พระธรรมมาระโกและพญาสีหนาท
พระธรรมมาระโกและพญาสีหนาท เจ้าพญาสีหนาท ผู้มีอำนาจและมีตำแหน่งสูงในเมืองลำปาง ได้เดินทางลงมากรุงเทพฯประมาณปี ค.ศ. 1858 ท่านได้พบกับนายแพทย์แดน บิช บรัดเลย์ (ค.ศ. 1835-1873) และได้รับหนังสือภาษาไทยซึ่งเป็นพระกิตติคุณมาระโก (พิมพ์ที่ประเทศสิงคโปร์ปี ค.ศ.1840) ท่านได้นำหนังสือนี้กลับไปยังจังหวัดลำปาง อาจเข้าใจได้ว่าท่านเป็นคนแรกในภาคเหนือที่ได้อ่านพระคัมภีร์ของคริสเตียน แต่ท่านก็ไม่ได้แสดงความเชื่อของท่านจากการได้อ่านพระวจนะของพระเจ้า เพราะเวลานั้นที่ลำปางไม่มีโบสถ์คริสเตียนและไม่มีมิชชันนารี 20 ปีต่อมาความศรัทธาได้นำมาสู่การเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ ประมาณปี ค.ศ. 1877-1878 พญาสีหนาทได้ประสบกับปัญหาทางการเมืองและปัญหาส่วนตัว ปัญหาการเมืองคือได้มีการแบ่งแยกกันเป็นก๊กเป็นเหล่า และพวกเจ้าที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับพญาสีหนาทเริ่มมีอำนาจมากขึ้นในการปกครอง ปัญหาส่วนตัวคือเจ้าพญาสีหนาทเป็นหนี้คนอื่นด้วยเงินเป็นจำนวนมาก และท่านไม่มีเงินพอจะชำระหนี้ และความจริงนั้นท่านถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่มีความยุติธรรม ท่านจึงไม่ยอมชำระหนี้ ด้วยปัญหาดังกล่าว พญาสีหนาทจึงเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าอุปราชซึ่งเป็นเพื่อนของท่าน ตอนแรกเจ้าอุปราชเชียงใหม่สัญญาว่าจะช่วยเหลือในปัญหาดังกล่าว ในช่วงเวลาที่พักอยู่ในเมืองเชียงใหม่ พญาสีหนาททราบว่ามีมิชชันนารีมาประจำอยู่ที่ เชียงใหม่และอยากทราบอีกว่าเป็นกลุ่มเดียวกับหมอบรัดเลย์ที่มอบพระคัมภีร์ให้ท่านหรือไม่ พญาสีหนาทจึงไปพบมิชชันนารีผู้นั้นซึ่งก็คือศาสนาจารย์ดานิเอล แมคกิลวารี (ค.ศ.1858–1911) ทันทีที่ศาสนาจาร์แมคกิลวารีได้เผชิญหน้ากับพญาสีหนาท เขารู้สึกทึ่งที่ได้เห็นว่าชาวล้านนาเชื้อสายเจ้าท่านนี้มีร่างกายสูงสง่าดุจขุนนาง พญาสีหนาทเอานิ้วชี้ทั้งสองชี้ไปที่หูของตน ถามว่า “ถ้าศาสนาจารย์แมคกิลวารีพูดว่า “เอฟฟาธา” จะทำให้คนหูหนวกได้ยินหรือหายเหมือนพระเยซูคริสต์ตรัสแก่คนหูหนวกหรือไม่” ศาสนาจารย์แมคกิลวารีแปลกใจมากที่ได้ยินชาวล้านนาพูดภาษาอาราเมคว่า “เอฟฟาธา” ด้วยสำเนียงชาวลำปาง ที่พญาสีหนาทถามคำถามนี้ก็เพราะท่านได้อ่านเรื่องนี้ในพระกิตติคุณมาระโก 7:31-37 และพญาสีหนาทท่านเป็นคนหูตึงนั่นเอง เนื่องด้วยท่านมีปฏิสัมพันธ์กับมิชชันนารี เจ้าอุปราชเชียงใหม่ซึ่งเป็นน้องชายของเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ (พ.ศ. […]
