ปราศ​จาก​ความ​บริ​สุทธิ์​…​ จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​เห็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เลย 4/16

ปราศ​จาก​ความ​บริ​สุทธิ์​…​ จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​เห็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เลย วันหนึ่งของเดือนตุลาคม 2015 ผู้เขียนได้มีโอกาสท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศจอร์แดน ซึ่งเชื่อว่าเป็นเส้นทางอพยพของคนอิสราเอลในอดีต ขณะยืนอยู่บนภูเขาเนโบ ณ จุดที่โมเสสเคยยืนอยู่ยอดปิสกาห์ ทอดสายตาไปยังเมืองเยรีโคบนแผ่นดินคานาอันซึ่งอยู่ไกลออกไป พระเจ้าทรงให้ท่านเห็นแผ่นดินซึ่งแต่ละเผ่าจะเข้าไปครอบครอง ตั้งบ้านเมืองของพวกเขา พระคัมภีร์บันทึกข้อความที่น่าเศร้าใจว่า “พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​กับ​ท่าน​ว่า นี่​คือ​แผ่น​ดิน​ซึ่ง​เรา​ได้​ปฏิ​ญาณ​ต่อ​อับ​รา​ฮัม ต่อ​อิส​อัค และ​ต่อ​ยา​โคบ​ว่า ‘เรา​จะ​ให้​แก่​ลูก​หลาน​ของ​เจ้า’ เรา​ให้​เจ้า​เห็น​กับ​ตา แต่​เจ้า (โมเสส) ​จะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​แผ่น​ดิน​นั้น” (ฉธบ. 34:1-4) โมเสสเป็นผู้นำคนอิสราเอลสี่สิบปี สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นคนแรกได้เหยียบย่างลงบนแผ่นดินแห่งพระสัญญา แต่ทว่าพระเจ้าไม่ให้โอกาสนั้น เพราะความผิดพลาดของโมเสส (กดว. 20:1-13 อพย.17:1-7) ส่วนคนอิสราเอลรุ่นที่ออกมาจากอียิปต์ ยกเว้นโยชูวาและคาเลบ ตายในป่ากันดารทั้งหมด คนรุ่นใหม่เท่านั้นที่ข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปยังแผ่นดินแห่งพระสัญญา จากการคะเนด้วยสายตาไปยังแผ่นดินคะนาอันซึ่งไม่ไกลเลย และจากการสอบถามชาวจอร์แดนบางคนบอกว่าระยะทางจากภูเขาเนโบถึงเยรีโคประมาณ 40-50 กิโลเมตรเท่านั้น ใช้เวลาเดินไม่กี่วัน เหตุใดพระเจ้าจึงไม่อนุญาตให้คนรุ่นที่ออกมาจากอียิปต์เข้าไป? แต่ให้พวกเขาเดินลงไปทางทิศใต้ถึงอ่าวอกาบา ซึ่งเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ท่านเปาโลตอบคำถามนี้ว่า “​มี​คน​ส่วน​มาก​ใน​พวก​นั้น​ที่​ถูก​ทด​ลอง​เกิน​กว่า​ที่​ท่าน​จะ​ทน​ได้ พระ​เจ้า​ไม่​พอ​พระ​ทัย เรา​ทราบ​ได้​จาก​ที่​เขา​ล้ม​ตาย​กัน​เกลื่อน​กลาด​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร “ (1 คร. 10:5) ความบาปของคนอิสราเอลเหล่านั้นทำให้พวกเขา “ตายกันเกลื่อนกลาด” บาปใหญ่ที่ทำ […]

ปราศจากพระคริสต์แล้ว จะมีชีวิตอยู่ไม่ได้เลย 4/16

ปราศจากพระคริสต์แล้ว จะมีชีวิตอยู่ไม่ได้เลย เมื่อสามสิบกว่าปีมาแล้ว มีนักร้องและนางแบบสาวคนหนึ่ง เธอเป็นลูกสาวรองอธิบดีกรมตำรวจ เป็นคนสวย หุ่นดี และร้องเพลงเก่ง เธอภูมิใจในตัวเองว่า เธอโชคดีมากที่เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะดี มีชื่อเสียง แถมเธอยังเรียนเก่งอีกด้วย ชีวิตเธอมีครบบริบูรณ์ทุกอย่าง ตอนที่เธออายุประมาณ 38 ปี เธอผู้นี้ก็ต้องพบกับความโชคร้าย จากคนที่ทั้งสวยและเก่ง ต้องกลายเป็นคนที่มีร่างกายเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก พูดไม่เป็นภาษา เธอไม่สามารถยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ถึงกับคิดว่า…ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ในความทุกข์ทางร่างกายที่เกิดขึ้นนั้น เป็นหนทางทำให้เธอได้รู้จักกับพระเยซูคริสต์เจ้า พระองค์ทรงสำแดงความรักกับเธอด้วยการรักษาเธอให้หายจากการเป็นอัมพฤกษ์ มีร่างกายกลับมาใช้งานได้เป็นปกติ กลับมาพูดได้เหมือนปกติ และพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ทรงดูแลชีวิตเธอเสมอมา คุณอรพิมพ์ ผุดผาด ชื่อเล่น คุณกล้วย อายุ 62 ปี จบการศึกษาปริญญาโท ด้านการตลาด ที่สหรัฐอเมริกา สมรสกับ Pastor Rogelio Baldovinos Torres มีบุตรชาย 3 คนคือ คุณปิยพงศ์ คุณปืนปราบ และ คุณก้องรัฐ นมัสการพระเจ้าที่ คริสตจักรอันติโอเกีย ลาดพร้าว รู้จักพระเจ้า ตอนดิฉันอายุประมาณ […]

วันที่ 16-27 พฤษภาคม 2016 ทีมผู้แปลพระคัมภีร์ภาษามือของสมาคมฯ ร่วมกับที่ปรึกษาการแปลจากหน่วยงาน SIL

วันที่ 16-27 พฤษภาคม 2016 ทีมผู้แปลพระคัมภีร์ภาษามือของสมาคมฯ ร่วมกับที่ปรึกษาการแปลจากหน่วยงาน SIL ตรวจการแปลภาษามือ ระหว่างวันที่ 16-27 พฤษภาคม 2016 ทีมผู้แปลพระคัมภีร์ภาษามือของสมาคมฯ ร่วมกับที่ปรึกษาการแปลจากหน่วยงาน SIL คือ Mr.Mark Andrew Penner ได้ตรวจการแปลพระธรรมมาระโกบทที่ 3-6 (บทที่ 1-2 ได้ตรวจไปก่อนหน้านี้แล้ว) หลังการตรวจครั้งนี้ก็จะสามารถเผยแพร่ให้ผู้ใช้ภาษามือได้รับชมผ่านช่องทางต่างๆ แม้สถานที่ในการทำงานจะคับแคบและไม่สะดวกสบายเนื่องจากอาคารสำนักงานของสมาคมฯ ยังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม แต่งานแปลภาษามือยังคงคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถมีส่วนในพันธกิจนี้ด้วยการอธิษฐานเผื่อ, ถวายทรัพย์เพื่อสนับสนุน และแนะนำสื่อพระคัมภีร์ให้แก่ผู้ใช้ภาษามือที่ท่านรู้จัก

สุขหรรษา มีอนามัย จิตใจบริสุทธิ์ 3/16

สุขหรรษา มีอนามัย จิตใจบริสุทธิ์ สืบเนื่องจากที่ผู้เขียนได้รับเชิญเป็นวิทยากรนำเสนอความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ในรายการ “สุขภาพดี คัมภีร์บอก” จัดโดยสมาคมพระคริสต-ธรรมไทย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2016 ที่ผ่านมา เพื่อนำเสนอเรื่องสุขภาพที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ มีผู้เข้าร่วมจากหลายคริสตจักร ต่างคณะนิกาย จึงขอนำบางส่วนของสัมมนามาแบ่งปันในบทความนี้แก่พี่น้องผู้รักพระคัมภีร์ทุกท่านจะได้ประโยชน์ร่วมกัน พระวจนะของพระเจ้าเป็น “คู่มือสุขภาพ” คำแนะนำการดูแลร่างกายให้ปลอดภัยจากโรคที่กำลังคุกคามชาวไทยและชาวโลกอยู่ในขณะนี้ เพื่อทุกคนจะมี “สุขหรรษา มีอนามัย จิตใจบริสุทธิ์” (Happy, Healthy, Holy) ทุกด้าน “ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ” (Physical, Mental and Spiritual) ตามหลักการสุขภาพองค์รวม (Wholistic) ขอเชิญผู้อ่านย้อนกลับไปอ่านบทความสุขภาพของผู้เขียนในเว็บไซต์ของสมาคมฯ ประกอบ (พระคริสตธรรมคัมภีร์-มหัศจรรย์แห่งการรักษา, อาหารของพระเจ้า VS อาหารของมนุษย์, เอ็นซีดี โรคร้าย) จะเข้าใจรายละเอียดได้ดียิ่งขึ้นจากเว็บไซต์ http://www.thaibible.or.th/home/article/treatise/arti สุขภาพดีในพันธสัญญาเดิม และพันธสัญญาใหม่ ตราบใดที่ผลของความบาปยังคงอยู่ในโลก เรามิอาจหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยและความตายได้ ทว่า เราหวังว่าขอให้สองสิ่งนี้มาถึงบุตรของพระเจ้าช้าที่สุด เพื่อเราจะอุทิศชีวิตและพลังงานในการรับใช้พระองค์ให้นานยิ่งขึ้น และเกิดผลมากตามพระคุณของพระองค์ […]

เพื่อคุณโดยเฉพาะ 3/16

เพื่อคุณโดยเฉพาะ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่นิยมทําบัตร ATM เว้นแต่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ทําให้ผมมีโอกาสต้องไปธนาคารอย่างน้อยเดือนละครั้ง ทุกครั้งที่ไปก็สังเกตเห็นว่าแทบไม่มีคนที่อายุน้อยกว่า 20 ปี มาธนาคารแล้ว นี่เป็นยุคสมัยที่เราไม่จําเป็นต้องเดินทางไปพบปะใคร เราสามารถทําธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย อยากทานอาหารก็โทรสั่งได้ จะซื้อตั๋วหนังตั๋วรถ หรือแม้แต่เครื่องบิน ก็สั่งผ่านระบบออนไลน์ได้ หรือถ้าจําเป็นต้องเดินทางก็ไม่มีใครพูดคุยกัน ต่างคนก็ต่างก้มหน้าอยู่กับเครื่องฆ่าเวลาที่ชื่อสมาร์ทโฟน ไม่มีใครสนใจใครกันแล้ว เว้นแต่คุณจะโพสเรื่องน่าสนใจของตัวเองลงในเฟซบุ๊ค บางทีอาจจะมีคนเข้ามากด LIKE บ้างก็ได้ ผมต้องสารภาพตรงๆ ว่าตั้งแต่มีเฟซบุ๊ค ผมก็ไม่นั่งจําวันเกิดของใครอีก เพราะเฟซบุ๊คจะช่วย เตือนความจําให้แก่เราเอง เว้นเสียแต่ว่าเพื่อนของเราจะไม่มีเฟซบุ๊ค หรือเลือกไม่ตั้งค่าวันเกิดของตนเอง ทุกวันนี้ผมแทบจําเบอร์โทรศัพท์ของใครไม่ได้เลย ถ้ามือถือหาย ก็แค่ไปซื้อเครื่องใหม่ แล้วเรียกลิงก์ ซึ่งตั้งค่าผ่านไลน์ หรือ Gmail ไว้เพียงเท่านี้หมายเลขโทรศัพท์ที่บันทึกไว้ทั้งหมดก็จะกลับมา แต่หากจะย้อนกลับไปสักยี่สิบปีสมัยที่ผมยังเรียนในระดับอุดมศึกษา ผมจําเบอร์โทรและวันเกิดเพื่อนได้แทบทุกคน โดยไม่ต้องรอให้เฟซบุ๊คมาเตือนเลย ทุกวันนี้เราสนใจและใส่ใจกันและกันน้อยลงไปจริงหรือเปล่า นั่นเป็นคําาถามที่ผู้อ่านสามารถตอบกับตัวเองได้ หากเราสัตย์ซื่อกับตัวเองมากพอ ผมมีเรื่องจริงเรื่องหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ ทําให้เราทราบถึงทัศนคติและวิธีคิดของพระเยซูคริสต์ที่ได้ทรงวางไว้เป็นแบบอย่างแก่เรา ในพระธรรมมาระโก 5:1-20 เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายคน  หนึ่งในเมืองเกราซา ที่ไม่มีใครในเมืองสักคนอยากเข้าใกล้หรืออยากสนใจเขา ถ้าเราอ่านพระคัมภีร์ตอนที่ผมยกมาเราจะทราบเหตุผลว่าเพราะอะไรจึงไม่มีใครอยากยุ่งกับชายคนนี้ ประการแรกก็เพราะเขาถูกผีโสโครกเข้าสิง (5:2) และไม่ใช่ผีแค่ตัวเดียว แต่เป็นผีทั้งกองพลที่มีจํานวนราวสองพันตัว […]

เมื่อพระเจ้านำหน้าทุกปัญหามีทางออก 3/16

เมื่อพระเจ้านำหน้าทุกปัญหามีทางออก แพทย์หญิงพิมพ์ประภา วีรสมิทธ์ อายุ 31 ปี จบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อมาเรียนจบเฉพาะทางเป็นศัลยแพทย์ทั่วไป จากโรงพยาบาลวชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เป็นบุตรสาวคนโตของ นายแพทย์วิกสิต วีรสมิทธ์และ นางพิมพ์ประไพ วีรสมิทธ์ มีน้องชาย คือนายวรสิทธิ์ วีรสมิทธ์ รู้จักพระเจ้า ดิฉันเกิดในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่เป็นคริสเตียน ท่านเป็นสมาชิก คริสตจักรนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ดิฉันจึงติดตามท่านไปโบสถ์ตั้งแต่เด็ก ก่อนนอนทุกคืนคุณแม่จะอธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์ 365 วันฉบับการ์ตูนให้ดิฉันและน้องชายฟัง ดิฉันชอบเรื่องราวในพระคัมภีร์นั้น คุณแม่สอนให้อธิษฐาน ท่านแนะนําให้อธิษฐานขอสติปัญญาจากพระเจ้าเรื่องการเรียน ดิฉันก็อธิษฐานขอให้เรียนเก่งๆ มาโดยตลอด ดิฉันชอบวิชาศิลปะ ภาษาอังกฤษ และชีววิทยา ดิฉันรู้สึกว่าพระเจ้าช่วยเหลือในการเรียนเสมอมา พระองค์ตอบคําาอธิษฐาน เมื่อดิฉันอ่านพระคัมภีร์ ไม่ว่าจะกังวลใจเรื่องอะไร คําาตอบจะอยู่ในนั้น ทําให้รู้ว่าพระเจ้าอยู่กับเราจริงๆ ทรงฟังคําาอธิษฐานของเราจริงๆ ดิฉันได้ตัดสินใจรับเชื่อพระเจ้าด้วยตัวเองเมื่ออายุประมาณ 10 ขวบ ความเชื่อในพระเจ้ามีมากขึ้นตามประสบการณ์ที่เติบโตกับพระเจ้า ในช่วงที่ดิฉันเรียนอยู่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 ดิฉันได้รับทุน AFS ไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา 1 ปี […]

อำนาจดื่มไม่ได้ แต่เมาได้ 2/16

อำนาจดื่มไม่ได้ แต่เมาได้ ครั้งแรกที่ผมดื่มเหล้านั้นเป็นการถูกบังคับจากรุ่นพี่ที่รับน้องในมหาวิทยาลัย ผมไม่เคยเข้าใจมาก่อนว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงปล่อยให้ตัวเองเมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้จนผมได้ลองมันครั้งแรก และสติของผมถูกดึงไปด้านต่ำผมถูกชวนกึ่งบังคับให้กินเหล้าหลายครั้ง จนเริ่มเข้าเรียนไม่สม่ำเสมอผลการเรียนเทอมแรกจึงเริ่มแย่ลง ในที่สุดก็มีวันหนึ่งที่ผมเมาเข้าจนได้ ผมรู้สึกเหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น ตาบวมจนแทบปิด และรู้สึกหงุดหงิดไปหมดจนเผลอไปทำให้คนอื่นเจ็บตัวโดยขาดสติ แม้ไม่มีใครบาดเจ็บรุนแรงอะไรในเหตุการณ์นั้น แต่ผมก็เสียใจมาก ผมจึงรังเกียจเหล้า และของมึนเมาทุกชนิดมาตั้งแต่วันนั้น และปฏิญาณอย่างหนักแน่นกับตัวเองว่าจะไม่ขอแตะต้องของมึนเมา เหล้าและสุราทุกชนิดอีกเลย ในที่สุดผมกลายเป็นภูมิแพ้เครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิดและแทบไม่อยากจะได้กลิ่นเลย เพราะรู้สึกเหม็นมากๆ ต้องขอบคุณพระเจ้าที่ผมหลุดจากการเมามาได้อย่างรวดเร็วผมได้ข้อคิดจากเรื่องนี้ข้อหนึ่งว่า“ต่อให้เรามีสติมากแค่ไหน ถ้ากินเหล้าก็เมาได้ทุกคน” ในขณะที่ผมเตรียมการสอนพระคัมภีร์อยู่นั้นข้อความจากพระธรรมสุภาษิต 27:21-27 ที่ผมได้อ่าน ทำให้ผมหวนนึกถึงคำถามในอดีตที่ว่า “ทำไมคนคนหนึ่งถึงปล่อยให้ตัวเองเมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้? ” แต่สำหรับพระคำของพระเจ้าตอนนี้ไม่ใช่เรื่องสุรายาเมา แต่เป็นเรื่องของอำนาจ บางทีผู้อ่านที่รักก็อาจมีคำถามเดียวกับผมว่า “ทำไมคนคนหนึ่งถึงมัวเมาในอำนาจได้?” ผมไม่กล้านึกตำหนิคนที่มัวเมาในอำนาจ เพราะผมเชื่อว่ามันก็คงเหมือนกัน ลองมีอำนาจขึ้นมา โดยไม่มีพื้นฐานที่ดี เราอาจจะเมามายในอำนาจที่ได้รับมาง่ายๆเหมือนกัน พระวจนะตอนนี้จึงมุ่งให้ความช่วยเหลือและป้องกันเราจากภาวะเมาอำนาจนี้ ด้วยความจริงจากพระเจ้า และผมอยากเชิญชวนผู้อ่านทุกท่านมาเรียนรู้ไปด้วยกัน พระธรรมสุภาษิตบทที่ 27 ข้อ 24 และ 25กล่าวว่า “เพราะความมั่งคั่งไม่ยั่งยืนอยู่เป็นนิตย์และมงกุฎก็ไม่คงทนอยู่ทุกชั่วชาติพันธุ์ เมื่อเขาเก็บหญ้าแห้งไปแล้ว หญ้าใหม่ก็ปรากฏขึ้นและผักหญ้าต่างๆ ตามภูเขาก็ถูกเก็บรวบรวมมา” สิ่งนี้ทำให้ผมเข้าใจสัจธรรมแห่งอำนาจประการแรกว่า“อำนาจอยู่กับเราเพียงชั่วคราว” ไม่ว่าวันนี้เราจะมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงเพียงใด สิ่งนั้นก็เป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น อำนาจจะหายไปตามเวลาของมันอาจเป็นการเกษียณ การถูกให้ออกจากตำแหน่งด้วยการป่วย หรือแม้แต่ความตาย ดังนั้นถ้าเราเมาจนเสพติดอำนาจ […]

“มั่นใจ หรือ ไว้วางใจ” 2/16

“มั่นใจ หรือ ไว้วางใจ” คำถาม จากพระธรรมฮีบรู10:35 ฉบับมาตรฐานมีเนื้อความว่า “เพราะฉะนั้น อย่าละทิ้งความไว้วางใจของท่าน อันจะนำมาซึ่งบำเหน็จยิ่งใหญ่” มีผู้เห็นว่าทางสมาคมฯ น่าจะปรับแก้คำว่า“ความไว้วางใจ” เป็น “ความมั่นใจ” เพื่อให้ได้คำแปลตรงกับคำว่า “confidence” ในพระคัมภีร์อังกฤษหลายฉบับ และเพื่อจะเป็นการแปลคำกรีกคำเดียวกันอย่างเสมอต้นเสมอปลายเช่นในพระธรรม 1 ยอห์น 3:21; 4:17; 5:14 ที่แปลว่า “ความมั่นใจ” ทางสมาคมฯ คิดเห็นอย่างไร? คำตอบ ทางสมาคมฯ ขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่นำเสนอข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์มายังเรา และต้องขออภัยท่านด้วยที่ตอบสนองความเห็นของท่านช้า เพราะต้องทยอยตอบคำถามของหลายท่าน นอกจากนี้ยังต้องขออภัยด้วยในบางกรณีที่เราอาจไม่ได้ทำตามที่ท่านเสนอมา อย่างไรก็ดีทางสมาคมฯ ไม่ได้เพิกเฉยต่อความคิดเห็นของท่าน แต่ยินดีนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม ก่อนอื่น ขอทำความเข้าใจกันว่า พระคริสต-ธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับมาตรฐาน 2011 นั้นไม่ได้แปลมาจากพระคัมภีร์อังกฤษ แต่แปลจากสำเนาต้นฉบับภาษาเดิม (อันได้แก่ ภาษาฮีบรู ภาษาอาราเมค และภาษากรีก) โดยเทียบเคียงคำแปลกับฉบับมาตรฐานฉบับก่อนๆ ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ที่บางตอนไม่ตรงกับฉบับอังกฤษ อย่างไรก็ดีเพื่อตอบคำถามข้างต้น ก็จะขอตอบในมุมต่างๆ ดังนี้ ก. ความหมายตามดิกชันนารี เมื่อพิเคราะห์ดูความหมายของคำ“confidence” ในพจนานุกรมอังกฤษ-ไทยและพจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษ เราพบความหมายหลากหลายอย่าง เช่น […]

เพื่อทุกคนจะรู้จักกับพระเจ้า 2/16

เพื่อทุกคนจะรู้จักกับพระเจ้า คุณอุดม ศรีกุเรชา “They shall all be taught of God” “เพื่อทุกคนจะรู้จักพระเจ้า” คือคำขวัญของโรงเรียนนานาชาติแอ๊ดเวนต์รามคำแหง  Ramkhamhaeng Advent International School) RAIS ก่อนจะมีคำขวัญนี้ และก่อนที่โรงเรียนแห่งนี้ถือกำเนิดเกิดขึ้น  มีเรื่องราวมากมาย คุณอุดม ศรีกุเรชา ผู้ก่อตั้งโรงเรียนเคยผ่านประสบการณ์การทรงนำของพระเจ้าอย่างมากมาย คุณอุดม เกิดในครอบครัวนับถือศาสนาซิกข์ นิกายนามธารี เป็นมังสวิรัติ ที่เคร่งครัด ต่อมาได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าให้มารู้จักพระองค์ และโรงเรียนแห่งนี้สร้างขึ้นมาโดยการที่ท่านยอมเชื่อฟัง พระสุรเสียงของพระเจ้า นับจากวันแรก มาจนถึงปัจจุบัน ท่านได้ยืนหยัดในการเป็นคริสตชนผู้ดำเนินชีวิตตามวิถีของพระเจ้า ชีวิตของท่านได้รับการอวยพรจากพระเจ้าอย่างเหลือล้นและมีโอกาสแบ่งปันพระพรที่ได้รับนั้นแก่ผู้คนมากมายคุณอุดม ศรีกุเรชา อายุ 67 ปี ประธานผู้ก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติแอ๊ดเวนต์รามคำแหง สมรสกับคุณศศิธร มีบุตรชาย และบุตรสาว 4 คนคือนายแพทย์วิจิตร คุณกัลยาณี คุณราชทีป และคุณ ปรมิตร ทั้งภรรยา และบุตรชาย บุตรสาว เชื่อพระเจ้า และเป็นสมาชิกคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส เข้ามาเชื่อพระเจ้า […]

มั่นคงกว่าเรือใหญ่ มั่นใจแม้ในพายุ 1/16

มั่นคงกว่าเรือใหญ่ มั่นใจแม้ในพายุ มีคำกล่าวว่า “นักเดินเรือที่เก่งและชาวประมงผู้เชี่ยวชาญทะเลจะได้รับการพิสูจน์ก็ต่อเมื่อสามารถคุมเรือฝ่าพายุร้าย” ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีผู้อาจหาญท้าทายมหาสมุทรจำนวนมาก ที่พยายามสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง โดยเดินเรือผ่านเส้นทางทะเลที่ยากลำบาก และเต็มไปด้วยมรสุมอันโหดร้าย แต่นักเดินเรือส่วนใหญ่อาจไม่ได้ไปถึงฝั่งฝัน แต่กลับต้องฝากลมหายใจสุดท้ายของตนเองไว้ใต้ท้องทะเลลึก ชีวิตของเราทุกคนก็ไม่ต่างจากการเดินเรือในมหาสมุทรนัก เส้นทางชีวิตที่ยากลำบากที่เราผ่านพ้นมาได้ กลายเป็นบันไดแห่งความสำเร็จที่คนยกย่อง แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่านาวาชีวิตของเราจะอยู่รอดปลอดภัยได้อีกครั้ง เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งต่อไป ผมขอยกเรื่องจริงเรื่องหนึ่งในพระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้ามรสุมร้ายแห่งท้องทะเล เรื่องราวนี้ถูกบันทึกไว้ในพระธรรมมาระโก บทที่ 4 ข้อ 36-40 ซึ่งผมเชื่อว่าจะให้บทเรียนและความจริงว่า ท่ามกลางสถานการณ์ลำบากที่เหมือนมรสุมร้ายในชีวิตนั้น เราจะมีความมั่นคงในนาวาแห่งชีวิตได้อย่างไร ซึ่งเรื่องราวได้บันทึกไว้ดังนี้ “เมื่อละจากประชาชนแล้ว พวกเขาจึงพาพระองค์ซึ่งประทับในเรือไป มีเรืออีกหลายลำตามไปด้วย  และมีพายุใหญ่เกิดขึ้น คลื่นก็ซัดเข้าไปในเรือจนน้ำจวนจะเต็มเรืออยู่แล้ว  ส่วนพระองค์กำลังบรรทมหนุนหมอนหลับอยู่ที่ท้ายเรือ พวกสาวกจึงมาปลุกพระองค์ทูลว่า “พระอาจารย์ พระองค์ไม่ทรงเป็นห่วงว่าพวกเรากำลังจะพินาศหรือ?” พระองค์จึงทรงลุกขึ้นห้ามลมและตรัสกับทะเลว่า “จงสงบเงียบ” แล้วลมก็สงบ พายุก็เงียบสนิท  พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาว่า “ทำไมพวกเจ้ากลัว? พวกเจ้าไม่มีความเชื่อหรือ?” เรื่องที่บันทึกไว้นี้เกี่ยวกับพระเยซูคริสต์และสาวกของพระองค์ เราทราบจากเนื้อหาว่าพระองค์โดยสารเรือเพื่อไปยังจุดหมาย และในขณะที่เรือแล่นอยู่กลางทะเลเกิดพายุใหญ่ขึ้น จนเรือแทบจะจมอยู่แล้ว เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่สาวกหลายคนของพระเยซูมีพื้นฐานเป็นชาวประมงมาก่อน แน่นอนว่าพวกเขาต้องมีความเชี่ยวชาญในการเดินเรือดีทีเดียว สังเกตได้ว่าพวกเขาไม่ได้สนใจว่าพระเยซูทรงบรรทมหลับไปในสถานการณ์ปกติ แต่มาวุ่นวายใจเอาเมื่อเกิดพายุใหญ่แล้ว นี่เป็นความจริงอย่างหนึ่งในชีวิตของเราทุกคนด้วย เราแต่ละคนมีความสามารถบางอย่างที่แตกต่างกัน บางคนมั่นใจในความรู้ของตัวเอง บางคนอาจมีฐานะการเงินดี บางคนหน้าตาดี […]

1 35 36 37 38 39 43