ฉบับที่ 9 กรกฎาคม-กันยายน 2024

จากใจเลขาธิการ สวัสดีครับ สมาชิกและเพื่อนของ TBS ทุกท่าน  เช้าวันนี้ผมใจหายและเศร้าสลดเป็นอย่างมาก เมื่อทราบข่าวว่าผู้อาวุโสท่านหนึ่งในคริสตจักรที่ผมและหลายคนในคริสตจักรสนิทสนมได้จากไปอย่างกะทันหัน หลังจากที่ลูกของท่านได้โพสต์แจ้งข่าวดังกล่าวบนเฟซบุ๊ก ไม่เพียงแต่ผมที่โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจ คนแล้วคนเล่าในคริสตจักรทั้งสมาชิกธรรมดาจนถึงผู้นำระดับสูง ไม่เพียงแต่ในกรุงเทพฯ แต่ทั่วประเทศทยอยกันส่งข้อความเข้ามาแสดงความเสียใจอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งหนึ่งที่พิเศษมากคือ หลายคนบรรจงร้อยเรียงถ้อยคำที่มาจากส่วนลึกของหัวใจเพื่อสดุดีชีวิตของคุณแม่ท่านนี้และเล่าถึงประสบการณ์แห่งพระพรที่พวกเขาได้รับจากท่าน เมื่อผมอ่านข้อความเหล่านั้น ผมรู้สึกอัศจรรย์ใจจริงๆ ในพลังชีวิตของสุภาพสตรีท่านนี้ ผู้อาวุโสท่านนี้ไม่ได้เป็นผู้นำ ไม่ได้เป็นผู้มีฐานะดีหรือมีชื่อเสียงในสังคม ไม่ได้เรียนจบโรงเรียนพระคริสต์ธรรม ไม่ได้มีของประทานยิ่งใหญ่ทำการอัศจรรย์มากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านมี คือใจที่รักพระเจ้าและคนของพระองค์อย่างสุดหัวใจ ท่านคือคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตอย่างไม่ธรรมดา จึงมีผลต่อชีวิตคนอื่นอย่างเหนือธรรมดา ผมเชื่อว่า ทุกคนที่รู้จักท่านจะเห็นด้วยกับผมว่า ท่านได้ทำทุกสิ่งที่ทำได้เพื่อเป็นพรต่อคนมากหลายในคริสตจักร แม้ผมจะรู้สึกเศร้าใจที่จะไม่ได้พบท่านอีกในชั่วชีวิตนี้ แต่ก็อดภาคภูมิใจในชีวิตของท่านไม่ได้ และคิดไปว่า บำเหน็จของท่านในแผ่นดินสวรรค์จะมีบริบูรณ์เพียงไร ท่านได้ใช้ชีวิตของท่านอย่างคุ้มค่าและจากไปอย่างสง่างามจริงๆ ทำให้ผมต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ผมได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและพร้อมที่จะไปเผชิญหน้ากับพระเจ้าหรือไม่ เราทั้งหลายก็อาจเคยถูกถามหรือแม้ถามตัวเองว่า เราพร้อมที่จะไปพบพระเจ้าแล้วหรือยัง ชีวิตของเราเรียบร้อยดีหรือไม่ หรือว่าเราได้ทำสิ่งที่ควรทำในชีวิตนี้แล้วหรือยัง ผมเชื่อว่า คุณแม่ท่านนี้พร้อมทุกเวลาที่จะไปพบพระองค์ เพราะท่านได้ใช้ชีวิตของท่านอย่างเต็มที่เพื่ออาณาจักรของพระเจ้าเสมอมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผมได้ข้อคิดหลายอย่าง ประการแรก เราทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากไหน ไม่จำเป็นต้องมีของประทานพิเศษ ความรู้ความสามารถที่แตกต่าง หรือตำแหน่งที่สูงส่ง ก็สามารถมีผลต่อชีวิตคนอื่นได้มาก หากเรามีหัวใจที่รักพระเจ้าและผู้อื่นมากเพียงพอ ประการที่สอง ไม่มีใครรู้ได้เลยว่า ตนจะจากโลกนี้ไปเมื่อไร […]

ฉบับที่ 8 เมษายน-มิถุนายน 2024

จากใจเลขาธิการ สวัสดีครับ สมาชิกและเพื่อนของ TBS ทุกท่าน  คุณเคยอยากรู้อนาคตของคุณหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตและต้องตัดสินใจบางอย่าง หากเป็นไปได้ บางครั้งเราก็อยากให้พระเจ้าบอกเราว่าอนาคตของเราจะเป็นเช่นไร ทั้งนี้ เพื่อเราจะไม่ต้องเปลืองเวลาคิด หรือพลาดไปเลือกสิ่งที่ผิด จนคิดไปว่า ถ้าพระเจ้าบอกเราอย่างชัดเจน เราก็จะเลือกตามนั้นเลย แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป จริงอยู่ บางคนจะคว้าสิ่งที่เป็นน้ำพระทัยพระเจ้า แต่บางคนจะกลับวิ่งหนีด้วยสองเหตุผล นั่นคือ ไม่ชอบ หรือไม่เชื่อ เมื่อพระเจ้าทรงเรียกโยนาห์ให้ไปประกาศที่กรุงนีนะเวห์ โยนาห์หนีไปอีกทางเพราะไม่ชอบคนในเมืองนั้นที่ทำสิ่งชั่วร้าย เขาต้องการให้พวกเขาถูกทำลาย แต่ในที่สุด ก็ต้องจำนนต่อพระประสงค์ของพระองค์ และฝืนใจเทศนาให้คนเหล่านั้นฟัง แล้วสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น คือ คนเหล่านั้นหันกลับจากบาป แต่แทนที่เขาจะดีใจ โยนาห์กลับไม่ชอบใจที่คนบาปเหล่านั้นกลับใจใหม่ โยนาห์คือตัวอย่างของคนที่ไม่ชอบน้ำพระทัยพระเจ้า บางคนปฏิเสธน้ำพระทัยพระเจ้าเพราะไม่เชื่อว่าสิ่งนั้นจะเป็นไปได้ เช่น ไม่เชื่อว่า พระเจ้าจะใช้เขาได้ คิดว่าการทรงเรียกที่มาถึงนั้นใหญ่เกินตัว โมเสสคือหนึ่งในคนเหล่านั้นที่ต่อรองกับพระเจ้า ปฏิเสธการทรงเรียก เพราะคิดว่าตนไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้สำเร็จได้ แต่ในท้ายที่สุด เขาก็ยอมเชื่อฟังพระองค์ และทำงานของพระองค์จนสำเร็จ จะมีประโยชน์อะไรที่พระเจ้าจะสำแดงน้ำพระทัยของพระองค์แก่เรา แต่เรากลับเพิกเฉยเพราะไม่ชอบ หรือหวาดกลัวและปฏิเสธเพราะขาดความเชื่อ พระเจ้าทรงสร้างเรามาและรู้จักเราดีที่สุด ยิ่งกว่าเรารู้จักตัวเราเอง ที่สำคัญพระองค์ทรงใส่ศักยภาพไว้ในชีวิตของเรา ศักยภาพเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่มีขนาดเล็ก แต่มีสิ่งทรงพลังซ่อนอยู่ภายในที่สามารถเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ได้ บางครั้ง พระเจ้าไม่ทรงเปิดเผยแผนการทั้งหมดที่พระองค์ทรงมีไว้สำหรับเราในคราวเดียว […]

ฉบับที่ 7 มกราคม-มีนาคม 2024

จากใจเลขาธิการ สวัสดีครับ สมาชิกและเพื่อนของ TBS ทุกท่าน  ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะเริ่มต้นปี 2024 ด้วยดี เมื่อใกล้ถึงปีใหม่ เราที่เป็นผู้เชื่อก็มักจะกล่าวอวยพรคนรอบข้างโดยขอให้พระเจ้าอวยพระพรพวกเขาในปีที่กำลังจะมาถึง หลายครั้ง คำอวยพรนี้อาจจะถูกใช้เพราะเป็นข้อความมาตรฐานที่ใครๆ ก็ใช้กันโดยที่เราไม่ได้คำนึงถึงความหมายหรือคาดหวังสิ่งใดมากนัก ในขณะที่บางคนอาจจะคาดหวังเช่นนั้นจริงๆ แล้วพระเจ้าทรงประทานพรตามที่เราคาดหวังหรือไม่ คนไทยส่วนใหญ่เชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีฤทธิ์อำนาจและสามารถดลบันดาลให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้ ในทำนองเดียวกัน เมื่อมารู้จักพระเจ้าก็อาจจะมองว่าพระเจ้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกผู้หนึ่งที่สามารถประทานพรให้ตามใจปรารถนา ในความเป็นจริง พระเจ้าเป็นยิ่งกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเครื่องผลิตพระพร พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก ทรงใหญ่ยิ่งสูงสุดเหนือสิ่งใด พระองค์ทรงทำได้ทุกสิ่ง รวมทั้งทรงอ่านความคิดและจิตใจของเราออก พระองค์ทรงเป็นพระบิดาที่รักลูกของพระองค์ และต้องการจะอวยพรพวกเขา อย่างไรก็ตาม พระเจ้าก็ไม่ได้ตามใจลูกของพระองค์เสมอไป จริงอยู่ พระเจ้าทรงปรารถนาจะอวยพรเรา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า พระพรจากพระองค์จะมาถึงเราหากเราอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไร พระองค์ไม่ทรงประสงค์จะอวยพรเราโดยที่เรางอมืองอเท้า แต่ทรงต้องการให้เรามีส่วนในการทำให้พระพรนั้นเกิดขึ้นเป็นจริงด้วย พระองค์ทรงต้องการให้เราขยันขันแข็ง และทำเต็มที่ในส่วนของเรา แท้ที่จริง นอกเหนือจากความรอดและความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระองค์แล้ว พระพรอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่พระเจ้าประทานให้กับเราคือการที่พระองค์ทรงขัดเกลาและเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราให้เป็นเหมือนพระฉายของพระองค์ มีชีวิตที่สะท้อนพระลักษณะของพระองค์ เมื่อเราเป็นเหมือนพระองค์ เราก็จะทำการดีอย่างเป็นธรรมชาติ และสิ่งนี้จะนำพรมาสู่ชีวิตของเราได้มากยิ่งกว่าการที่เราเองอยู่เฉยๆ และรอให้พระเจ้าประเคนพระพรมาให้ อนึ่ง เราไม่สามารถเปรียบเทียบพระพรที่เราได้รับกับพระพรที่พระเจ้าประทานให้กับผู้อื่นได้ การที่พระองค์จะทรงเลือกอวยพรใคร ในเรื่องอะไร อย่างไร เป็นเรื่องลึกลับที่เราไม่อาจจะหาคำตอบได้ เพราะไม่มีใครสามารถอ่านความคิดพระเจ้าได้ แต่ที่แน่ๆ คือ […]

ฉบับที่ 6 ตุลาคม-ธันวาคม 2023

จากใจเลขาธิการ สวัสดีครับ เพื่อนของสมาคมพระคริสตธรรมไทยทุกท่าน ผมรู้จักพระเจ้ามานานกว่า 35 ปีแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจเรื่องพระเจ้าตั้งแต่แรกคือพระคัมภีร์ที่เป็นหนังสือมหัศจรรย์ พระคัมภีร์เป็นหนังสือที่แตกต่างจากหนังสือทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นเอกภาพในเนื้อหาแม้จะมีผู้เขียนกว่า 40 คนที่ทยอยกันเขียนพระธรรมเล่มต่างๆ ตลอดระยะเวลามากกว่า 1,500 ปี คำพยากรณ์ต่างๆ จำนวนมากที่สำเร็จเป็นจริงไปแล้วอย่างน่าทึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับพระเยซู เรื่องราวในพระคัมภีร์หลายตอนที่สอดคล้องกับตำราประวัติศาสตร์เล่มอื่นๆ ที่ผมอ่าน เป็นหนังสือที่หลายคนพยายามจะทำลาย แต่กลับอยู่รอดมาจนทุกวันนี้ และกลายเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดตลอดกาล สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผมรักการอ่านและศึกษาพระคัมภีร์มาตั้งแต่เป็นผู้เชื่อใหม่ ผมหลงใหลในศาสนศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และภาษาเดิมของพระคัมภีร์ ความอยากรู้พระคัมภีร์ของผมมีอย่างไม่เคยจบสิ้น หลายคนอาจจะชอบอ่านพระคัมภีร์ด้วยเหตุผลที่คล้ายคลึงกับผม แต่ท่านเคยคิดหรือไม่ว่า พระคัมภีร์เป็นมากกว่าหนังสือที่เต็มไปด้วยข้อมูลมากมายให้เราศึกษา แท้จริง เบื้องหลังเนื้อหามากมายเหล่านั้นคือ พระเจ้า แผนการ และน้ำพระทัยพระองค์ พระลักษณะของพระองค์สำแดงออกผ่านสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการทรงสร้างสรรพสิ่งอย่างดี การทำพันธสัญญากับบุคคลต่างๆ การสถาปนาและมีส่วนร่วมกับอิสราเอลที่เป็นประชาชาติบริสุทธิ์ของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นการอวยพรหรือพิพากษาโทษ ไปจนถึงการเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์และการไถ่ของพระเยซูคริสต์ รวมถึงการให้กำเนิดคริสตจักรอันเป็นคนกลุ่มใหม่ที่พระเจ้าเรียกออกมาจากโลกเพื่อเป็นของพระองค์ สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดจากเรื่องราวทั้งหมดในพระคัมภีร์ คือ พระเจ้าทรงรักมนุษย์อย่างมากและมีแผนการที่ดีเลิศสำหรับพวกเขา ในแง่หนึ่ง พระคัมภีร์จึงเป็นเหมือนจดหมายรักจากพระเจ้าถึงเรา พระคัมภีร์ไม่เพียงบอกเราว่า พระเจ้าทำอะไร แต่พระองค์คิดอะไร และรู้สึกเช่นไรต่อคนของพระองค์ด้วย คำถามสำคัญคือ ทุกครั้งที่เราอ่านพระคัมภีร์ เราเป็นเหมือนเพียงคนนอกที่กำลังมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของผู้คนในอดีตที่รู้จักพระเจ้า […]

ฉบับที่ 5 กรกฎาคม-กันยายน2023

จากใจเลขาธิการ สวัสดีครับ สมาชิกและเพื่อนของ TBS ทุกท่าน สังคมก้มหน้า เป็นวลีที่ใช้เรียกปรากฏการณ์ในสังคมของเราที่ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการก้มหน้าจ้องมองอุปกรณ์มือถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนของโซเชียลมีเดีย หากท่านเป็นคนหนึ่งที่เสพ โซเชียลมีเดีย ท่านเคยคิดหรือไม่ว่า ท่านใช้เวลาในแต่ละวันมากน้อยเพียงไรกับสิ่งนี้ จากงานวิจัยของ We Are Social และ Meltwater พบว่า คนไทยใช้เวลาโดยเฉลี่ยวันละ 2 ชั่วโมง 44 นาทีกับโซเชียลมีเดีย คิดเป็น 19 ชั่วโมง 8 นาทีต่อสัปดาห์ หรือเกือบหนึ่งวันหนึ่งคืน ไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ คำถามสำคัญคือ คนเสพเนื้อหาอะไรบนโซเชียลมีเดีย แน่ทีเดียวคนจำนวนหนึ่งหมดเวลาไปกับการส่องดูความเป็นไปในชีวิตของผู้คนทั้งที่ตนรู้จักและไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว จำนวนหนึ่งใช้เวลากับการรับชมรายการบันเทิงต่างๆ อีกจำนวนหนึ่งไม่ได้มีเป้าหมายอะไร เพียงแต่ทำไปเพราะความเคยชิน ว่างเมื่อไรก็จะต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ลองคิดดูว่า หากเขาเหล่านั้นเอาเวลาจำนวนนี้ไปใช้กับสิ่งอื่น เช่น การไขว่คว้าหาความรู้ หรือพัฒนาทักษะใหม่ๆ พวกเขาก็คงจะสามารถพัฒนาตนเองไปได้อย่างมากโดยใช้เวลาไม่นาน เมื่อพูดถึงเรื่องการศึกษา ในอดีต สิ่งนี้ปกติเกิดขึ้นในรั้วของสถานศึกษา สถาบันกวดวิชา หรือสถาบันพัฒนาวิชาชีพ หลายคนไม่สามารถเรียนหนังสือหรือพัฒนาทักษะวิชาชีพได้หากขาดปัจจัยที่เรียกว่า เงิน แต่ทุกวันนี้ ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร องค์ความรู้ที่หาได้โดยง่ายจากสื่อ […]

ฉบับที่ 4 เมษายน – มิถุนายน 2023

จากใจเลขาธิการ สวัสดีครับ สมาชิกและเพื่อนของ TBS ทุกท่าน ท่านรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึกไหมครับว่า นับวัน เวลาในชีวิตของเราดูเหมือนจะผ่านไปเร็วจริงๆ 24 ชั่วโมงในแต่ละวันเป็นปริมาณของเวลาที่น้อยมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่เราต้องทำหรืออยากทำ วิถีชีวิตมนุษย์ไม่เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไปเมื่อสังคมอุตสาหกรรมเข้ามาแทนที่สังคมเกษตรกรรมเมื่อเกือบสามศตวรรษที่แล้ว จากเดิมที่ตารางเวลาถูกกำหนดโดยฤดูกาลและธรรมชาติ กลับถูกแทนที่ด้วยการตอกบัตรในเวลาเดียวกันทุกคนตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ จากการทำงานที่บ้านหรือเรือกสวนไร่นาของตนโดยมีสมาชิกครอบครัวเป็นผู้ร่วมงาน กลายเป็นการต้องเดินทางข้ามเมืองสองเที่ยวต่อวันเพื่อมารวมตัวและทำงานกับคนแปลกหน้าในที่ทำงาน วิถีชีวิตเช่นนี้ฝึกให้เราเป็นคนที่ถูกตีกรอบตามที่ผู้อื่นวางไว้ สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามคู่มือ เป็นเหมือนการวิ่งไปบนสายพานแห่งงาน เมื่อเสร็จขั้นตอนหนึ่ง ก็จะคิดถึงขั้นตอนต่อไปโดยอัตโนมัติเป็นวัฏจักรที่วิ่งไม่รู้จบ ต่อมาเมื่อคอมพิวเตอร์ถูกประดิษฐ์ขึ้นราวกลางคริสตศตวรรษที่ 20 นั้น โลกก็ได้ก้าวเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร ปริมาณข้อมูลที่มีมากอยู่แล้วก็ยิ่งทวีขึ้นด้วยอัตราเร่งสูง การถือกำเนิดของอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียยิ่งทำให้เราถูกกระหน่ำด้วยข้อมูลตลอดเวลา มากเกินกว่าที่จะสามารถย่อยได้ทัน บางคนเลือกที่จะซึมซับข้อมูลเหล่านั้นโดยไม่ผ่านกระบวนการใดๆ ในขณะที่บางคนเลือกที่จะปิดประตูไม่รับข้อมูลที่ถาโถมเข้ามา ในสภาวะเช่นนี้เอง ชีวิตของเราวิ่งในอัตราเร่งที่สูงมากจนแทบไม่มีเวลาพัก หรือแม้จะมีบ้างก็จะเป็นการพักเพื่อหายเหนื่อยและทำงานต่อ แทนที่จะเป็นการพักเพื่อหยุดคิดและใคร่ครวญ หากการย่อยเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องตามมาหลังการทานอาหาร การใคร่ครวญก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเกิดขึ้นหลังการรับข้อมูล ไม่ว่าจะผ่านการอ่าน การฟัง การชม การสนทนา หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน การใคร่ครวญทำให้เราเกิดความเข้าใจและความกระจ่าง การใคร่ครวญเปิดโอกาสให้เราแยกแยะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกจากข้อมูลที่เป็นโทษ และข้อมูลที่เป็นจริงออกจากข้อมูลที่เป็นเท็จ ที่สำคัญ การใคร่ครวญทำให้เราทราบความเป็นไปในชีวิต จิตใจ ความคิดภายในของเรา ทำให้เรารู้จักตนเอง อันจะนำไปสู่การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และพัฒนาชีวิต การใคร่ครวญยังนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นในชีวิต แม้ตารางเวลาของท่านจะแน่นเพียงใด […]

ฉบับที่ 3 มกราคม – มีนาคม 2023

จากใจเลขาธิการ สวัสดีครับ เพื่อนของ TBS ทุกท่าน เรากำลังอยู่ในช่วงประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติที่วิปริตโดยแท้ กว่าสองปีที่ผ่านมา โลกทั้งใบต้องเผชิญกับวิกฤตโรคระบาดที่นำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจ พอเราเริ่มมีความหวังว่า อาจจะได้เห็นแสงสว่างลิบๆ ที่ปลายถ้ำ ก็ต้องมาพบกับข่าวเรื่องสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลกระทบต่อค่าขนส่ง และค่าสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ดูเหมือนว่ากำลังจะฟื้นตัวให้ย่ำแย่ลงไปอีก ขณะที่รายได้ขาดหายไป รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้นจากค่าครองชีพที่ถีบตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายคนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า จะมีอะไรที่จะแย่ไปกว่านี้อีกหรือไม่ เมื่อกว่าสองพันปีที่แล้ว อัครทูตยอห์นได้รับการสำแดงจากพระเจ้าถึงภัยพิบัติต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบไปทั้งโลกไม่ว่าจะเป็นภัยด้านสุขภาพ ภัยธรรมชาติ ภัยการเมือง หรือภัยเศรษฐกิจ หากเราเชื่อว่า ยอห์นได้พูดถึงกลียุคที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าก่อนที่พระเยซูจะเสด็จกลับมา สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเราในขณะนี้ก็คงจะทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า เรากำลังก้าวเข้าสู่กลียุคแล้วหรือไม่ แม้เราจะไม่รู้ว่า พระเยซูจะเสด็จกลับมาเมื่อไร สิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างเราก็คงจะเชิญชวนให้เราต้องดำเนินชีวิตราวกับว่า พระองค์จะเสด็จกลับมาเร็วๆ นี้ หรือไม่ก็ในชั่วชีวิตของเรา ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ สัจธรรมประการหนึ่งที่เที่ยงแท้แน่นอนคือ พระเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ และพระวจนะพระองค์ยังคงเป็นจริงและมีชีวิต ไม่มีสิ่งใดที่จะเล็ดลอดสายพระเนตรพระเจ้าไปได้ ไม่มีสิ่งใดที่จะเกิดขึ้นได้หากพระองค์ไม่อนุญาต แม้ในความคิดเรา สิ่งนั้นจะดูเหมือนไม่ดีหรือไม่น่าอภิรมย์ พระเจ้าทรงมีเหตุผลที่ดีไม่ว่าเราจะเข้าใจเหตุผลนั้นหรือไม่ก็ตาม ความวางใจพระองค์ผู้ทรงเป็นความมั่นคงจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งและควรอยู่เหนือความวางใจมนุษย์หรือสถานการณ์รอบข้างที่พร้อมจะเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ในห้วงเวลาแห่งความยากลำบากที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ จงยึดฉวยพระวจนะพระเจ้าไว้ให้มั่น ยามใดที่ท่านหวาดหวั่นหรือวิตกกังวล จงใคร่ครวญถ้อยคำแห่งชีวิต และระลึกถึงพระวาทะของพระองค์เสมอ พระวจนะของพระเจ้าไม่เพียงแต่มีฤทธิ์เดช แต่ยังนำมาซึ่งการหนุนจิตชูใจ และเป็นความหวังใจให้กับผู้เชื่อทุกเวลา ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ ประกิจ […]

ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-กันยายน 2022

สวัสดีครับ เพื่อนของ TBS ทุกท่าน เรากำลังอยู่ในช่วงประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติที่วิปริตโดยแท้ กว่าสองปีที่ผ่านมา โลกทั้งใบต้องเผชิญกับวิกฤตโรคระบาดที่นำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจ พอเราเริ่มมีความหวังว่า อาจจะได้เห็นแสงสว่างลิบๆ ที่ปลายถ้ำ ก็ต้องมาพบกับข่าวเรื่องสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลกระทบต่อค่าขนส่ง และค่าสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ดูเหมือนว่ากำลังจะฟื้นตัวให้ย่ำแย่ลงไปอีก ขณะที่รายได้ขาดหายไป รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้นจากค่าครองชีพที่ถีบตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายคนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า จะมีอะไรที่จะแย่ไปกว่านี้อีกหรือไม่ เมื่อกว่าสองพันปีที่แล้ว อัครทูตยอห์นได้รับการสำแดงจากพระเจ้าถึงภัยพิบัติต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบไปทั้งโลกไม่ว่าจะเป็นภัยด้านสุขภาพ ภัยธรรมชาติ ภัยการเมือง หรือภัยเศรษฐกิจ หากเราเชื่อว่า ยอห์นได้พูดถึงกลียุคที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าก่อนที่พระเยซูจะเสด็จกลับมา สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเราในขณะนี้ก็คงจะทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า เรากำลังก้าวเข้าสู่กลียุคแล้วหรือไม่ แม้เราจะไม่รู้ว่า พระเยซูจะเสด็จกลับมาเมื่อไร สิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างเราก็คงจะเชิญชวนให้เราต้องดำเนินชีวิตราวกับว่า พระองค์จะเสด็จกลับมาเร็วๆ นี้ หรือไม่ก็ในชั่วชีวิตของเรา ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ สัจธรรมประการหนึ่งที่เที่ยงแท้แน่นอนคือ พระเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ และพระวจนะพระองค์ยังคงเป็นจริงและมีชีวิต ไม่มีสิ่งใดที่จะเล็ดลอดสายพระเนตรพระเจ้าไปได้ ไม่มีสิ่งใดที่จะเกิดขึ้นได้หากพระองค์ไม่อนุญาต แม้ในความคิดเรา สิ่งนั้นจะดูเหมือนไม่ดีหรือไม่น่าอภิรมย์ พระเจ้าทรงมีเหตุผลที่ดีไม่ว่าเราจะเข้าใจเหตุผลนั้นหรือไม่ก็ตาม ความวางใจพระองค์ผู้ทรงเป็นความมั่นคงจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งและควรอยู่เหนือความวางใจมนุษย์หรือสถานการณ์รอบข้างที่พร้อมจะเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ในห้วงเวลาแห่งความยากลำบากที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ จงยึดฉวยพระวจนะพระเจ้าไว้ให้มั่น ยามใดที่ท่านหวาดหวั่นหรือวิตกกังวล จงใคร่ครวญถ้อยคำแห่งชีวิต และระลึกถึงพระวาทะของพระองค์เสมอ พระวจนะของพระเจ้าไม่เพียงแต่มีฤทธิ์เดช แต่ยังนำมาซึ่งการหนุนจิตชูใจ และเป็นความหวังใจให้กับผู้เชื่อทุกเวลา ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ ประกิจ ตรีทศายุธ […]