Blog

ผมได้รับเพราะผมกล้าให้พระองค์ 1/11

ผมได้รับเพราะผมกล้าให้พระองค์ สมาคมพระคริสตธรรมไทยขอเชิญท่านพบกับเรื่องราวของ อดีตมาเฟีย “เม้ง จตุ-จักร” ผู้เคยเป็นหนี้ธนาคารกว่า 800 ล้านบาทปัจจุบันเป็นประธานกรรมการบริษัท เอ็ม เจ เจ มาร์เก็ต กรุ๊ป จำกัด ทั้งยังดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ และเป็นที่ปรึกษาให้แก่องค์กรมากมายทั้งด้านธุรกิจและการเมือง ท่านผู้นี้คือ ดร.ชาตรี โสภณบรรณารักษ์ ซึ่งจะมาเล่าถึงชีวิตเบื้องหลังความสำเร็จว่าผ่านความยากลำบากมาได้อย่างไร และอะไรเป็นคำตอบของความสุขในชีวิต ผมเคยเป็นมาเฟีย ผมเริ่มธุรกิจที่ตลาดนัดหลังจากจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และเป็นคนบุกเบิกต่อสู้มาตลอดตั้งแต่ตอนที่กรุงเทพมหานครย้ายตลาดนัดจากสนาม หลวงมายังพหลโยธิน จนปัจจุบันตลาดนัดจตุจักรนับเป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชื่อเล่นของผมชื่อ เม้ง จึงเป็นที่มาของฉายา “เม้ง จตุจักร” ผมทำค้าขายพร้อมกับช่วยพัฒนาส่วนรวมอย่างแข็งขันจนประชาชนให้ความเชื่อถือ เพราะเห็นว่าผมเป็นคนดีที่พึ่งพาได้จึงให้เป็นนายกสมาคมผู้ประกอบการค้าตลาด นัดจตุจักร จนในปี 2011 สมัยที่พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นยุคที่มีการปราบมาเฟีย รัฐบาลแบ่งมาเฟียออกเป็น 5 ประเภท ผมถูกจัดอยู่ในประเภทที่ 5 คือสามารถนำคนไปทั้งในทางดีและทางร้ายได้ เพราะในอดีตผมเคยเรียกคนไปรวมตัวกันเพื่อประท้วงรัฐบาลหรือไปเรียกร้องความ ชอบธรรมได้เป็นหลักหมื่นๆ คน ผมจึงถูกจำกัดไม่ให้มีการเคลื่อนไหว ผมจึงหนีจากกรุงเทพฯ ไปอยู่ที่พัทยา ใครก็ได้ช่วยผมที เมื่อไปอยู่ที่พัทยา […]

ฉันติด Facebook? 1/11

ฉันติด Facebook? คนที่ติดเหล้า ติดบุหรี่ ติดสารเสพติด นั้นสังเกตไม่ยาก เด็กที่ติดเกม ก็มีพ่อแม่คอยวิ่งพามารักษาไม่ขาดสาย แต่อาการเสพติดประเภทใหม่ ยังเป็นข้อถกเถียงของสังคม ก็คือการเสพติด social network ซึ่งถ้าเราพูดให้ชัด หรือเจาะจงกว่านี้สักหน่อย Facebook น่าจะเป็นตัวแทนที่พอพูดถึงใครๆ ก็ต่างนึกออก เคยสงสัยบ้างไหมครับว่าการเสพติด Facebook มันมีจริง หรือเป็นแค่คำพูดประชดกันแรงๆ ของนายจ้างที่เกลียดที่สุดเวลาเห็นคนในบริษัทแอบเบียดบังเวลางานไปเล่นเจ้าFacebook วิธีการที่จะบอกได้ดีที่สุดว่า Facebook เสพติดได้จริงหรือไม่ก็คือ การสำรวจว่ามีใครบ้างที่ลงแดง (withdrawal symptoms) หรือทุรนทุรายอย่างหนักเวลาไม่ได้เสพเจ้า Facebook วิธีทดสอบที่ผมไม่เคยใช้กับสารเสพติดประเภทอื่นก็คือ ผมต้องลองเสพ Facebook ด้วยตัวผมเองดูสักครั้ง ซึ่งนับจากวันนั้นก็ผ่านมากว่า 2 ปีแล้ว จากการได้ทดสอบกับตัวเองและได้สังเกตจากเพื่อนๆ รวมทั้งคนที่มาขอคำปรึกษาทำให้ผมเกิดความเชื่อส่วนตัวว่า Facebook สามารถเสพติดได้จริงเพราะในช่วงปีแรกตัวผมเองติด Facebook อย่างงอมแงม ถามว่าผมรู้ได้อย่างไรว่าติด? ผมอยากให้หลักง่ายๆ ที่คุณผู้อ่านสามารถใช้ถามตัวเองได้เช่นกันว่าคุณติดมันหรือไม่ (ดัดแปลงจากนิตยสาร GM 371 ,2009) Facebook ทำให้นอนดึกผิดปกติ บางคนบอกว่านอนเช้า คือเช้าของอีกวัน […]

คำฮีบรูว่า เชคินาห์ หมายความว่าอย่างไร? 1.1/11

คำถามแรกนั้นเกี่ยวกับความหมายของคำฮีบรูคำหนึ่งคือ เชคินาห์ ถาม คำฮีบรูว่า Shekinah มีความหมายว่าอย่างไร ตอบ คำ Shekinah เป็นคำนาม ที่มาจากคำกริยาว่า Shakan ซึ่งแปลว่า พัก,อาศัย ดังนั้น คำ Shekinah จึงแปลว่า การ พัก หรือ การอาศัย หรือ การตั้งรกราก คำนี้ไม่ปรากฏในพระคัมภีร์ฉบับฮีบรู แต่ปรากฏบ่อยครั้งในพระคัมภีร์ทาร์กุม (หมายถึง พระคัมภีร์เดิมฉบับภาษาอาราเมค) นอกจากนี้คำนี้ยังนำมาใช้ในแวดวงศาสนศาสตร์ของคนยิว ในความหมายของการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้าท่ามกลางประชากรของพระองค์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสถิตในพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม การสถิตอยู่ด้วยนี้มิใช่ในระยะเวลาอันสั้นแต่เป็นระยะเวลานานหรือถาวร Shekinah แสดงถึงการที่พระเจ้าผู้สูงสุดทรงอยู่ใกล้ชิดกับประชากรของพระองค์อย่างเห็น ได้ชัด ตัวอย่างหนึ่งที่ให้เราเห็น Shekinah ของพระเจ้าคือในพระธรรมอพยพ 40:34-35 ฉบับมาตรฐาน 2011 ว่า “ในขณะนั้น มีเมฆมาปกคลุมเต็นท์นัดพบไว้ และพระรัศมีของพระยาห์เวห์ก็ปรากฏอยู่เต็มพลับพลานั้น. โมเสสเข้าไปในเต็นท์นัดพบไม่ได้ เพราะเมฆปกคลุมอยู่ (shakan)และพระรัศมีของพระยาห์เวห์ก็อยู่เต็มพลับพลานั้น.”โมเสสสัมผัสได้ ถึงการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้าในเต็นนัดพบนั้น และสำหรับคนอิสราเอลแม้ไม่เห็นพระเจ้า แต่ทราบว่าพระองค์สถิตกับพวกเขาโดยสังเกตดูเสาเมฆและเสาไฟ ดังนั้นทั้งเสาเมฆและเสาไฟจึงแสดงถึง Shekinah แก่พวกเขา อนึ่งคำ Shekinah […]

รถรบ หรือ โล่? 1.2/11

รถรบ หรือ โล่? ถาม พระธรรมสดุดี 46:8-9 ฉบับ 1971 มาเถิด มาดูพระราชกิจของพระเจ้า ว่าพระองค์ทรงกระทำให้เริศร้างในแผ่นดินโลกอย่างไร พระองค์ทรงให้สงครามสงบถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก พระองค์ทรงหักคันธนูและฟันหอกเสีย พระองค์ทรงเผารถรบเสียด้วยไฟ พระธรรมสดุดี 46:8-9 ฉบับ Good News Bible (GNB) Come and see what the Lord has done. See what amazing things he has done on earth. He stops wars all over the world; he breaks bows, destroys spears, and sets shields on fire. เมื่ออ่านพระธรรมสดุดี […]

นกยูง หรือ ลิงบาบูน? 1.3/11

นกยูงหรือลิงบาบูน? ถาม พระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์ 10:22 ฉบับ 1971 เพราะว่าพระราชามีกองกำปั่น เมืองทารชิช เดินทะเลพร้อมกับกองกำปั่นของฮีราม กองกำปั่นเมืองทารชิชนำทองคำ เงิน งาช้าง ลิง และนกยูงมาสามปี ต่อครั้ง พระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์ 10:22 ฉบับมาตรฐาน 2011 (THSV) เพราะ ว่า พระราชา มี กอง เรือ เมือง ทารชิช เดิน ทะเล พร้อม กับ กอง เรือ ของ ฮีราม กอง เรือ เมือง ทารชิช นำทองคำ เงิน งาช้าง ลิง และ นกยูง๘มา สาม ปี ต่อ ครั้ง๘แปลได้อีกว่า ลิงบาบูน พระธรรม […]

ระบบที่กระชับ คือประสิทธิภาพที่แท้จริง 4/10

ระบบที่กระชับ คือประสิทธิภาพที่แท้จริง คนสมัยนี้อยู่ทำงานกันค่ำกว่าเดิม คนทำงานสมัยนี้อยู่ในที่ทำงานกันนานกว่าเดิม เช่น เลิกงานห้าโมงเย็น แต่ออกจากที่ทำงานกันประมาณทุ่มสองทุ่ม บางคนบอกว่า อยู่คุยกับเพื่อนสนุกๆ ถือเป็นการผ่อนคลายอารมณ์ เพราะตอนเวลางานต่างคนก็ต่างทำงานของตนไป บางคนบอกว่าไม่มีภาระอะไรทางบ้าน ก็ใช้เวลาอยู่ทำโน่นทำนี่ไปเพลินๆ ก็สบายใจดี ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปไหน ถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง บางคนรู้สึกเหมือนโต๊ะทำงานเป็นบ้านของตนเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ทำให้ตน รู้สึกว่าเป็นผู้ครอบครองและเป็นเจ้าของ จึงรู้สึกมีอิสระอย่างเต็มหัวใจเมื่อได้นั่งที่โต๊ะทำงานของตน นั่นเป็นความอบอุ่นใจอย่างหนึ่งของคนทำงานคนอยู่ในที่ทำงานจนค่ำบางส่วนก็ อยู่เพื่อพักผ่อน ที่น่าเห็นใจก็คือ มีคนมากมายหลายสิบเปอร์เซ็นต์ที่อยู่ทำงานค่ำๆ ทั้งๆ ที่มีครอบครัวที่รออยู่ และมีความอบอุ่นในครอบครัวที่ตนอยากสร้างให้คนที่ตนรักหลายคนแต่รู้สึกว่าตนทำไม่ได้เพราะเรื่องงานนั้นสำคัญกับความเป็นอยู่ของทุกคนในครอบครัวคนทำงานบางส่วนจึงปลอบใจตนเองว่า ถ้าทำงานได้สำเร็จก็จะส่งผลดีไปถึงครอบครัวนั่นเอง หลายเดือนที่ผ่านมา ดิฉันได้พบผู้คนที่ทำงานหนักชีวิตการงานก้าวหน้าและเจริญรุ่งเรืองอย่างดี คิดดูแล้วเขาน่าจะมีความสุขกันอย่างมาก แต่ผู้คนที่ทำงานเจริญรุ่งเรืองในงานเหล่านี้มักหน้านิ่วคิ้วขมวด พอถามไถ่ถึงเรื่องงานว่าเป็นอย่างไรบ้าง เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปจะหน้าเครียดขึ้นมาโดยอัติโนมัติ และพูดว่างานเยอะมาก ทำไม่ทัน ดิฉันจึงถามว่าแล้วแก้ปัญหากันอย่างไร ได้คำตอบว่า ต้องอยู่เคลียร์งานตอนค่ำ จะกลับบ้านก็ประมาณหนึ่งทุ่มถึงสี่มุม พอถึงบ้านก็ไม่เจอใคร เพราะเขาหลับกันหมดแล้ว และที่น่าสนใจขึ้นไปอีกคือ ข้าราชการในหลายส่วนงาน ตอนนี้ต้องทำงานกันค่ำๆ เพราะทำงานไม่ทันเช่นกัน การทำงานไม่ทันจึงดูจะเป็นปัญหาที่คนทำงานในโลกสมัยใหม่ประสบกันมากอันดับต้นๆ ทำไมคนทำงานกันไม่ทัน ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเวลาการทำงานของคนโดยส่วนใหญ่ คือ เริ่มตั้งแต่ 08.30 น.- 17.00 น. จากประสบการณ์ที่ได้พบผู้คนใหม่ๆ มากมายจากหลากหลายวงการเสมอๆ […]

ฤทธิ์วิจารณ์ 4/10

ฤทธิ์วิจารณ์ คืนหนึ่งขณะที่ฝนตกพรำๆ ผมควบมอเตอร์ไซด์ด้วยความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่รถคันหลังจะไม่บีบแตรไล่ แต่ในที่สุดรถขายลูกชิ้นคันหน้าซึ่งไม่ได้เปิดไฟท้ายก็ทำเอาผมต้องหักหลบและ ลงไปนอนวัดพื้น ผมรู้สึกเจ็บจนคิดว่าแขนคงต้องหักแน่แต่ไม่กี่อาทิตย์ผมก็หายดี และแผลต่างๆ ก็ค่อยๆ จางลงราวกับผมไม่เคยมีแผลมาก่อนเลย นั่นเพราะเจ็บกายนั้นหายง่ายแต่เจ็บใจนี่สิหายยากคำพูดของครูภาษาอังกฤษที่ วิจารณ์การทำข้อสอบของผมอย่างไม่มีชิ้นดีต่อหน้าเพื่อนทั้งห้อง ยังคงดังก้องในความทรงจำ เหมือนกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง ทั้งๆ ที่มันผ่านมานานกว่า 20 ปีแล้ว คำวิจารณ์ช่างมีฤทธิ์มากจริงๆ ในสมัยที่ผมยังเด็กมากๆ มีหนังจีนกำลังภายในเรื่องหนึ่งที่ผมจะไม่ยอมพลาดเด็ดขาดนั่นคือเรื่อง “ฤทธิ์มีดสั้น” มีดสั้นของลี้กิมฮวงคร่าชีวิตเหล่าร้ายไปมากมาย แต่เมื่อเติบโตขึ้นผมถึงได้ทราบความจริงว่า “ฤทธิ์มีดสั้น” น่ากลัวก็จริง แต่ก็ไม่อาจสู้ “ฤทธิ์วิจารณ์” ไปได้ ในพระธรรมสุภาษิต 12:18 กล่าวว่า “มีบางคนที่คำพูดพล่อยๆ ของเขาเหมือนดาบแทง แต่ลิ้นของปราชญ์นำการรักษามาให้” คำวิจารณ์มีอิทธิพลต่อจิตใจของคนเรา เมื่อเรารู้สึกแย่กับคำวิจารณ์เราก็อาจเรียกมันว่า “คำพูดเสียๆ หายๆ” หรือ “คำนินทา” ซึ่งเหมือนดาบที่แทงทะลุหัวใจของเรา แต่ถ้าเราพอใจกับคำวิจารณ์นั้นเราก็อาจเรียกมันว่า “คำพูดให้กำลังใจ” หรือ “คำตักเตือน” ซึ่งนั่นก็ช่วยให้หัวใจของเราพองโตด้วยความสุขเช่นกัน คำวิจารณ์จึงเหมือนกับดาบสองคมที่สามารถให้คุณและให้โทษได้ แต่ส่วนใหญ่ผมมักจะพบว่ามีคนที่กลัดกลุ้มจากคำวิจารณ์มากกว่ารู้สึกสุขใจ คนที่ต้องทนทุกข์อยู่กับคำวิจารณ์จึงมักได้รับคำเตือนสติมากมายเช่น “อย่าไปสนใจคำวิจารณ์พวกนั้นเลย มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก” หรือถ้าแรงๆ หน่อยก็อาจว่า “ช่างพวก…เถิด ปล่อยมันเห่าไป” […]

ศพของยาโคบถูกฝังที่ไหน? 4/10

ศพของยาโคบถูกฝังที่ไหน? ถาม ผู้หนึ่งได้อ่านพระธรรมกิจการบทที่ 7 ข้อ 15-16 ความว่า “ยาโคบจึงลงไปประเทศอียิปต์ และท่านกับบรรพบุรุษของเราก็เสียชีวิตที่นั่น พวกเขาจึงนำศพไปฝังไว้ในเมืองเชเคม ในอุโมงค์ที่อับราฮัมเอาเงินจำนวนหนึ่งซื้อจากบุตรของฮาโมร์ในเชเคม” แล้วผู้นั้นเกิดคำถามสามคำถามคือ หนึ่ง ทำไมศพของยาโคบจึงถูกฝังที่เมืองเชเคม มิใช่ที่ถ้ำมัคเป-ลาห์ในเมืองเฮโบรนหรือ? ตามที่ ปฐมกาล บทที่ 50:7-13 บันทึกว่า”โยเซฟจึงไปฝังศพบิดา ส่วนพวกข้าราชการของฟาโรห์ ผู้ใหญ่ในราชสำนักและบรรดาผู้ใหญ่ทั่วแผ่นดินอียิปต์ก็ไปกับท่าน พร้อมกับครอบครัวทั้งหมดของโยเซฟ พวกพี่น้องและครอบครัวของบิดาท่านก็ไปด้วยเช่นกัน… พวกบุตรของยาโคบก็ทำให้บิดาตามคำที่ท่านสั่งไว้ คือบรรดาบุตรนำศพไปยังดินแดนคานาอัน แล้วฝังไว้ในถ้ำที่อยู่ในนาชื่อ มัคเป-ลาห์ เป็นนาซึ่งอับราฮัมซื้อไว้จากเอโฟรนคนฮิตไทต์เป็นสุสาน อยู่หน้ามัมเร” ศพของยาโคบถูกฝังที่ไหนกันแน่? ที่เชเคม หรือ ที่ถ้ำมัคเป-ลาห์ในเฮโบรน? ทำไมพระคัมภีร์จึงขัดแย้งกันเองเล่า? สอง ทำไมสเทเฟนจึงระบุว่า อับราฮัมเป็นผู้ซื้อที่ฝังศพในเชเคม มิใช่ยาโคบหรือ? ตามที่ปฐมกาล บทที่ 33 ข้อที่ 19-20 บันทึกว่า “ยาโคบซื้อที่ดินแปลงที่ตั้งเต็นท์อยู่นั้นจากบุตรชายของฮาโมร์บิดาของเชเคม…และยาโคบสร้างแท่นบูชาที่นั่น…” ส่วนอับราฮัม ก็มีบันทึกไว้ใน ปฐมกาล บทที่ 23 ข้อ 16-20 ว่า “อับ ราฮัมก็ตกลงกับเอโฟรน แล้วอับราฮัมก็ชั่งเงินให้เอโฟรนตามจำนวนที่เขาบอกให้คนฮิตไทต์ได้ยิน…นา ของเอโฟรนในมัคเป-ลาห์ซึ่งอยู่หน้ามัมเร คือนากับถ้ำซึ่งอยู่ในนั้น และต้นไม้ทั้งสิ้นซึ่งอยู่ในนาตลอดทั่วบริเวณนั้น […]

แต่ข้ารู้จักพระองค์ที่ข้าฯ เชื่อ 4/10

แต่ข้ารู้จักพระองค์ที่ข้าฯ เชื่อ ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นคริสเตียน พื้นฐานความเชื่อโดยส่วนตัวเป็นแบบเชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตอนข้าพเจ้าอายุประมาณ 9 ขวบกว่า ข้าพเจ้าได้สูญเสียคุณแม่กะทันหัน (เนื่องจากท่านหัวใจวายเฉียบพลัน)ทำให้ข้าพเจ้าและครอบครัวมีความเศร้าโศก อย่างมาก เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ชีวิตก็เป็นปกติทั่วไป จนกระทั่งได้มาพบคุณหมอพรสรรพ์ ปุญญาภิบาลซึ่งเป็นคริสเตียน ในช่วงที่คบกันประมาณ 4 ปีคุณหมอก็ชวนไปคริสตจักรบ้างเท่าที่มีโอกาส คุยกันเกี่ยวกับเรื่องศาสนา เรื่องความเชื่อบ้างแต่ไม่ได้จริงจัง ซึ่งตอนนั้นข้าพเจ้าก็เฉยๆ ไม่ได้แอนตี้แต่ก็ไม่ได้ยอมรับ และคิดว่าต่างฝ่ายต่างนับถือคนละศาสนาก็ได้ ข้าพเจ้าไม่รู้สึกขัดแย้ง คิดแต่ว่าขอให้นิสัยดีก็แล้วกัน จุดเปลี่ยนของชีวิต เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ข้าพเจ้าเดินไปที่จอดรถก็เดินสวนกับพี่อ้วน (ทพญ.ไฉไล บุษกรเรืองรัตน์) และอาจารย์ไก่ (อ.พิพัตรา ธนังกูรวิโรจน์ ตอนนั้นเป็นอาจารย์ที่คริสตจักรไมตรีจิตหลังสวน) เราจึงทักทายกัน เนื่องจากตอนนั้นข้าพเจ้าทำธุรกิจส่วนตัว เปิดศูนย์การสอนสำหรับเด็ก และพี่อ้วนได้พาลูกมาเรียนที่ศูนย์ฯ พี่อ้วนชวนข้าพเจ้าให้ไปร่วมกลุ่มเซลสามัคคีธรรมที่บ้านของพี่อ้วนในเย็นวันนั้น แต่ข้าพเจ้าปฏิเสธ โดยรับปาก(ด้วยความเกรงใจ)ว่าจะไปในคราวหน้า เมื่อถึงวันที่มีเซลอีกครั้งนี้ข้าพเจ้าก็ไปร่วม พอไปถึง บรรยากาศของกลุ่มทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจ มีการร้องเพลงและเป็นพยาน ปกติข้าพเจ้าเป็นคนชอบร้องเพลงแต่ไม่ค่อยกล้า ในกลุ่มเซลนั้นข้าพเจ้าเห็นแต่ละคนมีความสุขและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้ากันแบบไม่อาย ค่ำคืนนั้นเราคุยกันเกี่ยวกับเรื่องพระเจ้า ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของข้าพเจ้าที่อยากรู้จักพระเจ้า ทั้งๆ ที่ก่อนไปบ้านพี่อ้วนข้าพเจ้ามีความตั้งใจว่าจะไปร่วมเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ปี 1997ข้าพเจ้าได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ด้วยเหตุผลที่ว่าพระเจ้าทรงเป็นความรักข้าพเจ้าอยากสัมผัสความรักความอบอุ่นที่มาจากพระเจ้า ช่วงเวลานั้นข้าพเจ้าอยากรู้จักพระเจ้ามากขึ้น […]

ดีเจตี้ กับมุมลึกๆ ที่เรียกว่า รักจากพระเจ้า 3/10

ดีเจตี้ กับมุมลึกๆ ที่เรียกว่า รักจากพระเจ้า ผมชื่อ มงคล องก์พัฒนกุล หรือ ตี๊ เกิดวันที่ 2 ธันวาคม 2525 อายุ 28 ปี เป็นลูกคนเดียวจนถึงอายุ 15 ปี จึงได้มีน้องสาว 1 คน ห่างกัน 15 ปี น้องสาวชื่อ เจียเจีย น้องสาวเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนเพ็ญสมิธ ผม “โตด้วยข้าวโบสถ์” ผมเป็นลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน คุณแม่เป็นคนไต้หวัน ท่านย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย เพื่อมาอยู่กับอากงที่จังหวัดสกลนคร ผมจึงมาเกิดที่นี่ แต่ด้วยเรื่องงานคุณพ่อคุณแม่จึงพาผมกลับไปอยู่ที่ไต้หวันหลังจากที่คลอดออก มาไม่กี่เดือนอยู่นานจนผมเรียนอนุบาลที่นั่น และกลับมาเมืองไทยตอนอายุ 4-5 ขวบก่อนเข้าเรียนชั้นประถม ผมเป็นครอบครัวคริสเตียน ตอนเด็กวิ่งเล่นอยู่ในโบสถ์ ที่คริสตจักรที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ช่วงแรกได้มานมัสการพระเจ้าที่ศูนย์คริสเตียนไมตรีจิต ตอนนั้นยังเปิดเป็นศูนย์ฯ ยังไม่เป็นคริสตจักร ขณะนั้นผมเรียนอยู่ชั้นประถมคนอื่นเขาโตด้วยข้าววัด “ผมโตด้วยข้าวโบสถ์”เพราะโบสถ์กับบ้านอยู่ใกล้กัน เดินไปประมาณ 200-300 เมตร จากบ้านที่อยู่จะไปนมัสการพระเจ้าเป็นประจำ […]

1 67 68 69 70 71 84