Blog

โฮซันนาห์ ฮาเลลูยาห์ และ อาเมน มีความหมายว่าอย่างไร? 1/08

โฮซันนาห์ ฮาเลลูยาห์ และ อาเมน มีความหมายว่าอย่างไร? คำถาม : เมื่อเข้าประชุมทางศาสนาร่วมกับพี่น้องคริ สตชนแล้ว ได้ยินคำบางคำที่ไม่ทราบความหมายได้แก่โฮซันนา ฮาเลลูยาห์ และอาเมน ดังนั้น จึงขอท่านช่วยอธิบายที่มาและความหมายของคำเหล่านี้ด้วย คำตอบ : เรื่องที่ท่านถามมานั้น ขอตอบว่า คำ โฮซันนา ฮาเลลูยาห์ และอาเมน เป็นคำเฉพาะที่คนเป็นคริสเตียนนานแล้วพอจะเข้าใจบ้าง แต่สำหรับคนภายนอกก็จะไม่เข้าใจเลย คำทั้งสามที่กล่าวข้างต้นเป็นคำทับศัพท์ภาษาฮีบรูที่ใช้ในการนมัสการพระเจ้า เราพบทั้งสามคำในพระคริสตธรรมคัมภีร์ด้วย บางคำเราก็แปลทับศัพท์ คือ ถอดเอาเสียงมาจากภาษาเดิม โดยไม่ได้แปลความหมาย อย่างเช่น คำว่า “โฮซันนา” บางคำ เราก็แปลทับศัพท์บ้าง แปลความหมายบ้างแล้วแต่บริบท เช่น คำว่า “อา เมน”ซึ่งบางครั้งจะแปลว่า  “ความ จริง”หรือ  “สัจจะ”เป็นต้น บางคำเราแปลความหมายและมีเชิงอรรถอธิบายว่าในภาษาเดิมอ่านอย่างไร เช่น คำว่า “ฮาเลลูยาห์”จะแปลว่า “สรร เสริญพระยาห์เวห์”เป็นต้น อนึ่งเหตุผลที่แปลทับศัพท์ โดยไม่แปลความหมายก็เพราะเราไม่มีคำไทยที่จะสามารถสื่อความหมายได้เหมือน หรือตรงกับคำนั้นในภาษาเดิม ยกตัวอย่างเช่น ข้าวบาร์เลย์ ถั่วอัลมอนด์ มานา เป็นต้น ต่อไปนี้จะขออธิบายที่มาและความหมายของคำทั้งสามนั้น […]

เมื่อพระเจ้าทรงตีสอน 1/08

เมื่อพระเจ้าทรงตีสอน ข้าพเจ้าชื่อ นางรัชนี รัตตศิริ อายุ 67 ปี ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ เป็นสมาชิกคริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ ข้าพเจ้าเขียนคำพยานนี้เพื่อขอบพระคุณพระเจ้าผู้ทรงดูแลข้าพเจ้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระองค์ทรงตีสอนเมื่อข้าพเจ้าหลงจากทางของพระองค์ในอดีต และเมื่อข้าพเจ้าสำนึกผิดและขอรับการอภัยโทษ พระองค์ก็มีพระเมตตาต่อข้าพเจ้าซึ่งมากล้นจนสุดที่จะกล่าวถึง ข้าพเจ้าจึงโมทนาขอบพระคุณพระองค์และตั้งใจถวายช่วงชีวิตที่เหลืออยู่นี้เป็นพยานถึงความรักอันไม่มีขอบเขตของพระองค์อย่างแท้จริง เป็นพระพรของพระเจ้าที่ให้ข้าพเจ้ามีโอกาสได้อ่านวารสาร “คริสตสายสัมพันธ์” ด้วยความเอื้อเฟื้อให้ยืมอ่านจากพี่ศรีวิไล พูนทาจักร ซึ่งร่วมทำพันธกิจอาสาเยี่ยมผู้เจ็บป่วยด้วยกันทุกวันพุธที่คริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ ต่อมาข้าพเจ้าอยากให้น้องชายและญาติๆ หลายคนได้อ่านด้วย จึงเขียนมาถึงสมาคมพระคริสตธรรมไทย และทางสมาคมก็ได้กรุณาจัดส่งมาให้ 4 เล่ม ข้าพเจ้าจึงนำไปถ่ายเอกสารแล้วแจกจ่ายต่อไปยังผู้ที่สนใจ ส่วนหนังสือก็นำไปให้ผู้ที่มารับการรักษาแบบ “สัมผัสรัก” ซึ่งมีราว 10-30 คน ในวันอังคารที่ห้องพันธกิจได้อ่านขณะที่เขารอคอยคิวเพื่อจะเข้ารับการรักษา ซึ่งก็ขอขอบคุณทางสมาคมพระคริสตธรรมไทยด้วย ข้าพเจ้าคิดว่านี่ก็เป็นการนำพระพรไปสู่พวกเขาอีกทางหนึ่ง ต้นตระกูลแห่งความเชื่อ ขอเล่าถึงพื้นฐานของครอบครัวให้ฟังว่า ตระกูลของเราเป็นคริสเตียนมาตั้งแต่ต้น มีหลักฐานจากหนังสือ “ประวัติที่มาแห่งนามสกุล ชัยนิลพันธุ์-ไชยทิพย์” ของมูลนิธิตระกูล “ชัยนิลพันธ์” โดยคุณชัยยศ ชัยนิลพันธุ์ เป็นผู้รับมอบหมายให้พิมพ์แจกญาติพี่น้อง เล่ากันว่า ต้นตระกูลนี้ชื่อ “หมื่นพันทอง” ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ครอบครองเขลางค์นคร(ลำปาง) ท่านได้ช่วยเจ้ากาวิละแห่งเมืองเชียงใหม่รบกับพม่าจนออกไปจากลานนาไทย ท่านมีความเก่งกล้าในด้านไสยศาสตร์ ยิงไม่ออกและฟันไม่เข้า เมื่อเป็นแม่ทัพคุมกำลังไปทำสงคราม ณ ที่ใด […]

ไม่มีใครรักผมสักคน

ไม่มีใครรักผมสักคน คุณกมลรัตน์ ทองสิน ปัจจุบันอายุ 26 ปี (พ.ศ. 2550) เป็นครูสอนอิเลคโทน ประจำอยู่ที่โรงเรียนดนตรีสยามกลการ อ. เมือง จ. ตรัง  เป็นสมาชิกคริสตจักรตรัง และร่วมรับใช้พระเจ้าในพันธกิจต่างๆ ของคริสตจักร ไม่มีใครรักผมสักคน ใครๆ ชอบเรียกผมว่า “เสก” ผมเองก็ชอบชื่อนี้เพราะคิดว่าถ้าผม “เสก” อะไรต่อมิอะไรได้ดังใจ ผมจะ “เสก” ให้พ่อแม่มาหาผมสักครั้ง ตั้งแต่จำความได้ ผมไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร อยู่ที่ใหน ชีวิตมีแต่ยายและน้าๆ ผมเกิดที่ภูเก็ตเมืองฟ้าเมืองสวรรค์ที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะมาเยือน แต่สำหรับผมมันเป็นนรกที่อยากจะหนีไปให้ไกล ผมรู้สึกว่าชีวิตไม่มีค่าไม่มีใครรัก ผมจำได้ตอนที่ผมเป็นเด็กผมอยากมีของเล่นเหมือนคนอื่นบ้าง แต่เชื่อไหมไม่เคยมีใครซื้อของเล่นให้ผมเลย ผมต้องไปขอเพื่อนๆ ข้างบ้านเล่น แต่พวกเขาก็ไม่ค่อยให้ผมเล่นด้วย บางทีเมื่อเราทะเลาะกัน พวกเพื่อนๆ ก็จะด่าผมว่า “ไอ้ลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่” ทำให้ผมเสียใจมาก มันเป็นความรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น มันเป็นความผิดของผมด้วยหรือ ผมจะตั้งคำถามกับตัวเอง “ทำไมพ่อแม่ต้องทิ้งเราไป”   ผมรู้สึกอิจฉาเพื่อนๆ ที่มีพ่อแม่พาไปเที่ยวในวันหยุดขณะที่ไม่มีใครสนใจผม ผมต้องหางานทำตั้งแต่เป็นนักเรียนชั้นประถมต้น เพื่อที่จะมีเงินซื้อของเล่นแบบเพื่อนบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ต้องเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนของตนเอง ปล่อยไปตามกรรม ชีวิตที่อาศัยอยู่กับยายและน้าๆ ของผมกระท่อนกระแท่นเต็มที ผมสัมผัสได้กับความไม่สนใจใยดีของเขา ไม่ว่าผมจะทำอะไรก็ดูเหมือนจะผิดไปหมด […]

ทำไมคำจารึกข้อหาพระเยซูบนไม้กางเขนในพระกิตติคุณสี่เล่มจึงไม่เหมือนกัน? 4/07

ทำไมคำจารึกข้อหาพระเยซูบนไม้กางเขนในพระกิตติคุณสี่เล่มจึงไม่เหมือนกัน? คำถาม : เหตุใดพระกิตติคุณทั้งสี่เล่มคือ มัทธิว มาระโก ลูกา และยอห์น จึงได้บันทึกคำจารึกบนป้ายที่ติดไว้บนกางเขนซึ่งใช้ตรึงพระเยซูคริสต์ด้วย ข้อความที่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ดังนี้ มัทธิว 27:37       “คนนี้คือเยซู กษัตริย์ของชนชาติยิว” มาระโก 15:26     มีคำจารึกข้อหาที่ลงโทษพระองค์ไว้ว่า “กษัตริย์ของพวกยิว” ลูกา 23:38         “คนนี้เป็นกษัตริย์ของพวกยิว” ยอห์น 19:19       ปีลาตให้เขียนป้ายติดไว้บนกางเขนอ่านว่า “เยซูชาวนาซาเร็ธ กษัตริย์ของพวกยิว”(จากพันธสัญญาใหม่ฉบับมาตรฐาน 2002) คำตอบ : ผู้อ่านคงจะสงสัยว่าหากพระคริสตธรรม คัมภีร์เขียนขึ้นโดยการดลใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างแน่นอนแล้ว ก็น่าจะไร้ข้อผิดพลาดและจะต้องสอดคล้องกันทุกประการ แต่เหตุใดพระกิตติคุณทั้งสี่เล่มที่บันทึกเรื่องราวเดียวกันจึงได้ระบุราย ละเอียดที่ยังแตกต่างกันอยู่บ้างในประเด็นนี้?  แล้วข้อ ความจารึกที่แท้จริงคืออะไร? เราทราบว่าปีลาตเป็นผู้คิดข้อ ความกล่าวหาพระเยซูที่ใช้ติดไว้บนป้ายเหนือพระเศียรของพระองค์บนไม้ กางเขน ความแตกต่างในประเด็นปลีกย่อยเหล่านั้นจึงเป็นที่ สงสัยของนักศึกษาพระคริสตธรรมคัมภีร์มานานหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ “การ ไร้ข้อผิดพลาดของพระคัมภีร์” กลายเป็นประเด็นสำคัญยิ่งในการอภิปรายทางวิชาการในปัจจุบัน จากข้อความในพระกิตติคุณทั้งสี่เล่มด้านบน เราจะสังเกตเห็นส่วนที่เหมือนกันคือ “กษัตริย์ของพวกยิว” (King of the Jews) เพราะเหตุใดส่วนนี้จึงสอดคล้องกัน? พระ ธรรมยอห์นได้ให้คำบอกใบ้ซึ่งมีคุณค่ามากคือ “พวกยิว จำนวนมากได้อ่านป้ายนี้ เพราะที่ที่เขาตรึงพระเยซูนั้นอยู่ใกล้กับกรุง และป้ายนั้นเขียนเป็นภาษาฮีบรู ภาษาลาติน และภาษากรีก” (ยอห์น 19:20) […]

ตามหาอาม่าฮุ้ยเจ็ง 4/07

ตามหาอาม่าฮุ้ยเจ็ง   สืบเนื่องจากบทสัมภาษณ์พิเศษในคริสตสายสัมพันธ์ฉบับที่ 3/2007 เรื่อง “ปาฏิหาริย์มีจริง” ของ “ดาวและน้องบอล” ลูกชาย (นามสมมุติ) ผู้ติดเชื้อเอช. ไอ. วี. สมาคมพระคริสตธรรมไทยยินดีที่ได้ทราบจากผู้อ่านหลายท่านว่าคำพยานชีวิตนี้เป็นที่ประทับใจ ขณะเดียวกันพี่น้องหลายท่านก็คงได้รับการหนุนใจจากการดีของ “อาม่าฮุ้ยเจ็ง” ที่ได้สำแดงความรักและความสงสารต่อคนยากไร้ตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ สมาคมฯ เชื่อว่ามีผู้อ่านหลายท่านคิดเหมือนกับ “ดาว” คืออยากพบและรู้จัก “อาม่าฮุ้ยเจ็ง” ว่าท่านเป็นใคร มีตัวตนจริงหรือไม่ หรือจะเป็นทูตสวรรค์ที่พระเจ้าส่งมาพร้อมกับแสงเทียนเพื่อ “ดาว” จะพบทางออกท่ามกลางความมืดมิดในเวลานั้น ขบวนการตามหาอาม่าฮุ้ยเจ็ง ข้อมูลที่สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้รับจากดาวเกี่ยวกับอาม่าฮุ้ยเจ็งมีไม่มากนัก แต่นับว่าเป็นประโยชน์มากทีเดียว เช่น “คริสตจักรกรุงไทย” และ “อาม่ากำลังย้ายบ้านไปอยู่ที่หมู่บ้านเสรีซอย 10” เจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ จึงติดต่อไปยังคริสตจักรกรุงไทย ถนนอโศก-ดินแดง ปรากฏว่ามีบุคคลชื่อนี้อยู่จริงและเป็นที่รู้จักกันในนาม “ฮุ้ยเจ็งอี๊”  ด้วยความร่วมมืออย่างดีของเจ้าหน้าที่คริสตจักรกรุงไทย เราได้หมายเลขโทรศัพท์บ้านของอาม่าฮุ้ยเจ็ง รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์มือถือของลูกชายท่าน และท้ายที่สุดเราก็ได้สนทนากับท่านทางโทรศัพท์ เราพบว่าท่านเคยมีบ้านอยู่แถวดินแดง และได้ย้ายมาอยู่ที่เสรีซอย 10 ประมาณ 5 ปีที่แล้ว เมื่อท่านอยู่ที่ดินแดงท่านได้ไปหาหมอที่อนามัยดินแดงอยู่เป็นประจำทุกเดือน ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เรามั่นใจว่าเราได้เจออาม่าที่ดาวได้เคยพบแล้ว เมื่อเราถามถึงเหตุการณ์ที่อนามัยดินแดงเรื่องผู้หญิงและเด็กเล็กๆ ที่อาม่าเคยช่วยเหลือและเป็นพยานเรื่องพระเยซู อาม่าจำไม่ได้เนื่องจากเวลาผ่านไปหลายปีแล้ว […]

ตอนบัลลังก์ชีวิต 4/07

ตอนบัลลังก์ชีวิต สวัสดีครับ คุณผู้อ่านทุกๆ ท่าน ในช่วงเทศกาลคริสตมาสนี้คุณมีแผนจะไปเที่ยวที่ไหนหรือทำอะไรกันบ้างครับ ตัวผมเองไม่สามารถคิดไกลไปถึงวันหยุดแค่คิดว่าจะผ่านแต่ละอาทิตย์ไปได้อย่างไร ก็หนักหนาเอาการอยู่แล้วครับ ยิ่งใกล้วันคริสตมาสผมก็ยิ่งเหนื่อย เพราะรับเชิญไปร่วมงานคริสตมาสเพื่อแบ่งปันและร้องเพลงหลายแห่งมาก แต่ก็ดีนะครับ ผมจะได้เข้าใจถึงความรู้สึกของมารีย์และโยเซฟว่าทั้งสองต้องเหน็ดเหนื่อยเพียงใด เมื่อต้องเดินทางไปในทะเลทรายเพื่อไปจดทะเบียนสำมะโนครัว เอาละครับผมว่าเข้าเรื่องเลยดีกว่า… ไม่นานมานี้ผมพากลุ่มอนุชนไปเข้าค่ายที่ชะอำ เรามีเกมหนึ่งที่สามารถเล่นได้ไม่ยากนักในเวลาที่จำกัด ผมประกาศว่า “ใครสามารถสร้างปราสาททรายใหญ่และแข็งแรงที่สุด จะชนะและได้แต้ม” น้องๆ ทั้ง 5 กลุ่มต่างช่วยกันสร้างปราสาท โดยไม่รู้เลยว่าที่จริงแล้วพี่ไล้ฟ์ต้องการเวลาพักบ้าง ขณะนั่งดูน้องๆ ผมสังเกตปฏิกิริยาของแต่ละกลุ่ม บางกลุ่มเน้นที่ความใหญ่จึงวิ่งตีเส้นขอบปราสาททรายจากหัวหาดถึงท้ายหาด บางกลุ่มเน้นความสูง บางกลุ่มเน้นความสวยงาม (มีสระว่ายน้ำด้วย) ผมสังเกตว่าเมื่อกลุ่มอื่นเดินผ่านหรือแวะมาดูอีกกลุ่มหนึ่ง เจ้าของกลุ่มจะปกป้องไม่ยอมให้ใครเข้ามาใกล้เขตของตน “นี่กลุ่มของฉัน” “เธอไม่เกี่ยว” “ไปไกลๆ เลย” ผมเห็นแล้วก็แอบยิ้ม พร้อมทั้งดื่มน้ำเย็นๆ ใต้ร่มไม้รอน้องๆ ทำให้เสร็จ น่าประหลาดใจว่าช่วงเวลาเช่นนี้ผมได้พบความจริงบางประการที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน และเพิ่งมาตระหนักว่าเป็นเรื่องฝ่ายวิญญาณที่เราหลายคนมองไม่เห็น เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ และอยู่ในตัวเรานี่เอง เมื่อ 2000 กว่าปีมาแล้ว กษัตริย์เฮโรดได้สร้างอาณาจักรของตน ท่านได้รับตำแหน่งกษัตริย์ มีความยิ่งใหญ่ พลัง อำนาจ ทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศนั้นเป็นของท่าน เรียกได้ว่าตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ เนื่องจากผมสอนวิชาประวัติศาสตร์ที่โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง ทำให้ผมได้รู้ว่าฟาโรห์คนแรกของอียิปต์คือ […]

คริสเตียนกับความกลัว 2/07

คริสเตียนกับความกลัว หลายท่านที่ได้ติดตามอ่านบทความของผมในคริสตสายสัมพันธ์ อาจคิดว่าเรื่องบางเรื่องไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับชีวิตของตนเองเลย แต่ในวันนี้ผมรับรองว่าเกี่ยวแน่ๆ เกี่ยวอย่างมาก และมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตคริสเตียน นั่นคือ “คริสเตียนกับความกลัว” คริสเตียนหลายคนอาจคิดว่า “ฉันไม่กลัว” แต่วันนี้ผมอยากจะพูดถึงความจริงเรื่องหนึ่งคือ “ทุกคนล้วนแต่มีความกลัวกันทั้งนั้น” แต่จะมีวิธีแสดงออกต่างกัน แท้จริงแล้วคนที่บอกว่าไม่กลัวอะไรนั้น กลับน่าเป็นห่วงที่สุด เพราะความไม่รู้จักกลัวอาจทำให้เขามองข้ามสิ่งที่ไม่ดี ไม่ระวังอันตราย และไม่ระวังระไวต่อความเสี่ยงที่มีผลกระทบโดยตรงต่อตนเองและผู้อื่น เมื่อพูดถึงเรื่องความกลัวแล้ว ผมมีคำถามหนึ่งคือ “เรากลัวอะไร” บางคนอาจบอกว่ากลัวแมลงสาบ กลัวผี กลัวความมืด กลัวอนาคต กลัวใจตัวเอง (ฟังดูน้ำเน่านะครับ) กลัวภรรยา (หลายคนอาจจะถามว่ารวมตัวผมด้วยใช่ไหม ผมก็แค่เกรงใจเธอเท่านั้นแหละครับ) ที่จริงแล้วผมกลัวความจนและกลัว ความสูง ตอนที่ผมยังเรียนปริญญาโทอยู่ที่อเมริกา ผมมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมแฟน (ปัจจุบันคือภรรยาผมนี่เองครับ) ที่รัฐ California กับเพื่อนๆ พวกเราไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน แฟนผมพาผมไปต่อแถวเครื่องเล่นหนึ่งซึ่งผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มีคนต่อแถวกันยาวมาก เราใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าจะได้ตั๋ว พอผมรู้ว่ามันคือรถไฟเหาะตีลังกาที่มีกำลังเหวี่ยงแรงที่สุด โดยจะหมุนเป็นเกลียว 6 รอบติดกัน ผมแทบลมใส่ จะถอนตัวก็ไม่ได้เพราะกลัวจะเสีย “แมน” (หมดท่าความเป็นลูกผู้ชาย) ในใจผมกลัวสุดขีด น้ำตาและของเหลวบางอย่างในร่างกาย (คงเดากันได้นะครับว่าเป็นอะไร) เกือบไหลออกมา ผมกลัวจนขาสั่น […]

ความจริงของการแปลพระคัมภีร์ไทย ของสมาคมพระคริสตธรรมไทย 07

ความจริงของการแปลพระคัมภีร์ไทย ของสมาคมพระคริสตธรรมไทย มีคริสตชนหลายท่านได้สนใจไต่ถามว่า สมาคมพระคริสตธรรมไทยมีหลักการและขั้น ตอนในการแปลพระคัมภีร์อย่างไร สมาคมฯ จึง ขอใช้พื้นที่ในคริสตสายสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นกรณี พิเศษอธิบายหลักการที่สําคัญๆ ของการแปล พระคัมภีร์ไทยฉบับมาตรฐานของสมาคมพระ คริสตธรรมไทย สรุปได้ดังนี้ แปลจากสําเนาต้นฉบับภาษาฮีบรูและ กรีกโดยผู้เชี่ยวชาญ พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยของ สมาคมพระคริสตธรรมไทยเป็นฉบับมาตรฐาน ที่เป็นที่ยอมรับของคริสตจักรไทยและคริสตชน ไทยมาช้านาน (ตั้งแต่ฉบับ ค.ศ.1940) แต่ก็ ยังมีความเข้าใจผิดกันว่าพระคัมภีร์ไทยของ สมาคมฯ แปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ใน ความเป็นจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อพระ คัมภีร์ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยนั้น คณะผู้ แปลซึ่งประกอบด้วยมิชชันนารีชาวต่างชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิคนไทยได้ยึดสําเนาพระคัมภีร์ ภาษาฮีบรูในการแปลพันธสัญญาเดิม และ สําเนาภาษากรีกในการแปลพันธสัญญาใหม่ เป็นหลัก โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทยได้ เชิญผู้แปลที่มีความรู้ภาษาฮีบรูและกรีกเป็น อย่างดี เป็นนักวิชาการพระคัมภีร์ที่มีชื่อเสียง และหากเป็นชาวต่างชาติก็ต้องมีความรู้ภาษาไทยเป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น กรรมการยก ร่างคําแปลฯ ของฉบับ 1971 ประกอบด้วย ศาสนาจารย์ศรัณย์ ชัยรัตน์ อดีตคณบดีคณะ ศาสนศาสตร์แมคกิลวารี มหาวิทยาลัยพายัพ พร้อมทั้งผู้ร่วมงานของท่านคือ ดร.เฮอร์เบิร์ต เกรเธอร์ […]

ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้ตัวอักษรไทยในการแปลพระคัมภีร์ภาษาถิ่น หรือภาษาชนเผ่าบางภาษา? 2/07

ทำไมสมาคมพระคริสตธรรมไทย ใช้ตัวอักษรไทยในการแปลพระคัมภีร์ภาษาถิ่น หรือภาษาชนเผ่าบางภาษา? ถาม มีพระคัมภีร์ภาษาถิ่นหรือภาษาชนเผ่าบางภาษาที่ใช้ตัวอักษรไทย เช่น ภาษากะเหรี่ยงโปว์ (Pwo Karen) ภาษาอูรักลาโว้ย (Urak Lawoi) ทําไมสมาคมฯ จึงใช้ตัวอักษรไทย (Thai Script) ในการสะกดเพื่อออกเสียงภาษาเหล่านี้ในพระ คัมภีร์? ตอบ ก่อนจะตอบคําถาม อยากจะให้ท่านผู้อ่านได้ทราบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยว กับการแปลพระคัมภีร์ภาษาถิ่น (Dialects) หรือภาษาชนเผ่า (Tribal Languages) หรือบางครั้งก็เรียกว่าภาษาชนกลุ่มน้อย (Minority Languages) โดยสังเขป 1. องค์กรที่ทํางานด้านการแปลพระคัมภีร์ องค์กรคริสเตียนหลักที่มีบทบาทสําคัญในการแปลพระคัมภีร์ภาษาถิ่น มีอยู่ สององค์กรด้วยกันคือ สหสมาคมพระคริสตธรรมสากล (United Bible Societies เรียกชื่อย่อว่า UBS) เป็นองค์กรที่มีหน้าที่บริหารและกํากับดูแลสมาคมพระคริสตธรรมในประเทศและ ภูมิภาคต่างๆ ซึ่งเป็นสมาชิกอยู่ทั่วโลก (รวมทั้งสมาคมพระคริสตธรรมไทยด้วย) UBS มีหลักการว่าการจะแปลพระคัมภีร์เป็นภาษาใด จะต้องมีผู้ใช้ภาษานั้นอย่างน้อย 100,000 คน ขึ้นไป องค์การผู้แปลพระคัมภีร์วิคลิฟ (Wycliffe Bible Translators […]

พระ + เจ้า ? พระเจ้า 2/07

พระ + เจ้า ? พระเจ้า สมาคมพระคริสตธรรมไทยขอขอบพระคุณ ผป. วีระศักดิ์ เสรีกิตติกุล คริสตจักรสังขะฤกษ์ อ. เมือง จ. ระยอง ที่ได้ให้คำพยานเพื่อพิมพ์ในคริสตสายสัมพันธ์ ท่านเป็นนักธุรกิจอายุ 38 ปี เจ้าของ หจก. เสรีกิตติกุลโลหะกิจ (กิจการโรงกลึง) ต. แกลง อ. เมือง จ. ระยอง ภรรยาชื่อคุณวิสุดา เสรีกิตติกุล มีบุตร 3 คนชื่อ ทศพร “เซฟ” (Save) อายุ 14 ปี ทศพล “เซิฟ” (Serve) อายุ 11 ปี และล่าสุดมีบุตรสาวเกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2007 ชื่อ นารดา “เฟบี” (ชื่อสตรีในพระคัมภีร์ในพระธรรมโรมบทที่ 16:1) ครอบครัวใหญ่ในวัยเด็ก […]

1 71 72 73 74 75 84