สัมภาษณ์พิเศษ คุณหัทยา วงศ์กระจ่าง (เปิ้ล)

สัมภาษณ์พิเศษ คุณหัทยา วงศ์กระจ่าง (เปิ้ล) สมาคมพระคริสตธรรมไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณหัทยา เกษสังข์ หรือชื่อเล่นๆ ว่า “เปิ้ล” ดีเจ พิธีกร และนักแสดง ชื่อดัง เป็นที่รู้จักกันดี เพราะเธอเป็นดีเจจัดรายการวิทยุหลายรายการเป็นพิธีกรรายการทีวี และยังเคยเล่นละครมาหลายเรื่องด้วยกัน ถ้าเอ่ยชื่อนี้คงคิดไปถึงสามีของเธอคือ คุณศรัณยู วงศ์กระจ่าง และลูกสาวฝาแฝด น้องหนุน – หนัง เธอเป็นผู้หนึ่งที่กลับใจมาเชื่อพระเยซูคริสต์เจ้าเพราะได้อ่านพระวจนะของพระเจ้า คือพระคริสตธรรมคัมภีร์ เธอแบ่งปันให้เราฟังอย่างเป็นกันเองถึงการกลับใจในครั้งนี้ สมาคมฯ : ทราบว่าจบการศึกษาจากต่างประเทศ ที่ไหนค่ะ? หัทยา : จากประเทศอังกฤษ ทางด้านกราฟฟิค ดีไซน์ ในระดับปริญญาตรี สมาคมฯ : ชีวิตเมื่ออยู่ที่ประเทศอังกฤษมีประสบการณ์เกี่ยวกับพระเจ้าอย่างไรบ้าง? หัทยา : ตอนที่ไปอยู่อังกฤษ อยู่โรงเรียนประจำซึ่งเป็นโรงเรียนคริสต์ มีการให้นมัสการตอนเช้า ร้องเพลงอธิษฐานก่อนทานอาหาร ก่อนนอนก็ให้อ่านพระคัมภีร์ อธิษฐาน วันอาทิตย์ก็ให้ไปโบสถ์ แต่ในตอนนั้นเปิ้ลเองไม่ได้สนใจเรื่องพระเจ้ามากนัก เพราะเราเป็นคนต่างชาติมีความกังวลเรื่องการปรับตัวในการเรียน รวมทั้งเรื่องภาษาด้วย สมาคมฯ : เรียบจบ กลับมาเมืองไทยแล้ว ทำอะไรบ้าง เข้าสู่วงการแสดงเลยหรือเปล่า? หัทยา […]

ทำไมมัทธิวบทที่ 17 จึงไม่มีข้อ21?

ทำไมมัทธิวบทที่ 17 จึงไม่มีข้อ21? ถาม : ทำไมพระธรรมมัทธิวบทที่ 17 ของ สมาคมฯ จึงมีข้อ 20 และข้อ 22 แต่ไม่มีข้อ 21 (ในส่วนที่เป็นเนื้อหาของพระคัมภีร์นั้น) หมายความว่าอย่างไร? ตอบ : โดยปกติ เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์ เรามักจะได้รับคำแนะนำว่าไม่ต้องสนใจเลขบทและเลขข้อ เพราะจะทำให้อ่านติดขัดและยากที่จะเข้าใจเนื้อหา เมื่ออ่านพระคัมภีร์ ให้สนใจกระแสความคิดของพระคัมภีร์ว่าเคลื่อนที่ไปอย่างไรบ้าง ซึี่งคำแนะนำนั้นก็ถูกต้องและเป็นประโยชน์จริงๆในการศึกษาพระคัมภีร์  นอก จากนี้ต้นฉบับพระคัมภีร์ในภาษาเดิมทั้งภาษาฮีบรูและภาษากรีก ก็ไม่มีการแบ่งเป็นบทและเป็นข้อ การแบ่งดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัยหลัง (ราวศตวรรษที่ 13 – 16) เพื่อให้สะดวกในการอ้างอิงเท่านั้น แต่คำอธิบายข้างต้น ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะเบี่ยงเบนประเด็นความสนใจของผู้อ่านไปจากคำถาม ทั้งนี้เพราะคำถามก็สำคัญ และหากไม่ได้รับคำตอบ ก็อาจนำผู้อ่านไปสู่การสรุปความหลายอย่างที่ไม่เป็นจริงก็ได้ อาทิเช่น สมาคมฯ ทำข้อ 21 ตกหล่นด้วยความไม่รอบคอบ ดังนั้นพระคัมภีรืของสมาคมนจึงไม่น่าเชื่อถือแต่อย่างใด  หรือ อาจสรุปว่า สมาคมฯไม่มีความเชื่อตามข้อ 21 ฉะนั้นจึงตัดข้อนี้ ออกตามอำเภอใจ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อจะตอบคำถามนี้ ก็ขอให้ผู้อ่านเปิดพระคัมภีร์พิจารณาตามไปด้วย  เราพบความจริงว่า ไม่มีข้อ 21 อยู่ในส่วนที่เป็นเนื้อหาของพระคัมภีร์  แต่ที่ปลายข้อ 20 มี สัญลักษณ์เป็นตัวเลขให้ไปดูที่เชิงอรรถ (footnote) และเมื่อ เราตามไปดู เราก็พบข้อความต่อไปนี้ […]

ทำไมพระคัมภีร์ไทยจึงแปลยอห์น 6:69 ต่างจากพระคัมภีร์อังกฤษ ฉบับคิงเจมส์?

ทำไมพระคัมภีร์ไทยจึงแปลยอห์น 6:69 ต่างจากพระคัมภีร์อังกฤษ ฉบับคิงเจมส์? คำถามจากผู้เข้าสัมมนาการแปล วันที่ 24 พ.ย. 2001 พระคัมภีร์ภาษา อังกฤษฉบับคิงเจมส์ (King James Version) แปลยอห์น 6:69 ว่า “And we believe and are sure that thou art that Christ, the Son of the Living God.” ส่วนพระคัมภีร์ไทยฉบับ 1971 แปลว่า “และข้าพระองค์ทั้งหลายก็เชื่อและมาทราบแล้วว่าพระองค์ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ ของพระเจ้า”    คำถามก็คือ ทำไมจึงแปลพระคัมภีร์ไม่ตรงกัน? พระคัมภีร์ไทยแปลผิดหรือ? นี่มักจะเป็นคำถามคาใจผู้อ่านพระคัมภีร์สองภาษาหรือมากกว่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วพบความแตกต่างในบางจุด ผู้อ่านมักจะคิดว่าฉบับไหนแปลถูก? ฉบับไหนแปลผิด? แต่จะมีสักกี่คนที่คิดว่าแปลถูกทั้งคู่ หรือแปลผิดทั้งคู่? เพื่อจะตอบคำถามข้างต้น จำเป็นที่ผู้อ่านจะต้องเข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับพระคริสตธรรมคัมภีร์ ความจริงเกี่ยวกับพระคัมภีร์ 1. ต้นฉบับ (Original […]

พระเยซูถูกตรึงที่กางเขนและเป็นขึ้นจากตายจริงหรือ?

พระเยซูถูกตรึงที่กางเขนและเป็นขึ้นจากตายจริงหรือ? หนังสือเล่มหนึ่ง ที่เขียนโดยผู้นำของศาสนาหนึ่งได้เขียนไว้ว่าการถูกตรึงของพระเยซูเป็น เรื่องไม่จริง พระเยซูไม่ได้ตายที่กางเขนแต่ผู้ที่ถูกตรึงตายคือยูดาส สาวกที่ทรยศพระเยซู โดยกล่าวอ้างสิ่งที่ดูเหมือนขัดแย้งในบันทึกของมัทธิวที่ว่ายูดาสผูกคอตาย (มธ.27:5) กับหนังสือกิจการที่กล่าวว่า ยูดาสล้มคะมำลงแตกกลางตัว ไส้พุงทะลักออกหมด (กจ.1:18) ความเข้าใจของผู้เขียนดังกล่าวเกิดจากการไม่ได้ดูเนื้อหาทั้งหมดของกิตติคุณ และกิจการ และไม่พยายามพิจารณาความน่าเชื่อถือทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดัง กล่าว การที่พระเยซูถูกตรึงและเป็นขึ้นจากตายนั้นมีเหตุผลที่ทำให้เห็นว่าเป็น เรื่องน่าเชื่อถือมากมาย แต่จะกล่าวเพียง 3 ประการในที่นี้ 1. การบันทึกที่สอดคล้องกันทุกฉบับ ผู้เขียนกิตติคุณทั้งสี่เล่มต่างได้บันทึกเรื่องราวการถูกจับกุม ถูกสอบสวน ถูกตรึงกางเขนและเป็นขึ้นจากตายของพระเยซู   เรื่องราวที่บันทึกไว้นั้นสอดคล้องกัน แต่อาจมีรายละเอียดของเล่มหนึ่งที่ไม่ปรากฏในอีกเล่มหนึ่ง และแม้รายละเอียดบางเรื่องอาจดูแตกต่างกัน เช่น จำนวนทูตสวรรค์ที่อุโมงค์ฝังศพ การพบปะระหว่างพระเยซูกับบรรดาสตรีที่จะไปชโลมพระศพ รวมทั้งประเด็นเรื่องการตายของยูดาส แท้จริงรายละเอียดบางตอนที่ดูขัดแย้ง ถ้าวิเคราะห์ให้ถ่องแท้ก็จะเห็นว่าไม่ได้ขัดแย้งกัน เช่น กรณีของยูดาสนั้น ผู้เขียนทั้งสองต่างต้องการกล่าวเพียงสั้นๆ แล้วผ่านไป เพราะไม่ใช่จุดสำคัญที่ต้องการกล่าวถึง หากเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องการกล่าวถึง ก็จะกล่าวไว้มากและให้รายละเอียดมาก เรื่องยูดาสนั้นจึงไม่มีรายละเอียดของภาพทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร แต่เราสามารถคาดเดาว่า หลังจากผูกคอตายอาจไม่มีใครพบศพหรือไม่มีใครอยากแตะต้องศพ เพราะจะทำให้เป็นมลทินไม่สามารถร่วมปัสกาในวันรุ่งขึ้น ศพจึงถูกทิ้งไว้จนช่วงเทศกาลปัสกาที่กินเวลาเป็นสัปดาห์จะผ่านไป ศพเน่าพอง เชือกคงขาด แล้วศพตกลงมาแบบหัวคะมำลงพื้นเพราะขาไปเกี่ยวถูกของบางอย่าง พุงแตกเพราะเน่าหรือถูกสัตว์แทะไส้ทะลัก ลูกาที่เขียนกิจการเป็นหมอ อาจสนใจเรื่องสภาพศพที่พบ ในขณะที่มัทธิวสนใจแค่ตายด้วยวิธีผูกคอ ทำนองเดียวกับเรื่องทูตสวรรค์ที่มัทธิวและมาระโกต้องการกล่าวง่ายๆ […]

ภาษาเดิมสำคัญไฉน

ภาษาเดิมสำคัญไฉน คำถาม: การแปลพระ คัมภีร์และการอธิบายพระคัมภีร์ต้องยึดหลักจากภาษาเดิมด้วยหรือไม่ อย่างไร?  คำตอบ: สำหรับ คำถามช่วงแรกนั้น ตอบได้เลยว่าต้องยึดหลักจากภาษาเดิมแน่นอน เพราะว่าพระคัมภีร์เขียนโดยใช้ภาษาฮีบรูและภาษากรีก ผู้เขียนต้องการสื่อความจริงโดยสองภาษานี้ที่พวกเขาคุ้นเคย ภาษาทั้งสองมีความแตกต่างกับภาษาไทยอย่างแน่นอน คนที่ใช้ภาษาทั้งสองก็มีวัฒนธรรมและสภาพเบื้องหลังที่ต่างจากคนไทย คำหรือข้อความที่เขาเขียนนั้นอาจมีความหมายต่างจากคำไทย แม้จะเป็นคำที่เหมือนกัน เช่น เมื่อเปาโลกล่าวว่าให้ทาสเชื่อฟังนาย (อฟ.6:5) ทาสในสังคมโรมันและโดยเฉพาะสังคมยิวในสมัยนั้นแตกต่างจากทาสในสังคม ไทยสมัยก่อนมาก ทาสของพวกเขาเป็นชนชั้นในสังคมที่ไม่มีสิทธิในการเป็นเจ้าของตัวเอง แต่ไม่ใช่ชนชั้นต่ำที่ทำงานต่ำต้อยและถูกดูหมิ่นเสมอไปดังเช่นในสังคมไทย ทาสในสังคมโรมันหรือยิวมีบทบาทหลากลายในบ้านนายหรือในสังคม ทาสบางคนมีอำนาจหน้าที่เป็นผู้ดูแลหรือจัดการบ้านแทนนายของตนเอง ทาสของทางราชการบางคนเป็นหมอ บางคนทำหน้าที่แทนข้าราชการเมื่อจำเป็น บางคนทำหน้าที่เหมือนตำรวจของทางการ ทาสจำนวนไม่น้อยจึงเป็นคนที่สังคมให้ความเคารพนับถือ นอกจากนี้พวกเขามีอิสระพอควรที่จะนับถือศาสนาหรือร่วมกิจกรรมทางศาสนาโดย เฉพาะในสังคมยิว บางครั้งคำในภาษาเดิมบางคำไม่สามารถหาคำแปลที่มีความหมายเหมือนกันหรือใกล้ กัน จึงมีการหาคำที่มีส่วนคล้ายกันบ้างมาแปล เช่น ในสดุดี 2:2 “…ต่อสู้ พระเจ้าและผู้รับการเจิมของพระองค์” “ผู้รับการเจิม” แปล จากคำว่า “เมสสิยาห์” ในภาษาเดิมซึ่งในที่นี้ หมายถึงกษัตริย์ที่พระเจ้าทรงแต่งตั้ง คำว่า “เมสสิยา” ในภาษาเดิมหมายถึงผู้ที่ได้รับการเทน้ำมันลงบนศีรษะเพื่อแต่งตั้งให้ เป็นปุโรหิต หรือกษัตริย์ หรือผู้เผยพระวจนะ (1 ซมอ.16:13) พิธีนี้ไม่มีในสังคมไทย จึงมีการหาคำที่มีส่วนคล้ายกันบ้างคือ “การเจิม” […]

ห้องรับแขก คุณชลิดา เถาว์ชาลี (นก)

ห้องรับแขก คุณชลิดา เถาว์ชาลี (นก) สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับเข้าสู่บรรยากาศคริสตสายสัมพันธ์ ในช่วง เดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม ประจำปี 1999 ซึ่งฉบับนี้ ทางห้องรับแขกของเรามีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสได้ต้อนรับสาวงาม ที่งามอย่างมีคุณค่า มีความสวย การันตี ด้วยตำแหน่ง นางสาวไทยประจำปี 2541 คุณชลิดา เถาว์ชาลี ชื่อเล่นว่า “นก” เมื่อมีโอกาสดีขนาดนี้จะปล่อยโอกาสได้อย่างไร ห้องรับแขกของเราก็ไม่รอช้ารีบชวนเธอมาสนทนาพาที ด้วยเรามาเริ่มจากตำแหน่งนางสาวไทย ของเธอซึ่งเป็นภาระอันหนักพอสมควรของผู้หญิงที่เป็นตัวแทนของประเทศชาติว่าเธอรู้สึกอย่างไร เราไปคุยกับเธอกันเลยค่ะ สมาคมฯ : ชีวิตของการเป็นนางสาวไทยเป็นอย่างไรบ้าง ? ชลิดา : ชีวิตเปลี่ยนไปมาก ต้องมีความรับผิดชอบสูงและ ต้องอดทนต่อหลายสิ่งที่ประดังเข้ามาในชีวิต มีการปรับตัว พอสมควรที่จะต้องเปลี่ยนบทบาทของตนมารับหน้าที่ ในการ เป็นตัวแทนของประเทศเป็นภาระที่หนักมาก แต่ก็มีความสุข เพราะว่าได้ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม สมาคมฯ : ชีวิตช่วงหนึ่งของคุณชลิดา ได้ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ มาเป็นเวลาพอสมควร การใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้าง? ชลิดา : เป็นชีวิตของคนไทยในสังคมอเมริกัน ชีวิตค่อนข้าง เรียบง่าย และมีอิสระมาก ที่สำคัญได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวแบบพร้อม หน้าพร้อมตา สมาคมฯ : เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องของการมาเป็นคริสเตียน คุณชลิดารู้จักกับพระเจ้าได้อย่างไรและเมื่อไหร่ ? ชลิดา : รู้จักกับพระเจ้าเพราะคุณแม่ […]

1 37 38 39