การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนจบ) 2/16

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูความหวังอันน่ายินดี (ตอนจบ) ความเดิมจากตอนที่แล้ว กล่าวถึงแผ่นดินของพระเจ้าเกี่ยวข้องกับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองและลักษณะการเสด็จกลับมาของพระเยซู ซึ่งแตกต่างจากการเสด็จมาครั้งแรกเมื่อสองพันปีที่แล้ว ในตอนสุดท้ายนี้เราจะมาหาคำตอบจากคำถามที่ว่าพระองค์จะเสด็จมาทำไม และทำไมการเสด็จมาจึงเนิ่นช้า?พระเยซูเจ้าของเราจะต้องเสด็จมาเพื่อให้แผนการไถ่ให้รอดสำเร็จ เพราะการเสด็จกลับมาครั้งที่สองคือคำตอบของพระเจ้าแก่มวลมนุษย์และแม้แต่ซาตานศัตรูของพระองค์ก็รู้ดีว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมา มันจึงมุ่งมั่นแผนการทำลายอย่างไม่หยุดยั้งของพระประสงค์การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู7 ประการ 1. พระเยซูเสด็จมาเพื่อรวบรวมบรรดาผู้ที่เลือกสรร ในสมัยพันธสัญญาเดิม ปุโรหิตเป่าแตรเรียกประชาชนเมื่อมีการประชุมใหญ่อย่างไร(กดว. 10:2)ในวันสุดท้ายของโลก ทูตสวรรค์ผู้มีอำนาจจะเรียกคนทั้งหลาย “ ด้วยเสียงแตรที่ดังมาก” เพื่อรวบรวมบรรดาผู้ที่เลือกสรรไว้แล้วจากทั้งสี่ทิศ (มธ.24:31มก.13:27) การ “รวบรวม” สะท้อนให้เห็นถึงความหวังที่ชาวอิสราเอลใคร่เห็นพระเจ้าจะทรงรวบรวมบรรดาชาวยิวที่กระจัดกระจายไปทั่วกลับมา ตาม พระสัญญาของพระองค์(ตัวอย่าง ฉธบ.30:32-2016 180416.indd 14 4/5/2559 6:51อสย.43:3-5 อสค.39:27) หลังจากที่คนเหล่านั้นกระจัดกระจายไปทั่วโลก เพื่อเป็นพยานให้แก่พระ-เยซูคริสต์ (กจ.1:8) บรรดาสาวกจะมารวมตัวกันอีกครั้ง บรรดาผู้เชื่อของพระเยซูก็มีความหวังเช่นเดียวกัน เมื่อพระองค์จะทรงรวบรวมธรรมิกชนและรับทุกคนไปกับพระองค์ 2. พระเยซูเสด็จมาเพื่อเรียกคนที่ตายแล้วให้เป็นขึ้นมา บรรดาผู้เชื่อที่เสียชีวิตจะได้รับสิทธิพิเศษยิ่งที่มีส่วนในการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซู“ ถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ในการเป็นขึ้นจากตายอย่างพระองค์ (รม.6:5 ฟป.3:10) การเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูทำให้เรามีความหวังใจ (1 ปต.1:3; 1 ธส.4:14) เป็นสิ่งยืนยันพระสัญญาของพระองค์ (ยน.6:40) หากพระเยซูไม่เรียกให้คนตายคืนชีวิต ข่าวประเสริฐก็ไร้ความหมาย และความหวังของเราก็ไร้ประโยชน์ (1 […]

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนที่ 2) 1/16

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนที่ 2) ความเดิมจากตอนที่แล้ว ผู้เขียนกล่าวถึงคำสอนเรื่องการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ซึ่งเป็นความหวังอันสูงสุดของผู้เชื่อพระเยซู การเสด็จมาครั้งที่สองคือศูนย์กลางแห่งความหวังของเรา คำศัพท์ที่อัครทูตใช้สื่อสารกับผู้เชื่อเกี่ยวกับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ได้แก่“ความหวัง” และ “มารานาธา” นอกจากนี้ยังมีคำอื่นอีกที่เราควรรู้จักได้แก่ การขอบพระคุณ คำนี้มีปรากฏอยู่ในพิธีต่างๆของคริสตจักรยุคแรกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีมหาสนิท อัครทูตเปาโลใช้คำว่า“ขอบพระคุณ” ในอารัมภบทของจดหมายที่ส่งไปยังคริสตจักรต่างๆ คำว่า ขอบพระคุณ แสดงถึงความเชื่อที่ผู้พูดมีต่อพระเจ้า เมื่ออัครทูตเขียนไปยังคริสตจักรต่างๆ หนุนใจให้ขอบพระคุณ ผู้อ่านจะกล่าวคำว่า “อาเมน” คำขอบพระคุณมักลงท้ายด้วยการกล่าวถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง(1 คร.1:7 อฟ. 1:10,1 ธก.1:6, 2 ธก.1:7-10 และ 1 ปต.1:5) การกล่าวถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สองในการขอบพระคุณแสดงให้เห็นว่า ความหวังใจในการเสด็จกลับมาเป็นสิ่งที่อยูในแก่นของความเชื่อและการนมัสการของคริสตจักรยุคอัครสาวก สำหรับคริสตจักร “การเสด็จมา” ของพระเยซูปรากฏอยู่ในการประทับอยู่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นมัดจำมรดกที่จะได้รับ (อฟ.1:13-14) การเสด็จมาของพระวิญญาณไม่ใช่พระสัญญาสุดท้าย บุตรมนุษย์ยังจะต้องเสด็จมาบนท้องฟ้า บุตรมนุษย์ พระเยซูทรงกล่าวถึงพระองค์เป็น“บุตรมนุษย์” หลายครั้ง คำนี้มาจากดาเนียล 7:13 ซึ่งกล่าวถึงบุตรมนุษย์ซึ่งจะปรากฏในวาระสุดท้าย ในฐานะของพระเมสสิยาห์ ซึ่งพระเยซูตรัสไว้ว่า พระองค์จะเสด็จมาด้วยฤทธานุภาพ เพื่อพิพากษา(ดนล.7:13-14) พระนาม“บุตรมนุษย์” ที่พระเยซูทรงนำมาใช้เรียกพระองค์เองขณะประทับอยู่ในโลก และลักษณะการเสด็จกลับมาและเหตุผลการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์ […]

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนที่ 1) 4/15

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนที่ 1) พระคริสตธรรมคัมภีร์ คือสิ่งอัศจรรย์จากสวรรค์ที่มอบไว้แก่ชาวโลก ทุกคนมีสิทธิ์และโอกาสสัมผัสหนังสืออัศจรรย์นี้ด้วยตนเอง ยิ่งอ่านก็ยิ่งพบความจริง มีคำตอบสำหรับทุกคำถามของมนุษย์ยิ่งไปกว่านั้นผู้อ่านจะเห็นถึงแผนงานของพระเจ้าเพื่อโลกและมนุษย์หากเรานำเหตุการณ์ทั้งหมดในพระคัมภีร์มาวาดเป็นภาพปริทัศน์(ภาพกว้างมีหลายเหตุการณ์ Panorama) เราจะเห็นสิ่งที่เหลือเชื่อประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติจากจุดเริ่มต้นถึงตอนจบ ปรากฏให้เห็นอย่างน่าตื่นตา ตื่นใจ บทแรกของหนังสือเล่มนี้บรรยายกำเนิดโลก พระเจ้าทรงวางแผนให้โลกเป็นสวรรค์สำหรับมนุษย์ การสูญเสียสวรรค์และชีวิตนิรันดร์ ภาพพระเยซูเสด็จมาทนทุกข์ เพื่อไถ่มนุษย์คืนจากซาตานบนไม้กางเขน การเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ และฉากสุดท้ายจบลงที่พระเยซูเสด็จกลับมายังโลกนี้เป็นครั้งที่สองและโลกได้รับการสร้างใหม่ คนชอบธรรมได้รับชีวิตนิรันดร์กลับคืนและพระเจ้าสถิตอยู่กับมนุษย์ตลอดไปเป็นนิตย์ พระธรรมวิวรณ์บทสุดท้าย สองข้อสุดท้าย กล่าวเป็นคำทูลเชิญพระเยซู และอำนวยพรแก่ผู้เชื่อทั้งหลายว่า “พระองค์ผู้ทรงเป็นพยานในเหตุการณ์เหล่านี้ตรัสว่า ‘เราจะมาในเร็วๆนี้แน่นอน’ อาเมน พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าเชิญเสด็จมาเถิดขอ พระคุณของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าจงอยู่กับทุกคนเถิด อาเมน” (วว.22:20-21) พระดำรัส “เราจะมาในเร็วๆ นี้แน่นอน”คือ พระสัญญาสุดท้ายของพระเยซู ที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์เป็นถ้อยคำแห่งความหวัง เป็นพลังขับเคลื่อนคริตจักรและพันธกิจการประกาศข่าวดีไปทั่วโลกการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูเป็นหลักความเชื่อสำคัญที่สุดของพระคัมภีร์ในพันธสัญญาเดิมกล่าวถึงเรื่องเกี่ยวกับ “วันของพระยาห์เวห์” เป็นวันอันมืดมิดของคนอธรรม แต่เป็นวันแห่งความชื่นชมยินดีของบรรดาผู้รักการเสด็จมาปรากฏของพระองค์ (อสย.35:4) “รักการเสด็จมาของพระองค์” (2 ทธ.4:8) พระเยซูตรัสถึงการเสด็จกลับมาของพระองค์ (ลก.21:27 ยน.14:1-4) ทูตสวรรค์ที่ปลอบโยนอัครสาวกเมื่อพระเยซูเสด็จกลับสู่สวรรค์ว่า “พระเยซูองค์นี้ที่ ทรง รับไป จาก ท่าน ทั้ง […]

เป็นคริสตชน “คนดี”ยังไม่พอ? 2/15

เป็นคริสตชน “คนดี”ยังไม่พอ? “มีคริสตจักรจํานวนมากถึง 9 ใน 10 ที่จําเป็นต้องมีการฟื้นฟูครั้งใหญ่ มีคริสตจักรที่ต้องทําอย่างนี้จํานวนนับหมื่นๆ แห่ง และจําเป็นต้องเสริมกําลังแก่ผู้นําทั้งหลายอีกนับไม่ถ้วนที่ต้องได้รับการเสริมเครื่องมือและความสามารถในการทํางาน” เป็นคํากล่าวของ ทอม เอส เรนเนอร์ ประธานและผู้บริหารสูงสุดของ ไลฟ์เวย์ คริสเตียน รีซอร์ส ผู้ผลิตวรรณกรรมคริสตชน พระคัมภีร์และแหล่งอุปกรณ์เพื่อการประกาศข่าวประเสริฐ คํากล่าวนี้มีนัยสําคัญอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันมีคริสตชนหลายพันล้านคน แต่ทําไมเรายังขาดคริสตชนที่เข้าถึงแผนงานสูงสุดของพระเจ้า? ในหนังสือ “ให้ชาวประเทศทั้งหลายยินดี” ของจอห์น ไพเพอร์ (Let the Nations be Glad! John Piper) สรุปหน้าที่ของคริสตชนว่า “ประเด็นสําคัญที่สุดในการทําพันธกิจ คือ การที่พระเจ้าทรงเป็นศูนย์กลางในการดํารงอยู่ของคริสตจักร พร้อมด้วยข่าวสารที่ดังอยู่ในความคิดเสมอก็คือ ‘เพราะพระยาห์เวห์นั้นยิ่งใหญ่ และสมควรรับการสรรเสริญอย่างยิ่ง พระองค์ทรงเป็นที่เกรงกลัวเหนือพระทั้งปวง’” (สดุดี 96:4) เขาสรุปไว้อย่างน่าคิดว่า เป้าหมายสูงสุดของคริสตจักรไม่ใช่การประกาศข่าวประเสริฐ แต่เป็นการนมัสการ เมื่อยุคนี้ผ่านพ้นไป ประชากรนับหลายล้านคนที่รอดแล้วจะคุกเข่าลงกราบนมัสการต่อพระที่นั่งของพระเจ้า เมื่อนั้นการประกาศข่าวประเสริฐก็สิ้นสุดลง เป้าหมายสูงสุดและเป้าหมายแรกของเราไม่ใช่การทําพันธกิจ แต่อยู่ที่การยกชูพระเจ้า “เพราะพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่ และสมควรจะสรรเสริญอย่างยิ่ง พระองค์ทรงเป็นที่เกรงกลัวเหนือพระทั้งปวง” (สดุดี […]

สวรรค์บนดิน 1/15

สวรรค์บนดิน ชีวิตนิรันดร์บนสวรรค์เป็นอย่างไร? เป็นหัวข้อที่คริสตชน ใคร่รู้เราต้องเชื่อว่าจะเห็นพระเยซูหน้าต่อหน้า ได้สนทนาใกล้ชิดกับพระองค์นมัสการพระองค์ไม่มีสิ้นสุด ภาพที่เราจะเห็นทุกหัวเข่าจะก้มกราบนมัสการพระเยซู  “ กษัตริย์ทั้งหลายในแผ่นดินโลกจะนำศักดิ์ศรีของตนเข้ามาในนครนั้น… คน ทั้งหลาย จะนำ​ศักดิ์ศรี และ เกียรติของประชาชาติต่างๆ เข้ามา” (วิวรณ์ 21:25-26)ภาพอันงดงามตระการตานี้เราจะมีโอกาสได้เห็นแน่นอน หลายคนนึกถึงรูปร่างหน้าตาของตนเองว่าจะเหมือนในโลกนี้ไหม? จะมีโอกาสได้พบกับ บรรดาผู้ที่เรารักพ่อแม่ญาติพี่น้องเพื่อนพี่น้องผู้เชื่อที่รู้จักหรือไม่? สิ่งที่สวรรค์มีให้อย่างแน่นอนคือ ความชื่นชมยินดีที่ภาษามนุษย์มิอาจบรรยายได้ จะท่วมท้นล้นหัวใจเราทุกคน เพียงนึกภาพและความสุขอันสมบูรณ์แบบก็สร้างความสุขใจเป็นล้นพ้น แล้วสิ่งเลวร้ายทุกอย่างในโลกไม่มีให้ เห็นอีกต่อไป  ด้วยเหตุนี้สวรรค์และชีวิต นิรันดร์ การนมัสการ พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์  จึงเป็นความหวัง อันยิ่งใหญ่ อยู่ในความคิดและจิตใจของผู้เชื่อพระเจ้าทุกคน ขอให้สิ่งนี้ สร้างแรงบันดาลใจ แก่คริสตชนทุกคน อดทนต่อปัญหา ความทุกข์ที่กำลัง เกิดขึ้นกับท่านในโลกแห่งบาป นี้ให้เรารอคอยความหวังว่าอีกไม่นานสวรรค์จะเป็นของเราตามพระสัญญา ทว่า กว่าจะถึงวันนั้น พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรสำหรับเรา ขณะที่ยังอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยผลร้ายของความบาป ความวุ่นวายสงครามที่ไม่มีสิ้นสุด สภาพแวดล้อมที่เลวร้ายหลายคนถามว่าทำไมพระเยซูไม่เสด็จกลับมารับ เราสักที?ที่พระองค์ เนิ่นช้าทรงมีเหตุผลแน่นอน “องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรง เฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญา ของพระองค์  (การเสดจ็ มาครั้งที่สองของพระเยซู) ตามที่บางคนคิดนั้นแต่ทรงอดทนกับ พวกท่านพระองค์ ไม่ทรงประ […]

“คนดี” ที่รักพระเจ้า

“คนดี” ที่รักพระเจ้า “คนดี”  ที่รักพระเจ้า  สังคมไทยปี 2557 เกิดความวุ่นวาย สับสนโหยหา “คนด” เพื่อบ้านเมือง ทว่า  ดูเหมือนว่า เราจะหาคนดียากเสียเหลือเกิน แม้แต่นักต้านคอรัปชั่น ถูกกรมสรรพกรสอบสวนว่าฉ้อโกงภาษีคนดี ที่เคยได้รับการยกย่องถูกเปิดเผย  หลายคนถูกปอกลอกความดีจนแทบไม่เหลือ เราจะหาคนดีได้ที่ไหน? มีอะไรเป็นมาตรฐานของคนดี?มีผู้คนพยามค้นหาความหมาย ความดีของคนดี ในมุมมองของศาสนา พุทธศาสนา ให้นิยามคนดีว่าคือผู้ที่ปฏิบัติในแนวสมาทาน ศีล สมาธิ และปัญญา คริสต์ศาสนา คนดีคือ คนที่เชื่อและปฏิบัติตามคำสอนของพระเยซู รับเอาความดีของพระเยซูเป็นของตน  โสเครตีส ปราชญ์ชาวกรีกโบราณสอนว่าคนที่ปฎิบัติ  ตามกฎหมาย แม้เป็น กฎหมายที่ไม่ยุติธรรมหรือมิชอบคือคนดี  คนดีของ มหาตมาคานธี คือพลเมืองที่ดื้อแพ่งต่อรัฐหรืออำนาจรัฐที่มิชอบ  ยึดถือความจริงและอหิงสาธรรม ส่วน นักัการเมืองมี ทัศนะความเป็นคนดีว่า หมายถึงคนที่ดำเนินนโยบายเพื่อสนองเจตจำนงร่วมของประชาสังคม ตำรวจ ศาล ราชทัณฑ์  มีมาตรฐานคนดี คือคนที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเที่ยงธรรม ไม่สอง มาตรฐาน คนดีของประชาชนทั่วไป คือ ผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย รู้รักษาสิทธิตนและไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นบนหลักความเสมอภาคทัศนะคนดีที่กล่าวไปทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานที่ทุกคนปรารถนาให้เกิดขึ้น คำถามที่เราสนใจก็คือ คนดีของพระเจ้าเป็นอย่างไร? ในหนังสือ “การศึกษา” กล่าวว่า “สิ่งที่โลกต้องการมากที่สุดคือคนคนที่ไม่อาจซื้อหรือขายได้ คนที่ส่วนลึกสุดของจิตใจ สัตย์จริงและเที่ยงธรรม คนที่กล้าชี้บาปอย่างตรงไปตรงมา คนที่มโนธรรมแน่วแน่ต่อหน้าที่ […]

คุณป้าแฝงจันทร์สมาชิกตลอดชีพของสมาคมฯ

คุณป้าแฝงจันทร์สมาชิกตลอดชีพของสมาคมฯ คุณป้าแฝงจันทร์ ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับสมาคมฯ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 ขณะที่ท่านมีอายุประมาณ 65 ปี ท่านได้รับการชักชวนจากคุณพ่อสมัย แผ่นชัยภูมิ ผู้เคยเป็นผู้ร่วมงานของท่านเมื่อครั้งทำงานเป็นอนุสาศกอยู่ที่โรงพยาบาลแมคคอรม์คขณะนั้นคุณพ่อสมัย เกษียณ อายุจากโรงพยาบาลแล้วและได้รับการเชิญจาก คุณลุงสุชาติ เรือนคำ ผู้แปลภาษาไทยใหญ่ ของสมาคมฯ ให้มาช่วยงานประชาสัมพันธ์ของสมาคมฯ คุณพ่อสมัยจึงได้รวบรวมผู้ที่เคยทำศาสนกิจร่วมกับท่านรวมทั้งคุณป้าแฝงจันทร์ให้มาทำงานด้วยกันรวมตัวกันเรียกว่า ทีมอาสาสมัคร ออกไปประชาสัมพันธ์และแนะนำสมาคมฯ ตามคริสตจักรต่างๆ ในแต่ละครั้งที่ออกพื้นที่ คุณป้าจะมีส่วนในหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำโปรแกรม ร่วมถวายเพลงพิเศษอ่านพระคัมภีร์ และช่วยขายพระคัมภีร์ ทำให้พี่น้องในภาคเหนือรู้จักสมาคมฯ มากขึ้น ในช่วงที่คุณป้าแฝงจันทร์ ได้ช่วยงานสมาคมฯ ท่านได้มีภาระใจที่จะถวายที่ดินให้แก่สมาคมฯ เพื่อใช้สร้างสำนักงาน เนื่องจากท่านเห็นว่าสมาคมฯ ที่เชียงใหม่ ไม่มีที่ทำการเป็นของตนเอง ต้องเช่าห้องชั้นบนของเชียงใหม่คริสเตียนคลินิกซึ่งเป็นห้องเล็กๆ มีพนักงานประมาณ 5-6 คน แต่ทำโครงการแปลพระคัมภีร์มากกว่า 20 โครงการ ท่านได้ตัดสินใจถวายที่ดินซึ่งเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่สามีได้ทิ้งไว้ให้ก่อนที่จะเสียชีวิต โดยในครั้งแรกท่านถวายที่ดิน 60 ตารางวา แก่สมาคมฯ ในปี ค.ศ. 1997 และต่อมาในปี ค.ศ. 2002 […]

สมรภูมิรบในตัวคุณ 2/14

สมรภูมิรบในตัวคุณ สมรภูมิรบในตัวคุณ หลังจากการเนรมิตสร้างโลกของพระเจ้า สิ้นสุดลง “พระเจ้าทอดพระเนตรสิ่งทั้งปวงที่พระองค์ ทรงสร้างไว้ดูสิทรงเห็นว่าดียิ่งนัก” (ปฐก.1:31) โดยพระปรีชาญาณ พระเจ้าทรงทราบว่า เมื่อความบาปเข้ามาในโลก จะเกิดปัญหาตาม มามากมาย ด้วยความห่วงใยนี้ จึงทรงมีพระดำารัสแรกกับมนุษย์ “จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน” พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้มนุษย์สร้างครอบครัว มีลูกหลานที่เชื่อฟังและนมัสการพระองค์ครอบครัวมนุษย์จะปลอดภัยจากการทำาลายของซาตาน พระเจ้าทรงให้มนุษย์เป็นผู้ดูแลโลกร่วมกับพระองค์ ทรงกำาชับเขาว่า “จงมีอำานาจ เหนือแผ่นดิน” เพื่อให้เขาใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกอย่างฉลาด เป็นประโยชน์แก่ทุกคน ให้ทำหน้าที่เอาใจใส่ปกป้องดูแล พัฒนาโลกใบนี้ตามแผนงานของพระองค์ตลอดไป น่าเสียใจที่แผนงานของพระเจ้าถูกฝ่าฝืน สิทธิอำานาจนี้ตกไปอยู่ในมือของซาตาน เมื่อซาตานเข้ามาในโลก มันอุปโลกน์ตัวเองแทนที่พระเจ้า มีสิทธิความเป็นเจ้าของโลกและให้มนุษย์นมัสการมัน ซาตานอ้างความเป็นเจ้าของ โลกต่อพระเยซู เมื่อมันทดลองพระองค์ “ มารได้นำพระองค์ขึ้นไปบน ภูเขาที่สูงมากและได้แสดงบรรดาราชอาณาจักรในโลกทั้งความรุ่งโรจน์ของราชอาณาจักรเหล่า นั้นให้พระองค์ทอดพระเนตรแล้วได้ทูลพระองค์ว่า ‘ถ้าท่านจะก้มลงนมัสการเราเราจะให้สิ่งทั้ง ปวงเหล่านี้แก่ท่าน ’” (มธ.4:8-9) ขอบพระคุณพระเจ้าที่พระเยซู พระผู้สร้างผู้ทรงเป็นเจ้าของโลกองค์จริง ทรงต่อสู้การทดลองนี้ และเอาชนะอำานาจมารซาตาน นำาโลกและมนุษย์กลับคืนดีกับพระเจ้าจนสำาเร็จ พระดำารัสประการที่สองของพระเจ้าเพื่อมนุษย์ เป็นคำาแนะนำาที่จะส่งผลต่อเขาตลอดชีวิต “ดูนี่เราให้ธัญพืชที่มีเมล็ดทุกชนิดซึ่งมีอยู่ทั่วพื้นแผ่นดินและต้นไม้ผลทุกชนิดที่ มีเมล็ดในผลของมันแก่เจ้าเป็นอาหารของเจ้า” นี่คือพระดำารัสที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำาเนินชีวิตนิรันดร์ในโลกนี้ อาหารคือพลังงานที่จำาเป็น พระเจ้าทรงทราบดีว่า ซาตานจะใช้สิ่งนี้ทำาลายบุตรของพระองค์ จึงทรงกำาชับพวกเขาให้ระลึกเสมอว่า […]

จิตวิญญาณ สีอะไร 1/14

จิตวิญญาณ สีอะไร ขณะเกิดความไม่สงบในบ้านเมืองเพราะความแตกแยกของคนไทย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 ทำให้ผู้เขียนระลึกถึงบทเพลง “จิตวิญญาณสีอะไร?” (What Color is a Soul?) ของคณะนักร้องวง The Heritage Singers (เดอะ เฮอริเทจ ซิงเกอร์ส ชมและฟังได้ที่ www.youtube.com/watch?v=YlBs7S3qVl) เนื้อเพลงมีความหมายที่น่าคิด บรรดาสีสันแห่งสายรุ้ง นภาสีเงินและพงไพรเขียวเพลินตา ดอกไม้สีแดงและเหลือง มลังเมลืองอยู่บนเนินเขา พระเจ้าข้า จิตวิญญาณสีอะไรหรือ? เด็กๆ เริงร่า เล่นสนุกด้วยกัน หารู้ไม่ว่าดีหรือร้ายคืออะไร เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่กับเพื่อนบ้านที่ไม่เหมือนกัน พระเจ้าข้า จิตวิญญาณสีอะไรหรือ? เมื่อบรรดาผู้ชอบธรรมของพระเจ้าจะออกมาจากชนทุกชาติทุกเผ่าพันธุ์ ผิวแดงหรือเหลืองและขาวจะรับรู้ร่วมกันว่า จิตวิญญาณนั้นไซร้…ไร้สี เหตุการณ์ความไม่สงบในช่วง 7-8 ปี ในประเทศของเรา สร้างความแตกแยกทางความคิดของประชาชนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มีการแบ่งแยกความคิดตามสีที่แต่ละคนเห็นด้วยและเข้าร่วมกลุ่ม ความแตกแยกที่เกิดขึ้นได้คืบคลานเข้ามาในโบสถ์ ในคริสตจักร สมาชิกโบสถ์บางคน บางกลุ่ม เลือกข้าง เลือกสี จนนำไปสู่ความแตกแยกทางความคิดส่งผลเสียต่อการรับใช้ ในช่วงที่เกิดความรุนแรงเดือนพฤษภาคม 2553 ผู้เขียนได้รับจดหมายจากเพื่อนชาวราวันดา ผู้เคยผ่าเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของคนสองเผ่า […]

พระคัมภีร์ขนาดใหญ่ที่สุด (พิพิธภัณฑ์การจดบันทึกอินโดนีเซีย 9 กุมภาพันธ์ 2012)

พระคัมภีร์ขนาดใหญ่ที่สุด  เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2012 คณะกรรมการสมาคมพระคริสตธรรมอินโดนีเซีย ได้เปิดตัวแนะนำพระคัมภีร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งสมาคมพระคริสตธรรมอินโดนีเซียเป็นผู้จัดทำ และในวันเดียวกันนั้นเองก็ป็นวันครบรอบ 58 ปีของการก่อตั้งสมาคมฯ ด้วยเช่นกัน จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการของอาคารศูนย์กลางพระคัมภีร์ พระคัมภีร์ขนาดใหญ่ที่สุดนี้ถูกจัดแสดงไว้ในห้องโถงของอาคารศูนย์กลางพระคัมภีร์  ซึ่งศูนย์ฯ นี้จะจัดให้เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพระคัมภีร์ พระคัมภีร์ในรูปแบบขนาดใหญ่นี้ไม่ได้จัดทำขึ้นเพียงเพื่อเป็นสัญญลักษณ์หรืออุปกรณ์ชิ้นหนึ่งของศูนย์พระคัมภีร์เท่านั้น แต่เพื่อจะถูกนำมาใช้ในการจัดทำพระคัมภีร์ฉบับศึกษาอินโดนีเซีย เหตุที่มีการเลือกพระคัมภีร์ฉบับศึกษานี้ขึ้นมาก็เพราะในช่วงกว่า 6 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่เปิดตัวพระคัมภีร์ฉบับนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม มีการจำหน่ายไปแล้วถึงหนึ่งหมื่นเล่ม ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ของสมาคมพระคริสตธรรมอินโดนีเซีย ที่มียอดจำหน่ายดีที่สุดสำหรับการจำหน่ายพระคัมภีร์ นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการของกลุ่มคริสตชนในการศึกษาและทำความเข้าใจกับพระวจนะของพระเจ้า อย่างไรก็ดี การผลิตพระคัมภีร์ขนาดใหญ่ที่สุดนี้ได้รับแรงกระตุ้นมาจากหลายๆ ด้านด้วยกัน ประการแรกคือความปรารถนาที่จะแสดงให้เห็นว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นเป็นแหล่งของแรงบันดาลใจ, ความเข้มแข็ง และคำอธิบายสำหรับมนุษย์ในการหาคำตอบของชีวิต ประการที่สอง เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการก่อตั้งศูนย์พระคัมภีร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนคริสเตียน เป้าหมายของการจัดแสดงพระคัมภีร์ฉบับศึกษาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนี้ก็เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนหันมาศึกษาพระวจนะของพระเจ้ามากขึ้น พระคัมภีร์ฉบับนี้มีขนาดกว้าง 208 ซม. และยาว 147 ซม. จะมีการจดบันทึกและรับรู้โดยพิพิธภัณฑ์การจดบันทึกอินโดนีเซีย  [Indonesian Museum of Records (MuRI)] ประการที่สาม พระคัมภีร์ขนาดใหญ่ที่สุดนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความคิดที่ว่าศูนย์พระคัมภีร์เป็นศูนย์กลางของการศึกษาพระคัมภีร์เท่านั้น แต่เป็นการแสดงให้สาธารณชนเห็นถึงความสามารถของเจ้าหน้าที่และงานด้านเทคโนโลยีกราฟฟิกที่อยู่ในโรงพิมพ์พระคัมภีร์ของสมาคมพระคริสตธรรมอินโดนีเซีย เป็นสิ่งที่ควรจะได้รับคำชมเชยและการจดบันทึกไว้และได้รับการรับรองว่าเป็น “พระคัมภีร์ฉบับศึกษาขนาดใหญ่ที่สุด ทำพระคัมภีร์ขนาดใหญ่ที่สุด การทำพระคัมภีร์ฉบับศึกษาขนาดใหญ่ที่สุด เริ่มต้นจากการชักนำของท่านเลขาธิการสมาคมพระคริสตธรรมอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม […]

1 6 7 8 9 10 12