ตรีเอกานุภาพควรแปลว่าอย่างไร? 1/12

ตรีเอกานุภาพควรแปลว่าอย่างไร?  ถาม ตรีเอกานุภาพควรแปลว่าอะไร? ตอบ ก่อนอื่นต้องขอตอบว่า คำนี้ไม่ได้ปรากฏในพระคริสตธรรมคัมภีร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่เป็นคำสอนเกี่ยวกับพระลักษณะของพระเจ้าที่ปรากฏในพระคริสตธรรมคัมภีร์ คำๆ นี้เป็นคำที่แปลมาจากภาษาอังกฤษคือคำว่า Trinity ซึ่ง มีความหมายกว้างๆ ว่า สามรวมเป็นหนึ่ง นักวิชาการหลายท่านจึงเสนอว่าควรจะแปลว่า ตรีเอกภาพ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องภาษาศาสตร์ แต่เป็นเรื่องทางศาสนศาสตร์ หรือ หลักข้อเชื่อของคริสตชนที่เชื่อในพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียวแต่ปรากฏเป็นสาม พระภาค หรือ สามบุคคล ได้แก่ พระบิดา พระบุตร (หมายถึงพระเยซูคริสต์) และพระวิญญาณบริสุทธ์ิ (หรือพระจิต) แนวความคิดนี้กว่าจะเป็นที่ยอมรับสำหรับคริสตชนนี้ต้องใช้เวลาโต้แย้งกันใน ระดับผู้นำคริสตจักรเป็นเวลาถึงร้อยกว่าปี เพราะไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิดว่า คริสตชนมีพระเจ้าสามองค์ แต่ต้องการถ่ายทอดว่า พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์คือพระเจ้าองค์เดียว เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ในพระธรรมยอห์น 17:11 พระเยซูได้อธิษฐานเผื่อสาวกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหมือนกับพระองค์กับ พระบิดา และได้กล่าวซำ้อีกในข้อ 21 เมื่ออธิษฐานเผื่อคนที่สาวกจะนำมาวางใจในพระเยซูในอนาคตด้วย พระเยซูไม่ทรงปิดบังความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างพระเจ้ากับพระองค์ พระเยซูทรงเรียกพระเจ้าว่า พระบิดาต่อหน้าพวกยิว จนพวกเขาโกรธดังปรากฏในพระธรรมยอห์น 5:17-18 แต่พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่า “พระบิดาของเรายังทรงทำงานอยู่เรื่อยๆ และเราก็ทำด้วย” เพราะเหตุนี้พวกยิวยิ่งหาโอกาสที่จะฆ่าพระองค์ ไม่ใช่เพราะพระองค์ฝ่าฝืนกฎวันสะบาโตเท่านั้น แต่ยังเรียกพระเจ้าเป็นบิดาด้วย ซึ่งเป็นการทำตัวเสมอพระเจ้า […]

ช่วยเพศที่สาม 4/11

ช่วยเพศที่สาม สมัยที่ผมเริ่ม เข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา มีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นคนที่สะดุดตาสำหรับผู้ชายทุกคนมาก ด้วยความเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อย ดูน่ารัก และมีรอยยิ้มที่เป็นมิตร จนกระทั่งวันสอบกลางภาคครั้งแรกมาถึงผู้ชายทุกคนต้องตกใจจนหงายหลังเพราะสาว น่ารักที่ทุกคนเหลียวมองแต่งชุดนิสิตชายมาสอบ ความก็เลยแตก ผมอดขำเพื่อนของตัวเองไม่ได้ เพราะมีหลายคนเหลือเกินที่พยายามจะจีบเธอมาเป็นแฟน ในวัยเรียนผมมีเพื่อนที่หลายคนที่มีบุคลิกทางเพศผิดแผกไปจากคนทั่วไป ผมไม่ค่อยสนใจมากนักว่าเพื่อนคนนั้นจะมีรสนิยมทางเพศอย่างไร รู้สึกว่ามันเป็นสิทธิส่วนตัวขอแค่เขาไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อนก็น่าจะพอ แต่ก็มีเพื่อนผู้ชายบางคนที่รู้สึกเกลียดคนพวกนี้จนเข้าไส้ บางคนถึงขนาดที่เห็นเมื่อไหร่ต้องไปวิ่งไล่เตะกันเลยทีเดียว ที่รุนแรงไปกว่านั้นนิสิตที่แสดงออกถึงรสนิยมทางเพศของตนเองอย่างตรงไปตรงมามักจะถูกเพ่งเล็งและถูกอาจารย์บางท่านเรียกไปตักเตือนบ่อยครั้ง บางคนถึงกับต้องพักการเรียนก็มี ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้ค่านิยมของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปด้วย ปัจจุบันสังคมยอมรับคนที่เคยถูกเรียกอย่างรังเกียจและดูถูกว่าเป็นพวกกระเทยมากขึ้นกว่าในอดีตชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมไปเป็นวิทยากรบรรยายความรู้เรื่องเพศ และใช้คำวิชาการว่า “รักร่วมเพศ” (homosexual) ในการอธิบายมีคนยกมือขึ้นมากลางคันเพื่อขอให้ผมเปลี่ยนไปใช้คำว่า “คนรักเพศเดียวกัน” แทน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าสังคมมีการยอมรับและให้คุณค่ากับคนรักเพศเดียวกันมากขึ้น ในอดีตผมยอมรับว่าผมมีท่าทีสนับสนุนความคิดดังกล่าวอย่างเต็มตัว แต่เมื่อผมได้ทราบความจริงว่าสิ่งนี้เป็นความบาปทัศนคติของผมจึงเปลี่ยนไป เมื่อผมมารู้จักกับพระเจ้าและทำงานเป็นผู้ให้คำปรึกษา ผมตำหนิคริสเตียนที่มีปัญหาเอกลักษณ์ในเรื่องเพศอย่างรุนแรง บอกว่าเขาต้องกลับใจ โดยยกเหตุผลและข้อพระคัมภีร์มากมายมาสนับสนุน ผมยังจำได้ว่าทุกคนที่ถูกตำหนิมีสีหน้าแย่ขนาดไหนแต่ผลก็คือผมไม่เคยช่วยให้ใครกลับสู่เพศที่แท้จริงของเขาได้เลยแม้แต่คนเดียว จนกระทั่งวันหนึ่งพระเจ้าเรียกให้ผมกลับใจ ในขณะที่ผมกำลังอ่านพระธรรมยอห์น 8:1-11 เรื่องธรรมมาจารย์และฟาริสีจับหญิงคนหนึ่งฐานล่วงประเวณีมาให้พระเยซูคริสต์ทรงตัดสิน คำตรัสของพระเยซูว่า “ใครในพวกท่านไม่มีบาป ให้เอาหินขว้างนางก่อนเป็นคนแรก” เสียดแทงหัวใจของผมอย่างมาก ผมย้อนนึกไปถึงคนมีปัญหาที่มาพบผมเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ผมกลับขว้างก้อนหินแห่งการตำหนิ และการพิพากษาใส่พวกเขา ผมขอให้พระเจ้าโปรดยกโทษให้ผม และตั้งแต่วันนั้นความคิดของผมก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย พระเจ้าประทานโอกาสให้ผมได้แก้ไขตัวเองผมได้คุยกับน้องต้น (นามสมมุติ) ผู้ชายที่แต่งตัวเป็นผู้หญิงมาตั้งแต่อายุสิบสองปี (ตอนพบกันน้องต้นอายุประมาณสิบห้าปี) น้องต้นเล่าให้ผมฟังภายหลังว่าคนที่ให้คำปรึกษากับน้องต้นมีอยู่สองประเภท ประเภทแรกก็สนับสนุนให้น้องต้นแต่งหญิง […]

พ่อแม่ฮีโร่ตัวจริง 3/11

พ่อแม่ฮีโร่ตัวจริง สมัยที่ผมเรียน ชั้นประถมพอเลิกเรียน ผมจะกระสับกระส่ายเฝ้ารอว่าเมื่อไรแม่จะมารับกลับบ้านสักที เพราะนอกจากแม่จะซื้อขนมอร่อยๆ ให้ทานแล้ว ผมยังอยากรีบกลับไปดูหนังฮีโร่ญี่ปุ่นซึ่งผมติดจนงอมแงม ฮีโร่ในสมัยของผมสร้างแรงบันดาลใจให้ผมมากมาย อย่างเช่นเรื่องขบวนการห้ามนุษย์ไฟฟ้าและไอ้มดแดงที่ทำให้ผมอยากเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม ภาพตัวเองในวัยเด็กใส่หน้ากากมดแดงถือดาบพลาสติกวิ่งปราบเหล่าร้ายไปทั่วซอย เป็นภาพที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็อดอมยิ้มไม่ได้ ถ้าทุกคนลองหลับตาลงสักพักนึกย้อนกลับไปสมัยที่เรายังเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยกก็คงอดฉีกยิ้มไม่ได้ที่เห็นตัวเองใส่หน้ากากฮีโร่ตัวโปรด กวัดแกว่งดาบพลาสติกเพื่อปราบเหล่าร้าย (ถ้าผู้หญิงคงนึกว่าตัวเองเป็นเซเลอร์มูนแน่ๆ) เห็นด้วยกับผมบ้างไหมครับว่าฮีโร่ในโทรทัศน์มีอิทธิพลกับพัฒนาการทางความคิดของเราและสร้างนิสัยบางอย่างให้กับเราอย่างมาก แต่นั่นเป็นเพียงอิทธิพลในเวลาสั้นๆ ที่หนังเรื่องนั้นยังฉายอยู่เท่านั้น แต่มีฮีโร่ใกล้ตัวที่เรามักมองข้ามและนึกไม่ถึงว่าเขามีอิทธิพลกับชีวิตของเราทุกคนมากมายเหลือเกิน ฮีโร่ที่แค่จับมือก็มอบความกล้าหาญให้สามารถข้ามถนนใหญ่ๆ ได้อย่างไม่ต้องหวาดกลัว ไม่มีใครอื่นนอกจากพ่อและแม่ของเราทุกๆ คนนั่นเอง ผมมักได้ยินพ่อแม่ หรือครูอาจารย์สมัยนี้บางท่านบ่นให้ฟังว่า “เด็กสมัยนี้สอนอะไรไปก็ไม่จำหรอก” หรือ “เด็กสมัยนี้เลี้ยงยาก ดูแลยาก ไม่เชื่อฟัง” ฟังดูคุ้นๆ หูบ้างไหมครับ คำพูดลักษณะนี้ เหมือนจะบอกว่าการอบรมสั่งสอนเด็กของพ่อแม่และครูอาจารย์ไม่มีอิทธิพลอะไรกับชีวิตของเด็กเลย นั่นคือมุมมองของพ่อแม่ แต่คุณเคยลองคิดเรื่องนี้ในมุมมองของเด็กบ้างไหมครับ เด็กจำนวนมากไม่เคยรู้สึกว่าพ่อแม่เป็นฮีโร่สำหรับพวกเขา เพราะพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้ ไม่ค่อยอบรมสั่งสอนจริงๆ จัง (เพราะกลัวพูดมากไป ลูกจะไม่รัก) ไม่เคยให้คำปรึกษาเด็กหลายคนยิ่งแล้วใหญ่ เขารู้สึกอึดอัดใจที่เติบโตมาในครอบครัวที่แตกแยก พ่อไปทางแม่ไปทาง จะคุยกับฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายก็ไม่พอใจ หรือพอได้คุยกับแม่ก็กลายเป็นว่าต้องมานั่งรับฟังแม่เฝ้าต่อว่าพ่อให้ลูกฟัง บางครอบครัวพ่อทุบตีแม่จนลูกๆ ไม่กล้าเข้าไปพูดคุยกับคนเป็นพ่อ สะสมจนกลายเป็นความเกลียดชัง ลูกๆ เริ่มไม่อยากจะเชื่อฟังคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแม่ ก็เพราะพ่อแม่ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกชื่นชม หรืออยากเอาเป็นแบบอย่างสำหรับชีวิต เด็กบางคนต้องแอบร้องไห้ทุกวันพร้อมกับถามตัวเองว่า […]

กับช่วงชีวิตหนึ่งที่ผมได้สัมผัสกับพระเจ้า 3/11

กับช่วงชีวิตหนึ่งที่ผมได้สัมผัสกับพระเจ้า ชีวิตลูกผู้ชายคน หนึ่งที่เดินอยู่ในทางแห่งความบาป มีชีวิตที่มีความสุขอยู่กับการได้เสพบุหรี่ ดื่มสุรา เคล้านารี และความสุขเหล่านั้นก็พลันหายไปเมื่อเกิดวิกฤติกับชีวิตของเค้า ด้วยวัยเพียง 20 ต้นๆ เค้าเผชิญกับโรคมะเร็งระยะที่ 3 เค้ารู้ดีว่าโรคนี้คร่าชีวิตผู้คนมากมายมาแล้ว ในช่วงเวลาแห่งความเจ็บป่วยและต้องเผชิญชีวิตด้วยความยากลำบาก พระเจ้าได้ทรงเรียกเค้าให้ยอมจำนนกับพระองค์ และเปลี่ยนชีวิตเค้าใหม่ให้เป็นชีวิตที่ดำเนินอยู่ในทางของพระองค์เค้าก้าว ผ่านชีวิตที่เจ็บปวดเจียนตายมาได้โดยพระเจ้า และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ภายใต้การทรงนำของพระองค์ ขอแนะนำให้พบกับ ร.ต.อ.สรรัชฏก์ ศรีปุณยาภิคุปต์ ผมชื่อ ร.ต.อ.สรรัชฎก์ ศรีปุณยาภิคุปต์ หรือเรียกชื่อเล่นว่า “เต้” ปัจจุบันผมอายุ 26 ปี จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม มีอาชีพรับราชการตำรวจ ผมได้สมรสกับ คุณภัทรพร เสรีประเสริฐ หรือชื่อเล่นว่า “ฟาร่า”?? เมื่อประมาณปี พ.ศ.2543 ขณะนั้นผมอายุประมาณ 15 ปีเศษๆ ครอบครัวของผมมีความสะดวกสบายในชีวิตพอสมควร ไม่เดือดร้อนทางด้านการเงินเลยแต่มีปัญหาทางบ้านพอสมควร ผมเติบโตมาในสภาพของครอบครัวที่ในยามค่ำคืนมีแต่การทะเลาะเบาะแว้ง พ่อไม่มีเหตุผลกับแม่ ด่าว่า และทำร้ายแม่บ้าง เป็นจุดพลิกผันจุดหนึ่งที่ทำให้ผมไม่อยากอยู่บ้าน อยากอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่บ้าน ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งในหลายๆ เหตุผลของผมในการตัดสินใจไปสอบเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร และด้วยความที่ต้องการหนีปัญหาไม่อยากจะอยู่บ้าน ประกอบกับค่านิยมที่ผิดๆ […]

จากโลกบันเทิง สู่ชีวิตที่มีพระเจ้านำ 2/11

จากโลกบันเทิง สู่ชีวิตที่มีพระเจ้านำ สำหรับคนรุ่นผู้ใหญ่สักหน่อย คงเคยได้ยินชื่อของ “ตุ๊กตา จินดานุช” ในวันที่เริ่มก้าวสู่วงการบันเทิงไทยในฐานะดาราเด็ก เธอย้อนอดีตให้ฟังว่า “ดิฉันเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ไปเกิดที่จังหวัดชัยภูมิ พ่อแม่ของดิฉันเป็นศิลปินนักแสดง ตอนจะคลอดดิฉันนั้น คุณแม่อยู่บนเวทีแสดงเรื่องสโนไวท์ พอดีชุดที่สวมเป็นกระโปรงบานๆ คนเลยไม่รู้ว่านางเอกท้อง เล่นไปได้สักพัก คุณแม่เจ็บท้องคลอด ต้องหยุดการแสดง ไปโรงพยาบาลแทน ตอนเด็กอายุ 4-5 ขวบดิฉันก็อยู่ในแวดวงดนตรีลูกทุ่ง พออายุ 7 ขวบก็มีคนสนใจชวนให้ไปเล่นหนังเป็นคุณเพชราตอนเด็ก ก็เลยเติบโตจากการเล่นเป็นนางเอกตอนเด็กๆ มาเรื่อยๆ แสดงหนังละคร มากมายจนเป็นที่รู้จัก เรียกว่าช่วงที่มีชื่อเสียง คือช่วงวัยเด็ก” หลังจากนั้นเธอเริ่มหันมาสนใจด้านการเรียนอย่างจริงจัง บทบาทในวงการบันเทิงจึงมีน้อยลง “เรียน ป.1-4 ที่โรงเรียนวัดใหม่พิเรนทร์, ป.5-7 ที่ประถมทวีธาภิเศก แล้วก็ไปต่อ ม.ศ.1-5 ที่โรงเรียนเบญจมราชาลัย กระทั่งจบระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ วิชาเอกโฆษณา วิชาโทประชาสัมพันธ์ “ส่วนงานเล่นหนัง เล่นละครก็มีบ้าง และมีงานพากย์หนังด้วย คือเริ่มพากย์หนังตั้งแต่อายุ 9 ขวบ อยู่กับคุณป้าจุรี โอศิริ ท่านเป็นอาจารย์ที่สอนดิฉันในเรื่องการพากย์หนัง ช่วงวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นนับเป็นช่วงที่ดิฉันประสบความสำเร็จในวงการบันเทิง […]

ฉันติด Facebook? 1/11

ฉันติด Facebook? คนที่ติดเหล้า ติดบุหรี่ ติดสารเสพติด นั้นสังเกตไม่ยาก เด็กที่ติดเกม ก็มีพ่อแม่คอยวิ่งพามารักษาไม่ขาดสาย แต่อาการเสพติดประเภทใหม่ ยังเป็นข้อถกเถียงของสังคม ก็คือการเสพติด social network ซึ่งถ้าเราพูดให้ชัด หรือเจาะจงกว่านี้สักหน่อย Facebook น่าจะเป็นตัวแทนที่พอพูดถึงใครๆ ก็ต่างนึกออก เคยสงสัยบ้างไหมครับว่าการเสพติด Facebook มันมีจริง หรือเป็นแค่คำพูดประชดกันแรงๆ ของนายจ้างที่เกลียดที่สุดเวลาเห็นคนในบริษัทแอบเบียดบังเวลางานไปเล่นเจ้าFacebook วิธีการที่จะบอกได้ดีที่สุดว่า Facebook เสพติดได้จริงหรือไม่ก็คือ การสำรวจว่ามีใครบ้างที่ลงแดง (withdrawal symptoms) หรือทุรนทุรายอย่างหนักเวลาไม่ได้เสพเจ้า Facebook วิธีทดสอบที่ผมไม่เคยใช้กับสารเสพติดประเภทอื่นก็คือ ผมต้องลองเสพ Facebook ด้วยตัวผมเองดูสักครั้ง ซึ่งนับจากวันนั้นก็ผ่านมากว่า 2 ปีแล้ว จากการได้ทดสอบกับตัวเองและได้สังเกตจากเพื่อนๆ รวมทั้งคนที่มาขอคำปรึกษาทำให้ผมเกิดความเชื่อส่วนตัวว่า Facebook สามารถเสพติดได้จริงเพราะในช่วงปีแรกตัวผมเองติด Facebook อย่างงอมแงม ถามว่าผมรู้ได้อย่างไรว่าติด? ผมอยากให้หลักง่ายๆ ที่คุณผู้อ่านสามารถใช้ถามตัวเองได้เช่นกันว่าคุณติดมันหรือไม่ (ดัดแปลงจากนิตยสาร GM 371 ,2009) Facebook ทำให้นอนดึกผิดปกติ บางคนบอกว่านอนเช้า คือเช้าของอีกวัน […]

คำฮีบรูว่า เชคินาห์ หมายความว่าอย่างไร? 1.1/11

คำถามแรกนั้นเกี่ยวกับความหมายของคำฮีบรูคำหนึ่งคือ เชคินาห์ ถาม คำฮีบรูว่า Shekinah มีความหมายว่าอย่างไร ตอบ คำ Shekinah เป็นคำนาม ที่มาจากคำกริยาว่า Shakan ซึ่งแปลว่า พัก,อาศัย ดังนั้น คำ Shekinah จึงแปลว่า การ พัก หรือ การอาศัย หรือ การตั้งรกราก คำนี้ไม่ปรากฏในพระคัมภีร์ฉบับฮีบรู แต่ปรากฏบ่อยครั้งในพระคัมภีร์ทาร์กุม (หมายถึง พระคัมภีร์เดิมฉบับภาษาอาราเมค) นอกจากนี้คำนี้ยังนำมาใช้ในแวดวงศาสนศาสตร์ของคนยิว ในความหมายของการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้าท่ามกลางประชากรของพระองค์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสถิตในพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม การสถิตอยู่ด้วยนี้มิใช่ในระยะเวลาอันสั้นแต่เป็นระยะเวลานานหรือถาวร Shekinah แสดงถึงการที่พระเจ้าผู้สูงสุดทรงอยู่ใกล้ชิดกับประชากรของพระองค์อย่างเห็น ได้ชัด ตัวอย่างหนึ่งที่ให้เราเห็น Shekinah ของพระเจ้าคือในพระธรรมอพยพ 40:34-35 ฉบับมาตรฐาน 2011 ว่า “ในขณะนั้น มีเมฆมาปกคลุมเต็นท์นัดพบไว้ และพระรัศมีของพระยาห์เวห์ก็ปรากฏอยู่เต็มพลับพลานั้น. โมเสสเข้าไปในเต็นท์นัดพบไม่ได้ เพราะเมฆปกคลุมอยู่ (shakan)และพระรัศมีของพระยาห์เวห์ก็อยู่เต็มพลับพลานั้น.”โมเสสสัมผัสได้ ถึงการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้าในเต็นนัดพบนั้น และสำหรับคนอิสราเอลแม้ไม่เห็นพระเจ้า แต่ทราบว่าพระองค์สถิตกับพวกเขาโดยสังเกตดูเสาเมฆและเสาไฟ ดังนั้นทั้งเสาเมฆและเสาไฟจึงแสดงถึง Shekinah แก่พวกเขา อนึ่งคำ Shekinah […]

รถรบ หรือ โล่? 1.2/11

รถรบ หรือ โล่? ถาม พระธรรมสดุดี 46:8-9 ฉบับ 1971 มาเถิด มาดูพระราชกิจของพระเจ้า ว่าพระองค์ทรงกระทำให้เริศร้างในแผ่นดินโลกอย่างไร พระองค์ทรงให้สงครามสงบถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก พระองค์ทรงหักคันธนูและฟันหอกเสีย พระองค์ทรงเผารถรบเสียด้วยไฟ พระธรรมสดุดี 46:8-9 ฉบับ Good News Bible (GNB) Come and see what the Lord has done. See what amazing things he has done on earth. He stops wars all over the world; he breaks bows, destroys spears, and sets shields on fire. เมื่ออ่านพระธรรมสดุดี […]

แต่ข้ารู้จักพระองค์ที่ข้าฯ เชื่อ 4/10

แต่ข้ารู้จักพระองค์ที่ข้าฯ เชื่อ ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นคริสเตียน พื้นฐานความเชื่อโดยส่วนตัวเป็นแบบเชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตอนข้าพเจ้าอายุประมาณ 9 ขวบกว่า ข้าพเจ้าได้สูญเสียคุณแม่กะทันหัน (เนื่องจากท่านหัวใจวายเฉียบพลัน)ทำให้ข้าพเจ้าและครอบครัวมีความเศร้าโศก อย่างมาก เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ชีวิตก็เป็นปกติทั่วไป จนกระทั่งได้มาพบคุณหมอพรสรรพ์ ปุญญาภิบาลซึ่งเป็นคริสเตียน ในช่วงที่คบกันประมาณ 4 ปีคุณหมอก็ชวนไปคริสตจักรบ้างเท่าที่มีโอกาส คุยกันเกี่ยวกับเรื่องศาสนา เรื่องความเชื่อบ้างแต่ไม่ได้จริงจัง ซึ่งตอนนั้นข้าพเจ้าก็เฉยๆ ไม่ได้แอนตี้แต่ก็ไม่ได้ยอมรับ และคิดว่าต่างฝ่ายต่างนับถือคนละศาสนาก็ได้ ข้าพเจ้าไม่รู้สึกขัดแย้ง คิดแต่ว่าขอให้นิสัยดีก็แล้วกัน จุดเปลี่ยนของชีวิต เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ข้าพเจ้าเดินไปที่จอดรถก็เดินสวนกับพี่อ้วน (ทพญ.ไฉไล บุษกรเรืองรัตน์) และอาจารย์ไก่ (อ.พิพัตรา ธนังกูรวิโรจน์ ตอนนั้นเป็นอาจารย์ที่คริสตจักรไมตรีจิตหลังสวน) เราจึงทักทายกัน เนื่องจากตอนนั้นข้าพเจ้าทำธุรกิจส่วนตัว เปิดศูนย์การสอนสำหรับเด็ก และพี่อ้วนได้พาลูกมาเรียนที่ศูนย์ฯ พี่อ้วนชวนข้าพเจ้าให้ไปร่วมกลุ่มเซลสามัคคีธรรมที่บ้านของพี่อ้วนในเย็นวันนั้น แต่ข้าพเจ้าปฏิเสธ โดยรับปาก(ด้วยความเกรงใจ)ว่าจะไปในคราวหน้า เมื่อถึงวันที่มีเซลอีกครั้งนี้ข้าพเจ้าก็ไปร่วม พอไปถึง บรรยากาศของกลุ่มทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจ มีการร้องเพลงและเป็นพยาน ปกติข้าพเจ้าเป็นคนชอบร้องเพลงแต่ไม่ค่อยกล้า ในกลุ่มเซลนั้นข้าพเจ้าเห็นแต่ละคนมีความสุขและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้ากันแบบไม่อาย ค่ำคืนนั้นเราคุยกันเกี่ยวกับเรื่องพระเจ้า ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของข้าพเจ้าที่อยากรู้จักพระเจ้า ทั้งๆ ที่ก่อนไปบ้านพี่อ้วนข้าพเจ้ามีความตั้งใจว่าจะไปร่วมเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ปี 1997ข้าพเจ้าได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ด้วยเหตุผลที่ว่าพระเจ้าทรงเป็นความรักข้าพเจ้าอยากสัมผัสความรักความอบอุ่นที่มาจากพระเจ้า ช่วงเวลานั้นข้าพเจ้าอยากรู้จักพระเจ้ามากขึ้น […]

ดีเจตี้ กับมุมลึกๆ ที่เรียกว่า รักจากพระเจ้า 3/10

ดีเจตี้ กับมุมลึกๆ ที่เรียกว่า รักจากพระเจ้า ผมชื่อ มงคล องก์พัฒนกุล หรือ ตี๊ เกิดวันที่ 2 ธันวาคม 2525 อายุ 28 ปี เป็นลูกคนเดียวจนถึงอายุ 15 ปี จึงได้มีน้องสาว 1 คน ห่างกัน 15 ปี น้องสาวชื่อ เจียเจีย น้องสาวเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนเพ็ญสมิธ ผม “โตด้วยข้าวโบสถ์” ผมเป็นลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน คุณแม่เป็นคนไต้หวัน ท่านย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย เพื่อมาอยู่กับอากงที่จังหวัดสกลนคร ผมจึงมาเกิดที่นี่ แต่ด้วยเรื่องงานคุณพ่อคุณแม่จึงพาผมกลับไปอยู่ที่ไต้หวันหลังจากที่คลอดออก มาไม่กี่เดือนอยู่นานจนผมเรียนอนุบาลที่นั่น และกลับมาเมืองไทยตอนอายุ 4-5 ขวบก่อนเข้าเรียนชั้นประถม ผมเป็นครอบครัวคริสเตียน ตอนเด็กวิ่งเล่นอยู่ในโบสถ์ ที่คริสตจักรที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ช่วงแรกได้มานมัสการพระเจ้าที่ศูนย์คริสเตียนไมตรีจิต ตอนนั้นยังเปิดเป็นศูนย์ฯ ยังไม่เป็นคริสตจักร ขณะนั้นผมเรียนอยู่ชั้นประถมคนอื่นเขาโตด้วยข้าววัด “ผมโตด้วยข้าวโบสถ์”เพราะโบสถ์กับบ้านอยู่ใกล้กัน เดินไปประมาณ 200-300 เมตร จากบ้านที่อยู่จะไปนมัสการพระเจ้าเป็นประจำ […]

1 25 26 27 28 29 41