ข้อคิดสะกิดใจ เรื่อง ผู้ที่กระทำตามคำสัญญา

ท่านอาจารย์ ท่านไปทางไหน ข้าพเจ้าจะตามท่านไปทางนั้น” (มัทธิว 8:19) การให้คำมั่นสัญญา นับเป็นการกระทำที่ล่อแหลม หลายครั้งเรามิได้รู้ดีเพียงพอว่าการกระทำตามสิ่งที่เราสัญญาไว้นั้นมีราย ละเอียดอะไรบ้าง และเหตุการณ์อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ซึ่งเป็นเหตุให้การปฏิบัติตามนั้นยากยิ่งขึ้น และนี่คือจุดประสงค์ของคำมั่นสัญญา กล่าวคือการให้ความมั่นใจ ซึ่งย่อมพิสูจน์ได้ด้วยกาลเวลา เป็นการ กระทำที่มั่นคงมากขึ้น เหตุว่าเราปรารถนาที่จะปฏิบัติตาม การปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาเป็นการดำเนินชีวิตที่สมศักด์ิศรีของการเป็นมนุษย์ และทำให้เราเป็นผู้ที่น่าไว้ใจ คัมภีราจารย์ (ธรรมาจารย์) คนหนึ่งกล่าวกับพระเยซูเจ้าว่า “ข้าพเจ้าอยากติดตามพระองค์ไปทุกแห่ง” นั้นเป็นคำพูดที่เปี่ยมด้วยความกระตือรือร้น และปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดกับพระองค์ เขาพอจะทราบหรือเปล่าว่า เขากำลังสัญญาอะไร การเป็นไปได้ที่บุคคลผู้นั้นกระทำตามที่เขาสัญญา แต่เรามิได้ยินอะไรเกี่ยวกับบุคคลผู้นี้อีกอาจเป็นไปได้ที่ความกระตือรือร้นของเราเย็นชาลงและเมื่อการติดตามพระเยซูเจ้าชักจะลำบาก ความตั้งใจของเราเริ่มคลอนแคลน แล้วเขาก็เลิกติดตามพระองค์ สิ่งนี้มักจะเป็นแนวทางของเรา เราเริ่มต้นอย่างเร่าร้อน แต่เมื่อเราถูกทดลองใจเกี่ยวกับสิ่งที่เราสัญญาไว้ เมื่อเราต้องเผชิญกับความยากลำบาก แบบอย่างของพระเยซูเจ้าแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงมั่นคงในพระสัญญาของพระองค์ ทรงนอบน้อมต่อพระประสงค์ของพระบิดา ทรงอุทิศพระองค์ในการช่วยผู้ที่พระองค์ได้เสด็จมารับใช้และบันดาลให้รอดพ้น พระองค์คือแบบอย่างที่ดีเยี่ยมในการที่ทรงปฏิบัติตามพระสัญญา หากเราดำเนินตามพระเยซูเจ้า สนใจในพระวาจาของพระองค์ มุ่งหน้าไปยังพระองค์ เราก็จะได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เหมือนกับพระองค์ เดชะพระหรรษทาน (โดยพระคุณ) ของพระองค์ เป็นผู้ที่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา เราก็จะเรียนรู้ถึงการดำเนินชีวิตที่ดี ครบถ้วน ไว้ใจได้ พระสัญญาที่พระเจ้าประทานแก่เรา เราไว้ใจได้ ให้เราวอนขอพระองค์ได้ทรงช่วยให้เรากระทำตัวเช่นเดียวกัน บทอธิษฐานภาวนา ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรัก อาศัยบรรดาประกาศก […]

ข้อคิดสะกิดใจ พินิจสาส์นวันสื่อในบริบทของการนำไปใช้

พินิจสาส์นวันสื่อในบริบทของการนำาไปใช้  แนวทางที่พระศาสนจักรมอบให้คริสตชน ไม่ใช่กฎระเบียบข้อบังคับแต่เป็นข้อเสนอแนะข้อคิดเห็นที่ผ่านการตกตะกอนทางความคิดและการเฝ้ามองการเคลื่อนไปของโลกด้วยสายตาแห่งจิตวิญญาณที่จาริกไปพร้อมกับโลกใบนี้แน่นอนคำถามเดียวกันอาจมีคำตอบหลากหลายสังคมไทยอาจตอบโลกของสื่อสารมวลชนกับการมาถึงของยุคทีวีดิจิตอลเพียงใครจะถือครองหรือได้ประโยชน์มากน้อยกว่ากันเม็ดเงินจะหมุนเข้ารัฐบาลเท่าไหร่ ใครจะถือสิทธิ์และช่วงชิงผลกำไรต่อปี ที่ถือว่าเป็นความก้าวหน้าขององค์กรท่ามกลางความเคลื่อนไหวอันร้อนระอุ พระศาสนจักรไม่ได้คิดแค่นั้นมาอ่านสาส์นวันสื่อมวลชนสากล ไปพร้อม ๆ กันกับการตีความให้เข้าใจมากขึ้นและปรับใช้ในชีวิต ประเด็นที่ 1 ปูพื้นฐานกันก่อน ปกติแล้วพระศาสนจักรคาทอลิกมีหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับงานสื่อสารมวลชนชื่อว่า สมณสภาสื่อสารสังคม สันตะสำนัก โดยมีพระอัครสังฆราชเคลาดิโอ เชลลี เป็นประธาน และวันฉลองนักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์ คือวันที่ 24 มกราคม ของทุกปี องค์สมเด็จพระสันตะปาปาจะออกสาส์นที่เราเรียกว่าสาส์นวันสื่อมวลชนสากล ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 47 ในหัวข้อที่ว่า “เครือข่ายของสื่อมวลชน ประตูแห่งความจริงและความเชื่อช่องทางใหม่แห่งการเผยแผ่พระวรสาร” ออกในสมณสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ ที่ 16 แต่วันสื่อมวลชนจะอยู่ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งมาสู่ยุคสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสแล้วสำาหรับพระศาสนจักรไทยเราทำการฉลองวันสื่อมวลชนสากลในอาทิตย์แรกของเดือนสิงหาคมที่เปิดประเด็นไว้แบบนี้เพราะผู้เขียนสังเกตว่าแม้จะมีผู้นำาต่างกัน แต่กระแสธารของความเป็นหนึ่งเดียว สามารถดำเนินต่อไปอย่างไม่ติดขัดเอกภาพภราดรภาพ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นสิ่งที่พระศาสนจักรสื่อให้โลกได้เห็นเสมอมา ประเด็นที่ 2 ชัดเจนเมื่อย่อหน้าแรกบรรทัดที่สาม กล่าวว่า “เครือข่ายการสื่อสารในแบบดิจิตอล ซึ่งช่วยเสริมสร้างเวทีใหม่” หน้าที่หนึ่งของสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทยคือการติดตามความเคลื่อนไหวของสื่อมวลชน เพื่อตอบรับร่วมมือแบ่งปันความคิดเห็นในเวทีระดับต่างๆ ข้อมูลจากการประชุมเรื่องทีวีดิจิตอล ในเวทีเสวนาเรื่องประโยชน์สาธารณะจากการจัดสรรคลื่นความถี่ในกิจการทีวีดิจิตอล มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ “ตามที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้กำาหนดการเปลี่ยนผ่านการรับส่งสัญญาณโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอลโดยมีเป้าหมายเริ่มทดลองการแพร่ภาพภายในปี 2556 เริ่มเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอลได้ภายในกลางปี 2556 อีกทั้งยังได้กำหนดให้ครัวเรือนในเมืองใหญ่สามารถรับสัญญาณในระบบดิจิตอลได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80ภายใน 5 ปี จนสุดท้ายจะเริ่มกระบวนการยุติการให้บริการระบบอนาล็อกในช่วงเดือนมกราคม 2558 ซึ่งถือเป็นการปิดฉากยุคอนาล็อก สู่ยุคดิจิตอล ของวงการโทรทัศน์เมืองไทยอย่างเป็นทางการ” […]

ข้อคิดจากพระธรรมยอห์น

สวัสดีค่ะ พวกหนู ด.ญ.ตวงพร และ ด.ญ.รวมพร ชัยเฉลิมวุฒิพงศ์ ในนามคริสตจักรที่2 สามย่าน ขอขอบคุณพระเจ้าที่ทางสมาคมพระคริสตธรรมไทย ได้จัดให้มีการแข่งขันซูเปอร์จิ๋วเจาะโลกพระคัมภีร์ขึ้น พวกหนูได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน เริ่มจาก ป.4-ม.2 รวมก็ 5 ครั้งแล้ว พระเจ้าก็ประทานรางวัลผ่านการแข่งขันทุกปี เมื่อได้รับข่าวการรับสมัครเข้าแข่งขันในแต่ละปี ผู้ใหญ่ในครอบครัวก็จะสนับสนุนให้เข้าร่วมการแข่งขัน จุดมุ่งหมายคือต้องการให้พวกหนูได้อ่าน ศึกษา ค้นหาความจริง และจดจำพระวจนะของพระเจ้า เพื่อให้พระคำของพระเจ้าปักแน่นเป็นฤทธิ์เดชอยู่ในชีวิตของพวกหนูขอบคุณที่พระเยซูคริสต์เจ้าทรงรักพวกหนูและเมตตาตอบคำอธิษฐานอยู่เสมอ สำหรับพระธรรมยอห์นซึ่งเป็นหนึ่งในกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ ซึ่งพวกหนูก็พยายามอ่านโดยการขอการทรงนำจากพระเจ้า ขอประทานสติปัญญา ความจำ ความเข้าใจ และหนูก็พอเข้าใจ ดังนี้ พระวาทะทรงเป็นพระเจ้า มาบังเกิดเป็นมนุษย์คือพระเยซูคริสต์คือพระบุตรพระบิดา พระเจ้าและพระบุตรเป็นอันหนี่งกันเดียวกัน ร่วมกันสร้างโลก ในยอห์นบทที่ 1:2-3 และทรงรักโลก ยอห์นบทที่ 3:16 พระบุตรอยู่ในโลกทรงกระทำราชกิจมากมายกระทำหมายสำคัญการอัศจรรย์หลายๆ อย่าง ทรงสั่งสอนด้วยสิทธิอำนาจ รักษาโรคภัยไข้เจ็บ คนตาบอด คนง่อย คนอัมพาตให้หาย คนตายให้ฟื้น พระองค์เมตตาต่อหญิงชาวสะมาเรีย แม้ไม่มีใครคบหากับนาง แต่พระองค์ยังสนทนากับนาง ทำให้นางได้มีความเข้าใจและเชื่อวางใจในพระองค์ นางก็ได้นำชาวเมืองสิคาร์จำนวนมากมาเชื่อและรับความรอดจากพระเยซูคริสต์ พระองค์เป็นแบบอย่างในเรื่องการดูแลรักษาพระวิหาร เป็นแบบอย่างเรื่องอาหารที่เหลือไม่ทิ้งขว้าง […]

ขนมปัง

ขนมปัง“เราสงสารประชาชน” มาระโก 8:2 ยอห์นเป็นช่างทำขนมปังมืออาชีพ เขาชอบการทำขนมปัง และปัจจุบันก็มีอาชีพทำขนมปัง เมื่อจบการศึกษาเขาก็มุ่งหน้าเป็นช่างทำขนมปัง และเรียนรู้จากประสบการณ์ในการทำางานในร้านอาหารหลายแห่ง เขาชอบกลิ่นของขนมปัง จนในที่สุดเขามั่นใจว่าเขามีกระแสเรียกให้เป็นช่างทำาขนมปัง ปัจจุบันเขามีธุรกิจเป็นช่างทำาขนมปัง เขาเข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นขึ้นมาก่อนเที่ยงคืนเพื่อทำขนมปัง ซึ่งในเช้าวันรุ่งขึ้นจะปรากฏบนโต๊ะอาหารเช้าของผู้มีชื่อเสียงมากมายหลายท่านขนมปังก็มีบทบาทในชีวิต  ของพระเยซูเจ้าการที่พระองค์ทรงเลี้ยง คนเป็นจำนวนมากจากขนมปังสองสามก้อน เป็นเครื่องหมายว่า พระองค์ทรงสามารถเลี้ยงโลกทั้งโลก ปังดังกล่าวคือพระองค์เองเป็นปังบันดาลชีวิต  สิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงเป็นห่วงก็คือ พระองค์ไม่ทรงปรารถนาให้ประชาชนต้องหิวโหย มิใช่หิวโหยอาหารด้านฝ่ายกาย แต่เป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณ องค์พระผู้เป็นเจ้าพระองค์เองทรงเป็นอาหารประจำวันของเรา“ผู้ที่เข้ามาหาเราจะไม่หิวโหยเมื่อจากเราไป”อาศัยพระศาสนจักรของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงปรารถนาที่จะหล่อเลี้ยงโลกที่หิวโหยและปังที่เราแบ่งปันเป็นอาหารฝ่ายร่างกาย และฝ่ายจิตวิญญาณ ที่ใดที่มีคนร้องขออาหาร เป็นหน้าที่ ของพระศาสนาจักร ที่จะพยายามตอบสนอง กระแสเรียกของเราคือการเป็นช่างทำขนมปัง เพื่อหล่อเลี้ยงบรรดาผู้หิวโหยในโลกนี้ ในศีลมหาสนิทองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเชื้อเชิญเราให้นั่งลง เพื่อจะได้รับการหล่อเลี้ยงจากพระองค์แล้วออกจากที่นี่ไปแบ่งปันปังนี้แก่บรรดาผู้ที่อดยาก บทอธิษฐานภาวนา  ข้าแต่พระบิดาเจ้าสวรรค์ องค์พระบิดาและพระเจ้าแห่งชีวิตลูกทั้งหลาย โมทนาคุณพระองค์สำาหรับการหล่อเลี้ยงที่ข้าพเจ้าได้รับปังอันบันดาลชีวิตในองค์พระบุตร จากพลังที่ลูกได้จากอาหารนี้ โปรดบันดาลให้ลูกแต่ละคนมีจิตใจกว้างขวางในการแบ่งปันอาหารของลูกทั้งหลายกับทุกคนที่แสวงหาพระองค์ ทั้งนี้ เดชะพระบารมีพระคริสตเจ้าของลูกทั้งหลาย อาแมน พระคุณเจ้ายอด พิมพิสาร

การอบรมการตั้งกลุ่มฟังพระคัมภีร์อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

“เมื่อวันอังคารและพุธที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2009 สมาคมพระคริสตธรรมไทย ร่วมกับ องค์กร Faith Comes by Hearing (FCBH) ได้จัดการอบรมการตั้งกลุ่มฟังพระคัมภีร์อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ณ คริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยวิทยากรรับเชิญจากประเทศฟิลิปปินส์ ในการนี้ มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 33 ท่าน จากหน่วยงานและองค์กรคริสเตียนกว่า 15 แห่งทั่วประเทศ ตลอดการอบรม ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ถึงเทคนิคในการตั้งกลุ่มฟังพระคัมภีร์ และวิธีการใช้งานเครื่องเสียงที่เรียกว่า Proclaimer ซึ่งได้บันทึกคำอ่านพระคัม ภีร์ใ ห ม่ฉ บับมาตรฐาน 2002 ไว้จุดเด่นของเครื่องคือสามารถถอดเปลี่ยนเป็นคำอ่านพระคัมภีร์ในภาษาอื่นๆ เช่น กระเหรี่ยงสกอร์ ลาว และเขมร เป็นต้น สมาคมฯ ขอขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเสมอมา และขอฝากพี่น้องช่วยอธิษฐานเผื่อผู้เข้าร่วมอบรม ในการนำเครื่องมือนี้ไปประยุกต์ใช้ในพันธกิจต่างๆ อย่างเกิดผลต่อไป” Thailand Bible Society

การภาวนาอธิษฐานช่วยลดความดันโลหิต

นักวิจัยค้นพบว่าสันติสุขในองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นสิ่งที่เกินความเข้าใจ สำนักข่าวชื่อ Scripps Howard News Service (SHNS) ได้ตีพิมพ์เรื่องงานศึกษาวิจัยที่ศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยดู๊คในสหรัฐอเมริกา (Duke University Medical Center) ซึ่งพบว่าการอธิษฐานช่วยลดความดันโลหิตของคนอัฟริกันอเมริกัน นายแพททริค สเตฟเฟน (Patrick Steffen) และคณะวิจัยในสาขาวิชาจิตเวชและพฤติกรรม ได้ทำการวิจัยคนผิวดำ 78 คน โดยวัดความดันโลหิตในขณะทำการทดสอบอยู่ที่คลินิค ตลอดจนเวลาทำงานปกติ และเวลานอน ได้พบว่าคนที่มีความเชื่อเคร่งครัดในศาสนามีความดันโลหิตต่ำกว่าคนทั่วๆ ไปถึง 7 หน่วย แต่กับกลุ่มคนผิวขาว ไม่พบความแตกต่างของความดันโลหิตอย่างมีนัยสำคัญระหว่างคนที่เคร่งศาสนาและไม่เคร่ง นายสเตฟเฟนกล่าวว่า “การค้นพบนี้ให้ความคิดว่าความเชื่อในศาสนาสามารถเป็นเกราะป้องกันอาการโรคหัวใจของคนอัฟริกันอเมริกันได้” รายละเอียดในเรื่องนี้สามารถหาอ่านได้จากวารสารชื่อ Psychosomatic Medicine ส่วนหนึ่งของรายงานกล่าวว่า แม้จะตั้งสมมติฐานว่าคนผิวสีมีแนวโน้มที่จะมีความดันโลหิตสูงกว่าคนในเผ่าพันธุ์อื่นๆ การวิจัยก็ยังปรากฏผลที่น่าสนใจมาก กลุ่มนักวิจัยนี้กล่าวว่า ถึงแม้จะเป็นที่รู้กันอยู่ว่าความเชื่อทางศาสนามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายทางสังคม ปัจจัยทางสังคมก็แค่ทำให้ความดันโลหิตของคนเปลี่ยนแปลงขณะกำลังตื่นอยู่เท่านั้น แต่คนที่มีความเชื่อเคร่งครัดในศาสนานั้น จะมีความดันโลหิตต่ำกว่าพวกแรกแม้แต่เวลานอนหลับ Charisma News Service, Vol. 3 No. 90, Ju

กลับสู่สภาพดีดังเดิม

พระประสงค์ของพระเจ้าในการเนรมิตสร้างโลกขึ้นมาก็เพื่อให้เป็นบ้านถาวรนิรันดร์ของมนุษย์ พระองค์ทรงประทานชีวิตนิรันดร์ ชีวิตของพระองค์แก่เขาตามพระประสงค์ของพระเจ้า โลกและมนุษย์ดำรงอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์ แต่ทว่า เพราะความไม่เชื่อฟังอาดัมและเอวาจึงสูญเสียทุกสิ่ง ด้านร่างกาย (เสื่อมและตาย) ด้านจิตใจ (เห็นแก่ตัว ปฐก.3:12) จิตวิญญาณ (หลบหนีพระเจ้าปฐก.3:8) และด้านสังคม (ความขัดแย้งระหว่างสองสามีภรรยากับพระเจ้าและกับธรรมชาติ)พระคริสตธรรมคัมภีร์ ได้เผยให้เห็นถึงแผนงานอันยิ่งใหญ่ของพระองค์เพื่อนำมนุษย์กลับไปเป็นบุตรของพระองค์ รับสิทธิแห่งการเป็นบุตรอย่างครบถ้วนขอบพระคุณพระเจ้า ก่อนมนุษย์ทำบาปแผนการแห่งความรอดได้กำหนดไว้ในสวรรค์ “พระคริสต์ทรงถูกกำหนดไว้ก่อนทรงสร้างโลก” (1ปต.1:20) “พระเมษโปดกผู้ถูกปลงพระชนม์ตั้งแต่แรกสร้าง โลก” (วว.13:8) เพื่อให้มนุษย์กลับสู่สภาพเดิมพระเยซูทรงนำเอาสิ่งที่สูญเสียไปทั้งสี่ด้าน กลับคืนสู่มนุษย์ “พระเยซูเจริญขึ้นในด้านสติปัญญาและด้านร่างกายเป็นที่ชอบต่อพระพักตร์พระเจ้าและต่อหน้าคนทั้งหลายด้วย” (ลก.2:52) และวันหนึ่งในอนาคต ทุกสิ่งที่สูญเสียไปจะกลับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง “พระองค์ นั้น จะ ต้อง อยู่ ใน สวรรค์ จน กว่าจะถึงวาระแห่งการฟื้นฟูสรรพสิ่งตามที่พระเจ้าตรัสไว้โดยปากของบรรดาผู้เผยพระวจนะบริสุทธิ์ของพระองค์ตั้งแต่กาลโบราณมา” (กจ.3:21)  แผนงานแห่งการ “ฟื้นฟู” (กลับสู่สภาพเดิม) คือ การให้ “สรรพสิ่ง” ทั้งหมดในโลกกลับคืนสู่สภาพเดิมพระเจ้าทรงสร้างไว้ตั้งแต่แรก ซึ่งมีความหมายรวมถึงโลกใหม่ในอนาคต คำว่า “กลับสู่สภาพดีดังเดิม” ในภาษากรีก มีความหมายเดียวกันกับคำว่า“สมบูรณ์พร้อม” (ฉบับอมตธรรม) “ปรับปรุงตัวให้ดี” (ฉบับแปล 1971, […]

กระจายพระวจนะสู่แฟนฟุตบอลชาวจีน

ประชาชนในประเทศจีนต่างฝากความหวังไว้กับ ฮั่น ต้วน (Han Duan) นักฟุตบอลหญิงจีนที่จะแสดงความสามารถอันโดดเด่นของทีมชาติในศึกฟุตบอลหญิงเวิลด์คลับของฟีฟ่า (FIFA Women’s World Cup) ฮั่น ต้วนเป็นคริสเตียนคนหนึ่งในหมู่นักฟุตบอลหญิงชั้นแนวหน้าของจีน เธอมีความร้อนรนที่จะประกาศให้ผู้อื่นรู้ว่าพระเจ้าเป็นผู้เดียวที่เธอฝากทั้งชีวิตไว้ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลว ในระหว่างการเตรียมตัวพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อการแข่งขันระดับแชมเปี้ยนชิพซึ่งจะมีขึ้นใน 5 เมืองของประเทศจีนระหว่างวันที่ 10 – 30 กันยายน 2007 ฮั่น ต้วนเป็นข่าวเด่นดังอย่างต่อเนื่องในสื่อต่างๆ ของจีนเพราะความสามารถอันโดดเด่นของเธอในการแข่งขันฟุตบอลหญิงในทัวร์นาเม้นท์ระดับสี่ประเทศที่ผ่านมา ฮั่น ต้วนรีบฉวยโอกาสนี้แบ่งปันประสบการณ์คริสเตียนของเธอให้ผู้อื่นได้รู้ ฮั่น ต้วนเริ่มเข้าสู่วงการฟุตบอลเมื่ออายุเพียง 8 ขวบ และได้เข้าทีมฟุตบอลเยาวชนของประเทศจีนเมื่ออายุ 15 ปี ต่อมาเมื่ออายุ 17 ซึ่งเป็นปีที่เธอรับบัพติศมา (เข้าพิธีประกาศตนเป็นคริสตชนอย่างเป็นทางการ) เธอก็ได้เข้าสู่ทีมชาติฟุตบอลหญิงและกลายเป็นนักเตะแนวหน้าของทีมอย่างรวดเร็ว ตลอดเวลานั้นไม่ว่าการแข่งขันจะชนะหรือแพ้ เธอก็มั่นคงอยู่ในความเชื่อในพระเจ้า “ความเชื่อในพระเจ้ามีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ต่อชีวิตของฉัน” เธอกล่าว “ฉันจะต้องมีพระคริสตธรรมคัมภีร์ติดตัวไปด้วยไม่ว่าจะไปไหน ฉันรักการอ่านพระคัมภีร์เพราะพระคัมภีร์มีบทเรียนสำคัญๆ ที่จะต้องเรียนรู้ทุกวัน หลายคนมักจะรู้สึกว่าการอ่านพระคัมภีร์เป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่สำหรับฉันแล้ว ฉันพบว่าพระคัมภีร์เปี่ยมด้วยสติปัญญาและความชื่นชมยินดี พระคัมภีร์สำแดงให้ฉันเห็นถึงการมีชีวิตอย่างมีความหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมสร้างบุคลิกภาพและการชำระใจให้สะอาด ทุกครั้งที่ได้อ่านพระคัมภีร์ ใจของฉันจะมีความสงบสุข ฉันจะอธิษฐานกับพระเจ้าทุกวันและฉันรู้สึกได้ว่าพระเจ้าทรงอยู่ใกล้และพร้อมที่จะประทานการช่วยเหลือตลอดเวลา ฉันจะอธิษฐานเผื่อการแข่งขันของเราทุกนัดและฉันหวังด้วยว่าจะมีคนอื่นๆ อีกมากที่กำลังอธิษฐานไปพร้อมๆ กับฉัน […]

พระเยซูมีครอบครัวจริงหรือ

  พระเยซูมีครอบครัวจริงหรือ โดย ศาสนาจารย์ ดร. เสรี หล่อกัณภัย และ ศาสนาจารย์ ดร.​ นที ตันจันทร์พงศ์ เนื้อหาของบทความเรื่อง “หลักฐานใหม่ยัน พระเยซูมีครอบครัว” ในหนังสือพิมพ์ที่ชื่อ  M2F  ฉบับวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2557 หน้า 2 นั้นที่จริงเป็นเรื่องเก่าที่นำมาเสนอใหม่   เพื่อเป็นการโปรโมทหนังสือและภาพยนต์ที่กำลังถูกสร้างขึ้น  อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้อ่านที่ไม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่องราวเหล่านี้เข้าใจมุมมองของคริสตชน เราจึงขอใช้โอกาสนี้อธิบายความไม่น่าเชื่อถือหลายประการในบทความนี้ บทความ“หลักฐานใหม่ยัน พระเยซูมีครอบครัว” ได้อ้างชื่อ แบร์รี่ วิลสัน (Barry Wilson) นักวิชาการด้านศาสนศึกษาในโตรอนโตและชิมชา ยาคอโบวิชี (Simcha Jacobovici)ว่า ได้เผยผลการศึกษาเชิงลึกจากเอกสารเก่าแก่ชิ้นหนึ่งในหอสมุดแห่งชาติของอังกฤษนานกว่า 6 ปี ที่กล่าวถึงบุตรชาย 2 คนของพระเยซูและการแต่งงานของพระองค์กับแมรี่ แมกดาลีน หรือ “มาเรีย์ชาวมักดาลา” เอกสารที่แบร์รี่ วิลสันและชิมชา ยาคอโบวิชี พูดถึงนี้ มีชื่อว่า “the […]

การต้อนรับสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า

“แล้วทรงเทนำ้ลงในอ่างและทรงเอาน้ำล้างเท้าของพวกสาวก และทรงเช็ดด้วยผ้าที่ทรงคาดเอวไว้นั้น” (ยอห์น 13:5) เท้าที่สะอาดก็ถือว่าเป็นความสุขชนิดหนึ่งสำหรับผู้ต้องอาศัยอยู่ตามชนบทที่ร้อนระอุและมีฝุ่น ละอองปลิวอยู่ตลอดเวลา การล้างเท้าด้วยนำ้เย็นจึงนับเป็นความสุขชนิดหนึ่งในยามเย็น ความเหนื่อยอ่อนก็พลางหายไป โลกเปลี่ยนไปเมื่อเท้าถูกล้างให้สะอาด ประเพณี การล้างเท้าในสมัยของพระเยซูเจ้า นับเป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งของการให้การต้อนรับ เป็นกิจกรรมที่คนใช้หรือทาสเป็นผู้กระทำในนามเจ้าของบ้าน ในการกินเลี้ยงครั้งสุดท้าย พระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์ มิใช่เป็นเพียงผู้รับใช้ที่ถ่อมตนของพวกสาวกเท่านั้น แต่ทรงเป็นผู้รับใช้ ในบ้านของพระบิดา ด้วยการทรงเอาพระทัยใส่ความต้องการของบรรดาแขกที่มาร่วมรับประทานอาหารกับ พระองค์ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงล้างเท้าของบรรดาสาวก เป็นการแสดงว่าพระเจ้าทรงรับพวกเขาเข้าในบ้านของพระองค์ โดยทรงกระทำสิ่งที่จำเป็น เพื่อทรงประทานชีวิตใหม่และพลังให้แก่พวกเขา พวกสาวกจึงเริ่มเข้าใจว่า การเป็นผู้นำนั้นเป็นการรับใช้ มิใช่เป็นผู้มีอำ•นาจเหนือผู้อื่น เราลองถามตัวเราเองดูซิว่า “ฉันเคยจำได้ไหม เมื่อฉันได้รับการต้อนรับอย่างดี มันทำให้ฉันมีพลังจิตที่จะทำอะไรพิเศษสักอย่างหนึ่งไหม? การต้อนรับที่ดีทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและได้รับความนับถือเป็น พิเศษมิใช่หรือ? มีอะไรบ้างที่เราสามารถทำได้ เพื่อให้รู้สึกว่าเรามีชีวิตใหม่ และให้ความมีชีวิตชีวาแก่ผู้ที่กำลังเครียดหนักและมีความกังวลสูง? ฉันสามารถช่วยให้ผู้ที่มีความห่วงกังวลรู้สึกดีขึ้นบ้างไหม? เป็นไปได้ที่เราสามารถช่วยผู้ที่กำลังมีความทุกข์ด้วยรอยยิ้มของเรา? บทอธิษฐานภาวนา ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า บางครั้งความถ่อมตนอาจเป็นยาขมที่จะต้องกลืนสำหรับลูก แม้จะเป็นการเลียนพระฉบับแบบของพระองค์ โปรดให้ลูกมีจิตใจโอบอ้อมอารี แม้จะยากเย็นสักเพียงใดก็ตาม โปรดได้ทรงเปิดตาและเปิดใจให้ลูกได้สังเกตเห็นช่วงเวลาที่จะช่วยให้ผู้ใดผู้ หนึ่งให้ได้รับกำลังใจด้วยการกระทำที่โอบอ้อมอารีและด้วยความเคารพรัก อาเมน พระคุณเจ้ายอร์ช ยอด พิมพิสาร

1 9 10 11 12