ฉบับที่ 17 กรกฎาคม-กันยายน 2026

จากใจเลขาธิการ

สวัสดีครับ สมาชิกและเพื่อนของ TBS ทุกท่าน

ปีนี้เป็นปีที่โลกร้อนมากเป็นประวัติการณ์ หลายพื้นที่ทั่วโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นมากจนทำลายสถิติ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สาเหตุสำคัญประการหนึ่งของปรากฏการณ์โลกร้อนที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และต่อเนื่องมาหลายทศวรรษเกิดจากการกระทำของมนุษย์ที่ทำลายธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีทั้งบุคคล และองค์กรมากหลายออกมาเคลื่อนไหวและรณรงค์ให้ทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อลดภาวะดังกล่าว หลายประเทศก็ยังไม่ได้ตอบสนองหรือแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

พระเจ้าทรงสร้างโลกนี้มาอย่างดี และเมื่อพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น พระองค์ตรัสว่า “ดีนัก” มนุษย์คือมงกุฎแห่งการทรงสร้างของพระเจ้า และพระองค์ทรงบัญชาให้มนุษย์ “ปกครองแผ่นดินโลกทั้งหมด” (ปฐก.1:26) เราจะเห็นว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวที่มีอิทธิพลเหนือโลก สามารถสร้างสรรค์หรือทำลายสิ่งต่าง ๆ ในโลกได้อย่างที่สิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ ทำไม่ได้

ความสามารถในการสร้างสรรค์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะมนุษย์ถูกสร้างตามพระฉายของพระองค์ เราจึงมีความสามารถในการคิดค้น ประดิษฐ์ พัฒนา และสร้างสิ่งใหม่ ๆ ตั้งแต่งานศิลปะ ดนตรี วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ไปจนถึงการสร้างครอบครัว ชุมชน และสังคมที่น่าอยู่ ความคิดสร้างสรรค์เป็นพรอันล้ำค่าที่ทำให้มนุษย์สามารถร่วมมือกับพระเจ้าในการดูแลโลกที่พระองค์ทรงสร้าง

อย่างไรก็ตาม ความสามารถพิเศษนี้ก็อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์หรือทำลายก็ได้ เทคโนโลยีที่ช่วยรักษาชีวิตผู้คนอาจถูกนำไปสร้างอาวุธทำลายล้างได้ ความรู้ที่ใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตอาจถูกใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น เช่นเดียวกับคำพูดที่สามารถหนุนใจคนให้ลุกขึ้นได้ก็สามารถทำร้ายจิตใจคนให้แตกสลายได้เช่นกัน ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของมนุษย์ แต่อยู่ที่หัวใจของผู้ใช้ความสามารถนั้นต่างหาก

ในฐานะคริสเตียน เราได้รับการทรงเรียกให้ใช้พลังแห่งการสร้างสรรค์เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าและเป็นพรแก่ผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อทำลายล้างหรือทำร้ายผู้อื่น หากเราใช้ความสามารถของเราเพื่อสรรค์สร้างชีวิต สร้างความหวัง และสิ่งที่ถวายเกียรติแด่พระองค์ เราก็จะสะท้อนพระลักษณะของพระผู้สร้างผู้ทรงประทานความสามารถนั้นต่อเรา และทำให้โลกใบนี้งดงามขึ้นตามพระประสงค์ของพระองค


คุณรู้หรือไม่

“อาซาเซล”
ในเลวีนิติ 16 หมายถึงอะไร

พระธรรมเลวีนิติเต็มไปด้วยกฎบัญญัติสำหรับคนอิสราเอลในยุคโบราณ หัวใจของเนื้อหาพระธรรมเล่มนี้คือความบริสุทธิ์ เพราะพระเจ้าทรงบริสุทธิ์ คนของพระองค์จึงต้องรักษาชีวิตของตนให้บริสุทธิ์ด้วย ในแต่ละปี จะมีศาสนพิธีใหญ่ที่กระทำโดยมหาปุโรหิตเพื่อลบมลทินบาปทั้งสิ้นให้แก่ชนชาติอิสราเอล เรียกว่า วันลบมลทิน (ลนต.16:1-34; 23:26-32)

ส่วนหนึ่งของพิธีกรรมในวันลบมลทินคือการถวายแพะสองตัวเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ที่ประตูเต็นท์นัดพบโดยมหาปุโรหิต (ลนต.16:7) จากนั้น เขาจะถวายโคเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาปของตน และลบมลทินตนเองกับครอบครัวของเขา ตามด้วยการฆ่าแพะตัวแรกเพื่อเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาปของประชาชน และประพรมเลือดของมันข้างหน้าและบนพระที่นั่งกรุณาซึ่งอยู่ในอภิสุทธิสถานในพลับพลา (ลนต.16:15-16) ส่วนแพะอีกตัวหนึ่งนั้น เขาจะเอามือทั้งสองวางบนหัวของมันและสารภาพบาปต่าง ๆ ของคนอิสราเอล ให้บาปทั้งสิ้นนั้นตกลงบนหัวของมัน จากนั้นก็ปล่อยมันเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร (ลนต.16:20-22) พระคัมภีร์บอกว่าแพะตัวแรกเป็นของพระยาห์เวห์ ส่วนอีกตัวหนึ่งเป็นของอาซาเซล (ตามพระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับมาตรฐาน)

บางคนสงสัยว่า คำว่า อาซาเซล นี้หมายถึงอะไร คำฮีบรูนี้ปรากฏ 4 ครั้งในพันธสัญญาเดิมเพียง 3 ข้อเท่านั้น (ลนต.16:8, 10, 26) ซึ่งพระคริสตธรรมคัมภีร์ไทยฉบับต่าง ๆ ก็แปลคำนี้แตกต่างกันไป ทั้งนี้ เราอาจประมวลทัศนะเรื่องความหมายของคำนี้ ได้ดังนี้

  1. อาซาเซลเป็นสถานะของแพะตัวที่ถูกปล่อย นั่นคือสถานะของ “แพะรับบาป” ทัศนะนี้นำ
    เสนอว่า อาซาเซล เป็นคำสนธิระหว่างคำว่า “เอซ” (‘ez) ซึ่งแปลว่า แพะ กับ “อาซาล” (‘azal) ซึ่งแปลว่า หาย สูญสิ้น จากไป เมื่อนำมารวมกันจึงบ่งบอกถึงสถานะและบทบาทของแพะตัวที่ถูกปล่อยในการ “บรรทุกความผิดทั้งหมดไป” (ลนต.16:22) หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือ อาซาเซลแบกรับบาปทั้งหมดแทนชนชาติอิสราเอล
  2. อาซาเซลเป็นสถานที่สำหรับนำแพะไปปล่อย ทัศนะนี้เข้าใจว่า อาซาเซล เป็นคำสนธิเช่น
    กัน แต่มาจากคำว่า “อาซาซ” (‘azaz) ซึ่งแปลว่า แข็งแกร่ง กับ “เอเซล” (‘ezel) ซึ่งแปลว่า ศิลา เมื่อรวมกันอาจมีการกร่อนเสียงกลายเป็นคำว่า อาซาเซล ซึ่งให้ความหมายถึง ที่ที่เป็นเนิน หรือ หุบเขาซึ่งมีพื้นแข็ง เช่น หน้าผาชัน ฯลฯ นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่า การปล่อยแพะในที่นี้คือการโยนแพะลงจากหน้าผา เพราะไม่เช่นนั้นแพะตัวดังกล่าวอาจกลับไปยังชุมชนของอิสราเอลได้อีก อันจะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากเรื่องมลทินบาปตามมา
  3. อาซาเซลเป็นสมญานามเจ้าแห่งถิ่นทุรกันดาร ทัศนะนี้เข้าใจว่า อาซาเซล น่าจะเป็นชื่อ
    เฉพาะ หรือไม่ก็อาจเป็นคำสนธิระหว่าง “เอซ” กับ “เอล” (‘el) ที่แปลว่า พระ หรือ พระเจ้า แล้วมีการซ้ำเสียงตัวสะกดของคำว่า “เอซ” จนกลายเป็น “อาซาเซล” อาจแปลได้ว่า พญาแพะ โดยอาซาเซลเป็นพระหรือปีศาจประจำถิ่นทุรกันดารที่ชาวตะวันออกใกล้โบราณคุ้นเคย อย่างไรก็ตาม บางท่านอาจคาใจว่านี่คือการถวายบูชาแก่ปีศาจหรือพระอื่นหรือไม่ ทั้งนี้ ลนต.17:7 สั่งห้ามการถวายบูชาแด่ “ปีศาจแพะ” และแพะตัวที่ถูกปล่อยไปในวันลบมลทินนั้นก็ไม่ได้ถูกนับว่าเป็นเครื่องบูชา แต่เป็นพาหะนำเอาบาปทั้งสิ้นไปให้พ้นจากคนอิสราเอล (ลนต.16:21) ถ้าเป็นเช่นนั้น การปล่อยแพะตัวนี้ไปก็ไม่ได้เป็นการถวายบูชาแด่อาซาเซล และยังอาจมีนัยถึงการขจัดปัดเป่ามลทินทั้งสิ้นกลับไปสู่แหล่งกำเนิดของมันอีกด้วย

แม้เราจะยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องความหมายของคำว่า อาซาเซล สิ่งหนึ่งที่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนคือ ความบริสุทธิ์เป็นเงื่อนไขสำคัญของการเป็นประชากรของพระเจ้า และวันลบมลทินก็สะท้อนพระเมตตาคุณที่ทรงจัดเตรียมหนทางในการลบล้างมลทินบาปให้กับคนของพระองค์ เพื่อเขาจะสามารถเป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าวได้

สำหรับคริสเตียนในปัจจุบัน แม้เราจะไม่ได้ยึดถือเรื่องวันลบมลทินเพราะเชื่อว่าพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ที่หลั่งบนไม้กางเขนได้ชำระบาปให้กับเราอย่างสมบูรณ์แล้ว (ฮบ.9:11-12, 23-28; 13:11-12) สมาคมพระคริสตธรรมไทยก็ยังปรารถนาที่จะเชิญชวนท่านให้รับการชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยพระวจนะของพระเจ้า เพื่อท่านจะดำเนินชีวิตเป็นที่พอพระทัยพระองค์อยู่เสมอ (รม.12:1-2; ฮบ.9:14) ตามความมุ่งหมายของสมาคมฯ ที่ว่า “เพื่อให้คนไทยทุกคนมีพระคัมภีร์ใช้ และรู้จักใช้พระคัมภีร์”


กิจกรรม TBS

 


สนุกกับพระคัมภีร์

 


แนะนำสินค้า

 

 


พันธกิจ TBS