ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานจึงเปลี่ยนระบบชั่ง ตวง วัดแบบโบราณ เป็นระบบเมตริก? 3/12

ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานจึงเปลี่ยนระบบชั่ง ตวง วัดแบบโบราณ เป็นระบบเมตริก? พระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับ 1971 ที่จัดทำโดยสมาคมพระคริสตธรรมไทยนั้นได้รักษาคำแปลของมาตรา ชั่ง ตวง วัดแบบโบราณโดยได้จัดพิมพ์มาตราชั่ง ตวง วัด (เทียบมาตราเมตริก) ไว้ด้านหน้า โดยแบ่งเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้ คือ การชั่งในพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ การตวงในพันธสัญญาเดิม แบ่งเป็นการตวงของแห้งกับการตวงของเหลว การวัดในพันธสัญญาเดิม การวัดที่ใช้เฉพาะในพระธรรมเอเสเคียล และการวัดในพันธสัญญาใหม่ หาก ผมจะถามผู้อ่านว่า เคยใช้ประโยชน์จากตารางมาตราดังกล่าวอย่างจริงจังบ้างหรือไม่? ก็คงจะพอจะเดาคำตอบว่า ไม่เคยใช้ หรือ ไม่ค่อยใช้ และเมื่อท่านอ่านพระคัมภีร์ที่มีการบอกขนาด หรือ น้ำหนัก หรือปริมาตรในระบบ การชั่ง ตวง วัดแบบโบราณ ท่านสามารถจินตนาการได้หรือไม่? เท่า ที่สังเกตผู้ที่อ่านพระคัมภีร์ฉบับ 1971 เมื่ออ่านถึงหน่วยของการชั่ง ตวง วัด ก็มักจะอ่านผ่านไปโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะถึงแม้จะอ่านออกแต่ก็จะไม่สามารถรู้ได้ว่า ขนาด หรือ น้ำหนัก หรือปริมาตรที่แท้จริงเป็นเท่าไร เนื่องจากหน่วยที่ใช้ยังเป็นระบบโบราณท่ต้องแปลงมาให้เป็นระบบที่เข้าใจได้ ในปัจจุบัน แต่ถึงแม้มีหน่วยบางอย่างที่มีชื่อที่คุ้นเคยเหมือนการวัดของไทยคือคืบและ ศอกเราก็พบว่า 1 คืบของไทยนั้นเท่ากับ […]

สื่อสะกดใจ 3/12

สื่อสะกดใจ ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มีโอกาสเดินไปห้างสรรพสินค้า ผมมีอันจะต้องถูกสะกดให้ไปยืนอยู่หน้าร้านขายสมาร์ทโฟน และแท็ปแล็ต ยี่ห้อดังที่คุณผู้อ่านทุกก็น่าจะรู้ว่ายี่ห้ออะไร จนผมอดสงสัยตัวเองไม่ได้ว่าอะไรเป็นพลังผลักดันให้ผมต้องทำอย่างนี้ ทั้งๆ ที่ผมไม่มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พวกนี้ในเวลานี้เลย นี่ถ้าเป็นคนสมัยโบราณผมคงนึกไปว่าผมถูกพวกทรงเจ้า เข้าผี เล่นงานเข้าให้แล้ว อำนาจลึกลับที่ล่อชวนให้คนตัดสินใจว่าจะซื้ออะไร จะบริโภคอะไร จะดูโทรทัศน์ช่องอะไร แท้ที่จริงแล้วไมใช่มนต์ดำอะไรเลย แต่เป็นพลังอำนาจจากสื่อ (Media) นั่นเอง ย้อนไปหลายปีที่วงการโฆษณายังไม่เฟื่องฟูเท่าในปัจจุบัน มีการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศระดับชาติในประเทศอเมริกา ผลการแข่งขันเป็นอย่างไรมีคนจำได้ไม่มากนัก แต่ปรากฎการณ์ระหว่างที่กีฬาพักครึ่งเป็นเรื่องที่แทบจะกลายเป็นการจราจลย่อยๆ ไปเลย เพราะกองเชียร์กว่าห้าหม่นื คนพากันต่อแถวยาวเหยียดเพื่อแย่งซื้อเครื่องดื่มโคล่ายี่ห้อหนึ่งจนขายไม่ทันใจคนที่มารอคิว จึงเกือบกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต หลังจากเหตุการณ์นั้นทำให้วงการโฆษณา และจิตวิทยารู้จักคำว่า subliminal tape มากขึ้น ภาพโคล่ายี่ห้อดังกล่าวถูกฉายขึ้นภาพสกอร์บอร์ดภาพเคลื่อนไหวโดยแทรกภาพโฆษณาโคล่าไว้ใน 1 ส่วน 25 วินาที พูดง่ายๆ ก็คือเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเห็นภาพอะไร แต่จิตใต้สำนึกกลับประทับภาพนั้นไว้จนเกิดเป็นความรู้สึกอยากจะดื่มขึ้นมา นี่เองเป็นสาเหตุว่าทำไมสื่อต้องมีการจัดเรทให้เหมาะสมกับประเภทของผู้บริโภคสื่อ เพราะข้อมูลทุกอย่างจากสื่อเป็นข้อมูลที่มีพลังอำนาจมาก คนที่เป็นอาจารย์หรือคุณครูถ้าไม่เข้าใจเรื่องอำนาจของสื่อ แม้เขาจะใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมงในการถ่ายทอดเรื่องๆ หนึ่ง แต่กลับมีนักเรียนนักศึกษาไม่ถึงครึ่งที่จดจำข้อมูลได้ และที่จำได้ก็เพียงบางส่วนเท่านั้น แต่สื่ออย่างโฆษณาโทรทัศน์ใช้เวลาเพียงประมาณ 30-45 วินาที ในการทำให้คนๆ หนึ่งตัดสินใจทำอะไรบางอย่างในชีวิตได้ สื่อจึงเป็นอุปกรณ์ที่ทรงพลัง […]

นี่แหละ… ชีวิตใหม่ 3/12

นี่แหละ… ชีวิตใหม่ “ดิฉันต้องสละธุรกิจ แม้ว่าทุกวันนี้ได้เห็นสิ่งที่เราทำมากับมือ ก็กลืนน้ำตา ต้องขอยอมรับว่านี่แหละคือชีวิต ที่ทุกๆคนไม่ได้เป็นไปตามปรารถนา และสิ่งที่ทำมาผลสุดท้ายก็ไม่ใช่ของเรา อาจจะแตกต่างจากคนอื่น แต่ก็มีค่าสำหรับเราในการดำเนินชีวิตต่อไปข้างหน้ามากกว่า” ดิฉันชื่อกัญจนัฐ อังคณาสุรศรี เป็นลูกคนจีน เกิดในครอบครัวใหญ่ มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน คุณพ่อมาจากเมืองจีน มาเป็นพนักงานเก็บเงินให้กับโรงงานทำถุงพลาสติก คุณพ่อเป็นคนดีมาก เป็นพ่อบ้านที่ดี เวลาทำงานบางครั้งต้องไปต่างจังหวัด เดือนหนึ่งไปประมาณ 2 ครั้ง ฉะนั้นการดูแลลูกๆ จึงเป็นหน้าที่ของคุณแม่ ส่วนคุณพ่อจะสอนเกี่ยวกับการวางตัว การพูดจา ต้องมีสัมมาคารวะและความซื่อสัตย์ การที่มีลูก 6 คน พ่อทำงานแม่ทำงาน การเป็นลูกคนโตจึงเหนื่อยมาก จำได้ว่าเมื่อจบ ป.4 อายุ 12 ปี ออกมาก็ช่วยคุณแม่เย็บผ้าโหล พออายุ 15 ปี ไปเรียนพิเศษต่อภาคกลางคืนเพื่อที่จะให้เรามีความรู้เพิ่มเติมบ้าง นั่งรถเมล์ไปกลับทุกวัน เวลาเรียนลำบากมาก จบแค่ ป.4 แต่ต้องไปเรียนทักษะภาษาอังกฤษ จุดเริ่มต้นชีวิตคู่ ดิฉันได้พบผู้ชายคนหนึ่งซึ่งมาเรียนเหมือนกัน ความสนิทสนมของเรามีมากขึ้น มาส่งที่บ้านจนพ่อแม่รู้ว่าเราคบกัน แม้ว่าจะอายุ […]

ตัวกระจงผา มีลักษณะอย่างไร? ทำไมจึงปรับเปลี่ยนคำแปลจาก ตั๊กแตน เป็น ตั๊กแตนปาทังก้า… 2/12

ตัวกระจงผา มีลักษณะอย่างไร? ทำไมจึงปรับเปลี่ยนคำแปลจาก “ตั๊กแตน” เป็น “ตั๊กแตนปาทังก้า” และจาก “ตุ๊กแก” เป็น “จิ้งจก”? มีผู้สนใจอยาก ทราบว่าในพระธรรมสุภาษิต 30:24-28 ตัวกระจงผา มีลักษณะอย่างไร? ทำไมจึงปรับเปลี่ยนคำแปลจาก “ตั๊กแตน” เป็น “ตั๊กแตนปาทังก้า” และจาก “ตุ๊กแก” เป็น “จิ้งจก” ? ดังนั้น เพื่อให้ผู้ถามและผู้อ่านได้รับประโยชน์มากที่สุด เราจะอธิบายความหมายของทั้งตอนนี้และตอบคำถามไปในเวลาเดียวกัน มีสี่สิ่งในโลกที่เล็กเหลือเกิน แต่มีปัญญามากเหลือล้น มด เป็นประชากรที่ไม่แข็งแรง แต่มันยังเตรียมอาหารของมันไว้ในฤดูแล้ง ตัวกระจงผา เป็นประชากรที่ไม่มีกำลัง แต่มันยังสร้างบ้านของมันในซอกหิน ตั๊กแตนปาทังก้าไม่มีราชา แต่มันทั้งหมดยังเดินขบวนเป็นแถว จิ้งจกนั้น เจ้าเอามือจับได้ แต่มันยังอยู่ในพระราชวัง มีสี่สิ่งในโลกที่เล็กเหลือเกิน แต่มีปัญญามากเหลือล้น สุภาษิต 30:24 ท่านอากูร์ได้พิเคราะห์ดูสิ่งมีชีวิตในโลก แล้วท่านเห็นสัตว์สี่ชนิดที่ดูเล็กน้อย แต่มีปัญญาเหลือล้นซ่อนอยู่ในชีวิตของพวกมัน พระธรรมข้อนี้เป็นบทนำและบทสรุปของตอนคือ สุภาษิต 30:24-28 เล็ก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงขนาดอย่างเดียว แต่หมายถึงความสำคัญด้วย ดูตัวอย่าง ดาวิดเล็กน้อยในสายตาของเจสซีผู้เป็นบิดา […]

ถ้าช่วยได้นะหรือ ใครเชื่อก็ทำให้ได้ทุกสิ่ง 1/12

ถ้าช่วยได้นะหรือ ใครเชื่อก็ทำให้ได้ทุกสิ่ง สมาคมพระคริสตธรรมไทยขอขอบพระคุณคุณอุมา อรัญดร จากคริสตจักรนาสีทอง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา สำหรับคำพยานชีวิตที่ได้ให้กับสมาคมฯ เพื่อลงในคริสตสายสัมพันธ์ คุณอุมา อายุ 34 ปี จบการศึกษาจากสถาบันราชภัฏสงขลา ปัจจุบันรับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีระดับ 5 องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ จ.สงขลา สามีชื่อคุณธุวานันท์ อรัญดร มีบุตร 2 คน ชื่อ ด.ญ.ฐิตาภา อรัญดร อายุ 5 ขวบ และ ด.ช.ธีร์ธวัช อรัญดร อายุ 3 ขวบ พบพระเจ้าผ่านคนรัก ดิฉันเกิดในครอบครัวที่นับถือศาสนาพุทธ และเป็นพุทธศาสนิกชนที่ค่อนข้างจะเคร่งครัด ทำบุญตักบาตรเกือบทุกวัน และทุกๆ วันพระ หากไม่ติดธุระใดๆ ก็มักจะไปวัดเพื่อนำอาหารไปถวายพระและฟังเทศน์ฟังธรรมอยู่เสมอๆ ดิฉันมีโอกาสรู้จักกับพระเจ้าเมื่อได้เริ่มคบกับคุณธุวานันท์ อรัญ-ดร ซึ่งเติบโตมาในครอบครัวคริสเตียน หลังจากที่เริ่มคบหากันมาได้ระยะหนึ่งคุณธุวานันท์ ได้ชวนดิฉันที่จะไปโบสถ์ในวันอาทิตย์ ด้วยความเกรงใจจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการได้เรียนรู้เรื่องพระเจ้า เมื่อไปโบสถ์บ่อยขึ้น ดิฉันเริ่มชอบบรรยากาศของการนมัสการพระเจ้า และรู้สึกดีกับการต้อนรับของทุกๆ คนที่โบสถ์ จากการเริ่มต้นที่ไม่ค่อยจะมีความสุขสักเท่าไร กลับเปลี่ยนเป็นมีความสุขหรือเรียกว่าสันติสุขที่มาจากภายใน […]

พระเจ้าวางชีวิตไว้ที่… ฮาร์วาร์ด 4/11

พระเจ้าวางชีวิตไว้ที่… ฮาร์วาร์ด ชีวิตเด็กผู้หญิง คนหนึ่ง ที่ใฝ่ฝันอยากจะไปเรียนต่อในต่างประเทศ เธอ…มุ่งมั่น ตั้งใจ ทำทุกวิถีทางเพื่อจะไปตามความฝันนั้น และด้วยความเก่งบวกกับความตั้งใจเต็มร้อยของเธอ ทำให้เธอมาถึงวิถีทางแห่งชีวิตที่ต้องตัดสินใจ ระหว่างเรียนแพทย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือทุน ก.พ. ไป เรียนต่อถึงระดับปริญญาเอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการตัดสินใจที่ไม่ยากนักสำหรับเธอและเธอก็ได้เลือกที่จะไปตามความฝันของ เธอคือเรียนต่อในต่างประเทศ…เมื่อเธอเริ่มต้นการใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกา โดยลำพังด้วยอายุที่ยังน้อย ต้องเผชิญกับปัญหาและต้องแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเอง เธอได้รับการหนุนใจและคำอธิษฐานเผื่อจากคุณแม่ซึ่งเป็นคริสเตียนแล้วของ เธอ(ดร.ปิยรัตน์) เรื่อยมาจนเธอได้เชื่อพระเจ้าในที่สุด วันนี้พระเจ้าได้ทรงนำเธอมาเรียนในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลก ที่ที่เป็นความฝันของใครหลายๆ คนที่อยากจะเข้าเรียน ขอแนะนำให้รู้จักกับ น้องแก้ว นางสาวสายฤดี จาตุรันตบุตร บุตรสาวคุณถนอม และ ดร.ปิยรัตน์ จาตุรันตบุตร เชื่อพระเจ้าเป็นคนสุดท้ายในบ้าน ครอบครัวแก้วเดิมเป็นพุทธมาก่อนคุณแม่เป็นคนแรกที่เชื่อพระเจ้า แก้วเป็นคนสุดท้ายที่เชื่อพระเจ้า คือตอนแก้วยังเด็กตอนจบมัธยมปลายก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แม่ไปวัดแก้วก็ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรมกับแม่ พอดีแก้วสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศได้ ซึ่งแก้วก็ใฝ่ฝันว่าเราอยากจะไปเรียนต่างประเทศมานานแล้ว ครอบครัวก็เลยตัดสินใจให้ไป ก่อนหน้าที่จะไปเรียนต่อคุณแม่ก็เชื่อพระเยซูคริสต์เจ้าแล้ว ตอนนั้นแก้วยังเป็นพุทธอยู่ เมื่อไปเรียนปีแรกซึ่งเป็นการปรับตัวที่ยิ่งใหญ่มากเพราะเป็นการออกจากบ้าน ที่แก้วจะไม่ได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ แก้วต้องใช้ชีวิตคนเดียว ต้องช่วยเหลือตัวเองโรงเรียนที่แก้วไปอยู่เป็นโรงเรียนแบบกินนอน เมื่อไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกาก็เริ่มมีปัญหาเกิดขึ้น คือเด็กที่อยู่ต่างประเทศเขาก็จะโตเร็วกว่าปกติมีความเอาตัวรอด เพราะเค้าต้องรับผิดชอบตัวเองแก้วไปถึงที่นั่นด้วยความที่เป็นคนมีความจริง ใจกับทุกคน […]

เจ็ดสิบคูณเจ็ด ครั้งหรือ เจ็ดสิบเจ็ด ครั้ง? 4/11

เจ็ดสิบคูณเจ็ด ครั้งหรือ เจ็ดสิบเจ็ด ครั้ง? ขณะ นั้นเปโตรมาทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ควรยกโทษให้พี่น้องที่ทำผิดต่อข้าพระองค์สักกี่ครั้ง? ถึงเจ็ดครั้งเชียวหรือ? พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เราไม่ได้บอกท่านว่าเจ็ดครั้ง แต่เจ็ดสิบครั้งคูณเจ็ด” (มัทธิว 18:21-22 ฉบับมาตรฐาน) Peter came up to the Lord and asked, “How many times should I forgive someone who does something wrong to me? Is seven times enough? Jesus answered: Not just 7 times, but 77 times!* (Matthew 18:21-22, Contemporary English Version, Us […]

ทำไมไม่มี ไม้ หน้า กางเขน? 3/11

ทำไมไม่มี ไม้ หน้า กางเขน? ถาม ทำไมพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน (THSV) ที่แปลโดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย จึงไม่มีคำว่า “ไม้” หน้าคำว่า “กางเขน”? ซึ่งอาจจะทำให้เป็นที่เข้าใจผิดว่าหมายถึง นกกางเขน ได้ ตอบ เราไม่สามารถรู้แน่ชัดว่าคำภาษาไทยนี้ถูกใช้เมื่อไร บางคนบอกว่า น่าจะมาจากคำว่า “กางแขน” แล้วต่อมาเพี้ยนเป็น “กางเขน” ซึ่งเราไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่เมื่อค้นย้อนกลับไปดูพระคัมภีร์ฉบับ 1834, 1940 และฉบับ 1971 เราก็พบว่า ทั้งสามฉบับก็ได้เขียนโดยไม่มีคำว่า “ไม้” นำหน้า จึงเป็นไปได้ว่า คนไทยรู้จักคำว่า “กางเขน” มานานมากแล้ว ในพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2493 มีการบัญญัติศัพท์ไว้ทั้งสองอย่างคือ กางเขน และไม้กางเขน โดยมีคำอธิบายประกอบดังนี้ กางเขน น. นกตัวขนาดนกเอี้ยง อกขาว ขนปีกด่าง; ไม้รูปกากบาทเป็นเครื่องหมายคริสต์ศาสนา ถ้าตามพจนานุกรมนี้ก็แสดงว่า เขาละคำว่า “ไม้” ไว้ แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ กางเขนไม่ได้แปลว่านกเพียงอย่างเดียว ไม้กางเขน น. เครื่องหมายของคริสต์ศาสนา […]

สมาคมฯ แปลดีแล้วหรือ? เกี่ยวกับเนื้อความสุดท้ายของพระธรรมเอสรา 4:7 2/11

สมาคมฯ แปลดีแล้วหรือ? เกี่ยวกับเนื้อความสุดท้ายของพระธรรมเอสรา 4:7 ถาม เกี่ยวกับเนื้อความสุดท้ายของพระธรรมเอสรา 4:7 “…ฎีกานั้นได้เขียนขึ้นเป็นอักขระอารัม แล้วก็แปลเป็นภาษาอารัม” ฉบับ 1971 “…จดหมายนั้นได้เขียนขึ้นเป็นภาษาอาราเมคและอธิบายด้วยภาษาอาราเมค” ฉบับมาตรฐาน 2011 ผู้ถามมิได้ สนใจความแตกต่างเล็กน้อยของคำแปลสองฉบับ ไม่ว่าจะเป็น ฎีกาหรือจดหมาย การแปลหรือการอธิบาย ภาษาอารัมหรือภาษาอาราเมค แต่ผู้ถามเห็นว่า ทางสมาคมฯ ได้แปลข้อนี้โดยไม่สื่อความหมายชัดเจนและสมเหตุสมผล กล่าวคือเมื่ออ่านข้อนี้แล้ว ยังทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ทำไมจดหมายที่เขียนเป็นภาษาอาราเมคแล้วยังต้องแปลหรืออธิบายด้วยภาษาอาราเม คอีก? เหมือนกับว่า จดหมายเขียนเป็นภาษาไทยแล้ว ทำไมต้องแปลเป็นไทยหรืออธิบายด้วยภาษาไทยอีก? ตอบ เพื่อจะตอบคำถามข้างต้น ขอให้เราทำความเข้าใจบริบทก่อนคือ ในเวลานั้น ศัตรูของคนอิสราเอลไม่ต้องการเห็นกรุงเยรูซาเล็มและพระวิหารได้รับการซ่อม แซม ดังนั้นจึงเขียนจดหมายฟ้องร้องกล่าวโทษคนอิสราเอลไปยังราชสำนักเปอร์เซีย ทั้งในรัชกาลอาหสุเอรัส และในรัชกาลของอาทารเซอร์ซีสกษัตริย์แห่งเปอร์เซีย เพื่อยับยั้งมิให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์เกิดขึ้น ในพระธรรมเอสรา 4:7 จดหมายนั้นเขียนด้วยภาษาอาราเมค ซึ่งเป็นภาษาทางการของอาณาจักรเปอร์เซีย ซึ่งก็หมายความว่า ราชสำนักเปอร์เซียและกษัตริย์เปอร์เซียรู้ภาษาอาราเมคเป็นอย่างดี เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีการแปลหรืออธิบายด้วยภาษาใด รวมทั้งภาษาอาราเมคด้วย ดังนั้นข้อความ “แล้วก็แปลเป็นภาษาอารัม” (ฉบับ 1971) “และอธิบายด้วยภาษาอาราเมค” (ฉบับมาตรฐาน 2011) จึงน่าจะละไว้ […]

คิด… เลือกคู่ดูให้เข้ม 2/11

คิด… เลือกคู่ดูให้เข้ม ตอนที่ผมยังเป็นเด็กอยู่นั้นเช้าวันอาทิตย์จะเป็นวันที่ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะอยากดูการ์ตูนเท่านั้น แต่เพราะต้องรีบตื่นมาดักเอาหนังสือพิมพ์อ่านเป็นคนแรก คอลัมน์ที่ผมชอบอ่านมากก็คือ “ลุงหนวดหาคู่” กับ “มาลัยเสี่ยงรัก” ผมอ่านไปยิ้มไปทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เดียงสากับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ สักนิด คงเข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่าทำไมผมต้องรีบลงมาอ่านเป็นคนแรก เพราะขืนใครรู้เข้าผมต้องโดนล้อแน่ๆ กว่าจะรู้เดียงสาเรื่องความรักผมก็อายุย่าง 18 ปีแล้ว ตอนนั้นผมเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 หากใครไม่มีแฟนหรือคนที่เป็นข่าวด้วย (สมัยนี้คงเรียกว่า กิ๊ก) จะเป็นเรื่องที่เสียฟอร์มเอามากๆ ผู้ชายทุกคนจึงต้องทำให้ตัวเองดูน่าสนใจเผื่อว่าจะมีสาวๆ มาหลงชอบบ้างสักคน วิธีการของผมคือสมัครเป็นตัวแทนแข่งขันทุกประเภทในนามของโรงเรียน แม้กระทั่งสมัครเป็นคนเชิญธงชาติทุกเช้า แย่หน่อยตรงที่วันหนึ่งผมหัวแตกแต่ยังต้องออกไปเชิญธงชาติเลยกลายเป็นที่มาของฉายาว่า “รุ่นพี่หัวปะ” ถึงจะน่าอายแต่อย่างน้อยการเป็นจุดสนใจ ก็ทำให้ผมเชื่อเอาเองว่าจะมีคนมาแอบปลื้มแอบชอบ และทำให้ผมไม่ต้องเสียฟอร์มว่าเป็นคนไม่มีแฟน หลายปีผ่านไปการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนต่างเพศ โดยการเข้าไปทำความรู้จักแนะนำตัวเอง หรือการใช้ความสัมพันธ์แบบรุ่นพี่กับรุ่นน้องอย่างที่ผมคุ้นเคยเริ่มกลายเป็นเรื่องล้าสมัยเสียแล้ว ทุกวันนี้เราคงเคยได้ยินว่ามีคู่แต่งงานหลายคู่ที่รู้จักกันผ่านอินเทอร์เน็ต ยิ่งเดี๋ยวนี้มี Facebook ด้วยแล้วก็ยิ่งกลายเป็นเรื่องง่าย หนุ่มสาวสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและรูปถ่ายได้ในเวลาอันรวดเร็ว ดูๆ ไปก็สะดวก และเหมาะสำหรับโลกในยุคปัจจุบันดี จะติดก็ตรงที่เราไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่เราได้มานั้นมันจะเป็น Facebook หรือ Fakebook กันแน่ ดังนั้นข่าวอาชญากรทางอินเตอร์เน็ตที่เหยื่อถูกหลอกไปทำอนาจารจึงมีให้เราเห็นมากไม่แพ้กัน ส่วนใหญ่ก็เพราะหลงในรูปหล่อๆ สวยๆ และเชื่อในข้อมูลที่แปะไว้ใน Social network […]

1 39 40 41 42 43