ทำไมคริสตชนไทยจึงต้องอ่านพระคัมภีร์เดิม? 3/15

ทำไมคริสตชนไทยจึงต้องอ่านพระคัมภีร์เดิม? พระคัมภีร์เดิมเป็นของคนยิวพวกเดียวหรือเป็นของคริสตชนด้วย ปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดคิดว่า พระคัมภีร์เดิม เป็นพระคัมภีร์ของคนยิวพวกเดียว เราเป็นคริสตชน เราได้รับความรอดแล้ว เราไม่ต้องอ่านพระคัมภีร์เดิมอีกต่อไป เราอ่านแต่พระคัมภีร์ใหม่ก็พอ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง พระคัมภีร์ของคริสตชนนั้นประกอบด้วยพระคัมภีร์เดิมและใหม่ เมื่อคริสตชนพูดถึงพระคัมภีร์หมายถึงพระคัมภีร์เดิมและใหม่ ในสมัยของพระเยซูคริสต์เมื่อพระองค์ทรงกล่าวถึงพระคัมภีร์ พระองค์หมายถึงพระคัมภีร์เดิม เพราะในสมัยของพระองค์ พระคัมภีร์ใหม่ยังไม่ได้เกิดขึ้น พระเยซูได้อ้างว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระองค์นั้น แท้ที่จริงเป็นพระสัญญาของพระเจ้าในพระคัมภีร์เดิม หลังจากที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นจากความตายแล้ว พระองค์ได้ปรากฏกับสาวกของพระองค์หลายครั้ง ครั้งหนึ่งได้ปรากฏขณะที่พวกเขากำลังประชุมอยู่ พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่​เป็น​ถ้อย​คำ​ของ​เรา ซึ่ง​เรา​บอก​ไว้​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ขณะ​ที่​เรา​ยัง​อยู่​กับ​ท่าน​ว่า บรร​ดา​ถ้อย​คำ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​หมวด​ธรรม​บัญ​ญัติ​ของ​โม​เสส ใน​หมวด​ผู้​เผย​พระ​วจนะ และ​ใน​หมวด​เพลง​สดุดี​ที่​กล่าว​ถึง​เรา​นั้น จำ​เป็น​จะ​ต้อง​สำ​เร็จ”แล้ว​พระ​องค์​ทรง​ช่วย​ให้​ใจ​ของ​พวก​เขา​สว่าง​เพื่อ​จะ​ได้​เข้า​ใจ​พระ​คัม​ภีร์พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “มี​ถ้อย​คำ​เขียน​ไว้​อย่าง​นั้น​ว่า พระ​คริสต์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์​และ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ใน​วัน​ที่​สามและ​จะ​ต้อง​ประ​กาศ​ทั่ว​ทุก​ประ​ชา​ชาติ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​เรื่อง​การ​กลับ​ใจ​ใหม่ เพื่อ​การ​ยก​บาป โดย​เริ่ม​ต้น​ที่​กรุง​เย​รู​ซา​เล็ม” ( ลูกา 24:44-47) พระเยซูคริสต์ทรงอ้างพระคัมภีร์เดิมครบทั้งสามหมวด คือหมวดธรรมบัญญัติ หมวดผู้เผยพระวจนะ และหมวดเพลงสดุดีหรือหมวดข้อเขียน ซึ่งวิธีการแบ่งหมวดที่พระเยซูคริสต์ทรงกล่าวถึงนี้เป็นการแบ่งหมวดตามการแบ่งหมวดของคนยิว พระองค์ได้ย้ำว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นกับพระองค์นั้นจำเป็นต้องเกิดขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่ได้บันทึกไว้ในพระคัมภีร์เดิม และเป็นสิ่งที่จะต้องประกาศไปทั่วโลก ดังนั้น หากเราไม่อ่านพระคัมภีร์เดิม เราก็จะไม่มีเนื้อหาที่จะประกาศ เรื่องราวในพระคัมภีร์ใหม่ไม่ใช่เรื่องแต่ง ในสมัยคริสตจักรยุคแรกอัครสาวกเปโตรถูกกล่าวหาว่าเอาเรื่องนิยายมาเล่าให้ฟัง ท่านจึงได้ตอบโต้ว่า “เพราะ​ว่า​เรา​ไม่​ได้​คล้อย​ตาม​นิยาย​ที่​แต่ง​ขึ้น​อย่าง​ชาญ​ฉลาด เมื่อ​เรา​ได้​ประ​กาศ​ให้​พวก​ท่าน​ทราบ​ถึง​ฤทธา​นุภาพ และ​การ​เสด็จ​กลับ​มา​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา​ทั้ง​หลาย แต่​เรา​เป็น​สักขี​พยาน​ถึง​ความ​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระ​องค์เพราะ​ว่า​คราว​เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​ได้​รับ​พระ​เกียรติ​และ​พระ​สิริ​จาก​พระ​เจ้า​พระ​บิดา และ​พระ​สุร​เสียง​จาก​พระ​สิริ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ได้​มา​ถึง​พระ​องค์​ว่า “ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​บุตรของ​เรา​และ​เป็น​ที่​รัก​ของ​เรา […]

คำสาปฟาโรห์ 3/15

คำสาปฟาโรห์ สมัยที่ผมยังเรียนชั้นประถมศึกษา น้าสาวคนสุดท้องมีการ์ตูนเรื่องโปรดอยู่เรื่องหนึ่ง เด็กผู้ชายอย่างผมมักล้อเลียนการ์ตูนแบบนั้นว่าการ์ตูนผู้หญิง หรือการ์ตูนตาหวาน แต่พอผมลองแอบหยิบขึ้นมาอ่าน ก็วางไม่ลงจริงๆ จะมีข้อเสียตรงที่ผู้เขียนช้าเหลือเกิน ทุกวันนี้ผมเรียนจบปริญญาโทมาสิบกว่าปีแล้ว แต่การ์ตูนเรื่องนี้ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเขียนจบ สักทีการ์ตูนเรื่องนั้นชื่อ “คำสาปฟาโรห์” เรื่องราวของสาวฝรั่งผมทองที่หลงไปในยุคอียิปต์โบราณมีเนื้อเรื่องชวนน่าติดตามมากจริงๆ แต่นั่นก็เป็นเพียงจินตนาการ ของผู้เขียนเท่านั้น แต่คำสาปฟาโรห์มีอยู่จริงเมื่อผมได้เปิดอ่านในพระธรรมอพยพ เรื่องราวภัยพบัตินานาประการ ที่พระเจ้า มีต่อฟาโรห์ มีใจแข็งกระด้าง  และพยายามต่อสู้พระเจ้าเที่ยงแท้ อย่างไม่ลดละ  นำมาซึ่งความพินาศย่อยยับของประเทศมหาอำนาจในยุคโบราณ สร้างความเสียหายร้ายแรงยิ่งกว่าคำสาปในนิทานหรือการ์ตูนมากมายนัก โลกในยุคโลกาภิวัฒน์คงไม่มีใครสนใจเรื่องเล่าที่เป็นตำนาน หรือนิทานเรื่องเล่ามากมายนัก เว้นเสียแต่อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน แต่พระคำของพระเจ้านั้นเป็นความจริงที่เราสามารถแสวงหาได้พบเป็นสิ่งที่เตือนใจเราได้อยู่เสมอ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ชีวิตของเราต้องย่อยยับไปดั่งฟาโรห์ ผู้มีใจดื้อดึง บทเรียนและเรื่องราวของกษัตริย์ในโลกโบราณที่ผมกำาลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้น่าจะให้บทเรียนที่สำาคัญแก่คนที่ต้องการพร และหลีกเลี่ยงคำสาปแช่งได้เป็นอย่างดี ผมขอยกข้อพระคัมภีร์ 3 ข้อจากพระธรรมอพยพ ซึ่งจะสอนให้เรามีชีวิตที่ได้รับพรและไม่ต้องคำสาปดังชีวิตของฟาโรห์ ดังนี้ อพยพ 4:23 เราบอกแก่เจ้าว่า “จงปล่อยบุตรของเราให้ไปนมัสการเรา” ถ้าเจ้าไม่ยอม เราจะประหารบุตรหัวปีของเจ้าเสีย’ ” อพยพ 8:20 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า“จงลุกขึ้นแต่เช้าแล้วไปคอยเข้าเฝ้าฟาโรห์ ฟาโรห์กำาลังมายังแม่น้ำ แล้วเจ้าจงบอกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “จงปล่อยประชากรของเราไปนมัสการเรา อพยพ 10:3 โมเสสและอาโรนจึงไปเข้าเฝ้าฟาโรห์ทูลว่า […]

พลังยิ่งใหญ่พลังอธิษฐาน 3/15

พลังยิ่งใหญ่พลังอธิษฐาน ดิฉันชื่อ สุมณฑา บุญสิน  (เน็ต) อายุ 30ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีศาสนศาสตร์จากสถาบันกรุงเทพศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน (บีไอที) สมรสกับครูศาสนา ณัฐพงษ์ บุญสิน (อ.ต้อ) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2013 และยังไม่มีบุตร ปัจจุบันดิฉันเป็นสมาชิกคริสตจักรศรีบานเย็น ภาคที่ 15 พะเยา ซึ่งสามีของดิฉันเป็นศิษยาภิบาล ดิฉันจึงได้ร่วมรับใช้พระเจ้ากับสามีที่ คริสตจักรแห่งนี้ ดิฉันเกิดในครอบครัวคริสเตียน ไปโบสถ์กับคุณพ่อคุณแม่ ตั้งแต่เด็ก และได้เรียนรู้เรื่องพระเจ้า จากการเข้าชั้นเรียนรวีวารศึกษา  และมีความเชื่อในพระเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ต่อมามีโอกาสไปค่ายกับคริสตจักรและได้รับคำตอบจากพระเจ้าในหลายๆเรื่อง ทำให้มีความเชื่อมั่นในพระเจ้าและได้ต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดในที่สุด เวลาผ่านไป ดิฉันเริ่มมีภาระใจและได้รับการเร้าใจ ให้เรียนรู้เรื่องราวของพระเจ้ามากขึ้น มีความต้องการที่จะเรียนเพื่อเป็นผู้รับใช้ แต่ในเวลานั้น ดิฉันกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  เป็นนักเรียนโควต้า เรียนทางแพทย์แผนไทย  ซึ่งเป็นวิชาเรียน ที่ดึงดูดสำหรับดิฉัน ขณะเดียวกันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ครอบครัวของดิฉันมีปัญหา ดิฉันได้ถามพระเจ้า ว่าถ้าวันหนึ่งดิฉันได้รับใช้พระเจ้า  และครอบครัวยังคงเจอปัญหาอยู่ ดิฉันจะสามารถไปเทศนาหรือนำคนอื่นให้มารู้จักกับพระเจ้าได้อย่างไร ดิฉันถามพระเจ้าและครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ ในที่สุด ดิฉันตัดสินใจเลือกที่จะเรียนในโรงเรียนพระคริสตธรรมเพราะเห็นว่าเป็นโอกาสที่จะได้ศึกษาเรื่องพระเจ้ามากขึ้น ดิฉันได้สอบถามจากคุณน้าหลายท่าน ที่เคยเรียน ในโรงเรียนพระคริสตธรรมท่านก็ได้แนะนำ ให้ดิฉันไปเรียนที่ […]

พระยาห์เวห์พระผู้ทรงนําชีวิตผม 2/15

พระยาห์เวห์พระผู้ทรงนําชีวิตผม ชีวิตเด็กชายคนหนึ่งที่เกิดมาท่ามกลางครอบครัวคริสเตียนที่เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เจ้าเมื่อเขาเริ่มเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี เขาทําธุรกิจเปิดร้านถ่ายเอกสาร เขาทํางานและเรียนไปด้วย ไม่มีเวลาไปเรียนเลยทําให้เขาทิ้งการเรียนเสียกลางคันแต่ด้วยจิตใจที่ไม่ชอบอาชีพค้าขายทําให้เขาตัดสินใจเลิกกิจการร้านถ่ายเอกสาร และไปเริ่มอาชีพรับเหมาก่อสร้าง งานก่อสร้างเป็นงานที่หนักมาก แต่…ภายใต้งานนั้นเขาได้เรียนรู้ และลงมือทํางานเองหลายอย่างตั้งแต่งานปูน งานไม้และงานอื่นๆ งานนั่นเองทําให้เขาได้เริ่มต้นค้นพบตัวเองว่ามีความชอบและถนัดทางด้านงานไม้ เขาจึงได้เริ่มต้นทํากีตาร์ตัวเล็กๆ ให้ลูก มีคนเห็นกีต้าร์ตัวเล็กของเขาก็มาขอให้ทําให้ลูกเขาบ้าง พระเจ้าทรงเปิดหนทางให้เขาทําเพื่อจําหน่าย และทรงเปิดทางต่อไปอีกให้เขารู้จักผู้คนมากมายในวงการกีตาร์ ทั้งคนเล่นกีตาร์ ช่างทํากีตาร์ทั้งในประเทศและหลายๆ ประเทศ เขาเหล่านั้นเข้ามาในชีวิตเขาและมีส่วนช่วยฝึกเขา สอนเขา นําทางเขาให้ได้ไปเรียนทํากีตาร์จากประเทศสเปน จนเขากลายเป็นช่างทํากีตาร์แฮนด์เมดมือต้นๆ ของประเทศไทยมีสื่อมวลชนหลายแขนงมาสัมภาษณ์เขา เขามองย้อนกลับไปและบอกเสมอว่า “พระเจ้าทรงประทานความสามารถให้ผมและทรงนําผมในทุกๆช่วงของชีวิต” ขอแนะนําให้รู้จักกับ คุณวิรุฬห์ทรงบรรดิษฐ์คุณวิรุฬห์ ทรงบรรดิษฐ์ อายุ 49 ปี เป็นสมาชิกคริสตจักรนิมิตใหม่ สมรสกับ คุณศิริพรทรงบรรดิษฐ์ มีบุตรชาย ชื่อ นายวงศธร ทรงบรรดิษฐ์ เรียนจบวิชาเอกกีตาร์คลาสสิค วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลครอบครัวคริสเตียนผมเกิดในครอบครัวคริสเตียนมีคุณพ่อคุณแม่เป็นคริสเตียน ตั้งแต่เด็กๆ ผมไปโบสถ์และเริ่มรับใช้พระเจ้าด้วยการเล่นดนตรีที่โบสถ์ ชีวิตผมเติบโตมากับโบสถ์ และในช่วงผมอายุประมาณ 15-16 ปีผมได้สัมผัสกับพระเจ้า ความรักของพระองค์ค่อยๆซึมซัมเข้ามาในชีวิตเมื่อผมต้องเผชิญกับปัญหาผมก็จะอธิษฐานกับพระเจ้า ผมเป็นคนที่อธิษฐานมาก ผมเดินไปกับพระเจ้าตลอดเวลา ชีวิตผมได้เชื่อพระเจ้าด้วยตัวผมเอง พระเจ้าได้ทรงนําผมในทุกเรื่อง อย่างเรื่องแต่งงาน ผมได้รู้จักกับคุณศิริพร […]

เป็นคริสตชน “คนดี”ยังไม่พอ? 2/15

เป็นคริสตชน “คนดี”ยังไม่พอ? “มีคริสตจักรจํานวนมากถึง 9 ใน 10 ที่จําเป็นต้องมีการฟื้นฟูครั้งใหญ่ มีคริสตจักรที่ต้องทําอย่างนี้จํานวนนับหมื่นๆ แห่ง และจําเป็นต้องเสริมกําลังแก่ผู้นําทั้งหลายอีกนับไม่ถ้วนที่ต้องได้รับการเสริมเครื่องมือและความสามารถในการทํางาน” เป็นคํากล่าวของ ทอม เอส เรนเนอร์ ประธานและผู้บริหารสูงสุดของ ไลฟ์เวย์ คริสเตียน รีซอร์ส ผู้ผลิตวรรณกรรมคริสตชน พระคัมภีร์และแหล่งอุปกรณ์เพื่อการประกาศข่าวประเสริฐ คํากล่าวนี้มีนัยสําคัญอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันมีคริสตชนหลายพันล้านคน แต่ทําไมเรายังขาดคริสตชนที่เข้าถึงแผนงานสูงสุดของพระเจ้า? ในหนังสือ “ให้ชาวประเทศทั้งหลายยินดี” ของจอห์น ไพเพอร์ (Let the Nations be Glad! John Piper) สรุปหน้าที่ของคริสตชนว่า “ประเด็นสําคัญที่สุดในการทําพันธกิจ คือ การที่พระเจ้าทรงเป็นศูนย์กลางในการดํารงอยู่ของคริสตจักร พร้อมด้วยข่าวสารที่ดังอยู่ในความคิดเสมอก็คือ ‘เพราะพระยาห์เวห์นั้นยิ่งใหญ่ และสมควรรับการสรรเสริญอย่างยิ่ง พระองค์ทรงเป็นที่เกรงกลัวเหนือพระทั้งปวง’” (สดุดี 96:4) เขาสรุปไว้อย่างน่าคิดว่า เป้าหมายสูงสุดของคริสตจักรไม่ใช่การประกาศข่าวประเสริฐ แต่เป็นการนมัสการ เมื่อยุคนี้ผ่านพ้นไป ประชากรนับหลายล้านคนที่รอดแล้วจะคุกเข่าลงกราบนมัสการต่อพระที่นั่งของพระเจ้า เมื่อนั้นการประกาศข่าวประเสริฐก็สิ้นสุดลง เป้าหมายสูงสุดและเป้าหมายแรกของเราไม่ใช่การทําพันธกิจ แต่อยู่ที่การยกชูพระเจ้า “เพราะพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่ และสมควรจะสรรเสริญอย่างยิ่ง พระองค์ทรงเป็นที่เกรงกลัวเหนือพระทั้งปวง” (สดุดี […]

คําว่า “พระทรวง” ในพระคัมภีร์บางข้อหายไม่ได้ทําให้ความหมายผิดไป 2/15

คําว่า “พระทรวง” ในพระคัมภีร์บางข้อหายไม่ได้ทําให้ความหมายผิดไป เนื่องด้วยฝ่ายแปลได้รับการสอบถามจากผู้อ่านพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานว่า ทําไมข้อความใน ยอห์น 13:23 และ ยอห์น 13:25 จึงไม่มีคําว่า “พระทรวง” ปรากฏอยู่ด้วย และผู้อ่านต้องการทราบว่าเอกสารต้นฉบับดั้งเดิมนั้นมีคําว่า “พระทรวง” หรือไม่ ฝ่ายแปลได้ตรวจสอบจากต้นฉบับภาษากรีกพบคําศัพท์ที่มีความหมายถึง อก หรือ พระทรวง คือคําว่า (bosom) ใน ยอห์น 13:23 และ (chest) ใน ยอห์น 13:25 หากย้อนกลับไปพิจารณาการแปลของสมาคมฯ เองในฉบับ 1971 จะพบว่าเราแปลคําศัพท์ดังกล่าวแบบตรงตัวด้วยคําว่า “พระทรวง” ลงไปที่พระคัมภีร์ทั้งสองข้อ เมื่อแสดงข้อความเปรียบเทียบกับฉบับมาตรฐานที่สมาคมฯ ยกร่างการแปลเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 2011 จะเป็นดังนี้ ยอห์น 13:23 ฉบับ 1971ที่สํารับมีสาวกคนหนึ่งที่พระองค์ทรงรัก ได้เอนกายอยู่ใกล้พระทรวงของพระองค์ฉบับมาตรฐานสาวกที่พระเยซูทรงรักเอนกายอยู่ใกล้พระองค์ยอห์น 13:25 ฉบับ 1971ขณะที่ยังเอนกายอยู่ใกล้พระทรวงของพระองค์ สาวกคนนั้นก็ทูลถามพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า คนนั้นคือใคร”ฉบับมาตรฐานขณะที่ยังเอนกายอยู่ใกล้พระเยซู สาวกคนนั้นก็ทูลถามพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า คนนั้นเป็นใคร?”การรับประทานอาหารตามธรรมเนียมของพวกยิวในสมัยของพระเยซูนั้นไม่มีเก้าอี้นั่งอย่างทุกวันนี้ แต่ละคนต้องนั่งลงกับพื้นและนอนเอียงข้างโดยใช้แขนซ้ายพยุงตัวไว้ แล้วใช้มือขวาหยิบ อาหารใส่ปาก […]

ข้อหาย ข้อความหายและข้อความเปลี่ยน…แจ้งสมาคมฯ 1/15

  ข้อหายข้อความหายและข้อความเปลี่ยน…แจ้งสมาคมฯ  ในคอลัมน์ประจำฉบับนี้ ฝ่ายแปลขอเก็บรวบรวมคำถามของผู้อ่านพระคัมภีร์ใหม่ฉบับมาตรฐานแล้วสงสัยได้ถามมา โดยจัดแบ่งเป็นสามหมวดดังนี้คือ 1.) เกี่ยวกับข้อพระคัมภีร์ที่หายไป ยกตัวอย่างมาระโก 9:44, 46และ 2โครินธ์ 13:14  2.) เกี่ยวกับข้อความที่หายไป ยกตัวอย่าง มาระโก 9:24,29; มัทธิว 24:7และ 1ยอห์น 5:7  3.) เกี่ยวกับคำแปลเก่าที่หายไป และถูกแทนที่ด้วย คำแปลใหม่ ยกตัวอย่าง คำแปลเก่าว่า  “น้ำองุ่น” หายไปโดยถูกแทนที่ด้วยคำแปลใหม่ว่า  “เหล้า  องุ่น” ในยอห์น 2:3และที่อื่นๆ อีก 33 ที่ในพระคัมภีร์ใหม่คำถามเหล่านี้คือ ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทยทำข้อพระคัมภีร์หายไป ? ทำไมแปลตกข้อความสำคัญไป? ทำไมไม่รักษา คำแปลเก่า ที่ดีและเหมาะกว่า คำแปลใหม่ในวัฒนธรรมไทย? คำถามข้างต้นเกิดจากการที่ผู้อ่าน ได้อ่านพระคัมภีร์ไทยฉบับมาตรฐาน เปรียบเทียบกับฉบับอื่นๆ  เช่น พระคัมภีร์ไทยฉบับ 1940 (หรือที่เรียกว่า ฉบับแปลเก่า ที่เริ่มต้นชื่อพระธรรมว่า เยเนซิศเอ็กโซโด ฯลฯ) หรือ ฉบับคิงเจมส์ (ไทย) […]

พระยาห์เวห์ พระผู้ทรงอารักขา 1/15

พระยาห์เวห์ พระผู้ทรงอารักขา พระยาห์เวห์ พระผู้ทรงอารักขา ชีวิตเด็กชายคนหนึ่งที่เติบโตมาในครอบครัวคริสเตียน และต้องผันชีวิตไปอยู่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่อายุยังน้อย การใช้ชีวิตที่นั่น ไม่ได้สะดวกสบาย ต้องเผชิญกับ ความยากลำบาก  หลายอย่าง ภายใต้ความทุกข์ยากนั้น เขาได้สัมผัสถึงการช่วยเหลือ จากพระเจ้าในทุกๆ วันของชีวิต เขาเข้มแข็ง และเติบโตกับพระเจ้ามากขึ้น จนทำให้เขาตัดสินใจเข้าศึกษาในโรงเรียนพระคริสตธรรมเต็มเวลา เพื่อจะรู้จักพระเจ้าและรับใช้พระองค์ได้มากขึ้นภายใต้การรับใช้พระเจ้า ที่ดำเนิน ไปด้วยดีได้เกิด อุบัติเหตุที่ไม่ คาดฝัน เขาขับรถมอเตอร์ไซค์ชนต้นไม้ บาดเจ็บสาหัส จนทำให้ความทรงจำหายไประยะหนึ่ง การเผชิญกับความเจ็บป่วยเจียนตายครั้งนี้ เขาพบสิ่งดีดีภายใต้อุบัติเหตุที่เลวร้ายนั้น เขาได้เห็นความรักของพี่น้องและคนรอบข้าง เหนือสิ่งอื่นใดคือเห็น ความรักของพระเจ้าที่ทรงรักษาความเจ็บป่วยทางร่างกายให้เขา จนปัจจุบันเขาหาย เป็นปกติ ขอแนะนำให้รู้จักกับ อาจารย์วิทวัส จงประเสริฐศักดิ์ อาจารย์วิทวัส จงประเสริฐศักดิ์ อายุ47 ปี จบการศึกษาจาก InternationalTheological Seminary ITS เป็นสมาชิกคริสตจักร Valley Outreach Church  (Pacoima) สมรสกับ คุณวิไลลักษณ์ จงประเสริฐศักดิ์ มีบุตรสาวชื่อ นางสาว อนันยา […]

สวรรค์บนดิน 1/15

สวรรค์บนดิน ชีวิตนิรันดร์บนสวรรค์เป็นอย่างไร? เป็นหัวข้อที่คริสตชน ใคร่รู้เราต้องเชื่อว่าจะเห็นพระเยซูหน้าต่อหน้า ได้สนทนาใกล้ชิดกับพระองค์นมัสการพระองค์ไม่มีสิ้นสุด ภาพที่เราจะเห็นทุกหัวเข่าจะก้มกราบนมัสการพระเยซู  “ กษัตริย์ทั้งหลายในแผ่นดินโลกจะนำศักดิ์ศรีของตนเข้ามาในนครนั้น… คน ทั้งหลาย จะนำ​ศักดิ์ศรี และ เกียรติของประชาชาติต่างๆ เข้ามา” (วิวรณ์ 21:25-26)ภาพอันงดงามตระการตานี้เราจะมีโอกาสได้เห็นแน่นอน หลายคนนึกถึงรูปร่างหน้าตาของตนเองว่าจะเหมือนในโลกนี้ไหม? จะมีโอกาสได้พบกับ บรรดาผู้ที่เรารักพ่อแม่ญาติพี่น้องเพื่อนพี่น้องผู้เชื่อที่รู้จักหรือไม่? สิ่งที่สวรรค์มีให้อย่างแน่นอนคือ ความชื่นชมยินดีที่ภาษามนุษย์มิอาจบรรยายได้ จะท่วมท้นล้นหัวใจเราทุกคน เพียงนึกภาพและความสุขอันสมบูรณ์แบบก็สร้างความสุขใจเป็นล้นพ้น แล้วสิ่งเลวร้ายทุกอย่างในโลกไม่มีให้ เห็นอีกต่อไป  ด้วยเหตุนี้สวรรค์และชีวิต นิรันดร์ การนมัสการ พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์  จึงเป็นความหวัง อันยิ่งใหญ่ อยู่ในความคิดและจิตใจของผู้เชื่อพระเจ้าทุกคน ขอให้สิ่งนี้ สร้างแรงบันดาลใจ แก่คริสตชนทุกคน อดทนต่อปัญหา ความทุกข์ที่กำลัง เกิดขึ้นกับท่านในโลกแห่งบาป นี้ให้เรารอคอยความหวังว่าอีกไม่นานสวรรค์จะเป็นของเราตามพระสัญญา ทว่า กว่าจะถึงวันนั้น พระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรสำหรับเรา ขณะที่ยังอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยผลร้ายของความบาป ความวุ่นวายสงครามที่ไม่มีสิ้นสุด สภาพแวดล้อมที่เลวร้ายหลายคนถามว่าทำไมพระเยซูไม่เสด็จกลับมารับ เราสักที?ที่พระองค์ เนิ่นช้าทรงมีเหตุผลแน่นอน “องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรง เฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญา ของพระองค์  (การเสดจ็ มาครั้งที่สองของพระเยซู) ตามที่บางคนคิดนั้นแต่ทรงอดทนกับ พวกท่านพระองค์ ไม่ทรงประ […]

“คนดี” ที่รักพระเจ้า

“คนดี” ที่รักพระเจ้า “คนดี”  ที่รักพระเจ้า  สังคมไทยปี 2557 เกิดความวุ่นวาย สับสนโหยหา “คนด” เพื่อบ้านเมือง ทว่า  ดูเหมือนว่า เราจะหาคนดียากเสียเหลือเกิน แม้แต่นักต้านคอรัปชั่น ถูกกรมสรรพกรสอบสวนว่าฉ้อโกงภาษีคนดี ที่เคยได้รับการยกย่องถูกเปิดเผย  หลายคนถูกปอกลอกความดีจนแทบไม่เหลือ เราจะหาคนดีได้ที่ไหน? มีอะไรเป็นมาตรฐานของคนดี?มีผู้คนพยามค้นหาความหมาย ความดีของคนดี ในมุมมองของศาสนา พุทธศาสนา ให้นิยามคนดีว่าคือผู้ที่ปฏิบัติในแนวสมาทาน ศีล สมาธิ และปัญญา คริสต์ศาสนา คนดีคือ คนที่เชื่อและปฏิบัติตามคำสอนของพระเยซู รับเอาความดีของพระเยซูเป็นของตน  โสเครตีส ปราชญ์ชาวกรีกโบราณสอนว่าคนที่ปฎิบัติ  ตามกฎหมาย แม้เป็น กฎหมายที่ไม่ยุติธรรมหรือมิชอบคือคนดี  คนดีของ มหาตมาคานธี คือพลเมืองที่ดื้อแพ่งต่อรัฐหรืออำนาจรัฐที่มิชอบ  ยึดถือความจริงและอหิงสาธรรม ส่วน นักัการเมืองมี ทัศนะความเป็นคนดีว่า หมายถึงคนที่ดำเนินนโยบายเพื่อสนองเจตจำนงร่วมของประชาสังคม ตำรวจ ศาล ราชทัณฑ์  มีมาตรฐานคนดี คือคนที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเที่ยงธรรม ไม่สอง มาตรฐาน คนดีของประชาชนทั่วไป คือ ผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย รู้รักษาสิทธิตนและไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นบนหลักความเสมอภาคทัศนะคนดีที่กล่าวไปทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานที่ทุกคนปรารถนาให้เกิดขึ้น คำถามที่เราสนใจก็คือ คนดีของพระเจ้าเป็นอย่างไร? ในหนังสือ “การศึกษา” กล่าวว่า “สิ่งที่โลกต้องการมากที่สุดคือคนคนที่ไม่อาจซื้อหรือขายได้ คนที่ส่วนลึกสุดของจิตใจ สัตย์จริงและเที่ยงธรรม คนที่กล้าชี้บาปอย่างตรงไปตรงมา คนที่มโนธรรมแน่วแน่ต่อหน้าที่ […]

1 23 24 25 26 27 41