พระเจ้าให้ชีวิตเธอ… อีกครั้ง 4/09

พระเจ้าให้ชีวิตเธอ… อีกครั้ง ชีวิตที่กำเนิดมาบนโลกใบนี้ ต่างก็ต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป บางคนก็เกิดมาในครอบครัวที่ดี ร่ำรวย สุขสบาย บางคนที่เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ทุกข์ยาก แต่สำหรับเธอคนนี้ เกิดมาในครอบครัวที่มีความเพรียบพร้อม มีฐานะดี มีหน้าที่การงานที่ดี เป็นครอบครัวที่เชื่อในพระเจ้า มีความสุขกับชีวิตที่ดำเนินอยู่ในวิถีทางของพระองค์ แต่วันหนึ่ง…ปัญหาก็ได้คืบคลานเข้ามาในชีวิตเธอ เธอเกิดความรู้สึกว่าสมองเริ่มผิดปกติ ปวดศีรษะรุนแรง จนต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองอย่างเร่งด่วน ทุกขั้นตอนที่เผชิญกับปัญหา พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งเธอ ทรงอยู่ด้วย และทรงนำเธอ ทั้งหมอ โรงพยาบาล และอื่นๆ จนเธอสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากนั้นไปได้ ในช่วงเวลาที่เธอเจ็บป่วย เธอได้สัมผัสกับการดูแลของพระเจ้า ความรักจากครอบครัว จากผู้คนมากมาย จนเธอลืมความทุกข์ที่กำลังเผชิญอยู่ มันกลับกลายเป็นความสุข ความอิ่มเอิมใจ จนเธอตระหนักว่า…ชีวิตใหม่ที่กำลังมีอยู่ขณะนี้ พระเจ้าได้ประทานให้แก่เธอ…อีกครั้ง เธอจึงได้ตัดสินใจเข้าศึกษาที่โรงเรียนพระคริสตธรรมและถวายตัวรับใช้พระองค์ ขอแนะนำให้รู้จักกับเธอคนนั้น คุณณิชารีย์  ธีรกุลชน คุณณิชารีย์ ปัจจุบันอายุ 53 ปี จบการศึกษาปริญญาโทที่สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ (BIT) สมรสกับคุณคุณากร งอกประเสริฐกุล มีบุตรชายและบุตรสาว คือ นายปุณชวิศ งอกประเสริฐกุลกำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น และด.ญ.ณิชากร งอกประเสริฐกุล กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง […]

ทุกปัญหา มีทางออก ใช้ชีวิตอย่างมีสติ 3/09

ทุกปัญหา มีทางออก ใช้ชีวิตอย่างมีสติ เมื่อต้นปี 2009 มีภาพยนตร์โฆษณาชิ้นหนึ่งที่ได้รับการกล่าวขวัญจากผู้ชมเป็นจำนวนมากและได้รับรางวัลสื่อมวลชนดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2552 ประเภทโฆษณา (Catholic Media Award 2009) เป็นเรื่องของครอบครัวหนึ่งที่ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ภาพเริ่มจับที่พ่อกำลังนั่งอ่านหนังสือ พิมพ์ ขณะที่ลูกชายวัยประมาณ 5 ขวบกำลังเล่นต่อไม้รูปทรงต่างๆ อยู่บนพื้นห้อง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พ่อเดินไปรับโทรศัพท์ “ฮัลโหล…ว่าไงนะ …โครงการล้ม…แล้วของที่ลงไปแล้วละ…” “หมดกัน…สร้างมากับมือ” พ่อทรุดตัวลงหัวใจสลายเพราะธุรกิจที่ทำอยู่พังพินาศไปในชั่วพริบตา ความทุกข์ที่บีบคั้น ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ลูกชายก็ยังเล็กจะอยู่ได้อย่างไร พ่อเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานเพื่อจะหยิบอาวุธหวังจบชีวิตทั้งพ่อทั้งลูก “โครม!” ตัวต่อไม้ที่ลูกชายกำลังก่อสร้างอยู่นั้นพังครืนลงมา “หมดกัน…สร้างมากับมือ” ลูกอุทานออกมาด้วยประโยคเดียวกันกับพ่อ เด็กชายคงรู้สึกว่าสิ่งที่พยายามทำมายาวนานนั้นมันพังลงมาเพียงแค่พริบตาเช่นกัน เด็กชายฟุบหน้าลงกับฝ่ามือ “ไม่เป็นไร สร้างใหม่ก็ได้…” เด็กชายเงยหน้าขึ้นด้วยแววตามุ่งมั่น คำพูดสั้นๆ ของเขา ทำให้ผู้เป็นพ่อต้องหยุดคิด “ใช่…ไม่เป็นไร สร้างใหม่ก็ได้” “ทุกปัญหามีทางออก ใช้ชีวิตอย่างมีสติ… ยาหม่องน้ำเซียงเพียวอิ๊ว” เบื้องหลังโฆษณายาหม่องน้ำเซียงเพียวอิ๊ว คุณสุวรรณา อัครพงศ์พิศักดิ์ ทายาทรุ่นลูกของธุรกิจเซียงเพียวอิ๊ว และผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มวัยรุ่นภายใต้แบรนด์ เปปเปอร์มินท์ฟิว ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เล่าถึงสปอร์ตโฆษณาชุด […]

ยอมจำนนกับพระเจ้า 2/09

ยอมจำนนกับพระเจ้า ผศ.ดร.สมนึก คีรีโต เกิดมาในครอบครัวที่มิได้ร่ำรวยเงินทอง เขาเป็นเด็กที่ใฝ่หาความรู้ เขาไปเรียนภาษาอังกฤษ ณ คริสตจักรเล็กๆ แห่งหนึ่งโดยมีจุดมุ่งหมายเดียว คือเพิ่มพูนความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ เขาไม่เคยรู้เรื่องหรือสนใจเรื่องพระเ แต่อย่างใด แต่…สิ่งที่เขาได้รับกลับมาไม่เพียงแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น เขาได้รู้จักความรอดในองค์พระเยซูคริสต์เจ้า เขาได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิต และชีวิตของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงไป พระเจ้าทรงนำชีวิตเขาจากวันนั้น…ถึงวันนี้ เขาคือ ผศ.ดร.สมนึก คีรีโต พระเจ้าทรงเลือกท่านให้รู้จักกับพระองค์  ดร.สมนึกเล่าให้ฟังถึงวันเวลาในอดีตเมื่อครั้งที่มารู้จักกับพระเจ้าว่า “ผมได้ไปที่คริสตจักรเล็กๆ แห่งหนึ่งแถวเทเวศน์ ซอย 3 ขณะนั้นผมอายุประมาณ 13 ปี และเรียนอยู่ชั้น ม.ศ. 1 โรงเรียนวัดมกุฎกษัติยาราม เวลานั้นผมไม่ได้สนใจเรื่องของพระเจ้าแต่อย่างใด แต่ไปเพราะมีการเปิดสอนภาษาอังกฤษที่คริสตจักรนั้น ก่อนเข้าชั้นเรียนจะมีผู้นำพูดเรื่องราวของพระเจ้า มีการเป็นพยาน และร้องเพลงคริสเตียน เมื่อได้ยินได้ฟังบ่อยๆ ครั้งผมรู้สึกสนใจ จึงได้มาร่วมนมัสการในวันอาทิตย์ด้วย และมีโอกาสศึกษาเรียนคัมภีร์ ผมจำได้ว่าได้สัมภาษณพ์ ิเศษเรียนพระธรรมโรม เรื่องมนุษย์เป็นคนบาปและหลงเจิ่นไปจากทางของพระเจ้า “ผมรู้สึกซาบซึ้งในพระวจนะของพระเจ้า จึงได้เปิดใจต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด โดยผมเป็นคนแรกในกลุ่มเพื่อนๆ ที่ไปเรียนภาษาอังกฤษด้วยกัน ที่รับเชื่อ” “ผมรู้สึกซาบซึ้งในพระวจนะของพระเจ้า คือเมื่อได้ฟังเรื่องของพระเจ้าแล้วรู้สึกว่ามีความสงบ มีสันติสุข และรู้สึกว่าทางของพระเจ้านี่แหละคือทางที่เราอยากจะตัดสินใจเดินตาม ซึ่งก่อนที่ผมจะรับเชื่อ […]

ลมหายใจเป็นของพระเจ้า 1/09

ลมหายใจเป็นของพระเจ้า มคนเคยบอกว่า บางครั้งชีวิตก็เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย “เส้นด้าย” นั้นช่างบอบบางนัก อาจขาดอย่างง่ายดาย ชีวิตของ “คุณสมชาย สุขุมพันธนาสาร” ก็เคยเกือบอยู่ในจุดนั้นมาแล้ว ในขณะเดียวกัน ก็เป็นวาระหนึ่งของชีวิตที่ทำให้ตระหนักในสิ่งสำคัญยิ่งว่า “ลมหายใจเป็นของพระเจ้า” คุณสมชาย เกิดในครอบครัวคริสเตียน เป็นสมาชิกคริสตจักรไมตรีจิต สมรสแล้ว ภรรยาชื่อคุณปิยนุช มีบุตร 3 คน คือ ด.ญ.แพรวพราว อายุ 10 ปี ด.ช.ภูมิภัทร อายุ 7 ปี และ ด.ญ.ภัทราพร อายุ 5 ปี ปัจจุบันรับใช้พระเจ้าในตำแหน่งมัคนายกฝ่ายดนตรีที่คริสตจักรไมตรีจิต และยังมีส่วนในงานมิชชั่น และการประชุมต่างๆ ด้วย แม้จะเกิดในครอบครัวคริสเตียน แต่เขาก็ได้รู้จักและสัมผัสกับพระเจ้าจริงๆ เมื่อไปใช้ชีวิตในต่างประเทศตามลำพัง “การไปใช้ชีวิตในประเทศอเมริกา ทำให้ผมรู้จักกับพระเจ้ามากขึ้นเพราะผมไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่อายุ 18 ปี ไปศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ประสบการณ์ตรงนี้ทำให้ผมเห็นและสัมผัสกับพระเจ้าจริงๆ เพราะผมต้องเผชิญชีวิตด้วยตัวเอง ผมไม่รู้จักใครที่อเมริกา พระเจ้าได้จัดเตรียมที่เรียนให้ แม้กระทั่งเรื่องงานด้วย ผมไปถึงที่นั่นแค่ 2 อาทิตย์ […]

พระพรหรือ…พระพักตร์? 4/08

พระพรหรือ…พระพักตร์? ย้อนหลังกลับไปราวกว่า 7 ปี ที่ลอส แองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา สมัยที่ดิฉันยังไม่รู้จักพระเจ้า… ทรงเตือนผ่านทูตสวรรค์ วันนั้นจำได้ว่าที่วัดไทยนอร์ทฮอลลีวู้ด มีการจัดงานบุญเทศกาลสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่หลายวันหลายคืน มีการทำบุญ ขายอาหารไทย การละเล่นแบบไทย ๆ และอะไรอีกมากมายเท่าที่สถานที่จะอำนวยให้จัดได้ ถ้าใครที่เป็นชาวพุทธเคยอยู่ที่ ลอส แองเจลิส ก็คงจะทราบดีว่าเวลามีงานวัดที่นั่น คนไทยจะแห่ไปทำบุญกันอย่างแน่นขนัด และจะตื่นเต้นสนุกสนานเป็นพิเศษ เพราะบรรยากาศในงานจะเหมือนกับเราได้อยู่เมืองไทยไปเที่ยวงานวัดยังไงยังงั้น โดยเฉพาะคนที่จากเมืองไทยไปนานๆ ร่วม 10 ปี แบบดิฉัน ยิ่งรู้สึกสนุกและตื่นเต้นเป็นพิเศษและอดไม่ได้ที่จะชวนเพื่อนฝูงไปเที่ยวทำบุญร่วมกัน และวันนั้นดิฉันก็ชวนพี่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งดิฉันได้มีโอกาสรู้จักเธออย่างไม่ได้ตั้งใจ และรู้แค่ว่าเธอชื่อพี่จุ๋ม เรารู้จักกันได้ไม่นานก็ค่อนข้างคุยกันถูกคอ “พี่จุ๋มไปทำบุญที่วัดไทยด้วยกันไหม มีงานวัดสนุกมากเลย” ดิฉันเอ่ยชวนเสียงใสและก็คิดว่าเธอต้องไปกับดิฉันแน่ แต่เธอกลับปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่า เธอเป็นคริสเตียน ไปทำบุญแบบดิฉันไม่ได้จึงขอตัว ดิฉันผิดหวังเล็กน้อยแล้วก็ถามเธอไปว่า ทำไมเธอถึงเป็นคริสเตียน แล้วคริสเตียนเขาเป็นกันยังไงเหรอแล้วทำไมทำบุญไม่ได้ล่ะ… เธอก็เล่าตอบแบบสรุปให้ฟังบางส่วนว่า ก่อนนี้เธอไม่ได้เชื่อพระเจ้า แต่วันหนึ่งเธอป่วยเป็นโรคที่หมอบอกว่าไม่มีทางรักษาหายขาด แต่เธอมีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวของพระเจ้าและได้อธิษฐานขอการทรงรักษา ปรากฏว่าเธอหายจากอาการโรคดังกล่าว ต่อมาคุณพ่อของเธอก็ป่วยเป็นโรคร้ายซึ่งหมอเองก็บอกว่าคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน เธอจึงอธิษฐานขอพระเจ้ารักษาคุณพ่อของเธอและในที่สุดคุณพ่อของเธอก็หายจากโรคร้ายนั้น นั่นเองทำให้เธอเดินเข้าโบสถ์เพื่ออธิษฐานขอเป็นลูกพระเจ้าด้วยตัวเธอเอง ดิฉันไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เธอพูดเท่าไรนัก สุดท้ายเธอก็บอกดิฉันว่า ถ้าดิฉันอยากรู้จักพระเยซูพระเจ้าของเธอ ให้ลองอธิษฐานดู มีปัญหาอะไรก็อธิษฐานขอได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย…เธอคงมีประสบการณ์ด้านนี้จึงท้าทายดิฉันอย่างมั่นใจ […]

คนเหนือดวง 2/08

คนเหนือดวง สมาคมพระคริสตธรรมไทย ขอขอบคุณ คุณปรีชา คงกิติมานนท์ อายุ 44 ปี อดีตหมอดูฮวงจุ๊ยผู้ได้รับการยอมรับจากวงการซินแสชื่อดังของเมืองไทยในความรู้ความสามารถ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าช่างสุสานบ้านนา จ.นครนายก ของคริสตจักรสะพานเหลือง สามย่าน ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องราวในอดีตของตนจนกระทั่งมาเป็นคริสเตียนอย่างน่าสนใจยิ่ง หากใครที่ต้องการรู้ว่า คนเหนือดวง เป็นอย่างไร? มีจริงหรือไม่? และเป็นคนแบบไหน?… ต้องไม่พลาดที่จะติดตามเรื่องราวต่อไปนี้ ผู้รอบรู้ศาสตร์ฮวงจุ๊ย ก่อนจะมาเป็นหัวหน้าช่างสุสานบ้านนาของคริสตจักรสะพานเหลืองฯ และกลับใจมาเป็นคริสเตียน คุณปรีชา ทำงานเป็นหัวหน้าช่างสุสานอยู่ที่สุสานสุขาวดี อ.หนองแค จ. สระบุรี มาก่อน ต้นตระกูลของคุณปรีชานั้นแซ่ลิ้ม มาจากชลบุรี ทำเรื่องฮวงจุ้ยสุสาน มาแต่แรกเริ่ม..หลังจากมีลูกได้ 8 คน คุณพ่อของคุณปรีชาก็ย้ายไปทำงานอยู่ที่สุสานสุขาวดีของสมาคมจีนโผวเล้งแห่งประเทศไทย และไม่นานก็มีลูกเพิ่มอีก 1คน คือคุณปรีชาซึ่งเป็นคนสุดท้องนั่นเอง คุณปรีชาเล่าว่าตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ตนก็คลุกคลีอยู่กับศพและเรื่องของพิธีกรรมต่าง ๆ ในสุสานนั้นแล้ว พออายุได้ 17 ปี ก็เริ่มให้ความสนใจและศึกษาศาสตร์ฮวงจุ้ยอย่างจริงจังจากซินแสผู้รู้รุ่นเก่า โดยใช้การสังเกต จดจำ ศึกษา ซักถาม อีกทั้งใช้ประสบการณ์ และการพิสูจน์จากเหตุการณ์จริงด้วยตนเอง […]

เมื่อพระเจ้าทรงตีสอน 1/08

เมื่อพระเจ้าทรงตีสอน ข้าพเจ้าชื่อ นางรัชนี รัตตศิริ อายุ 67 ปี ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ เป็นสมาชิกคริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ ข้าพเจ้าเขียนคำพยานนี้เพื่อขอบพระคุณพระเจ้าผู้ทรงดูแลข้าพเจ้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระองค์ทรงตีสอนเมื่อข้าพเจ้าหลงจากทางของพระองค์ในอดีต และเมื่อข้าพเจ้าสำนึกผิดและขอรับการอภัยโทษ พระองค์ก็มีพระเมตตาต่อข้าพเจ้าซึ่งมากล้นจนสุดที่จะกล่าวถึง ข้าพเจ้าจึงโมทนาขอบพระคุณพระองค์และตั้งใจถวายช่วงชีวิตที่เหลืออยู่นี้เป็นพยานถึงความรักอันไม่มีขอบเขตของพระองค์อย่างแท้จริง เป็นพระพรของพระเจ้าที่ให้ข้าพเจ้ามีโอกาสได้อ่านวารสาร “คริสตสายสัมพันธ์” ด้วยความเอื้อเฟื้อให้ยืมอ่านจากพี่ศรีวิไล พูนทาจักร ซึ่งร่วมทำพันธกิจอาสาเยี่ยมผู้เจ็บป่วยด้วยกันทุกวันพุธที่คริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ ต่อมาข้าพเจ้าอยากให้น้องชายและญาติๆ หลายคนได้อ่านด้วย จึงเขียนมาถึงสมาคมพระคริสตธรรมไทย และทางสมาคมก็ได้กรุณาจัดส่งมาให้ 4 เล่ม ข้าพเจ้าจึงนำไปถ่ายเอกสารแล้วแจกจ่ายต่อไปยังผู้ที่สนใจ ส่วนหนังสือก็นำไปให้ผู้ที่มารับการรักษาแบบ “สัมผัสรัก” ซึ่งมีราว 10-30 คน ในวันอังคารที่ห้องพันธกิจได้อ่านขณะที่เขารอคอยคิวเพื่อจะเข้ารับการรักษา ซึ่งก็ขอขอบคุณทางสมาคมพระคริสตธรรมไทยด้วย ข้าพเจ้าคิดว่านี่ก็เป็นการนำพระพรไปสู่พวกเขาอีกทางหนึ่ง ต้นตระกูลแห่งความเชื่อ ขอเล่าถึงพื้นฐานของครอบครัวให้ฟังว่า ตระกูลของเราเป็นคริสเตียนมาตั้งแต่ต้น มีหลักฐานจากหนังสือ “ประวัติที่มาแห่งนามสกุล ชัยนิลพันธุ์-ไชยทิพย์” ของมูลนิธิตระกูล “ชัยนิลพันธ์” โดยคุณชัยยศ ชัยนิลพันธุ์ เป็นผู้รับมอบหมายให้พิมพ์แจกญาติพี่น้อง เล่ากันว่า ต้นตระกูลนี้ชื่อ “หมื่นพันทอง” ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ครอบครองเขลางค์นคร(ลำปาง) ท่านได้ช่วยเจ้ากาวิละแห่งเมืองเชียงใหม่รบกับพม่าจนออกไปจากลานนาไทย ท่านมีความเก่งกล้าในด้านไสยศาสตร์ ยิงไม่ออกและฟันไม่เข้า เมื่อเป็นแม่ทัพคุมกำลังไปทำสงคราม ณ ที่ใด […]

ไม่มีใครรักผมสักคน

ไม่มีใครรักผมสักคน คุณกมลรัตน์ ทองสิน ปัจจุบันอายุ 26 ปี (พ.ศ. 2550) เป็นครูสอนอิเลคโทน ประจำอยู่ที่โรงเรียนดนตรีสยามกลการ อ. เมือง จ. ตรัง  เป็นสมาชิกคริสตจักรตรัง และร่วมรับใช้พระเจ้าในพันธกิจต่างๆ ของคริสตจักร ไม่มีใครรักผมสักคน ใครๆ ชอบเรียกผมว่า “เสก” ผมเองก็ชอบชื่อนี้เพราะคิดว่าถ้าผม “เสก” อะไรต่อมิอะไรได้ดังใจ ผมจะ “เสก” ให้พ่อแม่มาหาผมสักครั้ง ตั้งแต่จำความได้ ผมไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร อยู่ที่ใหน ชีวิตมีแต่ยายและน้าๆ ผมเกิดที่ภูเก็ตเมืองฟ้าเมืองสวรรค์ที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะมาเยือน แต่สำหรับผมมันเป็นนรกที่อยากจะหนีไปให้ไกล ผมรู้สึกว่าชีวิตไม่มีค่าไม่มีใครรัก ผมจำได้ตอนที่ผมเป็นเด็กผมอยากมีของเล่นเหมือนคนอื่นบ้าง แต่เชื่อไหมไม่เคยมีใครซื้อของเล่นให้ผมเลย ผมต้องไปขอเพื่อนๆ ข้างบ้านเล่น แต่พวกเขาก็ไม่ค่อยให้ผมเล่นด้วย บางทีเมื่อเราทะเลาะกัน พวกเพื่อนๆ ก็จะด่าผมว่า “ไอ้ลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่” ทำให้ผมเสียใจมาก มันเป็นความรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น มันเป็นความผิดของผมด้วยหรือ ผมจะตั้งคำถามกับตัวเอง “ทำไมพ่อแม่ต้องทิ้งเราไป”   ผมรู้สึกอิจฉาเพื่อนๆ ที่มีพ่อแม่พาไปเที่ยวในวันหยุดขณะที่ไม่มีใครสนใจผม ผมต้องหางานทำตั้งแต่เป็นนักเรียนชั้นประถมต้น เพื่อที่จะมีเงินซื้อของเล่นแบบเพื่อนบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ต้องเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนของตนเอง ปล่อยไปตามกรรม ชีวิตที่อาศัยอยู่กับยายและน้าๆ ของผมกระท่อนกระแท่นเต็มที ผมสัมผัสได้กับความไม่สนใจใยดีของเขา ไม่ว่าผมจะทำอะไรก็ดูเหมือนจะผิดไปหมด […]

พระ + เจ้า ? พระเจ้า 2/07

พระ + เจ้า ? พระเจ้า สมาคมพระคริสตธรรมไทยขอขอบพระคุณ ผป. วีระศักดิ์ เสรีกิตติกุล คริสตจักรสังขะฤกษ์ อ. เมือง จ. ระยอง ที่ได้ให้คำพยานเพื่อพิมพ์ในคริสตสายสัมพันธ์ ท่านเป็นนักธุรกิจอายุ 38 ปี เจ้าของ หจก. เสรีกิตติกุลโลหะกิจ (กิจการโรงกลึง) ต. แกลง อ. เมือง จ. ระยอง ภรรยาชื่อคุณวิสุดา เสรีกิตติกุล มีบุตร 3 คนชื่อ ทศพร “เซฟ” (Save) อายุ 14 ปี ทศพล “เซิฟ” (Serve) อายุ 11 ปี และล่าสุดมีบุตรสาวเกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2007 ชื่อ นารดา “เฟบี” (ชื่อสตรีในพระคัมภีร์ในพระธรรมโรมบทที่ 16:1) ครอบครัวใหญ่ในวัยเด็ก […]

สามดาว 1/07

สามดาว บนถนนศรีนครินทร์หัวมุมถนนพัฒนาการ อาคารสีขาวขนาดเล็กมีไม้กางเขนและสัญลักษณ์รูปปลาบนผนังอาคารเป็นที่สังเกตเห็นได้ง่ายกับคนที่ผ่านไปมา ที่นี่เป็นที่ตั้งของ “รถยนต์สามดาว” จำหน่ายรถมือสองบนที่ดินประมาณ 3 ไร่ และเป็นที่ตั้งของคริสตจักรสวนหลวง เจ้าของสถานที่คือคุณสรวง บุญชูสนอง อายุ 51 ปี ท่านเป็นทั้งนักธุรกิจคริสเตียน ผู้ก่อตั้งคริสตจักรสวนหลวง และผู้รับใช้คริสตจักรอุดมการณ์ (ถนนจันทน์) สมาคมพระคริสตธรรมไทยขอขอบพระคุณที่ท่านกรุณาให้สัมภาษณ์แก่เรา สมาคมฯ เชื่อว่าประสบการณ์ในชีวิตของท่านจะให้ข้อคิดมุมมองที่น่าสนใจแก่ผู้อ่านทุกท่าน กรุณาเล่าเรื่องความเป็นมาของครอบครัวและวัยเด็ก พ่อแม่ของผมมาจากประเทศจีน พ่อมาเมืองไทยเมื่ออายุ 25 ปีและไม่ยอมพูดภาษาไทยตลอดชีวิต ว่าที่จริงอาจจะเรียกได้ว่าพ่อเป็นคอมมิวนิสต์คือไม่นับถือพระใดๆ ไม่เคยมีรูปเคารพ และไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า ครอบครัวของเรายากจนมาก พ่อหาเลี้ยงครอบครัวด้วยอาชีพขายปลาที่สะพานปลา ทำงานตั้งแต่ตีสองถึงหกโมงเย็น ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน มาอยู่เมืองไทยตั้งแต่อายุยังน้อยจึงพูดไทยชัด พ่อแม่มีลูก 6 คน เป็นผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 1 คน ผมเป็นคนที่ 4 ปัจจุบันพ่อแม่เสียชีวิตแล้ว ครอบครัวฝ่ายแม่เป็นคริสเตียนอยู่ในเมืองจีนและแม่ก็เป็นคริสเตียนเข้มแข็ง แม่จึงเป็นรากฐานของความเชื่อที่มั่นคงของครอบครัวเรา แม่พาลูกๆ ไปคริสตจักรในวันอาทิตย์เป็นประจำ พี่น้องของผมทุกคนรับเชื่อในพระเจ้า และเรารับศีลบัพติศมาตั้งแต่เป็นเด็ก แต่ความเชื่อของเราไม่ค่อยจะเข้มแข็ง ดำเนินชีวิตไปคนละทิศคนละทาง ตัวผมเองติดโบสถ์ […]

1 6 7 8 9 10 12