เพราะฉันเป็นแม่

เพราะฉันเป็นแม่ การมีลูกคือการสร้างประชากรของพระเจ้า ข้อความนี้มีความหมายพิเศษ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ความหมายพิเศษแค่ไหนก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีของสังคม นี่เป็นแนวความคิดและการปฏิบัติสุดยอดที่แม่ทุกคนจะพึงคิดพึงทำ แต่สำหรับ สุนีย์ วงศ์กำชัย ผู้เป็นเจ้าของคำพูดประโยคนี้ เธอยอมรับว่าด้วยความเป็นมนุษย์นั้นคงให้ได้แค่ชีวิตของลูก การรักษาชีวิตของลูกให้รอดและให้ดีนั้น แม่ต้องมีความเชื่อและไว้วางใจในพระคุณของพระเจ้า เพราะความช่วยเหลือของพระเจ้านั้นจะพอเพียงสำหรับเราเสมอ สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้รับเกียรติสัมภาษณ์ คุณสุนีย์ วงศ์กำชัย ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต จบการศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโทด้านการบัญชีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมรสกับอาจารย์ทองหล่อ วงศ์กำชัย หัวหน้าฝ่ายแปลพระคัมภีร์ของสมาคมพระคริสตธรรมไทย มีบุตรชายชื่อนายวิสุทธิ์ วงศ์กำชัย อายุ 18 ปี นิสิตปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บุตรสาวชื่อ ด.ญ. เมตตา วงศ์กำชัย อายุ 11 ปี นักเรียน Grade 6 (ประถมปีที่ 6) โรงเรียน Bangkok Adventist Church School ในวัยเด็ก คุณสุนีย์เริ่มการศึกษาที่โรงเรียนเยนเฮส์เมโมเรียลซึ่งเป็นโรงเรียนคริสเตียน และได้ยินเรื่องพระเจ้าที่นั่น เธอบอกว่าตอนนั้น “ไม่เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลก คนเราเกิดมาโลกก็มีอยู่แล้ว รู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้าสร้าง”  จนกระทั่งมาเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา […]

แสงสว่างในมุมมืด

แสงสว่างในมุมมืด ผมชื่อทวีศักดิ์ จันทร์แจ่ม (ตํอง) เป็นคนจังหวัดมุกดาหาร ผมมีพี่น้อง 3 คน ผมเรียนจบชั้นประถมฯ 6 หลังจากเรียนจบก็ได้หนีเข้ามาที่กรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ แล้วผมก็โดนหลอก เขาเอาผมมาขายตามสำนักงานจัดหางานเถื่อนแถวๆ หัวลำโพง และถูกส่งไปทำงานหลายที่ไม่เป็นหลักแหล่ง โดนหลอกเรื่อยไป และสุดท้ายก็ได้งานที่คิดว่าดีที่สุดในตอนนั้น และเป็นงานที่ผมชอบมากคือเป็นพนักงานส่งเอกสารเงินเดือนประมาณ 4,500 บาท จุดนี้แหละที่ชีวิตเริ่มหักเห หลังจากทำงานได้ไม่นาน ผมก็เริ่มมีเพื่อนมากขึ้น เป็นที่รู้จัก และมีเพื่อนที่คบหาสนิทและรักกันมาก เพื่อนเหล่านั้นก็มีทั้งดีและไม่ดี ช่วงนี้เอง ที่ผมได้รู้จักกับยาบ้าเป็นครั้งแรกในชีวิต เพื่อนที่รักมากนี่เองที่ชักชวนให้เสพ แต่ชักชวนยังไงผมก็ไม่ยอมเสพเพราะครอบครัวดั้งเดิมของผมรวมทั้งพ่อของผมไม่สูบแม้กระทั่งบุหรี่ แต่การชักชวนนี้ก็ทำให้ผมมีความคิดอะไรบางอย่างผุดขึ้นมาในสมองว่า “ถ้าผมจะขายมันล่ะ ? ผมก็คงจะมีเงินเยอะ” ความคิดนี้เองที่ทำให้ผมเริ่มเดินทางเส้นนี้ ผมได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะขายยาเสพย์ติดโดยไม่รีรออะไรเลย ผมรู้นะว่ามันผิด แต่ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องอื่นนอกจากเงินเท่านั้น เงินเป็นทุกสิ่งสำหรับผม และผมพูดเสมอว่าเงินคือพระเจ้า และผมก็ทำสำเร็จ วันหนึ่งๆ ผมขายยาได้เงินประมาณ 40,000 – 50,000 บาท ผมมีความสุขมากที่สุด อยากได้อะไรก็ได้ แถมยังมีเพื่อนๆ เป็นจำนวนมากที่เป็นลูกน้องของผม ผมทำอย่างนี้ได้ประมาณ 2 ปี ชื่อของผมก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นติดบัญชีดำของโรงพักแห่งหนึ่ง […]

ในพระหัตถ์พระเจ้า

ในพระหัตถ์พระเจ้า และเขาคนนี้วิศวกรหนุ่ม อนาคตไกล ที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะอุบัติเหตุร้ายแรง เขาถูกรถชนบนทางโทลล์เวย์และตกลงมาที่พื้นถนนด้านล่างซึ่งสูงประมาณตึก 5 ชั้น ใครๆ เห็น แล้วก็บอกว่า “เขาคงไม่รอดแน่นอน! หรือถ้ารอด ก็คงเป็นเจ้าชายนิทราหรือเป็นอัมพาต” แต่เขารอดมาได้ เขาได้ให้เกียรติมาเล่าให้เราฟังถึงเหตุการณ์ ที่ผ่านมาภายใต้ความเจ็บปวดทางร่างกายอย่างแสนสาหัส มีน้ำพระทัยของพระเจ้าที่เป็นพระพรแฝงลึกในเหตุการณ์เหล่านั้น เพราะในช่วงเวลาแห่งความเจ็บป่วยนี้เองมีวิญญาณจิตดวงหนึ่งได้กลับใจมาเชื่อพระเจ้า ได้พบกับความรอด ท่านเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณอ๊อดคือคุณแม่ของคุณอ๊อดเอง คุณสุริยา สุคำภา มีชื่อเล่นๆ ว่า “อ๊อด” เกิดในครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นครู คุณแม่ค้าขาย เขาได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่นในคณะวิศวกรรมศาสตร์และได้เดินทางไปเรียนอยู่ที่นั่น เขาเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่ชอบทั้งสูบ ดื่ม และเที่ยวหนักมาก จนการเรียนตกต่ำ (ติด F ถึง 4 วิชา) เมื่อกลับไปบ้านก็ไม่กล้าบอกพ่อแม่กลัวท่านเสียใจ แม้ตั้งใจว่าเทอมหน้าจะเริ่มตั้งใจเรียน แต่ดูเหมือนเขาไม่มีกำลังที่จะเอาชนะการทำสิ่งเลวร้ายต่างๆได้ และแล้วก็ได้รู้จักกับเพื่อนคริสเตียนคนหนึ่งได้ชวนเขาไปร่วมกลุ่ม ชมรมนักศึกษาคริสเตียน เขาได้มีโอกาสพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ชีวิต เขาจึงได้เริ่มศึกษาและเข้าไปสัมผัสกับชีวิตของคริสเตียน เขาเล่าให้ฟังว่า “ในคืนหนึ่งผมได้อ่าน ใบปลิวใบหนึ่ง ในนั้นกล่าวว่า ‘มนุษย์ทุกคนเป็น คนบาป พระเจ้าจะมาพิพากษา’ ผมเริ่มรู้สึกตัวเอง เป็นคนบาป อยากได้รับการช่วยเหลือจากพระเจ้า จึงได้กลับใจใหม่เชื่อพระเจ้าในที่สุด […]

ในพระเจ้าไม่มีความบังเอิญ

ในพระเจ้าไม่มีความบังเอิญ เรื่องของอรุณและรูธ ซ๊อก เน๊พ (Arun & Ruth Sok Nhep) สามีชาวกัมพูชาโดยกำเนิด และ ภรรยาชาวฝรั่งเศส ผู้มาจากวิถีชีวิตที่แตกต่าง แต่ พระเจ้าทรงนำให้มาพบกันและทำงานรับใช้พระองค์ ร่วมกัน ปัจจุบันอรุณเป็นเจ้าหน้าที่สหสมาคม พระคริสตธรรมแห่งภาคพื้นเอเซีย-แปซิฟิก ทำงานที่ ประเทศสิงคโปร์ มีบุตรชาย 2 คนอายุ 14 และ 16 ปี อรุณ ซ๊อก เน๊พ (Arun Sok Nhep) เกิดใน กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา บิดาเป็นข้าราชการ ทหาร ทั้งครอบครัวได้มารับเชื่อพระเจ้า โดย เริ่มจากน้องชายซึ่งไปวิ่งเล่นที่โบสถ์คริสเตียน ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จึงมีโอกาสเรียนรู้เรื่องพระเจ้า และได้นำพ่อและแม่มาเชื่อพระเจ้าด้วย แต่อรุณคิดว่า ตนเองเป็นหนุ่มแล้วไม่ควรจะให้ใครมาจูงจมูกได้ง่ายๆ เมื่ออรุณอายุได้ประมาณ 17 ปี สงครามขยายลัทธิ คอมมิวนิสต์กระจายไปทั่วคาบสมุทรอินโดจีน รวม ทั้งกัมพูชา การฆ่าฟันและความเกลียดชังกันแพร่ กระจายไปทั่ว ความโหดร้ายของภัยสงครามกลาย […]

ผมเอาเงินค่าขนมไปซื้อหนังสือ

เรื่่องของ “น้องมาร์ค” หรือ ด.ช. กันต์ชนก นาคภิบาล บุตรนายมนตรี และ นางชัญนารี นาคภิบาล นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมปีที่ 1 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ น้องมาร์คได้เรียนวิชาอบรมคริสเตียนศึกษา และมีความสนใจวิชานี้มาก ชอบคุยเรื่องพระเยซูกับคุณแม่เป็นครั้งคราว บ่อยครั้งที่น้องมาร์คยืมหนังสือที่มีเรื่องราวจากพระคัมภีร์มาให้คุณแม่ดูจากห้องศาสนกิจของโรงเรียน และเคยบอกให้คุณแม่หาซื้อหนังสือนั้นมาให้ แต่คุณแม่ก็ไม่ทราบว่าจะไปซื้อได้ที่ไหน เมื่อน้องมาร์คมาอยู่ชั้นประถม 3 และมีหน่วยขายเคลื่อนที่ของสมาคมพระคริสตธรรมไทยมาที่โรงเรียน น้องมาร์คจึงได้ซื้อหนังสือการ์ตูนชุดพระวจนะแห่งปัญญา (ไทย-อังกฤษ) 2 เรื่อง และได้บอกคุณพ่อคุณแม่ว่า ได้นำเงินค่าขนมไปซื้อหนังสือมา 2 เล่ม และถามว่า “คุณแม่อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติพระเยซูไหม” น้องมาร์คได้เล่าเรื่องในพระคัมภีร์ให้คุณแม่ฟังเป็นตอนๆ และได้เปิดภาพในหนังสือการ์ตูนให้คุณแม่ดูเพื่อให้เข้าใจเรื่องมากขึ้น นอกจากนั้น ได้นำสมุดปฏิบัติการที่ทำในชั่วโมงวิชาอบรมคริสเตียนศึกษาซึ่งสอนโดยคุณครูรุ่งนภา พนาโชติสกุล มาให้คุณแม่ดูและอธิบายให้ฟังบ่อยๆ ต่อมาไม่นาน น้องมาร์คได้ซื้อหนังสือชุดพระวจนะแห่งปัญญา 2 ภาษามาอีกจนครบชุด โดยซื้อครั้งเดียว 6 เล่ม ด้วยเงินค่าขนมของเขาที่มีอยู่ทั้งหมดในวันนั้น และนำมาให้คุณแม่ดูพร้อมทั้งเล่าเรื่องให้ฟังเป็นประจำ รวมทั้งอธิบายว่าพระเยซูรักมนุษย์อย่างไร สิ่งที่พระเยซูต้องการและไม่ต้องการให้มนุษย์กระทำ เล่าซ้ำไปซ้ำมาครั้งแล้วครั้งเล่า สิ่งที่คุณแม่จำได้ไม่มีวันลืมคือ เขาได้มอบของชิ้นแรกในชีวิตแก่คุณแม่ซึ่งเขาหาซื้อมาด้วยตนเอง สิ่งนั้นคือสร้อยคอทำจากเมล็ดพืชอบแห้งเคลือบแลคเกอร์ […]

ปาฏิหาริย์… มีจริง

เรื่องที่ท่านจะได้อ่านนี้เรียบเรียงจากคำบอกเล่าของคุณแม่สาวสวยอายุ 40 ปี และลูกชายวัย 5 ขวบ 6 เดือน ทั้งแม่และลูกเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผ่านวันอันเลวร้ายมาได้และมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งเพราะ “ปาฏิหาริย์มีจริง” สมาคมพระคริสตธรรมไทยจำเป็นต้องใช้นามสมมุติและงดลงภาพถ่าย เพื่อปกป้องเจ้าของเรื่องให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุข หากนามสมมุติและส่วนหนึ่งส่วนใดในเรื่องนี้ไปพ้องกับชีวิตของผู้ใด สมาคมฯ ต้องเรียนขออภัยมา ณ ที่นี้ และหวังว่าท่านจะเข้าใจจุดประสงค์ของสมาคมฯ ที่ต้องการให้ชีวิตของเจ้าของเรื่องเป็นพยานถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และหวังด้วยว่าเรื่องนี้จะช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านสามารถคิดและปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วยใจเป็นธรรมและด้วยความรักในพระคริสต์ สมาคมฯ ขอขอบพระคุณอาจารย์แอลแลน เอ็ลลาร์ดและภรรยาคือคุณเมลิน แห่งองค์การส่งเสริมพันธกิจคริสตจักรด้านเอดส์ (AIDS Care Education and Tranining – ACET Thailand) ที่ได้กรุณาประสานงานและนัดหมายเพื่อการสัมภาษณ์ครอบครัวนี้อย่างใกล้ชิด และขอขอบคุณ “ดาว” ผู้กล้าหาญเปิดเผยตัวเองเพื่อจะเป็นกำลังใจแก่คนอื่นๆ อีกมากมายที่มีประสบการณ์เช่นเดียวกัน ชีวิตจริงเหมือนอิงนิยาย “ดาว” (นามสมมุติ) เกิดที่จังหวัดสุพรรณบุรีเมื่อ พ.ศ. 2510 เป็นน้องคนเล็กในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 8 คน ชีวิตลำเค็ญของดาวเริ่มเมื่ออายุยังไม่ถึงขวบเมื่อพ่อโดนยิงตาย และแม่เสียใจจนไม่เป็นอันทำมาหากิน ในที่สุดก็ต้องแยกลูกทั้ง 8 คนไปฝากไว้กับคนรู้จักบ้านละคน ส่วนดาวแม่เอาไปไว้ที่ร้านขายของชำในหมู่บ้านโดยแม่จะไปเยี่ยมบ้างนานๆ ครั้ง ด้วยความคิดถึงแม่ ดาวหนีจากบ้านนี้เมื่ออายุประมาณ […]

ปรับโฟกัส

เปลี่ยนมุมมอง ปรับโฟกัสใหม่ ชีวิตจึงเปลี่ยนไปความคิด ก็เปลี่ยนใหม่ ทำให้มองเห็นคุณค่า และความหมายใหม่ของชีวิตที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง อ.พิศประไพ สาระศาลิน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต หนึ่งในคนไทยจำนวนไม่กี่คนที่เคยเป็นผู้ออกแบบบัตรอวยพรของ ฮอลมาร์คอันเลื่องชื่อของสหรัฐอเมริกา ด้วยใจรักงานศิลปะตั้งแต่เด็ก หลังจากจบมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์แล้ว อาจารย์พิศประไพได้ไปเรียนช่างศิลป์ ์และมหาวิทยาลัยศิลปากรตามลำดับ เมื่อจบแล้วจึงไปต่อปริญญาโท ด้านออกแบบตกแต่งภายใน ที่มหาวิทยาลัยแคนซัส เมืองลอเรนซ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ก็ได้เข้าทำงานที่บริษัท Hallmark Cards Corporation ในเมืองแคนซัสซิตี้ และทำงานที่นั่น 13 ปี อาจารย์พิศประไพเป็นผู้หญิงทำงาน เป็นผู้มีความทะเยอทะยานในชีวิตสูง จะทำอะไรจะต้องทำอย่างดีที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุด ชนิดหาที่ติไม่ได ้ ในความคิดของอาจารย์แล้วทุกอย่างในชีวิตต้องเพรียบพร้อม งานต้องดี ครอบครัวต้องดี ด้วยเหตุผลนี้เอง อาจารย์พิศประไพจึงเป็นคนที่เครียดง่าย มีความกระวนกระวายสูง แม้ทุกอย่าง ในชีวิต ที่ ี่อาจารย์ได้รับอยู่ในขณะนั้นล้วนพรั่งพร้อมไปทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ตนเองรักในบริษัทยักษ์ใหญ่ใน สหรัฐอเมริกา มีเงินเดือนสูง ทุกคนในบริษัทยอมรับในความสามารถ มีครอบครัวที่ดี มีสามีและลูกที่น่ารัก แต่อาจารย์กลับรู้สึกว่า ชีวิตตนเองยังขาดอะไรอยู่ ชีวิตดูไม่สมบูรณ์ ทำให้อาจารย์คิดว่าอะไรที่ทำให้ชีวิต […]

บอย พีซเมกเกอร์

นักร้องรุ่นใหม่ ที่มีชื่อติดหูติดปากในยุคนี้ย่อมมีชื่อ “บอย พีซเมกเกอร์” อยู่ในสารบบกับเขาด้วยชื่อเสียง ความโด่งดัง เงินทอง นำมาทั้งสุขและทุกข์ให้แก่เขาเฉกเช่นที่บุคคลที่อยู่ในสถานะเดียวกันกับเขา ได้เผชิญ แต่ บอย พีซเมกเกอร์ หรือ อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี ได้พบกับผู้หนึ่งที่ทำให้เขาหลุดจากวังวนของชื่อเสียงความโด่งดัง และเงินทอง มาค้นพบความสุขความหวังแท้ของชีวิต บอยเป็นคนกรุงเทพฯ เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์เขามีพี่สาว 2 คน ตัวเองเป็นคนสุดท้อง คุณพ่อป่วยตั้งแต่เขาเรียนอยู่ชั้น ป.5 และเสียชีวิตไปเมื่อ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2544 เขาเล่าให้ฟังว่า “พอคุณพ่อป่วย คุณแม่ก็กลายเป็นกำลังหลักของครอบครัว พี่สาว 2 คน ซึ่งโตกว่าบอย 6 ปี เรียนจบ ปวช. ก็ออกมาทำงานตั้งแต่อายุ 17-18 ปี” คุณพ่อคุณแม่ของบอยเป็นคริสเตียนตั้งแต่เขาเรียนอยู่ชั้น ป.5 ในขณะที่คุณพ่อป่วยหนักคุณแม่หนักใจมาก เพื่อนคุณแม่ที่โรงเรียนซือลิบจิงกวง ซึ่งขณะนั้นคุณแม่เป็นอาจารย์อยู่ที่นี่ด้วยได้ชวนท่านให้ไปคริสตจักรซึ่งก็ คือ คริสตจักรไมตรีจิต ที่วงเวียน 22 กรกฎาคม ต่อมาทั้งสองท่านก็กลับใจรับเชื่อพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดท่านพา […]

พระคัมภีร์… อาหารทิพย์

พระคัมภีร์… อาหารทิพย์ สมาคมพระคริสตธรรมไทย ได้ผลิตพระคัมภีร์ฉบับย่อขนาด (REDUCED SIZE) ขึ้นมา โดยเป็นพระคัมภีร์ขนาดบางลง ลดจำนวนหน้าลงกว่า 750 หน้ากำลังจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ และได้มีแขกพิเศษมาเยือนสมาคมฯ ของเราคือคุณอัญชลี จงคดีกิจหรือคุณปุ๊ อดีตร๊อคเกอร์สาว ที่มีผลงานทางด้านบันเทิงมากมาย คุณปุ๊เองได้กลับใจมาเชื่อพระเจ้าได้ประมาณ 8 ปีมาแล้ว เธอได้มาซื้อพระคัมภีร์ฉบับย่อขนาดนี้ ได้อุดหนุนสมาคมฯ ไปหลายพันบาท เราจึงถือโอกาสขอสัมภาษณ์พิเศษถึงความเห็นเกี่ยวกับพระคัมภีร์คุณปุ๊ได้พูด ถึงความรู้สึกต่างๆ และให้ข้อคิดที่น่าสนใจมากลองฟังกันดูนะคะ สมาคมฯ : สวัสดีค่ะคุณปุ๊ อยากทราบว่าได้อ่านพระคัมภีร์มานานขนาดไหน และช่วยบอกถึงความรู้สึกต่อพระคัมภีร์ว่าอ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้าง? อัญชลี : เริ่มอ่านพระคัมภีร์ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1990 คือตั้งแต่เชื่อพระเจ้า อ่านแล้วรู้สึกพระวจนะของพระเจ้าเป็นเหมือนอาหารทิพย์ เมื่อได้กินแล้วรู้สึกอร่อย อยากอ่านเรื่อยๆ เป็นเหมือนจดหมายรักของพระองค์มาถึงเราทุกคน อ่านแล้วชื่นใจ ให้กำลังใจมีข้อเตือนสติ ยิ่งถ้าเราอ่านแล้วเชื่อฟังปฏิบัติตามพระวจนะของพระองค์ จะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สมาคมฯ : อยากบอกอะไรแก่ผู้อ่านบ้างไหมค่ะ? อัญชลี : อยากบอกว่าขอให้อ่านพระคำของพระเจ้าให้มากๆและท่องให้ได้เยอะๆ เพราะจะทำให้เราจำได้จะทำให้เกิดประโยชน์มาก ขออย่าให้เพียงท่องแต่ปาก แต่ต้องปฏิบัติตามด้วย รวมทั้งต้องมีสามัคคีธรรมกับพี่น้องในคริสตจักรทุกอาทิตย์ด้วย […]

อัศจรรย์บนผืนฟ้า

ผมชื่อชัยรัตน์ จิตต์แก้ว อายุ 46 ปี ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย เทคโนโลยีสารสนเทศและการตลาดออนไลน์ (Senior Vice President of IT & Marketing Online Development Department) บริษัท มิลเลียไลฟ์ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)        จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยและคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ผ่านหลักสูตรการศึกษาอบรมสัมนาทั้งในและต่างประเทศด้านการบริหารจัดการและด้าน IT หลายหลักสูตร ภรรยาชื่อคุณสุชีดา (สุภาวงศ์วณิช) จิตต์แก้วเรามีบุตรสาว 1 คนชื่อเพ็ญธิดา จิตต์แก้ว อายุ 10 ปี เรียนอยู่โรงเรียนคริสต์ธรรมศึกษา  ผมเขียนคำพยานนี้ขึ้นเพื่อขอบพระคุณพระเจ้าผู้ทรงมีเมตตาต่อชีวิตผม และทรงมีกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการเรียกผม ด้วยทรงรู้นิสัยของผมผู้ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมา พระองค์ทรงกำหนดเงื่อนไขชีวิตของผมตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งผมพบว่าความยุ่งยากลำบากในชีวิตวัยเยาว์นั้น ที่แท้เป็นแผนการที่พระเจ้าทรงวาดไว้สำหรับผมโดยเฉพาะ พระองค์ทรงวางเงื่อนไขให้ผมต้องค้นหาความจริงของชีวิตด้วยวิถีทางต่างๆ ให้แจ้งใจก่อน ทรงให้ผมมีข้อมูลในเรื่องชีวิตมากพอที่จะศึกษาเปรียบเทียบด้วยตนเอง เพื่อว่าเมื่อถึงวาระที่พระองค์ทรงสำแดงแก่ผมแล้ว ผมจะได้สิ้นสงสัยและไม่อาจปฏิเสธพระองค์ได้ และนี่คงเป็นพระประสงค์ที่พระองค์ไม่ส่งคริสเตียนไปประกาศกับผมอย่างจริงจังตลอดสี่สิบกว่าปีในชีวิตที่ผ่านมาของผม การแสวงหา   ชีวิตวัยเด็กของผมเต็มไปด้วยความยุ่งยากเนื่องจากปัญหาระหว่างคุณพ่อและคุณแม่เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผมและพี่ๆ […]

1 9 10 11 12 13