คนบาป… กลับใจเป็นคนดีได้… โดยพระคุณ 2/12

คนบาป… กลับใจเป็นคนดีได้… โดยพระคุณ สมาคมพระคริสตธรรมไทย ขอนำเสนอเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ในอดีตเคยถูกความโลภเข้าครอบงำ ให้ทำผิด จนต้องถูกพิพากษาจำคุก ก่อนจะมาพบกับพระคุณความรักและการช่วยกู้จากพระเจ้า พระคุณของพระเจ้าและฤทธ์ิอำนาจแห่งพระวจนะของพระองค์สามารถเปลี่ยนแปลงให้ อดีตผู้ต้องขังคนหนึ่งพบกับอนาคตที่สดใส เริ่มต้นใหม่อย่างสง่างามในสังคม และยังช่วยคนมากมายที่มีอดีตแบบเดียวกับเธอให้พบกับความรอดจากองค์พระเยซู คริสต์… คุณปานนภา ปานเพ็ชร์ ดิฉันเคยทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนนทบุรี ตำแหน่งหัวหน้าแผนกการเงินและบัญชีมีหน้าที่รับผิดชอบในการจ่ายเช็คและเจ้า ของก็ไว้ใจมาก บ่อยครั้งที่เขาจะเซ็นเช็คโดยไม่ได้ตรวจสอบ เราก็ด้วยความโลภเห็นเป็นโอกาส ก็คงไม่เป็นไรหรอก คนทั่วไปเขาก็ทำกันจึงเขียนเช็คให้ตัวเอง ผลก็คือถูกจับได้ แม้ว่าเจ้าของจะไม่เอาโทษแต่ความผิดฉ้อโกงเกี่ยวกับตั๋วเงินเป็นคดีอาญายอม ความไม่ได้ ดิฉันจึงถูกตัดสินโทษจำคุก 20 ปีเมื่ออุทธรณ์รวมกับพระราชทานอภัยโทษก็เหลือ5 ปี (หลังจากเชื่อพระเจ้าเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมได้ลดไปอีก 2 ปี) ชีวิตด้านมืด ใน ขณะที่ชีวิตพบกับความมืด ได้พบกับเพื่อนที่อยู่ในเรือนจำคนหนึ่ง มานั่งคุยเรื่องของพระเจ้าให้ฟังทุกวันเพราะเขาเห็นเราเครียดมาก ชีวิตของดิฉัน ดิฉันไม่เคยรู้จักเรื่องราวของพระเจ้า ช่วงแรกดิฉันไม่ค่อยเชื่อหรอกค่ะ แล้วอยู่ในเรือนจำก็คิดว่าแล้วพระเจ้าจะช่วยได้หรือ ตอนนั้นดิฉันเป็นคนที่ท่องบทสวดมนต์ได้เก่งมาก เพื่อนคนนี้ก็มานั่งพูดอยู่ที่ที่นอนว่าพระเจ้าดีนะ เราก็ไม่เชื่อ เราก็เถียงไปว่า ไม่จริงหรอก ที่เราท่องอยู่นี้จะทำให้อายุยืน ได้รับอะไรหลายอย่าง เขาบอกว่าไม่ต้อง ถ้าไปหาพระเจ้าเธอจะมีความสุข ตอนนั้นบอกจริงๆ ว่าไม่มีความสุขหรอก ท่องไปอย่างนั้นแหละ เพราะเราต้องการสิ่งช่วยเหลือในจิตใจ […]

ถ้าช่วยได้นะหรือ ใครเชื่อก็ทำให้ได้ทุกสิ่ง 1/12

ถ้าช่วยได้นะหรือ ใครเชื่อก็ทำให้ได้ทุกสิ่ง สมาคมพระคริสตธรรมไทยขอขอบพระคุณคุณอุมา อรัญดร จากคริสตจักรนาสีทอง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา สำหรับคำพยานชีวิตที่ได้ให้กับสมาคมฯ เพื่อลงในคริสตสายสัมพันธ์ คุณอุมา อายุ 34 ปี จบการศึกษาจากสถาบันราชภัฏสงขลา ปัจจุบันรับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีระดับ 5 องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ จ.สงขลา สามีชื่อคุณธุวานันท์ อรัญดร มีบุตร 2 คน ชื่อ ด.ญ.ฐิตาภา อรัญดร อายุ 5 ขวบ และ ด.ช.ธีร์ธวัช อรัญดร อายุ 3 ขวบ พบพระเจ้าผ่านคนรัก ดิฉันเกิดในครอบครัวที่นับถือศาสนาพุทธ และเป็นพุทธศาสนิกชนที่ค่อนข้างจะเคร่งครัด ทำบุญตักบาตรเกือบทุกวัน และทุกๆ วันพระ หากไม่ติดธุระใดๆ ก็มักจะไปวัดเพื่อนำอาหารไปถวายพระและฟังเทศน์ฟังธรรมอยู่เสมอๆ ดิฉันมีโอกาสรู้จักกับพระเจ้าเมื่อได้เริ่มคบกับคุณธุวานันท์ อรัญ-ดร ซึ่งเติบโตมาในครอบครัวคริสเตียน หลังจากที่เริ่มคบหากันมาได้ระยะหนึ่งคุณธุวานันท์ ได้ชวนดิฉันที่จะไปโบสถ์ในวันอาทิตย์ ด้วยความเกรงใจจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการได้เรียนรู้เรื่องพระเจ้า เมื่อไปโบสถ์บ่อยขึ้น ดิฉันเริ่มชอบบรรยากาศของการนมัสการพระเจ้า และรู้สึกดีกับการต้อนรับของทุกๆ คนที่โบสถ์ จากการเริ่มต้นที่ไม่ค่อยจะมีความสุขสักเท่าไร กลับเปลี่ยนเป็นมีความสุขหรือเรียกว่าสันติสุขที่มาจากภายใน […]

พระเจ้าวางชีวิตไว้ที่… ฮาร์วาร์ด 4/11

พระเจ้าวางชีวิตไว้ที่… ฮาร์วาร์ด ชีวิตเด็กผู้หญิง คนหนึ่ง ที่ใฝ่ฝันอยากจะไปเรียนต่อในต่างประเทศ เธอ…มุ่งมั่น ตั้งใจ ทำทุกวิถีทางเพื่อจะไปตามความฝันนั้น และด้วยความเก่งบวกกับความตั้งใจเต็มร้อยของเธอ ทำให้เธอมาถึงวิถีทางแห่งชีวิตที่ต้องตัดสินใจ ระหว่างเรียนแพทย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือทุน ก.พ. ไป เรียนต่อถึงระดับปริญญาเอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการตัดสินใจที่ไม่ยากนักสำหรับเธอและเธอก็ได้เลือกที่จะไปตามความฝันของ เธอคือเรียนต่อในต่างประเทศ…เมื่อเธอเริ่มต้นการใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกา โดยลำพังด้วยอายุที่ยังน้อย ต้องเผชิญกับปัญหาและต้องแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเอง เธอได้รับการหนุนใจและคำอธิษฐานเผื่อจากคุณแม่ซึ่งเป็นคริสเตียนแล้วของ เธอ(ดร.ปิยรัตน์) เรื่อยมาจนเธอได้เชื่อพระเจ้าในที่สุด วันนี้พระเจ้าได้ทรงนำเธอมาเรียนในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลก ที่ที่เป็นความฝันของใครหลายๆ คนที่อยากจะเข้าเรียน ขอแนะนำให้รู้จักกับ น้องแก้ว นางสาวสายฤดี จาตุรันตบุตร บุตรสาวคุณถนอม และ ดร.ปิยรัตน์ จาตุรันตบุตร เชื่อพระเจ้าเป็นคนสุดท้ายในบ้าน ครอบครัวแก้วเดิมเป็นพุทธมาก่อนคุณแม่เป็นคนแรกที่เชื่อพระเจ้า แก้วเป็นคนสุดท้ายที่เชื่อพระเจ้า คือตอนแก้วยังเด็กตอนจบมัธยมปลายก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แม่ไปวัดแก้วก็ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรมกับแม่ พอดีแก้วสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศได้ ซึ่งแก้วก็ใฝ่ฝันว่าเราอยากจะไปเรียนต่างประเทศมานานแล้ว ครอบครัวก็เลยตัดสินใจให้ไป ก่อนหน้าที่จะไปเรียนต่อคุณแม่ก็เชื่อพระเยซูคริสต์เจ้าแล้ว ตอนนั้นแก้วยังเป็นพุทธอยู่ เมื่อไปเรียนปีแรกซึ่งเป็นการปรับตัวที่ยิ่งใหญ่มากเพราะเป็นการออกจากบ้าน ที่แก้วจะไม่ได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ แก้วต้องใช้ชีวิตคนเดียว ต้องช่วยเหลือตัวเองโรงเรียนที่แก้วไปอยู่เป็นโรงเรียนแบบกินนอน เมื่อไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกาก็เริ่มมีปัญหาเกิดขึ้น คือเด็กที่อยู่ต่างประเทศเขาก็จะโตเร็วกว่าปกติมีความเอาตัวรอด เพราะเค้าต้องรับผิดชอบตัวเองแก้วไปถึงที่นั่นด้วยความที่เป็นคนมีความจริง ใจกับทุกคน […]

กับช่วงชีวิตหนึ่งที่ผมได้สัมผัสกับพระเจ้า 3/11

กับช่วงชีวิตหนึ่งที่ผมได้สัมผัสกับพระเจ้า ชีวิตลูกผู้ชายคน หนึ่งที่เดินอยู่ในทางแห่งความบาป มีชีวิตที่มีความสุขอยู่กับการได้เสพบุหรี่ ดื่มสุรา เคล้านารี และความสุขเหล่านั้นก็พลันหายไปเมื่อเกิดวิกฤติกับชีวิตของเค้า ด้วยวัยเพียง 20 ต้นๆ เค้าเผชิญกับโรคมะเร็งระยะที่ 3 เค้ารู้ดีว่าโรคนี้คร่าชีวิตผู้คนมากมายมาแล้ว ในช่วงเวลาแห่งความเจ็บป่วยและต้องเผชิญชีวิตด้วยความยากลำบาก พระเจ้าได้ทรงเรียกเค้าให้ยอมจำนนกับพระองค์ และเปลี่ยนชีวิตเค้าใหม่ให้เป็นชีวิตที่ดำเนินอยู่ในทางของพระองค์เค้าก้าว ผ่านชีวิตที่เจ็บปวดเจียนตายมาได้โดยพระเจ้า และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ภายใต้การทรงนำของพระองค์ ขอแนะนำให้พบกับ ร.ต.อ.สรรัชฏก์ ศรีปุณยาภิคุปต์ ผมชื่อ ร.ต.อ.สรรัชฎก์ ศรีปุณยาภิคุปต์ หรือเรียกชื่อเล่นว่า “เต้” ปัจจุบันผมอายุ 26 ปี จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม มีอาชีพรับราชการตำรวจ ผมได้สมรสกับ คุณภัทรพร เสรีประเสริฐ หรือชื่อเล่นว่า “ฟาร่า”?? เมื่อประมาณปี พ.ศ.2543 ขณะนั้นผมอายุประมาณ 15 ปีเศษๆ ครอบครัวของผมมีความสะดวกสบายในชีวิตพอสมควร ไม่เดือดร้อนทางด้านการเงินเลยแต่มีปัญหาทางบ้านพอสมควร ผมเติบโตมาในสภาพของครอบครัวที่ในยามค่ำคืนมีแต่การทะเลาะเบาะแว้ง พ่อไม่มีเหตุผลกับแม่ ด่าว่า และทำร้ายแม่บ้าง เป็นจุดพลิกผันจุดหนึ่งที่ทำให้ผมไม่อยากอยู่บ้าน อยากอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่บ้าน ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งในหลายๆ เหตุผลของผมในการตัดสินใจไปสอบเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร และด้วยความที่ต้องการหนีปัญหาไม่อยากจะอยู่บ้าน ประกอบกับค่านิยมที่ผิดๆ […]

จากโลกบันเทิง สู่ชีวิตที่มีพระเจ้านำ 2/11

จากโลกบันเทิง สู่ชีวิตที่มีพระเจ้านำ สำหรับคนรุ่นผู้ใหญ่สักหน่อย คงเคยได้ยินชื่อของ “ตุ๊กตา จินดานุช” ในวันที่เริ่มก้าวสู่วงการบันเทิงไทยในฐานะดาราเด็ก เธอย้อนอดีตให้ฟังว่า “ดิฉันเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ไปเกิดที่จังหวัดชัยภูมิ พ่อแม่ของดิฉันเป็นศิลปินนักแสดง ตอนจะคลอดดิฉันนั้น คุณแม่อยู่บนเวทีแสดงเรื่องสโนไวท์ พอดีชุดที่สวมเป็นกระโปรงบานๆ คนเลยไม่รู้ว่านางเอกท้อง เล่นไปได้สักพัก คุณแม่เจ็บท้องคลอด ต้องหยุดการแสดง ไปโรงพยาบาลแทน ตอนเด็กอายุ 4-5 ขวบดิฉันก็อยู่ในแวดวงดนตรีลูกทุ่ง พออายุ 7 ขวบก็มีคนสนใจชวนให้ไปเล่นหนังเป็นคุณเพชราตอนเด็ก ก็เลยเติบโตจากการเล่นเป็นนางเอกตอนเด็กๆ มาเรื่อยๆ แสดงหนังละคร มากมายจนเป็นที่รู้จัก เรียกว่าช่วงที่มีชื่อเสียง คือช่วงวัยเด็ก” หลังจากนั้นเธอเริ่มหันมาสนใจด้านการเรียนอย่างจริงจัง บทบาทในวงการบันเทิงจึงมีน้อยลง “เรียน ป.1-4 ที่โรงเรียนวัดใหม่พิเรนทร์, ป.5-7 ที่ประถมทวีธาภิเศก แล้วก็ไปต่อ ม.ศ.1-5 ที่โรงเรียนเบญจมราชาลัย กระทั่งจบระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ วิชาเอกโฆษณา วิชาโทประชาสัมพันธ์ “ส่วนงานเล่นหนัง เล่นละครก็มีบ้าง และมีงานพากย์หนังด้วย คือเริ่มพากย์หนังตั้งแต่อายุ 9 ขวบ อยู่กับคุณป้าจุรี โอศิริ ท่านเป็นอาจารย์ที่สอนดิฉันในเรื่องการพากย์หนัง ช่วงวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นนับเป็นช่วงที่ดิฉันประสบความสำเร็จในวงการบันเทิง […]

ผมได้รับเพราะผมกล้าให้พระองค์ 1/11

ผมได้รับเพราะผมกล้าให้พระองค์ สมาคมพระคริสตธรรมไทยขอเชิญท่านพบกับเรื่องราวของ อดีตมาเฟีย “เม้ง จตุ-จักร” ผู้เคยเป็นหนี้ธนาคารกว่า 800 ล้านบาทปัจจุบันเป็นประธานกรรมการบริษัท เอ็ม เจ เจ มาร์เก็ต กรุ๊ป จำกัด ทั้งยังดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ และเป็นที่ปรึกษาให้แก่องค์กรมากมายทั้งด้านธุรกิจและการเมือง ท่านผู้นี้คือ ดร.ชาตรี โสภณบรรณารักษ์ ซึ่งจะมาเล่าถึงชีวิตเบื้องหลังความสำเร็จว่าผ่านความยากลำบากมาได้อย่างไร และอะไรเป็นคำตอบของความสุขในชีวิต ผมเคยเป็นมาเฟีย ผมเริ่มธุรกิจที่ตลาดนัดหลังจากจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และเป็นคนบุกเบิกต่อสู้มาตลอดตั้งแต่ตอนที่กรุงเทพมหานครย้ายตลาดนัดจากสนาม หลวงมายังพหลโยธิน จนปัจจุบันตลาดนัดจตุจักรนับเป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชื่อเล่นของผมชื่อ เม้ง จึงเป็นที่มาของฉายา “เม้ง จตุจักร” ผมทำค้าขายพร้อมกับช่วยพัฒนาส่วนรวมอย่างแข็งขันจนประชาชนให้ความเชื่อถือ เพราะเห็นว่าผมเป็นคนดีที่พึ่งพาได้จึงให้เป็นนายกสมาคมผู้ประกอบการค้าตลาด นัดจตุจักร จนในปี 2011 สมัยที่พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นยุคที่มีการปราบมาเฟีย รัฐบาลแบ่งมาเฟียออกเป็น 5 ประเภท ผมถูกจัดอยู่ในประเภทที่ 5 คือสามารถนำคนไปทั้งในทางดีและทางร้ายได้ เพราะในอดีตผมเคยเรียกคนไปรวมตัวกันเพื่อประท้วงรัฐบาลหรือไปเรียกร้องความ ชอบธรรมได้เป็นหลักหมื่นๆ คน ผมจึงถูกจำกัดไม่ให้มีการเคลื่อนไหว ผมจึงหนีจากกรุงเทพฯ ไปอยู่ที่พัทยา ใครก็ได้ช่วยผมที เมื่อไปอยู่ที่พัทยา […]

แต่ข้ารู้จักพระองค์ที่ข้าฯ เชื่อ 4/10

แต่ข้ารู้จักพระองค์ที่ข้าฯ เชื่อ ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นคริสเตียน พื้นฐานความเชื่อโดยส่วนตัวเป็นแบบเชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตอนข้าพเจ้าอายุประมาณ 9 ขวบกว่า ข้าพเจ้าได้สูญเสียคุณแม่กะทันหัน (เนื่องจากท่านหัวใจวายเฉียบพลัน)ทำให้ข้าพเจ้าและครอบครัวมีความเศร้าโศก อย่างมาก เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ชีวิตก็เป็นปกติทั่วไป จนกระทั่งได้มาพบคุณหมอพรสรรพ์ ปุญญาภิบาลซึ่งเป็นคริสเตียน ในช่วงที่คบกันประมาณ 4 ปีคุณหมอก็ชวนไปคริสตจักรบ้างเท่าที่มีโอกาส คุยกันเกี่ยวกับเรื่องศาสนา เรื่องความเชื่อบ้างแต่ไม่ได้จริงจัง ซึ่งตอนนั้นข้าพเจ้าก็เฉยๆ ไม่ได้แอนตี้แต่ก็ไม่ได้ยอมรับ และคิดว่าต่างฝ่ายต่างนับถือคนละศาสนาก็ได้ ข้าพเจ้าไม่รู้สึกขัดแย้ง คิดแต่ว่าขอให้นิสัยดีก็แล้วกัน จุดเปลี่ยนของชีวิต เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ข้าพเจ้าเดินไปที่จอดรถก็เดินสวนกับพี่อ้วน (ทพญ.ไฉไล บุษกรเรืองรัตน์) และอาจารย์ไก่ (อ.พิพัตรา ธนังกูรวิโรจน์ ตอนนั้นเป็นอาจารย์ที่คริสตจักรไมตรีจิตหลังสวน) เราจึงทักทายกัน เนื่องจากตอนนั้นข้าพเจ้าทำธุรกิจส่วนตัว เปิดศูนย์การสอนสำหรับเด็ก และพี่อ้วนได้พาลูกมาเรียนที่ศูนย์ฯ พี่อ้วนชวนข้าพเจ้าให้ไปร่วมกลุ่มเซลสามัคคีธรรมที่บ้านของพี่อ้วนในเย็นวันนั้น แต่ข้าพเจ้าปฏิเสธ โดยรับปาก(ด้วยความเกรงใจ)ว่าจะไปในคราวหน้า เมื่อถึงวันที่มีเซลอีกครั้งนี้ข้าพเจ้าก็ไปร่วม พอไปถึง บรรยากาศของกลุ่มทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจ มีการร้องเพลงและเป็นพยาน ปกติข้าพเจ้าเป็นคนชอบร้องเพลงแต่ไม่ค่อยกล้า ในกลุ่มเซลนั้นข้าพเจ้าเห็นแต่ละคนมีความสุขและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้ากันแบบไม่อาย ค่ำคืนนั้นเราคุยกันเกี่ยวกับเรื่องพระเจ้า ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของข้าพเจ้าที่อยากรู้จักพระเจ้า ทั้งๆ ที่ก่อนไปบ้านพี่อ้วนข้าพเจ้ามีความตั้งใจว่าจะไปร่วมเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ปี 1997ข้าพเจ้าได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ด้วยเหตุผลที่ว่าพระเจ้าทรงเป็นความรักข้าพเจ้าอยากสัมผัสความรักความอบอุ่นที่มาจากพระเจ้า ช่วงเวลานั้นข้าพเจ้าอยากรู้จักพระเจ้ามากขึ้น […]

ดีเจตี้ กับมุมลึกๆ ที่เรียกว่า รักจากพระเจ้า 3/10

ดีเจตี้ กับมุมลึกๆ ที่เรียกว่า รักจากพระเจ้า ผมชื่อ มงคล องก์พัฒนกุล หรือ ตี๊ เกิดวันที่ 2 ธันวาคม 2525 อายุ 28 ปี เป็นลูกคนเดียวจนถึงอายุ 15 ปี จึงได้มีน้องสาว 1 คน ห่างกัน 15 ปี น้องสาวชื่อ เจียเจีย น้องสาวเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนเพ็ญสมิธ ผม “โตด้วยข้าวโบสถ์” ผมเป็นลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน คุณแม่เป็นคนไต้หวัน ท่านย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย เพื่อมาอยู่กับอากงที่จังหวัดสกลนคร ผมจึงมาเกิดที่นี่ แต่ด้วยเรื่องงานคุณพ่อคุณแม่จึงพาผมกลับไปอยู่ที่ไต้หวันหลังจากที่คลอดออก มาไม่กี่เดือนอยู่นานจนผมเรียนอนุบาลที่นั่น และกลับมาเมืองไทยตอนอายุ 4-5 ขวบก่อนเข้าเรียนชั้นประถม ผมเป็นครอบครัวคริสเตียน ตอนเด็กวิ่งเล่นอยู่ในโบสถ์ ที่คริสตจักรที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ช่วงแรกได้มานมัสการพระเจ้าที่ศูนย์คริสเตียนไมตรีจิต ตอนนั้นยังเปิดเป็นศูนย์ฯ ยังไม่เป็นคริสตจักร ขณะนั้นผมเรียนอยู่ชั้นประถมคนอื่นเขาโตด้วยข้าววัด “ผมโตด้วยข้าวโบสถ์”เพราะโบสถ์กับบ้านอยู่ใกล้กัน เดินไปประมาณ 200-300 เมตร จากบ้านที่อยู่จะไปนมัสการพระเจ้าเป็นประจำ […]

พระเจ้าประทานลูกอัจฉริยะให้กับฉัน 2/10

พระเจ้าประทานลูกอัจฉริยะให้กับฉัน ดิฉันชื่อ นภาภร (ก้องกีรติ) โมลิศวงษ์ (ตุ้ม)ค่ะ จบการศึกษาปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รู้จัก เชื่อวางใจในพระเจ้าตั้งแต่สมัยเป็นนิสิตจุฬาฯ จนปัจจุบัน สมรสแล้วกับ คุณคมสัน โมลิศวงษ์ และมีลูกชาย 1 คน คือ ด.ช.ประชาชาติ โมลิศวงษ์ หรือน้องเนชั่นอายุ 3 ขวบ ปัจจุบันเป็นสมาชิกและร่วมรับใช้พระเจ้า อยู่ที่คริสตจักรความหวังกรุงเทพฯ (โดยอาจารย์พิษณุนาท ศรีทะวงศ์) รวมเป็นเวลาเกือบ 20 ปี แล้วค่ะ และครอบครัวของเราปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับงานด้านสื่อสารมวลชน การทรงเรียกของพระเจ้า ตอนเรียนอยู่ปี 3 เทอม 2 ที่จุฬาฯ ดิฉันได้ไปทำธุระที่ต่างจังหวัดและนอนพักอยู่ในห้องเล็กๆ คนเดียว และในคืนนั้นเองดิฉันก็เกิดอาการป่วยหนักมากจากอาหารเป็นพิษ ทั้งอาเจียนและท้องเสีย ถ่ายไป อาเจียนไป เป็นเวลานานถึง 5-6 ชม.มีแต่อาเจียนเต็มพื้นห้อง เวลานั้นรู้สึกเหมือนกำลังจะตายแล้วเพราะแน่นหน้าอกมาก หายใจไม่ออก มองอะไรไม่เห็น เจ็บปวดทรมานมาก นอนแผ่อยู่กับพื้นห้องน้ำ ไม่สามารถลุกขึ้นได้ ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะโทรศัพท์ หรือเรียกให้ใครมาช่วยเหมือนคนกำลังจะหมดลมหายใจ ตกใจกลัว […]

พระเจ้าแพทย์ผู้ประเสริฐของฉัน 1/10

พระเจ้าแพทย์ผู้ประเสริฐของฉัน ดิฉันนางสาวกันยารัตน์ เทียมทัน ปัจจุบันอายุ 32 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันราชภัฎภูเก็ต จบปริญญาโทจากโรงเรียนคริสตศาสนศาสตร์แบ๊บติสต์ ปัจจุบันทำงานเป็นผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลาที่คริสตจักรคริสเตียนสถานภูเก็ต ดิฉันอยากจะถ่ายทอดคำพยานชีวิตที่มีประสบการณ์กับพระเจ้า ทั้งความรัก การดูแลของพระองค์ผ่านทางผู้คนมากมาย เพื่อแสดงให้เห็นว่าพระเจ้า… ผู้เป็นแพทย์ผู้ประเสริฐ ในชีวิตของฉัน รู้จักพระเจ้า เมื่อตอนสมัยที่ฉันเรียนอยู่ ปวช. ปี 1 เพื่อนได้ชวนไปร่วมนมัสการที่โบสถ์ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าเขาไปทำอะไรกัน จึงไปโบสถ์กับเขา เมื่อไปครั้งแรกรู้สึกประทับใจในการต้อนรับอันแสนอบอุ่นของพี่น้องในคริสตจักรคริสเตียนสถานภูเก็ต ฉันจึงได้เข้าร่วมกลุ่มอนุชนทุกวันเสาร์เสมอ วันหนึ่ง เมื่อกลับจากโบสถ์ในวันเสาร์ พระคำของพระเจ้าทำงานในจิตใจของฉันอย่างมาก ฉันต้องการที่จะสารภาพบาปกับพระเจ้า จึงปิดประตูห้องและร้องไห้สารภาพบาปกับพระองค์ และฉันบอกกับพระเจ้าว่า “ต่อไปนี้ฉันจะมีพระเจ้าแต่เพียงองค์เดียวขอพระองค์เป็นเจ้าชีวิตของฉัน” เมื่อฉันสารภาพบาปกับพระเจ้าแล้ว ฉันได้สัมผัสว่าฉันมีสันติสุขจากพระเจ้า ทำให้รู้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตของฉันแล้ว เมื่อก่อนฉันเป็นคนใจร้อน เอาแต่ใจตัวเอง ดื้อเงียบ แต่หลังจากเชื่อพระเจ้าแล้วก็กลายเป็นคนใจเย็นไม่เอาแต่ใจตัวเอง มีเหตุผล และเชื่อฟังมากขึ้น เมื่อจบปวส.ปีที่ 2 ในเวลานั้นฉันจึงได้เข้าศึกษาต่อในสถาบันราชภัฎภูเก็ต ฉันเรียน ทำงาน พร้อมทั้งรับใช้พระเจ้าไปด้วย งานที่ทำคือการขายประกันชีวิต เป็นงานที่ท้าทายความสามารถมาก แต่ขอบคุณพระเจ้าสำหรับอาชีพนี้ทำให้ฉันได้ฝึกความอดทน เรียนรู้จักการให้ รักในการบริการและดูแลลูกค้าดุจญาติมิตร ทำงานอาชีพนี้อยู่ประมาณ 5 ปี เมื่อเรียนจบแล้วก็ยังคงทำงานต่อจนมีลูกค้าประมาณ 200 […]

1 5 6 7 8 9 12