สร้างบ้านกลางพายุ 3/14
สร้างบ้านกลางพายุ การมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นความฝันของใครหลายๆ คน ทุกคนใฝ่ฝันที่จะมีบ้านที่อบอุ่นและมีความสุข บ้านที่อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สวยงามและเป็นมิตร บ้านของผู้เชื่อในพระเจ้าจึงเปรียบเสมือนคริสตจักรเล็กๆ ท่ามกลางชุมชน หลายครั้งเราเชื่อมั่นเหลือเกินว่ากำแพงของ คริสตจักร และรั้วของบ้านปิดกั้นความเสื่อมทรามของสังคมไม่ให้เข้ามามีอิทธิพลกับลูกหลาน และสมาชิกทุกคนในบ้าน แต่ดูเหมือนกำแพงที่ทำด้วยอิฐ และรั้วบ้านราคาแพงจะไม่ได้ช่วยป้องกันอิทธิพลภายนอกจากสังคมมากนัก ปัญหาครอบครัว ปัญหาในบ้านของคนในสังคม เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนของพระเจ้า และในรั้วบ้านแห่งความเชื่อเช่นเดียวกัน ในช่วงสองสามปีนี้ผมมีโอกาสไปร่วมงานแต่งงานอยู่บ่อยครั้ง และเหมือนกับว่าคู่แต่งงานทุกคู่จะใจตรงกัน เรามักเลือกพระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 13 ทั้งบทบ้าง หรือข้อ 4-7 บ้าง ในการอัญเชิญพระวจนะก่อนเริ่มต้นพิธีสมรส เพื่อให้คู่บ่าวสาวและแขกผู้มีเกียรติได้เข้าใจถึงความหมายของความรักที่พระเจ้าทรงมีน้ำพระทัยต่อมนุษย์ ผ่านจดหมายฝากของอาจารย์เปาโล อย่างไรก็ดีบริบทของพระคัมภีร์ตอนนี้จริงๆ ถูกใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป คือเป็นการเขียนจัดการกับปัญหาของคริสตจักรด้วยความรู้ของพระเจ้า และการตอบคำถามหรือข้อสงสัยด้วยความรักของพระเจ้าต่อพี่น้องในคริสตจักรเมืองโครินธ์ ซึ่งเป็นคริสตจักรที่มีลักษณะสำคัญสองประการคือ ประการแรก โครินธ์เป็นคริสตจักรที่เต็มไปด้วยของประทาน ใน 1 โครินธ์ 1:7 กล่าวว่า “ท่านทั้งหลายก็ไม่ได้ขาดของประทานเลย ในขณะที่ท่านรอคอยการปรากฏของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” และประการที่สอง โครินธ์เป็นคริสตจักรที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสังคมที่เสื่อมโทรมทางจริยธรรมอย่างมาก ซึ่ง ฮวง สาบิน ได้กล่าวไว้ในหนังสือ A New look at the […]
