ภายใต้ความสำเร็จของผู้หญิงชื่อ…

ภายใต้ความสำเร็จของผู้หญิงชื่อ… เราคงเคยเห็นนักธุรกิจ เจ้าของกิจการ ผู้บริหารส่วนใหญ่ เป็นผู้ชายเกือบทั้งนั้น คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะมี โอกาสก้าวเข้าไปเป็นหนึ่งในนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จ ในฐานะเจ้าของกิจการและบริหารงานเอง เธอได้ฟันฝ่าอุปสรรค มากมายทั้งภาระหนี้สินและภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ จนวันนี้เธอนั่ง อยู่ในตำแหน่งประธาน (President) ของบริษัทยูนิพาร์ท (Unipart Co., Ltd) ซึ่งมีโรงงานผลิตถึง 2 แห่ง บุคคลที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้คือ “คุณรัตนา ชัยชนะกล” คุณรัตนา ปัจจุบันสมรสแล้ว มีบุตรสาว 1 คน บุตรชาย 1 คน เธอเป็นคนหนึ่งที่เกิดจากครอบครัวที่เป็นคริสเตียน เป็นสมาชิก คริสตจักรไมตรีจิต ในช่วงที่แต่งงาน เธอจำเป็นต้องรับช่วงธุรกิจ ที่ย่ำแย่ที่สุด เธอจึงรู้สึกเสมอว่าธุรกิจนี้เธอไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่ม จากติดลบ คือ หมายถึงบริษัทมีหนี้ที่ต้องชดใช้อยู่หลายล้านบาท และเธอก็ได้บอกเคล็ดลับในการที่จะก้าวจากจุดนั้น จุดที่ ลำบากและยากที่สุด มาถึงปัจจุบันนี้ได้ เธอกล่าวว่า “เราจะรู้จัก กับพระเจ้ามากที่สุดก็ในช่วงที่ลำบากมากที่สุด เพราะใน ตอนนั้นฉันทำงานเริ่มจากติดลบ แต่สามารถผ่านพ้นไปได้ ฉันอธิษฐานและขอต่อพระเจ้าเสมอที่จะให้มีสติ มีจุดยืนในการ ทำงาน และฉันก็ผ่านมาถึงจุดนี้ได้ […]

มั่นคง (ในความเชื่อ) ไว้ ดังเช่นตะวัน

มั่นคง (ในความเชื่อ) ไว้ ดังเช่นตะวัน เก็บตะวันที่เคยส่องฟ้า เก็บเอามาใส่ไว้ในใจ  เก็บพลังเก็บแรงแห่งแสงยิ่งใหญ่ รวมกันไว้ให้เป็นหนึ่งเดียว เก็บเอากาลเวลาผ่านเลย สิ่งที่เคยผิดหวังช่างมัน หนึ่งตัวตนหนึ่งคนชีวิตแสนสั้น เจ็บแค่นั้นก็คงไม่ตาย ธรรมดาเวลาฟ้าครึ้ม เมฆหม่น พายุฝนอยู่บนฟากฟ้า คงไม่นานตะวัน สาดแสงแรงกล้า ส่งให้ฟ้างดงาม  หากตะวัน ยังเคียงคู่ฟ้า จะมัวมาสิ้นหวังทำไม เมื่อยังมีพรุ่งนี้ให้เดินเริ่มใหม่ มั่นคงไว้ ดังเช่นตะวัน… เสียงเพลง “เก็บตะวัน” อันไพเราะจากน้องแก้ว….ลูกสาวคนโตของคุณอิทธิ พลางกูร เจ้าของบทเพลงผู้โด่งดังเมื่อราวเกือบ 20 ปีมาแล้ว ดังก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมของสมาคมพระคริสตธรรมไทยในบ่ายวันหนึ่งซึ่งเธอและคุณแม่ ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนและส่ง “ไก่ทอดเก็บตะวัน น้ำพริกยังจำไว้” ซึ่งทางสมาคมฯ ต้องขอขอบคุณครอบครัว “พลางกูร” ไว้ ณ โอกาสนี้ ที่ให้เกียรติพวกเราชาวสมาคมฯ ได้ฟังเพลงไพเราะและได้มีโอกาสสัมภาษณ์เรื่องราวคำพยานของคุณเจี๊ยบถึงชีวิตครอบครัวที่ผ่านมาและหลังจากคุณอิทธิได้จากครอบครัวไป สมาคมฯ เชื่อว่าเรื่องราวของครอบครัว “พลางกูร” ที่ท่านจะได้อ่านต่อจากนี้ไปจะสามารถหนุนใจหลายท่านที่กำลังต่อสู้กับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้เป็นอย่างดี คุณเจี๊ยบ หรือ นางชาญดา ลียะวณิช อายุ 44 ปี เล่าให้ฟังถึงอดีตว่า เธอเป็นชาวนครศรีธรรมราช ตอนเด็กได้มีโอกาสเรียนที่โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา […]

สวนเบธเลเฮม

สวนเบธเลเฮม “ผู้ที่แสวงหาพระเจ้า ไม่ขาดของดีใดๆ” ไร่แตงแคนตาลูปขนาด 4 ไร่ ปรากฏต่อสายตาของเราที่บ้านสวายเจริญ หมู่ 10 ต. ห้วยราช อ. ห้วยราชจ. บุรีรัมย์ น่าแปลกที่รสชาติของแคนตาลูปที่นี่ช่างแตกต่างจากที่เราเคยลิ้มรสทั่วไป หน่วยขายเคลื่อนที่ของสมาคมพระคริสตธรรมไทยได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าของไร่ และได้รับทราบเรื่องราวธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของเกษตรกรมือใหม่ที่ผันมาสู่มืออาชีพด้วยเหตุผลประการสำคัญคือ “ผู้ที่แสวงหาพระเจ้า ไม่ขาดของดีใดๆ” ท่านผู้นี้คือ ศิษยาภิบาล (ศบ.) เจษฏาพงษ์ ชำรัมย์ อายุ 43 ปี อดีตพนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทย ปัจจุบันเป็นศิษยาภิบาลเต็มเวลาของคริสตจักรพระกิตติคุณสมบูรณ์บุรีรัมย์ ต. อีสาน อ. เมือง จ. บุรีรัมย์ ภรรยาชื่อคุณจงลักษณ์ ชำรัมย์ มีบุตร 2 คน บุตรสาวอายุ 21 ปี บุตรชายอายุ 15 ปี สมาคมพระคริสตธรรมไทยขอขอบพระคุณท่านเจ้าของเรื่องที่ได้อนุญาตให้เรียบเรียงคำสัมภาษณ์ของท่านเพื่อ ความเข้าใจของผู้อ่านทั่วไป “เรารู้จักเจ้า ก่อนที่เจ้าก่อร่างในครรภ์มารดา” วันหนึ่ง ชายหนุ่มชื่อเจษฎาพงษ์ ในวัย 27 ปี รับการเชิญชวนของเพื่อนคริสเตียนให้ไปร่วมประชุมที่คริสตจักรเมืองบุรีรัมย์ เขารับเชิญโดยไม่ทราบเลยว่าที่คริสตจักรมีอะไร ในวันนั้น […]

เปลี่ยนแปลงเพราะเปลี่ยนใจ

เปลี่ยนแปลงเพราะเปลี่ยนใจ ชื่อ เสรี คำเปลี่ยน (ลีโอ) อายุ 26 ปี สถานภาพ โสด ภูมิลำเนา จ.เชียงใหม่ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาสารสนเทศศึกษา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ย้ายเข้ามาทำงานที่ กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2552 ด้านการออกแบบกราฟิกและสินค้า ปัจจุบันทำงานที่บริษัท ไอเท็ม เซฟตี้ โซลูชั่น จำกัด เป็นสัตบุรุษอาสนวิหารพระหฤทัยเชียงใหม่ โบสถ์ที่ไปเข้าร่วมนมัสการประจำคือโบสถ์เซนต์หลุยส์ สาธร อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้สนใจเรื่องของพระเจ้า เคยได้ยินเรื่องของพระเยซูมาบ้างไหมก่อนตัดสินใจรับเชื่อ?  เริ่มรู้จักพระเจ้าตั้งแต่เรียนอนุบาล ครั้งเป็นเด็กได้เรียนที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนคริสเตียน ในโรงเรียนคุณครูจะเล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ สอนร้องเพลงนมัสการแบบเด็กๆ สอนการอธิษฐาน อยู่เป็นประจำ ตอนนั้นเราเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ ด้วยเติบโตในครอบครัวที่มีวิถีชีวิตแบบชาวไทยพุทธ บทบาทของพระเยซูจึงเป็นเหมือนคนดีคนหนึ่งที่เรามักจะคิดถึงเฉพาะวัน คริสต์มาสตามประสาเด็กๆ และสิ่งที่ทำให้เราสนใจเกี่ยวกับพระองค์คือ ความสงสัยว่าทำไมคนมากมายจึงเชื่อและศรัทธาต่อพระเยซู จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เริ่มศึกษาพระคัมภีร์ทางไปรษณีย์และหาอ่านบทความต่างๆ เมื่อศึกษาและปฏิบัติตามแล้ว พบได้ถึงความสุขและความอบอุ่นท่ามกลางความวุ่นวายจากสิ่งรอบตัว ตลอดจนคำพยานจากเพื่อนเรื่องอัศจรรย์ต่างๆ จนเราพร้อมก็รับพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด?? หลังจากต้อนรับพระเยซูแล้ว มีอะไรในชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?  เมื่อเราต้อนรับพระองค์ ชีวิตเปลี่ยนไปในทางดีขึ้น เพราะแต่ก่อน ผมเป็นคนที่ค่อนข้างถือตัวในระดับหนึ่ง […]

เพราะฉันเป็นแม่

เพราะฉันเป็นแม่ การมีลูกคือการสร้างประชากรของพระเจ้า ข้อความนี้มีความหมายพิเศษ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ความหมายพิเศษแค่ไหนก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่าการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีของสังคม นี่เป็นแนวความคิดและการปฏิบัติสุดยอดที่แม่ทุกคนจะพึงคิดพึงทำ แต่สำหรับ สุนีย์ วงศ์กำชัย ผู้เป็นเจ้าของคำพูดประโยคนี้ เธอยอมรับว่าด้วยความเป็นมนุษย์นั้นคงให้ได้แค่ชีวิตของลูก การรักษาชีวิตของลูกให้รอดและให้ดีนั้น แม่ต้องมีความเชื่อและไว้วางใจในพระคุณของพระเจ้า เพราะความช่วยเหลือของพระเจ้านั้นจะพอเพียงสำหรับเราเสมอ สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้รับเกียรติสัมภาษณ์ คุณสุนีย์ วงศ์กำชัย ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต จบการศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโทด้านการบัญชีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมรสกับอาจารย์ทองหล่อ วงศ์กำชัย หัวหน้าฝ่ายแปลพระคัมภีร์ของสมาคมพระคริสตธรรมไทย มีบุตรชายชื่อนายวิสุทธิ์ วงศ์กำชัย อายุ 18 ปี นิสิตปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บุตรสาวชื่อ ด.ญ. เมตตา วงศ์กำชัย อายุ 11 ปี นักเรียน Grade 6 (ประถมปีที่ 6) โรงเรียน Bangkok Adventist Church School ในวัยเด็ก คุณสุนีย์เริ่มการศึกษาที่โรงเรียนเยนเฮส์เมโมเรียลซึ่งเป็นโรงเรียนคริสเตียน และได้ยินเรื่องพระเจ้าที่นั่น เธอบอกว่าตอนนั้น “ไม่เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลก คนเราเกิดมาโลกก็มีอยู่แล้ว รู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้าสร้าง”  จนกระทั่งมาเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา […]

แสงสว่างในมุมมืด

แสงสว่างในมุมมืด ผมชื่อทวีศักดิ์ จันทร์แจ่ม (ตํอง) เป็นคนจังหวัดมุกดาหาร ผมมีพี่น้อง 3 คน ผมเรียนจบชั้นประถมฯ 6 หลังจากเรียนจบก็ได้หนีเข้ามาที่กรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ แล้วผมก็โดนหลอก เขาเอาผมมาขายตามสำนักงานจัดหางานเถื่อนแถวๆ หัวลำโพง และถูกส่งไปทำงานหลายที่ไม่เป็นหลักแหล่ง โดนหลอกเรื่อยไป และสุดท้ายก็ได้งานที่คิดว่าดีที่สุดในตอนนั้น และเป็นงานที่ผมชอบมากคือเป็นพนักงานส่งเอกสารเงินเดือนประมาณ 4,500 บาท จุดนี้แหละที่ชีวิตเริ่มหักเห หลังจากทำงานได้ไม่นาน ผมก็เริ่มมีเพื่อนมากขึ้น เป็นที่รู้จัก และมีเพื่อนที่คบหาสนิทและรักกันมาก เพื่อนเหล่านั้นก็มีทั้งดีและไม่ดี ช่วงนี้เอง ที่ผมได้รู้จักกับยาบ้าเป็นครั้งแรกในชีวิต เพื่อนที่รักมากนี่เองที่ชักชวนให้เสพ แต่ชักชวนยังไงผมก็ไม่ยอมเสพเพราะครอบครัวดั้งเดิมของผมรวมทั้งพ่อของผมไม่สูบแม้กระทั่งบุหรี่ แต่การชักชวนนี้ก็ทำให้ผมมีความคิดอะไรบางอย่างผุดขึ้นมาในสมองว่า “ถ้าผมจะขายมันล่ะ ? ผมก็คงจะมีเงินเยอะ” ความคิดนี้เองที่ทำให้ผมเริ่มเดินทางเส้นนี้ ผมได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะขายยาเสพย์ติดโดยไม่รีรออะไรเลย ผมรู้นะว่ามันผิด แต่ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องอื่นนอกจากเงินเท่านั้น เงินเป็นทุกสิ่งสำหรับผม และผมพูดเสมอว่าเงินคือพระเจ้า และผมก็ทำสำเร็จ วันหนึ่งๆ ผมขายยาได้เงินประมาณ 40,000 – 50,000 บาท ผมมีความสุขมากที่สุด อยากได้อะไรก็ได้ แถมยังมีเพื่อนๆ เป็นจำนวนมากที่เป็นลูกน้องของผม ผมทำอย่างนี้ได้ประมาณ 2 ปี ชื่อของผมก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นติดบัญชีดำของโรงพักแห่งหนึ่ง […]

ในพระหัตถ์พระเจ้า

ในพระหัตถ์พระเจ้า และเขาคนนี้วิศวกรหนุ่ม อนาคตไกล ที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะอุบัติเหตุร้ายแรง เขาถูกรถชนบนทางโทลล์เวย์และตกลงมาที่พื้นถนนด้านล่างซึ่งสูงประมาณตึก 5 ชั้น ใครๆ เห็น แล้วก็บอกว่า “เขาคงไม่รอดแน่นอน! หรือถ้ารอด ก็คงเป็นเจ้าชายนิทราหรือเป็นอัมพาต” แต่เขารอดมาได้ เขาได้ให้เกียรติมาเล่าให้เราฟังถึงเหตุการณ์ ที่ผ่านมาภายใต้ความเจ็บปวดทางร่างกายอย่างแสนสาหัส มีน้ำพระทัยของพระเจ้าที่เป็นพระพรแฝงลึกในเหตุการณ์เหล่านั้น เพราะในช่วงเวลาแห่งความเจ็บป่วยนี้เองมีวิญญาณจิตดวงหนึ่งได้กลับใจมาเชื่อพระเจ้า ได้พบกับความรอด ท่านเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณอ๊อดคือคุณแม่ของคุณอ๊อดเอง คุณสุริยา สุคำภา มีชื่อเล่นๆ ว่า “อ๊อด” เกิดในครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นครู คุณแม่ค้าขาย เขาได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่นในคณะวิศวกรรมศาสตร์และได้เดินทางไปเรียนอยู่ที่นั่น เขาเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่ชอบทั้งสูบ ดื่ม และเที่ยวหนักมาก จนการเรียนตกต่ำ (ติด F ถึง 4 วิชา) เมื่อกลับไปบ้านก็ไม่กล้าบอกพ่อแม่กลัวท่านเสียใจ แม้ตั้งใจว่าเทอมหน้าจะเริ่มตั้งใจเรียน แต่ดูเหมือนเขาไม่มีกำลังที่จะเอาชนะการทำสิ่งเลวร้ายต่างๆได้ และแล้วก็ได้รู้จักกับเพื่อนคริสเตียนคนหนึ่งได้ชวนเขาไปร่วมกลุ่ม ชมรมนักศึกษาคริสเตียน เขาได้มีโอกาสพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ชีวิต เขาจึงได้เริ่มศึกษาและเข้าไปสัมผัสกับชีวิตของคริสเตียน เขาเล่าให้ฟังว่า “ในคืนหนึ่งผมได้อ่าน ใบปลิวใบหนึ่ง ในนั้นกล่าวว่า ‘มนุษย์ทุกคนเป็น คนบาป พระเจ้าจะมาพิพากษา’ ผมเริ่มรู้สึกตัวเอง เป็นคนบาป อยากได้รับการช่วยเหลือจากพระเจ้า จึงได้กลับใจใหม่เชื่อพระเจ้าในที่สุด […]

ในพระเจ้าไม่มีความบังเอิญ

ในพระเจ้าไม่มีความบังเอิญ เรื่องของอรุณและรูธ ซ๊อก เน๊พ (Arun & Ruth Sok Nhep) สามีชาวกัมพูชาโดยกำเนิด และ ภรรยาชาวฝรั่งเศส ผู้มาจากวิถีชีวิตที่แตกต่าง แต่ พระเจ้าทรงนำให้มาพบกันและทำงานรับใช้พระองค์ ร่วมกัน ปัจจุบันอรุณเป็นเจ้าหน้าที่สหสมาคม พระคริสตธรรมแห่งภาคพื้นเอเซีย-แปซิฟิก ทำงานที่ ประเทศสิงคโปร์ มีบุตรชาย 2 คนอายุ 14 และ 16 ปี อรุณ ซ๊อก เน๊พ (Arun Sok Nhep) เกิดใน กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา บิดาเป็นข้าราชการ ทหาร ทั้งครอบครัวได้มารับเชื่อพระเจ้า โดย เริ่มจากน้องชายซึ่งไปวิ่งเล่นที่โบสถ์คริสเตียน ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จึงมีโอกาสเรียนรู้เรื่องพระเจ้า และได้นำพ่อและแม่มาเชื่อพระเจ้าด้วย แต่อรุณคิดว่า ตนเองเป็นหนุ่มแล้วไม่ควรจะให้ใครมาจูงจมูกได้ง่ายๆ เมื่ออรุณอายุได้ประมาณ 17 ปี สงครามขยายลัทธิ คอมมิวนิสต์กระจายไปทั่วคาบสมุทรอินโดจีน รวม ทั้งกัมพูชา การฆ่าฟันและความเกลียดชังกันแพร่ กระจายไปทั่ว ความโหดร้ายของภัยสงครามกลาย […]

ผมเอาเงินค่าขนมไปซื้อหนังสือ

เรื่่องของ “น้องมาร์ค” หรือ ด.ช. กันต์ชนก นาคภิบาล บุตรนายมนตรี และ นางชัญนารี นาคภิบาล นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมปีที่ 1 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ น้องมาร์คได้เรียนวิชาอบรมคริสเตียนศึกษา และมีความสนใจวิชานี้มาก ชอบคุยเรื่องพระเยซูกับคุณแม่เป็นครั้งคราว บ่อยครั้งที่น้องมาร์คยืมหนังสือที่มีเรื่องราวจากพระคัมภีร์มาให้คุณแม่ดูจากห้องศาสนกิจของโรงเรียน และเคยบอกให้คุณแม่หาซื้อหนังสือนั้นมาให้ แต่คุณแม่ก็ไม่ทราบว่าจะไปซื้อได้ที่ไหน เมื่อน้องมาร์คมาอยู่ชั้นประถม 3 และมีหน่วยขายเคลื่อนที่ของสมาคมพระคริสตธรรมไทยมาที่โรงเรียน น้องมาร์คจึงได้ซื้อหนังสือการ์ตูนชุดพระวจนะแห่งปัญญา (ไทย-อังกฤษ) 2 เรื่อง และได้บอกคุณพ่อคุณแม่ว่า ได้นำเงินค่าขนมไปซื้อหนังสือมา 2 เล่ม และถามว่า “คุณแม่อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติพระเยซูไหม” น้องมาร์คได้เล่าเรื่องในพระคัมภีร์ให้คุณแม่ฟังเป็นตอนๆ และได้เปิดภาพในหนังสือการ์ตูนให้คุณแม่ดูเพื่อให้เข้าใจเรื่องมากขึ้น นอกจากนั้น ได้นำสมุดปฏิบัติการที่ทำในชั่วโมงวิชาอบรมคริสเตียนศึกษาซึ่งสอนโดยคุณครูรุ่งนภา พนาโชติสกุล มาให้คุณแม่ดูและอธิบายให้ฟังบ่อยๆ ต่อมาไม่นาน น้องมาร์คได้ซื้อหนังสือชุดพระวจนะแห่งปัญญา 2 ภาษามาอีกจนครบชุด โดยซื้อครั้งเดียว 6 เล่ม ด้วยเงินค่าขนมของเขาที่มีอยู่ทั้งหมดในวันนั้น และนำมาให้คุณแม่ดูพร้อมทั้งเล่าเรื่องให้ฟังเป็นประจำ รวมทั้งอธิบายว่าพระเยซูรักมนุษย์อย่างไร สิ่งที่พระเยซูต้องการและไม่ต้องการให้มนุษย์กระทำ เล่าซ้ำไปซ้ำมาครั้งแล้วครั้งเล่า สิ่งที่คุณแม่จำได้ไม่มีวันลืมคือ เขาได้มอบของชิ้นแรกในชีวิตแก่คุณแม่ซึ่งเขาหาซื้อมาด้วยตนเอง สิ่งนั้นคือสร้อยคอทำจากเมล็ดพืชอบแห้งเคลือบแลคเกอร์ […]

ปาฏิหาริย์… มีจริง

เรื่องที่ท่านจะได้อ่านนี้เรียบเรียงจากคำบอกเล่าของคุณแม่สาวสวยอายุ 40 ปี และลูกชายวัย 5 ขวบ 6 เดือน ทั้งแม่และลูกเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผ่านวันอันเลวร้ายมาได้และมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งเพราะ “ปาฏิหาริย์มีจริง” สมาคมพระคริสตธรรมไทยจำเป็นต้องใช้นามสมมุติและงดลงภาพถ่าย เพื่อปกป้องเจ้าของเรื่องให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุข หากนามสมมุติและส่วนหนึ่งส่วนใดในเรื่องนี้ไปพ้องกับชีวิตของผู้ใด สมาคมฯ ต้องเรียนขออภัยมา ณ ที่นี้ และหวังว่าท่านจะเข้าใจจุดประสงค์ของสมาคมฯ ที่ต้องการให้ชีวิตของเจ้าของเรื่องเป็นพยานถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และหวังด้วยว่าเรื่องนี้จะช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านสามารถคิดและปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วยใจเป็นธรรมและด้วยความรักในพระคริสต์ สมาคมฯ ขอขอบพระคุณอาจารย์แอลแลน เอ็ลลาร์ดและภรรยาคือคุณเมลิน แห่งองค์การส่งเสริมพันธกิจคริสตจักรด้านเอดส์ (AIDS Care Education and Tranining – ACET Thailand) ที่ได้กรุณาประสานงานและนัดหมายเพื่อการสัมภาษณ์ครอบครัวนี้อย่างใกล้ชิด และขอขอบคุณ “ดาว” ผู้กล้าหาญเปิดเผยตัวเองเพื่อจะเป็นกำลังใจแก่คนอื่นๆ อีกมากมายที่มีประสบการณ์เช่นเดียวกัน ชีวิตจริงเหมือนอิงนิยาย “ดาว” (นามสมมุติ) เกิดที่จังหวัดสุพรรณบุรีเมื่อ พ.ศ. 2510 เป็นน้องคนเล็กในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 8 คน ชีวิตลำเค็ญของดาวเริ่มเมื่ออายุยังไม่ถึงขวบเมื่อพ่อโดนยิงตาย และแม่เสียใจจนไม่เป็นอันทำมาหากิน ในที่สุดก็ต้องแยกลูกทั้ง 8 คนไปฝากไว้กับคนรู้จักบ้านละคน ส่วนดาวแม่เอาไปไว้ที่ร้านขายของชำในหมู่บ้านโดยแม่จะไปเยี่ยมบ้างนานๆ ครั้ง ด้วยความคิดถึงแม่ ดาวหนีจากบ้านนี้เมื่ออายุประมาณ […]

1 8 9 10 11 12