่อยากให้คนไม่เชื่อพระเจ้าว่าเรา งมงาย พระเจ้าอวยพรครับ      ตอบ โดย ศจ. ดร. เสรี หล่อกัณภัย ขอบคุณมากครับที่ให้ความสนใจในรายละเอียด คำถามว่า แปลผิดหรือเปล่า? ขอ ยืนยันว่าไม่ได้แปลผิดจากต้นฉบับ เพราะฉบับอื่น ๆ ก็แปลเหมือนกัน ในตอนนี้ไม่ได้บอกว่าแมลงมีเพียง 4 ขา แต่บอกว่าแมลงชนิดที่ใช้ขา 4 ขาคลานกับพื้น คือเป็นการบอกว่าแมลงชนิดนี้มีลักษณะแตกต่างจากแมลงชนิดอื่นโดยดูจากลักษณะ การเคลื่อนไหวของมันบนพื้นดิน เช่นตั๊กแตนมี 6 ขา แต่มันใช้ 4  ขา คลาน ส่วนขาคู่หลังสุดจะซ่อนอยู่เพื่อเอาไว้กระโดด แมลงมีหลายชนิด วงจรชีวิตของมันก็ไม่เหมือนกัน เช่น ผีเสื้อมีตัวหนอนและดักแด้ […]

ทำไม สดุดี 106 ใช้คำสรรพนามบุรุษที่ 3 อย่างไม่เสมอต้นเสมอปลาย?

     คำถาม ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงแปลคำสรรพบุรุษที่ 3 ในพระธรรมสดุดี 106 ไม่เสมอต้นเสมอปลายคือ แปลออกมาหลายคำมาก มีทั้ง “ท่าน” มีทั้ง “เขา” มีทั้ง “พวกเขา” มีทั้ง “พวกของท่าน” มีทั้ง “ท่านเหล่านั้น” ?      คำตอบ ก่อนที่จะไปราบละเอียดของคำสรรพนาม ขอให้เรามาดูภาพรวมของสดุดีบทนี้ก่อน พระธรรมสดุดีมีคำขึ้นต้น และคำลงท้ายว่า “สรรเสริญพระยาห์เวห์” แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ใช่บทเพลงสรรเสริญ แต่เป็นการสารภาพบาปในอดีตของชนชาติอิสราเอลมากกว่า การสรรเสริญพระยาห์เวห์ในตอนท้ายของบทนี้ไม่น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของบทนี้ แต่เป็นการจบของบรรพที่ 4 เพราะบทที่ 106 เป็นบทสุดท้ายของบรรพที่ 4 นอกจากนี้สดุดีบทนี้คล้ายคลึงกับบทที่ 105 คือกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอล โดยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่พระเจ้า ทรงสำแดงการอัศจรรย์ในอียิปต์เรื่อยมา จนถึงสมัยที่อิสราเอลเข้าครอบครองแผ่นดินคานาอัน และต่อมาเพราะคนอิสราเอลไม่เชื่อฟังพระเจ้า จึงถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย จนท้ายที่สุดด้วยความกรุณาของพระเจ้า พระองค์ทรงนำคนอิสราเอลกลับมาจากการเป็นเชลย ผู้เขียนสดุดีบทนี้น่าจะเป็นคนยิวที่กลับมาจากการเป็นเชลย และเป็นผู้นำชุมนุมชนอิสราเอลสารภาพบาปของบรรพบุรุษของพวกเขา สดุดี 106 พอจะแบ่งเนื้อหาออกได้ดังนี้คือ ข้อ 1-3 คำเชิญชวนของผู้นำให้ชุมนุมชนมาร่วมกันอธิษฐาน […]

ตัวกระจงผา มีลักษณะอย่างไร? ทำไมจึงปรับเปลี่ยนคำแปลจาก ตั๊กแตน เป็น ตั๊กแตนปาทังก้า…

ตัวกระจงผา มีลักษณะอย่างไร? ทำไมจึงปรับเปลี่ยนคำแปลจาก “ตั๊กแตน” เป็น “ตั๊กแตนปาทังก้า” และจาก “ตุ๊กแก” เป็น “จิ้งจก”? มีผู้สนใจอยาก ทราบว่าในพระธรรมสุภาษิต 30:24-28 ตัวกระจงผา มีลักษณะอย่างไร? ทำไมจึงปรับเปลี่ยนคำแปลจาก “ตั๊กแตน” เป็น “ตั๊กแตนปาทังก้า” และจาก “ตุ๊กแก” เป็น “จิ้งจก” ? ดังนั้น เพื่อให้ผู้ถามและผู้อ่านได้รับประโยชน์มากที่สุด เราจะอธิบายความหมายของทั้งตอนนี้และตอบคำถามไปในเวลาเดียวกัน มีสี่สิ่งในโลกที่เล็กเหลือเกิน แต่มีปัญญามากเหลือล้น มด เป็นประชากรที่ไม่แข็งแรง แต่มันยังเตรียมอาหารของมันไว้ในฤดูแล้ง ตัวกระจงผา เป็นประชากรที่ไม่มีกำลัง แต่มันยังสร้างบ้านของมันในซอกหิน ตั๊กแตนปาทังก้าไม่มีราชา แต่มันทั้งหมดยังเดินขบวนเป็นแถว จิ้งจกนั้น เจ้าเอามือจับได้ แต่มันยังอยู่ในพระราชวัง มีสี่สิ่งในโลกที่เล็กเหลือเกิน แต่มีปัญญามากเหลือล้น สุภาษิต 30:24 ท่านอากูร์ได้พิเคราะห์ดูสิ่งมีชีวิตในโลก แล้วท่านเห็นสัตว์สี่ชนิดที่ดูเล็กน้อย แต่มีปัญญาเหลือล้นซ่อนอยู่ในชีวิตของพวกมัน พระธรรมข้อนี้เป็นบทนำและบทสรุปของตอนคือ สุภาษิต 30:24-28 เล็ก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงขนาดอย่างเดียว แต่หมายถึงความสำคัญด้วย ดูตัวอย่าง ดาวิดเล็กน้อยในสายตาของเจสซีผู้เป็นบิดา […]

ตรีเอกานุภาพควรแปลว่าอย่างไร?

     ถาม ตรีเอกานุภาพควรแปลว่าอะไร?      ตอบ ก่อนอื่นต้องขอตอบว่า คำนี้ไม่ได้ปรากฏในพระคริสตธรรมคัมภีร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่เป็นคำสอนเกี่ยวกับพระลักษณะของพระเจ้าที่ปรากฏในพระคริสตธรรมคัมภีร์ คำๆ นี้เป็นคำที่แปลมาจากภาษาอังกฤษคือคำว่า Trinity ซึ่ง มีความหมายกว้างๆ ว่า สามรวมเป็นหนึ่ง นักวิชาการหลายท่านจึงเสนอว่าควรจะแปลว่า ตรีเอกภาพ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องภาษาศาสตร์ แต่เป็นเรื่องทางศาสนศาสตร์ หรือ หลักข้อเชื่อของคริสตชนที่เชื่อในพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียวแต่ปรากฏเป็นสาม พระภาค หรือ สามบุคคล ได้แก่ พระบิดา พระบุตร (หมายถึงพระเยซูคริสต์) และพระวิญญาณบริสุทธ์ิ (หรือพระจิต) แนวความคิดนี้กว่าจะเป็นที่ยอมรับสำหรับคริสตชนนี้ต้องใช้เวลาโต้แย้งกันใน ระดับผู้นำคริสตจักรเป็นเวลาถึงร้อยกว่าปี เพราะไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิดว่า คริสตชนมีพระเจ้าสามองค์ แต่ต้องการถ่ายทอดว่า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์คือพระเจ้าองค์เดียว เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ในพระธรรมยอห์น 17:11 พระเยซูได้อธิษฐานเผื่อสาวกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหมือนกับพระองค์กับ พระบิดา และได้กล่าวซำ้อีกในข้อ 21 เมื่ออธิษฐานเผื่อคนที่สาวกจะนำมาวางใจในพระเยซูในอนาคตด้วย พระเยซูไม่ทรงปิดบังความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างพระเจ้ากับพระองค์ พระเยซูทรงเรียกพระเจ้าว่า พระบิดาต่อหน้าพวกยิว จนพวกเขาโกรธดังปรากฏในพระธรรมยอห์น 5:17-18 แต่พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “พระบิดาของเรายังทรงทำงานอยู่เรื่อยๆ และเราก็ทำด้วย” เพราะเหตุนี้พวกยิวยิ่งหาโอกาสที่จะฆ่าพระองค์ […]

ช่องพระแกลตาข่ายหมายถึงอะไรกันแน่?

คำถาม 2. เมื่ออ่านพระคัมภีร์ไทย แล้วพบคำราชาศัพท์คือ “ช่องพระแกล” ใน พระธรรม 1 พงศาวดาร บทที่ 15 ข้อที่  29 (ความว่า  และเมื่อหีบพันธสัญญาของพระเจ้ามาถึงนคร ของดาวิดแล้ว มีคาลราชธิดาของซาอูลแลดูตามช่องพระแกล เห็นกษัตริย์ดาวิดทรงเต้นรำและทรงร่าเริงอยู่  พระนางก็มีใจดู หมิ่นพระองค์) และ “ช่องพระแกลตาข่าย” ในพระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 1ข้อที่  2  (ความว่า  ฝ่ายอา หัสยาห์ทรงตกลงมาจากช่องพระแกลตาข่ายที่ห้องชั้นบนของพระองค์ในกรุงสะมาเรีย และทรงประชวร …) แล้วไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร?  จนได้ไปอ่านพระคัมภีร์อังกฤษจึงเข้าใจว่า “ช่องพระแกล” ก็คือ ช่องหน้าต่าง (window) และ “ช่องพระแกล ตาข่าย” คือ ช่องหน้าต่างที่มีไม้ระแนงขัดกันเป็นตารางกั้นไว้ (lattice) ดังนั้นจึงทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทยไม่แปลพระคัมภีร์ออกมาเป็นภาษาง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์?  และอีกคำถามหนึ่งก็คือ ในพระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 1ข้อที่  2  กษัตริย์อาหัสยาห์ทรงตกลงมาจากหน้าต่างห้องชั้นบนได้อย่างไร?  เพราะมีแผงเป็นตารางกั้นอยู่ จึงไม่น่าจะตกลงมาได้ หรือว่ามีแผงกั้นเพียงครึ่งเดียวของหน้าต่าง […]

จุ๊ จุ๊… จงเงียบ

     ถาม    ทำไมหลายตอนในพระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับมาตรฐานจึงต่างจากฉบับเดิม? เนื้อความบางตอนก็แปลกๆ อ่านแล้วไม่เข้าใจ  ยกตัวอย่าง พระธรรมอาโมสบทที่ 8 ข้อที่ 3 เนื้อหาคำแปลต่างจากฉบับอื่นๆ ? ดังนั้นจึงอยากให้สมาคมพระคริสตธรรมไทยตรวจสอบคำแปลอีกครั้ง เพื่อผู้อ่านจะไม่เข้าใจผิดหรือรู้สึกงง      ตอบ  ก่อนจะตอบคำถาม ก็ขอเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจกับพระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 พระคัมภีร์ฉบับนี้เป็นการแก้ไขคำแปลจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1971 โดยตรวจสอบคำแปลอย่างใกล้ชิดกับสำเนาต้นฉบับภาษาเดิม และยึดหลักว่า หากคำแปลในฉบับ 1971 ดีอยู่แล้ว (หมาย ความว่า 1.คำแปลถูกต้องกับความหมายในภาษาเดิมคือ ภาษาฮีบรู ภาษาอาราเมค และภาษากรีก ซึ่งพระเจ้าทรงใช้บันทึกพระวจนะของพระองค์และ 2.คำแปลนั้นยังสามารถสื่อความหมายได้ดีกับคนไทยในปัจจุบัน) คณะ กรรมการแก้ไขพระคัมภีร์ก็จะรักษาคำแปลนั้นไว้โดยไม่แก้ไขแต่อย่างใด หากตรงกันข้าม คำแปลเดิมนั้นไม่สื่อความหมายของภาษาเดิม หรือ ไม่อาจทำหน้าที่ได้ดีเหมือนก่อนแล้ว คณะกรรมการก็จำเป็นต้องแก้ไขเท่าที่จำเป็น เพื่อผู้อ่านจะสามารถเข้าใจความหมายของพระคัมภีร์ได้อย่างสมบูรณ์ ดัง นั้น คำแปลฉบับมาตรฐานจึงต่างจากฉบับ 1971 บ้างในบางตอนเป็นธรรมดา ความแตกต่างไม่ได้เป็นสาระสำคัญเท่ากับความเข้าใจในความหมายภาษาเดิม แม้ว่าความแตกต่างอาจกระทบความรู้สึกคุ้นเคยกับฉบับเดิมบ้างก็ตาม สมาคมฯ ได้ตีพิมพ์พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานออกมาในปี ค.ศ. 2011 โดยประสงค์จะให้พี่น้องคริสตชนได้อ่าน ได้ศึกษา ได้ใคร่ครวญพระวจนะในภาษาที่เข้าใจง่าย […]

จำนวนเลขนั้น สำคัญไฉน?

ทำไม 2 พงศ์กษัตริย์ 8:26 กับ 2 พงศาวดาร 22:2 บอกอายุตอนเป็นกษัตริย์ไม่ตรงกันให้เชื่ออันไหนดี ใน 1 พงศาวดาร 18:4 กับ 2 ซามูเอล 8:4 บอกจำนวนรถม้าไม่ตรงกันเพราะเหตุใดในพระคัมภีร์เล่มเดียวกันถึงคลาดเคลื่อน ได้ เรียน คุณวันชัย ทราบ คำถามของคุณน่าสนใจและอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง ดังนั้นผมจึงใช้เวลาศึกษาก่อนจะตอบ ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าคำตอบนั้นรัดกุมและถูกต้อง เราจะเริ่มต้นที่คำถามของคุณเกี่ยวกับจำนวนเลขซึ่งไม่ตรงกันในพระธรรมต่าง เล่มกัน แต่ก่อนอื่น ผมอยากให้คุณทราบจุดยืนของผมก่อนว่า ผมเชื่อว่าพระคริสตธรรมคัมภีร์ทุกตอนเป็นพระวจนะหรือคำตรัสของพระเจ้า ทรงไว้ซึ่งสิทธิอำนาจ และเป็นมาตรฐานของพระเจ้าสำหรับมนุษย์ในการดำเนินชีวิตอย่างที่พอพระทัย พระองค์ ผมเชื่อว่าต้นฉบับหรือสำเนาต้นฉบับแรกของพระคัมภีร์นั้นถูกต้องเพราะได้รับ การดลใจจากพระเจ้า แต่การคัดลอกโดยพวกอาลักษณ์ในเวลาต่อมา แม้ว่าจะพยายามอย่างเคร่งครัดให้ตรงต้นฉบับที่สุด ก็อาจมีบ้างที่ผิดพลาดไปโดยไม่ตั้งใจ อย่างเช่น จำนวนเลขที่ไม่ตรงกันนี้ เป็นต้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในทำนองนี้ก็มี……หลายประการเช่น ระยะเวลาการเขียนของพระธรรม 2 ฉบับที่ห่างกัน ระยะเวลาของการคัดลอกที่นานเกินไปทำให้ตัวหนังสือจางลงหรือสำเนาโบราณชำรุด เสียหาย แต่ขอบพระคุณพระเจ้าที่ความผิดพลาดของมือมนุษย์นี้ไม่ไปกระทบต่อคำสอนหลัก ของพระเจ้า อาทิ เรื่องการรอดพ้นจากบาป เป็นต้น นี่ทำให้ผมคิดถึงสุภาษิตไทยว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง      คำถามแรกว่า อายุที่ถูกต้องของกษัตริย์อาหัสยาห์แห่งอาณาจักรยูดาห์เมื่อขึ้นครองราชย์ […]

จะปกครองอย่างไรดี?

มีผู้หนึ่งถามมาว่า  เมื่ออ่านพระธรรมสุภาษิตบทที่ 29  ข้อ 21 ในพระคัมภีร์ไทยหลายฉบับ แล้วเกิดข้อสงสัยสองประการคือ ๑.คำกริยาในวรรคแรก ควรเป็นคำใดจึงถูกต้องกับบริบท? บางฉบับว่า “ประคบประหงม” บางฉบับว่า “ทนุถนอม” (ซึ่งควรแก้ไขให้ถูกต้องเป็น “ทะนุถนอม”) และบางฉบับว่า “ตามใจ” ๒.เนื้อความในวรรคสอง ควรเป็นอย่างไร? เพราะคำแปลต่างฉบับต่างกัน ขอเชิญพิจารณาดูคำแปลจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ไทยฉบับต่างๆ ข้างล่างนี้ คนที่ถนอมเลี้ยงบ่าวของตนมาแต่เด็กที่สุดปลายเขาก็จะทะนงตัวว่าเป็นลูกชาย.(ฉบับ1940) บุคคลที่ทนุถนอมคนใช้ของตนตั้งแต่เด็ก ๆ   ที่สุดจะเห็นว่าเขาเป็นผู้รับมรดกของตน(ฉบับ1971) คนที่ตามใจคนรับใช้ของตนตั้งแต่เด็กๆ   ในที่สุดจะพบว่าเขานำความยุ่งยากมาให้(ฉบับ2011) ผู้ตามใจผู้รับใช้ตั้งแต่ผู้รับใช้ยังเป็นเด็ก   จะต้องเสียใจในที่สุด(ฉบับคาทอลิก) บุคคลที่ทะนุถนอมคนใช้ของตนตั้งแต่เด็กๆ   ที่สุดจะเห็นว่าเขากลายเป็นบุตรชายของตน(ฉบับไทยคิงเจมส์) การประคบประหงมคนรับใช้ตั้งแต่เด็ก   เขาจะนำความทุกข์โศกมาให้ในที่สุด(ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย) ถ้าเลี้ยงดูคนใช้แต่วัยเยาว์  ให้สิ่งเขาต้องประสงค์จำนงจิต  สักวันหนึ่งจะเสียดายกลายเป็นพิษทุกชนิดของเราเขาครอบครอง(ฉบับประชานิยม) ก่อนอื่นทางสมาคมฯต้องขอออกตัวว่าการนำพระคัมภีร์ฉบับต่างๆมาเทียบเคียงกันนี้มิได้มีจุดประสงค์จะเปรียบเทียบว่าฉบับใดดีกว่าฉบับใดเพียงแต่ต้องการให้ผู้อ่านเห็นความแตกต่างในคำแปลของฉบับต่างๆและพยายามหาความหมายออกมาต่างหาก. เมื่อพิเคราะห์ดูเนื้อหาโดยรวมของทุกฉบับเราพบความมุ่งหมายของผู้เขียนสุภาษิตข้อนี้ซึ่งนอกจากจะนำเสนอความจริงด้านหนึ่งของชีวิตแล้วยังเตือนสติผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองหรือเจ้านายให้ทราบว่าควรจะปฏิบัติต่อคนในบังคับบัญชาหรือคนในปกครองอย่างไรจึงจะส่งผลดีต่อเราและต่อเขา? แม้ว่าสุภาษิตจะกล่าวในเชิงลบแต่แน่นอนว่าผู้เขียนมีความประสงค์ในเชิงบวกโดยเนื้อความในวรรคแรกเป็นสาเหตุและเนื้อความในวรรคสองเป็นผลลัพธ์ซึ่งสืบเนื่องจากการกระทำในวรรคแรก แม้ว่าสังคมสมัยพระคัมภีร์จะต่างจากสังคมปัจจุบันบ้างกล่าวคือคนรับใช้หรือบ่าวไพร่ในสมัยนั้นอยู่กับเจ้านายตั้งแต่เกิดก็มีเนื่องจากบิดามารดาของเขาเป็นทาสหรือข้ารับใช้ในบ้านนั้นแต่เริ่มแรกดังนั้นคนรับใช้จึงเป็นเด็กในการปกครองของเจ้านายคล้ายบุตร ด้วยเหตุนี้หลักการต่างๆในพระธรรมสุภาษิตที่เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อคนรับใช้และต่อบุตรจึงอาจนำมาประสานกันได้บ้างตามควรจะขอหยิบยกตัวอย่างจากสุภาษิตบทที่29 ข้อ15 ,17,19 และ21ฉบับ2011 เราพบหลักการปฏิบัติต่อบุตรในข้อ15 และ17 อีกทั้งหลักการต่อคนรับใช้ในข้อ19 และ21 ไม้เรียวและคำตักเตือนให้ปัญญา   แต่เด็กที่ถูกปล่อยปละละเลยจะนำความอับอายมาสู่มารดา  (ข้อ15) จงตีสอนบุตรของเจ้าและเขาจะให้เจ้าสบายใจ   เขาจะให้ความปีติยินดีแก่เจ้า(ข้อ17) สักแต่ใช้คำพูดเท่านั้นจะสั่งสอนคนรับใช้ไม่ได้  เพราะแม้เขาจะเข้าใจแต่เขาก็ไม่เชื่อฟัง(ข้อ19) คนที่ตามใจคนรับใช้ของตนตั้งแต่เด็กๆ   […]

จะตีความอุปมาอย่างไรดี?

       คำถาม :อุปมา เรื่อง “บ่าวที่สัตย์ซื่อและบ่าวที่ไม่สัตย์ซื่อ” ในพระธรรมมัทธิวบทที่ 24 ข้อ 45 ถึงข้อ 51 มีความหมายว่าอย่างไร? ทำไม จึงมีการลงโทษหนักถึงขนาดไม่ได้รับความรอดด้วย?      คำตอบ : คุณ วันชัย โรจน์มานะวงศ์ ได้เขียนมาถามเกี่ยวกับอุปมาเรื่องนี้หลายคำถามทีเดียว คำถามเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับการแปล (Translation) นั่นหมาย ความว่า ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับตัวเนื้อหาของพระคัมภีร์ตอนนั้นๆ แต่เป็นคำถามเกี่ยวกับการตีความหมาย (Interpretation) ทางเรา ได้อ่านและสรุปประเด็นคำถามของคุณวันชัยออกมาให้กระชับรัดกุม ดังได้ปรากฏข้างต้น แต่ก่อนจะลงมือตอบ ผมก็อยากจะปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับอุปมา (parable) ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ก่อนว่าหมายถึงอะไร โดยมากเราจะคิดถึงอุปมาของพระเยซูในพระคัมภีร์ใหม่ แต่ในพระคัมภีร์เดิมก็มีเรื่องราวในลักษณะอุปมาด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เรื่องที่ผู้เผยพระวจนะนาธันเล่าให้กษัตริย์ดาวิดฟัง ซึ่งส่งผลให้ดาวิดกลับใจสารภาพบาป (2ซามูเอล 12:1-4) หรือ เรื่องที่โยธามบุตรคนสุดท้องของผู้วินิจฉัยกิเดโอนเล่าให้ชาวเมืองเชเคมฟัง เกี่ยวกับต้นไม้ต่างๆ เสาะหาต้นไม้ที่จะมาเป็นราชาของพวกมัน (วนฉ.9:8-15) หรือ บทเพลงรักชาวสวนองุ่นของผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ที่เรียกร้องให้ผู้ฟังตัดสิน ว่าใครผิด ระหว่างชาวสวนผู้ตรากตรำกับเถาองุ่นทรยศ (อสย.5:1-7) ดังนั้นกล่าวโดยสรุปก็จะได้ว่า อุปมา หมายถึง เรื่องเล่าที่ผู้ประพันธ์หยิบยกมาจากชีวิตประจำวันเพื่อจะสื่อความหมาย บางอย่างกับผู้ฟังในสมัยของเขา และจากหนังสือพจนานุกรมภาษาอังกฤษร่วมสมัยของบริษัทลองแมน ได้ให้คำนิยามของอุปมา (Parable) […]

คําว่า“พระทรวง”ในพระคัมภีร์บางข้อหายไม่ได้ทําให้ความหมายผิดไป

  คําว่า“พระทรวง”ในพระคัมภีร์บางข้อหายไม่ได้ทําให้ความหมายผิดไป เนื่องด้วยฝ่ายแปลได้รับการสอบถามจากผู้อ่านพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานว่า ทําไมข้อความใน ยอห์น 13:23 และ ยอห์น 13:25 จึงไม่มีคําว่า “พระทรวง” ปรากฏอยู่ด้วย และผู้อ่านต้องการทราบว่าเอกสารต้นฉบับดั้งเดิมนั้นมีคําว่า “พระทรวง” หรือไม่ ฝ่ายแปลได้ตรวจสอบจากต้นฉบับภาษากรีกพบคําศัพท์ที่มีความหมายถึง อก หรือ พระทรวง คือคําว่า (bosom) ใน ยอห์น 13:23 และ (chest) ใน ยอห์น 13:25 หากย้อนกลับไปพิจารณาการแปลของสมาคมฯ เองในฉบับ 1971 จะพบว่าเราแปลคําศัพท์ดังกล่าวแบบตรงตัวด้วยคําว่า “พระทรวง” ลงไปที่พระคัมภีร์ทั้งสองข้อ เมื่อแสดงข้อความเปรียบเทียบกับฉบับมาตรฐานที่สมาคมฯ ยกร่างการแปลเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 2011 จะเป็นดังนี้ ยอห์น 13:23 ฉบับ 1971ที่สํารับมีสาวกคนหนึ่งที่พระองค์ทรงรัก ได้เอนกายอยู่ใกล้พระทรวงของพระองค์ฉบับมาตรฐานสาวกที่พระเยซูทรงรักเอนกายอยู่ใกล้พระองค์ยอห์น 13:25 ฉบับ 1971ขณะที่ยังเอนกายอยู่ใกล้พระทรวงของพระองค์ สาวกคนนั้นก็ทูลถามพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า คนนั้นคือใคร”ฉบับมาตรฐานขณะที่ยังเอนกายอยู่ใกล้พระเยซู สาวกคนนั้นก็ทูลถามพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า คนนั้นเป็นใคร?”การรับประทานอาหารตามธรรมเนียมของพวกยิวในสมัยของพระเยซูนั้นไม่มีเก้าอี้นั่งอย่างทุกวันนี้ แต่ละคนต้องนั่งลงกับพื้นและนอนเอียงข้างโดยใช้แขนซ้ายพยุงตัวไว้ แล้วใช้มือขวาหยิบ อาหารใส่ปาก ภาพรวมจึงดูเหมือนว่าเป็นการเอนกายซ้อนอกกัน […]

1 2 3