กว่าจะมาเป็น ต้น

        ย้อนเวลาไปกว่า 20 ปีที่แล้ว หลายคนคงยังจำวงดนตรีวงหนึ่งชื่อ แมคอินทอช ได้ ในเวลานั้น ไม่ว่าจะเปิดทีวีไปที่ช่องไหนประชาชนจะได้เห็นวงแมคอินทอชอันโด่งดัง
บ่อยครั้งก็เห็นสมาชิกของวงให้สัมภาษณ์ เป็นที่หลงไหลคลั่งไคล้ของวัยรุ่นในยุคนั้น คริสตสายสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับเกียรติสัมภาษณ์ คุณวงศกร รัศมิทัต หรือ ต้น แมคอินทอช มือกลองของวงในสมัยนั้น
        ปัจจุบันคุณต้น วงศกร สมรสกับคุณไปรยา (คุณอ้อย) มีบุตรชาย 2 คนคือ นายวาชรัตน์ (ฟิงก์) อายุ 18 ปี และนายวิรวิชญ์ (อิงค์) อายุ 15 ปี ทั้งสองคนเรียนอยู่ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ส่วนคุณต้นทำงานเกี่ยวกับการบันทึกเสียงดนตรีในห้องบันทึกเสียง ที่เรียกว่าซาวด์เอ็นจิเนียร์ และเมื่อไม่นานมานี้ เราได้เห็นคุณต้นอีกครั้งหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน เขารับบทพ่อของเจี๊ยบซึ่งเป็นพระเอกในเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดเป็นปรากฏการณ์ แฟนฉันฟีเวอร์ ซึ่งโกยเงินกว่า 100 ล้านบาท
        เข้าสู่วงการบันเทิง ประมาณปี พ.ศ. 2517 ขณะที่คุณต้นยังเรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาได้รวมตัวกับเพื่อนๆ ตั้งวงดนตรีชื่อ แมคอินทอช และเล่นดนตรีรับจ้างไปเรื่อยๆ วันหนึ่งวงแมคอินทอฟชได้ไปที่ร้านตัดสูทสากลร้านหนึ่ง และได้พบกับคุณเสกสรรค์ ภู่ประดิษฐ์ (พิธีกรรายการ โลกดนตรีในตอนนั้น) หัวหน้าวงได้พาสมาชิกในวงไปทำความรู้จักและฝากเนื้อฝากตัว จากนั้นคุณเสกสรรค์จึงได้พาไปรู้จักกับคนในวงการ บันเทิง พาไปออกแสดงตามที่ต่างๆ เช่นที่สวนสนุกแดนเนรมิต ออกรายการทีวี ฯลฯ และได้แสดงภาพยนตร์ 4 เรื่อง หนึ่งใน 4 เรื่อง นั้นคือ วันวานยังหวานอยู่ที่โด่งดังมากในตอนนั้น หลังจากนั้นไม่นาน วงดนตรีแมคอิน ทอชก็มีอันต้องแยกวงเพราะเนื่องจากสมาชิกของวงทั้งเล่นดนตรีและแสดงภาพยนตร์ ด้วย ทำให้งานหนักเกินไป การถ่ายทำหนังแต่ละเรื่องใช้เวลามาก ทำให้มีเวลาซ้อมดนตรีน้อยลง และไม่สามารถจะรับงานเล่นดนตรีในคลับทุกวันเช่นที่เคยทำอยู่ สมาชิกในวงจึงตกลงใจที่จะแยกวง หลังจากแยกวงกันไปแล้ว ผมก็ไปรวมตัวกับเพื่อนๆ ตั้งวงใหม่ชื่อ วงตาวัน เพื่อผมจะได้เล่นดนตรีมากขึ้น
ในปัจจุบัน เราจะเห็นการกลับมารวมวงกันเฉพาะกิจของวงดนตรีหลายวงที่มีชื่อเสียงในอดีต แล้ววง แมคอินทอช คิดที่จะรวมวงกันเฉพาะกิจเหมือนกับวงอื่นๆ บ้างหรือไม่?
คุณต้นบอกกับเราว่า ทุกคนในวงก็ได้เจอกันบ้างเป็นครั้งคราว แต่มันค่อนข้างยากที่จะมารวมวงกันเฉพาะกิจ เพราะสมาชิกในวงหลายคนเลิกเล่นดนตรีไปนานแล้ว และไปทำงานจนได้ดิบได้ดีมีอาชีพอื่นไปแล้ว ถ้าจะไปดึงเขามา จะทำให้พวกเขาเสียเวลาทำงาน และกว่าจะกลับมาฝึกดนตรีให้เล่นพอใช้ได้ ไม่อาย ใคร ต้องใช้เวลาพอสมควร ถ้ารวมวงกันแล้วไปทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น เล่นกีฬา แม้ไม่เก่งก็ยังดูไม่น่าเกลียด แต่ถ้ามารวมกันแล้วเล่นดนตรี ถ้าเล่นไม่ได้เรื่องนี่คงจะดูไม่ดีแน่ๆ มีครอบครัว มีลูก
        ในยุคหนึ่งคนในวงการบันเทิงไม่นิยมเปิดเผยว่าตนมีภรรยามีลูกแล้ว เพราะจะทำให้ความนิยมตกและส่งผลร้ายต่อธุรกิจการงาน ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อคุณต้นได้พบรักกับคุณอ้อยประมาณ 24 ปีที่แล้ว จึงมิได้เปิดเผยให้ใครทราบคุณต้นเล่าถึงการได้พบกับคุณอ้อยว่า ผมเองก็มีเพื่อนที่เรียนอยู่ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ และมีชมรมต่างๆ จากหลายมหาวิทยาลัยได้จัดงานการกุศล มีการแสดงดนตรี ซึ่งนักศึกษาต้องช่วยกันทำงาน เช่น ติดต่อสถานที่ ติดต่อราชการ ขายบัตร และอื่นๆ เพื่อนผมก็ไปชวนอ้อยมาช่วยงาน ผมจึงได้รู้จักอ้อยคบหากัน และแต่งงานกันในที่สุด หลังจากนั้นประมาณ 4 ปี เราจึงมีลูกด้วยกัน 2 คน รู้จักพระเจ้า คุณไปรยาหรือคุณอ้อย เป็นคนเชียงใหม่ที่มาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ และเป็นคริสเตียนมาแต่เดิม แต่เนื่องจากต้องเรียนและทำงานไปด้วยทำให้ไม่ค่อยได้ไปโบสถ์ และเมื่อมีครอบครัวคุณต้นซึ่งเป็นสามีไม่ได้เป็นคริสเตียน คุณอ้อยก็ไม่เคยชวนให้เป็นคริสเตียน ได้แต่ชวนว่า ถ้าวันอาทิตย์ไหนพี่ว่าง พาอ้อย ไปโบสถ์บ้างนะ คุณต้นก็ได้แต่รับปาก แต่ก็ไม่เคยพาไปเลยสักครั้งเดียวแต่คุณอ้อยก็มิได้บ่นหรือต่อว่าแต่อย่างใด คุณอ้อยใช้การดำเนินชีวิตที่เป็นการสำแดงว่าพระเจ้าดูแลตัวเธออย่างไรบ้าง คุณอ้อยจะสอนลูกจากพระคัมภีร์ สอนให้รู้ว่าพระคัมภีร์มีส่วนในชีวิตจริงอย่างไร และร้องเพลงพระเจ้าให้ลูกๆ ฟัง ถึงแม้ผมยังไม่ได้เป็นคริสเตียน ผมก็อยากให้ลูกเข้าเรียนที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ เพราะผมคิดว่าคำสอนต่างๆ ที่ชาวคริสเตียนยึดถือน่าจะไว้วางใจได้ ลูกๆ จึงได้รับการปลูกฝังเรื่องพระเจ้าจากโรงเรียนนี้
        จนกระทั่งลูกอายุได้ประมาณ 12 ปี จึงให้เขาตัดสินใจเองที่จะเชื่อพระเจ้าหรือไม่ เขาก็เลือกที่จะเชื่อพระเจ้าและได้รับศีลบัพติศมา เป็นสมาชิกสมบูรณ์ของคริสตจักรวัฒนา เขาจะไม่เคยขาดโบสถ์ ถึงแม้บางครั้งพ่อแม่จะติดธุระไม่ได้ไปโบสถ์ ลูกก็จะไปโบสถ์ และเล่นดนตรีในการนมัสการที่โบสถ์ด้วย และแล้วเวลาของพระเจ้าก็มาถึงที่จะเรียก คุณต้นให้กลับใจมาเชื่อพระเจ้า แต่เดิมนั้นผม เป็นคนที่ไม่ยึดติดอยู่ในความเชื่อใด ไม่เคารพนับถืออะไรเลย เป็นพวกที่มีแต่ตัวเอง ส่วนตัวของอ้อยนั้นถึงแม้เขาไม่ได้ไปโบสถ์ แต่อ้อย จะมีพระเจ้าตลอด มีอยู่วันหนึ่ง อ้อยไปรับลูกที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ได้เจอเพื่อนเก่าคนหนึ่งซึ่งได้ชวนอ้อยไปโบสถ์ ผมกับอ้อยก็ไป เมื่อไปแล้วรู้สึกดี จึงไปอีกเรื่อยๆ และเมื่อถึงปิดเทอมใหญ่ ผมเริ่มมีเวลาว่างมากขึ้น ได้พักผ่อน หันไปเห็นหนังสือเล่มหนาๆ คือพระ คริสตธรรมคัมภีร์ เลยหยิบขึ้นมาอ่านจำได้ว่าตอนไปโบสถ์มีน้องคนหนึ่งแนะนำให้อ่านพระคัมภีร์ เขาบอกว่าก่อนอ่านให้อธิษฐาน ไม่เชื่อไม่เป็นไร ผมก็ลองทำตามที่เขาบอก และเมื่ออ่านไปเรื่อยๆ เหมือนกับเรากำลังทำความรู้จักกับพระเจ้า รู้จักหนทาง รู้ถึงวิธีคิดของพระองค์ รู้จักสิ่งที่พระองค์สอนมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งผมรู้สึกถึงการมีอยู่จริงและความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าผมจึงกลับใจมา เชื่อและวางใจในพระองค์ และมีสิ่งหนึ่งทำให้ผมรู้ว่าเมื่อเราเชื่อพระเจ้าแล้ว พระองค์พยายามจะชำระเราให้สะอาดคือผมเป็นคนสูบบุหรี่ ติดบุหรี่มาก มีวันหนึ่งผมรู้สึกว่า ลูกเรากำลังโตขึ้น ถ้ามือเรายังคีบบุหรี่ และวันหนึ่งถ้าเราจะต้องพูดเรื่องที่จริงจังกับลูก จะแนะนำหรือว่ากล่าวอะไร ลูกจะเชื่อเราแค่ไหน จึงคิดที่จะเลิกซึ่งก็เลิกยาก แต่พระเจ้าช่วยให้เกิดความคิด ให้ผมมีวิธีมีอุบายเพื่อใช้กับตัวเองที่จะเลิกบุหรี่ ในที่สุดพระเจ้าก็ทำให้ผมเลิกได้ เล่นหนังเรื่อง แฟนฉัน หลังจากห่างหายไปจากวงการแสดงนานหลายปี
        คุณต้นไม่ได้รับงานแสดงใดๆ จนกระทั่งเราได้เห็นผลงานของเขาในภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน ในบทพ่อของพระเอก คุณต้นเล่าว่า น้องๆ ที่เป็นผู้กำกับใหม่คงนึกถึงเพลงจึงนึกถึงผม เขาติดต่อผมเป็นคนแรก ขอให้ไปช่วยแสดง ผมก็รับที่จะแสดงให้ ใช้เวลาถ่ายทำประมาณ 4 เดือน ผู้แสดงที่เล่นด้วยกันมีหลายคนที่เป็นคาทอลิก เช่นคุณไก่ที่รับบทแม่ของน้อยหน่า (นางเอกของเรื่อง) เจี๊ยบที่เล่นเป็นพระเอก จะเห็นว่าจริงๆแล้ว พระเจ้าไม่ได้ให้สิทธิพิเศษอะไรกับคริสเตียน หรือพระองค์ไม่ได้แสดงอิทธิฤทธิ์เสกหนังให้ได้เงิน แต่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าที่อยากให้ทุกคนประจักษ์ในความรักของพระองค์ มากกว่า เราเป็นคริสเตียนเราจะได้สิทธิพิเศษคือพระองค์ทรงชำระบาปของเรา ในพระคัมภีร์กล่าวว่า ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวเหมือนหิมะ (อิสยาห์ 1:18) การทำงานกับคนที่มีความเชื่อแตกต่างกันเป็นปัญหากับคุณต้นหรือไม่ คุณต้นบอกว่า ผมทำงานไม่เคยมีปัญหาหรือความขัดแย้ง อย่างเช่น ตอนเปิดกล้องหนังเรื่องแฟนฉัน ต้องมีการบวงสรวงและเซ่นไหว้ต่างๆ ถึงแม้เราจะมีความเชื่อที่ต่างกับเขา แต่เราก็สามารถอยู่ในงานได้โดยไม่ร่วมในพิธีเหล่านั้น และไม่สร้างปัญหาให้ผู้ร่วมงาน ประสบการณ์กับพระเจ้า ในแต่ละวัน แต่ละช่วงของชีวิต พระเจ้าอยู่ด้วยกับครอบครัวนี้เสมอ ทรงดูแลตลอดเวลา ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่
       คุณต้นแบ่งปันให้เราฟังว่า ช่วงก่อนคริสตมาสที่ผ่านมา ผมมีงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะมากจนดูแล้วทำไม่ทัน เช่น รับผิดชอบดูแลสถานที่ตกแต่งโบสถ์ ทำละครให้ 2 คริสตจักร ทำงานเพลงซึ่งมีกำหนดส่งมาสเตอร์ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 03 (ห้องอัดจองแล้วเลื่อนวันไม่ได้) งานประดังกันเข้ามา ผมก็กังวลใจมากกลัวว่าจะทำไม่ทัน แต่พระเจ้าก็นำให้งานมิกซ์เพลงพักงานไว้ก่อน เพราะมีบางสิ่งที่จำเป็นต้องแก้ไข ซึ่งโดยปกติงานเพลงเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วจะไม่มีการหว นกลับไปแก้อะไรอีก ต้องเสร็จตรงตามเวลา วันนั้นผมขับรถกลับบ้านตัวเบาเหมือนยกภูเขาออกจากอก ผมขอบพระคุณพระเจ้ามาก ที่ทำให้ผมได้มีเวลาไปทำงานอื่นให้สำเร็จเรียบร้อย อีกเรื่องหนึ่งคือ หนังเรื่องแฟนฉันต้องไปถ่ายทำที่จังหวัดเพชรบุรี ทางทีมงานจัดที่พักไว้ให้เฉพาะวันที่มีคิวต้องถ่ายทำ แต่ผมมีงานมิกซ์เสียงบางวัน ต้องกลับไปกลับมาระหว่างกรุงเทพฯ และเพชรบุรีตลอด ทำให้เหนื่อยมาก พระเจ้าก็ได้นำพาผมให้เจอเพื่อนที่มีบ้านพักอยู่แถวหาดเจ้าสำราญ ใกล้กับที่ที่เราถ่ายหนัง เขารู้ถึงความจำเป็นของเราจึงยกบ้านให้เราพักฟรี 3 เดือน เขาให้กุญแจไว้เลย เราจะไปพักเมื่อไหร่ก็ได้ตามสะดวกของเรา ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ พระคัมภีร์ หลังจากคุณต้นได้อ่านพระวจนะของพระเจ้า
        ได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้นผ่านทางพระวจนะของพระองค์แล้วคุณต้นแบ่งปันให้เรา ฟังถึงพระธรรมที่ชอ บเป็นพิเศษ ผมชอบพระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 3 ที่กล่าวถึงวาระต่างๆ สำหรับผแล้ว บทนี้เป็นบทที่สุดยอดและดีที่สุดของพระคัมภีร์ ใช้ได้กับมนุษย์ทุกชาติพันธุ์ ทุกความเชื่อ อ่านแล้วช่วยให้เราไม่ตอบโต้กับบางอย่างเพียงเพื่อรองรับอารมณ์ในขณะนั้น หรือเพียงเพื่อความสะใจเท่านั้น เป็นข้อคิดให้เราเลือกได้ว่าจะเดินในทางมืดหรือทางสว่าง เป็นพระวจนะที่เป็นโคมส่องทางให้เราได้จริงๆ มีฤดูกาลสำหรับทุกสิ่ง และมีวาระสำหรับ เรื่องราวทุกอย่างภายใต้ฟ้าสวรรค์ มีวาระเกิด และวาระตาย มีวาระปลูก และวาระถอนสิ่งที่ปลูกทิ้ง มีวาระฆ่า และวาระรักษาให้หาย มีวาระรื้อทลายลง และวาระก่อสร้างขึ้น มีวาระร้องไห้ และวาระหัวเราะ มีวาระไว้ทุกข์ และวาระเต้นรำ มีวาระโยนหินทิ้ง และวาระเก็บรวบรวมหิน มีวาระสวมกอด และวาระงดเว้นการสวม กอด มีวาระแสวงหา และวาระทำหาย วาระเก็บรักษาไว้ และวาระโยนทิ้งไป มีวาระฉีกขาด และวาระเย็บ วาระนิ่งเงียบ และวาระพูด มีวาระรัก และวาระเกลียด วาระสงคราม และวาระสันติ ปัญญาจารย์ 3:1-8 ท้ายที่สุดคุณต้นได้กล่าวทิ้งท้ายไว้กับเราในฐานะคุณพ่อของลูกว่า อยากให้ทุกคนสอนลูกให้รู้จักแง่มุมความรักของพระเจ้าให้มากกว่าอย่างอื่น ถ้าเราสอนลูกโดยเน้นถึงการอัศจรรย์ หรือฤทธิ์เดชต่างๆ ก็จะทำให้เขาหลงผิดไปกับสิ่งอื่นได้ และถ้าเราสร้างกฎเกณฑ์เพื่อใช้กับความสัมพันธ์ของเราที่มีกับพระเจ้า เช่นกำหนดเครื่องแต่งกายเวลาไปโบสถ์ต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้ เขาคงไม่อยากไปโบสถ์ อย่าลืมว่าวัยรุ่นเขาก็ชอบแต่งตัวในแบบที่เขาชอบ แล้วถ้าเราห้ามเขาไม่ให้มาโบสถ์ด้วยชุดที่เขาอยากแต่ง ก็โปรดทราบไว้ด้วยว่าเขามีที่อื่นที่เขาจะแต่งตัวอะไรไปก็ได้ ไม่มีใครคอยกำหนดและเราก็ไม่อาจจะทราบได้ว่าเขาไปทำอะไร ที่ ไหนบ้าง ถ้าเราสอนลูกให้รู้จักความรักของพระเจ้าและควรจะรักพระเจ้าและผู้อื่นอย่าง ไร โดยที่ไม่ไปก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของเขามากเกินไป น่าจะทำให้เขาอยากไปโบสถ์ในแบบที่เขาอยากไปและอยู่ในสายตาของเราเสมอ น่าจะดีกว่านะครับ ชีวิตของแต่ละคน แต่ละครอบครัวมีหลายมุมมองที่แตกต่างกันออกไป การทรงเรียกของพระเจ้าสำหรับแต่ละคนก็แตกต่างกันไปเช่นกันครอบครัว รัศมิทัต ทำให้เราเห็นภาพครอบครัวที่เต็มด้วยความรักความเข้าใจ ความอบอุ่นต่อกันและกัน และยิ่งไปกว่านั้น เราเห็นถึงพระพรและการทรงดูแลของพระเจ้าที่มีกับครอบครัวนี้อย่างเต็มเปี่ยม
        สมาคมพระคริสตธรรมไทย ขอขอบคุณคุณวงศกร รัศมิทัต และครอบครัว สำหรับคำพยานชีวิต ขอพระเจ้าอวยพระพรครอบครัว รัศมิทัต ที่จะอยู่ในการทรงนำของพระองค์ตลอดไป
คุณวงศกร รัศมิทัต (ต้น แมคอินทอช)