แม่

ในเดือนสิงหาคม มีวันสำคัญคือวันแม่ ถ้าพูดถึง “แม่” ผมมีเรื่องเล่าหลายเรื่องเกี่ยวกับคุณแม่ของผม และถ้าถ  ามคุณแม่ของผม ท่านก็คงมีหลายเรื่องที่จะเล่าเกี่ยวกับผมเช่นเดียวกัน แม้ผมจะไม่ได้มีโอกาสเขียนเรื่องสนุกๆ ที่แม่ของผมแอบแกล้งผมตั้งแต่เป็นเด็ก แต่ผมก็อยากจะแบ่งปันเรื่องของคุณแม่คนสำคัญในพระคัมภีร์ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงสุด เป็นแง่มุมที่ยืนยันว่าคุณแม่ท่านนี้สมควรจะได้รับการยกย่องอย่างไม่มีเงื่อนไข คุณแม่ในพระคัมภีร์ท่านนี้ก็คือ “มารีย์ พระมารดาของพระเยซู” น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อนี้ ทำไมนางมารีย์จึงมีความสำคัญมาก ทำไมพระเจ้าจึงใช้สตรีท่านนี้ในทางที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ นางมารีย์มีอะไรในตัวเธอที่พระเยซูคริสต์จึงเลือกมาเกิดจากครรภ์ของเธอ ตอนที่ผมเรียนอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ผมได้มีโอกาสทำงานพิเศษเป็นพี่เลี้ยงลูกของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่บ้านของเขา ผมสังเกตเห็นว่าลูกตัวเล็กๆ มีความเหมือนหรือละม้ายคล้ายคลึงกับพ่อแม่ไม่เฉพาะหน้าตา แต่รวมถึงกิริยาท่าทาง การกระทำ และคำพูด เราเข้าใจได้ว่าเด็กเล็กๆ สามารถเลียนแบบได้ทุกอย่าง แต่มีบางอย่างในจิตวิญญาณที่ทำให้เด็ก  “เป็นเหมือนผู้ให้กำเนิด” เมื่อเรามาดูชีวิตของนางมารีย์และพระคัมภีร์ตอนที่กล่าวถึงชีวิตของเธอ เราจะเข้าใจได้ว่าพระเจ้าเลือกให้พระเยซูกำเนิดจากครรภ์ของนางมารีย์เพราะอะไร ในพระธรรมลูกาบทที่ 1:26-28 ใช้คำว่า “หญิงพรหมจารีย์” ซึ่งแปลว่า “หญิงบริสุทธิ์” พระเจ้าเลือกมารีย์ด้วยเหตุผลอันดับแรกคือเธอ “บริสุทธิ์” ถ้าเราดูพระลักษณะของพระเจ้าแล้ว จะเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพระองค์บริสุทธิ์ ทุกอย่างที่พระองค์ทรงทำต้องบริสุทธิ์ ความรักของพระองค์บริสุทธิ์ ความยุติธรรมของพระองค์บริสุทธิ์ ฯลฯ ในพระธรรมเลวีนิติได้บอกเราอย่างชัดเจนว่าพระองค์ทรงต้องการให้เราบริสุทธิ์อย่างที่พระองค์บริสุทธิ์ พระเยซูต้องการแม่ผู้บริสุทธิ์ตามมาตรฐานของพระเจ้า มารีย์ต้องมีชีวิตที่บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ทั้งการกระทำ คำพูด ความคิด และความเชื่อ เพื่อเธอจะเป็นตัวอย่างให้แก่ลูกน้อยเยซูผู้เป็นมนุษย์ 100% […]

ผมเคยเป็นโฮโม

“ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร ควรเราจะอยู่ในบาปต่อไป เพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย………..” (โรม 6:1-2) รักร่วมเพศเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในตัวผม เป็นอะไรที่ผมไม่สามารถควบคุมได้ ผมไม่อาจหยุดนิสัยหรือเปลี่ยนแปลง ความปรารถนาที่อยู่ภายใน ผมรู้ดีว่าผมตกอยู่ในความบาป แต่สิ่งที่ผมไม่เคยรู้ คือ มันมีทางออก การที่ผมเป็นโฮโม บางส่วนคงเกิดจากอารมณ์และความปรารถนาฝ่ายกายที่ผมโหยหามาเสมอ ซึ่งทำให้ผมกลายเป็นพวกต่อต้านสังคมและถลำลึกลงไปในความบาปที่ให้ความสุขเพียงชั่วครู่และเป็นแต่เปลือกนอก ผลบั้นปลายที่ผมได้รับคือความหายนะ ผมท้อแท้ใจหมดหวังและโดดเดี่ยว ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ในหมู่คริสเตียน แบบนักท่องเที่ยว คือแวะไปเวียนมาในระหว่างที่ตัวเองยังใช้ชีวิตแบบพวกรักร่วมเพศ ผมเหมือนคนที่แอบดูชีวิตผู้คนผ่านเลนส์กล้องถ่ายรูป คือไม่กล้าเข้าไปมีส่วนร่วมหรืออุทิศตัวจริงๆจังๆ ผมรู้สึกว้าเหว่ที่สุด ปี ค.ศ.1984 เป็นปีที่ผมเข้าไปมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนหนึ่ง ความสัมพันธ์ครั้งนั้นตึงเครียด เพราะผมกังวลและรู้สึกผิดในใจ แต่ผมก็มีประสบการณ์กับมัน ผมรู้แต่ว่าอย่างน้อยผมก็ได้รับสิ่งที่ต้องการ คือความรักความอบอุ่นอะไรบางอย่าง แต่แล้วหลังจากที่ผมใคร่ครวญอยู่ระยะหนึ่ง ประกอบกับตัวเองทำใจไม่ได้ ทุกอย่างเลยต้องจบลง ผมรู้สึกหดหู่มาก แล้วความรู้สึกก็เปลี่ยนเป็นความขมขื่นและการเกลียดชังตัวเองในเวลาต่อมา พระธรรมเลวีนิติ 18:22 บอกว่า “เจ้าอย่าสมสู่กับผู้ชายใช้ต่างผู้หญิง เป็นสิ่งพึงรังเกียจ” คำพูดนี้ดังก้องอยู่ในความคิดของผม มันคอยเตือนผมว่า สิ่งที่ผมกำลังทำ พฤติกรรมทุกอย่างของผม เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสะอิดสะเอียน มีคนแนะนำให้ผมขอรับคำปรึกษา จากองค์การบางแห่ง แต่ตอนนั้นผมไม่เชื่อว่าผมจะสามารถหนีพ้นชีวิตแบบโฮโมได้ ผมได้แต่หวังว่าผม จะสามารถใช้ชีวิตอยู่กับความบาปนี้อย่างปกติสุข ผมเคยอธิษฐานหลายครั้งเกี่ยวกับปัญหานี้ แต่ผมไม่ได้รับคำตอบเลยตลอดหลายปี […]

ว้าวุ่นรัก

ในปี 2006 สมาคมพระคริสตธรรมไทย ได้รับความกรุณาจากอาจารย์วาระ มีชูธน เปิดคอลัมน์ “คุยกับพี่ไลฟ์” เพื่อนำเสนอทัศนะมุมมองชีวิตวัยรุ่น      หวังว่าคอลัมน์นี้จะเป็นรสชาติสีสันและมีคุณค่าต่อผู้อ่านทุกวัย ทุกความเชื่อ ทุกศาสนา โดยเฉพาะกับเยาวชนลูกหลานของเรา อาจารย์วาระ มีชูธน เป็นบุตรชายคนที่สองของ ศจ. ดร. นันทชัย และ ดร. อุบลวรรณ มีชูธน จบปริญญาตรีทางด้านการสื่อสารและการเรียนการสอนพระคัมภีร์ จาก Kentucky Mountain Bible College และปริญญาโททางด้านคริสเตียนศึกษา จาก Asbury Theological Seminary รัฐเคนตั๊กกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นศิษยาภิบาลอนุชนคริสตจักรเมืองไทย และหัวหน้าภาควิชาพลศึกษา โรงเรียนนานาชาติเซนต์ฟรานซิสเซเวียร์ กรุงเทพฯ “คุยกับพี่ไลฟ์” ตอน “ว้าวุ่นลุ้นรัก” สวัสดีครับ ลุงป้าน้าอาและพี่ๆ น้องๆ ทุกท่าน ผมชื่อวาระ มีชูธน ชื่อเล่น “ไลฟ์” ผมขออนุญาตใช้คอลัมน์นี้แบ่งปันประสบการณ์และพระพรที่ผมได้รับในช่วงวัยรุ่น เพื่อเป็นแนวทางกับหลายๆ คนที่อาจจะกำลังตัดสินใจทำอะไรสักอย่างกับตนเองและคนที่ตนรัก […]

การตรึงที่กางเขนเป็นการทรมาน

เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้ายังเด็ก ครูรวีวารศึกษาได้สอนข้าพเจ้าเป็นครั้งแรกถึงเรื่องพระกำเนิด, การดำเนินชีวิต, การสิ้นพระชนม์, และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู ครั้นข้าพเจ้าย่างเข้าสู่วัยหนุ่มก็ได้ พยายามจัดลำดับความรู้ เหล่านั้นให้เป็นระเบียบ เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าคิดสงสัยเรื่องการสิ้น พระชนม์ของพระเยซู แต่นี่ก็ไม่ได้หมาย ความว่าข้าพเจ้าปฏิเสธพระคัมภีร์ เพียงแต่รู้สึกไม่แน่ใจในหลายๆ อย่าง บางครั้งความรู้สึกนี้ทำให้ข้าพเจ้า (สงสัยตนเองมีความสัมพันธ์กับพระคริสต์หรือไม่) เมื่อข้าพเจ้าศึกษาอยู่ในวิทยาลัย อาจารย์กำหนดให้ข้าพเจ้าเขียนรายงานประจำภาคเรื่องหนึ่ง ข้าพเจ้าจึงได้ เลือกค้นคว้าเรื่องการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อได้ศึกษาเรื่องนั้นแล้ว ข้าพเจ้าเกิดความรู้สึก 2 อย่าง คือ รู้สึกหวาดกลัวในเหตุการณ์อันสยดสยองครั้งนั้น และมีความเชื่อในพระเยซูคริสตฺ์ จากหลัก ฐานต่างๆ ของนักประวัติศาสตร์เป็นที่พิสูจน์แล้วว่า พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงฟื้นขึ้นจากความตาย ในสมัยของพระคริสต์นั้น รัฐบาลโรมจะประหารชีวิตนักโทษโดยการจับตรึงที่กางเขน การลงโทษโดยใช้วิธีนี้มิใช่เพื่อล้างผลาญชีวิตของผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่เพื่อให้ประชาชนได้เห็นโทษที่ผู้กระทำผิดได้รับอีกด้วย การตรึงที่กางเขน เป็นการทรมานนักโทษให้ตายอย่างช้าๆ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนขยาดกลัว มิกล้ากระทำผิด วิธีตรึงที่กาง เขนนั้น แผกแตกต่างกันไปบ้าง เล็กน้อยในแต่ละแห่ง แต่ผลลัพธ์นั้นก็เหมือนกัน คือ ความเจ็บปวดรวดร้าวจนตาย อย่างช้าๆ ท่านเคยคิดสงสัยเหมือนข้าพเจ้าหรือไม่ว่า ตะปูที่แทงทะลุมือและเท้าจะทำให้คนตายได้อย่างไรกัน ขอเชิญพิจารณาร่วมกับข้าพเจ้าถึงเรื่องนี้       การโบยตี – บางครั้ง สิ่งแรกสุดในกระบวนการตรึงที่กางเขนก็คือ การเฆี่ยนตีผู้กระทำผิดจนเกือบจะตาย […]

คนตัดต้นไม้

      มีคนตัดไม้คนหนึ่งนำฟืนไปขายให้แก่ร้านขายฟืน ซึ่งร้านขายฟืนก็ปฏิบัติต่อคนตัดไม้ดีมาก ดังนั้นคนตัดไม้จึงคิดอยากตอบแทนโดยการจะตัดไม้ให้ได้เป็นจำนวนมากๆ ในวันแรกคนตัดไม้ตัดไม้ได้ 20 ต้น แล้วนำมาให้ร้านขายฟืนซึ่งร้านขายฟืนก็ชมเชยและปฏิบัติต่อคนตัดไม้อย่างดี แต่พอในวันที่ 2 คนตัดไม้ก็ตั้งใจจะตัดให้ได้มากขึ้น แต่ปรากฏว่ากลับตัดได้เพียง 18 ต้น ในวันรุ่งขึ้นก็กะว่าจะตัดให้ได้มากยิ่งขึ้น แต่ก็กลับเหลือ 16 ต้น ยิ่งนับวันผ่านไปเรื่อยๆ ก็ตัดได้น้อยลงเรื่อยๆ จนในที่สุดคนตัดไม้ก็รู้สึกละอายใจจึงไปกล่าวคำขอโทษกับทางร้านขายฟืน แต่เจ้าของร้านขายฟืนก็กลับถาม คนตัดไม้ว่า “คุณลับขวานครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่” คนตัดไม้ ตอบว่า “ผมไม่มีเวลาหยุดลับขวานเลย เพราะขนาด ไม่หยุด ยังตัดไม้ได้น้อยขนาดนี้” ซึ่งเจ้าของร้านก็บอกแก่คนตัดไม้ว่า “คุณลองคิดดูสิว่าหากคุณหยุดลับขวานให้คมโดยเสียเวลาเพียงเล็กน้อย คุณอาจตัดไม้ได้มากกว่านี้ก็ได้ เปรียบได้กับการทำงาน ถ้าคุณก้มหน้าก้มตาทำโดยไม่หยุดพักหยุดคิด ก็เปรียบได้กับคนตัดไม้ คุณก็จะช้าลงไปเรื่อยๆ” (ข้อคิด) ชีวิตในการรับใช้พระเจ้าของคริสตชนก็เช่นกัน ถ้าเรามัวแต่รับใช้ไม่ว่างานอะไรเข้ามาทำหมด แต่ไม่มีเวลาที่จะ เข้าเฝ้าพระเจ้า อ่านพระคัมภีร์ซึ่งเป็นพระวจนะของพระเจ้า จิตวิญญาณของคุณจะเหมือนขวาน ที่ไม่ได้ลับ มันจะทื่อ และทำงานได้ช้าลง คุณภาพลดลงเรื่อยๆ ต้องจัดเวลาที่เข้าเฝ้าพระเจ้าด้วยการอ่านพระวจนะของพระองค์ เพื่อคุณจะสามารถฟื้นฟู วิญญาณจิตของคุณให้เข้มแข็ง ก้าวทุกก้าวไปกับ พระวจนะของพระองค์ทุกๆวัน […]

เก้าอี้ที่ว่างเปล่า

     หญิงสาวคนหนึ่งได้เชิญศิษยาภิบาลของคริสตจักรให้มาอธิษฐานเผื่อคุณพ่อของเธอ เมื่อศิษยาภิบาลมาถึงบ้านก็ได้พบชายสูงอายุนอนอยู่บนเตียงและต้องใช้หมอนหนุน ศีรษะถึง 2 ใบ และสังเกตเห็นว่ามีเก้าอี้ว่างตัวหนึ่งตั้งอยู่ที่ข้างเตียง ศิษยาภิบาลก็คิดว่า ชายผู้นี้คงทราบล่วงหน้าแล้วว่าตนจะมาเยี่ยม จึงกล่าวทักขึ้นว่า “คุณคงคอยผมอยู่ใช่ไหมครับ?” ชายคนนั้นกลับตอบว่า “เปล่า! คุณเป็นใครน่ะ?” ศิษยาภิบาลจึงแนะนำตนเอง และกล่าวต่อไปว่า “ผมเห็นเก้าอี้ตัวนี้ตั้งอยู่ ผมจึงคิดว่าคุณคงเตรียมไว้ต้อนรับผม” ชายสูงอายุจึงอุทานว่า “โอ ใช่ เก้าอี้ตัวนี้……” และได้ขอให้ศิษยาภิบาลช่วยไปปิดประตูห้องให้ ศิษยาภิบาลรู้สึกงงต่อคำขอร้องนี้แต่ก็ได้ทำตาม แล้วชายสูงอายุก็พูดต่อว่า “ฉันไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครมาก่อน แม้แต่กับลูกสาวของฉันเอง คือตลอดชีวิต ฉันไม่เคยรู้ว่าคนเขาอธิษฐานกันอย่างไร แต่ก็ได้ยินศิษยาภิบาลที่โบสถ์พูดถึงเรื่องการอธิษฐานอยู่เสมอ ซึ่งสำหรับฉันแล้ว ฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเสมอ ฉันจึงไม่เคยมีความพยายามในการอธิษฐาน จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อสี่ปีที่แล้ว เพื่อนรักของฉันพูดกับฉันว่า ‘จอห์นนี่ การอธิษฐานเป็นเรื่องธรรมดามาก มันก็คือการได้คุยกับพระเยซูเท่านั้นเอง ฉันจะบอกให้ว่า นายจะต้องทำอย่างไร นายเพียงแต่นั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง แล้วเอาเก้าอี้อีกตัวหนึ่งมาวางไว้ตรงหน้า และด้วยความเชื่อ จงคิดว่าพระเยซูนั่งอยู่บนเก้าอี้ว่างตัวนั้น ที่ฉันพูดนี่นะ ไม่ใช่เป็นเรื่องของไสยศาสตร์ แต่เป็นไปตามคำสัญญาของพระองค์ที่ว่าพระองค์ จะอยู่กับนายตลอดเวลา ดังนั้นนายเพียงแต่พูดกับพระเยซูเหมือนกับพูดกับฉันในเวลานี้’” – “ฉันจึงลองทำตามที่เพื่อนบอกและรู้สึกชอบมาก ตั้งแต่นั้นมา ฉันทำเช่นนี้วันละ 2 […]

Food for Anti Health

    โรคที่เป็นกันมาก กับอาหารที่ต้านโรคโลหิตจาง  – รับประทานวิตามินบี 12 มาก ๆ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 คือ นม เนยแข็ง ปลา ชนิดต่าง ๆและเนื้อสัตว์ชนิดต่าาง ๆ  โรคผิวหนังอักเสบ โรคนอนไม่หลับ โรคผมร่วง – หมั่นรับประทานอาหารที่มีไบโอตินมาก ๆ แหล่งอาหารที่มีไบโอตินมาก ๆ ก็คือ ตับ ถั่ว ยีสต์ โรคโลหิตจาง โรคปลายเส้น  ประสาทอักเสบ โรค  ตะคริว  โรคผิวหนังอักเสบ – ควรรับประทานอาหารที่มี วิตามินบี 6 สูง จะช่วยต้านโรคดังกล่าวได้ แหล่งอาหารที่มีวิตามินบี 6 สูง คือ ข้าวโพด นม ถั่วเหลือง  ไข่ ปลา ข้าวสาลี  โรคเหนื่อยง่าย เฉื่อยชา โรคตาแดง โรคริมฝีปากอักเสบ […]

อาหารตามหลักของพระคัมภีร์

  อาหาร ตามหลักพระคัมภีร์ไบเบิล พระองค์ตรัสว่า “ถ้าเจ้าทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าของเจ้า และกระทำสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรของพระองค์ เงี่ยหูฟังพระบัญญัติของพระองค์ และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของพระองค์ทุกประการแล้ว โรคต่างๆซึ่งเราบันดาลให้เกิดแก่ชาวอียิปต์นั้น เราจะไม่ให้บังเกิดแก่พวกเจ้าเลย เพราะเราคือพระเจ้า แพทย์ของเจ้า”(อพย 15:26) จาก การศึกษาพระคัมภีร์และการเรียนแพทย์ของผม (นพ. เร็กซ์ รัสเซล) รวมทั้งการนำวิธีการในพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตของผมเอง ทำให้ผมสามารถสรุปกฎบางประการที่ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่พระเจ้าได้สั่งให้ ปฏิบัติเพื่อให้เกิดสุขภาพอันดีในประชากรของพระองค์ ผมขอเรียกกฎเหล่านี้ว่า “กฎสามประการ”      กฎข้อที่ 1 จงกินแต่สิ่งที่พระเจ้าประทานให้เป็นอาหารเท่านั้น หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ได้สร้างสำหรับเป็นอาหาร       กฎข้อที่ 2 จงกินอาหารในลักษณะที่ถูกสร้าง อย่าเปลี่ยนแปลงให้เป็นสิ่งที่มนุษย์คิดเองว่าดีกว่า       กฎข้อที่ 3 อย่าเสพติดอาหารใดๆ อย่าให้อาหารเป็นรูปเคารพสำหรับท่าน สิ่งที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้กำลังจะบอกท่านว่า พระเจ้าผู้สร้างท่านได้ให้หนังสือคู่มือในการใช้ชีวิต (สิ่งประดิษฐ์ของพระองค์) เหมือนที่ท่านต้องมีคู่มือการใช้เมื่อท่านซื้อเครื่องใช้หรือเครื่องมือที่ สลับซับซ้อนมาใช้ ดังคำในพระธรรม 2ทิโมธีว่า “พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดีและการอบรมในทางธรรม” ถึงแม้ว่าคำสอนส่วนใหญ่ในพระคัมภีร์จะกล่าวฟถึงเรื่องของจิตวิญญาณและความ รอด แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่พระเจ้าได้สั่งถึงข้อปฏิบัติในแง่ของการเป็นอยู่ […]

การท้าทายของเมตตาจิต

การท้าทายของเมตตาจิต “จงรักศัตรูจงทำดีต่อผู้ที่เกลียดชังท่าน”ลูกา. 6:27 วันที่ 11 กันยายนปีนี้ (ค.ศ.2014) เป็นวันครบรอบ 13 ปีที่ตึกสูงสุดในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถูกวางระเบิด จนพังไปทั้งหลัง มีคนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากด้วย วันนี้ได้ชื่อว่าโศกเศร้าที่สุดสำหรับผู้ที่สูญเสียผู้ที่ตนรักนับว่าเป็นวันที่โศกเศร้าสำหรับคนอื่นๆ อีกหลายคน และเป็นโอกาสที่จะคิดว่าโลกของเราเปลี่ยนไปมากในเมื่อการฆ่าตัวตายในขณะที่ทำลายผู้อื่น ได้ออกจากประเทศตะวันออกกลางมาสำแดงความโหดร้ายในภาคตะวันตกที่ร่ำรวย มีจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากอันสืบเนื่องมาจากการตอบโต้ทางทหารที่โจมตีอิรักและอัฟกานิสถาน จนกระทั่งมีคนเป็นจำนวนมากที่ข้องใจในการตอบโต้ ในพระวรสารในวันนี้ นับว่าเป็นการท้าทายเรามากที่สุดเท่าที่เราได้เคยอ่านมา เป็นการบอกเราว่า อย่าได้ตอบการถูกก้าวร้าวอย่าตัดสินจงปฎิบัติตนด้วยเมตตาจิต  แก่ศัตรูของเราบทอ่านนี้ได้ถูกนำไปใช้ โดยคริสตชนที่สนับสนุนสันติภาพ เพื่อสนับสนุนความคิดของพวกเขาที่ว่า สงครามเป็นสิ่งที่ผิด คริสตชนอื่นบางคนใช้ข้อความนี้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ข้อคิดของผู้คนในสมัยโน้น ผู้ที่ฟัง พระดำรัส ของพระเยซูเจ้า การเกลียดศัตรูและการแก้แค้น สิ่งที่ผิดต่อตัวเราถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง พระเยซูเจ้าทรงล้มเลิกความคิดนี้แทนที่จะกระทำดังกล่าวพระองค์สนับสนุนให้เอาชนะจิตใจของศัตรู โดยเจริญชีวิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตา การกระทำดังกล่าวจะเป็นการตัดวงจรแห่งความรุนแรงและการแก้แค้น ในปัจจุบันการท้าทายนี้ยังเป็นสิ่งที่เรายังต้องเผชิญอยู่ การเป็นที่นิยมสูงขึ้นและชนะจิตใจมนุษย์เป็นสิ่งที่ยาก หากมีการลงคะแนนก็ไม่มีวันชนะ แต่พระเยซูเจ้าทรงท้าทายเราให้เป็นมนุษย์ที่ดีกว่าศัตรูของเรา ให้สิ่งใหม่แก่เขา สิ่งที่เขาไม่เคยมอบให้แก่เรา นี่คือหนทางไปสู่สันติภาพ บทอธิษฐานภาวนา ข้าแต่พระเยซูเจ้า พระองค์ทรงท้าทายลูก ให้ขจัดความรู้สึกโกรธให้พ้นจากความรู้สึกของลูก เพื่อจะได้แสดงออกซึ่งความเมตตา ให้มองดูศัตรูของลูกด้วยความรัก โปรดทรงประทานพระหรรษทานให้ลูกยกโทษให้อภัย และท้าทายความเกลียดชังและความอยุติธรรมด้วยการดำเนินชีวิตดังเช่นศิษย์ที่รักพระองค์ด้วยเทอญ อาเมน พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร

ยอม (คุณวีระศักดิ์ เสถียรวันทนีย์)

ยอม “ยอม” พจนานุกรมไทยให้คำจำกัดความว่า “อาการที่แสดงออกบอกให้รู้ว่าเห็นด้วย ไม่ขัด ตกลงปลงใจ” คำนี้เป็น ศัพท์ธรรมดาสามัญที่คนทั่วไปรู้จักและใช้เมื่อเผชิญทางตัน ต้องทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤต เรื่องต่อไปนี้เรียบเรียงจากการให้สัมภาษณ์ของคุณวีรศักดิ์และคุณสายธาร เสถียรวันทนีย์ แห่งบริษัทบิวตี้เจมส์ คุณวีรศักดิ์เป็นผู้จัดการฝ่ายบริหาร – การเงินและการธนาคาร คุณสายธารตำแหน่งผู้จัดการบริหารฝ่ายจัดซื้อ สมาคมพระคริสตธรรมไทย ขอขอบพระคุณทั้งสองท่านที่ยินดีให้ถ่ายทอดเรื่องราวในครอบครัวผ่าน “คริสตสายสัมพันธ์” เพื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังเผชิญ ทางตัน ให้ตัดสินใจที่จะ “ยอม” ในขณะที่ยังมีโอกาส คุณวีรศักดิ์เติบโตมาในครอบครัวใหญ่ เขายอมรับว่ามีวัยเด็กที่เกเรและเอาแต่ใจตนเอง และเมื่อเป็นผู้ใหญ่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นคน ดื้อรั้น เป็นจอมบงการของพี่น้อง แต่พระเจ้าก็รู้จักเขาตั้งแต่ต้น และมีแผนการสำหรับชีวิตของเขาเช่นเดียวกับที่พระองค์รู้จักมนุษย์ทุกคน และมีแผนการสำหรับทุกคน มีภรรยาเป็นคริสเตียน คุณวีรศักดิ์สมรสกับคุณสายธารซึ่งบิดาเป็นคริสเตียน และมีโอกาสไปโบสถ์ตั้งแต่เด็กแม้จะเป็นการสลับกันไปกับพี่ๆน้องๆ เนื่องจากไม่สะดวกที่พ่อจะพาลูกทั้งหมดไปโบสถ์พร้อมกัน แต่เมื่อสมรสแล้ว คุณสายธารไม่ได้ไปโบสถ์อยู่นานหลายปี ในช่วงระยะเวลานั้น เธอมีความจำเป็นต้องให้ความร่วมมือกับครอบครัวสามีในการเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ในเทศกาลต่างๆ เป็นประจำ แต่เธอก็อธิษฐานเผื่อสามีเสมอ เมื่อมีลูกและทั้ง 3 คนโตขึ้นแล้ว คุณสายธารได้ขออนุญาตสามีพาลูกไปโบสถ์ เพราะหวังว่าลูกจะเติบโตขึ้นเป็นเด็กดีในทางของพระเจ้า คุณวีรศักดิ์เป็นผู้ขับรถพาครอบครัวไปโบสถ์เองบ่อยๆ บางครั้งก็ต้องเข้าไปนั่งในโบสถ์ด้วยอย่างเสียไม่ได้ และเขาก็ทนฟังเรื่องของพระเจ้าไม่ได้ ในหลายๆ ครั้งก็เข้าโบสถ์ทางประตูหน้าและรีบออกทางประตูหลัง เพื่อจะหลีกเลี่ยงไม่ต้องพบศิษยาบาลของคริสตจักร ซึ่งคอยดักรอจะคุยกับเขาอยู่เสมอ น้องชายและลูกชายรับเชื่อพระเจ้า วันเวลาผ่านไป […]

1 42 43 44 45