ประเทศซีเรีย

ประเทศซีเรีย เสียงวิงวอนที่ผ่านมาทาง จอร์จ แอนเดรีย เลขาธิการสมาคมพระคริสตธรรมซีเรีย ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง อเลปโป เมืองที่ใหญ่ที่สุดของซีเรีย ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรม อเลปโปถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งเนื่องจากสงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพของรัฐบาลและกองกำลังกบฏ “ทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือของขวัญจากพระเจ้า” ผู้คนในอเลปโปต้องดำรงชีวิตโดยปราศจากน้ำประปาและไฟฟ้า พวกเขาไม่มีที่จะหนีและหลบภัย ระเบิดและมิสไซล์กระหน่ำเข้าโจมตี ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงทั่วทั้งเมือง ผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยและล้มตายจำนวนมาก ประชาชนที่ตกอยู่ในพื้นที่ฝ่ายกบฎประสบภาวะอดอยากและขาดอาหาร แอนเดรีย เล่าถึงชีวิตท่ามกลางเสียงระเบิดทั้งวันและคืนว่า ไม่มีการเตือนหรือเสียงไซเรนที่เตือนให้ผู้คนหาที่หลบภัย “คุณจะตายก่อนได้ยินเสียงระเบิดด้วยซ้ำ” เขากล่าว “เราดำเนินชีวิตโดยตระหนักว่าอาจถูกโจมตีที่บ้าน ที่ทำงานหรือที่โบสถ์ เราทำอะไรไม่ได้ และไม่มีที่ที่จะไป ทุกอย่างอยู่ในน้ำพระทัยของพระเจ้า ทุกวันที่มีชีวิตคือของขวัญจากพระเจ้า ผู้คนพยายามจะใช้ชีวิตปกติ ไปทำงาน ไปนมัสการ แม้คริสตจักรหลายแห่งในเมืองจะเสียหาย หรือถูกทำลายไปแล้ว” “พระเจ้าประทานความหวังแก่เรามาตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น และสมาคมพระคริสตธรรมก็ยังคงรับใช้ทุกคน ทุกคริสตจักร ไม่ว่าจะนิกายใด” ในช่วงสงคราม สมาคมพระคริสตธรรมได้นำเข้าพระคัมภีร์และหนังสือคริสเตียน 30-40 ตัน ต่อปี ส่วนใหญ่มาทางเลบานอน เพราะไม่สามารถส่งเข้าซีเรียโดยตรง “ความต้องการพระคัมภีร์ทะยานขึ้นสูงมาก พระคัมภีร์สำหรับเด็กเป็นที่นิยม ผู้คนรู้สึกว่า มีเพียงพระคัมภีร์ที่สามารถให้คำตอบในช่วงเวลายากลำบาก และมีเพียงพระเจ้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขา สำหรับสมาคมพระคริสตธรรม นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีในการเป็นพยานและส่งต่อความหวังให้แก่ผู้คนผ่านพระวจนะของพระเจ้า” “เราจะทำอะไรได้? ชีวิตนั้นยากลำบากและอันตราย เราทำได้เพียงพึ่งพาพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นคำตอบของทุกสิ่ง […]

ประเทศอียิปต์

ประเทศอียิปต์ สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้รับทราบข่าวความเคลื่อนไหวจากสมาคมพระคริสตธรรมในประเทศต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในหลายประเทศที่คริสตชนกำลังถูกข่มเหงทางความเชื่ออย่างหนัก นี่คือหนึ่งในเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศอียิปต์ในช่วงปลายปีที่แล้ว ที่เราอยากแบ่งปันกับท่าน “เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม 2016 มีการวางระเบิดที่ St. Mark’s Coptic Cathedral ในไคโร ประเทศอียิปต์ มีผู้เสียชีวิต 25 คน และบาดเจ็บ 49 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและสตรี ความโศกเศร้าและเจ็บปวดท่วมท้นในจิตใจของชาวอียิปต์ พวกเราต่างตกใจกับการก่อการร้ายอย่างเจตนาจากพวกหัวรุนแรง พิธีไว้อาลัยของเหยื่อผู้เสียชีวิตถูกจัดขึ้นโดยกองทัพ นำโดยประธานธิบดีซิซี ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมีการประกาศให้ไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลาสามวัน เหล่านี้เป็นการส่งข้อความอย่างชัดเจนว่า คนทั้งประเทศพร้อมจะยืนเคียงข้างครอบครัวของ “ผู้ถูกข่มเหง” และคริสตจักร ในช่วงเวลาแห่งความปวดร้าวแทนที่จะหวาดกลัว โศกเศร้า และท้อใจ คริสตชนในอียิปต์ได้ตอบสนองด้วยความตั้งใจที่จะรักและให้อภัยดังเช่นที่เป็นมา แต่พวกเขาก็ยังต้องการคำอธิษฐานและกำลังจากเบื้องบน เพื่อเสริมเรี่ยวแรงในการสำแดงวิถีชีวิตที่แท้จริงออกไปในวันที่จะมาถึง โปรดอธิษฐานเผื่อสมาคมพระคริสตธรรม ในการรับใช้คริสตจักรของเหล่าผู้ถูกข่มเหง” จดหมายจาก ราเมซ อทัลลาห์ เลขาธิการสมาคมพระคริสตธรรมอียิปต์ ในปีนี้ สมาคมพระคริสตธรรมไทย ปรารถนาที่จะเชื่อมโยงและส่งผ่านความห่วงใยจากคริสตชนชาวไทยไปยังคริสตชนในประเทศที่ถูกข่มเหงเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอิรัก ซีเรีย อียิปต์ ปากีสถาน ฯลฯ โดยเราจะนำข่าวสารและจดหมายจากสมาคมฯ ประเทศต่างๆ […]

คำสาปแช่งในพระธรรมอิสยาห์ 3/16

คำสาปแช่งในพระธรรมอิสยาห์ คําถาม การกล่าวโทษ การคาดโทษ หรือ การทํานายเกี่ยวกับชนชาติต่างๆ ในพระธรรมอิสยาห์เป็นคําสาปแช่งจากพระเจ้าด้วยหรือไม่ หรือถ้อยคําในลักษณะใดบ้างที่จัดว่าเป็นคําสาปแช่งทั้งจากพระเจ้าและจากประชากรของพระองค์? คําตอบ ก่อนอื่นต้องขอตอบตามบริบทของพระธรรมอิสยาห์ว่า การเผยพระวจนะของอิสยาห์นี้เน้นหนักที่จะกล่าวต่อว่าชนชาติยูดาห์ แต่ก็ครอบคลุมไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งที่อยู่รอบๆ และประเทศที่พระเจ้าส่งมาลงโทษพวกเขาด้วย นอกจากการกล่าวโทษแล้ว พระธรรมอิสยาห์เองก็มีการกล่าวถึงพระพรและพระสัญญาที่พระองค์จะประทานให้กับคนยูดาห์ที่เหลืออยู่ การลงโทษของพระเจ้าต่อคนยูดาห์นั้นไม่ได้เป็นการลงโทษจนพวกเขาถูกทําลายจนหมดสิ้น เพราะพระองค์ทรงระลึกถึงคําสัญญาที่ได้ให้ไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขา หากเราพิจารณาบริบทรวมของพระคัมภีร์เดิม เราจะพบว่าคนอิสราเอลเป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรออกมาเป็นพิเศษ แต่พระเจ้าไม่ได้จํากัดพระองค์ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าของคนอิสราเอลเท่านั้น เพราะพระเจ้าเป็นพระผู้สร้างโลกนี้ และพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ทุกคนตามพระฉายาของพระองค์ ถึงแม้ชนชาติอื่นๆ จะไม่ได้นับถือพระเจ้าเหมือนชนชาติอิสราเอล และพวกเขากราบไหว้เทพเจ้าอื่นๆ พระเจ้าก็ยังมีสิทธิอํานาจเหนือพวกเขาอยู่ดี เมื่อเราทําการค้นหาคําว่า “วิบัติ” ซึ่งเป็นคําขึ้นต้นของการสาปแช่งนั้น เราพบว่า ถูกใช้ด้วยกันทั้งหมด 23 ครั้ง และมีอีกคําาหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการแช่งสาปคือคําาว่า “ครุวาท” ที่มีความหมายว่า คําพูดที่หนัก ถึงแม้จะปรากฏเพียงไม่กี่ครั้งในพระธรรมอิสยาห์ก็ตาม แต่มักจะเป็นคําขึ้นต้นของการแช่งสาป เนื้อความของคําาแช่งสาปนี้มักจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่อธรรมของกลุ่มคนที่ถูกแช่งสาป การแช่งสาปเป็นการกล่าวถึงการลงโทษที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่มีอยู่ 2 ตอนที่คําาแช่งสาปไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่เป็นคําาอุทานของอิสยาห์เอง เมื่อได้เผชิญกับความบริสุทธิ์ของพระเจ้า (อสย. 6:5) และความชอบธรรมของพระเจ้า (อสย.24:16) ตอนหนึ่งที่เป็นคําแช่งสาปที่น่าสนใจมากคือ อสย.45:7 ที่พระเจ้าตรัสว่า “เราทําให้เกิดสวัสดิภาพและสร้างความวิบัติ” […]

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนจบ) 2/16

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูความหวังอันน่ายินดี (ตอนจบ) ความเดิมจากตอนที่แล้ว กล่าวถึงแผ่นดินของพระเจ้าเกี่ยวข้องกับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองและลักษณะการเสด็จกลับมาของพระเยซู ซึ่งแตกต่างจากการเสด็จมาครั้งแรกเมื่อสองพันปีที่แล้ว ในตอนสุดท้ายนี้เราจะมาหาคำตอบจากคำถามที่ว่าพระองค์จะเสด็จมาทำไม และทำไมการเสด็จมาจึงเนิ่นช้า?พระเยซูเจ้าของเราจะต้องเสด็จมาเพื่อให้แผนการไถ่ให้รอดสำเร็จ เพราะการเสด็จกลับมาครั้งที่สองคือคำตอบของพระเจ้าแก่มวลมนุษย์และแม้แต่ซาตานศัตรูของพระองค์ก็รู้ดีว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมา มันจึงมุ่งมั่นแผนการทำลายอย่างไม่หยุดยั้งของพระประสงค์การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู7 ประการ 1. พระเยซูเสด็จมาเพื่อรวบรวมบรรดาผู้ที่เลือกสรร ในสมัยพันธสัญญาเดิม ปุโรหิตเป่าแตรเรียกประชาชนเมื่อมีการประชุมใหญ่อย่างไร(กดว. 10:2)ในวันสุดท้ายของโลก ทูตสวรรค์ผู้มีอำนาจจะเรียกคนทั้งหลาย “ ด้วยเสียงแตรที่ดังมาก” เพื่อรวบรวมบรรดาผู้ที่เลือกสรรไว้แล้วจากทั้งสี่ทิศ (มธ.24:31มก.13:27) การ “รวบรวม” สะท้อนให้เห็นถึงความหวังที่ชาวอิสราเอลใคร่เห็นพระเจ้าจะทรงรวบรวมบรรดาชาวยิวที่กระจัดกระจายไปทั่วกลับมา ตาม พระสัญญาของพระองค์(ตัวอย่าง ฉธบ.30:32-2016 180416.indd 14 4/5/2559 6:51อสย.43:3-5 อสค.39:27) หลังจากที่คนเหล่านั้นกระจัดกระจายไปทั่วโลก เพื่อเป็นพยานให้แก่พระ-เยซูคริสต์ (กจ.1:8) บรรดาสาวกจะมารวมตัวกันอีกครั้ง บรรดาผู้เชื่อของพระเยซูก็มีความหวังเช่นเดียวกัน เมื่อพระองค์จะทรงรวบรวมธรรมิกชนและรับทุกคนไปกับพระองค์ 2. พระเยซูเสด็จมาเพื่อเรียกคนที่ตายแล้วให้เป็นขึ้นมา บรรดาผู้เชื่อที่เสียชีวิตจะได้รับสิทธิพิเศษยิ่งที่มีส่วนในการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซู“ ถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ในการเป็นขึ้นจากตายอย่างพระองค์ (รม.6:5 ฟป.3:10) การเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูทำให้เรามีความหวังใจ (1 ปต.1:3; 1 ธส.4:14) เป็นสิ่งยืนยันพระสัญญาของพระองค์ (ยน.6:40) หากพระเยซูไม่เรียกให้คนตายคืนชีวิต ข่าวประเสริฐก็ไร้ความหมาย และความหวังของเราก็ไร้ประโยชน์ (1 […]

ชีวิตมีคุณค่าถ้าเริ่มต้นที่พระเจ้า 1/16

ชีวิตมีคุณค่าถ้าเริ่มต้นที่พระเจ้า รู้จักพระเจ้า เริ่มจากสมัยที่ยังเป็นเด็กเล็กๆ ชอบอ่านชอบดูพระคัมภีร์สำหรับเด็กเล่มที่ปกสีม่วงมีรูปเด็กแก้มตุ่ยๆ ใส่ชุดสีแดงๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อมองย้อนกลับไป เพราะตอนนั้นอ่านหนังสือไม่ค่อยออกและไม่ชอบอ่านหนังสือด้วย แต่ทำไมถึงชอบพระคัมภีร์เล่มนี้ก็ไม่ทราบ พอโตขึ้นก็ค่อยๆ ได้ยินเรื่องราวของพระเจ้าผ่านทางคุณแม่และพี่สาว จนกระทั่งมาอยู่ชั้นมัธยมต้น มีโอกาสไปค่ายประกาศผู้นำได้ถามว่าใครยังไม่เคยอธิษฐานรับเชื่อบ้าง ผมก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนที่เราจะไปพาคนอื่นมาเชื่อพระเจ้า เราก็ควรจะรับเชื่อก่อน ผมจึงรับเชื่อตอนนั้น อธิษฐานรับเชื่อเองแล้วก็ออกไปประกาศกับทีม จากนั้นประมาณมัธยมปีที่ 3-4 ผมก็ขอรับบัพติศมา ชีวิตเปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงค่อยๆ เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ใช่การเปลี่ยนที่แบบหน้ามือเป็นหลังมือ หรือชั่วข้ามคืน แต่เปลี่ยนตามกาลเวลาที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปที่เห็นเป็นรูปธรรมคือการเรียน ผมเป็นคนที่มีพัฒนาการการอ่านที่ช้ามาก ตั้งแต่เด็กๆ ผมอ่านหนังสือไม่ออก เริ่มอ่านได้บ้างตอนอยู่ประถม 6 ผลการเรียนทุกเทอมได้ศูนย์เกือบทุกวิชาโดยเฉพาะวิชาหลักๆ อย่างภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์และภาษาไทย จนวันหนึ่งเมื่อผมได้รับสมุดพกผลการเรียนมัธยมปีที่ 3 ผมรู้สึกว่าเอียนกับการติดศูนย์แล้ว ผมไม่อยากทำให้พ่อแม่เสียใจและผิดหวังอีกต่อไป ผมจึงเริ่มตั้งใจอธิษฐานขอพระเจ้าตรงๆเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรให้คะแนนดีขึ้น ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี บอกแค่ว่าพระเจ้าช่วยผมด้วย วันหนึ่งหลังจากหมดคาบเรียนแล้ว ผมตัดสินใจเดินเข้าไปหาอาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษ ซึ่งปกติผมจะกลัวอาจารย์ท่านนี้มาก เพราะท่านดุมาก และทุกคนจะกลัวท่าน เวลาเรียนไม่เข้าใจก็ไม่กล้าถามท่าน ผมมักจะโดนอาจารย์ตีอยู่เสมอ เพราะผมทำการบ้านไม่ได้ วันนั้นผมเดิน เข้าไปหาแล้วถามอาจารย์ว่ารับสอนภาษาอังกฤษไหม อาจารย์ดูแปลกใจมาก บอกกับผมว่าจะขอไปคุยกับคุณแม่ของผมก่อน ท่านถามคุณแม่ว่าผมเป็นคนอย่างไร อาจารย์ไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงเรียนภาษาอังกฤษไม่ได้ […]

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนที่ 2) 1/16

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนที่ 2) ความเดิมจากตอนที่แล้ว ผู้เขียนกล่าวถึงคำสอนเรื่องการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ซึ่งเป็นความหวังอันสูงสุดของผู้เชื่อพระเยซู การเสด็จมาครั้งที่สองคือศูนย์กลางแห่งความหวังของเรา คำศัพท์ที่อัครทูตใช้สื่อสารกับผู้เชื่อเกี่ยวกับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ได้แก่“ความหวัง” และ “มารานาธา” นอกจากนี้ยังมีคำอื่นอีกที่เราควรรู้จักได้แก่ การขอบพระคุณ คำนี้มีปรากฏอยู่ในพิธีต่างๆของคริสตจักรยุคแรกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีมหาสนิท อัครทูตเปาโลใช้คำว่า“ขอบพระคุณ” ในอารัมภบทของจดหมายที่ส่งไปยังคริสตจักรต่างๆ คำว่า ขอบพระคุณ แสดงถึงความเชื่อที่ผู้พูดมีต่อพระเจ้า เมื่ออัครทูตเขียนไปยังคริสตจักรต่างๆ หนุนใจให้ขอบพระคุณ ผู้อ่านจะกล่าวคำว่า “อาเมน” คำขอบพระคุณมักลงท้ายด้วยการกล่าวถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง(1 คร.1:7 อฟ. 1:10,1 ธก.1:6, 2 ธก.1:7-10 และ 1 ปต.1:5) การกล่าวถึงการเสด็จกลับมาครั้งที่สองในการขอบพระคุณแสดงให้เห็นว่า ความหวังใจในการเสด็จกลับมาเป็นสิ่งที่อยูในแก่นของความเชื่อและการนมัสการของคริสตจักรยุคอัครสาวก สำหรับคริสตจักร “การเสด็จมา” ของพระเยซูปรากฏอยู่ในการประทับอยู่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นมัดจำมรดกที่จะได้รับ (อฟ.1:13-14) การเสด็จมาของพระวิญญาณไม่ใช่พระสัญญาสุดท้าย บุตรมนุษย์ยังจะต้องเสด็จมาบนท้องฟ้า บุตรมนุษย์ พระเยซูทรงกล่าวถึงพระองค์เป็น“บุตรมนุษย์” หลายครั้ง คำนี้มาจากดาเนียล 7:13 ซึ่งกล่าวถึงบุตรมนุษย์ซึ่งจะปรากฏในวาระสุดท้าย ในฐานะของพระเมสสิยาห์ ซึ่งพระเยซูตรัสไว้ว่า พระองค์จะเสด็จมาด้วยฤทธานุภาพ เพื่อพิพากษา(ดนล.7:13-14) พระนาม“บุตรมนุษย์” ที่พระเยซูทรงนำมาใช้เรียกพระองค์เองขณะประทับอยู่ในโลก และลักษณะการเสด็จกลับมาและเหตุผลการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์ […]

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนที่ 1) 4/15

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู ความหวังอันน่ายินดี (ตอนที่ 1) พระคริสตธรรมคัมภีร์ คือสิ่งอัศจรรย์จากสวรรค์ที่มอบไว้แก่ชาวโลก ทุกคนมีสิทธิ์และโอกาสสัมผัสหนังสืออัศจรรย์นี้ด้วยตนเอง ยิ่งอ่านก็ยิ่งพบความจริง มีคำตอบสำหรับทุกคำถามของมนุษย์ยิ่งไปกว่านั้นผู้อ่านจะเห็นถึงแผนงานของพระเจ้าเพื่อโลกและมนุษย์หากเรานำเหตุการณ์ทั้งหมดในพระคัมภีร์มาวาดเป็นภาพปริทัศน์(ภาพกว้างมีหลายเหตุการณ์ Panorama) เราจะเห็นสิ่งที่เหลือเชื่อประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติจากจุดเริ่มต้นถึงตอนจบ ปรากฏให้เห็นอย่างน่าตื่นตา ตื่นใจ บทแรกของหนังสือเล่มนี้บรรยายกำเนิดโลก พระเจ้าทรงวางแผนให้โลกเป็นสวรรค์สำหรับมนุษย์ การสูญเสียสวรรค์และชีวิตนิรันดร์ ภาพพระเยซูเสด็จมาทนทุกข์ เพื่อไถ่มนุษย์คืนจากซาตานบนไม้กางเขน การเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ และฉากสุดท้ายจบลงที่พระเยซูเสด็จกลับมายังโลกนี้เป็นครั้งที่สองและโลกได้รับการสร้างใหม่ คนชอบธรรมได้รับชีวิตนิรันดร์กลับคืนและพระเจ้าสถิตอยู่กับมนุษย์ตลอดไปเป็นนิตย์ พระธรรมวิวรณ์บทสุดท้าย สองข้อสุดท้าย กล่าวเป็นคำทูลเชิญพระเยซู และอำนวยพรแก่ผู้เชื่อทั้งหลายว่า “พระองค์ผู้ทรงเป็นพยานในเหตุการณ์เหล่านี้ตรัสว่า ‘เราจะมาในเร็วๆนี้แน่นอน’ อาเมน พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าเชิญเสด็จมาเถิดขอ พระคุณของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าจงอยู่กับทุกคนเถิด อาเมน” (วว.22:20-21) พระดำรัส “เราจะมาในเร็วๆ นี้แน่นอน”คือ พระสัญญาสุดท้ายของพระเยซู ที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์เป็นถ้อยคำแห่งความหวัง เป็นพลังขับเคลื่อนคริตจักรและพันธกิจการประกาศข่าวดีไปทั่วโลกการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูเป็นหลักความเชื่อสำคัญที่สุดของพระคัมภีร์ในพันธสัญญาเดิมกล่าวถึงเรื่องเกี่ยวกับ “วันของพระยาห์เวห์” เป็นวันอันมืดมิดของคนอธรรม แต่เป็นวันแห่งความชื่นชมยินดีของบรรดาผู้รักการเสด็จมาปรากฏของพระองค์ (อสย.35:4) “รักการเสด็จมาของพระองค์” (2 ทธ.4:8) พระเยซูตรัสถึงการเสด็จกลับมาของพระองค์ (ลก.21:27 ยน.14:1-4) ทูตสวรรค์ที่ปลอบโยนอัครสาวกเมื่อพระเยซูเสด็จกลับสู่สวรรค์ว่า “พระเยซูองค์นี้ที่ ทรง รับไป จาก ท่าน ทั้ง […]

ความแตกต่างระหว่าง ฉบับเก่า (1971) กับ ฉบับมาตรฐาน (2011) 4/15

ความแตกต่างระหว่าง ฉบับเก่า (1971) กับ ฉบับมาตรฐาน (2011)      คำถาม พระคัมภีร์ไทยฉบับ 1971ดีอยู่แล้ว สำนวนภาษาก็ไพเราะ อีกทั้งใช้เป็นข้อท่องจำแต่เดิมมา ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงทำพระคัมภีร์ฉบับใหม่มาแทนที่ด้วยเล่า? ทำไมสมาคมฯ ไม่พิมพ์ฉบับ 1971 ออกมาจำหน่าย? โดยส่วนตัว ชอบฉบับ 1971ไม่ชอบฉบับ 2011 เพราะสำนวนภาษาไม่คุ้นเคยและพระนามพระเจ้าแต่เดิมก็เปลี่ยนไป ไม่คุ้นหู แล้วสมาคมฯ คิดเห็นอย่างไร? อยากรู้ว่าฉบับ 1971 ต่างจากฉบับ 2011อย่างไรบ้าง?      คำตอบ จากคำถามสี่คำถามข้างต้น ทำให้ทราบว่าผู้ถามเป็นคนอนุรักษ์นิยม ท่านมองเห็นคุณค่า ความสำคัญ และ ประโยชน์ของพระคัมภีร์ฉบับเก่า (ในที่นี้คือ ฉบับ 1971) ท่านจึงอยากจะเก็บรักษาและสนับสนุนให้คนรุ่นต่อไปได้ใช้ต่อไปนานเท่านาน. ทางสมาคมฯ เองก็เคารพความเห็นและความนิยมส่วนตัวของท่าน. ทั้งนี้เพราะพระคัมภีร์ทั้งสองฉบับเป็นของสมาคมฯ อย่างไรก็ดี ทางสมาคมฯ ขอเรียนชี้แจงบางสิ่งบางอย่างแก่ท่านเพื่อความเข้าใจร่วมกันและเพื่อตอบข้อสงสัยของท่านด้วยดังนี้คือ ๑. การแก้ไขคำแปลพระคริสตธรรมคัมภีร์ (Revision) เป็นเรื่องธรรมดาและจำเป็นสำหรับทุกประเทศที่ใช้พระคัมภีร์ คือประมาณสามสิบปีหลังจากพี่น้องคริสตชนได้ใช้พระคัมภีร์ฉบับก่อน สมาคมพระคริสตธรรมของแต่ละเเห่งก็จะพิจารณาว่าจะแก้ไขคำแปลของฉบับนั้นหรือไม่? […]

กุญแจความสำเร็จที่พระเจ้าประทาน 4/15

กุญแจความสำเร็จที่พระเจ้าประทาน ทุกวันนี้มีห้างสรรพสินค้าเกิดใหม่ทั้งเล็กกลาง ใหญ่ ไปจนถึง ระดับเมกกะอยู่ทั่วกรุงเทพและปริมณฑลเต็มไปหมดจนนับแทบไม่ไหว นอกจากคนที่ไปเดินเที่ยว ทานอาหาร ดูหนังแล้ว ผมสังเกตเห็นกลุ่มพ่อแม่จำนวนไม่น้อยพาลูกๆของตนมาเรียนพิเศษทั้งวิชาภาษาต่างประเทศ ดนตรีร้องเพลง หรือแม้กระทั่งศิลปะการป้องกันตัว สังคมไทยสมัยนี้แข่งขันกันเรียนรู้จริงๆ พ่อแม่ต่างยินดีที่จะจ่ายเพื่อจับจองห้องเรียนที่เชื่อว่าจะทำให้ลูกของตนประสบความสำเร็จในอนาคต การให้สิ่งที่ดีกับลูกเป็นเรื่องที่น่ายกย่องจริงๆ แต่หลายครั้งมันกลายเป็นความสุดขั้วเมื่อพ่อแม่กับพ่อแม่แข่งกันเองว่าลูกของใครจะเรียนได้มากกว่า ลูกของใครจะเรียนได้ดีกว่า เรากำลังปลูกฝังสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกหลานของเราจริงๆหรือเป็นเรื่องธรรมดาที่คนส่วนใหญ่มักชอบคนเก่ง คนมีความสามารถ มีวาทศิลป์ มีบุคลิก ท่าทางน่าเชื่อถือ และคงปฏิเสธได้ยากว่าคนในยุคนี้ยกย่องคนที่ฐานะ ระดับการศึกษา หรือตำแหน่งทางสังคม และเพื่อให้แน่ใจว่าบุตรหลานของตนจะขึ้นไปอยู่ในระดับแถวหน้าได้จึงกลายเป็นค่านิยมของพ่อแม่ที่จะเลือกสรรโรงเรียนที่ตัวเองคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุดโดยไม่สนใจว่าจะมีระยะเวลาเดินทางจากบ้านไกลสักเพียงใด ตลอดจนเลือกชั้นเรียนพิเศษในวันเสาร์อาทิตย์ที่ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้วิชาการ แต่พ่อแม่สมัยใหม่ต้องการให้ลูกของตัวเองมีความสามารถรอบด้าน ชั้นเรียนกีตาร์ เปียโนดนตรีไทย รวมทั้งการร้องเพลง หรือเต้น จึงกลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับหลายครอบครัว ภาพของพ่อแม่ที่ยืนรอนั่งรอลูกเรียนพิเศษตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำจึงเริ่มกลายเป็นภาพที่ชินตา แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคนมีความปรารถนาดีกับลูกของตนเองจริงๆ และพยายามทุ่มเทอย่างที่สุด และนี่เป็นความรักของพ่อแม่ที่เสียสละเงินทองและเวลาส่วนตัวเพื่อให้ลูกได้และประสบความสำเร็จในอนาคต แต่สิ่งเหล่านี้ใช้กุญแจที่สำคัญที่สุดที่เขาจะใช้ยืนหยัดในยุคต่อไปหรือไม่ ในวันเวลาที่พ่อแม่ไม่อาจยืนอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป วันนั้นเขาจะเติบโตมาเป็นคนเช่นไร ผมอยากจะยกตัวอย่างชายคนหนึ่งจากพระคัมภีร์ ชายซึ่งพระเจ้าเป็นคนมอบกุญแจแห่งความสำเร็จให้กับเขา ชายคนนั้นชื่อว่า“โยชูวา”ถ้าผู้อ่านเคยชมภาพยนตร์เรื่อง “บัญญัติสิบประการ” “ปรินซ์ออฟอียิปต์” หรือ “Exodus” เราส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับชายที่ชื่อโมเสส ผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ให้นำชนชาติอิสราเอลออกจากความเป็นทาสจากแผ่นดินอียิปต์ ซึ่งมีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ที่ชื่อพระธรรมอพยพ แต่ความจริงแล้วเรื่องไม่ได้จบแค่การข้ามทะเลแดง เล่าเรื่องยาวให้สั้น ความทรยศของคนอิสราเอลต่อพระเจ้าของพวกเขาทำให้เขาต้องทนทุกข์อยู่ในถิ่นทุรกันดารนานถึง 40 ปี และโมเสสในวัย […]

พระเจ้ายิ่งใหญ่ ไร้ขีดจำากัด 4/15

พระเจ้ายิ่งใหญ่ ไร้ขีดจำากัด ถ้าลูกจะต้องเจอ บทเรียนที่ยังไม่เข้าใจพระองค์ทรงรู้ดีว่าแค่ไหนที่ลูกทนไหวแม้ลูกต้องเผชิญกับความยากเย็นสักเท่าไหร่ถ้าพระองค์เห็นสมควร ลูกก็อยากจะเข้าใจเพราะลูกนั้นรู้ว่าพระองค์ทรงมีแผนการที่ดีเท่าไหร่จะมีแค่เพียงสิ่งเดียว ที่ลูกนั้นอยากจะขอลูกขอพระองค์ประทานความเชื่อให้เต็มดวงใจและขอให้ลูกนั้นอดทนได้ไม่ว่าจะพบอะไรลูกขอพระองค์ประทานจิตใจ ที่มั่นคงไม่หวั่นไหว ให้สมกับที่ลูกได้เป็นผู้รับใช้ บทเพลง“ผู้รับใช้” เป็นเหมือนเพลงที่ถ่ายทอดคำอธิษฐาน ในยามยากลำบากด้วยเนื้อเพลงที่กินใจ และร้องออกมาจากส่วนลึกของหัวใจด้วยน้ำเสียงอันไพเราะนี้ ทำให้บทเพลงนี้ยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำของหลายๆ คน เพลงนี้ขับร้องโดยทายาทของคริสเตียนรุ่นเก่า ในวงการคริสเตียนคงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่รู้จักนามสกุล“วงศ์สรรเสริญ” ที่ดำเนินชีวิตบนเส้นทางการรับใช้พระเจ้ามาตลอด และเขา…เป็นทายาทที่เติบโตมากับชีวิตบนเส้นทางดนตรี เพลงที่เขาร้องจึงได้รับความนิยม และใช้ร้องกันอย่างกว้างขวางในคริสตจักรทั่วไป สำหรับเขาดนตรีแห่งการนมัสการพระเจ้าคือชีวิตของเขา พระเจ้าได้อวยพรให้เขาได้มีโอกาสร้องเพลงให้คนทั้งประเทศฟัง และยังมีส่วนร่วมในวงการดนตรีของประเทศไทย ทั้งในฐานะศิลปินและผู้กำกับดนตรีของรายการ ชื่อดังขอแนะนำให้รู้จักกับ คุณวุฒิ วงศ์สรรเสริญ อายุ 35 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันเป็นศิลปินในสังกัด Love is ของคุณบอยโกสิยพงษ์ กับวงดนตรีชื่อ The Begins และเป็นผู้กำกับดนตรีรายการ The Voice และ The Winneris เป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาลคริสตจักรเขาหินซ้อนแบ๊บติสต์ เป็นผู้ก่อตั้งวงดนตรีคริสเตียนชื่อวง “เยเรมีย์” ผลงานเพลงอัลบั้ม Not by Chance อัลบั้ม Independent 1 และ […]

1 22 23 24 25 26 41