พระเจ้าให้ผมเลิกบุหรี่และอบายมุข 3/05
พระเจ้าให้ผมเลิกบุหรี่และอบายมุข ชื่อเดิมของผมชื่อวิรัตน์ พรมลี ตอนอายุ 39 ปี เป็นพนักงานธุรการของสมาคมพระคริสตธรรมไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2539 ผมเป็นคริสเตียนมา14 ปีแล้ว เป็นสมาชิกของคริสตจักรชีวิตใหม่สวนพลู ถนนสาทร กรุงเทพฯ ผมขอให้เรื่องราวของผมเป็นการตอบสนองพระคุณของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด เป็นการแสดงความเคารพแก่ปู่ย่าและอา 2 คนผู้เลี้ยงดูผมตอนเป็นเด็ก และที่สำคัญที่สุดเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าผู้ทรงตามหาและฉุดผมขึ้นมาจากปลักแห่งความหายนะอย่างอัศจรรย์ ผมเกิดที่กรุงเทพฯ พ่อกับแม่เป็นชาวอีสานทั้งคู่และแยกทางกันตั้งแต่ผมอายุ 2 ขวบเพราะพ่อเป็นคนที่ชอบเล่นการพนันและดื่มเหล้ามาก และมักจะอยู่กับเพื่อน ๆ มากกว่าครอบครัว ซึ่งแม่ไม่ชอบนิสัยของพ่อตรงนี้ก็เลยเลิกร้างกันไป ผมมีน้องชายอีกคนหนึ่ง เมื่อพ่อแม่เลิกกันก็แบ่งลูกกันไปคนละคน แม่บอกว่าผมเป็นคนที่รักพ่อมากตั้งแต่เด็กมาแล้ว มักจะกอดและเล่นกับพ่อเป็นประจำ วันที่พ่อแม่เลิกกันผมร้องไห้ตามพ่อก็เลยได้ไปอยู่กับพ่อ และไม่ได้เจอกับแม่อีกเลยจนผมโตเป็นหนุ่ม พ่อได้พาผมไปอยู่บ้านอาที่ชลบุรีจนถึงอายุ 6 ขวบ ปู่ก็มารับกลับไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ผมอยู่กับปู่ย่า อาผู้หญิงสองคนและแฟนของอาอีกสองคน และลูกชายของอาคนที่ 3 ซึ่งพ่อแม่ของเขาก็เลิกร้างกันไปเหมือนกันชีวิตของผมเริ่มต้นด้วยความทุกข์ยากที่นี่เมื่อปู่รับผมมาแล้ว พ่อก็แทบจะลืมผมไปเลย พ่อทำงานเป็นกรรมกรอยู่ที่ท่าเรือคลองเตยในกรุงเทพฯ นานๆ จะกลับบ้านที่อุบลฯ สักครั้ง และไม่เคยซื้อของหรือส่งเงินหรือส่งข่าวอะไรมาบ้านเลย จนปู่กับย่าบอกผมว่าพ่อเอ็งตายไปแล้วมั้ง ผมเฝ้าถามตัวเองว่าเมื่อไหร่พ่อจะกลับเสียที ผมคิดถึงพ่อเหลือเกิน ผมจะดูรูปของพ่อหรือกระเป๋าเสื้อผ้าของพ่อที่ได้ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าเป็นประจำ หรือเวลาไปเลี้ยงควายก็จะขึ้นไปบนเนินสูงๆ ชะเง้อคอมองไปทางกรุงเทพฯ เห็นแต่เสาไฟฟ้าแรงสูงที่วิ่งผ่านทุ่งนา ซึ่งก็แปลกที่สิ่งเหล่านั้นช่วยคลายความคิดถึงพ่อได้ดีทีเดียว ผู้ที่เลี้ยงดูผมในขณะที่พ่อไม่อยู่ด้วยก็คือปู่ย่าและอาทั้งหลาย ผมกับลูกของอาที่พ่อเขาเลิกไปต้องทำงานหนักมากในแต่ละวัน […]
