ระบบที่กระชับ คือประสิทธิภาพที่แท้จริง 4/10

ระบบที่กระชับ คือประสิทธิภาพที่แท้จริง คนสมัยนี้อยู่ทำงานกันค่ำกว่าเดิม คนทำงานสมัยนี้อยู่ในที่ทำงานกันนานกว่าเดิม เช่น เลิกงานห้าโมงเย็น แต่ออกจากที่ทำงานกันประมาณทุ่มสองทุ่ม บางคนบอกว่า อยู่คุยกับเพื่อนสนุกๆ ถือเป็นการผ่อนคลายอารมณ์ เพราะตอนเวลางานต่างคนก็ต่างทำงานของตนไป บางคนบอกว่าไม่มีภาระอะไรทางบ้าน ก็ใช้เวลาอยู่ทำโน่นทำนี่ไปเพลินๆ ก็สบายใจดี ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปไหน ถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง บางคนรู้สึกเหมือนโต๊ะทำงานเป็นบ้านของตนเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ทำให้ตน รู้สึกว่าเป็นผู้ครอบครองและเป็นเจ้าของ จึงรู้สึกมีอิสระอย่างเต็มหัวใจเมื่อได้นั่งที่โต๊ะทำงานของตน นั่นเป็นความอบอุ่นใจอย่างหนึ่งของคนทำงานคนอยู่ในที่ทำงานจนค่ำบางส่วนก็ อยู่เพื่อพักผ่อน ที่น่าเห็นใจก็คือ มีคนมากมายหลายสิบเปอร์เซ็นต์ที่อยู่ทำงานค่ำๆ ทั้งๆ ที่มีครอบครัวที่รออยู่ และมีความอบอุ่นในครอบครัวที่ตนอยากสร้างให้คนที่ตนรักหลายคนแต่รู้สึกว่าตนทำไม่ได้เพราะเรื่องงานนั้นสำคัญกับความเป็นอยู่ของทุกคนในครอบครัวคนทำงานบางส่วนจึงปลอบใจตนเองว่า ถ้าทำงานได้สำเร็จก็จะส่งผลดีไปถึงครอบครัวนั่นเอง หลายเดือนที่ผ่านมา ดิฉันได้พบผู้คนที่ทำงานหนักชีวิตการงานก้าวหน้าและเจริญรุ่งเรืองอย่างดี คิดดูแล้วเขาน่าจะมีความสุขกันอย่างมาก แต่ผู้คนที่ทำงานเจริญรุ่งเรืองในงานเหล่านี้มักหน้านิ่วคิ้วขมวด พอถามไถ่ถึงเรื่องงานว่าเป็นอย่างไรบ้าง เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปจะหน้าเครียดขึ้นมาโดยอัติโนมัติ และพูดว่างานเยอะมาก ทำไม่ทัน ดิฉันจึงถามว่าแล้วแก้ปัญหากันอย่างไร ได้คำตอบว่า ต้องอยู่เคลียร์งานตอนค่ำ จะกลับบ้านก็ประมาณหนึ่งทุ่มถึงสี่มุม พอถึงบ้านก็ไม่เจอใคร เพราะเขาหลับกันหมดแล้ว และที่น่าสนใจขึ้นไปอีกคือ ข้าราชการในหลายส่วนงาน ตอนนี้ต้องทำงานกันค่ำๆ เพราะทำงานไม่ทันเช่นกัน การทำงานไม่ทันจึงดูจะเป็นปัญหาที่คนทำงานในโลกสมัยใหม่ประสบกันมากอันดับต้นๆ ทำไมคนทำงานกันไม่ทัน ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเวลาการทำงานของคนโดยส่วนใหญ่ คือ เริ่มตั้งแต่ 08.30 น.- 17.00 น. จากประสบการณ์ที่ได้พบผู้คนใหม่ๆ มากมายจากหลากหลายวงการเสมอๆ […]

รู้ปัจจุบัน… เพื่อเลือกอนาคต 3/10

รู้ปัจจุบัน… เพื่อเลือกอนาคต การกระทำและการพูดของคนมาจากการคิด ส่วนแนวทางการคิดวิธีคิด หรือความเคยชินในการคิดของคนส่วนใหญ่ได้มาจากข้อมูลและประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตที่แต่ละคนได้รับ ได้รู้ และได้สัมผัสมา ดิฉันขออนุญาตเรียกข้อมูลและประสบการณ์ต่างๆ นี้ว่า “ข้อมูลชีวิต” ข้อมูลชีวิต นี้มีพนักงานคนหนึ่งทำหน้าที่จัดเก็บ และจดจำไว้อย่างเป็นหมวดหมู่ พนักงานคนนี้คือ สมอง สมองของเราจดจำข้อมูลชีวิตต่างๆ โดยเก็บไว้เป็นกล่องๆ ข้อมูลชีวิตข้อมูลหนึ่งก็จะถูกเก็บไว้กล่องหนึ่ง คนเราแต่ละคนมีข้อมูลชีวิตสารพัดกล่องมากน้อยตามที่ตนเองได้รับมาจากคนรอบข้างทั้งจากคนในครอบครัว และคนนอกครอบครัว ทั้งที่เป็นระบบและแบบที่เป็นไปตามธรรมชาติ จุดสำคัญคือ กล่องข้อมูลชีวิต (ต่อไปจะเรียกสั้นๆ ว่า “กล่อง”) ของเราแต่ละคนเป็นอย่างไรและไปในแนวทางไหนเราก็มีทัศนคติและวิธีคิดเป็นไปในแนวทางนั้นโดยอัตโนมัติ ทัศนคติและวิธีคิดที่เราเก็บสะสมมาและใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่เสมอนั้นเป็นที่มาของแนวทางการคิด การพูด และการกระทำของเรา  ด้วยเหตุที่โดยธรรมชาติแล้วสมองมีหน้าที่เก็บจำข้อมูลไว้เป็นกล่องๆ และทำให้เราอยากทำซ้ำอย่างที่เคยทำ อยากเป็นอย่างที่เคยเป็น ทำให้คนมีแนวโน้มสูงว่าแต่ละคนจะมีการพูดและการกระทำที่ซ้ำเดิมเป็นส่วนใหญ่จนเป็นความเคยชิน ซึ่งเรียกว่านิสัย   เมื่อก่อนเราเชื่อกันว่า คนแต่ละคนมีนิสัยอย่างไรก็มักเป็นอย่างนั้นไปตลอด เปลี่ยนไม่ได้ แก้ไขอะไรไม่ได้ ใครที่มีนิสัยน่ารักก็จะน่ารักไปตลอด คนที่มีนิสัยน่าเบื่อก็คงต้องน่าเบื่อไปเรื่อยๆ ไม่มีทางปรับเปลี่ยนได้ แต่ปัจจุบันมีผลการศึกษาวิจัยพบว่า เมื่ออายุ 25 ปี ร่างกายของคนเราไม่โตขึ้นแล้ว แต่จิตใจและสติปัญญาของคนเราสามารถพัฒนาให้เติบโตงอกงามได้อย่างไม่มีข้อจำกัด หมายความว่าคนเราเคยเป็นอย่างไรมาก็ตาม หากตั้งใจเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง เขาก็สามารถเป็นแบบใหม่ได้ จุดสำคัญคือ ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนคนอื่นได้คนเราสามารถเปลี่ยนได้แต่เฉพาะตนเองเท่านั้น การเปลี่ยนตนเองเป็นผลการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่มหาศาลอย่างหนึ่งทีเดียว   […]

โฟกัสได้… อะไรก็ดีขึ้น 2/10

โฟกัสได้… อะไรก็ดีขึ้น เช้าขึ้นมา เพื่อนสี่ห้าคนเริ่มสนทนากันขณะทานกาแฟก่อนถึงเวลาทำงาน คนที่ 1 : เมื่อคืนฉันดูหนังนะ พระเอกขึ้นเฮลิคอปเตอร์ คนที่ 2 : นี่พูดถึงเฮลิคอปเตอร์แล้วนึกขึ้นได้ เธอจำรุ่นพี่เราที่เป็นนักวอลเลย์เก่งๆ ได้มั้ย ตอนนี้เขากำลังเรียนขับเครื่องบินเล็กเพราะว่า… คนที่ 3 : เออ…เดี๋ยวนี้นักวอลเลย์ไทยไปเล่นอาชีพในต่างประเทศกันมากขึ้นแล้วนะ เห็นว่า… คนที่ 4 : นี่ปีนี้ตกลงใครได้แชมป์พรีเมียร์ลีกนะ งานเยอะจนลืมตามข่าวเลย… คนที่ 5 : เออ… ลืมโทรศัพท์สั่งเด็กที่บ้านให้เก็บห้องเก็บของ… ตัวอย่างที่ยกมานี้อาจเกินความเป็นจริงไปบ้าง แต่เหตุการณ์ทำนองนี้มีให้เห็นทั่วไป คนพูดไม่มีโอกาสพูดจบ เพราะคนฟังฟังแล้วนึกถึงเรื่องของตนได้เกรงจะลืม จึงขอขัดจังหวะพูดเสียก่อนที่จะลืมและจะเป็นเช่นนี้กันแทบทุกคน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า คนบางคนใส่ใจตนเองและเรื่องที่ตนคิดมากกว่าเรื่องของคนอื่น บางคนใส่ใจและรู้ว่าการฟังที่ดีและมีมารยาทคือ การฟังอย่างตั้งใจและฟังให้จบ แต่เผลอทำไปตามความเคยชินเพราะใครก็ทำกันอย่างนั้น นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ของการสนทนาแบบไม่มีโฟกัส ผลก็คือ คนเริ่มบทสนทนาเล่าเรื่องที่เริ่มไว้ไม่จบตามที่ตั้งใจทำก็ทำไม่สำเร็จ ไม่เป็นไปตามที่โฟกัสไว้ เหมือนช่างภาพตั้งใจถ่ายภาพเดี่ยวครึ่งตัวของใครสักคน พอเริ่มจัดท่าทางเพื่อให้ได้ตามต้องการ มีคนมาเสนอความเห็นว่า น่าจะเป็นภาพคนสองคนยืนคุยกัน อีกคนหนึ่งเสนอว่า เกณฑ์คนมาให้เป็นร้อยๆ ให้เหมือนกองทัพให้ดูกระหึ่มใครก็พูดถึงอีกคนหนึ่งเสนอว่าจริงๆ น่าจะถ่ายรูปป่าดงดิบ […]

ไม่มีทางเลือกจริงหรือ 4/09

ไม่มีทางเลือกจริงหรือ คนมีความคิดสร้างสรรค์คือคนที่มองเห็นทางเลือกหลายอย่างและหลายด้าน คิดอะไรก็คิดออกได้คล่องคิดได้กว้างหลายแนว และที่สำคัญคือ คิดหาวิธีที่เหมาะสมได้ทันเหตุการณ์โดยมีทางเลือกได้หลายๆ ทางและพิจารณากลั่นกรองได้วิธีการที่ผสมผสานและมีประโยชน์ครอบคลุมที่สุด ในแง่ชีวิตคน การมองเห็นทางเลือกได้หลายๆ ทางเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากตั้งแต่ยังเป็นเด็กทีเดียว ดิฉันมีประสบการณ์จากเด็กๆ บางคนซึ่งมาเรียนในหลักสูตร เด็กน่ารัก นักสร้างสรรค์ที่ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์เปิดสอนให้เด็ก ช่วงปิดเทอมเดือนมีนาคม เมษายนและตุลาคม เด็กบางคนเวลาทำผิดกติกาจะพูดว่า ผมไม่มีทางเลือก ปกติดิฉันทำสัมมนาให้ผู้ใหญ่ทั้งที่เป็นผู้บริหารและพนักงาน ช่วงปิดเทอมสอนเด็กๆ ก็ได้เข้าใจอะไรๆ เกี่ยวกับทักษะการคิดของคนได้อย่างครบถ้วนชัดเจนยิ่งขึ้นประโยคที่เด็กพูดว่า ผมไม่มีทางเลือกบอกอะไรบางอย่าง เช่นผมรู้ว่าไม่ควรทำอย่างนี้ แต่ผมคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไหนดังนั้นผมจึงจำเป็นต้องทำลงไป เพราะผมไม่มีทางเลือก ดูๆ ไปผู้ใหญ่บางคนก็เหมือนเด็กบางคนที่พูดถึง คือทำสิ่งที่ไม่ควรโดยมีข้อแก้ตัวในใจว่า ผมไม่มีทางเลือก เช่นในการขับรถบนถนนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด คนขับรถปาดแซงตัดหน้ารถคันอื่นคันแล้วคันเล่า ทั้งๆ ที่รู้ว่ากิริยาหยาบๆ เช่นนั้นทำความเดือดร้อนใจให้คนอื่น และเป็นการเสียมารยาทแต่ก็คิดว่าผมไม่มีทางเลือก ผมมีความสามารถขับได้ดีกว่าพวกคุณ จะให้ผมขับแบบพวกคุณๆ ผมคงทนไม่ไหวหรอก ช่วยไม่ได้จริงๆ ในการทำงานก็ไม่ต่างกันนัก คนทำงานที่ทำให้งานชะงัก และเสียหายในรูปแบบต่างๆ นั้นเขามีเหตุผลที่เป็นข้อแก้ตัวที่เขาคิดว่าฟังขึ้นที่สุดแล้วคือ ผมไม่มีทางเลือกเวลาคนคิดเช่นนี้แม้จะพูดออกมาหรือไม่ก็ตามมีนัยให้เราผู้ฝึกฝนด้านทักษะการคิดได้เข้าใจหลายด้าน คือ 1. เขาไม่ได้หาทางเลือกอะไร คือทำงานไปเรื่อยๆ ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปอย่างที่เคยเป็น ทำอย่างที่เคยทำ ทุกอย่างเคยเป็นมาอย่างไรก็ปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้นทำตามความเคยชินซึ่งเป็น ไปตามธรรมชาติของสมองที่ทำงานแบบฝนตกลงมาน้ำไหลเป็นทางพอเหตุการณ์ไม่เป็น อย่างที่เคยเป็น เขาก็ปล่อยให้มันเป็นไปเรื่อยๆ จะเสียหายอย่างไรไม่ได้คำนึงถึง ในใจก็ได้แต่คิดว่ามันเคยเป็นแล้วทำไมอยู่ๆไม่เป็นแบบเดิม คงต้องปล่อยไปแบบนี้ […]

ทิ้งการคิดทางลบให้ได้ 3/09

ทิ้งการคิดทางลบให้ได้ ถึงวันนี้ในวงการธุรกิจโดยเฉพาะผู้บริหารต่างรู้ซึ้งว่า จำเป็นต้องมีความคิดสร้างสรรค์ เพราะความคิดสร้างสรรค์ช่วยให้ คิดเร็ว คิดคล่อง และคิดได้ทันการ ไม่ว่าจะเป็นการคิดกลยุทธ์ คิดวางแผน คิดแก้ปัญหา คิดปรับปรุงงาน คิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มนวัตกรรมหรือ คิดเพิ่มประสิทธิภาพผู้บริหารธุรกิจยุคใหม่รู้ความจริงเหล่านี้มากขึ้น ผิดกับเมื่อก่อนที่มองไม่เห็นความจำเป็นของความคิดสร้างสรรค์ว่ามีต่อความ มั่นคงและความก้าวหน้าของงานมากแค่ไหนผู้บริหารธุรกิจและนักธุรกิจรวมถึงคน ทำงาน ถามกันว่า “ถ้าอยากพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของตนเองจะเริ่มได้อย่างไร” พอดิฉันบอกไปก็จะมีข้อโต้แย้งว่า “คงยาก ลำบาก” ด้วยเหตุผลมากมาย ซึ่งล้วนฟังขึ้น และเห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ ดิฉันจึงค่อยๆ มองเห็นภาพความคิดในใจของคนได้ชัดเจนมากขึ้นๆ จนพบว่า อุปสรรคใหญ่ของความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งรวมไปถึงความสุขในการดำเนินชีวิต คือ “การคิดทางลบ” (Negative Thinking) การคิดทางลบ และการคิดทางบวก มีอยู่ในคนทุกคน สิ่งสำคัญคือ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งมีเหตุการณ์อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมา มันขึ้นอยู่กับว่าการคิดทางลบหรือการคิดทางบวกที่เกิดขึ้นในใจของคนๆ นั้น สิ่งไหนที่เข้มแข็งกว่ากัน ถ้าการคิดทางลบมีกำลังมากกว่าก็จะเป็นผู้บัญชาการความคิดตอนนั้น การคิดทางลบจะผลิตความคิดทั้งหลายทั้งมวลที่บอกว่า “แย่แล้ว ลำบากแล้ว ยากจริงๆ หมดหวังแน่ เป็นไปไม่ได้เลย เดี๋ยวจะเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย เพราะมีเหตุผลมากมายคือ… ฯลฯ” ฉะนั้นด้วยเหตุด้วยผลอันครบถ้วนมากมาย ทำให้เห็นได้ว่า อุปสรรคที่กีดขวางอยู่นั้น มันทำให้สุดวิสัยที่จะคิด หรือจะหาทางทำอะไรได้ความคิดทางลบจึงทำให้เราไม่ออกแรงไปในทางที่จะคิดให้ได้ตามที่ต้องการ เพราะเราเชื่อว่าคิดอย่างไรก็คงคิดไม่ได้ […]

เพิ่มสุขดับทุกข์ในองค์กร 2/09

เพิ่มสุขดับทุกข์ในองค์กร เราทุกคนต้องการทำงานได้อย่างสำเร็จ และถ้าแถมได้ เราก็อยากจะขอแถมว่าทำงานอย่างสำเร็จ และมีความสุขในการทำงานด้วยก็จะนับว่าเลิศประเสริฐยิ่ง ความปรารถนานี้เป็นความปรารถนาของผู้คนทั่วโลก จนมีคนมากมายพากเพียรค้นคว้าและวิจัยเพื่อให้ได้แนวทางเพื่อให้เราพอจะนำมาใช้จริงบ้าง ดิฉันเองสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และเชื่อว่า ชีวิตนี้ดีขึ้นได้ จึงได้ศึกษาค้นคว้าในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และนำมาเป็นเป้าหมายในการหาแนวทางเพื่อทำให้เป็นไปได้โดยการเชื่อมโยงกับการคิดของคน วันนี้เรามานั่งดูกันสองประเด็นคือ ความสำเร็จ และความสุขในการทำงาน ซึ่งเป็นความปรารถนาของคนทำงานทั่วโลก แล้วจึงมาวิเคราะห์ดูว่าการคิดแบบเดิมเป็นเส้นทางนำไปสู่ความปรารถนาของผู้คนได้ในส่วนใดบ้าง และส่วนที่ ขาดอยู่นั่นแหละที่เป็นที่มาของการคิดแบบใหม่ที่จะช่วยให้คนทำงานมีการคิด ครบถ้วนทุกด้านที่จะทำให้เขาทำงานได้อย่างสำเร็จและมีความสุขโดยไม่มีความ ขัดแย้งในองค์กร ความสำเร็จในงานได้มาจากไหน ประเด็น ของความสำเร็จนั้น มีคนทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับความสำเร็จที่สุดจำนวนหนึ่งพันคน จากทั่วโลกว่าคนที่จะทำงานอย่างได้รับความสำเร็จควรมีทักษะใดบ้าง ผลปรากฏออกมาว่า ทักษะที่จำเป็นต่อความสำเร็จที่สุดสามทักษะ คือ • ทักษะด้านการคิด • ทักษะด้านคน • ทักษะด้านความรู้ ในสามทักษะนี้ทักษะด้านการคิดเป็นทักษะที่สำคัญที่สุด เพราะทักษะการคิดจะเป็นตัวดึงเอาทักษะอื่นๆ มาใช้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และเกิดประโยชน์สูงสุด ในทางตรงข้ามถ้าคนขาดทักษะด้านการคิด แม้จะมีทักษะด้านความรู้อย่างมาก แต่เขาจะไม่สามารถนำความรู้มาทำให้งานสำเร็จอย่างราบรื่น รวดเร็ว และมีคุณภาพได้ทันการณ์เท่าที่ควร คนมีความรู้สูงๆ หลายคนจึงทำงานไม่ค่อยเห็นออกมาเป็นผลงาน ทักษะด้านคนมีความสำคัญอย่างมากสำหรับคนทำงานทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะผู้บริหารเพราะผู้บริหารมีภารกิจที่ต้องทำงานให้สำเร็จโดยผ่านคนอื่น ซึ่งได้แก่ทีมงานทั้งหมด ความสามารถในการทำงานกับคนอื่นได้อย่างราบรื่นและปรองดองเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ส่งเสริมให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น ผู้บริหารจำเป็นต้องสร้างความสามัคคีกลมเกลียวขึ้นในทีมงานเพื่อให้คนทำงานประสานกันได้ดี ความสุขในการทำงานหาได้จากไหน ประเด็นของความสุขในการทำงาน การทำงานทำให้เรามีกิจกรรมเพิ่มเข้ามาในชีวิตที่นอกเหนือจากกิจวัตรประจำวันส่วนตัวและกิจกรรมของครอบครัว ในหนึ่งวันเราได้รับข้อมูลเข้ามาสู่ชีวิตจากสองส่วน คือ ข้อมูลจากในบ้าน และข้อมูลจากนอกบ้าน […]

เด็กติดเกม 1/09

เด็กติดเกม โลกของวัยรุ่น “เกม” ได้เข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิต โดยที่ผู้ปกครองและศิษยาภิบาล อาจจะไม่ทันคิด ว่าเกมจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตของวัยรุ่นเหล่านี้ การที่เด็กนั่งเล่นเกมที่บ้านก็ดีกว่าเด็กจะออกไปเที่ยวนอกบ้าน นั่งในร้านเกม ก็ดีกว่านั่งในผับหรือแหล่งอบายมุข ร้านเกมกลายเป็นบ้านหลังที่สองของเด็กๆ ศิษยาภิบาลได้เริ่มสังเกตุว่าเด็กหายไปจากคริสตจักรโดยสาเหตุมาจากหนีไปเล่นเกม แต่ไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร นอกจากการอธิษฐานเผื่อเด็กอย่างเดียว เกมได้สร้างปัญหาให้กับเด็กในระยะยาวโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว และกลายเป็นปัญหาระดับชาติ สาเหตุและทางออกของปัญหานี้อยู่ที่ไหน สถานการณ์ปัญหาเด็กติดเกม สรุปได้ว่า เด็กอายุ 10-14 ปี ร้อยละ 76.5 เล่นเกมออนไลน์มากที่สุด รองลงมาคืออายุ 15-19 ปี ร้อยละ 71.6 และอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 59.5 โดยเฉลี่ยจะเล่นเกมวันละ 9.2 ชม เด็กหนีออกจากบ้านมากขึ้น โดยส่วนมากจะพบที่ร้านเกม และมีบางส่วนที่ยังตามตัวไม่เจอ สาเหตุของการเสพติดเกม 1. ความเหงาเด็กถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว ความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ เด็กไม่มีเพื่อนเล่น สร้างความรู้สึกเจ็บปวด เด็กคิดว่า เขาถูกปฏิเสธ ขาดการยอมรับ ขาดความรักจากครอบครัว พ่อแม่ที่มุ่งเน้นทำงานหนัก จนลืมให้เวลากับลูก ลืมสวมกอด […]

ความขัดแย้งในหมู่ผู้เชื่อ 4/08

ความขัดแย้งในหมู่ผู้เชื่อ วันนี้ผมอยากเขียนเกี่ยวกับหลักข้อเชื่อในชีวิตคริสเตียน ข้อนึงที่คนไทยรู้สึกว่าจะทำได้ยาก นั้นคือ ความขัดแย้งในหมู่ผู้เชื่อ สำหรับคนไทยนั้นความขัดแย้งมีอยู่จริง ดูได้ในทางโทรทัศน์ แต่วำหรับคริสเตียนไทยนั้น หลายคนคิดว่าความขัดแย้งเป็นบาป ก่อมาจากบาป หรือจะทำให้เกิดบาป ความจริงแล้วถูกต้องแค่ 33.33 % เพราะว่าความขัดแย้งไม่ได้เป็นบาปแต่อย่างใด หรือก่อจากความบาปแต่อย่างใด แต่มีโอกาสนำไปสู่ความบาปได้ ความจริงเรื่องความขัดแย้งในหมู่คริสตชนนั้นนำมาสู่ความเข้าใจผิดหลายอย่าง 1.การเผชิญหน้า คริสตชนไทยไม่ชอบการเผชิญหน้า คนไทยและวัฒนธรรมไทยไม่ส่งเสริมการเผชิญหน้ากัน ตอนผมเรียนอยู่ที่สหรัฐอมเริกาจำได้ว่าผมทำบางอย่างที่ไม่ควรในวัฒนธรรมของชาวตะวันตก เพื่อนผมที่เป็นคนอเมริกันตรงเข้ามาหาผม มองตาผมแล้วบอกผมว่า “วาระคุณทำอย่างนั้นไม่ได้ ไม่ควร… คุณต้องไปขอโทษเค้า”  มีกี่คนที่กล้าบอกคุณอย่างนี้ คริสตชนไทยควรเผชิญหน้ากันเมื่อเกิดความขัดแย้งไม่ใช่เพื่อจะทำให้เสียหน้า  แพ้  หรือยอมรับความผิด แต่เพื่อถวายเกียรติต่อพระเจ้า พระคัมภีร์สอนไว้ใน มัทธิว 5 : 24 ว่า “จงวางเครื่องบูชาไว้ที่หน้าแท่นบูชา และกบัไปคืนดีกับพี่น้องของผู้นั้นเสียก่อน แล้วจึงค่อมาถวายเครื่องบูชาของท่าน” พระองค์กำลังบอกเราง่ายๆ ว่า ถ้าเราไม่สามารถเผชิญหน้า และคืนดีกับมนุษย์ที่เรามองเห็น พุดคุย มีความสัมพันธ์ได้แล้ว นับอะไรกับพระเจ้าที่เรามองไม่เห็น 2. คริสตชนไม่จำเป็นจะต้องมีความเห็นเหมือนกันเสมอ หลายคนคิดว่าโบสถ์หรือคริสตจักรที่ดีคือ คริสตจักรที่ไม่มีปัญหา ทุกคนเห็นด้วยพร้อมต้องกันตลอดเวลา ในความเป็นจริงแล้ว คริสตจักรในโลกนี้และในประวัติศาสตร์ ไม่มีคริสตจักรใดที่เห็นด้วยกันทุกคนทุกเรื่อง […]

การยืนหยัดของดาเนียล 3/08

การยืนหยัดของดาเนียล สวัสดีครับน้องๆ และท่านผู้อ่านทุกท่าน ก่อนอื่นผมอยากบอกว่า ผมรู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสเขียนแบ่งปันกับน้อง ๆ และได้ทำความรู้จักกับน้อง ๆ บางคนที่เขียน e-mail และ MSN มาถึงผม ผมรู้สึกว่าบางครั้งหากเรามีปัญหาข้อข้องใจฝ่ายจิตวิญญาณ เราควรจะต้องมีคนบางคนที่เราสามารถคุยด้วยได้ มีหลายเรื่องที่เราไม่สามารถคุยกับคุณพ่อ คุณแม่ของเราได้ อย่างเช่นเรื่องเพศ หรือเรื่องแฟน หรือแม้แต่กับเพื่อนเราสามารถคุยเข้าใจได้เพียงบางเรื่องเท่านั้น  บางครั้งจึงต้องคุยกับคนที่เราไม่รู้จักแต่ก็มั่นใจในตัวคนนั้น เช่น คนเครียดต้องคุยกับหมอ…เราจะเห็นได้ว่า สมัยนี้  Hot line วัยรุ่นจึงมาแรง นั่นเป็นสิ่งที่พิสูจน์และยืนยันได้ว่า เด็กวัยรุ่นต้องการคนที่คุยด้วยได้ ต้องการระบายปัญหา และต้องการรับการแนะแนว เอาละครับ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ตอนนี้ในชั้นรวีที่คริสตจักรเมืองไทย เรากำลังเรียนเรื่องของ ดาเนียล กำลังเรียนกันด้วยความเข้มข้น เพราะฉะนั้นผมจึงอยากแบ่งปันในสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการสอนรวีในครั้งนี้ ดาเนียล บทที่ 1 พูดถึงสถานการณ์บ้านเมืองของเยรูซาเล็มที่กำลังย่ำแย่ เพราะกษัตริย์เมืองบาบิโลน ได้ยกทัพมาตีและตีได้สำเร็จด้วย เมื่อตีเสร็จแล้วจึงคัดเอาบุคลากรที่ฉลาด แข็งแรง มีฝีมือในการทำงานไปเป็นนักโทษ ไปเป็นคนงาน ไปใช้งานในเมืองบาบิโลน ทหารบาบิโลนได้ยกเอาข้าวของต่าง ๆ ในพระวิหารกลับไปยังบาบิโลนด้วย ลองคิดดูนะครับ ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเรา ตัวผมและท่านผู้อ่านต้องถูกต้อนไปใช้แรงงานเหมือนทาส ต้องทำงานในต่างแดน […]

โลกร้อนคืออะไร? 2/08

โลกร้อนคืออะไร? บทความพิเศษ ฉบับนี้ขอนำเสนอเรื่องราวภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันไม่ใช่เฉพาะของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาและหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกคนผู้อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ที่จะต้องให้ความเอาใจใส่และเริ่มต้นลงมือลดมลภาวะต่าง ๆ ที่คุณมีส่วนสร้าง เพื่อหยุดภาวะโลกร้อนร่วมกันในวันนี้ (โดยรวบรวมมาจากบทความในเวปไซด์ต่าง ๆ ประกอบกันขึ้นเพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา) โลกร้อน คืออะไร? ภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือ ภาวะ ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) เป็นปัญหาใหญ่ของโลกเราในปัจจุบัน สังเกตได้จาก อุณหภูมิ ของโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักของปัญหานี้ มาจาก ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gases) ภาวะเรือนกระจก (หรือ ปรากฎการณ์เรือนกระจก:Greenhouse effect) เป็นภาวะที่ชั้นบรรยากาศของโลกกระทำตัวเสมือนกระจก ที่ยอมให้รังสีคลื่นสั้นผ่านลงมายังผิวโลกได้ แต่จะดูดกลืนรังสีคลื่นยาวช่วงอินฟราเรดที่แผ่ออกจากพื้นผิวโลกเอาไว้ จากนั้นจึงคายพลังงานความร้อนให้กระจายอยู่ภายในชั้นบรรยากาศและพื้นผิวโลก จึงเปรียบเสมือนกระจกที่ปกคลุมผิวโลกให้มีภาวะสมดุลทางอุณหภูมิและเหมาะสม ต่อสิ่งมีชีวิตบนผิวโลกแต่ในปัจจุบันมีก๊าซบางชนิดสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศ มากเกินสมดุลซึ่งส่วนมากเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซนี้มีคุณสมบัติดูดกลืนรังสีคลื่นยาวช่วงอินฟราเรดและคายพลังงานความร้อน ได้ดี พื้นผิวโลกและชั้นบรรยากาศจึงมีอุณหภูมิสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศของโลก และสิ่งมีชีวิตพื้นผิวโลกอย่างมากมาย 20 ปีที่ผ่านมา  นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพบว่า อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเฉลี่ย 0.5 องศาเซลเซียส สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นตัวเลขที่ไม่น่าตื่นเต้น  แต่กับภูมิอากาศหากลองได้เปลี่ยนแล้วผลลัพธ์ไม่ได้ “น้อยนิด” ตามตัวเลขที่ปรากฎเลย… […]

1 7 8 9 10 11 12