Blog

ยอมจำนนกับพระเจ้า 2/09

ยอมจำนนกับพระเจ้า ผศ.ดร.สมนึก คีรีโต เกิดมาในครอบครัวที่มิได้ร่ำรวยเงินทอง เขาเป็นเด็กที่ใฝ่หาความรู้ เขาไปเรียนภาษาอังกฤษ ณ คริสตจักรเล็กๆ แห่งหนึ่งโดยมีจุดมุ่งหมายเดียว คือเพิ่มพูนความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ เขาไม่เคยรู้เรื่องหรือสนใจเรื่องพระเ แต่อย่างใด แต่…สิ่งที่เขาได้รับกลับมาไม่เพียงแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น เขาได้รู้จักความรอดในองค์พระเยซูคริสต์เจ้า เขาได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิต และชีวิตของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงไป พระเจ้าทรงนำชีวิตเขาจากวันนั้น…ถึงวันนี้ เขาคือ ผศ.ดร.สมนึก คีรีโต พระเจ้าทรงเลือกท่านให้รู้จักกับพระองค์  ดร.สมนึกเล่าให้ฟังถึงวันเวลาในอดีตเมื่อครั้งที่มารู้จักกับพระเจ้าว่า “ผมได้ไปที่คริสตจักรเล็กๆ แห่งหนึ่งแถวเทเวศน์ ซอย 3 ขณะนั้นผมอายุประมาณ 13 ปี และเรียนอยู่ชั้น ม.ศ. 1 โรงเรียนวัดมกุฎกษัติยาราม เวลานั้นผมไม่ได้สนใจเรื่องของพระเจ้าแต่อย่างใด แต่ไปเพราะมีการเปิดสอนภาษาอังกฤษที่คริสตจักรนั้น ก่อนเข้าชั้นเรียนจะมีผู้นำพูดเรื่องราวของพระเจ้า มีการเป็นพยาน และร้องเพลงคริสเตียน เมื่อได้ยินได้ฟังบ่อยๆ ครั้งผมรู้สึกสนใจ จึงได้มาร่วมนมัสการในวันอาทิตย์ด้วย และมีโอกาสศึกษาเรียนคัมภีร์ ผมจำได้ว่าได้สัมภาษณพ์ ิเศษเรียนพระธรรมโรม เรื่องมนุษย์เป็นคนบาปและหลงเจิ่นไปจากทางของพระเจ้า “ผมรู้สึกซาบซึ้งในพระวจนะของพระเจ้า จึงได้เปิดใจต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด โดยผมเป็นคนแรกในกลุ่มเพื่อนๆ ที่ไปเรียนภาษาอังกฤษด้วยกัน ที่รับเชื่อ” “ผมรู้สึกซาบซึ้งในพระวจนะของพระเจ้า คือเมื่อได้ฟังเรื่องของพระเจ้าแล้วรู้สึกว่ามีความสงบ มีสันติสุข และรู้สึกว่าทางของพระเจ้านี่แหละคือทางที่เราอยากจะตัดสินใจเดินตาม ซึ่งก่อนที่ผมจะรับเชื่อ […]

เพิ่มสุขดับทุกข์ในองค์กร 2/09

เพิ่มสุขดับทุกข์ในองค์กร เราทุกคนต้องการทำงานได้อย่างสำเร็จ และถ้าแถมได้ เราก็อยากจะขอแถมว่าทำงานอย่างสำเร็จ และมีความสุขในการทำงานด้วยก็จะนับว่าเลิศประเสริฐยิ่ง ความปรารถนานี้เป็นความปรารถนาของผู้คนทั่วโลก จนมีคนมากมายพากเพียรค้นคว้าและวิจัยเพื่อให้ได้แนวทางเพื่อให้เราพอจะนำมาใช้จริงบ้าง ดิฉันเองสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และเชื่อว่า ชีวิตนี้ดีขึ้นได้ จึงได้ศึกษาค้นคว้าในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และนำมาเป็นเป้าหมายในการหาแนวทางเพื่อทำให้เป็นไปได้โดยการเชื่อมโยงกับการคิดของคน วันนี้เรามานั่งดูกันสองประเด็นคือ ความสำเร็จ และความสุขในการทำงาน ซึ่งเป็นความปรารถนาของคนทำงานทั่วโลก แล้วจึงมาวิเคราะห์ดูว่าการคิดแบบเดิมเป็นเส้นทางนำไปสู่ความปรารถนาของผู้คนได้ในส่วนใดบ้าง และส่วนที่ ขาดอยู่นั่นแหละที่เป็นที่มาของการคิดแบบใหม่ที่จะช่วยให้คนทำงานมีการคิด ครบถ้วนทุกด้านที่จะทำให้เขาทำงานได้อย่างสำเร็จและมีความสุขโดยไม่มีความ ขัดแย้งในองค์กร ความสำเร็จในงานได้มาจากไหน ประเด็น ของความสำเร็จนั้น มีคนทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับความสำเร็จที่สุดจำนวนหนึ่งพันคน จากทั่วโลกว่าคนที่จะทำงานอย่างได้รับความสำเร็จควรมีทักษะใดบ้าง ผลปรากฏออกมาว่า ทักษะที่จำเป็นต่อความสำเร็จที่สุดสามทักษะ คือ • ทักษะด้านการคิด • ทักษะด้านคน • ทักษะด้านความรู้ ในสามทักษะนี้ทักษะด้านการคิดเป็นทักษะที่สำคัญที่สุด เพราะทักษะการคิดจะเป็นตัวดึงเอาทักษะอื่นๆ มาใช้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และเกิดประโยชน์สูงสุด ในทางตรงข้ามถ้าคนขาดทักษะด้านการคิด แม้จะมีทักษะด้านความรู้อย่างมาก แต่เขาจะไม่สามารถนำความรู้มาทำให้งานสำเร็จอย่างราบรื่น รวดเร็ว และมีคุณภาพได้ทันการณ์เท่าที่ควร คนมีความรู้สูงๆ หลายคนจึงทำงานไม่ค่อยเห็นออกมาเป็นผลงาน ทักษะด้านคนมีความสำคัญอย่างมากสำหรับคนทำงานทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะผู้บริหารเพราะผู้บริหารมีภารกิจที่ต้องทำงานให้สำเร็จโดยผ่านคนอื่น ซึ่งได้แก่ทีมงานทั้งหมด ความสามารถในการทำงานกับคนอื่นได้อย่างราบรื่นและปรองดองเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ส่งเสริมให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น ผู้บริหารจำเป็นต้องสร้างความสามัคคีกลมเกลียวขึ้นในทีมงานเพื่อให้คนทำงานประสานกันได้ดี ความสุขในการทำงานหาได้จากไหน ประเด็นของความสุขในการทำงาน การทำงานทำให้เรามีกิจกรรมเพิ่มเข้ามาในชีวิตที่นอกเหนือจากกิจวัตรประจำวันส่วนตัวและกิจกรรมของครอบครัว ในหนึ่งวันเราได้รับข้อมูลเข้ามาสู่ชีวิตจากสองส่วน คือ ข้อมูลจากในบ้าน และข้อมูลจากนอกบ้าน […]

สัตว์ที่เป็นมลทินตามธรรมบัญญัตินั้นมีลักษณะอย่างไร? 2/09

สัตว์ที่เป็นมลทินตามธรรมบัญญัตินั้นมีลักษณะอย่างไร? ถาม อีเห็น หนู ตัว เงิน ตัว ทอง ตุ๊กแก ตะกวด แย้ จิ้งเหลน และกิ้งก่า มีอะไรที่เหมือนกันจึงเป็นมลทิน ตอบ ถ้าจะมองอย่างกว้างๆ เราพบว่าสัตว์ที่มีรายชื่ออยู่นี้เป็นสัตว์สี่เท้าเหมือนกัน แต่มีขนาดไม่เท่ากัน ตุ๊กแก กับตะกวดอาจจะมีลักษณะคล้ายกัน แต่ตะกวดก็มีขนาดใหญ่กว่าตุ๊กแกมาก และดูเหมือนหนูกับอีเห็นก็จะไม่เข้าพวกสัตว์เหล่านี้เท่าไร และถ้าจะจัดแบบวิทยาศาสตร์ หนูนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีสี่เท้า แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่เหมือนสัตว์สี่เท้าที่เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ คือมันมีขาที่ค่อนข้างสั้น เนื่องจากขาที่สั้นนี้เองก็เป็นไปได้ที่เวลามันเคลื่อนที่ไปนั้น ท้องหรือตัวของมันก็จะติดหรือถูกพื้นดินได้ง่าย ส่วนตุ๊กแก ตะกวด แย้ และจิ้งเหลนนั้น ถูกจัดอยู่ในพวกสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งก็จะมีขาที่สั้น และเมื่อเคลื่อนไหว ท้องหรือลำตัวก็จะติดพื้นดิน ในพระคัมภีร์ภาษาฮีบรูจะเรียกสัตว์พวกนี้ว่า เชเรทซ เพราะเป็นสัตว์ที่มาจากหลายประเภท ไม่เพียงแต่สัตว์เลื้อยคลาน แต่รวมถึงสัตว์บก สัตว์น้ำ และพวกแมลงด้วย บางครั้งคำนี้มีคำที่พ้องกันในภาษาฮีบรูคือ เรเมส ซึ่งโดยปกติจะแปลว่า สัตว์เลื้อยคลาน พระคัมภีร์ภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ จะแปลว่า creeping things และมีบางฉบับแปลว่า reptiles ส่วนคำว่าเชเรทซ พระคัมภีร์ภาษาอังกฤษมักจะแปลว่า swarmersหรือ […]

จะตีความอุปมาอย่างไรดี? 1/09

จะตีความอุปมาอย่างไรดี? คำถาม : อุปมา เรื่อง “บ่าวที่สัตย์ซื่อและบ่าวที่ไม่สัตย์ซื่อ” ในพระธรรมมัทธิวบทที่ 24 ข้อ 45 ถึงข้อ 51 มีความหมายว่าอย่างไร? ทำไม จึงมีการลงโทษหนักถึงขนาดไม่ได้รับความรอดด้วย? คำตอบ : คุณ วันชัย โรจน์มานะวงศ์ ได้เขียนมาถามเกี่ยวกับอุปมาเรื่องนี้หลายคำถามทีเดียว คำถามเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับการแปล (Translation) นั่นหมาย ความว่า ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับตัวเนื้อหาของพระคัมภีร์ตอนนั้นๆ แต่เป็นคำถามเกี่ยวกับการตีความหมาย (Interpretation) ทางเรา ได้อ่านและสรุปประเด็นคำถามของคุณวันชัยออกมาให้กระชับรัดกุม ดังได้ปรากฏข้างต้น แต่ก่อนจะลงมือตอบ ผมก็อยากจะปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับอุปมา (parable) ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ก่อนว่าหมายถึงอะไร โดยมากเราจะคิดถึงอุปมาของพระเยซูในพระคัมภีร์ใหม่ แต่ในพระคัมภีร์เดิมก็มีเรื่องราวในลักษณะอุปมาด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เรื่องที่ผู้เผยพระวจนะนาธันเล่าให้กษัตริย์ดาวิดฟัง ซึ่งส่งผลให้ดาวิดกลับใจสารภาพบาป (2ซามูเอล 12:1-4) หรือ เรื่องที่โยธามบุตรคนสุดท้องของผู้วินิจฉัยกิเดโอนเล่าให้ชาวเมืองเชเคมฟัง เกี่ยวกับต้นไม้ต่างๆ เสาะหาต้นไม้ที่จะมาเป็นราชาของพวกมัน (วนฉ.9:8-15) หรือ บทเพลงรักชาวสวนองุ่นของผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ที่เรียกร้องให้ผู้ฟังตัดสิน ว่าใครผิด ระหว่างชาวสวนผู้ตรากตรำกับเถาองุ่นทรยศ (อสย.5:1-7) ดังนั้นกล่าวโดยสรุปก็จะได้ว่า อุปมา หมายถึง เรื่องเล่าที่ผู้ประพันธ์หยิบยกมาจากชีวิตประจำวันเพื่อจะสื่อความหมาย บางอย่างกับผู้ฟังในสมัยของเขา และจากหนังสือพจนานุกรมภาษาอังกฤษร่วมสมัยของบริษัทลองแมน ได้ให้คำนิยามของอุปมา (Parable) […]

วัยรุ่นล้มละลาย 1/09

วัยรุ่นล้มละลาย “ล้มละลาย!  ไม่เห็นจะเกี่ยวกับวัยรุ่นเลย” นี่อาจเป็นความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นเมื่ออ่านชื่อเรื่องนี้ก็เป็นได้  ใครๆก็มักคิดว่าวัยหนุ่มสาวเป็นวัยแห่งการเริ่มต้น  เป็นวัยแห่งการสร้างสรรค์ และมีเวลาอีกมากที่จะเรียนรู้ชีวิต  เชื่อเถอะครับว่าทีแรกผมเองก็ไม่ได้เห็นต่างไปจากผู้อ่านทุกท่านนักหรอก  แต่ไม่แน่ว่าเมื่ออ่านจนจบแล้วท่านอาจเริ่มเห็นด้วยกับผมขึ้นมาบ้าง เรามักใช้คำว่า “ล้มละลาย” กับคนที่มีหนี้สินมากจนรับผิดชอบไม่ไหว  แม้แต่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานก็ให้ความหมายที่คล้ายๆกันคือ “สิ้นเนื้อประดาตัว  หมดทรัพย์สมบัติของตัวฯ”  เพราะเรามักพูดถึงการล้มละลายในแง่ทรัพย์สินเงินทอง  แต่การล้มละลายในวัยรุ่นเป็นสิ่งที่แตกต่างออกไป  การล้มละลายที่สำคัญในชีวิตของเยาวชน  เป็นการล้มละลายเรื่องเวลานั่นเอง เมื่อคืนวานผมไปที่คริสตจักรสาธร  ได้ฟังอาจารย์สตีเฟ่น เหลียงพูดถึงเรื่องเวลาไว้อย่างน่าสนใจ  ลองคิดตามนะครับว่าถ้าเรามีรายได้ 1,440 บาทต่อวัน(43,200/เดือน)  เราจะบริหารการใช้เงินของเราอย่างไร  บางคนอาจเอาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆสักชุด  แต่บางคนกลับเลือกออมไว้และใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น  บางคนนำไปลงทุนให้เกิดกำไรก็มี  บางคนคงเริ่มสงสัยแล้วว่ามันเกี่ยวกับเวลายังไง?  เกี่ยวข้องอย่างมากครับ!  ท่านทราบไหมครับว่าเราทุกคนมี 1,440 นาที/วัน เท่าๆกัน  วิธีการใช้เวลานี่เองที่ทำให้วัยรุ่นสามารถกลายเป็นคนล้มละลายได้ จอร์จ ซานตายานา(ร้อยแปดพันเก้า ,2002) กล่าวว่า “บุคคลซึ่งไม่ยอมเรียนรู้จากประวัติศาสตร์  เขาผู้นั้นก็กำลังเรียนรู้ที่จะผิดซ้ำรอยเดิม”  ถ้าเราจะเรียนรู้เรื่องล้มละลายย่อมต้องเรียนรู้จากคนล้มละลาย  คนกลุ่มหนึ่งที่ล้มละลายทางเวลามากที่สุดก็คือ “กลุ่มเสพติดไซเบอร์” เด็กกลุ่มนี้จะเริ่มจากการใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตอย่างมาก  บางคนเล่นเกมออนไลน์วันละ 5-6 ชั่วโมง  บางคนก็แชทได้ทั้งคืน  จากนอนน้อยและมีเวลาเรียนน้อยก็เริ่มไม่นอนและไม่ยอมไปโรงเรียน  น้องนิ(นามสมมติ)เป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีปัญหานี้  ตอนที่ผมเข้าไปให้การช่วยเหลือ  น้องนิไม่ได้นอนมากกว่า 10 วันแล้ว  […]

เด็กติดเกม 1/09

เด็กติดเกม โลกของวัยรุ่น “เกม” ได้เข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิต โดยที่ผู้ปกครองและศิษยาภิบาล อาจจะไม่ทันคิด ว่าเกมจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตของวัยรุ่นเหล่านี้ การที่เด็กนั่งเล่นเกมที่บ้านก็ดีกว่าเด็กจะออกไปเที่ยวนอกบ้าน นั่งในร้านเกม ก็ดีกว่านั่งในผับหรือแหล่งอบายมุข ร้านเกมกลายเป็นบ้านหลังที่สองของเด็กๆ ศิษยาภิบาลได้เริ่มสังเกตุว่าเด็กหายไปจากคริสตจักรโดยสาเหตุมาจากหนีไปเล่นเกม แต่ไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร นอกจากการอธิษฐานเผื่อเด็กอย่างเดียว เกมได้สร้างปัญหาให้กับเด็กในระยะยาวโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว และกลายเป็นปัญหาระดับชาติ สาเหตุและทางออกของปัญหานี้อยู่ที่ไหน สถานการณ์ปัญหาเด็กติดเกม สรุปได้ว่า เด็กอายุ 10-14 ปี ร้อยละ 76.5 เล่นเกมออนไลน์มากที่สุด รองลงมาคืออายุ 15-19 ปี ร้อยละ 71.6 และอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 59.5 โดยเฉลี่ยจะเล่นเกมวันละ 9.2 ชม เด็กหนีออกจากบ้านมากขึ้น โดยส่วนมากจะพบที่ร้านเกม และมีบางส่วนที่ยังตามตัวไม่เจอ สาเหตุของการเสพติดเกม 1. ความเหงาเด็กถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว ความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ เด็กไม่มีเพื่อนเล่น สร้างความรู้สึกเจ็บปวด เด็กคิดว่า เขาถูกปฏิเสธ ขาดการยอมรับ ขาดความรักจากครอบครัว พ่อแม่ที่มุ่งเน้นทำงานหนัก จนลืมให้เวลากับลูก ลืมสวมกอด […]

ลมหายใจเป็นของพระเจ้า 1/09

ลมหายใจเป็นของพระเจ้า มคนเคยบอกว่า บางครั้งชีวิตก็เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย “เส้นด้าย” นั้นช่างบอบบางนัก อาจขาดอย่างง่ายดาย ชีวิตของ “คุณสมชาย สุขุมพันธนาสาร” ก็เคยเกือบอยู่ในจุดนั้นมาแล้ว ในขณะเดียวกัน ก็เป็นวาระหนึ่งของชีวิตที่ทำให้ตระหนักในสิ่งสำคัญยิ่งว่า “ลมหายใจเป็นของพระเจ้า” คุณสมชาย เกิดในครอบครัวคริสเตียน เป็นสมาชิกคริสตจักรไมตรีจิต สมรสแล้ว ภรรยาชื่อคุณปิยนุช มีบุตร 3 คน คือ ด.ญ.แพรวพราว อายุ 10 ปี ด.ช.ภูมิภัทร อายุ 7 ปี และ ด.ญ.ภัทราพร อายุ 5 ปี ปัจจุบันรับใช้พระเจ้าในตำแหน่งมัคนายกฝ่ายดนตรีที่คริสตจักรไมตรีจิต และยังมีส่วนในงานมิชชั่น และการประชุมต่างๆ ด้วย แม้จะเกิดในครอบครัวคริสเตียน แต่เขาก็ได้รู้จักและสัมผัสกับพระเจ้าจริงๆ เมื่อไปใช้ชีวิตในต่างประเทศตามลำพัง “การไปใช้ชีวิตในประเทศอเมริกา ทำให้ผมรู้จักกับพระเจ้ามากขึ้นเพราะผมไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่อายุ 18 ปี ไปศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ประสบการณ์ตรงนี้ทำให้ผมเห็นและสัมผัสกับพระเจ้าจริงๆ เพราะผมต้องเผชิญชีวิตด้วยตัวเอง ผมไม่รู้จักใครที่อเมริกา พระเจ้าได้จัดเตรียมที่เรียนให้ แม้กระทั่งเรื่องงานด้วย ผมไปถึงที่นั่นแค่ 2 อาทิตย์ […]

ความขัดแย้งในหมู่ผู้เชื่อ 4/08

ความขัดแย้งในหมู่ผู้เชื่อ วันนี้ผมอยากเขียนเกี่ยวกับหลักข้อเชื่อในชีวิตคริสเตียน ข้อนึงที่คนไทยรู้สึกว่าจะทำได้ยาก นั้นคือ ความขัดแย้งในหมู่ผู้เชื่อ สำหรับคนไทยนั้นความขัดแย้งมีอยู่จริง ดูได้ในทางโทรทัศน์ แต่วำหรับคริสเตียนไทยนั้น หลายคนคิดว่าความขัดแย้งเป็นบาป ก่อมาจากบาป หรือจะทำให้เกิดบาป ความจริงแล้วถูกต้องแค่ 33.33 % เพราะว่าความขัดแย้งไม่ได้เป็นบาปแต่อย่างใด หรือก่อจากความบาปแต่อย่างใด แต่มีโอกาสนำไปสู่ความบาปได้ ความจริงเรื่องความขัดแย้งในหมู่คริสตชนนั้นนำมาสู่ความเข้าใจผิดหลายอย่าง 1.การเผชิญหน้า คริสตชนไทยไม่ชอบการเผชิญหน้า คนไทยและวัฒนธรรมไทยไม่ส่งเสริมการเผชิญหน้ากัน ตอนผมเรียนอยู่ที่สหรัฐอมเริกาจำได้ว่าผมทำบางอย่างที่ไม่ควรในวัฒนธรรมของชาวตะวันตก เพื่อนผมที่เป็นคนอเมริกันตรงเข้ามาหาผม มองตาผมแล้วบอกผมว่า “วาระคุณทำอย่างนั้นไม่ได้ ไม่ควร… คุณต้องไปขอโทษเค้า”  มีกี่คนที่กล้าบอกคุณอย่างนี้ คริสตชนไทยควรเผชิญหน้ากันเมื่อเกิดความขัดแย้งไม่ใช่เพื่อจะทำให้เสียหน้า  แพ้  หรือยอมรับความผิด แต่เพื่อถวายเกียรติต่อพระเจ้า พระคัมภีร์สอนไว้ใน มัทธิว 5 : 24 ว่า “จงวางเครื่องบูชาไว้ที่หน้าแท่นบูชา และกบัไปคืนดีกับพี่น้องของผู้นั้นเสียก่อน แล้วจึงค่อมาถวายเครื่องบูชาของท่าน” พระองค์กำลังบอกเราง่ายๆ ว่า ถ้าเราไม่สามารถเผชิญหน้า และคืนดีกับมนุษย์ที่เรามองเห็น พุดคุย มีความสัมพันธ์ได้แล้ว นับอะไรกับพระเจ้าที่เรามองไม่เห็น 2. คริสตชนไม่จำเป็นจะต้องมีความเห็นเหมือนกันเสมอ หลายคนคิดว่าโบสถ์หรือคริสตจักรที่ดีคือ คริสตจักรที่ไม่มีปัญหา ทุกคนเห็นด้วยพร้อมต้องกันตลอดเวลา ในความเป็นจริงแล้ว คริสตจักรในโลกนี้และในประวัติศาสตร์ ไม่มีคริสตจักรใดที่เห็นด้วยกันทุกคนทุกเรื่อง […]

ยุติธรรมแล้วหรือที่อาโรนไม่ถูกลงโทษ 4/08

ยุติธรรมแล้วหรือที่อาโรนไม่ถูกลงโทษ คำถาม : เมื่ออ่านพระธรรมอพยพบทที่ 32 แล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไม อาโรนผู้เป็นพี่ชายของโมเสสจึงไม่ได้ถูกลงโทษร่วมกับคนอิสราเอลผู้กราบไหว้ รูปวัวทองคำ? มันไม่ยุติธรรมเลยมิใช่ หรือ? ขอท่านกรุณาแบ่งปันอธิบายให้กระจ่างเถิด คำตอบ : ก่อนที่จะตอบคำถามข้างต้น ก็ใคร่จะขอเท้าความสักหน่อยเพื่อจะเข้าใจได้ชัดแจ้งขึ้นดังนี้คือ ในพระธรรมอพยพบทที่ 24 ข้อ 12 ถึงข้อ 18 กล่าวถึง การที่โมเสสขึ้นไปบนภูเขาซีนาย ตามพระบัญญัติของพระยาห์เวห์ โดยท่านให้อาโรนพี่ชายของท่านและเฮอร์พี่เขยของท่าน (ตามความเข้าใจของยิวว่า เฮอร์คือสามีของมิเรียม) คอยให้คำปรึกษาชี้แนะแก่พวกผู้ใหญ่ของอิสราเอล หากมีปัญหาในระหว่างที่ท่านไม่อยู่ และจากพระธรรมอพยพบทที่ 25 จนถึงบทที่ 31 มีเนื้อหาสำำคัญเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ของพลับพลาเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ ในพลับพลา เสื้อตำแหน่งปุโรหิต พิธีกรรม การแต่งตั้งปุโรหิต และนายช่างผู้ชำนาญงาน  สื่งเหล่านี้พระ ยาห์เวห์ทรงสำแดงให้โมเสสทราบเพื่อท่านจะดำเนินการสร้างให้สำเร็จตามพระ ประสงค์ของพระองค์ ในพระธรรมอพยพบทที่ 32 ได้บันทึกเรื่องราวของการที่คนอิสราเอลขาดความอดทนในการรอคอยโมเสสกลับมา พวกเขาคอยอยู่ 40 วันแล้ว และสงสัยว่าโมเสสอาจสิ้นชีวิตแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงพากันมาขอให้อาโรนสร้างพระเป็นรูปวัวทองคำ เพื่อนมัสการด้วยถือว่าเป็นพระเจ้าที่ได้พาพวกเขาออกจากอียิปต์ อาโรนก็มิได้ห้ามปรามพวกเขาสิ่่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งคือ เฮอร์หายไปไหน? พระคัมภีร์ไม่ได้กล่าวถึงเฮอร์ในเหตุการณ์นี้เลย นักวิชาการพระคัมภีร์บางท่านสันนิษฐานว่า เฮอร์คงถูกคนอิสราเอลฆ่าตายเพราะปฏิเสธคำขอของพวกเขา และนี่เองเป็นความกดดันแก่อาโรนให้โอนอ่อนผ่อนตามเสียงข้างมาก แม้อาโรนจะพยายามจะเลี่ยงโดยออกอุบายขอตุ้มหูทองคำจากพวกเขา […]

พระพรหรือ…พระพักตร์? 4/08

พระพรหรือ…พระพักตร์? ย้อนหลังกลับไปราวกว่า 7 ปี ที่ลอส แองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา สมัยที่ดิฉันยังไม่รู้จักพระเจ้า… ทรงเตือนผ่านทูตสวรรค์ วันนั้นจำได้ว่าที่วัดไทยนอร์ทฮอลลีวู้ด มีการจัดงานบุญเทศกาลสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่หลายวันหลายคืน มีการทำบุญ ขายอาหารไทย การละเล่นแบบไทย ๆ และอะไรอีกมากมายเท่าที่สถานที่จะอำนวยให้จัดได้ ถ้าใครที่เป็นชาวพุทธเคยอยู่ที่ ลอส แองเจลิส ก็คงจะทราบดีว่าเวลามีงานวัดที่นั่น คนไทยจะแห่ไปทำบุญกันอย่างแน่นขนัด และจะตื่นเต้นสนุกสนานเป็นพิเศษ เพราะบรรยากาศในงานจะเหมือนกับเราได้อยู่เมืองไทยไปเที่ยวงานวัดยังไงยังงั้น โดยเฉพาะคนที่จากเมืองไทยไปนานๆ ร่วม 10 ปี แบบดิฉัน ยิ่งรู้สึกสนุกและตื่นเต้นเป็นพิเศษและอดไม่ได้ที่จะชวนเพื่อนฝูงไปเที่ยวทำบุญร่วมกัน และวันนั้นดิฉันก็ชวนพี่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งดิฉันได้มีโอกาสรู้จักเธออย่างไม่ได้ตั้งใจ และรู้แค่ว่าเธอชื่อพี่จุ๋ม เรารู้จักกันได้ไม่นานก็ค่อนข้างคุยกันถูกคอ “พี่จุ๋มไปทำบุญที่วัดไทยด้วยกันไหม มีงานวัดสนุกมากเลย” ดิฉันเอ่ยชวนเสียงใสและก็คิดว่าเธอต้องไปกับดิฉันแน่ แต่เธอกลับปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่า เธอเป็นคริสเตียน ไปทำบุญแบบดิฉันไม่ได้จึงขอตัว ดิฉันผิดหวังเล็กน้อยแล้วก็ถามเธอไปว่า ทำไมเธอถึงเป็นคริสเตียน แล้วคริสเตียนเขาเป็นกันยังไงเหรอแล้วทำไมทำบุญไม่ได้ล่ะ… เธอก็เล่าตอบแบบสรุปให้ฟังบางส่วนว่า ก่อนนี้เธอไม่ได้เชื่อพระเจ้า แต่วันหนึ่งเธอป่วยเป็นโรคที่หมอบอกว่าไม่มีทางรักษาหายขาด แต่เธอมีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวของพระเจ้าและได้อธิษฐานขอการทรงรักษา ปรากฏว่าเธอหายจากอาการโรคดังกล่าว ต่อมาคุณพ่อของเธอก็ป่วยเป็นโรคร้ายซึ่งหมอเองก็บอกว่าคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน เธอจึงอธิษฐานขอพระเจ้ารักษาคุณพ่อของเธอและในที่สุดคุณพ่อของเธอก็หายจากโรคร้ายนั้น นั่นเองทำให้เธอเดินเข้าโบสถ์เพื่ออธิษฐานขอเป็นลูกพระเจ้าด้วยตัวเธอเอง ดิฉันไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เธอพูดเท่าไรนัก สุดท้ายเธอก็บอกดิฉันว่า ถ้าดิฉันอยากรู้จักพระเยซูพระเจ้าของเธอ ให้ลองอธิษฐานดู มีปัญหาอะไรก็อธิษฐานขอได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย…เธอคงมีประสบการณ์ด้านนี้จึงท้าทายดิฉันอย่างมั่นใจ […]

1 70 71 72 73 74 84