ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ 1/20

ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ คุณครูวัชราภรณ์ อมรศักดิ์ เธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ เสียใจง่าย ซึ่งเต็มไปด้วยข้อสงสัยในคุณค่า ความหมายของการมีชีวิต  จนวันหนึ่งเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานโทรมาหาและเล่าเรื่องพระเจ้าให้ฟัง เธอตอบสนองเรื่องราวที่ได้ฟังด้วยข้อโต้แย้งมากมาย แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามโต้แย้งด้วยเหตุผล หลักการทางวิทยาศาสตร์เท่าไร ก็ไม่สามารถลบล้างความจริงของพระเจ้าได้ จนต้องยอมจำนนกับพระเจ้าในที่สุด  เธอเริ่มค้นหาความจริงในพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ และไปโบสถ์ จนเธอได้พบกับคำตอบที่เติมเต็มความว่างเปล่าของชีวิต พระเยซูคริสต์ทรงเข้ามาทำให้ชีวิตของเธอมีเป้าหมาย ทำให้รู้ว่าชีวิตนั้นไม่ใช่แค่ก้อนดินที่เกิดอยู่เพื่อรอวันสลายอีกต่อไป แต่เป็นภาชนะดินที่พระเจ้าจะนำไปใช้  พระเจ้าทรงนำชีวิตของเธอ  และค่อยๆ ปั้นแต่งเธอให้เป็นภาชนะที่มีคุณค่ามากขึ้นในทุกๆ วัน  คุณครูวัชราภรณ์ อมรศักดิ์ หรือ ครูเปิ้ล อายุ 37 ปี สอนวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย สมาชิกคริสตจักรสะพานเหลือง รู้จักพระเจ้า เมื่อปี 2004 ตอนนั้นเปิ้ลเพิ่งเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์และไม่เคยมีความคิดที่จะเชื่อเรื่องการมีอยู่ของพระเจ้าเลย ตอนนั้นได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง Passion of the Christ และเกิดคำถาม ข้อสงสัย คิดในใจขึ้นมาหลายๆ อย่างในหลายๆ ประเด็นในหนัง ถัดจากวันที่ดูหนังไม่นาน อยู่ๆ เพื่อนซึ่งเป็นคุณหมอ คือ คุณธีรยสถ์ […]

งานอบรมผู้เยียวยาบาดแผลในจิตใจ ครั้งที่ 1

ในวันที่ 25-27 กันยายน 2019 ที่ผ่านมา สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้จัดอบรมผู้เยียวยาบาดแผลในจิตใจ ซึ่งการอบรมนี้เหมาะสำหรับ ศิษยาภิบาล ผู้นำคริสตจักร องค์กร หน่วยงานต่างๆ และผู้ที่มีส่วนให้คำปรึกษา เพื่อจะเห็นถึงความสำคัญของการรักษาเยียวยาบาดแผลในจิตใจ เพราะนี่เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้คริสตชนรักซึ่งกันและกัน คอยดูแลกันทั้งฝ่ายร่างกายและจิตใจ งานอบรมนี้จึงเป็นการอบรมให้เป็นผู้เยียวยาบาดแผลในจิตใจ โดยใช้หลักการจากพระคัมภีร์และหลักสุขภาพจิตพื้นฐาน การอบรมในครั้งนี้ประกอบไปด้วยกระบวนกร(วิทยากร) 7 คน ได้แก่ Geok Hoon Schmitt อาจารย์จิราพร ชุ่มมงคล อาจารย์พรพรรณ สัทธาพงศ์ อาจารย์ไกรสร สัทธาพงศ์ อาจารย์ฐิติมา อยู่อินทร์ อาจารย์สุดา สุดปัน อาจารย์จุลนภ ชมัฒพงษ์ มีผู้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จนทำให้สมาคมฯ ไม่สามารถสำรองที่นั่งให้กับทุกท่านได้ เป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 36 คน แต่มีคนเข้าร่วมอบรมทั้งหมด 40 คน และยังมีผู้ที่เตรียมตัวสำหรับการลงทะเบียนในรอบ 2 ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในต้นปี 2020 อีกด้วย

เปิดรับสมัคร งานอบรมผู้เยียวยาบาดแผลในจิตใจ

สมาคมพระคริสตธรรมไทยขอเชิญเข้าร่วม “อบรมผู้เยียวยาบาดแผลในจิตใจ” งานอบรมให้เป็นผู้เยียวยาบาดแผลจิตใจโดยใช้หลักการจากพระคัมภีร์และหลักสุขภาพจิตพื้นฐาน วันที่ 25 – 27 กันยายน  ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสมาคมพระคริสตธรรมไทย คุณสมบัติผู้เข้าอบรม – อายุ 25 ปี ขึ้นไป – เป็นผู้นำคริสตจักร องค์กร หรือผู้ที่มีส่วนในการให้คำปรึกษา ** กรุณาลงทะเบียนเพื่อสำรองที่นั่ง https://forms.gle/x445guJHwXsfkNH9A และชำระค่าลงทะเบียน 2,500 บาท (รวมค่าคู่มือและค่าอาหาร) โดยสามารถแจ้งหลักฐานการโอนเงินหรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์พรพรรณ โทร 093-895-5257 หรือ Line : @thai.bible

มอบพระคัมภีร์ จังหวัดอุดรธานี

มอบพระคัมภีร์ จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้เดินทางไปมอบพระคัมภีร์สำหรับโรงเรียน ให้แก่โรงเรียนในจังหวัดอุดรธานี ได้แก่ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา โรงเรียนอุดรพัฒนาการ และโรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร การมอบพระคัมภีร์เป็นไปด้วยดี และทางทีมงานได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวพระเจ้ากับคณะครู ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการงานในครั้งนี้

ไม่มีแรงแม้จะหายใจ สู่พลังจากภายในเพื่อรับใช้ 4/19

     คุณพัลลภา หรือเจนนี่​ ค๊อค อายุ 43 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำงานที่เทศบาลเมืองคูคต ปทุมธานี ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา  สมรสกับ ศจ.สตีฟ ปีเตอร์ ค๊อค   เป็นสมาชิกคริสตจักรสปริงวัลเล่ย์ สังกัดคริสตจักรร่มเย็น รู้จักพระเจ้า เกิดในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นคริสเตียน และได้รู้จักพระเจ้าผ่านทางใบปลิวตอนอายุประมาณ 8 ขวบ เพราะในทุก ๆ วันเสาร์ คุณพ่อมักจะพาไปทำงานด้วย จึงได้มีโอกาสเจอคนแปลกหน้าที่ยืนแจกใบปลิวอยู่ที่ถนนอยู่บ่อย ๆ และด้วยความที่เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ จึงเก็บใบปลิวเหล่านั้นมาอ่านทุกใบ อ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ แล้วก็มีความรู้สึกอยากเป็นคริสเตียนจึงไปบอกกับคุณพ่อ คุณพ่อก็ไม่ว่าอะไรและยังบอกว่าถ้ามีโอกาสจะพาไปโบสถ์ แต่เนื่องจากไม่รู้จักใครที่เป็นคริสเตียนจึงไม่มีโอกาสได้ไปโบสถ์ จนกระทั่งอายุประมาณ 28 ปี ชีวิตต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย และในเวลานั้นมีความรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ และสิ้นหวัง จึงคิดว่าการมีชีวิตคือความทุกข์ทรมาน ไม่ต้องการเวียนว่ายตายเกิด ทำอย่างไรจึงจะหลุดพ้นและไปสวรรค์ได้ แล้ววันหนึ่งก็มีความรู้สึกว่ามีใครสักคนที่กำลังเฝ้ามองดูเราอยู่ และคอยช่วยเหลืออยู่เงียบ ๆ ทุกครั้งที่นึกในใจว่าต้องการความช่วยเหลือ ความช่วยเหลือก็มาโดยที่ไม่ได้เอ่ยปากบอกกับใคร จึงคิดว่าคงไม่ใช่ความบังเอิญ และความบังเอิญคงไม่มีมาบ่อย […]

ประเทศศรีลังกา

ประเทศศรีลังกา เมื่อวันอีสเตอร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทั่วโลกเศร้าสลด ขณะพี่น้องคริสตชนกำลังเฉลิมฉลองวันสำคัญที่ยิ่งใหญ่ ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นในคริสตจักร 3 แห่ง และโรงแรมอีก 3 แห่ง และยังค้นพบระเบิดที่ซุกซ่อนตามสถานที่สาธารณะอีกหลายจุด โศกนาฏกรรมที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ด้วยกันในประเทศศรีลังกา คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปแล้วกว่า 350 ชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 500 ราย ขอให้จิตใจของเราทุกข์โศกร่วมกับพี่น้องชายหญิงของเราในศรีลังกา และอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ขอการเล้าโลมจิตใจมายังญาติพี่น้องและมิตรสหายของผู้ล่วงหลับทุกท่าน หากท่านมีความประสงค์จะช่วยเหลือพี่น้องเหล่านี้ผ่านทางการถวายทรัพย์ ขอให้ท่านระบุวัตถุประสงค์การถวายโดยระบุที่ช่อง “สมาคมพระคริสตธรรมในประเทศที่ถูกข่มเหง” และระบุต่อไปว่า “เพื่อประเทศศรีลังกา”

“ริษยา รีบยอมรับ รีบจัดการ” 3/19

“ริษยา รีบยอมรับ รีบจัดการ” ผมมีเพื่อนบางคนที่เมื่อรำลึกถึงอดีตที่เคยใช้เวลาด้วยกันนั้น เขาไม่ได้มีความโดดเด่นอะไรทั้งในด้านการเรียน กิจกรรม หรือบุคลิกภาพพิเศษ แต่เมื่อเวลาผ่านมาถึงปัจจุบันกลับพบว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่สังคมยกย่องว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในชีวิต และเมื่อมีโอกาสได้พบเพื่อร่วมรุ่นในสมัยนั้น กลับมีเสียงกระซิบบอกว่าความสำเร็จของเขามาจากความบังเอิญเท่านั้น เขาโชคดีกว่าคนอื่น เขาเผอิญทำสำเร็จ หรืออะไรก็ตามที่ไม่ได้ชื่นชมยกย่องในความสามารถของเขาเลยแม้แต่น้อย และผมสัมผัสได้ทันทีถึงความรู้สึกไม่พอใจของเจ้าของเสียงกระซิบนั้นที่มีต่อความสำเร็จและได้ดีของเพื่อน และผมเรียกมันว่า ความริษยา และมันทำให้ผมต้องย้อนถามกับตัวเองด้วยว่า ตัวผมเองยืนอยู่ตรงไหน ผมกำลังชื่นชมกับความสำเร็จของเพื่อน หรือตัวผมเองก็กำลังริษยาเพื่อนของตัวเองกันแน่ ความอิจฉาริษยาในความเห็นของหลายๆคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นสีสันในชีวิตที่ต้องเกิดขึ้นบ้าง บ้างก็ว่าจะให้เราพอใจไปกับความสำเร็จของคนอื่นไปเสียหมดได้อย่างไร เพียงแต่ไม่มีใครหรอกที่จะยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองมีความอิจฉาหรือริษยาผู้อื่นในจิตใจ เรื่องนี้ทำให้ผมมีโอกาสได้ศึกษาในพระวจนะของพระเจ้าเกี่ยวกับความริษยาแรกที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ นั่นคือเรื่องราวของคาอินและอาเบลที่ ปรากฎในพระธรรมปฐมกาลบทที่ 4 ที่ความริษยาแรกของโลกที่ไม่ถูกจัดการได้กลับกลายเป็นการฆาตกรรมแรกของโลก ดังที่ได้บันทึกไว้ว่า “พระ​องค์​ตรัส​ว่า “เจ้า​ทำ​อะไร​ลง​ไป? เสียง​ของ​โลหิต​น้อง​ของ​เจ้า​ร้อง​ดัง​ขึ้น​มา​จาก​ดิน​ถึงเรา บัด​นี้ เจ้า​จึง​ถูก​สาป​จาก​ดิน​ที่​อ้า​ปาก​รับ​โลหิต​ของ​น้อง​จาก​มือ​เจ้า”(ปฐก.4:10-11) นั่นชี้ให้เห็นว่าความริษยาเป็นสัญญาณเตือนภัยที่เราต้องระมัดระวัง รีบยอมรับ และรีบจัดการก่อนที่มันจะนำพาเราไปสู่ความเกลียดชังแม้กระทั่งพี่น้องร่วมสายโลหิตของตัวเอง พระเจ้าทรงบันทึกเรื่องราวนี้ไว้เพื่อให้พวกเราใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขความริษยาที่เกิดขึ้นในจิตใจไว้ดังนี้ ประการแรก “ความริษยาเกิดจากการไม่ยอมรับความจริง” พระธรรมปฐก.4:3-5 บันทึกไว้ว่า “อยู่​มา​วัน​หนึ่ง​คาอิน​นำ​พืช​ผล​จาก​ผืน​ดิน​มา​เป็น​ของ​ถวาย​แด่​พระ​ยาห์​เวห์ ส่วน​อาเบล​ก็​นำ​แกะ​หัว​ปี​จาก​ฝูง​และ​ไขมัน​ของ​แกะ​มา​ถวาย พระ​ยาห์​เวห์​พอ​พระ​ทัย​อาเบล​และ​ของ​ถวาย​ของ​เขา แต่​คาอิน​กับ​ของ​ถวาย​ของ​เขา​นั้น พระ​องค์​ไม่​พอ​พระ​ทัย คาอิน​ก็​โกรธ​ยิ่ง​นัก ก้ม​หน้า​ลง” เราได้เห็นความเหมือนกันของคาอินและอาเบลก็คือ ทั้งคู่ต่างก็มีสิ่งที่มาถวายแด่พระเจ้า แต่ความจริงที่แตกต่างที่เราได้อ่านจากพระวจนะตอนนี้ก็คือ คาอินนำพืชผลที่ตนปลูกมาถวาย […]

หนุ่มแน่น แม้นชรา ตอนที่ 2 3/19

หนุ่มแน่น แม้นชรา ตอนที่ 2 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2019 เป็นอีกคำรบหนึ่งที่ผู้เขียนเดินทางไปเยือนประเทศจอร์แดน จึงถือโอกาสไปเยี่ยมชมสถานที่ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จากที่ราบโมอับ เราขึ้นสู่ภูเขาเนโบ ณ ยอดปิสกาห์ อากาศแจ่มใส สามารถมองเห็นทะเลสาบกาลิลีอยู่ไกลสุดขอบฟ้าทางทิศเหนือ มองลงมาเห็นเมืองเยรีโคและขุนเขาที่ด้านหลังคือ กรุงเยรูซาเล็ม ภาพที่อยู่ตรงหน้า เหมือนที่โมเสสเคยเห็นในอดีตกว่า 3,000 ปีที่แล้ว เมื่อพระเจ้าทรงให้ท่านเห็นแผ่นดินทั้งหมดที่พระองค์ทรงสัญญาไว้กับบรรพบุรุษของอิสราเอล ทรงตรัสกับโมเสสว่า “นี่คือแผ่นดินซึ่งเราได้ปฏิญาณต่ออับราฮัม อิสอัค และ ยาโคบว่า ‘เราจะให้แก่ลูกหลานของเจ้า’ เราให้เจ้าเห็นกับตา แต่เจ้าจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินนั้น” (ฉธบ.34:4) พระเจ้าไม่อนุญาตให้โมเสสเข้าไปในแผ่นดินแห่งพันธสัญญา ทรงเห็นว่า ถึงเวลาที่ผู้รับใช้คนนี้ควรพักผ่อนได้แล้ว จึงส่งต่อความเป็นผู้นำให้แก่คนรุ่นต่อไป หากมองด้วยสายตามนุษย์ แม้โมเสสอายุมากก็จริง แต่สภาพร่างกายยังทำงานต่อไปได้อีกหลายปี การสิ้นชีวิตของท่านเป็นไปตามที่พระเจ้าทรงเห็นว่าเหมาะสม “โมเสส​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ จึง​สิ้น​ชีวิต​ที่​นั่น​ใน​แผ่น​ดิน​โม​อับ ตาม​พระ​ดำ​รัส​ของ​พระ​ยาห์​เวห์” (ฉธบ.34:5) แม้ในขณะ “เมื่อโมเสสสิ้นชีวิตนั้นท่านมีอายุหนึ่งร้อยยี่สิบปี นัยน์ตาของท่านไม่ได้มัวไป หรือกำลังของท่านก็ไม่ถดถอย” (ฉธบ.34:7) ก็ตาม เหตุผลที่โมเสสและคนอิสราเอลต้องปฏิบัติตามบัญญัติสุขภาพ อิสราเอลชนเป็นชาติบริสุทธิ์ที่ทรงเลือกของพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ จึงต้องบริสุทธิ์ (ลนต.11:44-45) อิสราเอลเป็นอา​ณา​จักร​ปุโร​หิต […]

ทำไมจึงเป็น “ปาเลสไตน์”? 3/19

ทำไมจึงเป็น “ปาเลสไตน์”? ถาม ทำไมแผ่นดินอิสราเอลโบราณในพระคัมภีร์จึงถูกเรียกว่า “ปาเลสไตน์” มาจนถึงปัจจุบัน ตอบ เพราะมีการบังคับเปลี่ยนชื่อเรียกเสียใหม่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 2 เกิดอะไรขึ้นและทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? เชิญเรามาพิจารณา และสืบค้นเรื่องนี้ไปด้วยกัน ก่อนจะเป็นอิสราเอล ตั้งแต่ก่อนสมัยของอับราฮัมบิดาของชนชาติอิสราเอล แผ่นดินนี้เป็น “เขตของคนคานาอัน” (ปฐก.10:6,15-19) เพราะชนพื้นเมืองต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้แต่โบราณหลังเหตุการณ์น้ำท่วมโลก ล้วนสืบเชื้อสายมาจากบุตรของฮามที่ชื่อว่า “คานาอัน” (ปฐก.9:18,22) แล้วแผ่นดินนี้ก็ถูกเรียกว่า “แผ่นดินคานาอัน” ตั้งแต่ใน ปฐมกาล 11:31 เป็นต้นมา ต่อมาเมื่อพระเจ้าทรงเรียกอับราฮัมให้ออกเดินทางไปยังแผ่นดินที่พระองค์จะทรงประทานให้ อับราฮัมก็ได้เดินทางจนมาถึงแผ่นดินคานาอัน แล้วพระเจ้าก็ทรงสำแดงให้ท่านทราบว่าคือแผ่นดินนี้เองที่พระองค์จะทรงประทานให้แก่เชื้อสายของท่าน (ปฐก.12:4-7; 13:12,14-18; 17:8; ฉธบ.34:1-4) และแล้วลูกหลานของท่านคือชาวอิสราเอลทั้ง 12 เผ่า ก็ได้เข้ายึดครองแผ่นดินนี้ในสมัยของโยชูวา แต่ก็ยังไม่ได้ทำลายหรือขับไล่ชนพื้นเมืองในแผ่นดินนี้จนหมด ชนพื้นเมืองที่ยังหลงเหลืออยู่เหล่านี้จึงเป็นปัญหาเรื้อรังของพวกเขาในเวลาต่อมา ชนพื้นเมืองคานาอันกลายเป็นเสี้ยนหนามของคนอิสราเอลทั้งด้านการเมืองและด้านจิตวิญญาณนับตั้งแต่ยุคผู้วินิจฉัยเป็นต้นมา โดยศัตรูตัวฉกาจที่โด่งดังที่สุดของคนอิสราเอลคือ ชาวฟีลิสเตีย ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเชื้อสายของคานาอัน (ปฐก.10:6, 13-14) แต่เป็นกลุ่มชนที่อพยพมาทางทะเลและขึ้นฝั่งมาตั้งรกรากบนแผ่นดินคานาอันตั้งแต่สมัยโบราณเช่นกัน โดยมีหัวเมืองที่สำคัญอยู่ 5 เมืองได้แก่ อัชโดด อัชเคโลน กาซา เอโครน […]

1 24 25 26 27 28 44