Blog

ข้อคิดสะกิดใจ เรื่องรายจ่ายที่ซ่อนอยู่

ถ้วยที่เราจะดื่มนั้นท่านจะดื่มได้หรือ?”… มัทธิว 20:22 นักธุรกิจมักจะกล่าวถึง “รายจ่ายที่ซ่อนเร้นอยู่” ค่าใช้จ่ายมักจะไม่ชัดเจนเมื่อเราเริ่มโครงการโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ รายจ่ายที่ซ่อนเร้นอยู่อาจเป็นเหตุให้ธุรกิจนั้นๆ ดำเนินต่อไปไม่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องพยายามสำรวจอย่างถี่ถ้วนก่อนเริ่มโครงการใดๆคำขอร้องของมารดาของสองพี่น้องตระกูลเศเบดต่อพระเยซูเจ้า ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของแม่ที่ห่วงลูก ท่าทีของพระเยซูเจ้าต่อคำขอร้องของนางชี้ให้เห็นว่านางยังขาดความเข้าใจ และการเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ย่อมมีรายจ่ายที่ซ่อนเร้นอยู่ พระองค์ตรัสกับนางว่า นางไม่รู้ว่านางกำลังขออะไร เหตุว่าการเป็นสาวกของพระองค์ย่อมต้องมีความเจ็บปวด และการอุทิศตนอย่างไม่เห็นแก่ตัวเป็นการเดิมพัน ในช่วงชีวิตของพระเยซูเจ้าในโลกนี้ มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่สนใจในคำสอนของพระองค์ และประทับใจในอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงกระทำ แต่เมื่อพระองค์ตรัสเกี่ยวกับความทุกข์ทรมาน พวกเขาก็เริ่มถอยหลัง สำหรับพวกเขาความทุกข์ทรมาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นศิษย์ของพระองค์นั้นนับว่าเป็นสิ่งที่คิดไม่ถึง การนำมาเป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติการเป็นศิษย์ของพระองค์นั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ไม่เมหาะไม่ควร พระองค์ทรงนำมาต่อเติมโดยพวกเข้าไม่รู้ล่วงหน้า แต่การเสียสละการแบกกางเขน ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการเป็นศิษย์ ดังที่พระองค์ตรัสเตือนไว้ ความทุกข์ทรมานมิได้ถูกซ่อนเร้นไว้เลย พระเยซูเจ้าได้ตรัสไว้อย่างชัดเจน สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องเข้าใจว่า ความไม่เห็นแก่ตัว การแบกกางเขนติดตามพระคริสต์นั้นก็ด้วยเหตุผลที่ว่า พระเยซูเจ้าทรงเผยว่า การกลับคืนพระชนม์ของพระองค์ ย่อมเป็นผลอันสืบเนื่องมาจากการที่พระประสงค์ของพระบิดา อีกฟากหนึ่งของความทุกข์ทรมานก็คือความรุ่งโรจน์ตลอดนิรันดร บทอธิษฐานภาวนา ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงช่วยอย่าให้ลูกแสวงหาความรุ่งเรือง โดยผ่านทางความต้องการที่จะมีพลังและอำนาจ โปรดได้ทรงประทานพระหรรษทาน (พระคุณ) ให้ลูกปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ ด้วยการยกกางเขนขึ้นแบกในแต่ละวัน และโปรดให้ลูกสำนึกว่า การกระทำดังนี้ลูกกำลังร่วมมือกับพระองค์ในการไถ่ให้รอดพ้นอาแมน พระคุณเจ้ายอร์ช ยอด พิมพิสาร

ข้อคิดสะกิดใจ เรื่องท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ?

“…ขอพระองค์โปรดอธิบายให้ข้าพระองค์ทั้งหลายเข้าใจอุปมา…” มัทธิว 13:36 เรามักจะคิดว่า พระเยซูเจ้าทรงใช้นิทานเปรียบเทียบในการเทศน์สอนของพระองค์ เพราะมันเป็นสิ่งที่ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องอธิบายมากนัก ที่เราคิดดังนี้ อานเป็นเพราะเราได้ยินนิทานเปรียบเทียบนี้บ่อยๆ สำหรับสานุศิษย์ของพระคริสต์เจ้าและผู้ที่รับฟังพระองค์เป็นครั้งแรก แม้พระองค์จะทรงให้คำเปรียบเทียบที่พวกเขาคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน แต่บางครั้งพวกเขาก็ไม่สามารถเข้าใจได้ เมื่อได้ยินเป็นครั้งแรก พระวรสารที่เรานำมาพิจารณานี้ เป็นพระวรสารช่วงที่พระเยซูเจ้าทรงเล่านิทานเปรียบเทียบหลายเรื่อง โดยมิได้ทรงอธิบาย และดูเหมือนว่าพวกสาวกมิได้เข้าใจ พวกเขาลืมหมดทุกอย่างหรือ? หรือว่าเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้ มีอะไรพิเศษไหมที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้? พระเยซูเจ้าทรงอธิบายถึงความหมายให้พวกเขาฟังด้วยความเพียรทน เหตุว่าถ้าพวกเขาเองไม่เข้าใจ พวกเขาก็จะไม่สามารถช่วยผู้อื่นให้เข้าใจได้ พระเยซูเจ้าตรัสว่า เมล็ดที่ดีก็คือบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ที่อยู่ทั่วโลก พวกเขาเจริญชีวิตที่ห้อมล้อมไปด้วยความชั่วช้า ดังเช่นพวกสาวก เราจะเมินเฉยต่อความชั่วช้าทั้งหลายนี้ไม่ได้พระอาณาจักรของพระเจ้าประกอบด้วยนักบุญและคนบาป พระเจ้าทรงปล่อยให้ความดีและความชั่วอยู่เคียงข้างกัน ในด้านเกษตรต้นหญ้าไม่สามารถผลิตเมล็ดข้าวได้ ตามแนวพระวรสารผู้ที่ไม่ผลิตผลอาจเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งที่ดูเมหือนว่าเป็นต้นหญ้าธรรมดา อาจเริ่มผลิดอกออกผลได้ในวันต่อมา พระเจ้าทรงปรารถนาให้คนชั่วเปลี่ยนแปลงและไม่เป็นคนชั่ว ตลอดไป แต่พระองค์มิได้ทรงบังคับการเปลี่ยนแปลง พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยความพากเพียรและอดทน ก่อนที่จะมีการแบ่งแยกครั้งสุดท้าย ในวันนี้มีอะไรบ้างที่ฉันสามารถทำได้เพื่อให้โลกเป็นที่ที่ดีกว่านี้? บทอธิษฐานภาวนา ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ประทานพระพรแห่งเสรีภาพฝ่ายจิตวิญญาณแก่ลูก พระองค์ทรงกระทำกับลูกด้วยความระมัดระวัง และทรงเคารพเสรีภาพที่ประทานให้แก่ลูก พระองค์ทรงปล่อยให้ลูกทำผิดแต่พระองค์ก็มิได้ทรงถอยห่างไปจากลูก โปรดประทานหูที่พร้อมเสมอที่จะรับฟังพระวาจาของพระองค์ และให้ลูกมีหัวใจที่จะนำไปปฏิบัติด้วยเทอญ อาแมน พระคุณเจ้ายอร์ช ยอด พิมพิสาร

ข้อคิดสะกิดใจ เรื่อง ผู้ที่กระทำตามคำสัญญา

ท่านอาจารย์ ท่านไปทางไหน ข้าพเจ้าจะตามท่านไปทางนั้น” (มัทธิว 8:19) การให้คำมั่นสัญญา นับเป็นการกระทำที่ล่อแหลม หลายครั้งเรามิได้รู้ดีเพียงพอว่าการกระทำตามสิ่งที่เราสัญญาไว้นั้นมีราย ละเอียดอะไรบ้าง และเหตุการณ์อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ซึ่งเป็นเหตุให้การปฏิบัติตามนั้นยากยิ่งขึ้น และนี่คือจุดประสงค์ของคำมั่นสัญญา กล่าวคือการให้ความมั่นใจ ซึ่งย่อมพิสูจน์ได้ด้วยกาลเวลา เป็นการ กระทำที่มั่นคงมากขึ้น เหตุว่าเราปรารถนาที่จะปฏิบัติตาม การปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาเป็นการดำเนินชีวิตที่สมศักด์ิศรีของการเป็นมนุษย์ และทำให้เราเป็นผู้ที่น่าไว้ใจ คัมภีราจารย์ (ธรรมาจารย์) คนหนึ่งกล่าวกับพระเยซูเจ้าว่า “ข้าพเจ้าอยากติดตามพระองค์ไปทุกแห่ง” นั้นเป็นคำพูดที่เปี่ยมด้วยความกระตือรือร้น และปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดกับพระองค์ เขาพอจะทราบหรือเปล่าว่า เขากำลังสัญญาอะไร การเป็นไปได้ที่บุคคลผู้นั้นกระทำตามที่เขาสัญญา แต่เรามิได้ยินอะไรเกี่ยวกับบุคคลผู้นี้อีกอาจเป็นไปได้ที่ความกระตือรือร้นของเราเย็นชาลงและเมื่อการติดตามพระเยซูเจ้าชักจะลำบาก ความตั้งใจของเราเริ่มคลอนแคลน แล้วเขาก็เลิกติดตามพระองค์ สิ่งนี้มักจะเป็นแนวทางของเรา เราเริ่มต้นอย่างเร่าร้อน แต่เมื่อเราถูกทดลองใจเกี่ยวกับสิ่งที่เราสัญญาไว้ เมื่อเราต้องเผชิญกับความยากลำบาก แบบอย่างของพระเยซูเจ้าแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงมั่นคงในพระสัญญาของพระองค์ ทรงนอบน้อมต่อพระประสงค์ของพระบิดา ทรงอุทิศพระองค์ในการช่วยผู้ที่พระองค์ได้เสด็จมารับใช้และบันดาลให้รอดพ้น พระองค์คือแบบอย่างที่ดีเยี่ยมในการที่ทรงปฏิบัติตามพระสัญญา หากเราดำเนินตามพระเยซูเจ้า สนใจในพระวาจาของพระองค์ มุ่งหน้าไปยังพระองค์ เราก็จะได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เหมือนกับพระองค์ เดชะพระหรรษทาน (โดยพระคุณ) ของพระองค์ เป็นผู้ที่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา เราก็จะเรียนรู้ถึงการดำเนินชีวิตที่ดี ครบถ้วน ไว้ใจได้ พระสัญญาที่พระเจ้าประทานแก่เรา เราไว้ใจได้ ให้เราวอนขอพระองค์ได้ทรงช่วยให้เรากระทำตัวเช่นเดียวกัน บทอธิษฐานภาวนา ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรัก อาศัยบรรดาประกาศก […]

ข้อคิดสะกิดใจ พินิจสาส์นวันสื่อในบริบทของการนำไปใช้

พินิจสาส์นวันสื่อในบริบทของการนำาไปใช้  แนวทางที่พระศาสนจักรมอบให้คริสตชน ไม่ใช่กฎระเบียบข้อบังคับแต่เป็นข้อเสนอแนะข้อคิดเห็นที่ผ่านการตกตะกอนทางความคิดและการเฝ้ามองการเคลื่อนไปของโลกด้วยสายตาแห่งจิตวิญญาณที่จาริกไปพร้อมกับโลกใบนี้แน่นอนคำถามเดียวกันอาจมีคำตอบหลากหลายสังคมไทยอาจตอบโลกของสื่อสารมวลชนกับการมาถึงของยุคทีวีดิจิตอลเพียงใครจะถือครองหรือได้ประโยชน์มากน้อยกว่ากันเม็ดเงินจะหมุนเข้ารัฐบาลเท่าไหร่ ใครจะถือสิทธิ์และช่วงชิงผลกำไรต่อปี ที่ถือว่าเป็นความก้าวหน้าขององค์กรท่ามกลางความเคลื่อนไหวอันร้อนระอุ พระศาสนจักรไม่ได้คิดแค่นั้นมาอ่านสาส์นวันสื่อมวลชนสากล ไปพร้อม ๆ กันกับการตีความให้เข้าใจมากขึ้นและปรับใช้ในชีวิต ประเด็นที่ 1 ปูพื้นฐานกันก่อน ปกติแล้วพระศาสนจักรคาทอลิกมีหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับงานสื่อสารมวลชนชื่อว่า สมณสภาสื่อสารสังคม สันตะสำนัก โดยมีพระอัครสังฆราชเคลาดิโอ เชลลี เป็นประธาน และวันฉลองนักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์ คือวันที่ 24 มกราคม ของทุกปี องค์สมเด็จพระสันตะปาปาจะออกสาส์นที่เราเรียกว่าสาส์นวันสื่อมวลชนสากล ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 47 ในหัวข้อที่ว่า “เครือข่ายของสื่อมวลชน ประตูแห่งความจริงและความเชื่อช่องทางใหม่แห่งการเผยแผ่พระวรสาร” ออกในสมณสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ ที่ 16 แต่วันสื่อมวลชนจะอยู่ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งมาสู่ยุคสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสแล้วสำาหรับพระศาสนจักรไทยเราทำการฉลองวันสื่อมวลชนสากลในอาทิตย์แรกของเดือนสิงหาคมที่เปิดประเด็นไว้แบบนี้เพราะผู้เขียนสังเกตว่าแม้จะมีผู้นำาต่างกัน แต่กระแสธารของความเป็นหนึ่งเดียว สามารถดำเนินต่อไปอย่างไม่ติดขัดเอกภาพภราดรภาพ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นสิ่งที่พระศาสนจักรสื่อให้โลกได้เห็นเสมอมา ประเด็นที่ 2 ชัดเจนเมื่อย่อหน้าแรกบรรทัดที่สาม กล่าวว่า “เครือข่ายการสื่อสารในแบบดิจิตอล ซึ่งช่วยเสริมสร้างเวทีใหม่” หน้าที่หนึ่งของสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทยคือการติดตามความเคลื่อนไหวของสื่อมวลชน เพื่อตอบรับร่วมมือแบ่งปันความคิดเห็นในเวทีระดับต่างๆ ข้อมูลจากการประชุมเรื่องทีวีดิจิตอล ในเวทีเสวนาเรื่องประโยชน์สาธารณะจากการจัดสรรคลื่นความถี่ในกิจการทีวีดิจิตอล มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ “ตามที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้กำาหนดการเปลี่ยนผ่านการรับส่งสัญญาณโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอลโดยมีเป้าหมายเริ่มทดลองการแพร่ภาพภายในปี 2556 เริ่มเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอลได้ภายในกลางปี 2556 อีกทั้งยังได้กำหนดให้ครัวเรือนในเมืองใหญ่สามารถรับสัญญาณในระบบดิจิตอลได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80ภายใน 5 ปี จนสุดท้ายจะเริ่มกระบวนการยุติการให้บริการระบบอนาล็อกในช่วงเดือนมกราคม 2558 ซึ่งถือเป็นการปิดฉากยุคอนาล็อก สู่ยุคดิจิตอล ของวงการโทรทัศน์เมืองไทยอย่างเป็นทางการ” […]

ข้อคิดจากพระธรรมยอห์น

สวัสดีค่ะ พวกหนู ด.ญ.ตวงพร และ ด.ญ.รวมพร ชัยเฉลิมวุฒิพงศ์ ในนามคริสตจักรที่2 สามย่าน ขอขอบคุณพระเจ้าที่ทางสมาคมพระคริสตธรรมไทย ได้จัดให้มีการแข่งขันซูเปอร์จิ๋วเจาะโลกพระคัมภีร์ขึ้น พวกหนูได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน เริ่มจาก ป.4-ม.2 รวมก็ 5 ครั้งแล้ว พระเจ้าก็ประทานรางวัลผ่านการแข่งขันทุกปี เมื่อได้รับข่าวการรับสมัครเข้าแข่งขันในแต่ละปี ผู้ใหญ่ในครอบครัวก็จะสนับสนุนให้เข้าร่วมการแข่งขัน จุดมุ่งหมายคือต้องการให้พวกหนูได้อ่าน ศึกษา ค้นหาความจริง และจดจำพระวจนะของพระเจ้า เพื่อให้พระคำของพระเจ้าปักแน่นเป็นฤทธิ์เดชอยู่ในชีวิตของพวกหนูขอบคุณที่พระเยซูคริสต์เจ้าทรงรักพวกหนูและเมตตาตอบคำอธิษฐานอยู่เสมอ สำหรับพระธรรมยอห์นซึ่งเป็นหนึ่งในกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ ซึ่งพวกหนูก็พยายามอ่านโดยการขอการทรงนำจากพระเจ้า ขอประทานสติปัญญา ความจำ ความเข้าใจ และหนูก็พอเข้าใจ ดังนี้ พระวาทะทรงเป็นพระเจ้า มาบังเกิดเป็นมนุษย์คือพระเยซูคริสต์คือพระบุตรพระบิดา พระเจ้าและพระบุตรเป็นอันหนี่งกันเดียวกัน ร่วมกันสร้างโลก ในยอห์นบทที่ 1:2-3 และทรงรักโลก ยอห์นบทที่ 3:16 พระบุตรอยู่ในโลกทรงกระทำราชกิจมากมายกระทำหมายสำคัญการอัศจรรย์หลายๆ อย่าง ทรงสั่งสอนด้วยสิทธิอำนาจ รักษาโรคภัยไข้เจ็บ คนตาบอด คนง่อย คนอัมพาตให้หาย คนตายให้ฟื้น พระองค์เมตตาต่อหญิงชาวสะมาเรีย แม้ไม่มีใครคบหากับนาง แต่พระองค์ยังสนทนากับนาง ทำให้นางได้มีความเข้าใจและเชื่อวางใจในพระองค์ นางก็ได้นำชาวเมืองสิคาร์จำนวนมากมาเชื่อและรับความรอดจากพระเยซูคริสต์ พระองค์เป็นแบบอย่างในเรื่องการดูแลรักษาพระวิหาร เป็นแบบอย่างเรื่องอาหารที่เหลือไม่ทิ้งขว้าง […]

ขนมปัง

ขนมปัง“เราสงสารประชาชน” มาระโก 8:2 ยอห์นเป็นช่างทำขนมปังมืออาชีพ เขาชอบการทำขนมปัง และปัจจุบันก็มีอาชีพทำขนมปัง เมื่อจบการศึกษาเขาก็มุ่งหน้าเป็นช่างทำขนมปัง และเรียนรู้จากประสบการณ์ในการทำางานในร้านอาหารหลายแห่ง เขาชอบกลิ่นของขนมปัง จนในที่สุดเขามั่นใจว่าเขามีกระแสเรียกให้เป็นช่างทำาขนมปัง ปัจจุบันเขามีธุรกิจเป็นช่างทำาขนมปัง เขาเข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นขึ้นมาก่อนเที่ยงคืนเพื่อทำขนมปัง ซึ่งในเช้าวันรุ่งขึ้นจะปรากฏบนโต๊ะอาหารเช้าของผู้มีชื่อเสียงมากมายหลายท่านขนมปังก็มีบทบาทในชีวิต  ของพระเยซูเจ้าการที่พระองค์ทรงเลี้ยง คนเป็นจำนวนมากจากขนมปังสองสามก้อน เป็นเครื่องหมายว่า พระองค์ทรงสามารถเลี้ยงโลกทั้งโลก ปังดังกล่าวคือพระองค์เองเป็นปังบันดาลชีวิต  สิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงเป็นห่วงก็คือ พระองค์ไม่ทรงปรารถนาให้ประชาชนต้องหิวโหย มิใช่หิวโหยอาหารด้านฝ่ายกาย แต่เป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณ องค์พระผู้เป็นเจ้าพระองค์เองทรงเป็นอาหารประจำวันของเรา“ผู้ที่เข้ามาหาเราจะไม่หิวโหยเมื่อจากเราไป”อาศัยพระศาสนจักรของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงปรารถนาที่จะหล่อเลี้ยงโลกที่หิวโหยและปังที่เราแบ่งปันเป็นอาหารฝ่ายร่างกาย และฝ่ายจิตวิญญาณ ที่ใดที่มีคนร้องขออาหาร เป็นหน้าที่ ของพระศาสนาจักร ที่จะพยายามตอบสนอง กระแสเรียกของเราคือการเป็นช่างทำขนมปัง เพื่อหล่อเลี้ยงบรรดาผู้หิวโหยในโลกนี้ ในศีลมหาสนิทองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเชื้อเชิญเราให้นั่งลง เพื่อจะได้รับการหล่อเลี้ยงจากพระองค์แล้วออกจากที่นี่ไปแบ่งปันปังนี้แก่บรรดาผู้ที่อดยาก บทอธิษฐานภาวนา  ข้าแต่พระบิดาเจ้าสวรรค์ องค์พระบิดาและพระเจ้าแห่งชีวิตลูกทั้งหลาย โมทนาคุณพระองค์สำาหรับการหล่อเลี้ยงที่ข้าพเจ้าได้รับปังอันบันดาลชีวิตในองค์พระบุตร จากพลังที่ลูกได้จากอาหารนี้ โปรดบันดาลให้ลูกแต่ละคนมีจิตใจกว้างขวางในการแบ่งปันอาหารของลูกทั้งหลายกับทุกคนที่แสวงหาพระองค์ ทั้งนี้ เดชะพระบารมีพระคริสตเจ้าของลูกทั้งหลาย อาแมน พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร

การอบรมการตั้งกลุ่มฟังพระคัมภีร์อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

“เมื่อวันอังคารและพุธที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2009 สมาคมพระคริสตธรรมไทย ร่วมกับ องค์กร Faith Comes by Hearing (FCBH) ได้จัดการอบรมการตั้งกลุ่มฟังพระคัมภีร์อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ณ คริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยวิทยากรรับเชิญจากประเทศฟิลิปปินส์ ในการนี้ มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 33 ท่าน จากหน่วยงานและองค์กรคริสเตียนกว่า 15 แห่งทั่วประเทศ ตลอดการอบรม ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ถึงเทคนิคในการตั้งกลุ่มฟังพระคัมภีร์ และวิธีการใช้งานเครื่องเสียงที่เรียกว่า Proclaimer ซึ่งได้บันทึกคำอ่านพระคัม ภีร์ใ ห ม่ฉ บับมาตรฐาน 2002 ไว้จุดเด่นของเครื่องคือสามารถถอดเปลี่ยนเป็นคำอ่านพระคัมภีร์ในภาษาอื่นๆ เช่น กระเหรี่ยงสกอร์ ลาว และเขมร เป็นต้น สมาคมฯ ขอขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเสมอมา และขอฝากพี่น้องช่วยอธิษฐานเผื่อผู้เข้าร่วมอบรม ในการนำเครื่องมือนี้ไปประยุกต์ใช้ในพันธกิจต่างๆ อย่างเกิดผลต่อไป” Thailand Bible Society

ช่องพระแกลตาข่ายหมายถึงอะไรกันแน่?

ช่องพระแกลตาข่ายหมายถึงอะไรกันแน่? คำถาม เมื่ออ่านพระคัมภีร์ไทย แล้วพบคำราชาศัพท์คือ “ช่องพระแกล” ใน พระธรรม 1 พงศาวดาร บทที่ 15 ข้อที่  29 (ความว่า  และเมื่อหีบพันธสัญญาของพระเจ้ามาถึงนคร ของดาวิดแล้ว มีคาลราชธิดาของซาอูลแลดูตามช่องพระแกล เห็นกษัตริย์ดาวิดทรงเต้นรำและทรงร่าเริงอยู่  พระนางก็มีใจดู หมิ่นพระองค์) และ “ช่องพระแกลตาข่าย” ในพระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 1ข้อที่  2  (ความว่า  ฝ่ายอา หัสยาห์ทรงตกลงมาจากช่องพระแกลตาข่ายที่ห้องชั้นบนของพระองค์ในกรุงสะมาเรีย และทรงประชวร …) แล้วไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร?  จนได้ไปอ่านพระคัมภีร์อังกฤษจึงเข้าใจว่า “ช่องพระแกล” ก็คือ ช่องหน้าต่าง (window) และ “ช่องพระแกล ตาข่าย” คือ ช่องหน้าต่างที่มีไม้ระแนงขัดกันเป็นตารางกั้นไว้ (lattice) ดังนั้นจึงทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทยไม่แปลพระคัมภีร์ออกมาเป็นภาษาง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์?  และอีกคำถามหนึ่งก็คือ ในพระธรรม 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 1ข้อที่  2  กษัตริย์อาหัสยาห์ทรงตกลงมาจากหน้าต่างห้องชั้นบนได้อย่างไร?  เพราะมีแผงเป็นตารางกั้นอยู่ จึงไม่น่าจะตกลงมาได้ […]

จากที่ราบสูงสู่เบื้องบน

ชาญณรงค์ (โจ) วงศ์กัยราช หนุ่มจากที่ราบสูงเมืองอุบลราชธานี อายุ 39 ปี เป็นอีกชีวิตหนึ่งที่เป็นพยานถึงความรักและพระเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อเขาผู้มีอดีตที่เปรียบเสมือนดินทรายที่ดูไร้ค่าและไร้ความหวัง แต่ด้วยแผนการอันเลิศและความอดทนนานของพระเจ้า โจถูกปั้นเป็นภาชนะที่มีคุณค่า และภาชนะชิ้นนี้รับใช้ผู้ปั้นด้วยความซื่อสัตย์อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย จากครอบครัวที่อบอุ่น ฐานะพออยู่พอกิน พ่อเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แม่ขายอาหาร โจเป็นลูกคนที่สองในจำนวน 4 คน โจใฝ่ฝันอยากจะเป็นรั้วของชาติตั้งแต่เด็ก ในวัยเรียนโจเป็นเด็กดีช่วยงานบ้านและช่วยแม่ขายอาหาร ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ไม่ได้สร้างปัญหาให้พ่อแม่หนักใจ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน จนขึ้นชั้นมัธยมฯ 4 โจเข้าเรียนในโรงเรียนภาคค่ำขณะที่ยังช่วยแม่ขายอาหารตอนกลางวันตามปกติ โจเริ่มมีเพื่อนมากหน้าหลายตาในวัยรุ่นวัยคะนองซึ่งเป็นใจให้เขาเริ่มลองของแปลกใหม่และวิ่งเข้าหาสิ่งชั่วร้ายสารพัด ในเวลาไม่นาน “โจ” ที่ไม่มีใครรู้จักก็กลายเป็น “ขาโจ๋” ที่ใครๆ ก็ต้องรู้จัก เขาเข้าถึงทั้งเหล้าและบุหรี่ หนักกว่านั้น โจยังหัด “ดมกาว”เพื่อจะเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ วัยรุ่นในสมัยนั้น โจเริ่มด้วยการรับอาสาถือกระป๋องกาวให้ “ลูกพี่” ก่อน เมื่อขึ้นชั้นมัธยมฯ 5 ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น “ลูกพี่” แทนคนเดิมที่ออกจากโรงเรียนไป จากดมกาวไปจนถึงกัญชายัดไส้บุหรี่ โจสั่งสมบารมีจนมีลูกน้องหลายคน เป็นนักเลงในชุดนักเรียน มีเรื่องต่อยตีกับโรงเรียนอื่นอยู่บ่อยๆ พฤติกรรมทั้งหมดนี้ทางบ้านไม่ระแคะระคายเพราะตอนกลางวันโจยังไปช่วยแม่ขายอาหารตามปกติ และนั่นก็เป็นช่องทางที่เขาจะหยิบฉวยเงินทองของแม่เอาไปซื้อหาสิ่งเสพติด เมื่อใกล้จะจบมัธยมฯ 6 เพื่อนในแก๊งดมกาวคนหนึ่งเกิดป่วยหนักมีอาการปอดทะลุ […]

จังหวะใหม่ของชีวิต

จังหวะใหม่ของชีวิต อีกมุมหนึ่งของทิศทางความคิดที่เปลี่ยนไปกับผู้ชายที่ชื่อ เรืองกิจ ยงปิยะกุล โปรดิวเซอร์ฝีมือดีและนักแต่งเพลงมือฉมัง แรกเริ่มในสมัยตอนเป็นเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่จะสอนให้อธิษฐาน สอนให้อ่านพระคัมภีร์ พอไปโบสถ์ก็จะมีอาจารย์เป็นผู้สอน มีหลายๆ คนให้ความรู้มากมายเกี่ยวกับพระเจ้าซึ่งภาพเหล่านั้น ผมเข้าใจว่าเป็นการปฏิบัติศาสนาอย่างเคร่งครัด คำพร่ำสอนทุกอย่างที่ได้ยินได้ฟังกลายเป็นความเคยชินที่หัวใจไม่เคยสัมผัสได้ และเป็นเพียงแค่ความรู้ ที่สมองมีโอกาสได้รับรู้เท่านั้น แม้เราจะรู้ว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่ รู้ว่าพระเจ้ารักเรา รู้ว่าต้องไปโบสถ์ รู้เรื่องราวมากมายในพระคัมภีร์ แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยรู้เลยก็คือ พระเยซูมีบทบาทอย่างไรในชีวิตของตัวเรา สำคัญมากน้อย เกี่ยวข้องอย่างไร ไม่รู้เลย ไม่เข้าใจเลย จนกระทั่งเมื่อผมมีโอกาสได้ฟังอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านบอกกับผมว่า ความรู้ไม่ได้ช่วยให้เราเจอพระเจ้า ความรู้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาชีวิต ความรู้ไม่ได้ช่วยให้เราได้รับการเปลี่ยนแปลง แต่ความเชื่อต่างหาก เพราะเมื่อรู้แต่ไม่มีความเชื่อ สิ่งที่รู้ก็ไม่มีความหมาย เพราะความรู้กับความเชื่อต่างกันตรงที่ ความรู้ เราพึ่งกำลังของตัวเราเอง แต่ความเชื่อ เราพึ่งกำลังจากพระเจ้า เราจึงสามารถเผชิญทุกอย่างได้โดยพระเจ้าผู้เสริมกำลังเรา และโดยกำลังจากพระเจ้าเราจึงได้รับการเปลี่ยนแปลง ผมก็เกิดคำถามตามมาอีกว่า และเราจะเชื่อได้อย่างไรในเมื่อเราพิสูจน์ไม่ได้ คำตอบที่ได้รับก็คือ ให้เชื่อเถอะ เชื่อเถิดเท่านั้น คำถามก็ยังไม่หมด ผมก็ถามกลับไปว่า แค่เชื่ออย่างเดียวเท่านั้นเองหรือ ใช่แค่เชื่อเพียงอย่างเดียว เพราะเราไม่สามารถจะทำสิ่งอื่นๆ ได้เพื่อมาแลกเปลี่ยนกับความรอดของพระเจ้า นั้นเป็นคำตอบที่ได้รับ แล้ววันหนึ่งพี่สาวของผมก็เอาข้อพระคัมภีร์ข้อหนึ่งมาให้อยู่ใน พระธรรมยอห์น บทที่ 14 ข้อ 1 บอกไว้ว่า “อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านวางใจในพระเจ้า […]

1 78 79 80 81 82 84