1. สรุปเนื้อหา
พระคริสต์ธรรมคัมภีร์ไม่ใช่หนังสือเพียงเล่มเดียว แต่เป็นการรวบรวมหนังสือ 66 เล่ม ที่เขียนขึ้นโดยผู้เขียนมากกว่า 40 คน ตลอดระยะเวลาประมาณ 1,500 ปีโดยแบ่งเป็น
- พันธสัญญาเดิม (Old Testament) มี 39 เล่ม: บันทึกเรื่องราวก่อนสมัยพระเยซู ปูทางเรื่องแผนการความรอด แบ่งเป็น 4 หมวดย่อย (เบญจบรรณ, ประวัติศาสตร์, บทกวี, ผู้เผยพระวจนะ)
- พันธสัญญาใหม่ (New Testament) มี 27 เล่ม: บันทึกเรื่องราวหลังสมัยพระเยซูคริสต์จนถึงยุคคริสตจักรและการอวสานโลก แบ่งเป็น 4 หมวดย่อย (พระกิตติคุณ, ประวัติศาสตร์, จดหมายฝาก, การสำแดง)
เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์: ในสมัยพระเยซู พันธสัญญาเดิมของชาวยิวมีเพียง 24 เล่ม เพราะเขารวมหนังสือบางเล่มเข้าด้วยกัน (เช่น ซามูเอล, พงศ์กษัตริย์, พงศาวดาร และผู้เผยพระวจนะน้อย 12 เล่ม เป็นต้น)
2. ประเด็นสำคัญ
พระคัมภีร์ไม่ใช่ตำราประวัติศาสตร์ จุดมุ่งหมายหลักของพระคัมภีร์ไม่ใช่การให้ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ที่ครบถ้วนทุกรายละเอียด แต่เขียนขึ้นเพื่อแสดงถึง “แผนการความรอดและการไถ่บาปมนุษย์ของพระเจ้า” ผู้เขียนจึงเลือกบันทึกเฉพาะเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับแผนการนี้เท่านั้น
ระยะเวลาโดยคร่าว
- จากยุคสร้างโลก อาดัมและเอวา ถึง อับราฮัม ประมาณ 2,000 ปี
- จากอับราฮัม ถึง พระเยซูคริสต์ ประมาณ 2,000 ปี
- จากพระเยซูคริสต์ ถึง ยุคปัจจุบัน ประมาณ 2,000 ปี
3. เหตุการณ์สำคัญตามประวัติศาสตร์ในพระคัมภีร์ สามารถแบ่งออกเป็น 12 ยุค ดังนี้
- ยุคการทรงสร้าง: พระเจ้าสร้างโลกและสรรพสิ่งภายใน 7 วัน โดยมีมนุษย์คู่แรกคืออาดัมและเอวาในสวนเอเดน
- ยุคปฐมบทของมนุษยชาติ: มนุษย์ล้มลงในบาป ความชั่วร้ายของมนุษยชาติทวีขึ้นจนพระเจ้าทรงทำลายโลกด้วยน้ำท่วมใหญ่ แต่ทรงเลือก “โนอาห์” และครอบครัวให้รอดชีวิตในเรือใหญ่เพื่อเริ่มต้นมนุษยชาติใหม่อีกครั้ง
- ยุคอัครปิตาของอิสราเอล: พระเจ้าเลือกอับราฮัม บุรุษแห่งความเชื่อ และส่งต่อพระสัญญาผ่านอิสอัค ยาโคบ และโยเซฟที่ได้ไปอยู่ในอียิปต์
- ยุคการเป็นทาสและอพยพ: ชาวอิสราเอลทวีจำนวนขึ้นจนฟาโรห์องค์ใหม่กลัวจึงจับพวกเขาเป็นทาส พระเจ้าทรงใช้ “โมเสส” มาปลดปล่อยออกจากอียิปต์ ข้ามทะเลแดง ทรงประทานพระบัญญัติ 10 ประการที่ภูเขาซีนาย แต่อิสราเอลดื้อดึงจึงต้องเดินวนในถิ่นทุรกันดารนาน 40 ปี
- ยุคการครอบครอง: “โยชูวา” รับไม้ต่อจากโมเสส นำคนอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปตีเมืองต่าง ๆ ในดินแดนคานาอันและครอบครอง เมื่อสิ้นยุคโยชวา คนอิสราเอลหันไปไหว้รูปเคารพจึงถูกกดขี่ข่มเหง พระเจ้าทรงตั้ง “ผู้วินิจฉัย” ขึ้นมากอบกู้ชนชาติในหลายครั้ง
- ยุคสหอาณาจักร: อิสราเอลอยากมีกษัตริย์ซามูเอลจึงเจิมตั้งซาอูลขึ้นเป็นกษัตย์องค์แรก
- ซาอูล กษัตริย์ผู้ล้มเหลวเพราะความไม่เชื่อฟัง
- ดาวิด กษัตริย์ที่พระเจ้าโปรดปราน
- ซาโลมอน กษัตริย์ผู้มีสติปัญญามากที่สุด และสร้างพระวิหารอันงดงาม
- ยุคสองอาณาจักร: ซาโลมอนทำบาปหันไปหาพระต่างชาติ อาณาจักรจึงแตกออกเป็น
- อาณาจักรฝ่ายเหนือ (อิสราเอล) มีกษัตริย์ที่ชั่วร้ายทุกพระองค์ ถูกอาณาจักรอัสซีเรียตีแตกและกวาดต้อนไป ไม่เคยกลับมาตั้งอาณาจักรอีก
- อาณาจักรฝ่ายใต้ (ยูดาห์) มีทั้งกษัตริย์ดีและชั่วสลับกัน ในที่สุด ถูกอาณาจักรบาบิโลนทำลาย
- ยุคการเป็นเชลย: คนยิวจากอาณาจักรยูดาห์ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยที่บาบิโลน มีบุคคลสำคัญเช่น ดาเนียล
- ยุคกลับจากการเป็นเชลย: กษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซียอนุญาตให้คนยิวกลับมาสร้างเมืองและพระวิหารใหม่นำโดยเนหะมีย์ และเอสรากลับมารื้อฟื้นจิตวิญญาณผู้คน
- ยุคเงียบของพระคัมภีร์: เป็นช่วงเวลาประมาณ 400 ปีนับจากผู้เผยพระวจนะมาลาคีที่พระเจ้าไม่ได้ส่งผู้เผยพระวจนะมาอีกเลย ไม่มีบันทึกในพระคัมภีร์ ยิวตกอยู่ภายใต้อำนาจของจักรวรรดิโรมัน
- ยุคพระกิตติคุณ: “พระเยซูคริสต์” เสด็จมาบังเกิดเพื่อทำตามแผนการความรอด เลือกสาวก 12 คน ทรงสั่งสอนและช่วยเหลือผู้คน ทรงถูกตรึงกางเขนเพื่อรับบาปแทนมนุษย์ ก่อนจะฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่ 3 และเสด็จขึ้นสู่สวรรค์
- ยุคคริสตจักรสมัยแรก: บรรดาสาวกนำโดยเปโตรและเปาโลออกไปประกาศข่าวดีเรื่องพระเยซูและตั้งคริสตจักรตามที่ต่าง ๆ ในช่วงท้ายชีวิต อัครทูต “ยอห์น” ถูกเนรเทศไปเกาะปัทมอส และได้รับนิมิตจากพระเจ้าเขียนหนังสือเล่มสุดท้ายคือ “วิวรณ์” บันทึกวาระสุดท้ายของมวลมนุษยชาติ
4. ข้อคิดที่ได้รับ
- เราไม่ได้เกิดมาโดยบังเอิญ: ประวัติศาสตร์ในพระคัมภีร์แสดงให้เห็นว่า มนุษย์และโลกถูกสร้างขึ้นอย่างมีเป้าหมาย ชีวิตของเราทุกคนไม่ได้ดำเนินไปตามยถากรรมหรือความบังเอิญ
- พระเจ้ามีแผนการที่ดีเสมอ: ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้มนุษย์จะล้มลงในความบาป ดื้อดึง หรือต้องเผชิญวิกฤตการณ์ต่าง ๆ พระเจ้าก็ยังคงดำเนินแผนการแห่งความรักและความรอดเพื่อมวลมนุษยชาติอยู่เสมอ
- ความสำคัญของการเชื่อฟัง: บทเรียนจากบุคคลในประวัติศาสตร์ (เช่น ซาอูล หรือซาโลมอน) ชี้ให้เห็นว่า ความสามารถหรือสติปัญญาภายนอกไม่สำคัญเท่ากับ “หัวใจที่เชื่อฟังและติดตามพระเจ้าอย่างสุดใจ“
ขอเชิญร่วมสนับสนุนพันธกิจกับเรา ได้ที่
ธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักพหลโยธิน ชื่อบัญชี สมาคพระคริสตธรรมไทย เลขที่บัญชี 069-2-72569-7
และส่งสำเนาโอนเงินมาที่ Line : @thaibible แจ้ง ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทร เพื่อสมาคมฯ จะทำการออกใบเสร็จรับเงิน ให้ท่านต่อไป ขอพระเจ้าอวยพร
Bank details for donations
Bank name : Kasikorn Account name : Thailand Bible Society Account number : 069-2-72569-7


