Blog

คำฮีบรูว่า เชคินาห์ หมายความว่าอย่างไร? 1.1/11

คำถามแรกนั้นเกี่ยวกับความหมายของคำฮีบรูคำหนึ่งคือ เชคินาห์ ถาม คำฮีบรูว่า Shekinah มีความหมายว่าอย่างไร ตอบ คำ Shekinah เป็นคำนาม ที่มาจากคำกริยาว่า Shakan ซึ่งแปลว่า พัก,อาศัย ดังนั้น คำ Shekinah จึงแปลว่า การ พัก หรือ การอาศัย หรือ การตั้งรกราก คำนี้ไม่ปรากฏในพระคัมภีร์ฉบับฮีบรู แต่ปรากฏบ่อยครั้งในพระคัมภีร์ทาร์กุม (หมายถึง พระคัมภีร์เดิมฉบับภาษาอาราเมค) นอกจากนี้คำนี้ยังนำมาใช้ในแวดวงศาสนศาสตร์ของคนยิว ในความหมายของการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้าท่ามกลางประชากรของพระองค์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสถิตในพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม การสถิตอยู่ด้วยนี้มิใช่ในระยะเวลาอันสั้นแต่เป็นระยะเวลานานหรือถาวร Shekinah แสดงถึงการที่พระเจ้าผู้สูงสุดทรงอยู่ใกล้ชิดกับประชากรของพระองค์อย่างเห็น ได้ชัด ตัวอย่างหนึ่งที่ให้เราเห็น Shekinah ของพระเจ้าคือในพระธรรมอพยพ 40:34-35 ฉบับมาตรฐาน 2011 ว่า “ในขณะนั้น มีเมฆมาปกคลุมเต็นท์นัดพบไว้ และพระรัศมีของพระยาห์เวห์ก็ปรากฏอยู่เต็มพลับพลานั้น. โมเสสเข้าไปในเต็นท์นัดพบไม่ได้ เพราะเมฆปกคลุมอยู่ (shakan)และพระรัศมีของพระยาห์เวห์ก็อยู่เต็มพลับพลานั้น.”โมเสสสัมผัสได้ ถึงการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้าในเต็นนัดพบนั้น และสำหรับคนอิสราเอลแม้ไม่เห็นพระเจ้า แต่ทราบว่าพระองค์สถิตกับพวกเขาโดยสังเกตดูเสาเมฆและเสาไฟ ดังนั้นทั้งเสาเมฆและเสาไฟจึงแสดงถึง Shekinah แก่พวกเขา อนึ่งคำ Shekinah […]

รถรบ หรือ โล่? 1.2/11

รถรบ หรือ โล่? ถาม พระธรรมสดุดี 46:8-9 ฉบับ 1971 มาเถิด มาดูพระราชกิจของพระเจ้า ว่าพระองค์ทรงกระทำให้เริศร้างในแผ่นดินโลกอย่างไร พระองค์ทรงให้สงครามสงบถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก พระองค์ทรงหักคันธนูและฟันหอกเสีย พระองค์ทรงเผารถรบเสียด้วยไฟ พระธรรมสดุดี 46:8-9 ฉบับ Good News Bible (GNB) Come and see what the Lord has done. See what amazing things he has done on earth. He stops wars all over the world; he breaks bows, destroys spears, and sets shields on fire. เมื่ออ่านพระธรรมสดุดี […]

นกยูง หรือ ลิงบาบูน? 1.3/11

นกยูงหรือลิงบาบูน? ถาม พระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์ 10:22 ฉบับ 1971 เพราะว่าพระราชามีกองกำปั่น เมืองทารชิช เดินทะเลพร้อมกับกองกำปั่นของฮีราม กองกำปั่นเมืองทารชิชนำทองคำ เงิน งาช้าง ลิง และนกยูงมาสามปี ต่อครั้ง พระธรรม 1 พงศ์กษัตริย์ 10:22 ฉบับมาตรฐาน 2011 (THSV) เพราะ ว่า พระราชา มี กอง เรือ เมือง ทารชิช เดิน ทะเล พร้อม กับ กอง เรือ ของ ฮีราม กอง เรือ เมือง ทารชิช นำทองคำ เงิน งาช้าง ลิง และ นกยูง๘มา สาม ปี ต่อ ครั้ง๘แปลได้อีกว่า ลิงบาบูน พระธรรม […]

ระบบที่กระชับ คือประสิทธิภาพที่แท้จริง 4/10

ระบบที่กระชับ คือประสิทธิภาพที่แท้จริง คนสมัยนี้อยู่ทำงานกันค่ำกว่าเดิม คนทำงานสมัยนี้อยู่ในที่ทำงานกันนานกว่าเดิม เช่น เลิกงานห้าโมงเย็น แต่ออกจากที่ทำงานกันประมาณทุ่มสองทุ่ม บางคนบอกว่า อยู่คุยกับเพื่อนสนุกๆ ถือเป็นการผ่อนคลายอารมณ์ เพราะตอนเวลางานต่างคนก็ต่างทำงานของตนไป บางคนบอกว่าไม่มีภาระอะไรทางบ้าน ก็ใช้เวลาอยู่ทำโน่นทำนี่ไปเพลินๆ ก็สบายใจดี ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปไหน ถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง บางคนรู้สึกเหมือนโต๊ะทำงานเป็นบ้านของตนเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ทำให้ตน รู้สึกว่าเป็นผู้ครอบครองและเป็นเจ้าของ จึงรู้สึกมีอิสระอย่างเต็มหัวใจเมื่อได้นั่งที่โต๊ะทำงานของตน นั่นเป็นความอบอุ่นใจอย่างหนึ่งของคนทำงานคนอยู่ในที่ทำงานจนค่ำบางส่วนก็ อยู่เพื่อพักผ่อน ที่น่าเห็นใจก็คือ มีคนมากมายหลายสิบเปอร์เซ็นต์ที่อยู่ทำงานค่ำๆ ทั้งๆ ที่มีครอบครัวที่รออยู่ และมีความอบอุ่นในครอบครัวที่ตนอยากสร้างให้คนที่ตนรักหลายคนแต่รู้สึกว่าตนทำไม่ได้เพราะเรื่องงานนั้นสำคัญกับความเป็นอยู่ของทุกคนในครอบครัวคนทำงานบางส่วนจึงปลอบใจตนเองว่า ถ้าทำงานได้สำเร็จก็จะส่งผลดีไปถึงครอบครัวนั่นเอง หลายเดือนที่ผ่านมา ดิฉันได้พบผู้คนที่ทำงานหนักชีวิตการงานก้าวหน้าและเจริญรุ่งเรืองอย่างดี คิดดูแล้วเขาน่าจะมีความสุขกันอย่างมาก แต่ผู้คนที่ทำงานเจริญรุ่งเรืองในงานเหล่านี้มักหน้านิ่วคิ้วขมวด พอถามไถ่ถึงเรื่องงานว่าเป็นอย่างไรบ้าง เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปจะหน้าเครียดขึ้นมาโดยอัติโนมัติ และพูดว่างานเยอะมาก ทำไม่ทัน ดิฉันจึงถามว่าแล้วแก้ปัญหากันอย่างไร ได้คำตอบว่า ต้องอยู่เคลียร์งานตอนค่ำ จะกลับบ้านก็ประมาณหนึ่งทุ่มถึงสี่มุม พอถึงบ้านก็ไม่เจอใคร เพราะเขาหลับกันหมดแล้ว และที่น่าสนใจขึ้นไปอีกคือ ข้าราชการในหลายส่วนงาน ตอนนี้ต้องทำงานกันค่ำๆ เพราะทำงานไม่ทันเช่นกัน การทำงานไม่ทันจึงดูจะเป็นปัญหาที่คนทำงานในโลกสมัยใหม่ประสบกันมากอันดับต้นๆ ทำไมคนทำงานกันไม่ทัน ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเวลาการทำงานของคนโดยส่วนใหญ่ คือ เริ่มตั้งแต่ 08.30 น.- 17.00 น. จากประสบการณ์ที่ได้พบผู้คนใหม่ๆ มากมายจากหลากหลายวงการเสมอๆ […]

ฤทธิ์วิจารณ์ 4/10

ฤทธิ์วิจารณ์ คืนหนึ่งขณะที่ฝนตกพรำๆ ผมควบมอเตอร์ไซด์ด้วยความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่รถคันหลังจะไม่บีบแตรไล่ แต่ในที่สุดรถขายลูกชิ้นคันหน้าซึ่งไม่ได้เปิดไฟท้ายก็ทำเอาผมต้องหักหลบและ ลงไปนอนวัดพื้น ผมรู้สึกเจ็บจนคิดว่าแขนคงต้องหักแน่แต่ไม่กี่อาทิตย์ผมก็หายดี และแผลต่างๆ ก็ค่อยๆ จางลงราวกับผมไม่เคยมีแผลมาก่อนเลย นั่นเพราะเจ็บกายนั้นหายง่ายแต่เจ็บใจนี่สิหายยากคำพูดของครูภาษาอังกฤษที่ วิจารณ์การทำข้อสอบของผมอย่างไม่มีชิ้นดีต่อหน้าเพื่อนทั้งห้อง ยังคงดังก้องในความทรงจำ เหมือนกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง ทั้งๆ ที่มันผ่านมานานกว่า 20 ปีแล้ว คำวิจารณ์ช่างมีฤทธิ์มากจริงๆ ในสมัยที่ผมยังเด็กมากๆ มีหนังจีนกำลังภายในเรื่องหนึ่งที่ผมจะไม่ยอมพลาดเด็ดขาดนั่นคือเรื่อง “ฤทธิ์มีดสั้น” มีดสั้นของลี้กิมฮวงคร่าชีวิตเหล่าร้ายไปมากมาย แต่เมื่อเติบโตขึ้นผมถึงได้ทราบความจริงว่า “ฤทธิ์มีดสั้น” น่ากลัวก็จริง แต่ก็ไม่อาจสู้ “ฤทธิ์วิจารณ์” ไปได้ ในพระธรรมสุภาษิต 12:18 กล่าวว่า “มีบางคนที่คำพูดพล่อยๆ ของเขาเหมือนดาบแทง แต่ลิ้นของปราชญ์นำการรักษามาให้” คำวิจารณ์มีอิทธิพลต่อจิตใจของคนเรา เมื่อเรารู้สึกแย่กับคำวิจารณ์เราก็อาจเรียกมันว่า “คำพูดเสียๆ หายๆ” หรือ “คำนินทา” ซึ่งเหมือนดาบที่แทงทะลุหัวใจของเรา แต่ถ้าเราพอใจกับคำวิจารณ์นั้นเราก็อาจเรียกมันว่า “คำพูดให้กำลังใจ” หรือ “คำตักเตือน” ซึ่งนั่นก็ช่วยให้หัวใจของเราพองโตด้วยความสุขเช่นกัน คำวิจารณ์จึงเหมือนกับดาบสองคมที่สามารถให้คุณและให้โทษได้ แต่ส่วนใหญ่ผมมักจะพบว่ามีคนที่กลัดกลุ้มจากคำวิจารณ์มากกว่ารู้สึกสุขใจ คนที่ต้องทนทุกข์อยู่กับคำวิจารณ์จึงมักได้รับคำเตือนสติมากมายเช่น “อย่าไปสนใจคำวิจารณ์พวกนั้นเลย มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก” หรือถ้าแรงๆ หน่อยก็อาจว่า “ช่างพวก…เถิด ปล่อยมันเห่าไป” […]

ศพของยาโคบถูกฝังที่ไหน? 4/10

ศพของยาโคบถูกฝังที่ไหน? ถาม ผู้หนึ่งได้อ่านพระธรรมกิจการบทที่ 7 ข้อ 15-16 ความว่า “ยาโคบจึงลงไปประเทศอียิปต์ และท่านกับบรรพบุรุษของเราก็เสียชีวิตที่นั่น พวกเขาจึงนำศพไปฝังไว้ในเมืองเชเคม ในอุโมงค์ที่อับราฮัมเอาเงินจำนวนหนึ่งซื้อจากบุตรของฮาโมร์ในเชเคม” แล้วผู้นั้นเกิดคำถามสามคำถามคือ หนึ่ง ทำไมศพของยาโคบจึงถูกฝังที่เมืองเชเคม มิใช่ที่ถ้ำมัคเป-ลาห์ในเมืองเฮโบรนหรือ? ตามที่ ปฐมกาล บทที่ 50:7-13 บันทึกว่า”โยเซฟจึงไปฝังศพบิดา ส่วนพวกข้าราชการของฟาโรห์ ผู้ใหญ่ในราชสำนักและบรรดาผู้ใหญ่ทั่วแผ่นดินอียิปต์ก็ไปกับท่าน พร้อมกับครอบครัวทั้งหมดของโยเซฟ พวกพี่น้องและครอบครัวของบิดาท่านก็ไปด้วยเช่นกัน… พวกบุตรของยาโคบก็ทำให้บิดาตามคำที่ท่านสั่งไว้ คือบรรดาบุตรนำศพไปยังดินแดนคานาอัน แล้วฝังไว้ในถ้ำที่อยู่ในนาชื่อ มัคเป-ลาห์ เป็นนาซึ่งอับราฮัมซื้อไว้จากเอโฟรนคนฮิตไทต์เป็นสุสาน อยู่หน้ามัมเร” ศพของยาโคบถูกฝังที่ไหนกันแน่? ที่เชเคม หรือ ที่ถ้ำมัคเป-ลาห์ในเฮโบรน? ทำไมพระคัมภีร์จึงขัดแย้งกันเองเล่า? สอง ทำไมสเทเฟนจึงระบุว่า อับราฮัมเป็นผู้ซื้อที่ฝังศพในเชเคม มิใช่ยาโคบหรือ? ตามที่ปฐมกาล บทที่ 33 ข้อที่ 19-20 บันทึกว่า “ยาโคบซื้อที่ดินแปลงที่ตั้งเต็นท์อยู่นั้นจากบุตรชายของฮาโมร์บิดาของเชเคม…และยาโคบสร้างแท่นบูชาที่นั่น…” ส่วนอับราฮัม ก็มีบันทึกไว้ใน ปฐมกาล บทที่ 23 ข้อ 16-20 ว่า “อับ ราฮัมก็ตกลงกับเอโฟรน แล้วอับราฮัมก็ชั่งเงินให้เอโฟรนตามจำนวนที่เขาบอกให้คนฮิตไทต์ได้ยิน…นา ของเอโฟรนในมัคเป-ลาห์ซึ่งอยู่หน้ามัมเร คือนากับถ้ำซึ่งอยู่ในนั้น และต้นไม้ทั้งสิ้นซึ่งอยู่ในนาตลอดทั่วบริเวณนั้น […]

แต่ข้ารู้จักพระองค์ที่ข้าฯ เชื่อ 4/10

แต่ข้ารู้จักพระองค์ที่ข้าฯ เชื่อ ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นคริสเตียน พื้นฐานความเชื่อโดยส่วนตัวเป็นแบบเชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตอนข้าพเจ้าอายุประมาณ 9 ขวบกว่า ข้าพเจ้าได้สูญเสียคุณแม่กะทันหัน (เนื่องจากท่านหัวใจวายเฉียบพลัน)ทำให้ข้าพเจ้าและครอบครัวมีความเศร้าโศก อย่างมาก เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ชีวิตก็เป็นปกติทั่วไป จนกระทั่งได้มาพบคุณหมอพรสรรพ์ ปุญญาภิบาลซึ่งเป็นคริสเตียน ในช่วงที่คบกันประมาณ 4 ปีคุณหมอก็ชวนไปคริสตจักรบ้างเท่าที่มีโอกาส คุยกันเกี่ยวกับเรื่องศาสนา เรื่องความเชื่อบ้างแต่ไม่ได้จริงจัง ซึ่งตอนนั้นข้าพเจ้าก็เฉยๆ ไม่ได้แอนตี้แต่ก็ไม่ได้ยอมรับ และคิดว่าต่างฝ่ายต่างนับถือคนละศาสนาก็ได้ ข้าพเจ้าไม่รู้สึกขัดแย้ง คิดแต่ว่าขอให้นิสัยดีก็แล้วกัน จุดเปลี่ยนของชีวิต เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ข้าพเจ้าเดินไปที่จอดรถก็เดินสวนกับพี่อ้วน (ทพญ.ไฉไล บุษกรเรืองรัตน์) และอาจารย์ไก่ (อ.พิพัตรา ธนังกูรวิโรจน์ ตอนนั้นเป็นอาจารย์ที่คริสตจักรไมตรีจิตหลังสวน) เราจึงทักทายกัน เนื่องจากตอนนั้นข้าพเจ้าทำธุรกิจส่วนตัว เปิดศูนย์การสอนสำหรับเด็ก และพี่อ้วนได้พาลูกมาเรียนที่ศูนย์ฯ พี่อ้วนชวนข้าพเจ้าให้ไปร่วมกลุ่มเซลสามัคคีธรรมที่บ้านของพี่อ้วนในเย็นวันนั้น แต่ข้าพเจ้าปฏิเสธ โดยรับปาก(ด้วยความเกรงใจ)ว่าจะไปในคราวหน้า เมื่อถึงวันที่มีเซลอีกครั้งนี้ข้าพเจ้าก็ไปร่วม พอไปถึง บรรยากาศของกลุ่มทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจ มีการร้องเพลงและเป็นพยาน ปกติข้าพเจ้าเป็นคนชอบร้องเพลงแต่ไม่ค่อยกล้า ในกลุ่มเซลนั้นข้าพเจ้าเห็นแต่ละคนมีความสุขและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้ากันแบบไม่อาย ค่ำคืนนั้นเราคุยกันเกี่ยวกับเรื่องพระเจ้า ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของข้าพเจ้าที่อยากรู้จักพระเจ้า ทั้งๆ ที่ก่อนไปบ้านพี่อ้วนข้าพเจ้ามีความตั้งใจว่าจะไปร่วมเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ปี 1997ข้าพเจ้าได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ด้วยเหตุผลที่ว่าพระเจ้าทรงเป็นความรักข้าพเจ้าอยากสัมผัสความรักความอบอุ่นที่มาจากพระเจ้า ช่วงเวลานั้นข้าพเจ้าอยากรู้จักพระเจ้ามากขึ้น […]

ดีเจตี้ กับมุมลึกๆ ที่เรียกว่า รักจากพระเจ้า 3/10

ดีเจตี้ กับมุมลึกๆ ที่เรียกว่า รักจากพระเจ้า ผมชื่อ มงคล องก์พัฒนกุล หรือ ตี๊ เกิดวันที่ 2 ธันวาคม 2525 อายุ 28 ปี เป็นลูกคนเดียวจนถึงอายุ 15 ปี จึงได้มีน้องสาว 1 คน ห่างกัน 15 ปี น้องสาวชื่อ เจียเจีย น้องสาวเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนเพ็ญสมิธ ผม “โตด้วยข้าวโบสถ์” ผมเป็นลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน คุณแม่เป็นคนไต้หวัน ท่านย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย เพื่อมาอยู่กับอากงที่จังหวัดสกลนคร ผมจึงมาเกิดที่นี่ แต่ด้วยเรื่องงานคุณพ่อคุณแม่จึงพาผมกลับไปอยู่ที่ไต้หวันหลังจากที่คลอดออก มาไม่กี่เดือนอยู่นานจนผมเรียนอนุบาลที่นั่น และกลับมาเมืองไทยตอนอายุ 4-5 ขวบก่อนเข้าเรียนชั้นประถม ผมเป็นครอบครัวคริสเตียน ตอนเด็กวิ่งเล่นอยู่ในโบสถ์ ที่คริสตจักรที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ช่วงแรกได้มานมัสการพระเจ้าที่ศูนย์คริสเตียนไมตรีจิต ตอนนั้นยังเปิดเป็นศูนย์ฯ ยังไม่เป็นคริสตจักร ขณะนั้นผมเรียนอยู่ชั้นประถมคนอื่นเขาโตด้วยข้าววัด “ผมโตด้วยข้าวโบสถ์”เพราะโบสถ์กับบ้านอยู่ใกล้กัน เดินไปประมาณ 200-300 เมตร จากบ้านที่อยู่จะไปนมัสการพระเจ้าเป็นประจำ […]

ขอลองหน่อยสิ 3/10

ขอลองหน่อยสิ ผู้หญิงที่ผมรู้จักหลายคนตื่นเต้นกับการได้รับสินค้าตัวอย่างจากเครื่อง สำอางดังๆ สักยี่ห้อ ยิ่งถ้าได้ลองเสื้อผ้าสวยๆ หลายๆ ชุด จะทำให้เธออารมณ์ดีไปได้ทั้งวันเชียวครับ แต่สำหรับผู้ชายการได้ทดลองขับรถยนต์คันงามในโชว์รูม หรือทดลองใช้กล้องวีดีโอตัวใหม่จากร้านก็ทำให้เราเพลิดเพลินได้ไม่แพ้กัน ไม่ทราบว่าเราพอจะจำโฆษณาเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่กำลังเข้าห้องหอได้ไหม ในโฆษณาเจ้าบ่าวแทบสลบเมื่อเจ้าสาวที่สวยงามของตัวเองดึงฟองน้ำออกมาจากหน้า อก ฟันปลอม คิ้วก็ปลอม ขนาดผมยังใส่วิก เรียกว่ามีแต่ของปลอมทั้งตัว ก่อนจะตบท้ายด้วยสโลแกนว่า “ดูให้ดีๆก่อนจะตัดสินใจ” ทุกวันนี้เราชอบทดลองสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อมาเป็นเจ้าของ จนแทบกลายเป็นค่านิยมของสังคมไปแล้ว แต่ก็ใช่ว่าทุกเรื่องถ้าได้ลองแล้วจะดีเสมอไป เรื่องง่ายๆ ที่เรารู้ได้ว่าไม่ควรทดลองเลยนั่นก็คือยาเสพติด ทุกคนรู้ถึงโทษภัยของมันดี และไม่จำเป็นต้องไปเหยียบขี้หมาก้อนเดิมที่มีคนเคยเหยียบมาแล้ว แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ตอบยากว่าควรหรือไม่ควรทดลองอย่างเช่นการทดลอง “อยู่ก่อนแต่ง” ที่ว่าตอบยากก็เพราะคนแต่ละคนมีจุดยืนในเรื่องนี้แตกต่างกัน เดิมผมเคยเชื่อว่ามีคนส่วนน้อยที่เห็นด้วยกับการอยู่ก่อนแต่ง เท่าที่สังเกตเห็นมักจะเป็นชนชั้นแรงงานที่เดินทางมาทำงานในเมืองห่างไกลจากวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเองมานานเมื่อพอใจทั้งสองฝ่ายก็มักจะตกลงใช้ชีวิตเยี่ยงสามีภรรยา แต่เมื่อเวลาผ่านไปความคิดของผมก็เริ่มเปลี่ยน ทุกวันนี้ภาพของนิสิตนักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นชนชั้นปัญญาชนของสังคมใช้ชีวิตคู่แบบอยู่ก่อนแต่งเริ่มกลายเป็นภาพชินตาหรือแม้กระทั่งคนในวัยทำงานมีการศึกษาสูง และรายได้ที่มั่นคงหลายคนก็ตัดสินใจชีวิตอยู่ก่อนแต่งเช่นกัน เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านก็คงเคยพบเห็นหรือได้ยินเรื่องนี้มามากแล้ว จากการทำงานเป็นผู้ให้คำปรึกษามาเป็นเวลากว่าสิบปีผมมีโอกาสดีที่ได้พูดคุยซักถามกับหนุ่มสาวหลายคู่ที่ตกลงเลือกใช้ชีวิตคู่ก่อนการจบเป็นบัณฑิต และหนุ่มสาวหลายคู่ที่มีความมั่นคงพอจะสร้างชีวิตครอบครัวด้วยการสมรส แต่เลือกการใช้ชีวิตคู่แบบอยู่ก่อนแต่ง  ทุกครั้งที่ให้คำปรึกษาเรื่องชีวิตคู่กับคนที่อยู่ก่อนแต่ง ผมมักอ้างถึงสถิติในการวิจัยว่า 8 ใน 10 คู่ของคนที่ตัดสินใจอยู่ก่อนแต่งจะไม่ได้จบลงที่การสมรสและมักจะเลิกรากันไป แต่นั่นไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของคนส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจเช่นนี้ได้ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่ยืนอยู่คนละฝั่งกับหนุ่มสาวเหล่านี้ท่านคงมีคำถามในใจมากมายว่า “คนพวกนี้คิดยังไงกันนะ” หรืออาจพาลคิดไปว่าคนพวกนี้ไม่มีหัวคิดผมอยากย้ำกับผู้อ่านอีกครั้งว่าหนุ่มสาวเหล่านี้หลายคนมีผลการเรียนที่ยอดเยี่ยมมาก หลายคนเป็นครูอาจารย์ที่สังคมนับหน้าถือตา ผมจึงไม่เชื่อว่าพวกเขาไม่มีหัวคิด แต่เชื่อว่ามีบางอย่างที่ทำให้เขาคิดต่างออกไป เหตุผลหลักประการแรกที่ผมพบว่าทำให้คนเลือกการอยู่ก่อนแต่งก็คือ คนศรัทธาเรื่องการแต่งงานน้อยลง คงต้องยอมรับว่าในปัจจุบันการหย่าร้างเพิ่มสูงขึ้นมาก การสมรสที่จบลงด้วยการแก่เฒ่าถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรเริ่มมีให้เห็นกันน้อยลง บุคคลสาธารณะอย่างดาราก็มีหลายคู่ที่เริ่มต้นชีวิตสมรสด้วยความหวานชื่น […]

รู้ปัจจุบัน… เพื่อเลือกอนาคต 3/10

รู้ปัจจุบัน… เพื่อเลือกอนาคต การกระทำและการพูดของคนมาจากการคิด ส่วนแนวทางการคิดวิธีคิด หรือความเคยชินในการคิดของคนส่วนใหญ่ได้มาจากข้อมูลและประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตที่แต่ละคนได้รับ ได้รู้ และได้สัมผัสมา ดิฉันขออนุญาตเรียกข้อมูลและประสบการณ์ต่างๆ นี้ว่า “ข้อมูลชีวิต” ข้อมูลชีวิต นี้มีพนักงานคนหนึ่งทำหน้าที่จัดเก็บ และจดจำไว้อย่างเป็นหมวดหมู่ พนักงานคนนี้คือ สมอง สมองของเราจดจำข้อมูลชีวิตต่างๆ โดยเก็บไว้เป็นกล่องๆ ข้อมูลชีวิตข้อมูลหนึ่งก็จะถูกเก็บไว้กล่องหนึ่ง คนเราแต่ละคนมีข้อมูลชีวิตสารพัดกล่องมากน้อยตามที่ตนเองได้รับมาจากคนรอบข้างทั้งจากคนในครอบครัว และคนนอกครอบครัว ทั้งที่เป็นระบบและแบบที่เป็นไปตามธรรมชาติ จุดสำคัญคือ กล่องข้อมูลชีวิต (ต่อไปจะเรียกสั้นๆ ว่า “กล่อง”) ของเราแต่ละคนเป็นอย่างไรและไปในแนวทางไหนเราก็มีทัศนคติและวิธีคิดเป็นไปในแนวทางนั้นโดยอัตโนมัติ ทัศนคติและวิธีคิดที่เราเก็บสะสมมาและใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่เสมอนั้นเป็นที่มาของแนวทางการคิด การพูด และการกระทำของเรา  ด้วยเหตุที่โดยธรรมชาติแล้วสมองมีหน้าที่เก็บจำข้อมูลไว้เป็นกล่องๆ และทำให้เราอยากทำซ้ำอย่างที่เคยทำ อยากเป็นอย่างที่เคยเป็น ทำให้คนมีแนวโน้มสูงว่าแต่ละคนจะมีการพูดและการกระทำที่ซ้ำเดิมเป็นส่วนใหญ่จนเป็นความเคยชิน ซึ่งเรียกว่านิสัย   เมื่อก่อนเราเชื่อกันว่า คนแต่ละคนมีนิสัยอย่างไรก็มักเป็นอย่างนั้นไปตลอด เปลี่ยนไม่ได้ แก้ไขอะไรไม่ได้ ใครที่มีนิสัยน่ารักก็จะน่ารักไปตลอด คนที่มีนิสัยน่าเบื่อก็คงต้องน่าเบื่อไปเรื่อยๆ ไม่มีทางปรับเปลี่ยนได้ แต่ปัจจุบันมีผลการศึกษาวิจัยพบว่า เมื่ออายุ 25 ปี ร่างกายของคนเราไม่โตขึ้นแล้ว แต่จิตใจและสติปัญญาของคนเราสามารถพัฒนาให้เติบโตงอกงามได้อย่างไม่มีข้อจำกัด หมายความว่าคนเราเคยเป็นอย่างไรมาก็ตาม หากตั้งใจเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง เขาก็สามารถเป็นแบบใหม่ได้ จุดสำคัญคือ ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนคนอื่นได้คนเราสามารถเปลี่ยนได้แต่เฉพาะตนเองเท่านั้น การเปลี่ยนตนเองเป็นผลการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่มหาศาลอย่างหนึ่งทีเดียว   […]

1 69 70 71 72 73 86