ขอลองหน่อยสิ 3/10

ขอลองหน่อยสิ ผู้หญิงที่ผมรู้จักหลายคนตื่นเต้นกับการได้รับสินค้าตัวอย่างจากเครื่อง สำอางดังๆ สักยี่ห้อ ยิ่งถ้าได้ลองเสื้อผ้าสวยๆ หลายๆ ชุด จะทำให้เธออารมณ์ดีไปได้ทั้งวันเชียวครับ แต่สำหรับผู้ชายการได้ทดลองขับรถยนต์คันงามในโชว์รูม หรือทดลองใช้กล้องวีดีโอตัวใหม่จากร้านก็ทำให้เราเพลิดเพลินได้ไม่แพ้กัน ไม่ทราบว่าเราพอจะจำโฆษณาเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่กำลังเข้าห้องหอได้ไหม ในโฆษณาเจ้าบ่าวแทบสลบเมื่อเจ้าสาวที่สวยงามของตัวเองดึงฟองน้ำออกมาจากหน้า อก ฟันปลอม คิ้วก็ปลอม ขนาดผมยังใส่วิก เรียกว่ามีแต่ของปลอมทั้งตัว ก่อนจะตบท้ายด้วยสโลแกนว่า “ดูให้ดีๆก่อนจะตัดสินใจ” ทุกวันนี้เราชอบทดลองสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อมาเป็นเจ้าของ จนแทบกลายเป็นค่านิยมของสังคมไปแล้ว แต่ก็ใช่ว่าทุกเรื่องถ้าได้ลองแล้วจะดีเสมอไป เรื่องง่ายๆ ที่เรารู้ได้ว่าไม่ควรทดลองเลยนั่นก็คือยาเสพติด ทุกคนรู้ถึงโทษภัยของมันดี และไม่จำเป็นต้องไปเหยียบขี้หมาก้อนเดิมที่มีคนเคยเหยียบมาแล้ว แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ตอบยากว่าควรหรือไม่ควรทดลองอย่างเช่นการทดลอง “อยู่ก่อนแต่ง” ที่ว่าตอบยากก็เพราะคนแต่ละคนมีจุดยืนในเรื่องนี้แตกต่างกัน เดิมผมเคยเชื่อว่ามีคนส่วนน้อยที่เห็นด้วยกับการอยู่ก่อนแต่ง เท่าที่สังเกตเห็นมักจะเป็นชนชั้นแรงงานที่เดินทางมาทำงานในเมืองห่างไกลจากวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเองมานานเมื่อพอใจทั้งสองฝ่ายก็มักจะตกลงใช้ชีวิตเยี่ยงสามีภรรยา แต่เมื่อเวลาผ่านไปความคิดของผมก็เริ่มเปลี่ยน ทุกวันนี้ภาพของนิสิตนักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นชนชั้นปัญญาชนของสังคมใช้ชีวิตคู่แบบอยู่ก่อนแต่งเริ่มกลายเป็นภาพชินตาหรือแม้กระทั่งคนในวัยทำงานมีการศึกษาสูง และรายได้ที่มั่นคงหลายคนก็ตัดสินใจชีวิตอยู่ก่อนแต่งเช่นกัน เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านก็คงเคยพบเห็นหรือได้ยินเรื่องนี้มามากแล้ว จากการทำงานเป็นผู้ให้คำปรึกษามาเป็นเวลากว่าสิบปีผมมีโอกาสดีที่ได้พูดคุยซักถามกับหนุ่มสาวหลายคู่ที่ตกลงเลือกใช้ชีวิตคู่ก่อนการจบเป็นบัณฑิต และหนุ่มสาวหลายคู่ที่มีความมั่นคงพอจะสร้างชีวิตครอบครัวด้วยการสมรส แต่เลือกการใช้ชีวิตคู่แบบอยู่ก่อนแต่ง  ทุกครั้งที่ให้คำปรึกษาเรื่องชีวิตคู่กับคนที่อยู่ก่อนแต่ง ผมมักอ้างถึงสถิติในการวิจัยว่า 8 ใน 10 คู่ของคนที่ตัดสินใจอยู่ก่อนแต่งจะไม่ได้จบลงที่การสมรสและมักจะเลิกรากันไป แต่นั่นไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของคนส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจเช่นนี้ได้ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่ยืนอยู่คนละฝั่งกับหนุ่มสาวเหล่านี้ท่านคงมีคำถามในใจมากมายว่า “คนพวกนี้คิดยังไงกันนะ” หรืออาจพาลคิดไปว่าคนพวกนี้ไม่มีหัวคิดผมอยากย้ำกับผู้อ่านอีกครั้งว่าหนุ่มสาวเหล่านี้หลายคนมีผลการเรียนที่ยอดเยี่ยมมาก หลายคนเป็นครูอาจารย์ที่สังคมนับหน้าถือตา ผมจึงไม่เชื่อว่าพวกเขาไม่มีหัวคิด แต่เชื่อว่ามีบางอย่างที่ทำให้เขาคิดต่างออกไป เหตุผลหลักประการแรกที่ผมพบว่าทำให้คนเลือกการอยู่ก่อนแต่งก็คือ คนศรัทธาเรื่องการแต่งงานน้อยลง คงต้องยอมรับว่าในปัจจุบันการหย่าร้างเพิ่มสูงขึ้นมาก การสมรสที่จบลงด้วยการแก่เฒ่าถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรเริ่มมีให้เห็นกันน้อยลง บุคคลสาธารณะอย่างดาราก็มีหลายคู่ที่เริ่มต้นชีวิตสมรสด้วยความหวานชื่น […]

พระเจ้าประทานลูกอัจฉริยะให้กับฉัน 2/10

พระเจ้าประทานลูกอัจฉริยะให้กับฉัน ดิฉันชื่อ นภาภร (ก้องกีรติ) โมลิศวงษ์ (ตุ้ม)ค่ะ จบการศึกษาปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รู้จัก เชื่อวางใจในพระเจ้าตั้งแต่สมัยเป็นนิสิตจุฬาฯ จนปัจจุบัน สมรสแล้วกับ คุณคมสัน โมลิศวงษ์ และมีลูกชาย 1 คน คือ ด.ช.ประชาชาติ โมลิศวงษ์ หรือน้องเนชั่นอายุ 3 ขวบ ปัจจุบันเป็นสมาชิกและร่วมรับใช้พระเจ้า อยู่ที่คริสตจักรความหวังกรุงเทพฯ (โดยอาจารย์พิษณุนาท ศรีทะวงศ์) รวมเป็นเวลาเกือบ 20 ปี แล้วค่ะ และครอบครัวของเราปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับงานด้านสื่อสารมวลชน การทรงเรียกของพระเจ้า ตอนเรียนอยู่ปี 3 เทอม 2 ที่จุฬาฯ ดิฉันได้ไปทำธุระที่ต่างจังหวัดและนอนพักอยู่ในห้องเล็กๆ คนเดียว และในคืนนั้นเองดิฉันก็เกิดอาการป่วยหนักมากจากอาหารเป็นพิษ ทั้งอาเจียนและท้องเสีย ถ่ายไป อาเจียนไป เป็นเวลานานถึง 5-6 ชม.มีแต่อาเจียนเต็มพื้นห้อง เวลานั้นรู้สึกเหมือนกำลังจะตายแล้วเพราะแน่นหน้าอกมาก หายใจไม่ออก มองอะไรไม่เห็น เจ็บปวดทรมานมาก นอนแผ่อยู่กับพื้นห้องน้ำ ไม่สามารถลุกขึ้นได้ ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะโทรศัพท์ หรือเรียกให้ใครมาช่วยเหมือนคนกำลังจะหมดลมหายใจ ตกใจกลัว […]

อย่าอยู่ อย่าง อยาก 4/09

อย่าอยู่ อย่าง อยาก เป็นเรื่องจริงที่ว่าร่างกายของมนุษย์จะส่งสัญญาณเตือนเมื่อร่างกายขาดบางสิ่งบางอย่าง เป็นต้นว่า เรารู้สึกกระหายน้ำมากเวลาที่เราเล่นกีฬาและสูญเสียน้ำในร่างกายหรือรู้สึกเหนียวตัวอยากอาบน้ำหลังจากทำงานมาทั้งวัน แต่สัญญานนั้นบางครั้งก็มากเกินพอดี ผมเรียกมันว่า “ความอยาก” ถ้าเราไม่เรียนรู้ในการ “อย่าอยู่อย่างอยาก”เราจะมีชีวิตที่ “อยู่ยากอย่างยิ่ง” ผมจึงหวังว่าเรื่องนี้จะสามารถสะกิดใจให้ทุกท่านทบทวนตัวเองว่า ทุกวันนี้เราอยู่อย่างอยากมากน้อยเพียงใด ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ความอยาก” ที่เราจะพูดถึงกันต่อไปนี้คือ “ความต้องการที่มากเกินความจำเป็น หรือเกินความพอดีของชีวิต” ความอยากสามารถสร้างปัญหาให้กับชีวิตเราได้แทบทุกด้าน และกับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ตัวผมเอง ผมมีปัญหาอยากกินอยู่เรื่อย แม้บางครั้งทานอิ่มแล้วแต่พอเห็นเค้กช็อกโกแลต หรือไอศกรีมนม กลิ่นหวานหอมของมันทำให้ผมเป็นต้องอดไม่ได้ทุกที ผลก็คือทุกวันนี้ผมอ้วนขึ้นมาก จนคนใกล้ตัวบอกว่าผมไม่มีเส้นขอบหน้า(เพราะอ้วนจนคอกับหน้ารวมเป็นเนื้อเดียวกัน) วัยรุ่นหลายคนเก็บเงินซื้อกีตาร์ไม่ได้ซักทีก็เพราะอดไม่ได้กับการไปดูหนังกับเพื่อนๆแทบทุกวัน  ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือพวกอยากรวยแบบผิดๆ แน่นอนครับว่าการมีฐานะดีกว่าคนอื่นไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่คนที่อยากรวยแบบผิดๆไม่ได้ก่อร่างสร้างตัวตามอย่างที่คนประสบความสำเร็จทำกัน แต่คนพวกนี้มักเสี่ยงกับการพนัน แทงบอล เล่นหวย ผมเคยเห็นมานักต่อนักแล้วว่าจุดจบของนักพนันนั้นไม่เป็นอย่างที่พวกเขาคิดฝันในตอนแรก แต่เต็มไปด้วยน้ำตาและคำแช่งด่าจากคนรอบข้าง ถามว่าทำไมเราจึงต้องฝึกควบคุมความอยากของตนเองด้วย นั่นก็เพราะว่าความอยากจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆตามการตามใจของคนๆนั้น ถ้าเราไม่เรียนรู้ที่จะควบคุมมันในวันนี้ เราจะเป็นเหมือนคนลงแดงจากการติดยาเสพติด และไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ง่ายๆ อีกต่อไป ในความเชื่อของคริสเตียนบอกไว้ในพระธรรมกาลาเทีย 5 ข้อ 24 ว่า “ผู้ที่อยู่ฝ่ายพระเยซูคริสต์ได้เอาเนื้อหนังกับความอยาก และตัณหาของเนื้อหนังตรึงไว้ที่กางเขนแล้ว” หมายความว่าเราต้องเอาชนะความอยากของตนเองให้ได้ แต่การทำเช่นนี้เป็นวินัยในชีวิตที่เราต้องทำอยู่เสมอ  เหมือนคนที่ต้องการเอาชนะความโลภก็ต้องฝึกให้ตัวเองซื่อสัตย์ในเงินจำนวนเล็กน้อยเสียก่อน จึงจะสามารถอดใจต่อทรัพย์สินจำนวนมากได้   อย่าไปเชื่อว่าคนรวยจะไม่โกง […]

พระเจ้าให้ชีวิตเธอ… อีกครั้ง 4/09

พระเจ้าให้ชีวิตเธอ… อีกครั้ง ชีวิตที่กำเนิดมาบนโลกใบนี้ ต่างก็ต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป บางคนก็เกิดมาในครอบครัวที่ดี ร่ำรวย สุขสบาย บางคนที่เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ทุกข์ยาก แต่สำหรับเธอคนนี้ เกิดมาในครอบครัวที่มีความเพรียบพร้อม มีฐานะดี มีหน้าที่การงานที่ดี เป็นครอบครัวที่เชื่อในพระเจ้า มีความสุขกับชีวิตที่ดำเนินอยู่ในวิถีทางของพระองค์ แต่วันหนึ่ง…ปัญหาก็ได้คืบคลานเข้ามาในชีวิตเธอ เธอเกิดความรู้สึกว่าสมองเริ่มผิดปกติ ปวดศีรษะรุนแรง จนต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองอย่างเร่งด่วน ทุกขั้นตอนที่เผชิญกับปัญหา พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งเธอ ทรงอยู่ด้วย และทรงนำเธอ ทั้งหมอ โรงพยาบาล และอื่นๆ จนเธอสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากนั้นไปได้ ในช่วงเวลาที่เธอเจ็บป่วย เธอได้สัมผัสกับการดูแลของพระเจ้า ความรักจากครอบครัว จากผู้คนมากมาย จนเธอลืมความทุกข์ที่กำลังเผชิญอยู่ มันกลับกลายเป็นความสุข ความอิ่มเอิมใจ จนเธอตระหนักว่า…ชีวิตใหม่ที่กำลังมีอยู่ขณะนี้ พระเจ้าได้ประทานให้แก่เธอ…อีกครั้ง เธอจึงได้ตัดสินใจเข้าศึกษาที่โรงเรียนพระคริสตธรรมและถวายตัวรับใช้พระองค์ ขอแนะนำให้รู้จักกับเธอคนนั้น คุณณิชารีย์  ธีรกุลชน คุณณิชารีย์ ปัจจุบันอายุ 53 ปี จบการศึกษาปริญญาโทที่สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ (BIT) สมรสกับคุณคุณากร งอกประเสริฐกุล มีบุตรชายและบุตรสาว คือ นายปุณชวิศ งอกประเสริฐกุลกำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น และด.ญ.ณิชากร งอกประเสริฐกุล กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง […]

ไม่มีทางเลือกจริงหรือ 4/09

ไม่มีทางเลือกจริงหรือ คนมีความคิดสร้างสรรค์คือคนที่มองเห็นทางเลือกหลายอย่างและหลายด้าน คิดอะไรก็คิดออกได้คล่องคิดได้กว้างหลายแนว และที่สำคัญคือ คิดหาวิธีที่เหมาะสมได้ทันเหตุการณ์โดยมีทางเลือกได้หลายๆ ทางและพิจารณากลั่นกรองได้วิธีการที่ผสมผสานและมีประโยชน์ครอบคลุมที่สุด ในแง่ชีวิตคน การมองเห็นทางเลือกได้หลายๆ ทางเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากตั้งแต่ยังเป็นเด็กทีเดียว ดิฉันมีประสบการณ์จากเด็กๆ บางคนซึ่งมาเรียนในหลักสูตร เด็กน่ารัก นักสร้างสรรค์ที่ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์เปิดสอนให้เด็ก ช่วงปิดเทอมเดือนมีนาคม เมษายนและตุลาคม เด็กบางคนเวลาทำผิดกติกาจะพูดว่า ผมไม่มีทางเลือก ปกติดิฉันทำสัมมนาให้ผู้ใหญ่ทั้งที่เป็นผู้บริหารและพนักงาน ช่วงปิดเทอมสอนเด็กๆ ก็ได้เข้าใจอะไรๆ เกี่ยวกับทักษะการคิดของคนได้อย่างครบถ้วนชัดเจนยิ่งขึ้นประโยคที่เด็กพูดว่า ผมไม่มีทางเลือกบอกอะไรบางอย่าง เช่นผมรู้ว่าไม่ควรทำอย่างนี้ แต่ผมคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไหนดังนั้นผมจึงจำเป็นต้องทำลงไป เพราะผมไม่มีทางเลือก ดูๆ ไปผู้ใหญ่บางคนก็เหมือนเด็กบางคนที่พูดถึง คือทำสิ่งที่ไม่ควรโดยมีข้อแก้ตัวในใจว่า ผมไม่มีทางเลือก เช่นในการขับรถบนถนนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด คนขับรถปาดแซงตัดหน้ารถคันอื่นคันแล้วคันเล่า ทั้งๆ ที่รู้ว่ากิริยาหยาบๆ เช่นนั้นทำความเดือดร้อนใจให้คนอื่น และเป็นการเสียมารยาทแต่ก็คิดว่าผมไม่มีทางเลือก ผมมีความสามารถขับได้ดีกว่าพวกคุณ จะให้ผมขับแบบพวกคุณๆ ผมคงทนไม่ไหวหรอก ช่วยไม่ได้จริงๆ ในการทำงานก็ไม่ต่างกันนัก คนทำงานที่ทำให้งานชะงัก และเสียหายในรูปแบบต่างๆ นั้นเขามีเหตุผลที่เป็นข้อแก้ตัวที่เขาคิดว่าฟังขึ้นที่สุดแล้วคือ ผมไม่มีทางเลือกเวลาคนคิดเช่นนี้แม้จะพูดออกมาหรือไม่ก็ตามมีนัยให้เราผู้ฝึกฝนด้านทักษะการคิดได้เข้าใจหลายด้าน คือ 1. เขาไม่ได้หาทางเลือกอะไร คือทำงานไปเรื่อยๆ ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปอย่างที่เคยเป็น ทำอย่างที่เคยทำ ทุกอย่างเคยเป็นมาอย่างไรก็ปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้นทำตามความเคยชินซึ่งเป็น ไปตามธรรมชาติของสมองที่ทำงานแบบฝนตกลงมาน้ำไหลเป็นทางพอเหตุการณ์ไม่เป็น อย่างที่เคยเป็น เขาก็ปล่อยให้มันเป็นไปเรื่อยๆ จะเสียหายอย่างไรไม่ได้คำนึงถึง ในใจก็ได้แต่คิดว่ามันเคยเป็นแล้วทำไมอยู่ๆไม่เป็นแบบเดิม คงต้องปล่อยไปแบบนี้ […]

ฝันไกลถ้าไม่เข้าใจก็ไปไม่ถึง 3/09

ฝันไกลถ้าไม่เข้าใจก็ไปไม่ถึง ระยะนี้ผมมีโอกาสได้ศึกษางานวิทยานิพนธ์อยู่บ่อยๆ บ้างก็มีเพื่อนที่เรียนปริญญาโทมาขอให้ช่วยอ่านงานที่เขาจะส่งอาจารย์ หรือบางทีก็เป็นผมเองที่สนใจในหัวข้อวิจัยนั้นๆจนอดหยิบขึ้นมาอ่านไม่ได้ หากท่านผู้อ่านเป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสสัมผัสงานเหล่านี้คงจะเห็นด้วยกับผมว่ามีเรื่องหนึ่งที่คนสนใจศึกษาในเด็กวัยรุ่นกันมาก เรื่องนั้นก็คือ “แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์”   แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ (วิกิพีเดีย,2009) หมายถึง แรงจูงใจที่เป็นแรงขับให้บุคคลพยายามที่จะประกอบพฤติกรรมที่จะประสบสัมฤทธิ์ผลตามมาตรฐานความเป็นเลิศที่ตนตั้งไว้ ในการศึกษาวิจัยมักจะวัดผลเรื่องแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์นี้จากผลการเรียน หรือผลจากการตอบแบบสอบถามทางจิตวิทยา ผมขอใช้ภาษาง่ายๆ อธิบายแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ว่า “แรงแห่งความใฝ่ฝัน” ดังนั้นวัยรุ่นที่มีแรงใจนี้มากย่อมพยายามและอดทนเพื่อไปสู่เป้าหมาย จึงดูเหมือนว่าเราควรสนับสนุนให้เด็กวัยรุ่นมีสิ่งนี้กันมากๆ แต่นั่นก็เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว ซึ่งภาพสะท้อนจากสังคมไทยที่ชัดเจนก็คือวัยรุ่นหลายคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่หิวกระหายความสำเร็จ แต่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมมากมาย นั่นเพราะเขาไม่ได้รับการสอนถึงสิ่งที่พึงระวังเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริง ซึ่งผมจะขอหยิบยกเอาพระธรรมสุภาษิตบทที่ 22 ที่ได้ให้คำเตือนที่มีค่าและนำไปใช้ได้จริงดังนี้ ประการแรก ที่เราต้องตระหนักก็คือ “เป้าหมายที่ดีที่สุดคืออะไร” เป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนและมีคุณค่ามากพอย่อมสร้างแรงจูงใจในการดำเนินชีวิตให้เต็มไปด้วยพลัง แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าอะไรคือเป้าหมายที่ดีที่สุด พระธรรมสุภาษิต 22:1 พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “ชื่อเสียงดีเป็นสิ่งควรเลือกยิ่งกว่าความมั่งคั่งมากมาย และซึ่งเป็นที่โปรด-ปราน ก็ดีกว่ามีเงินหรือทอง” การกำหนดเป้าหมายที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะนั่นหมายถึงการกำหนดทิศทางทั้งหมดในชีวิตของเราด้วย คงเป็นเรื่องไม่สนุกแน่เมื่อนักปีนเขาสามารถปีนมาถึงยอดเขาได้ แต่กลับมารู้ทีหลังว่าพวกเขาปีนเขาผิดลูก ผมเคยพูดเล่นกับเพื่อนๆ ว่า “เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่างในโลกหรอก แต่ก็ซื้อได้หลายอย่างนะครับ” นั่นสะท้อนให้เห็นว่าเรื่องทรัพย์สินเงินทองมีความสำคัญกับพวกเรามากขึ้นทุกวัน จนมันเริ่มกลบรัศมีสิ่งที่เราควรจะสนใจกันจริงๆ ผมมีโอกาสได้ฟังคำเทศนาของน้องคนหนี่งซึ่งเตือนใจผมมาก เขาพูดถึงพระธรรมวิวรณ์ซึ่งบรรยายลักษณะของสวรรค์ เช่น ถนนเป็นทองคำ และยังมีเพชรนิลจินดามากมาย เขาถามเราว่าถ้าเราเก็บเศษอิฐเศษปูนที่ทำถนนมาไว้ที่บ้านมากๆ มันน่าตลกหรือไม่ ดังนั้นเราจะเก็บทรัพย์สมบัติในโลกนี้ไปมากเกินพอเพื่ออะไร เพราะอีกหน่อยมันก็คือเศษถนนของแผ่นดินสวรรค์ ซึ่งมีมากจนไม่ได้ดูมีค่าอะไรเลย ผมเห็นด้วยกับคำเตือนใจนี้ และอยากแบ่งปันว่าอีกว่าเรื่องที่เด็กวัยรุ่นจะให้ความสำคัญกับอะไรในวันหน้า ขึ้นอยู่กับว่าชีวิตของผู้ใหญ่ที่อยู่รอบข้างเขาในวันนี้ให้ความสำคัญกับอะไร […]

ทิ้งการคิดทางลบให้ได้ 3/09

ทิ้งการคิดทางลบให้ได้ ถึงวันนี้ในวงการธุรกิจโดยเฉพาะผู้บริหารต่างรู้ซึ้งว่า จำเป็นต้องมีความคิดสร้างสรรค์ เพราะความคิดสร้างสรรค์ช่วยให้ คิดเร็ว คิดคล่อง และคิดได้ทันการ ไม่ว่าจะเป็นการคิดกลยุทธ์ คิดวางแผน คิดแก้ปัญหา คิดปรับปรุงงาน คิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มนวัตกรรมหรือ คิดเพิ่มประสิทธิภาพผู้บริหารธุรกิจยุคใหม่รู้ความจริงเหล่านี้มากขึ้น ผิดกับเมื่อก่อนที่มองไม่เห็นความจำเป็นของความคิดสร้างสรรค์ว่ามีต่อความ มั่นคงและความก้าวหน้าของงานมากแค่ไหนผู้บริหารธุรกิจและนักธุรกิจรวมถึงคน ทำงาน ถามกันว่า “ถ้าอยากพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของตนเองจะเริ่มได้อย่างไร” พอดิฉันบอกไปก็จะมีข้อโต้แย้งว่า “คงยาก ลำบาก” ด้วยเหตุผลมากมาย ซึ่งล้วนฟังขึ้น และเห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ ดิฉันจึงค่อยๆ มองเห็นภาพความคิดในใจของคนได้ชัดเจนมากขึ้นๆ จนพบว่า อุปสรรคใหญ่ของความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งรวมไปถึงความสุขในการดำเนินชีวิต คือ “การคิดทางลบ” (Negative Thinking) การคิดทางลบ และการคิดทางบวก มีอยู่ในคนทุกคน สิ่งสำคัญคือ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งมีเหตุการณ์อย่างหนึ่งเกิดขึ้นมา มันขึ้นอยู่กับว่าการคิดทางลบหรือการคิดทางบวกที่เกิดขึ้นในใจของคนๆ นั้น สิ่งไหนที่เข้มแข็งกว่ากัน ถ้าการคิดทางลบมีกำลังมากกว่าก็จะเป็นผู้บัญชาการความคิดตอนนั้น การคิดทางลบจะผลิตความคิดทั้งหลายทั้งมวลที่บอกว่า “แย่แล้ว ลำบากแล้ว ยากจริงๆ หมดหวังแน่ เป็นไปไม่ได้เลย เดี๋ยวจะเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย เพราะมีเหตุผลมากมายคือ… ฯลฯ” ฉะนั้นด้วยเหตุด้วยผลอันครบถ้วนมากมาย ทำให้เห็นได้ว่า อุปสรรคที่กีดขวางอยู่นั้น มันทำให้สุดวิสัยที่จะคิด หรือจะหาทางทำอะไรได้ความคิดทางลบจึงทำให้เราไม่ออกแรงไปในทางที่จะคิดให้ได้ตามที่ต้องการ เพราะเราเชื่อว่าคิดอย่างไรก็คงคิดไม่ได้ […]

วัยรุ่นใจยักษ์ 2/09

วัยรุ่นใจยักษ์  ถ้ากำลังอยากอ่านเรื่องพฤติกรรมของวัยรุ่นที่โหดเหี้ยม ชอบสร้างปัญหา ผมคงทำให้ผิดหวังแล้วล่ะครับ แต่ถ้าท่านเป็นวัยรุ่น หรือมีวัยรุ่นที่ต้องดูแล ผมมีความจริงที่อยากเล่าสู่กันฟังว่ามียักษ์อยู่ในใจของวัยรุ่นจริงๆ ยักษ์ตนนี้ถ้าท่านไม่เข้าใจมันจะกลายเป็นเหมือนทศกัณฐ์ ที่สร้างความเดือดร้อนจนกลายเป็นสงครามเหมือนในวรรณคดีรามเกียรติ์ แต่หากท่านเข้าใจและใส่ใจอย่างถูกวิธี ยักษ์ตัวนี้จะทำให้วัยรุ่นเหมือนจินนี่ ที่สามารถให้พรวิเศษแก่ชีวิตคุณได้ทีเดียว  “อย่าให้ใครหมิ่นประมาทความอ่อนวัยของท่าน แต่จงเป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้เชื่อ ทั้งในด้านวาจาและการประพฤติ ทั้งในด้านความรัก ความเชื่อ และความบริสุทธิ์” (1 ทธ.4:12) เป็นพระคำที่อาจารย์เปาโลฝากไว้กับวัยรุ่นที่ชื่อทิโมธี ต้องยอมรับว่านี่เป็นเรื่องจริงที่เรามักได้ยินว่าคนอายุน้อยมักถูกสบประมาทว่าไม่สามารถสร้างความสำเร็จได้ คำดูถูกที่เรามักได้ยินบ่อยๆ ก็คือ “โธ่เอ๊ย พวกเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” “อายุแค่นี้จะทำอะไรเป็น” คำพูดหมิ่นประมาทเหล่านี้จะว่าไปก็พอมีสาเหตุที่ทำให้คิดอย่างนั้นได้นั่นเพราะวัยนี้ยังมีการพัฒนาที่สมองส่วนหน้าไม่เต็มที่ ทำให้วัยรุ่นมีลักษณะนิสัยใจร้อนเมื่อเทียบกับวัยอื่นๆ เมื่อใจร้อนก็อาจไม่รอบคอบหรือมีเรื่องมีราวได้ง่าย อย่างที่เราเคยได้ยินว่าบางครั้งแค่มองหน้ากันแล้วไม่ถูกชะตา ก็ชักปืนขึ้นมายิงได้ง่ายๆ ข้อพระคำตอนนี้สะท้อนความเชื่อที่สังคมมีต่อวัยรุ่น และไม่เพียงแต่ในยุคอดีตเท่านั้นความเชื่อนี้ยังคงมีอยู่ในปัจจุบันด้วย แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ สิ่งที่วัยรุ่นทำได้ไม่เพียงแต่ไม่ให้ใครหมิ่นประมาท หรือดูถูกเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นแบบอย่างให้กับคนอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดได้อีกด้วย และในทุกๆ ด้าน สิ่งนี้เป็นเรื่องที่เป็นจริงได้หากเรารู้เท่าทันและหมั่นฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอ เพราะผมบอกแล้วว่าวัยรุ่นทุกคนมียักษ์อยู่ในตัวเอง ซึ่งหมายถึงพลังงานและทรัพยากรภายใน ลองคิดดูสิครับว่าวัยไหนที่มีเรี่ยวแรงมากที่สุด ขนาดที่ว่าอดนอนสามคืนก็ยังไหว (แต่ไม่แนะนำให้ทำนะครับ) วัยไหนที่มีทั้งความสามารถในการเรียนรู้แบบเด็กๆ และความรับผิดชอบแบบผู้ใหญ่ผสมผสานกัน ถ้าจะเปรียบไปวัยรุ่นก็เหมือนรถยนต์ที่แรงม้ามากๆ วิ่งเร็ว แต่สิ่งที่ยากก็คือการควบคุมรถคันนี้ไม่ให้ตกไหล่ทางหรือพุ่งชนรถคันอื่นเสียก่อนที่จะถึงเส้นชัย ผมจึงอยากหยิบยกข้อคิดที่วัยรุ่นและผู้ที่ใกล้ชิดวัยรุ่นจะนำไปปรับใช้ได้ ในพระคัมภีร์ตอนนี้ได้เตือนให้เราเป็นแบบอย่างแก่คนอื่นใน 5 ด้านด้วยกันและด้านต่างๆ นี้เองที่จะนำวัยรุ่นสู่ความเป็นเลิศ เป็นคนที่มีใจใหญ่ ใจยักษ์ในทางที่ดี […]

ยอมจำนนกับพระเจ้า 2/09

ยอมจำนนกับพระเจ้า ผศ.ดร.สมนึก คีรีโต เกิดมาในครอบครัวที่มิได้ร่ำรวยเงินทอง เขาเป็นเด็กที่ใฝ่หาความรู้ เขาไปเรียนภาษาอังกฤษ ณ คริสตจักรเล็กๆ แห่งหนึ่งโดยมีจุดมุ่งหมายเดียว คือเพิ่มพูนความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ เขาไม่เคยรู้เรื่องหรือสนใจเรื่องพระเ แต่อย่างใด แต่…สิ่งที่เขาได้รับกลับมาไม่เพียงแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น เขาได้รู้จักความรอดในองค์พระเยซูคริสต์เจ้า เขาได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิต และชีวิตของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงไป พระเจ้าทรงนำชีวิตเขาจากวันนั้น…ถึงวันนี้ เขาคือ ผศ.ดร.สมนึก คีรีโต พระเจ้าทรงเลือกท่านให้รู้จักกับพระองค์  ดร.สมนึกเล่าให้ฟังถึงวันเวลาในอดีตเมื่อครั้งที่มารู้จักกับพระเจ้าว่า “ผมได้ไปที่คริสตจักรเล็กๆ แห่งหนึ่งแถวเทเวศน์ ซอย 3 ขณะนั้นผมอายุประมาณ 13 ปี และเรียนอยู่ชั้น ม.ศ. 1 โรงเรียนวัดมกุฎกษัติยาราม เวลานั้นผมไม่ได้สนใจเรื่องของพระเจ้าแต่อย่างใด แต่ไปเพราะมีการเปิดสอนภาษาอังกฤษที่คริสตจักรนั้น ก่อนเข้าชั้นเรียนจะมีผู้นำพูดเรื่องราวของพระเจ้า มีการเป็นพยาน และร้องเพลงคริสเตียน เมื่อได้ยินได้ฟังบ่อยๆ ครั้งผมรู้สึกสนใจ จึงได้มาร่วมนมัสการในวันอาทิตย์ด้วย และมีโอกาสศึกษาเรียนคัมภีร์ ผมจำได้ว่าได้สัมภาษณพ์ ิเศษเรียนพระธรรมโรม เรื่องมนุษย์เป็นคนบาปและหลงเจิ่นไปจากทางของพระเจ้า “ผมรู้สึกซาบซึ้งในพระวจนะของพระเจ้า จึงได้เปิดใจต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด โดยผมเป็นคนแรกในกลุ่มเพื่อนๆ ที่ไปเรียนภาษาอังกฤษด้วยกัน ที่รับเชื่อ” “ผมรู้สึกซาบซึ้งในพระวจนะของพระเจ้า คือเมื่อได้ฟังเรื่องของพระเจ้าแล้วรู้สึกว่ามีความสงบ มีสันติสุข และรู้สึกว่าทางของพระเจ้านี่แหละคือทางที่เราอยากจะตัดสินใจเดินตาม ซึ่งก่อนที่ผมจะรับเชื่อ […]

เพิ่มสุขดับทุกข์ในองค์กร 2/09

เพิ่มสุขดับทุกข์ในองค์กร เราทุกคนต้องการทำงานได้อย่างสำเร็จ และถ้าแถมได้ เราก็อยากจะขอแถมว่าทำงานอย่างสำเร็จ และมีความสุขในการทำงานด้วยก็จะนับว่าเลิศประเสริฐยิ่ง ความปรารถนานี้เป็นความปรารถนาของผู้คนทั่วโลก จนมีคนมากมายพากเพียรค้นคว้าและวิจัยเพื่อให้ได้แนวทางเพื่อให้เราพอจะนำมาใช้จริงบ้าง ดิฉันเองสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และเชื่อว่า ชีวิตนี้ดีขึ้นได้ จึงได้ศึกษาค้นคว้าในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และนำมาเป็นเป้าหมายในการหาแนวทางเพื่อทำให้เป็นไปได้โดยการเชื่อมโยงกับการคิดของคน วันนี้เรามานั่งดูกันสองประเด็นคือ ความสำเร็จ และความสุขในการทำงาน ซึ่งเป็นความปรารถนาของคนทำงานทั่วโลก แล้วจึงมาวิเคราะห์ดูว่าการคิดแบบเดิมเป็นเส้นทางนำไปสู่ความปรารถนาของผู้คนได้ในส่วนใดบ้าง และส่วนที่ ขาดอยู่นั่นแหละที่เป็นที่มาของการคิดแบบใหม่ที่จะช่วยให้คนทำงานมีการคิด ครบถ้วนทุกด้านที่จะทำให้เขาทำงานได้อย่างสำเร็จและมีความสุขโดยไม่มีความ ขัดแย้งในองค์กร ความสำเร็จในงานได้มาจากไหน ประเด็น ของความสำเร็จนั้น มีคนทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับความสำเร็จที่สุดจำนวนหนึ่งพันคน จากทั่วโลกว่าคนที่จะทำงานอย่างได้รับความสำเร็จควรมีทักษะใดบ้าง ผลปรากฏออกมาว่า ทักษะที่จำเป็นต่อความสำเร็จที่สุดสามทักษะ คือ • ทักษะด้านการคิด • ทักษะด้านคน • ทักษะด้านความรู้ ในสามทักษะนี้ทักษะด้านการคิดเป็นทักษะที่สำคัญที่สุด เพราะทักษะการคิดจะเป็นตัวดึงเอาทักษะอื่นๆ มาใช้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และเกิดประโยชน์สูงสุด ในทางตรงข้ามถ้าคนขาดทักษะด้านการคิด แม้จะมีทักษะด้านความรู้อย่างมาก แต่เขาจะไม่สามารถนำความรู้มาทำให้งานสำเร็จอย่างราบรื่น รวดเร็ว และมีคุณภาพได้ทันการณ์เท่าที่ควร คนมีความรู้สูงๆ หลายคนจึงทำงานไม่ค่อยเห็นออกมาเป็นผลงาน ทักษะด้านคนมีความสำคัญอย่างมากสำหรับคนทำงานทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะผู้บริหารเพราะผู้บริหารมีภารกิจที่ต้องทำงานให้สำเร็จโดยผ่านคนอื่น ซึ่งได้แก่ทีมงานทั้งหมด ความสามารถในการทำงานกับคนอื่นได้อย่างราบรื่นและปรองดองเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ส่งเสริมให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น ผู้บริหารจำเป็นต้องสร้างความสามัคคีกลมเกลียวขึ้นในทีมงานเพื่อให้คนทำงานประสานกันได้ดี ความสุขในการทำงานหาได้จากไหน ประเด็นของความสุขในการทำงาน การทำงานทำให้เรามีกิจกรรมเพิ่มเข้ามาในชีวิตที่นอกเหนือจากกิจวัตรประจำวันส่วนตัวและกิจกรรมของครอบครัว ในหนึ่งวันเราได้รับข้อมูลเข้ามาสู่ชีวิตจากสองส่วน คือ ข้อมูลจากในบ้าน และข้อมูลจากนอกบ้าน […]

1 26 27 28 29 30 41