“ลูซีเฟอร์” คือชื่อของซาตานจริงหรือ
หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “ลูซีเฟอร์” (Lucifer) ในฐานะชื่อของทูตสวรรค์ที่ล้มลงและกลายเป็นมารซาตาน และพบว่าคำนี้ถูกใช้สลับไปมากับคำว่า “มารซาตาน” ไม่ว่าจะในคำเทศนา คำสอน วรรณกรรม หรือสื่อต่างๆ ราวกับว่า สองคำนี้ใช้แทนกันได้ คำถามคือ คำว่า “ลูซีเฟอร์” มีที่มาจากไหน เป็นชื่อของซาตานจริงหรือไม่
หากเราอ่านพระคัมภีร์ภาษาไทยในสำนวนแปลเกือบทั้งหมด เราจะไม่พบคำว่า “ลูซีเฟอร์” เลย ยกเว้นในสำนวนแปล KJV คำนี้มีที่มาจากพระคัมภีร์ฉบับลาตินวัลเกต (Latin Vulgate) ที่แปลโดยเจอโรม (Jerome) จากภาษาเดิมเป็นภาษาลาตินในช่วงปลายศตวรรษที่ 4 และใช้กันในศาสนจักรโรมันคาทอลิกเรื่อยมา คำนี้ถูกใช้ในพระคัมภีร์ฉบับแปลนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ข้อพระคัมภีร์ที่ปรากฏคำนี้และหลายครั้งถูกเชื่อมโยงกับมารซาตานคือ อิสยาห์ 14:12 คำว่า “ลูซีเฟอร์” ยังปรากฏในพระคัมภีร์ข้อเดียวกันนี้ในฉบับภาษาอังกฤษสำนวนแปลคิงเจมส์ (King James Version) ซึ่งเกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16
คำว่า “ลูซีเฟอร์” เป็นคำภาษาลาติน แปลตรงตัวว่า “ผู้นำความสว่าง” มักใช้เรียกดาวศุกร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปรากฏบนท้องฟ้าในเวลาเช้า คำนี้ใน อิสยาห์ 14:12 ฉบับลาตินวัลเกตแปลมาจากคำว่า เฮเลล (Helel) ในฉบับภาษาฮีบรูซึ่งเป็นภาษาเดิมของพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม และมาจากรากศัพท์ที่ให้ความหมายว่า “สว่าง” ส่วนพระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐานนั้นใช้ว่า “เจ้าผู้ส่องแสง” หรือฉบับ 1971 แปลว่า “ดาวประจำกลางวัน” และฉบับประชานิยมแปลว่า “ดาวประกายพรึก” เมื่อมองด้วยตาเปล่าในเวลากลางคืน เราจะเห็นดาวศุกร์ส่องสว่างมากกว่าดาวดวงอื่นๆ
หากเราพิจารณาบริบทของ อิสยาห์ 14:12 เราจะทราบว่า พระวจนะตอนนี้เป็นคำพยากรณ์ถึงกษัตริย์ของอาณาจักรบาบิโลนซึ่งน่าจะหมายถึงกษัตริย์เนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 ผู้ที่จะตีอาณาจักร ยูดาห์ให้แตกพ่ายและนำคนยูดาห์ไปเป็นเชลยที่บาบิโลน พระองค์ทรงยิ่งใหญ่เกรียงไกร ทรงหยิ่งผยองและคิดว่าพระองค์เองสูงส่งมาก ขนาดรำพึงในใจว่า จะขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์และตั้งพระที่นั่งของพระองค์เหนือดวงดาวทั้งหลาย และจะทรงทำตัวให้เหมือนองค์พระเจ้าผู้สูงสุด (อิสยาห์ 14:13-14) พระองค์จึงทรงถูกทำให้ตกต่ำลง ดังที่ปรากฏใน ดาเนียล 4:28-33 ข้อความว่า “เจ้าร่วงลงจากฟ้าสวรรค์อย่างไรหนอ…เจ้าถูกเหวี่ยงลงมายังพื้นดินอย่างไรหนอ” ใน อิสยาห์ 14:12 ชี้ให้เห็นถึงการล่มสลายของพระองค์ เพราะเหตุที่ทรงยกตนให้ทัดเทียมกับพระเจ้า ในที่สุด พระเจ้าจึงทรงใช้กองทัพของไซรัสมหาราชซึ่งเป็นกษัตริย์แห่งจักรวรรดิเปอร์เซียมาโจมตีและทำลายบาบิโลนอย่างราบคาบในปี 539 กคศ. เป็นการสำเร็จตามคำพยากรณ์ของอิสยาห์อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ปิตาจารย์บางคนในคริสตจักรยุคศตวรรษแรกๆ ก็มีความเห็นว่า พระคัมภีร์ตอนนี้น่าจะมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ด้วยนอกเหนือจากความหมายตามตัวอักษร อิสยาห์ 14:12 ถูกเชื่อมโยงกับ ลูกา 10:18 ที่กล่าวถึงพระเยซูเมื่อทรงตรัสกับสาวกเจ็ดสิบสองคนของพระองค์ที่กลับมาจากการเดินทางไปประกาศข่าวดีเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าตามที่ต่างๆ ว่า “เราเห็นซาตานตกจากฟ้าเหมือนฟ้าแลบ” หรือ วิวรณ์ 12:8-9 ที่อัครทูตยอห์นกล่าวถึงพญานาคใหญ่ที่ “เขาเรียกกันว่า มารและซาตานผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลก มันถูกโยนลงมาที่แผ่นดินโลก และเหล่าบริวารของมันถูกโยนลงมากับมันด้วย” พวกเขามองว่า โอรสแห่งรุ่งอรุณที่ถูกเหวี่ยงลงมายังพื้นดิน ก็คือซาตานที่ถูกโยนลงมาที่แผ่นดินโลกพร้อมสมุนของมัน คำว่า “ลูซีเฟอร์” ที่หมายถึงผู้นำความสว่างหรือดาวศุกร์จึงกลายมาเป็นชื่อเฉพาะของมารก่อนที่มันจะกบฏต่อพระเจ้า อย่างไรก็ตาม นักวิชาการคนสำคัญหลายคนในยุคปฏิรูปความเชื่อของคริสเตียน (The Reformation) ก็เห็นตรงกันว่า บริบทของอิสยาห์ 14:12 ไม่เอื้ออำนวยให้ตีความเช่นนั้นได้
อันที่จริง คำว่า “ลูซีเฟอร์” ยังปรากฏในพระคัมภีร์ข้ออื่นๆ ในฉบับลาตินวัลเกต เช่น 2 เปโตร 1:19 ที่กล่าวถึง “ดาวรุ่ง” ที่จะผุดขึ้นในใจของผู้เชื่อ ซึ่งหลายคนตีความว่าหมายถึงพระคริสต์ผู้ทรงเป็นความหวังในใจคนของพระองค์
กล่าวโดยสรุปคือ คำว่า “ลูซีเฟอร์” ในความหมายดั้งเดิมของพระคัมภีร์ไม่เกี่ยวข้องกับมารซาตาน แต่หมายถึงกษัตริย์ของบาบิโลนที่เคยยิ่งใหญ่ เฉิดฉาย เปรียบได้กับดาวศุกร์ที่ส่องสว่างบนท้องฟ้า แต่ก็ต้องตกต่ำลงและสูญสิ้นอำนาจ เพราะความผยองในใจ เหมือนดาวศุกร์ที่ถูกแสงของดวงอาทิตย์บดบังในที่สุด

