การยืนหยัดของดาเนียล 3/08

การยืนหยัดของดาเนียล สวัสดีครับน้องๆ และท่านผู้อ่านทุกท่าน ก่อนอื่นผมอยากบอกว่า ผมรู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสเขียนแบ่งปันกับน้อง ๆ และได้ทำความรู้จักกับน้อง ๆ บางคนที่เขียน e-mail และ MSN มาถึงผม ผมรู้สึกว่าบางครั้งหากเรามีปัญหาข้อข้องใจฝ่ายจิตวิญญาณ เราควรจะต้องมีคนบางคนที่เราสามารถคุยด้วยได้ มีหลายเรื่องที่เราไม่สามารถคุยกับคุณพ่อ คุณแม่ของเราได้ อย่างเช่นเรื่องเพศ หรือเรื่องแฟน หรือแม้แต่กับเพื่อนเราสามารถคุยเข้าใจได้เพียงบางเรื่องเท่านั้น  บางครั้งจึงต้องคุยกับคนที่เราไม่รู้จักแต่ก็มั่นใจในตัวคนนั้น เช่น คนเครียดต้องคุยกับหมอ…เราจะเห็นได้ว่า สมัยนี้  Hot line วัยรุ่นจึงมาแรง นั่นเป็นสิ่งที่พิสูจน์และยืนยันได้ว่า เด็กวัยรุ่นต้องการคนที่คุยด้วยได้ ต้องการระบายปัญหา และต้องการรับการแนะแนว เอาละครับ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ตอนนี้ในชั้นรวีที่คริสตจักรเมืองไทย เรากำลังเรียนเรื่องของ ดาเนียล กำลังเรียนกันด้วยความเข้มข้น เพราะฉะนั้นผมจึงอยากแบ่งปันในสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการสอนรวีในครั้งนี้ ดาเนียล บทที่ 1 พูดถึงสถานการณ์บ้านเมืองของเยรูซาเล็มที่กำลังย่ำแย่ เพราะกษัตริย์เมืองบาบิโลน ได้ยกทัพมาตีและตีได้สำเร็จด้วย เมื่อตีเสร็จแล้วจึงคัดเอาบุคลากรที่ฉลาด แข็งแรง มีฝีมือในการทำงานไปเป็นนักโทษ ไปเป็นคนงาน ไปใช้งานในเมืองบาบิโลน ทหารบาบิโลนได้ยกเอาข้าวของต่าง ๆ ในพระวิหารกลับไปยังบาบิโลนด้วย ลองคิดดูนะครับ ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเรา ตัวผมและท่านผู้อ่านต้องถูกต้อนไปใช้แรงงานเหมือนทาส ต้องทำงานในต่างแดน […]

โลกร้อนคืออะไร? 2/08

โลกร้อนคืออะไร? บทความพิเศษ ฉบับนี้ขอนำเสนอเรื่องราวภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันไม่ใช่เฉพาะของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาและหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกคนผู้อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ที่จะต้องให้ความเอาใจใส่และเริ่มต้นลงมือลดมลภาวะต่าง ๆ ที่คุณมีส่วนสร้าง เพื่อหยุดภาวะโลกร้อนร่วมกันในวันนี้ (โดยรวบรวมมาจากบทความในเวปไซด์ต่าง ๆ ประกอบกันขึ้นเพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา) โลกร้อน คืออะไร? ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ ภาวะ ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) เป็นปัญหาใหญ่ของโลกเราในปัจจุบัน สังเกตได้จาก อุณหภูมิ ของโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักของปัญหานี้ มาจาก ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gases) ภาวะเรือนกระจก (หรือ ปรากฎการณ์เรือนกระจก:Greenhouse effect) เป็นภาวะที่ชั้นบรรยากาศของโลกกระทำตัวเสมือนกระจก ที่ยอมให้รังสีคลื่นสั้นผ่านลงมายังผิวโลกได้ แต่จะดูดกลืนรังสีคลื่นยาวช่วงอินฟราเรดที่แผ่ออกจากพื้นผิวโลกเอาไว้ จากนั้นจึงคายพลังงานความร้อนให้กระจายอยู่ภายในชั้นบรรยากาศและพื้นผิวโลก จึงเปรียบเสมือนกระจกที่ปกคลุมผิวโลกให้มีภาวะสมดุลทางอุณหภูมิและเหมาะสม ต่อสิ่งมีชีวิตบนผิวโลกแต่ในปัจจุบันมีก๊าซบางชนิดสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศ มากเกินสมดุลซึ่งส่วนมากเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซนี้มีคุณสมบัติดูดกลืนรังสีคลื่นยาวช่วงอินฟราเรดและคายพลังงานความร้อน ได้ดี พื้นผิวโลกและชั้นบรรยากาศจึงมีอุณหภูมิสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศของโลก และสิ่งมีชีวิตพื้นผิวโลกอย่างมากมาย 20 ปีที่ผ่านมา  นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพบว่า อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเฉลี่ย 0.5 องศาเซลเซียส สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นตัวเลขที่ไม่น่าตื่นเต้น  แต่กับภูมิอากาศหากลองได้เปลี่ยนแล้วผลลัพธ์ไม่ได้ “น้อยนิด” ตามตัวเลขที่ปรากฎเลย… […]

ตามหาอาม่าฮุ้ยเจ็ง 4/07

ตามหาอาม่าฮุ้ยเจ็ง   สืบเนื่องจากบทสัมภาษณ์พิเศษในคริสตสายสัมพันธ์ฉบับที่ 3/2007 เรื่อง “ปาฏิหาริย์มีจริง” ของ “ดาวและน้องบอล” ลูกชาย (นามสมมุติ) ผู้ติดเชื้อเอช. ไอ. วี. สมาคมพระคริสตธรรมไทยยินดีที่ได้ทราบจากผู้อ่านหลายท่านว่าคำพยานชีวิตนี้เป็นที่ประทับใจ ขณะเดียวกันพี่น้องหลายท่านก็คงได้รับการหนุนใจจากการดีของ “อาม่าฮุ้ยเจ็ง” ที่ได้สำแดงความรักและความสงสารต่อคนยากไร้ตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ สมาคมฯ เชื่อว่ามีผู้อ่านหลายท่านคิดเหมือนกับ “ดาว” คืออยากพบและรู้จัก “อาม่าฮุ้ยเจ็ง” ว่าท่านเป็นใคร มีตัวตนจริงหรือไม่ หรือจะเป็นทูตสวรรค์ที่พระเจ้าส่งมาพร้อมกับแสงเทียนเพื่อ “ดาว” จะพบทางออกท่ามกลางความมืดมิดในเวลานั้น ขบวนการตามหาอาม่าฮุ้ยเจ็ง ข้อมูลที่สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้รับจากดาวเกี่ยวกับอาม่าฮุ้ยเจ็งมีไม่มากนัก แต่นับว่าเป็นประโยชน์มากทีเดียว เช่น “คริสตจักรกรุงไทย” และ “อาม่ากำลังย้ายบ้านไปอยู่ที่หมู่บ้านเสรีซอย 10” เจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ จึงติดต่อไปยังคริสตจักรกรุงไทย ถนนอโศก-ดินแดง ปรากฏว่ามีบุคคลชื่อนี้อยู่จริงและเป็นที่รู้จักกันในนาม “ฮุ้ยเจ็งอี๊”  ด้วยความร่วมมืออย่างดีของเจ้าหน้าที่คริสตจักรกรุงไทย เราได้หมายเลขโทรศัพท์บ้านของอาม่าฮุ้ยเจ็ง รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์มือถือของลูกชายท่าน และท้ายที่สุดเราก็ได้สนทนากับท่านทางโทรศัพท์ เราพบว่าท่านเคยมีบ้านอยู่แถวดินแดง และได้ย้ายมาอยู่ที่เสรีซอย 10 ประมาณ 5 ปีที่แล้ว เมื่อท่านอยู่ที่ดินแดงท่านได้ไปหาหมอที่อนามัยดินแดงอยู่เป็นประจำทุกเดือน ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เรามั่นใจว่าเราได้เจออาม่าที่ดาวได้เคยพบแล้ว เมื่อเราถามถึงเหตุการณ์ที่อนามัยดินแดงเรื่องผู้หญิงและเด็กเล็กๆ ที่อาม่าเคยช่วยเหลือและเป็นพยานเรื่องพระเยซู อาม่าจำไม่ได้เนื่องจากเวลาผ่านไปหลายปีแล้ว […]

อาหารของพระเจ้า อาหารของมนุษย์

อาหารของพระเจ้า อาหารของมนุษย์ อาหารของพระเจ้า VS อาหารของมนุษย์  ศาสนาจารย์ ดร. สุรเชษฐ์ อินสม หัวหน้าแผนกพันธกิจสุขภาพ สำนักงานกลาง คจ.เซเว่นธ์เดย์ แอ๊ดเวนตีส หลังจากที่ผู้เขียนได้ชมภาพยนตร์สารคดี “เปิดโปง…บริโภคช็อกโลก” (Food, Inc.) ซึ่งได้รับรางวัลเอมมี่ประเภทสารคดี ทำให้นึกถึงผลของความบาปที่มีต่อพลโลก ซาตานทำลายมนุษย์ด้วยอาหาร และยังคงใช้อาหารซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตเป็นสิ่งทำลายสุขภาพของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ตีแผ่ระบบการผลิตอาหารแบบโรงงานในสหรัฐอเมริกา เพื่อตอบสนองชีวิตเร่งรีบของอเมริกันชน โดยที่ประชาชนหารู้ไม่ว่าอาหารสำเร็จรูปที่ตัวเองตักเข้าใส่ปากแต่ละวันนั้นมีกรรมวิธีในการผลิตอย่างไรบ้างปัจจุบันประเทศนี้ผลิตอาหารจากโรงงานและบริษัทขนาดใหญ่เพียง 4-5 บริษัท จากเดิมที่ชาวไร่ชาวนาผลิตอาหารให้ผู้บริโภคได้รับอาหารสดตามธรรมชาติในท้องถิ่น ปัจจุบันบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ครอบครองธุรกิจอาหารในสหรัฐฯ เพียงไม่กี่รายเท่านั้น ควบคุมการผลิตอาหารในสหรัฐทั้งประเทศ ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์พืช การปลูกพืชเชิงเดี่ยวซึ่งต้องอาศัยสารเคมีจำนวนมาก พันธุ์สัตว์ โรงฆ่าสัตว์ โรงงานประกอบอาหารสำเร็จรูป ช่องทางการกระจายสินค้าอาหารเหล่านี้ไปตามห้างร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงมือผู้บริโภค นี่คือปัญหาสุขภาพของประชาชนอเมริกันต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทำลายทั้งสุขภาพและสภาพแวดล้อมอย่างรุนแรง คนไทยก็อย่าเพิ่งดีใจว่าเรามีอาหารที่ได้จากธรรมชาติมากกว่า เพราะปัจจุบันการผลิตอาหารกึ่งสำเร็จรูป และสำเร็จรูป มีจำหน่ายในประเทศของเราไม่ได้ต่างไปจากอเมริกา สิ่งนี้กำลังคืบคลานมาใกล้เราทุกขณะ จึงควรถามตนเองว่า อาหารสำเร็จรูปที่จำหน่ายทั่วไปปลอดภัยและเหมาะกับสุขภาพของเราหรือไม่ ต้องใส่ใจเรียนรู้มากขึ้น ขณะนี้วิถีชีวิตแบบตะวันตกกำลังนำโรคร้ายชนิดต่างๆ มาสู่คนไทย เราได้เห็นปรากฏการณ์ความเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังที่คุกคามอยู่ในขณะนี้ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อาหารของพระเจ้า […]

คำเทศนาของ ผป.วิชัย ตรังคสมบัติ

คำเทศนาของ ผป.วิชัย ตรังคสมบัติ ในการประชุมสมัชชาสมาคมพระคริสตธรรมไทย วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม 2004   “และตั้งแต่เด็กมาแล้ว ท่านก็ได้เรียนรู้พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถให้ปัญญาแก่ท่านในเรื่องความรอดโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้าและเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การแก้ไขสิ่งที่ผิด และการอบรมในความชอบธรรม เพื่อคนของพระเจ้าจะมีความสามารถ และพรักพร้อมเพื่อการดีทุกอย่าง”(2 ทิโมธี บทที่ 3 ข้อ 15-17) ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารของสหรัฐอเมริกายกพลขึ้นบกที่หมู่เกาะแปซิฟิกเพื่อกวาดต้อนทหารญี่ปุ่น ชาวพื้นเมืองซึ่งส่วนใหญ่มีพระคริสตธรรมคัมภีร์อยู่ในมือ ได้ให้การต้อนรับทหารสหรัฐฯ อย่างดี หัวหน้าชาวพื้นเมืองได้พูดกับทหารสหรัฐฯ ว่า “พวกคุณโชคดี ถ้าไม่ใช่เพราะหนังสือเล่มนี้ พวกเราจะฆ่าและกินพวกคุณทั้งหมด” ในอดีตคนพื้นเมืองเหล่านี้เป็นคนเถื่อนและกินคน แต่พระวจนะ (คำสอนของพระเจ้า) ได้เปลี่ยนชีวิตของเขาอย่างสิ้นเชิง ในประเทศเอควาดอร์ในอเมริกาใต้แถบแม่น้ำอเมซอน ชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งมีชื่อด้านความโหดร้าย เขาจะฆ่าคนแปลกหน้าทั้งหมดไม่ว่าจะมาแบบเป็นมิตรหรือไม่ ใน ค.ศ.1952 มิชชันนารีอเมริกันหนุ่มสาว 5 คน เดินทางเข้าไปในแถบนั้นด้วยความปรารถนาสูงสุดที่จะนำพระวจนะของพระเจ้าไปให้เขา เพราะเชื่อว่าพระวจนะเปลี่ยนแปลงจิตใจอันโหดร้ายได้ เขาต้องไปสร้างบ้านอยู่บนต้นไม้และผูกมิตรกับชนเผ่านี้ แต่ในที่สุดก็ถูกฆ่าตายทั้งหมด แต่ญาติพี่น้องของมิชชันนารีกลุ่มนี้ก็ไม่ลดละความพยายามที่จะไปสอนพระคัมภีร์ให้แก่ชนเผ่านี้ ซึ่งในที่สุดพระวจนะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าก็เปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้จริงๆ ชนเผ่าไวกิ้งของประเทศนอร์เวย์ก็เป็นกลุ่มชนที่เคยปล้นฆ่าและทำลายทุกสิ่งเช่นเดียวกัน และชีวิตของคนเหล่านี้ก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงเพราะพระวจนะของพระเจ้า ในประเทศไทยเอง เมื่อหลายปีมาแล้วที่ตำบลปางเม็ง จังหวัดตรัง […]

พระธรรมมาระโกและพญาสีหนาท

พระธรรมมาระโกและพญาสีหนาท เจ้าพญาสีหนาท ผู้มีอำนาจและมีตำแหน่งสูงในเมืองลำปาง ได้เดินทางลงมากรุงเทพฯประมาณปี ค.ศ. 1858 ท่านได้พบกับนายแพทย์แดน บิช บรัดเลย์ (ค.ศ. 1835-1873) และได้รับหนังสือภาษาไทยซึ่งเป็นพระกิตติคุณมาระโก (พิมพ์ที่ประเทศสิงคโปร์ปี ค.ศ.1840) ท่านได้นำหนังสือนี้กลับไปยังจังหวัดลำปาง อาจเข้าใจได้ว่าท่านเป็นคนแรกในภาคเหนือที่ได้อ่านพระคัมภีร์ของคริสเตียน แต่ท่านก็ไม่ได้แสดงความเชื่อของท่านจากการได้อ่านพระวจนะของพระเจ้า เพราะเวลานั้นที่ลำปางไม่มีโบสถ์คริสเตียนและไม่มีมิชชันนารี 20 ปีต่อมาความศรัทธาได้นำมาสู่การเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ ประมาณปี ค.ศ. 1877-1878 พญาสีหนาทได้ประสบกับปัญหาทางการเมืองและปัญหาส่วนตัว ปัญหาการเมืองคือได้มีการแบ่งแยกกันเป็นก๊กเป็นเหล่า และพวกเจ้าที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับพญาสีหนาทเริ่มมีอำนาจมากขึ้นในการปกครอง ปัญหาส่วนตัวคือเจ้าพญาสีหนาทเป็นหนี้คนอื่นด้วยเงินเป็นจำนวนมาก และท่านไม่มีเงินพอจะชำระหนี้ และความจริงนั้นท่านถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่มีความยุติธรรม ท่านจึงไม่ยอมชำระหนี้ ด้วยปัญหาดังกล่าว พญาสีหนาทจึงเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าอุปราชซึ่งเป็นเพื่อนของท่าน ตอนแรกเจ้าอุปราชเชียงใหม่สัญญาว่าจะช่วยเหลือในปัญหาดังกล่าว ในช่วงเวลาที่พักอยู่ในเมืองเชียงใหม่ พญาสีหนาททราบว่ามีมิชชันนารีมาประจำอยู่ที่ เชียงใหม่และอยากทราบอีกว่าเป็นกลุ่มเดียวกับหมอบรัดเลย์ที่มอบพระคัมภีร์ให้ท่านหรือไม่ พญาสีหนาทจึงไปพบมิชชันนารีผู้นั้นซึ่งก็คือศาสนาจารย์ดานิเอล แมคกิลวารี (ค.ศ.1858–1911) ทันทีที่ศาสนาจาร์แมคกิลวารีได้เผชิญหน้ากับพญาสีหนาท เขารู้สึกทึ่งที่ได้เห็นว่าชาวล้านนาเชื้อสายเจ้าท่านนี้มีร่างกายสูงสง่าดุจขุนนาง พญาสีหนาทเอานิ้วชี้ทั้งสองชี้ไปที่หูของตน ถามว่า “ถ้าศาสนาจารย์แมคกิลวารีพูดว่า “เอฟฟาธา” จะทำให้คนหูหนวกได้ยินหรือหายเหมือนพระเยซูคริสต์ตรัสแก่คนหูหนวกหรือไม่” ศาสนาจารย์แมคกิลวารีแปลกใจมากที่ได้ยินชาวล้านนาพูดภาษาอาราเมคว่า “เอฟฟาธา” ด้วยสำเนียงชาวลำปาง ที่พญาสีหนาทถามคำถามนี้ก็เพราะท่านได้อ่านเรื่องนี้ในพระกิตติคุณมาระโก 7:31-37 และพญาสีหนาทท่านเป็นคนหูตึงนั่นเอง เนื่องด้วยท่านมีปฏิสัมพันธ์กับมิชชันนารี เจ้าอุปราชเชียงใหม่ซึ่งเป็นน้องชายของเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ (พ.ศ. […]

ให้ม้านำรถ ไม่ใช่รถนำม้า

ให้ม้านำรถ ไม่ใช่รถนำม้า ในห้องเรียนของเด็กชั้นมัธยมปลายแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ครูให้นักเรียนเขียนเรียงความ เรื่องความฝันของฉัน (My Dream) นักเรียนชายอายุประมาณ 15 ปี ชื่อ มอนตี้ เขียนเรียงความว่าตนฝันอยากเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงม้าที่มีเนื้อที่กว้าง ใหญ่มหาศาลเท่านั้นเท่านี้ กำหนดตัวเลขไว้ชัดเจน กลางฟาร์มม้านั้นจะสร้างอาคารกว้างยาวเท่านั้นเท่านี้ เพื่อเป็นที่ต้อนรับผู้คนที่จะมาศึกษาดูงานฟาร์มม้าของตน มอนตี้อธิบายทุกอย่างชัดเจนละเอียดลออครบถ้วน แล้วส่งเรียงความนั้นให้กับครูเช่นเดียวกับ เพื่อนๆ เมื่อครูตรวจเสร็จแล้วแจกเรียงความนั้นคืนให้นักเรียนทุกคน มอนตี้รีบดูผลการตรวจของครู ปรากฏว่า ตรงมุมกระดาษด้านบนมีตัวหนังสือสีแดงเขียนตัว F ซึ่งแปลว่าตก หรือ Fail และมีข้อความเขียนไว้ว่า “พบครูหลังเลิกเรียนแล้ว” เมื่อมอนตี้เข้าไปพบครูตอนเย็น ครูบอกกับเขาว่า “มอนตี้ เธอฝันว่าจะเป็นเจ้าของฟาร์มม้าที่ใหญ่ขนาดนั้นน่ะ เธอรู้มั้ยว่ามันต้องใช้เงินมากมายมหาศาลเลยนะ แล้วตอนนี้ทางบ้านของเธอมีเงินแค่ไหน ฝันของเธอเป็นไปไม่ได้เลย เอาอย่างนี้ละกัน มอนตี้ เธอกลับบ้านแล้วเขียนเรียงความฉบับใหม่มาให้ครูพรุ่งนี้ คราวนี้เขียนฝันที่พอจะมีทางเป็นไปได้หน่อยนะ แล้วครูจะให้คะแนนใหม่แทนคะแนน F ที่เธอได้นี้” มอนตี้กลับบ้านแล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พ่อฟัง พร้อมขอคำแนะนำว่าตนควรจะทำอย่างไรดี เมื่อพ่อของมอนตี้อ่านฝันที่มอนตี้เขียนจบแล้วจึงพูดกับมอนตี้ว่า “นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตของลูกทีเดียว พ่อว่าลูกต้องคิดและเลือกเองแล้วล่ะ” เช้าขึ้นมอนตี้ไปพบครูพร้อมทั้งส่งเรียงความฉบับเดิมให้แก่ครู และบอกกับครูว่า “ครูเก็บ F ของครูไว้เถอะครับ ผมจะเก็บฝันของผมไว้ […]

ความจำเจที่ไม่น่าเบื่อ

เรามักพูดกันอยู่เสมอว่า อะไรจำเจเป็นเรื่องที่น่าเบื่อใครก็อยากออกจากสภาพของความจำเจที่ต้องเผชิญนั้น เพราะต้องการพ้นจากความเบื่อหน่าย มนุษย์เราทั้งหลายไม่ชอบทั้งความจำเจ และความเบื่อหน่ายเอาเสียเลย แต่มีความจริงบางประการ อันเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่าง มารดาและบุตร ซึ่งสอดคล้องกับความจำเจและความน่าเบื่ออันจะบรรยายต่อไปนี้ ซึ่งแตกต่างจากความรู้สึกทั่วไปของมนุษย์ ความรู้สึกทั่วไปของมนุษย์มีอยู่ว่า เรื่องใดที่จำเจจะเป็นเรื่องน่าเบื่อ อาจเป็นการทำงาน การบ่น การอยู่ในสภาพเดิมๆ การไม่มีความเปลี่ยนแปลง การรู้สึกเป็นภาระที่ต้องต่อสู้ทุกเมื่อเชื่อวัน และอะไรอีกทำนองนั้น มีความสัมพันธ์ประเภทหนึ่ง ซึ่งก็เป็นความรู้สึกทั่วไปของมนุษย์ และเป็นเรื่องธรรมดาของคนด้วย แต่แตกต่างไปจากความรู้สึกในขั้นต้นที่กล่าวถึงนั้น ก็คือความสัมพันธ์ระหว่างมารดากับบุตร หรืออาจจะเรียกว่าความรักระหว่างแม่กับลูกก็เป็นได้ ความสัมพันธ์ประเภทนี้ เป็นความจำเจชนิดหนึ่ง ก็คือ ต่อเนื่องกันเรื่อยไป เหมือนเดิม ไม่มีความเปลี่ยนไป อยู่ในวัฏจักร อยู่ในสารบบ แต่ไม่ใช่สิ่งที่น่าเบื่อหน่ายแต่ประการใดทั้งสิ้น แม่จะไม่เบื่อลูก แม่จะไม่รู้สึกว่า ทำไมต้องทำสิ่งนั้นสิ่งนี้อันเป็นการปรนนิบัติลูก ซึ่งเป็นเรื่องน่าเบื่อ เป็นเรื่องไม่อยากทำ เป็นเรื่องทำไม่ได้ แต่แม่จะพยายามทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับลูก แล้วก็ทำอย่างไม่เบื่อ ไม่รู้สึกจำเจ ไม่เห็นว่าน่าลำบากใจแต่ประการใด อะไรทำให้ความจำเจไม่น่าเบื่อ เพราะแม่มีความรักที่ให้แก่บุตรของตน หากจะรักแล้วก็ไม่รู้สึกว่าน่าเบื่อหน่ายหรือ น่าจำเจเพราะเรื่องที่ต้องทำอยู่เป็นประจำ เป็นเรื่องที่ทำออกมาด้วยความรักนั่นเอง พระคำของพระเจ้าบอกเราให้ทราบถึงความรักที่แท้จริง อันเป็นความรักแบบที่พระเจ้า ประทานให้เป็นรูปแบบ ก็คือ ความรักนั้นก็อดทนนาน และกระทำคุณให้ (1 โครินธ์13:4) แม่จะเพียรพยายามเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ […]

ข้อคิดสะกิดใจ เรื่องรายจ่ายที่ซ่อนอยู่

ถ้วยที่เราจะดื่มนั้นท่านจะดื่มได้หรือ?”… มัทธิว 20:22 นักธุรกิจมักจะกล่าวถึง “รายจ่ายที่ซ่อนเร้นอยู่” ค่าใช้จ่ายมักจะไม่ชัดเจนเมื่อเราเริ่มโครงการโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ รายจ่ายที่ซ่อนเร้นอยู่อาจเป็นเหตุให้ธุรกิจนั้นๆ ดำเนินต่อไปไม่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องพยายามสำรวจอย่างถี่ถ้วนก่อนเริ่มโครงการใดๆคำขอร้องของมารดาของสองพี่น้องตระกูลเศเบดต่อพระเยซูเจ้า ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของแม่ที่ห่วงลูก ท่าทีของพระเยซูเจ้าต่อคำขอร้องของนางชี้ให้เห็นว่านางยังขาดความเข้าใจ และการเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ย่อมมีรายจ่ายที่ซ่อนเร้นอยู่ พระองค์ตรัสกับนางว่า นางไม่รู้ว่านางกำลังขออะไร เหตุว่าการเป็นสาวกของพระองค์ย่อมต้องมีความเจ็บปวด และการอุทิศตนอย่างไม่เห็นแก่ตัวเป็นการเดิมพัน ในช่วงชีวิตของพระเยซูเจ้าในโลกนี้ มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่สนใจในคำสอนของพระองค์ และประทับใจในอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงกระทำ แต่เมื่อพระองค์ตรัสเกี่ยวกับความทุกข์ทรมาน พวกเขาก็เริ่มถอยหลัง สำหรับพวกเขาความทุกข์ทรมาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นศิษย์ของพระองค์นั้นนับว่าเป็นสิ่งที่คิดไม่ถึง การนำมาเป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติการเป็นศิษย์ของพระองค์นั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ไม่เมหาะไม่ควร พระองค์ทรงนำมาต่อเติมโดยพวกเข้าไม่รู้ล่วงหน้า แต่การเสียสละการแบกกางเขน ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการเป็นศิษย์ ดังที่พระองค์ตรัสเตือนไว้ ความทุกข์ทรมานมิได้ถูกซ่อนเร้นไว้เลย พระเยซูเจ้าได้ตรัสไว้อย่างชัดเจน สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องเข้าใจว่า ความไม่เห็นแก่ตัว การแบกกางเขนติดตามพระคริสต์นั้นก็ด้วยเหตุผลที่ว่า พระเยซูเจ้าทรงเผยว่า การกลับคืนพระชนม์ของพระองค์ ย่อมเป็นผลอันสืบเนื่องมาจากการที่พระประสงค์ของพระบิดา อีกฟากหนึ่งของความทุกข์ทรมานก็คือความรุ่งโรจน์ตลอดนิรันดร บทอธิษฐานภาวนา ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงช่วยอย่าให้ลูกแสวงหาความรุ่งเรือง โดยผ่านทางความต้องการที่จะมีพลังและอำนาจ โปรดได้ทรงประทานพระหรรษทาน (พระคุณ) ให้ลูกปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ ด้วยการยกกางเขนขึ้นแบกในแต่ละวัน และโปรดให้ลูกสำนึกว่า การกระทำดังนี้ลูกกำลังร่วมมือกับพระองค์ในการไถ่ให้รอดพ้นอาแมน พระคุณเจ้ายอร์ช ยอด พิมพิสาร

ข้อคิดสะกิดใจ เรื่องท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ?

“…ขอพระองค์โปรดอธิบายให้ข้าพระองค์ทั้งหลายเข้าใจอุปมา…” มัทธิว 13:36 เรามักจะคิดว่า พระเยซูเจ้าทรงใช้นิทานเปรียบเทียบในการเทศน์สอนของพระองค์ เพราะมันเป็นสิ่งที่ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องอธิบายมากนัก ที่เราคิดดังนี้ อานเป็นเพราะเราได้ยินนิทานเปรียบเทียบนี้บ่อยๆ สำหรับสานุศิษย์ของพระคริสต์เจ้าและผู้ที่รับฟังพระองค์เป็นครั้งแรก แม้พระองค์จะทรงให้คำเปรียบเทียบที่พวกเขาคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน แต่บางครั้งพวกเขาก็ไม่สามารถเข้าใจได้ เมื่อได้ยินเป็นครั้งแรก พระวรสารที่เรานำมาพิจารณานี้ เป็นพระวรสารช่วงที่พระเยซูเจ้าทรงเล่านิทานเปรียบเทียบหลายเรื่อง โดยมิได้ทรงอธิบาย และดูเหมือนว่าพวกสาวกมิได้เข้าใจ พวกเขาลืมหมดทุกอย่างหรือ? หรือว่าเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้ มีอะไรพิเศษไหมที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้? พระเยซูเจ้าทรงอธิบายถึงความหมายให้พวกเขาฟังด้วยความเพียรทน เหตุว่าถ้าพวกเขาเองไม่เข้าใจ พวกเขาก็จะไม่สามารถช่วยผู้อื่นให้เข้าใจได้ พระเยซูเจ้าตรัสว่า เมล็ดที่ดีก็คือบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ที่อยู่ทั่วโลก พวกเขาเจริญชีวิตที่ห้อมล้อมไปด้วยความชั่วช้า ดังเช่นพวกสาวก เราจะเมินเฉยต่อความชั่วช้าทั้งหลายนี้ไม่ได้พระอาณาจักรของพระเจ้าประกอบด้วยนักบุญและคนบาป พระเจ้าทรงปล่อยให้ความดีและความชั่วอยู่เคียงข้างกัน ในด้านเกษตรต้นหญ้าไม่สามารถผลิตเมล็ดข้าวได้ ตามแนวพระวรสารผู้ที่ไม่ผลิตผลอาจเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งที่ดูเมหือนว่าเป็นต้นหญ้าธรรมดา อาจเริ่มผลิดอกออกผลได้ในวันต่อมา พระเจ้าทรงปรารถนาให้คนชั่วเปลี่ยนแปลงและไม่เป็นคนชั่ว ตลอดไป แต่พระองค์มิได้ทรงบังคับการเปลี่ยนแปลง พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยความพากเพียรและอดทน ก่อนที่จะมีการแบ่งแยกครั้งสุดท้าย ในวันนี้มีอะไรบ้างที่ฉันสามารถทำได้เพื่อให้โลกเป็นที่ที่ดีกว่านี้? บทอธิษฐานภาวนา ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ประทานพระพรแห่งเสรีภาพฝ่ายจิตวิญญาณแก่ลูก พระองค์ทรงกระทำกับลูกด้วยความระมัดระวัง และทรงเคารพเสรีภาพที่ประทานให้แก่ลูก พระองค์ทรงปล่อยให้ลูกทำผิดแต่พระองค์ก็มิได้ทรงถอยห่างไปจากลูก โปรดประทานหูที่พร้อมเสมอที่จะรับฟังพระวาจาของพระองค์ และให้ลูกมีหัวใจที่จะนำไปปฏิบัติด้วยเทอญ อาแมน พระคุณเจ้ายอร์ช ยอด พิมพิสาร

1 8 9 10 11 12