จากที่ราบสูงสู่เบื้องบน

ชาญณรงค์ (โจ) วงศ์กัยราช หนุ่มจากที่ราบสูงเมืองอุบลราชธานี อายุ 39 ปี เป็นอีกชีวิตหนึ่งที่เป็นพยานถึงความรักและพระเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อเขาผู้มีอดีตที่เปรียบเสมือนดินทรายที่ดูไร้ค่าและไร้ความหวัง แต่ด้วยแผนการอันเลิศและความอดทนนานของพระเจ้า โจถูกปั้นเป็นภาชนะที่มีคุณค่า และภาชนะชิ้นนี้รับใช้ผู้ปั้นด้วยความซื่อสัตย์อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย จากครอบครัวที่อบอุ่น ฐานะพออยู่พอกิน พ่อเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แม่ขายอาหาร โจเป็นลูกคนที่สองในจำนวน 4 คน โจใฝ่ฝันอยากจะเป็นรั้วของชาติตั้งแต่เด็ก ในวัยเรียนโจเป็นเด็กดีช่วยงานบ้านและช่วยแม่ขายอาหาร ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ไม่ได้สร้างปัญหาให้พ่อแม่หนักใจ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน จนขึ้นชั้นมัธยมฯ 4 โจเข้าเรียนในโรงเรียนภาคค่ำขณะที่ยังช่วยแม่ขายอาหารตอนกลางวันตามปกติ โจเริ่มมีเพื่อนมากหน้าหลายตาในวัยรุ่นวัยคะนองซึ่งเป็นใจให้เขาเริ่มลองของแปลกใหม่และวิ่งเข้าหาสิ่งชั่วร้ายสารพัด ในเวลาไม่นาน “โจ” ที่ไม่มีใครรู้จักก็กลายเป็น “ขาโจ๋” ที่ใครๆ ก็ต้องรู้จัก เขาเข้าถึงทั้งเหล้าและบุหรี่ หนักกว่านั้น โจยังหัด “ดมกาว”เพื่อจะเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ วัยรุ่นในสมัยนั้น โจเริ่มด้วยการรับอาสาถือกระป๋องกาวให้ “ลูกพี่” ก่อน เมื่อขึ้นชั้นมัธยมฯ 5 ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น “ลูกพี่” แทนคนเดิมที่ออกจากโรงเรียนไป จากดมกาวไปจนถึงกัญชายัดไส้บุหรี่ โจสั่งสมบารมีจนมีลูกน้องหลายคน เป็นนักเลงในชุดนักเรียน มีเรื่องต่อยตีกับโรงเรียนอื่นอยู่บ่อยๆ พฤติกรรมทั้งหมดนี้ทางบ้านไม่ระแคะระคายเพราะตอนกลางวันโจยังไปช่วยแม่ขายอาหารตามปกติ และนั่นก็เป็นช่องทางที่เขาจะหยิบฉวยเงินทองของแม่เอาไปซื้อหาสิ่งเสพติด เมื่อใกล้จะจบมัธยมฯ 6 เพื่อนในแก๊งดมกาวคนหนึ่งเกิดป่วยหนักมีอาการปอดทะลุ […]

จังหวะใหม่ของชีวิต

อีกมุมหนึ่งของทิศทางความคิดที่เปลี่ยนไปกับผู้ชายที่ชื่อ เรืองกิจ ยงปิยะกุล โปรดิวเซอร์ฝีมือดีและนักแต่งเพลงมือฉมัง แรกเริ่มในสมัยตอนเป็นเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่จะสอนให้อธิษฐาน สอนให้อ่านพระคัมภีร์ พอไปโบสถ์ก็จะมีอาจารย์เป็นผู้สอน มีหลายๆ คนให้ความรู้มากมายเกี่ยวกับพระเจ้าซึ่งภาพเหล่านั้น ผมเข้าใจว่าเป็นการปฏิบัติศาสนาอย่างเคร่งครัด คำพร่ำสอนทุกอย่างที่ได้ยินได้ฟังกลายเป็นความเคยชินที่หัวใจไม่เคยสัมผัสได้ และเป็นเพียงแค่ความรู้ ที่สมองมีโอกาสได้รับรู้เท่านั้น แม้เราจะรู้ว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่ รู้ว่าพระเจ้ารักเรา รู้ว่าต้องไปโบสถ์ รู้เรื่องราวมากมายในพระคัมภีร์ แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยรู้เลยก็คือ พระเยซูมีบทบาทอย่างไรในชีวิตของตัวเรา สำคัญมากน้อย เกี่ยวข้องอย่างไร ไม่รู้เลย ไม่เข้าใจเลย จนกระทั่งเมื่อผมมีโอกาสได้ฟังอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านบอกกับผมว่า ความรู้ไม่ได้ช่วยให้เราเจอพระเจ้า ความรู้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาชีวิต ความรู้ไม่ได้ช่วยให้เราได้รับการเปลี่ยนแปลง แต่ความเชื่อต่างหาก เพราะเมื่อรู้แต่ไม่มีความเชื่อ สิ่งที่รู้ก็ไม่มีความหมาย เพราะความรู้กับความเชื่อต่างกันตรงที่ ความรู้ เราพึ่งกำลังของตัวเราเอง แต่ความเชื่อ เราพึ่งกำลังจากพระเจ้า เราจึงสามารถเผชิญทุกอย่างได้โดยพระเจ้าผู้เสริมกำลังเรา และโดยกำลังจากพระเจ้าเราจึงได้รับการเปลี่ยนแปลง ผมก็เกิดคำถามตามมาอีกว่า และเราจะเชื่อได้อย่างไรในเมื่อเราพิสูจน์ไม่ได้ คำตอบที่ได้รับก็คือ ให้เชื่อเถอะ เชื่อเถิดเท่านั้น คำถามก็ยังไม่หมด ผมก็ถามกลับไปว่า แค่เชื่ออย่างเดียวเท่านั้นเองหรือ ใช่แค่เชื่อเพียงอย่างเดียว เพราะเราไม่สามารถจะทำสิ่งอื่นๆ ได้เพื่อมาแลกเปลี่ยนกับความรอดของพระเจ้า นั้นเป็นคำตอบที่ได้รับ แล้ววันหนึ่งพี่สาวของผมก็เอาข้อพระคัมภีร์ข้อหนึ่งมาให้อยู่ใน พระธรรมยอห์น บทที่ 14 ข้อ 1 บอกไว้ว่า “อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย” […]

จงฝึกเด็กในทางที่เขาควรจะเดิน

  จงฝึกเด็กในทางที่เขาควรจะเดิน Training a Child in the Way He Should Go ดิฉัน จิระพร รังสรรค์ อายุ 54 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาปรัชญา-ศาสนา คณะศาสนศาสตร์ แมคกิลวารี วิทยาลัยพายัพ เชียงใหม่ สมรสกับคุณวิชัย รังสรรค์ มีบุตรด้วยกัน 2 คนคือ นางสาวเกศวจี รังสรรค์ และ นางสาวรัตน์วลี รังสรรค์ ปัจจุบันดิฉันทําาหน้าที่ครูผู้สอนวิชาคริสตจริยธรรม ฝ่ายศาสนกิจ โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา, ประธานธรรมกิจคริสตจักรสันยูง สังกัดภาคที่ 9 นครศรีธรรมราช และทําาหน้าที่รองประธานสตรีคริสตจักรภาคที่ 9 ได้สอนเพลงไทยนมัสการหมวดคริสเตียนปากพนัง จัดกิจกรรมตอบสนองปณิธานของสตรีสภาฯ กิจกรรมส่งเสริมอาชีพเพาะถั่วงอกไร้ดิน ทําายาสมุนไพร ร่วมกิจกรรมเอสเอ็มแอลของชุมชน และจัดกิจกรรมคริสตมาสและวันเด็กทุกปีโดยเน้นการประกาศข่าวดีกับเด็กในชุมชน นิยมสุข  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช  ชีวิตแวดล้อมด้วยผู้เชื่อดิฉันเกิดในครอบครัวคริสเตียน คุณตาเป็นผู้ปกครองในคริสตจักร ท่านชื่อ เกลี้ยง ไชยวิจารณ์ […]

จงขอบคุณพระเจ้าในทุกกรณี

จะมีสักกี่คนที่ขอบคุณพระเจ้าได้สำหรับทุกเรื่องของชีวิต คงไม่ใช่เรื่องยากถ้าเราจะขอบคุณพระเจ้าสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายหรือวิกฤตชีวิตเราจะขอบคุณพระเจ้าได้ไหม?        ด้านหลังคือการ์ดของครอบครัว สารกิติพันธ์ ซึ่งถูกพิมพ์ขึ้น เพื่อใช้เป็นคำหนุนใจ เป็นพระพรสำหรับทุกคนที่มีโอกาส ได้ยินได้ฟังเรื่องราวชีวิตของ เอิร์ธ วันเฉลิม สารกิติพันธ์ ลูกชายคนเล็กของครอบครัว เอิร์ธเป็นเจ้าของถ้อยคำที่ปรากฏอยู่บนการ์ดใบนี้ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดลงบนกระดาษ ตามคำบอกของเอิร์ธ ในช่วงที่ไม่สามารถเขียนเองได้แล้ว ถ้อยคำบ่งบอกถึงความเชื่ออันมั่นคง ความไว้วางใจใน พระเจ้าอย่างสุดหัวใจ และการขอบคุณพระเจ้าในทุกกรณีอย่างแท้จริง เราจะเห็นว่าเอิร์ธสามารถมองเห็นสิ่งดีที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ให้ครอบครัวของเขา ท่ามกลางเหตุการณ์ที่โลกเห็นว่าเลวร้าย แต่วิกฤตของชีวิตก็กลับกลายเป็นพระพรอันยิ่งใหญ่ที่เปิดเผยออกมาโดยผ่านชีวิตของเอิร์ธเอง พฤศจิกายน 1997 เอิร์ธเริ่มมีอาการปวดศีรษะ โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ไม่ได้บอกใครเลย หายาแก้ปวดศีรษะทานเอง แต่อาการก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เอิร์ธปวดศีรษะมากขึ้นๆ จนทนไม่ไหวจึงตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ ตอนแรกที่บ้านก็ไม่คิดว่าเป็นอะไรมาก จนในที่สุด นอกจากอาการปวดหัวจะทวีความรุนแรงมากขึ้นแล้ว ยังมีอาการอาเจียนซึ่งที่บ้านคิดว่าเป็นผลมาจากกินอาหารผิดสำแดง จึงพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หมอบอกว่าเอิร์ธเครียดกับการเรียนมากเกินไป ก็เชื่อหมอเพราะโดยปกติเอิร์ธเป็นเด็กเรียนดี ฉลาดและจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษาค้นคว้าอยู่ตลอด จึงดูเหมือนว่า เคร่งเครียดกับการเรียนมากเกินไป หลังจากที่ทานยาตามที่หมอสั่งไป ได้สักระยะหนึ่งอาการก็ไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น จึงเปลี่ยนโรงพยาบาลผลออกมาว่าเป็นไซนัส จึงรักษาไซนัสอยู่ 2 สัปดาห์ก็หาย แต่อาการปวดหัวกับอาเจียนยังเป็นอยู่ หนักไปกว่านั้นคือเอิร์ธเริ่มเดินเซ […]

คำอธิษฐานที่พระเจ้าทรงตอบ

แม้วันเวลาจะล่วงเลยไปวันแล้ววันเล่า ครอบครัวก็ยังคงเป็นสถาบันที่คงอยู่ตลอดไป “ครอบครัว” คือชีวิต ของชายและหญิงที่ตกลงใจจะอยู่ร่วมกัน จากนั้นก็จะมีลูก เป็นโซ่คล้องใจให้ชีวิตทั้งสอง อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เมื่อลูกเกิดมาชีวิตได้รับการเรียนรู้ การเรียนจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่สำคัญมาก เริ่มต้นจากการเรียนรู้สิ่งรอบข้าง ตัวเอง จากนั้นก็เข้าศึกษาต่อในโรงเรียนที่มีการเรียน การสอนตามระบบการศึกษาที่รัฐบาลกำหนด แต่จะมี สักกี่คนที่ต้องการให้ลูกเป็นอะไร แล้วได้เป็นตามที่ใจตัวเองปรารถนา แต่มีบุคคลหนึ่ง ท่านมีลูก 2 คน และได้ เป็นแพทย์ทั้งสองคน เขาทำอย่างไร? กวดวิชาที่ไหน? มีการช่วยเหลือลูกอย่างไรบ้าง? มีเคล็ดลับอะไร? คุณพีรพัฒน์ จุฬาลักษณ์ศิริบุญ ท่านเกิดใน ครอบครัวคริสเตียน สมรสกับนางทัศนัย มีบุตรชาย 1 คน บุตรสาว 1 คน ทำงานในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานพยาธิ ณ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากการที่อยู่ในครอบครัวคริสเตียน ท่านจะตามคุณพ่อคุณแม่ไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ เริ่มจาก เป็นคริสตตามก่อน และจึงได้เชื่อพระเจ้าอย่างแท้จริง ท่านรับบัพติสมาเมื่ออายุ 21 ปี ลูกคือสิ่งที่สำคัญมากในชีวิต เขาคือแหล่งรวมความรักระหว่างพ่อและแม่ เขาคือส่วนหนึ่งของชีวิตพ่อและแม่ที่ไม่อาจตัดขาดได้ การที่พ่อแม่เห็นลูกมีชีวิตที่ดี มีอนาคตที่ดี […]

ความหวัง กำลังใจ ชัยชนะ

“ชีวิตล้วนอนิจจังแม้จะมีความทุกข์สักเท่าใดพระองค์ทรงเคียงใกล้ไม่เคยห่าง ทรงช่วยผ่อนทุกข์ หนักให้เบาบาง ความเจ็บปวดบ้างพระสร้างให้รู้คุณ ยามสุขเราสรรเสริญพระองค์เจ้า ยามเศร้ามีพระองค์ทรงเป็นเพื่อน ช่วยอบรมข่มจิตสนิทเตือน พระเป็นพ่อและ เพื่อนจงอย่ากลัว ชีวิตเราเหมือนเทียนที่จุดไว้ มอดไหม้ไป นานๆ ก็พาลหมด ทุกสิ่งเราสร้างแม้เกียรติยศ ก็สูญสิ้นหมด ล้วนอนิจจัง” ชีวิตที่เกิดมาทุกชีวิตต้องเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บมากมาย ตั้งแต่เกิดมา จนกระทั่งจากโลกนี้ไป แต่โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนในโลกนี้ไปมากต่อมากมาแล้วโรคหนึ่งคือ โรคมะเร็ง ถ้าใครก็ตามที่เจ็บป่วยและตรวจพบว่าเป็นมะเร็งก็จะหมดกำลังใจ สิ้นหวัง เพราะรู้ว่าการรักษาโรคนี้ต้องใช้จ่ายเงินมาก และไม่แน่ใจว่ารักษาแล้วจะหายหรือไม่ หรือบางคนรักษาไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง ไม่นานนักก็ต้องเสียชีวิต แต่มีชีวิตหนึ่ง ที่เป็นมะเร็ง ครั้งแล้วครั้งเล่า ท่านผู้นี้มีความหวัง มีกำลังใจ และมีชัยชนะต่อโรคร้าย ท่านทำให้เราเห็นว่า แม้ร่างกายจะถูกมะเร็งร้ายกัดกิน แต่วิญญาณจิตของท่านยังคงมีชัยชนะเหนือโรคร้ายนั้น ท่านทำได้อย่างไร คุณสุภาพร กันทะเสน อายุ 60 ปี สมรส และมีบุตรสาว 2 คนเป็นสมาชิกคริสตจักร นิมิตใหม่ ทั้ง ครอบครัว คุณแม่สุภาพรมาเป็นคริสเตียนเพราะลูกสาวคนโตมาเชื่อพระเจ้าก่อน  จากนั้นก็พาคุณพ่อและคุณแม่รวมทั้งน้องสาวมาเชื่อพระเจ้า ท่านเล่าให้เราฟังถึงช่วงเวลาที่ท่านต้องสัมผัสกับโรคร้าย ดูเหมือนชีวิตจะหมดกำลังเรี่ยวแรงที่จะดำเนินชีวิตต่อไปและแล้วคำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมก็มีพลัง ทำให้โรคร้ายหายได้ ท่านเล่าให้ฟังว่า […]

ความสำเร็จอยู่กับคนที่ไม่หยุดเดิน

     มุมหนึ่งบนโลกใบนี้ มีชีวิตเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือกำเนิดมาจากคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้รับใช้พระเจ้าบนดอยในจังหวัดเชียงราย เธอโตมากับความยากจน ที่ไม่มีไฟฟ้าจะใช้ในบ้าน  แต่เธอถูกสร้างขึ้นมาให้มีจิตใจที่กระตือรือร้นใฝ่หาความรู้ มุ่งมั่น ทุ่มเท ไม่ยอมแพ้ เมื่อเธอจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี เธอเริ่มชีวิตการทำงานจากการเป็นลูกจ้าง มาทำธุรกิจส่วนตัว และก้าวไปยังธุรกิจด้านสกินแคร์ ธุรกิจนี้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอขึ้นแท่นเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ความงามออนไลน์   เคล็ดลับในความสำเร็จของเธอคือ  พระเจ้า… พระองค์ทรงอยู่ในทุกเรื่องราวของชีวิตเธอ พระองค์ทรงนำเธอในทุกย่างก้าว  เธอกล่าวว่า  “ในความสำเร็จทุกอย่างมาจากพระเจ้าทั้งสิ้น”      คุณศิริรัตน์  กิจพ่อค้า “ม่งนี๋” เจ้าของบริษัทมานาสกินแคร์ อายุ  29 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)  คณะ Art-Eng   สมรสกับคุณไชยนุวัติ  กิจพ่อค้า นมัสการพระเจ้าที่คริสตจักรพลับพลา กรุงเทพฯ ครอบครัวคริสเตียน        คุณพ่อกับคุณแม่เป็นคนจีนอาศัยอยู่บนดอยในชนเผ่าลาหู่ตั้งแต่ก่อนที่ม่งจะเกิด ท่านทั้งสองเรียนจบที่โรงเรียนพระคริสตธรรมเบลเอล เป็นครูสอนศาสนาคริสต์ให้กับชาวบ้านในชนเผ่าที่นั่น ชีวิตม่งในตอนนั้นไม่รู้เลยว่าความรวยความจนมันเป็นอย่างไร เพราะตอนที่เราอยู่บนดอยนั้นก็ไม่มีอะไรเลย ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ ถนนก็เป็นทางลูกรัง มองไปรอบๆ ตัวก็เจอแต่ต้นไม้ ภูเขา พืชสวน […]

คนเหนือดวง

  สมาคมพระคริสตธรรมไทย ขอขอบคุณ คุณปรีชา คงกิติมานนท์ อายุ 44 ปี อดีตหมอดูฮวงจุ๊ยผู้ได้รับการยอมรับจากวงการซินแสชื่อดังของเมืองไทยในความรู้ความสามารถ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าช่างสุสานบ้านนา จ.นครนายก ของคริสตจักรสะพานเหลือง สามย่าน ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องราวในอดีตของตนจนกระทั่งมาเป็นคริสเตียนอย่างน่าสนใจยิ่ง หากใครที่ต้องการรู้ว่า คนเหนือดวง เป็นอย่างไร? มีจริงหรือไม่? และเป็นคนแบบไหน?… ต้องไม่พลาดที่จะติดตามเรื่องราวต่อไปนี้ ผู้รอบรู้ศาสตร์ฮวงจุ๊ย ก่อนจะมาเป็นหัวหน้าช่างสุสานบ้านนาของคริสตจักรสะพานเหลืองฯ และกลับใจมาเป็นคริสเตียน คุณปรีชา ทำงานเป็นหัวหน้าช่างสุสานอยู่ที่สุสานสุขาวดี อ.หนองแค จ. สระบุรี มาก่อน ต้นตระกูลของคุณปรีชานั้นแซ่ลิ้ม มาจากชลบุรี ทำเรื่องฮวงจุ้ยสุสาน มาแต่แรกเริ่ม..หลังจากมีลูกได้ 8 คน คุณพ่อของคุณปรีชาก็ย้ายไปทำงานอยู่ที่สุสานสุขาวดีของสมาคมจีนโผวเล้งแห่งประเทศไทย และไม่นานก็มีลูกเพิ่มอีก 1คน คือคุณปรีชาซึ่งเป็นคนสุดท้องนั่นเอง คุณปรีชาเล่าว่าตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ตนก็คลุกคลีอยู่กับศพและเรื่องของพิธีกรรมต่าง ๆ ในสุสานนั้นแล้ว พออายุได้ 17 ปี ก็เริ่มให้ความสนใจและศึกษาศาสตร์ฮวงจุ้ยอย่างจริงจังจากซินแสผู้รู้รุ่นเก่า โดยใช้การสังเกต จดจำ ศึกษา ซักถาม อีกทั้งใช้ประสบการณ์ และการพิสูจน์จากเหตุการณ์จริงด้วยตนเอง […]

คนบาป… กลับใจเป็นคนดีได้… โดยพระคุณ

สมาคมพระคริสตธรรมไทย ขอนำเสนอเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ในอดีตเคยถูกความโลภเข้าครอบงำ ให้ทำผิด จนต้องถูกพิพากษาจำคุก ก่อนจะมาพบกับพระคุณความรักและการช่วยกู้จากพระเจ้า พระคุณของพระเจ้าและฤทธ์ิอำนาจแห่งพระวจนะของพระองค์สามารถเปลี่ยนแปลงให้ อดีตผู้ต้องขังคนหนึ่งพบกับอนาคตที่สดใส เริ่มต้นใหม่อย่างสง่างามในสังคม และยังช่วยคนมากมายที่มีอดีตแบบเดียวกับเธอให้พบกับความรอดจากองค์พระเยซู คริสต์… คุณปานนภา ปานเพ็ชร์ ดิฉันเคยทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนนทบุรี ตำแหน่งหัวหน้าแผนกการเงินและบัญชีมีหน้าที่รับผิดชอบในการจ่ายเช็คและเจ้า ของก็ไว้ใจมาก บ่อยครั้งที่เขาจะเซ็นเช็คโดยไม่ได้ตรวจสอบ เราก็ด้วยความโลภเห็นเป็นโอกาส ก็คงไม่เป็นไรหรอก คนทั่วไปเขาก็ทำกันจึงเขียนเช็คให้ตัวเอง ผลก็คือถูกจับได้ แม้ว่าเจ้าของจะไม่เอาโทษแต่ความผิดฉ้อโกงเกี่ยวกับตั๋วเงินเป็นคดีอาญายอม ความไม่ได้ ดิฉันจึงถูกตัดสินโทษจำคุก 20 ปีเมื่ออุทธรณ์รวมกับพระราชทานอภัยโทษก็เหลือ5 ปี (หลังจากเชื่อพระเจ้าเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมได้ลดไปอีก 2 ปี)      ชีวิตด้านมืด ใน ขณะที่ชีวิตพบกับความมืด ได้พบกับเพื่อนที่อยู่ในเรือนจำคนหนึ่ง มานั่งคุยเรื่องของพระเจ้าให้ฟังทุกวันเพราะเขาเห็นเราเครียดมาก ชีวิตของดิฉัน ดิฉันไม่เคยรู้จักเรื่องราวของพระเจ้า ช่วงแรกดิฉันไม่ค่อยเชื่อหรอกค่ะ แล้วอยู่ในเรือนจำก็คิดว่าแล้วพระเจ้าจะช่วยได้หรือ ตอนนั้นดิฉันเป็นคนที่ท่องบทสวดมนต์ได้เก่งมาก เพื่อนคนนี้ก็มานั่งพูดอยู่ที่ที่นอนว่าพระเจ้าดีนะ เราก็ไม่เชื่อ เราก็เถียงไปว่า ไม่จริงหรอก ที่เราท่องอยู่นี้จะทำให้อายุยืน ได้รับอะไรหลายอย่าง เขาบอกว่าไม่ต้อง ถ้าไปหาพระเจ้าเธอจะมีความสุข ตอนนั้นบอกจริงๆ ว่าไม่มีความสุขหรอก ท่องไปอย่างนั้นแหละ เพราะเราต้องการสิ่งช่วยเหลือในจิตใจ ตอนนั้นมีมิชชันนารีชาวฟิลิปปินส์เข้ามาสอนภาษาอังกฤษก็ตามๆ […]

ข้าพเจ้าไม่ตายแต่ข้าพเจ้าจะเป็น

         ดิฉันชื่อณัฐฉัตรา วงศ์อุสาหะกุล นามสกุลเดิม คุณีย์พันธุ์ อายุ 52 ปี เป็นพยาบาลระดับ 6 แผนกกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลจุฬาฯ ดิฉันทำงานที่นี่เป็นเวลา 30 ปีแล้วตั้งแต่เรียนจบเมื่อ พ.ศ. 2518        เดิมดิฉันเป็นพุทธศาสนิกชนและคิดว่าคนไทยและคนเอเซียจะต้องนับถือศาสนาพุทธ ในขณะที่ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาของฝรั่ง คนที่นับถือคริสต์คือคนที่มาจากโรงเรียนฝรั่ง หรือเรียนมาจากเมืองฝรั่ง หรือมีเชื้อสายฝรั่ง และฝรั่งที่มาเลื่อมใสศาสนาพุทธเป็นฝรั่งที่ฉลาดมาก ดิฉันและสามีเคยไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินีซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลจุฬาฯ หลังเลิกงานและในวันหยุด เมื่อเห็นคนแจกใบปลิวเพื่อโฆษณาชวนเชื่อเรื่องของศาสนาคริสต์ ดิฉันรู้สึกว่าคนเหล่านั้นช่างไร้สาระและงมงายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพระเจ้าสร้างโลกหรือพระเยซูมาตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปมนุษย์ นั่นก็เป็นแค่เรื่องของพระเยซูซึ่งเป็นศาสดาของศาสนาหนึ่งเท่านั้น และคิดว่าโลกเป็นดาวดวงหนึ่งที่เย็นลงทำให้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ และดำรงอยู่ได้ด้วยพลังจักรวาลซึ่งมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ ดิฉันจะขยำใบปลิวนั้นทิ้งไปแม้จะเห็นใจคนเหล่านั้นอยู่บ้างที่ต้องมาเดินแจกใบปลิวที่ไม่มีใครอยากอ่าน สามีของดิฉันชื่อคุณสินชัย วงศ์อุสาหะกุล จบการศึกษาสาขาเทคนิคการแพทย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นนักเรียนเหรียญทองเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจที่สถาบันบัณฑิตย์พัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คุณสินชัยเคยทำงานในบริษัทใหญ่หลายแห่ง เช่น เป็ปซี่ เรมี่มาร์แตง (Remy Martin) และสุดท้ายเป็นผู้จัดการฝ่ายขายบริษัท ซินเจนต้า ประเทศไทย จำกัด ทำกิจการด้านเคมีเกษตร […]

1 2 3