ประเทศเวเนซุเอลา

ประเทศเวเนซุเอลา “ความหิวโหยและสิ้นหวังกัดกร่อนผู้คนของเรา เรากำลังจมลงในทะเลที่แปรปรวนและมืดสนิท นี่คือเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เพราะเราไม่สามารถต่อสู้กับพายุนี้เพียงลำพัง” คุณจาเวียร์ ชาคอน เลขาธิการสมาคมเวเนซุเอลา หลายท่านคงได้ทราบถึงวิกฤติในประเทศเวเนซุเอลาบ้างแล้ว รายงานข่าวกล่าวถึง ประชากรหลายพันคนที่อพยพออกนอกประเทศ ในแต่ละสัปดาห์ เพราะไม่สามารถหาเลี้ยงครอบครัวในสภาวะเศรษฐกิจผันผวนเกินควบคุมได้ สหประชาชาติกล่าวว่า “นี่เป็นหนึ่งในการเคลื่อนย้ายประชากรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของลาตินอเมริกา” การล่มสลายทางเศรษฐกิจทำให้สมาคมพระคริสตธรรมเวเนซุเอลาอยู่ในภาวะสิ้นหวังและต้องการคำอธิษฐานอย่างยิ่ง จาเวียร์ ชาคอน เลขาธิการสมาคมเวเนซุเอลา อธิบายเหตุการณ์นี้ว่า “เป็นเหมือนแผ่นดินไหวขนาด 9.5 ซึ่งก่อหายนะไปทั่วทั้งประเทศรวมถึงพันธกิจของเราด้วย” ตั้งแต่เริ่มวิกฤติเมื่อสองปีก่อน สมาคมพระคริสตธรรมทำงานอย่างหนักเพื่อจะให้การผลิตพระคัมภีร์และโครงการเพื่อสนับสนุนคริสตจักรดำเนินต่อไปได้ แต่ภาวะเงินเฟ้อยังคงทะยานขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่าจะถึงหนึ่งล้านเปอร์เซ็นต์ในปลายปีนี้ ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ภาวะหนี้ นโยบายของรัฐบาลชุดต่างๆ ก็ยิ่งเพิ่มความกดดันยิ่งขึ้น

พร้อมแค่ไหน? ถ้าให้เป็นตัวจริง 3/18

พร้อมแค่ไหน? ถ้าให้เป็นตัวจริง ไม่ว่าเราจะชอบฟุตบอลหรือไม่ การแข่งขันฟุตบอลโลกที่มีเพียง 4 ปีครั้งก็ย่อมทำให้ทุกสายตาบนโลกจับจ้องไปที่ประเทศรัสเซีย เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2018 และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าในนัดเปิดสนามรัสเซียเจ้าบ้าน พบ ซาอุดิอาระเบีย คือค่ำคืนที่ทุกคนรอคอย ในฐานะเจ้าภาพรัสเซียถูกคาดหวังให้เปิดสนามด้วยชัยชนะ แต่เหมือนลางร้ายมาเยือนเมื่อนักเตะตัวความหวังอย่าง อลัน ซาโกเยฟ เจ็บหนักตั้งแต่ยังไม่หมดครึ่งแรกด้วยซ้ำ ถ้าย้อนกลับไปในเวลานั้นผมเชื่อว่าคนรัสเซียคงเริ่มตระหนกว่าเทพีแห่งชัยชนะกำลังจะบินหนีไปเสียแล้ว แต่แล้วตัวสำรองอย่าง    เดนิส เชรีเชฟ ไม่เพียงแต่นำชัยชนะมาสู่ทีม แต่เขาลงมาทำสองประตู จนประเทศตัวเองเปิดตัวด้วยชัยชนะที่เกินความคาดหมายถึง 5-0 และกลายเป็นผู้เล่นที่ดี ที่สุดในค่ำคืนนั้น และกลายเป็นวีรบุรุษของชาติในชั่วข้ามคืน . ผมมีโอกาสไปเทศนาหรือบรรยายทางจิตวิทยาให้กับนักกีฬาในโรงเรียนหลายแห่งเป็นครั้งคราว ทำให้ผมได้เห็นถึงการแข่งขันภายในที่มีความกดดันค่อนข้างสูงของนักกีฬาทุกประเภท นั่นเพราะนักกีฬาตัวสำรองมีปริมาณมากกว่าเป็นหลายเท่าเมื่อเทียบกับนักกีฬาตัวจริง และโอกาสที่จะได้ลงเป็นตัวจริงนั้นยากลำบากเหลือเกิน และสิ่งนั้นอาจกลายเป็นความท้อใจที่กัดกร่อนคนที่กำลังต่อสู้เพื่อความสำเร็จในชีวิตอยู่ก็เป็นได้ บางคนอาจถึงกับหมดความมุมานะ ไม่อยากซ้อม ไม่อยากทำอะไร เพราะคิดแต่ว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสได้ลงสนาม และสิ่งนั้นเองทำให้ช่องว่างระหว่างนักกีฬาตัวจริงกับตัวสำรองยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ พอๆ กับโอกาสที่พร้อมจะหลุดหายไปเมื่อเราได้ลงสนามแต่ไม่มีความพร้อมแม้แต่น้อย . พระคัมภีร์ได้บันทึกเรื่องราวของเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของใคร เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงที่พระเจ้าทรงเลือกสรร กลายเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอิสราเอล ผู้สร้างตำนานล้มยักษ์โกลิอัท และเป็นบรรพบุรุษผู้ได้รับเกียรติเป็นวงศ์วานของพระเยซูคริสต์ อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จที่พระเจ้าทรงอวยพรครั้งนี้ผมอยากชวนเรามาเรียนรู้ด้วยกัน ในพระธรรม 1 ซามูเอล บทที่ 16 […]

การบำบัดบาดแผลในจิตใจ 13-15 มิถุนายน 2017

“การบำบัดบาดแผลในจิตใจ” สัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การบำบัดบาดแผลในจิตใจ” จัดขึ้น 2 รอบ ในวันที่ 13-15 มิถุนายน 2017 และวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2017 โดยทีมวิทยากรจากโครงการเยียวยาบาดแผลในจิตใจ ประเทศไทย มาให้ความรู้และนำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งหลักสูตรการอบรมมาจากหลักการในพระคัมภีร์และหลักจิตวิทยา เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีบาดแผลในจิตใจ มีผู้เข้าร่วมการสัมมนารอบแรก 36 ท่าน ได้รับประกาศณียบัตรประเภท Apprentice Facilitator 29 ท่าน ประเภท Participant 6 ท่าน มีเพียง 1 ท่านที่ไม่ได้รับใบประกาศณียบัตรเนื่องจากอยู่ไม่ครบหลักสูตร สำหรับการสัมมนารอบที่สอง มี 23 ท่าน ได้รับประกาศณียบัตรประเภท Apprentice Facilitator 20 ท่าน และ ประเภท Participant 3 ท่าน

500 ปี การปฏิรูปคริสตศาสนา 4/17

500 ปี การปฏิรูปคริสตศาสนา      การกอบกู้มนุษย์จากความบาป คือพระประสงค์สูงสุดของพระเจ้า พระองค์มีแผนการนำมนุษย์กลับคืนสู่​สภาพเดิมที่ทรงสร้าง พระสัญญาแห่งการไถ่ให้รอดเผยให้เห็นตั้งแต่บาปเข้ามาในโลก (ปฐก. 3:15) เมื่อทรงชำระโลก เรือโนอาห์เป็นที่หลบภัยของมนุษย์จนกระทั่ง “​เมื่อ​​ครบกำหนดแล้ว พระ​เจ้า​ก็​ทรง​ใช้​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์​มา” (กท. 4:4) พระเยซูทรงเป็น “นาวา” สุดท้ายของมนุษย์ เพื่อนำเราไปสู่แผ่นดินของพระเจ้า ก่อนที่ “โลก​ธาตุ​ก็​จะ​สลาย​ไป​ด้วย​ไฟ” (2 ปต. 3:12) ตั้งแต่เสด็จสู่สวรรค์ พระผู้ช่วยให้รอดทรงทำงานผ่าน    คริสตจักรที่สถาปนาให้เป็นพระกายที่มีชีวิตของพระคริสต์ เป็นประตูแห่งความรอด ทำหน้าที่เชิญชวนให้คนทั้งหลายเข้ามาพบความรอด จนถึงวันที่พระองค์เสด็จกลับมา      หญิงสาวผู้รอคอยเจ้าบ่าวจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาพรหมจรรย์ของเธอไว้ เพื่อมอบให้แก่ชายที่เธอรักเท่านั้น คริสตจักรก็เช่นเดียวกัน  พระเยซูทรงเปรียบคริสตจักรเป็นเจ้าสาวของพระองค์ “พระ​คริสต์​ทรง​รัก​คริสต​จักร และ​ประ​ทาน​พระ​องค์​เอง​เพื่อ​คริสต​จักร” (อฟ. 5:25) พระคริสต์ทรงกระทำทุกสิ่ง “เพื่อ​จะ​ทำ​ให้​คริสต​จักร​บริ​สุทธิ์​โดย​การ​ชำระ​ด้วย​น้ำ​และ​พระ​วจนะ เพื่อ​พระ​องค์​จะ​ได้​คริสต​จักร​ที่​มี​ศักดิ์​ศรี ไม่​มี​ด่าง​พร้อย ริ้ว​รอย หรือ​มล​ทิน​ใดๆ เลย แต่​บริ​สุทธิ์​ปราศ​จาก​ตำ​หนิ” (อฟ. 5:25-27) จนถึงวันอภิเษกสมรสอันยิ่งใหญ่ เมื่อ […]

ประเทศซีเรีย

ประเทศซีเรีย เสียงวิงวอนที่ผ่านมาทาง จอร์จ แอนเดรีย เลขาธิการสมาคมพระคริสตธรรมซีเรีย ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง อเลปโป เมืองที่ใหญ่ที่สุดของซีเรีย ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรม อเลปโปถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งเนื่องจากสงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพของรัฐบาลและกองกำลังกบฏ “ทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือของขวัญจากพระเจ้า” ผู้คนในอเลปโปต้องดำรงชีวิตโดยปราศจากน้ำประปาและไฟฟ้า พวกเขาไม่มีที่จะหนีและหลบภัย ระเบิดและมิสไซล์กระหน่ำเข้าโจมตี ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงทั่วทั้งเมือง ผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยและล้มตายจำนวนมาก ประชาชนที่ตกอยู่ในพื้นที่ฝ่ายกบฎประสบภาวะอดอยากและขาดอาหาร แอนเดรีย เล่าถึงชีวิตท่ามกลางเสียงระเบิดทั้งวันและคืนว่า ไม่มีการเตือนหรือเสียงไซเรนที่เตือนให้ผู้คนหาที่หลบภัย “คุณจะตายก่อนได้ยินเสียงระเบิดด้วยซ้ำ” เขากล่าว “เราดำเนินชีวิตโดยตระหนักว่าอาจถูกโจมตีที่บ้าน ที่ทำงานหรือที่โบสถ์ เราทำอะไรไม่ได้ และไม่มีที่ที่จะไป ทุกอย่างอยู่ในน้ำพระทัยของพระเจ้า ทุกวันที่มีชีวิตคือของขวัญจากพระเจ้า ผู้คนพยายามจะใช้ชีวิตปกติ ไปทำงาน ไปนมัสการ แม้คริสตจักรหลายแห่งในเมืองจะเสียหาย หรือถูกทำลายไปแล้ว” “พระเจ้าประทานความหวังแก่เรามาตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น และสมาคมพระคริสตธรรมก็ยังคงรับใช้ทุกคน ทุกคริสตจักร ไม่ว่าจะนิกายใด” ในช่วงสงคราม สมาคมพระคริสตธรรมได้นำเข้าพระคัมภีร์และหนังสือคริสเตียน 30-40 ตัน ต่อปี ส่วนใหญ่มาทางเลบานอน เพราะไม่สามารถส่งเข้าซีเรียโดยตรง “ความต้องการพระคัมภีร์ทะยานขึ้นสูงมาก พระคัมภีร์สำหรับเด็กเป็นที่นิยม ผู้คนรู้สึกว่า มีเพียงพระคัมภีร์ที่สามารถให้คำตอบในช่วงเวลายากลำบาก และมีเพียงพระเจ้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขา สำหรับสมาคมพระคริสตธรรม นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีในการเป็นพยานและส่งต่อความหวังให้แก่ผู้คนผ่านพระวจนะของพระเจ้า” “เราจะทำอะไรได้? ชีวิตนั้นยากลำบากและอันตราย เราทำได้เพียงพึ่งพาพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นคำตอบของทุกสิ่ง […]

ประเทศอียิปต์

ประเทศอียิปต์ สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้รับทราบข่าวความเคลื่อนไหวจากสมาคมพระคริสตธรรมในประเทศต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในหลายประเทศที่คริสตชนกำลังถูกข่มเหงทางความเชื่ออย่างหนัก นี่คือหนึ่งในเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศอียิปต์ในช่วงปลายปีที่แล้ว ที่เราอยากแบ่งปันกับท่าน “เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม 2016 มีการวางระเบิดที่ St. Mark’s Coptic Cathedral ในไคโร ประเทศอียิปต์ มีผู้เสียชีวิต 25 คน และบาดเจ็บ 49 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและสตรี ความโศกเศร้าและเจ็บปวดท่วมท้นในจิตใจของชาวอียิปต์ พวกเราต่างตกใจกับการก่อการร้ายอย่างเจตนาจากพวกหัวรุนแรง พิธีไว้อาลัยของเหยื่อผู้เสียชีวิตถูกจัดขึ้นโดยกองทัพ นำโดยประธานธิบดีซิซี ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมีการประกาศให้ไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลาสามวัน เหล่านี้เป็นการส่งข้อความอย่างชัดเจนว่า คนทั้งประเทศพร้อมจะยืนเคียงข้างครอบครัวของ “ผู้ถูกข่มเหง” และคริสตจักร ในช่วงเวลาแห่งความปวดร้าวแทนที่จะหวาดกลัว โศกเศร้า และท้อใจ คริสตชนในอียิปต์ได้ตอบสนองด้วยความตั้งใจที่จะรักและให้อภัยดังเช่นที่เป็นมา แต่พวกเขาก็ยังต้องการคำอธิษฐานและกำลังจากเบื้องบน เพื่อเสริมเรี่ยวแรงในการสำแดงวิถีชีวิตที่แท้จริงออกไปในวันที่จะมาถึง โปรดอธิษฐานเผื่อสมาคมพระคริสตธรรม ในการรับใช้คริสตจักรของเหล่าผู้ถูกข่มเหง” จดหมายจาก ราเมซ อทัลลาห์ เลขาธิการสมาคมพระคริสตธรรมอียิปต์ ในปีนี้ สมาคมพระคริสตธรรมไทย ปรารถนาที่จะเชื่อมโยงและส่งผ่านความห่วงใยจากคริสตชนชาวไทยไปยังคริสตชนในประเทศที่ถูกข่มเหงเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอิรัก ซีเรีย อียิปต์ ปากีสถาน ฯลฯ โดยเราจะนำข่าวสารและจดหมายจากสมาคมฯ ประเทศต่างๆ […]

คำสาปแช่งในพระธรรมอิสยาห์ 3/16

คำสาปแช่งในพระธรรมอิสยาห์ คําถาม การกล่าวโทษ การคาดโทษ หรือ การทํานายเกี่ยวกับชนชาติต่างๆ ในพระธรรมอิสยาห์เป็นคําสาปแช่งจากพระเจ้าด้วยหรือไม่ หรือถ้อยคําในลักษณะใดบ้างที่จัดว่าเป็นคําสาปแช่งทั้งจากพระเจ้าและจากประชากรของพระองค์? คําตอบ ก่อนอื่นต้องขอตอบตามบริบทของพระธรรมอิสยาห์ว่า การเผยพระวจนะของอิสยาห์นี้เน้นหนักที่จะกล่าวต่อว่าชนชาติยูดาห์ แต่ก็ครอบคลุมไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งที่อยู่รอบๆ และประเทศที่พระเจ้าส่งมาลงโทษพวกเขาด้วย นอกจากการกล่าวโทษแล้ว พระธรรมอิสยาห์เองก็มีการกล่าวถึงพระพรและพระสัญญาที่พระองค์จะประทานให้กับคนยูดาห์ที่เหลืออยู่ การลงโทษของพระเจ้าต่อคนยูดาห์นั้นไม่ได้เป็นการลงโทษจนพวกเขาถูกทําลายจนหมดสิ้น เพราะพระองค์ทรงระลึกถึงคําสัญญาที่ได้ให้ไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขา หากเราพิจารณาบริบทรวมของพระคัมภีร์เดิม เราจะพบว่าคนอิสราเอลเป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรออกมาเป็นพิเศษ แต่พระเจ้าไม่ได้จํากัดพระองค์ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าของคนอิสราเอลเท่านั้น เพราะพระเจ้าเป็นพระผู้สร้างโลกนี้ และพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ทุกคนตามพระฉายาของพระองค์ ถึงแม้ชนชาติอื่นๆ จะไม่ได้นับถือพระเจ้าเหมือนชนชาติอิสราเอล และพวกเขากราบไหว้เทพเจ้าอื่นๆ พระเจ้าก็ยังมีสิทธิอํานาจเหนือพวกเขาอยู่ดี เมื่อเราทําการค้นหาคําว่า “วิบัติ” ซึ่งเป็นคําขึ้นต้นของการสาปแช่งนั้น เราพบว่า ถูกใช้ด้วยกันทั้งหมด 23 ครั้ง และมีอีกคําาหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการแช่งสาปคือคําาว่า “ครุวาท” ที่มีความหมายว่า คําพูดที่หนัก ถึงแม้จะปรากฏเพียงไม่กี่ครั้งในพระธรรมอิสยาห์ก็ตาม แต่มักจะเป็นคําขึ้นต้นของการแช่งสาป เนื้อความของคําาแช่งสาปนี้มักจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่อธรรมของกลุ่มคนที่ถูกแช่งสาป การแช่งสาปเป็นการกล่าวถึงการลงโทษที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่มีอยู่ 2 ตอนที่คําาแช่งสาปไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่เป็นคําาอุทานของอิสยาห์เอง เมื่อได้เผชิญกับความบริสุทธิ์ของพระเจ้า (อสย. 6:5) และความชอบธรรมของพระเจ้า (อสย.24:16) ตอนหนึ่งที่เป็นคําแช่งสาปที่น่าสนใจมากคือ อสย.45:7 ที่พระเจ้าตรัสว่า “เราทําให้เกิดสวัสดิภาพและสร้างความวิบัติ” […]

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนจบ) 2/16

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูความหวังอันน่ายินดี (ตอนจบ) ความเดิมจากตอนที่แล้ว กล่าวถึงแผ่นดินของพระเจ้าเกี่ยวข้องกับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองและลักษณะการเสด็จกลับมาของพระเยซู ซึ่งแตกต่างจากการเสด็จมาครั้งแรกเมื่อสองพันปีที่แล้ว ในตอนสุดท้ายนี้เราจะมาหาคำตอบจากคำถามที่ว่าพระองค์จะเสด็จมาทำไม และทำไมการเสด็จมาจึงเนิ่นช้า?พระเยซูเจ้าของเราจะต้องเสด็จมาเพื่อให้แผนการไถ่ให้รอดสำเร็จ เพราะการเสด็จกลับมาครั้งที่สองคือคำตอบของพระเจ้าแก่มวลมนุษย์และแม้แต่ซาตานศัตรูของพระองค์ก็รู้ดีว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมา มันจึงมุ่งมั่นแผนการทำลายอย่างไม่หยุดยั้งของพระประสงค์การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู7 ประการ 1. พระเยซูเสด็จมาเพื่อรวบรวมบรรดาผู้ที่เลือกสรร ในสมัยพันธสัญญาเดิม ปุโรหิตเป่าแตรเรียกประชาชนเมื่อมีการประชุมใหญ่อย่างไร(กดว. 10:2)ในวันสุดท้ายของโลก ทูตสวรรค์ผู้มีอำนาจจะเรียกคนทั้งหลาย “ ด้วยเสียงแตรที่ดังมาก” เพื่อรวบรวมบรรดาผู้ที่เลือกสรรไว้แล้วจากทั้งสี่ทิศ (มธ.24:31มก.13:27) การ “รวบรวม” สะท้อนให้เห็นถึงความหวังที่ชาวอิสราเอลใคร่เห็นพระเจ้าจะทรงรวบรวมบรรดาชาวยิวที่กระจัดกระจายไปทั่วกลับมา ตาม พระสัญญาของพระองค์(ตัวอย่าง ฉธบ.30:32-2016 180416.indd 14 4/5/2559 6:51อสย.43:3-5 อสค.39:27) หลังจากที่คนเหล่านั้นกระจัดกระจายไปทั่วโลก เพื่อเป็นพยานให้แก่พระ-เยซูคริสต์ (กจ.1:8) บรรดาสาวกจะมารวมตัวกันอีกครั้ง บรรดาผู้เชื่อของพระเยซูก็มีความหวังเช่นเดียวกัน เมื่อพระองค์จะทรงรวบรวมธรรมิกชนและรับทุกคนไปกับพระองค์ 2. พระเยซูเสด็จมาเพื่อเรียกคนที่ตายแล้วให้เป็นขึ้นมา บรรดาผู้เชื่อที่เสียชีวิตจะได้รับสิทธิพิเศษยิ่งที่มีส่วนในการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซู“ ถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ในการเป็นขึ้นจากตายอย่างพระองค์ (รม.6:5 ฟป.3:10) การเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูทำให้เรามีความหวังใจ (1 ปต.1:3; 1 ธส.4:14) เป็นสิ่งยืนยันพระสัญญาของพระองค์ (ยน.6:40) หากพระเยซูไม่เรียกให้คนตายคืนชีวิต ข่าวประเสริฐก็ไร้ความหมาย และความหวังของเราก็ไร้ประโยชน์ (1 […]

ชีวิตมีคุณค่าถ้าเริ่มต้นที่พระเจ้า 1/16

ชีวิตมีคุณค่าถ้าเริ่มต้นที่พระเจ้า รู้จักพระเจ้า เริ่มจากสมัยที่ยังเป็นเด็กเล็กๆ ชอบอ่านชอบดูพระคัมภีร์สำหรับเด็กเล่มที่ปกสีม่วงมีรูปเด็กแก้มตุ่ยๆ ใส่ชุดสีแดงๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อมองย้อนกลับไป เพราะตอนนั้นอ่านหนังสือไม่ค่อยออกและไม่ชอบอ่านหนังสือด้วย แต่ทำไมถึงชอบพระคัมภีร์เล่มนี้ก็ไม่ทราบ พอโตขึ้นก็ค่อยๆ ได้ยินเรื่องราวของพระเจ้าผ่านทางคุณแม่และพี่สาว จนกระทั่งมาอยู่ชั้นมัธยมต้น มีโอกาสไปค่ายประกาศผู้นำได้ถามว่าใครยังไม่เคยอธิษฐานรับเชื่อบ้าง ผมก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนที่เราจะไปพาคนอื่นมาเชื่อพระเจ้า เราก็ควรจะรับเชื่อก่อน ผมจึงรับเชื่อตอนนั้น อธิษฐานรับเชื่อเองแล้วก็ออกไปประกาศกับทีม จากนั้นประมาณมัธยมปีที่ 3-4 ผมก็ขอรับบัพติศมา ชีวิตเปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงค่อยๆ เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ใช่การเปลี่ยนที่แบบหน้ามือเป็นหลังมือ หรือชั่วข้ามคืน แต่เปลี่ยนตามกาลเวลาที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปที่เห็นเป็นรูปธรรมคือการเรียน ผมเป็นคนที่มีพัฒนาการการอ่านที่ช้ามาก ตั้งแต่เด็กๆ ผมอ่านหนังสือไม่ออก เริ่มอ่านได้บ้างตอนอยู่ประถม 6 ผลการเรียนทุกเทอมได้ศูนย์เกือบทุกวิชาโดยเฉพาะวิชาหลักๆ อย่างภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์และภาษาไทย จนวันหนึ่งเมื่อผมได้รับสมุดพกผลการเรียนมัธยมปีที่ 3 ผมรู้สึกว่าเอียนกับการติดศูนย์แล้ว ผมไม่อยากทำให้พ่อแม่เสียใจและผิดหวังอีกต่อไป ผมจึงเริ่มตั้งใจอธิษฐานขอพระเจ้าตรงๆเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรให้คะแนนดีขึ้น ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี บอกแค่ว่าพระเจ้าช่วยผมด้วย วันหนึ่งหลังจากหมดคาบเรียนแล้ว ผมตัดสินใจเดินเข้าไปหาอาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษ ซึ่งปกติผมจะกลัวอาจารย์ท่านนี้มาก เพราะท่านดุมาก และทุกคนจะกลัวท่าน เวลาเรียนไม่เข้าใจก็ไม่กล้าถามท่าน ผมมักจะโดนอาจารย์ตีอยู่เสมอ เพราะผมทำการบ้านไม่ได้ วันนั้นผมเดิน เข้าไปหาแล้วถามอาจารย์ว่ารับสอนภาษาอังกฤษไหม อาจารย์ดูแปลกใจมาก บอกกับผมว่าจะขอไปคุยกับคุณแม่ของผมก่อน ท่านถามคุณแม่ว่าผมเป็นคนอย่างไร อาจารย์ไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงเรียนภาษาอังกฤษไม่ได้ […]

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนที่ 2) 1/16

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนที่ 2) ความเดิมจากตอนที่แล้ว ผู้เขียนกล่าวถึงคำสอนเรื่องการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ซึ่งเป็นความหวังอันสูงสุดของผู้เชื่อพระเยซู การเสด็จมาครั้งที่สองคือศูนย์กลางแห่งความหวังของเรา คำศัพท์ที่อัครทูตใช้สื่อสารกับผู้เชื่อเกี่ยวกับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ได้แก่“ความหวัง” และ “มารานาธา” นอกจากนี้ยังมีคำอื่นอีกที่เราควรรู้จักได้แก่ การขอบพระคุณ คำนี้มีปรากฏอยู่ในพิธีต่างๆของคริสตจักรยุคแรกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีมหาสนิท อัครทูตเปาโลใช้คำว่า“ขอบพระคุณ” ในอารัมภบทของจดหมายที่ส่งไปยังคริสตจักรต่างๆ คำว่า ขอบพระคุณ แสดงถึงความเชื่อที่ผู้พูดมีต่อพระเจ้า เมื่ออัครทูตเขียนไปยังคริสตจักรต่างๆ หนุนใจให้ขอบพระคุณ ผู้อ่านจะกล่าวคำว่า “อาเมน” คำขอบพระคุณมักลงท้ายด้วยการกล่าวถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง(1 คร.1:7 อฟ. 1:10,1 ธก.1:6, 2 ธก.1:7-10 และ 1 ปต.1:5) การกล่าวถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สองในการขอบพระคุณแสดงให้เห็นว่า ความหวังใจในการเสด็จกลับมาเป็นสิ่งที่อยูในแก่นของความเชื่อและการนมัสการของคริสตจักรยุคอัครสาวก สำหรับคริสตจักร “การเสด็จมา” ของพระเยซูปรากฏอยู่ในการประทับอยู่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นมัดจำมรดกที่จะได้รับ (อฟ.1:13-14) การเสด็จมาของพระวิญญาณไม่ใช่พระสัญญาสุดท้าย บุตรมนุษย์ยังจะต้องเสด็จมาบนท้องฟ้า บุตรมนุษย์ พระเยซูทรงกล่าวถึงพระองค์เป็น“บุตรมนุษย์” หลายครั้ง คำนี้มาจากดาเนียล 7:13 ซึ่งกล่าวถึงบุตรมนุษย์ซึ่งจะปรากฏในวาระสุดท้าย ในฐานะของพระเมสสิยาห์ ซึ่งพระเยซูตรัสไว้ว่า พระองค์จะเสด็จมาด้วยฤทธานุภาพ เพื่อพิพากษา(ดนล.7:13-14) พระนาม“บุตรมนุษย์” ที่พระเยซูทรงนำมาใช้เรียกพระองค์เองขณะประทับอยู่ในโลก และลักษณะการเสด็จกลับมาและเหตุผลการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์ […]

1 25 26 27 28 29 44