พระเจ้าให้ผมเลิกบุหรี่และอบายมุข 3/05

พระเจ้าให้ผมเลิกบุหรี่และอบายมุข ชื่อเดิมของผมชื่อวิรัตน์ พรมลี ตอนอายุ 39 ปี เป็นพนักงานธุรการของสมาคมพระคริสตธรรมไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2539 ผมเป็นคริสเตียนมา14 ปีแล้ว เป็นสมาชิกของคริสตจักรชีวิตใหม่สวนพลู ถนนสาทร กรุงเทพฯ ผมขอให้เรื่องราวของผมเป็นการตอบสนองพระคุณของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด เป็นการแสดงความเคารพแก่ปู่ย่าและอา 2 คนผู้เลี้ยงดูผมตอนเป็นเด็ก และที่สำคัญที่สุดเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าผู้ทรงตามหาและฉุดผมขึ้นมาจากปลักแห่งความหายนะอย่างอัศจรรย์ ผมเกิดที่กรุงเทพฯ พ่อกับแม่เป็นชาวอีสานทั้งคู่และแยกทางกันตั้งแต่ผมอายุ 2 ขวบเพราะพ่อเป็นคนที่ชอบเล่นการพนันและดื่มเหล้ามาก และมักจะอยู่กับเพื่อน ๆ มากกว่าครอบครัว ซึ่งแม่ไม่ชอบนิสัยของพ่อตรงนี้ก็เลยเลิกร้างกันไป ผมมีน้องชายอีกคนหนึ่ง เมื่อพ่อแม่เลิกกันก็แบ่งลูกกันไปคนละคน แม่บอกว่าผมเป็นคนที่รักพ่อมากตั้งแต่เด็กมาแล้ว มักจะกอดและเล่นกับพ่อเป็นประจำ วันที่พ่อแม่เลิกกันผมร้องไห้ตามพ่อก็เลยได้ไปอยู่กับพ่อ และไม่ได้เจอกับแม่อีกเลยจนผมโตเป็นหนุ่ม พ่อได้พาผมไปอยู่บ้านอาที่ชลบุรีจนถึงอายุ 6 ขวบ ปู่ก็มารับกลับไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ผมอยู่กับปู่ย่า อาผู้หญิงสองคนและแฟนของอาอีกสองคน และลูกชายของอาคนที่ 3 ซึ่งพ่อแม่ของเขาก็เลิกร้างกันไปเหมือนกันชีวิตของผมเริ่มต้นด้วยความทุกข์ยากที่นี่เมื่อปู่รับผมมาแล้ว พ่อก็แทบจะลืมผมไปเลย พ่อทำงานเป็นกรรมกรอยู่ที่ท่าเรือคลองเตยในกรุงเทพฯ นานๆ จะกลับบ้านที่อุบลฯ สักครั้ง และไม่เคยซื้อของหรือส่งเงินหรือส่งข่าวอะไรมาบ้านเลย จนปู่กับย่าบอกผมว่าพ่อเอ็งตายไปแล้วมั้ง ผมเฝ้าถามตัวเองว่าเมื่อไหร่พ่อจะกลับเสียที ผมคิดถึงพ่อเหลือเกิน ผมจะดูรูปของพ่อหรือกระเป๋าเสื้อผ้าของพ่อที่ได้ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าเป็นประจำ หรือเวลาไปเลี้ยงควายก็จะขึ้นไปบนเนินสูงๆ ชะเง้อคอมองไปทางกรุงเทพฯ เห็นแต่เสาไฟฟ้าแรงสูงที่วิ่งผ่านทุ่งนา ซึ่งก็แปลกที่สิ่งเหล่านั้นช่วยคลายความคิดถึงพ่อได้ดีทีเดียว ผู้ที่เลี้ยงดูผมในขณะที่พ่อไม่อยู่ด้วยก็คือปู่ย่าและอาทั้งหลาย ผมกับลูกของอาที่พ่อเขาเลิกไปต้องทำงานหนักมากในแต่ละวัน […]

ข้าพเจ้าไม่ตายแต่ข้าพเจ้าจะเป็น 2/05

ข้าพเจ้าไม่ตายแต่ข้าพเจ้าจะเป็น ดิฉันชื่อณัฐฉัตรา วงศ์อุสาหะกุล นามสกุลเดิม คุณีย์พันธุ์ อายุ 52 ปี เป็นพยาบาลระดับ 6 แผนกกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลจุฬาฯ ดิฉันทำงานที่นี่เป็นเวลา 30 ปีแล้วตั้งแต่เรียนจบเมื่อ พ.ศ. 2518 เดิมดิฉันเป็นพุทธศาสนิกชนและคิดว่าคนไทยและคนเอเซียจะต้องนับถือศาสนาพุทธ ในขณะที่ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาของฝรั่ง คนที่นับถือคริสต์คือคนที่มาจากโรงเรียนฝรั่ง หรือเรียนมาจากเมืองฝรั่ง หรือมีเชื้อสายฝรั่ง และฝรั่งที่มาเลื่อมใสศาสนาพุทธเป็นฝรั่งที่ฉลาดมาก ดิฉันและสามีเคยไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินีซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลจุฬาฯ หลังเลิกงานและในวันหยุด เมื่อเห็นคนแจกใบปลิวเพื่อโฆษณาชวนเชื่อเรื่องของศาสนาคริสต์ ดิฉันรู้สึกว่าคนเหล่านั้นช่างไร้สาระและงมงายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพระเจ้าสร้างโลกหรือพระเยซูมาตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปมนุษย์ นั่นก็เป็นแค่เรื่องของพระเยซูซึ่งเป็นศาสดาของศาสนาหนึ่งเท่านั้น และคิดว่าโลกเป็นดาวดวงหนึ่งที่เย็นลงทำให้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ และดำรงอยู่ได้ด้วยพลังจักรวาลซึ่งมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ ดิฉันจะขยำใบปลิวนั้นทิ้งไปแม้จะเห็นใจคนเหล่านั้นอยู่บ้างที่ต้องมาเดินแจกใบปลิวที่ไม่มีใครอยากอ่าน สามีของดิฉันชื่อคุณสินชัย วงศ์อุสาหะกุล จบการศึกษาสาขาเทคนิคการแพทย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นนักเรียนเหรียญทองเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจที่สถาบันบัณฑิตย์พัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คุณสินชัยเคยทำงานในบริษัทใหญ่หลายแห่ง เช่น เป็ปซี่ เรมี่มาร์แตง (Remy Martin) และสุดท้ายเป็นผู้จัดการฝ่ายขายบริษัท ซินเจนต้า ประเทศไทย จำกัด ทำกิจการด้านเคมีเกษตร คุณสินชัยมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี แต่เมื่อแต่งงานใหม่ๆ เขาจะพูดว่าเขาอาจจะมีอายุไม่ยืนโดยไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง คุณพ่อคุณแม่เขาเสียชีวิตไปแล้วและและเขาไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกเลยยก เว้นพี่สาวคนเดียวซึ่งไปตั้งรกรากอยู่ที่สหรัฐอมริกาหลายปีมาแล้ว เราเป็นคู่สามีภรรยาที่รักกันมากแต่เราตัดสินใจที่จะชะลอเรื่องการมีลูกไป […]

พระเยซูคริสต์ช่วยชีวิตเรา สึนามิ

พระเยซูคริสต์ช่วยชีวิตเรา สุภาพสตรีสองพี่น้องคริสเตียนชาวมาเลเซีย (จูนอายุ 42 ปี และชุงเองลี อายุ 33 ปี ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ The Sun ประเทศมาเลเซีย) ได้ประสบเหตุคลื่นยักษ์ที่หาดป่าตอง จ. ภูเก็ต สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้รับคำพยานของชุงเองลีทางอีเมล์ซึ่งส่งผ่านมาจากหลายบุคคล และได้พบคำพยานของจูนในเว็บไซท์ นอกจากนั้น หนังสือพิมพ์ The Sun ของประเทศมาเลเซียประจำวันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ 2005ได้เสนอข่าวของสองท่านนี้ด้วย สมาคมฯ ได้พยายามหลายวิธีที่จะติดต่อกับทั้งสองท่านโดยตรงเพื่อจะขออนุญาตตีพิมพ์เรื่องที่านประสบมา แต่ไม่สามารถติดต่อท่านได้ จึงต้องเรียนขออนุญาตไว้ ณ ที่นี้ สมาคมฯ ได้ผนวกคำพยานของทั้งสองพี่น้องเข้าด้วยกันและแปลเป็นภาษาไทยเพื่อพิมพ์ในคริสตสายสัมพันธ์ฉบับนี้เท่านั้น ขอพระสิริจงมีแด่พระเยซูคริสต์ผู้คุ้มครองและปลดปล่อยเราจากความตายด้วยฤทธิ์อำนาจอัศจรรย์ของพระองค์ วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม 2004 การมาพักผ่อนที่ภูเก็ตเป็นการตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายของจูน และ ชุงเองลี สองพี่น้องชาวมาเลเซีย ซึ่งแผนเดิมจะมาถึงภูเก็ตวันที่ 28 ธันวาคม 2004 แต่ทั้งสองคนแปลกใจมากที่สายการบินได้ออกตั๋วให้เดินทางวันที่ 25 ธันวาคมหลังจากที่ได้ปฏิเสธว่าไม่มีที่นั่งในเที่ยวบินนั้นไปแล้ว จูนภาวนาให้เป็นความเข้าใจผิดและไม่ต้องเดินทางวันที่ 25 ธันวาคม เพื่อจะได้อยู่บ้านฉลองคริสตมาสกับครอบครัว แต่เมื่อได้รับการยืนยันจากสายการบิน จูนก็ยอมเดินทางตามตั๋วเครื่องบินที่ได้รับมาเพราะไม่อยากให้น้องสาวมาพักผ่อนโดยลำพัง สองคนพี่น้องจึงมาถึงภูเก็ตวันที่ […]

วันนี้ของ… ต้น แมคอินทอช 2/04

. วันนี้ของ… ต้น แมคอินทอช         ย้อนเวลาไปกว่า 20 ปีที่แล้ว หลายคนคงยังจำวงดนตรีวงหนึ่งชื่อ แมคอินทอช ได้ ในเวลานั้น ไม่ว่าจะเปิดทีวีไปที่ช่องไหนประชาชนจะได้เห็นวงแมคอินทอชอันโด่งดัง บ่อยครั้งก็เห็นสมาชิกของวงให้สัมภาษณ์ เป็นที่หลงไหลคลั่งไคล้ของวัยรุ่นในยุคนั้น คริสตสายสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับเกียรติสัมภาษณ์ คุณวงศกร รัศมิทัต หรือ ต้น แมคอินทอช มือกลองของวงในสมัยนั้น . ปัจจุบันคุณต้น วงศกร สมรสกับคุณไปรยา (คุณอ้อย) มีบุตรชาย 2 คนคือ นายวาชรัตน์ (ฟิงก์) อายุ 18 ปี และนายวิรวิชญ์ (อิงค์) อายุ 15 ปี ทั้งสองคนเรียนอยู่ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ส่วนคุณต้นทำงานเกี่ยวกับการบันทึกเสียงดนตรีในห้องบันทึกเสียง ที่เรียกว่าซาวด์เอ็นจิเนียร์ และเมื่อไม่นานมานี้ เราได้เห็นคุณต้นอีกครั้งหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน เขารับบทพ่อของเจี๊ยบซึ่งเป็นพระเอกในเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดเป็นปรากฏการณ์ แฟนฉันฟีเวอร์ ซึ่งโกยเงินกว่า 100 ล้านบาท […]

บทเพลงแห่งความรักและผูกพัน 1/04

บทเพลงแห่งความรักและผูกพัน เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป มีสุขสมมีผิดหวังหัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน อยู่ที่เรียนรู้อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด (Live And Learn คำร้องโดย บอย โกสิยพงษ์) ปล่อยมันให้ล้มบ้างก็ได้ ปล่อยมันให้แพ้บ้างก็ได้ ก็แค่หกล้มแล้วลุกขึ้นยืนใหม่ แพ้ก็แค่ต้องเข้าใจ ล้มบ้างก็ได้และเธอจะแพ้บ้างก็ได้ คำว่าชนะนั้นคงไม่ยิ่งใหญ่ ถ้าคำว่าแพ้นั้นยังไม่เข้าใจ (ล้มบ้างก็ได้ แต่งโดย บอย โกสิยพงษ์) จากถ้อยคำที่ง่ายๆ แต่มีความหมายแตะต้องหัวใจ ถูกบรรจงแต่งขึ้นเป็นบทเพลงที่เรียงร้อยด้วยท่วงทำนองของดนตรีแต่ละชิ้นอย่างกลมกลืน ละเอียดอ่อน และนำเสนอต่อสาธารณชนด้วยมุมมองใหม่ที่ให้ความหวัง กำลังใจ จนใครๆ อยากจะรู้จักผู้แต่งเพลง บอย โกสิยพงษ์ นักแต่งเพลงที่น้อยคนจะไม่รู้จัก และหลายคนปรารถนาที่จะร้องเพลงที่เขาแต่ง ผู้สร้างบทเพลงในมุมมองบวก ท่ามกลางวิกฤตสังคมที่เป็นลบ ชีวิน โกสิยพงษ์ หรือบอย จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย UCLA (University of California at Los Angeles) ปัจจุบันอายุ 36 ปี เริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่อายุ 4 […]

ใครกันแน่ที่ดลใจดาวิด?

ใครกันแน่ที่ดลใจดาวิด? ถาม : ประโยค “พระเจ้า…ทรงดลใจดาวิด” ใน 2 ซามูเอล 24:1-25 และ ประโยค “ซาตาน…ดลพระทัยดาวิด” ใน 1 พงศาวดาร 21:1-26 ในภาษาเดิมนั้น เหมือนกันหรือต่างกัน อย่างไร? ตอบ : มี บางคนตั้งคำถามที่หนักและรุนแรงกว่านั้นว่า “พระเจ้าของดาวิด ในตอนนั้นเป็นซาตานหรือ?” แต่ก่อนจะตอบคำถามข้างต้น  ก็อยากจะกล่าวถึง บางอย่างก่อนคือ เมื่อคริสตชนอ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ด้วยความตั้งใจ บางครั้งเขาก็พบคำถามโดยไม่ตั้งใจ คำถามนั้นบ้างก็ยาก บ้างก็ง่าย แต่เขาก็พยายามค้นหาคำตอบอย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้บางครั้งก็ได้คำตอบที่ จุใจ บางครั้งก็ได้คำตอบแต่ไม่จุใจ และบางครั้งก็ไม่ได้คำตอบเลย ในสองกรณีหลังนั้นเขาจะตอบสนองอย่างไรต่อพระคัมภีร์? นี่เป็น สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือเขาจะยังเชื่อถือพระคัมภีร์ต่อไปหรือไม่? เราจำเป็นต้องเข้าใจว่าพระคัมภีร์ไม่ได้ตอบคำถามทุกอย่างที่มนุษย์อยากรู้ แต่ตอบคำถามเฉพาะที่พระเจ้าทรงเห็นว่ามนุษย์จำเป็นต้องรู้  โดย เฉพาะเรื่องความรอด ทุกอย่างที่อยู่ในพระคัมภีร์เป็นความจริงแต่ไม่จำเป็นที่ความจริงทุกอย่างใน จักรวาลต้องมีอยู่ในพระคัมภีร์ด้วย พระเจ้าไม่ได้ทรงมุ่งหมายจะให้พระคัมภีร์เป็นตำราประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสถิติตัวเลขกับมนุษย์ แต่ทรงประสงค์จะให้มนุษย์รู้วิธีที่จะกลับมาคืนดีกับพระองค์และดำรงอยู่ใน มิตรภาพนั้นตลอดไป ตอนนี้เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า เมื่อเราอ่านเปรียบเทียบบริบทระหว่าง 2 ซามูเอล บทที่ […]

ฟ้าหลังฝน

ฟ้าหลังฝน คำพยานจากอาจารย์อภิสิทธิ์ ศิษย์เก่า บี.ไอ.ที “เหตุฉะนั้นเราจึงไม่ย่อท้อ ถึงแม้ว่ากายภายนอกของเรากำลังทรุดโทรมไป แต่จิตใจภายในนั้นยังคงจำเริญขึ้นใหม่ทุกวัน” ระหว่างร่างกายภายนอกที่กำลังทรุดโทรมไปด้วยการถูกรุมเร้าจากโรคร้ายซึ่งพร้อมจะคร่าชีวิตไปได้ทุกเมื่อ กับจิตใจภายในที่ยังดีอยู่ กำลังหาได้ทรุดโทรมไปตามร่างกายไม่ ฟังดูแล้วความหมายช่างขัดกันเสียเหลือเกิน แต่นี่คือความจริง จากชีวิตของอาจารย์อภิสิทธิ์ มะโนนำ อนุศาสกโรงเรียนอุดรคริสเตียนวิทยา ผู้ที่เคยต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ท่านเล่าให้ฟังว่า เมื่อปลายปี พ.ศ. 2544 ผมเริ่มมีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณขาพับ จึงลองไปตรวจดู จากผลการตรวจ คุณหมอลงความเห็นว่า ต่อมน้ำเหลืองอักเสบและบริเวณขาหนีบมีอาการอักเสบ การดูแลรักษาในระยะแรกดูเหมือนจะไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะนานวันเข้า มันก็เริ่มทรมานมากขึ้น มากขึ้น มากจนไม่สามารถจะทนต่อไปได้ ในที่สุด ต้องขอร้องให้คุณหมอผ่าตัด หวังใจว่าอาการปวดแสบปวดร้อนที่แสนจะทุกข์ทรมานนี้จะได้หายไปเสียที การขอร้องเป็นผลสำเร็จ คุณหมอตกลงจะผ่าตัดให้เพื่อตัดชิ้นเนื้อไปตรวจว่าเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย หลังจากตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจแล้วก็ต้องนอนระบมอยู่ 3 คืนเต็มๆ อาการจึงค่อยทุเลา ส่วนผลการตรวจ คุณหมอนัดให้มาดูอีก 3 อาทิตย์ และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง วันนั้นหัวใจเต้นแรงมาก ตื่นเต้นเหมือนกำลังรอลุ้นฟังผลสอบเอนทรานซ์ และพอผลการตรวจออกมาก็ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้นเหมือนกัน เพราะชิ้นเนื้อที่ตัดไปตรวจนั้นเป็นเนื้อร้าย ต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่องทันที คุณหมอก็รีบนัดให้มาเอกซเรย์เพื่อตรวจหาการลุกลามของเชื้อ ก่อนจะเอกซเรย์ พยาบาลเอาน้ำสีแดงมาให้ดื่มประมาณ 2-3 ขวด ยานี้ออกฤทธิ์เหมือนยาถ่าย พอดื่มเข้าไปแล้วก็วิ่งเข้าห้องน้ำแทบทุกชั่วโมง จากนั้นก็ไปนอนรอในห้องแอร์ที่เย็นเฉียบ ซึ่งจะว่าไปแล้วความรู้สึกในจิตใจนั้นเย็นเฉียบกว่าแอร์เสียอีก นอนรออยู่อย่างนั้นประมาณ 2 […]

ผู้ชาย… หัวใจดนตรี

ผู้ชาย… หัวใจดนตรี เสียงดนตรีสำหรับเด็กชายคนหนึ่งในวัย 6 ขวบ ไม่ได้เป็นเพียงเสียงเพลงที่แค่หูได้ยิน แต่เป็นเสียงดนตรีในหัวใจที่กลายเป็นสื่อให้เขาได้ สัมผัสกับความหมายยิ่งใหญ่ของชีวิตในเวลาต่อมา ชีวิตของคนคนหนึ่ง ที่มาจากครอบครัวที่ดีและทุกอย่างดูเพียบพร้อมไปหมด ไม่น่าที่จะทำให้ คนคนนั้นรู้สึกว่างเปล่าในหัวใจ แต่ความเป็นจริงก็ได้พบว่า ในความเพียบพร้อมนั้น หัวใจยังโหยหาเรียกร้องอะไรบางอย่างซึ่งยากที่จะหาคำตอบได้ว่าสิ่งนั้นคือ อะไร แล้วคำตอบอันทรงคุณค่าและมีความหมายมากก็มาถึงเขาโดยทางเสียงเพลงซึ่งมี เนื้อหาต่างจากบทเพลงทั่วไปและเมื่อผสมผสานกับท่วงทำนองของดนตรีที่ไพเราะ จับใจ ลึกซึ้งในความหมาย สื่อให้เขาเข้าใจและรู้จักกับพระเจ้าอย่างซาบซึ้ง และนี่เองที่ช่องว่างในหัวใจของเขาได้รับการเติมเต็มอย่างแท้จริง เราจะมาทำความรู้จักกับผู้ชายหัวใจดนตรีคนนี้ เมธวิน อังคทะวาณิช คุณปู่คุณย่าของเมธวินเป็นคริสเตียนที่มาจากเมืองจีน แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้เป็นคริสเตียน ดังนั้นคนที่พาเมธวินไปโบสถ์ก็คือคุณปู่คุณย่า ถึงแม้ว่าจะได้ไปโบสถ์ตั้งแต่เด็ก เขาก็ยังไม่เข้าใจเรื่องของพระเจ้าสักเท่าไหร่ ยังคงมีความสงสัยและมีคำถามอยู่ในใจมากมาย ซึ่งก็คงเป็นข้อสงสัยและความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้นกับคนทั่วไปด้วย เช่น มีข้อพระคัมภีร์ที่บอกว่า “มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป” แต่ละคนก็จะคิดว่าเราจะบาปได้อย่างไร ในเมื่อเรามาจากครอบครัวที่ดี เราถูกสอนให้เป็นคนดี ทำแต่สิ่งที่ดี คิดดีตลอด ไม่ได้ฆ่าคน ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร เราไม่ได้ทำบาปอะไรเลย แล้วเราจะเป็นคนบาปได้อย่างไร ? เมื่อเมธวินเรียนถึงชั้นมัธยม 2 เมธวินได้ไปค่ายเยาวชนของคริสตจักรสะพานเหลือง อาจารย์ผู้เป็นวิทยากรค่าย สอนเรื่องความเชื่อ ฟังแล้วก็รู้สึกทันทีเลยว่าคำถามในใจได้รับคำตอบแล้ว นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เมธวินได้รู้จักกับพระเจ้าจริงๆ นับตั้งแต่วันนั้น การไปโบสถ์มีความหมายมากขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าไปมีส่วนในการทำกิจกรรมต่างๆ […]

คำเทศนาของ ผป.วิชัย ตรังคสมบัติ

คำเทศนาของ ผป.วิชัย ตรังคสมบัติ ในการประชุมสมัชชาสมาคมพระคริสตธรรมไทย วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม 2004   “และตั้งแต่เด็กมาแล้ว ท่านก็ได้เรียนรู้พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถให้ปัญญาแก่ท่านในเรื่องความรอดโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้าและเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การแก้ไขสิ่งที่ผิด และการอบรมในความชอบธรรม เพื่อคนของพระเจ้าจะมีความสามารถ และพรักพร้อมเพื่อการดีทุกอย่าง”(2 ทิโมธี บทที่ 3 ข้อ 15-17) ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารของสหรัฐอเมริกายกพลขึ้นบกที่หมู่เกาะแปซิฟิกเพื่อกวาดต้อนทหารญี่ปุ่น ชาวพื้นเมืองซึ่งส่วนใหญ่มีพระคริสตธรรมคัมภีร์อยู่ในมือ ได้ให้การต้อนรับทหารสหรัฐฯ อย่างดี หัวหน้าชาวพื้นเมืองได้พูดกับทหารสหรัฐฯ ว่า “พวกคุณโชคดี ถ้าไม่ใช่เพราะหนังสือเล่มนี้ พวกเราจะฆ่าและกินพวกคุณทั้งหมด” ในอดีตคนพื้นเมืองเหล่านี้เป็นคนเถื่อนและกินคน แต่พระวจนะ (คำสอนของพระเจ้า) ได้เปลี่ยนชีวิตของเขาอย่างสิ้นเชิง ในประเทศเอควาดอร์ในอเมริกาใต้แถบแม่น้ำอเมซอน ชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งมีชื่อด้านความโหดร้าย เขาจะฆ่าคนแปลกหน้าทั้งหมดไม่ว่าจะมาแบบเป็นมิตรหรือไม่ ใน ค.ศ.1952 มิชชันนารีอเมริกันหนุ่มสาว 5 คน เดินทางเข้าไปในแถบนั้นด้วยความปรารถนาสูงสุดที่จะนำพระวจนะของพระเจ้าไปให้เขา เพราะเชื่อว่าพระวจนะเปลี่ยนแปลงจิตใจอันโหดร้ายได้ เขาต้องไปสร้างบ้านอยู่บนต้นไม้และผูกมิตรกับชนเผ่านี้ แต่ในที่สุดก็ถูกฆ่าตายทั้งหมด แต่ญาติพี่น้องของมิชชันนารีกลุ่มนี้ก็ไม่ลดละความพยายามที่จะไปสอนพระคัมภีร์ให้แก่ชนเผ่านี้ ซึ่งในที่สุดพระวจนะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าก็เปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้จริงๆ ชนเผ่าไวกิ้งของประเทศนอร์เวย์ก็เป็นกลุ่มชนที่เคยปล้นฆ่าและทำลายทุกสิ่งเช่นเดียวกัน และชีวิตของคนเหล่านี้ก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงเพราะพระวจนะของพระเจ้า ในประเทศไทยเอง เมื่อหลายปีมาแล้วที่ตำบลปางเม็ง จังหวัดตรัง […]

ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานจึงปรับเปลี่ยนคำแปลคำสั่งในพระบัญญัติสิบประการจาก อย่าเป็นห้าม?

ทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานจึงปรับเปลี่ยนคำแปลคำสั่งในพระบัญญัติสิบประการจาก อย่าเป็นห้าม? ถาม : ทำไมใน “เบญจบรรณฉบับมาตรฐาน 2006” (ปฐมกาล-เฉลยธรรมบัญญัติฉบับแก้ไขคำแปลปี 2006) จึงมีการเปลี่ยนจากคำว่า “อย่า” เป็น “ห้าม” ในบัญญัติสิบประการและธรรม บัญญัติต่างๆ ตอบ : ตามไวยากรณ์ภาษาฮีบรู มีศัพท์ 2 คำ ที่เป็นคำสั่งห้าม คือคำว่า “โล” กับ “อัล” “โล” เป็นคำสั่งห้ามที่เด็ดขาด เฉพาะเจาะจง “อัล” เป็นคำสั่งห้ามที่เบากว่าและไม่เด็ดขาดเท่า “โล” ในภาษาไทยก็มีหลายคำที่เป็นคำสั่งห้าม ที่เด่นๆ คือ “อย่า” กับ “ห้าม” ซึ่ง 2 คำนี้ให้ ความรู้สึกไม่เท่ากัน และผู้ที่ได้รับคำสั่งนี้จะตอบสนองไม่เหมือนกัน หลายคนเมื่อได้ยินคำว่า “อย่า” ก็อาจจะคิดว่าไม่ ต้องปฏิบัติตามก็ได้ เขามีโอกาสตัดสินใจเลือกที่จะทำตามหรือไม่ทำตามก็ได้ บางคนก็รู้สึกว่าเป็นเพียงคำแนะนำหรือคำขู่เท่านั้น ในบัญญัติสิบประการ เมื่อเราใช้คำว่า “อย่า” คน ไทยจะรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม แต่ถ้าเราใช้คำว่า “ห้าม” คนจะเห็นถึงความจริงจัง เด็ดขาด และจะต้องทำตามสิ่งที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ยกตัวอย่างเช่น “อย่า ฆ่าคน” คนฟังส่วนใหญ่จะคิดว่าเราไม่ควรฆ่าคน แต่ถ้าเขียนใหม่เป็น “ห้ามฆ่าคน” เราจะตระหนัก ว่าเราฆ่าคนไม่ได้เด็ดขาด ใครฆ่าคนจะต้องมีความผิด เมื่อพิจารณาความหมายตามไวยากรณ์ของภาษาฮีบรูและความหมายตามความเข้าใจใน ภาษาไทยแล้ว กรรมการยกร่างคำแปลของสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงเห็นว่าจะต้องมีการเปลี่ยน แปลงจุดที่เป็นข้อห้ามให้ชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องที่พระคัมภีร์ภาษาฮีบรูใช้คำว่า “โล” อยู่ เดิมได้แก่ในบัญญัติสิบประการ ในข้อกฎหมายต่างๆ ในข้อกำหนดเรื่องศาสนพิธี ตลอดจนกฎเกณฑ์ทางจริยธรรม แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องพิจารณาจากบริบทของแต่ละเรื่องว่าจะใช้ “ห้าม” ได้ทุกครั้งหรือไม่ เช่น ในเฉลยธรรมบัญญัติ 1:29 ที่ กล่าวว่า “อย่าครั่นคร้ามหรือกลัวเขาเลย” แม้ ไวยากรณ์ฮีบรูของพระธรรมตอนนี้ใช้คำว่า “โล” แต่ ถ้าเราจะแปลว่า “ห้ามครั่นคร้ามหรือกลัวเขาเลย” ก็ […]

1 30 31 32 33 34 41