Blog

พระธรรมมาระโกและพญาสีหนาท

พระธรรมมาระโกและพญาสีหนาท เจ้าพญาสีหนาท ผู้มีอำนาจและมีตำแหน่งสูงในเมืองลำปาง ได้เดินทางลงมากรุงเทพฯประมาณปี ค.ศ. 1858 ท่านได้พบกับนายแพทย์แดน บิช บรัดเลย์ (ค.ศ. 1835-1873) และได้รับหนังสือภาษาไทยซึ่งเป็นพระกิตติคุณมาระโก (พิมพ์ที่ประเทศสิงคโปร์ปี ค.ศ.1840) ท่านได้นำหนังสือนี้กลับไปยังจังหวัดลำปาง อาจเข้าใจได้ว่าท่านเป็นคนแรกในภาคเหนือที่ได้อ่านพระคัมภีร์ของคริสเตียน แต่ท่านก็ไม่ได้แสดงความเชื่อของท่านจากการได้อ่านพระวจนะของพระเจ้า เพราะเวลานั้นที่ลำปางไม่มีโบสถ์คริสเตียนและไม่มีมิชชันนารี 20 ปีต่อมาความศรัทธาได้นำมาสู่การเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ ประมาณปี ค.ศ. 1877-1878 พญาสีหนาทได้ประสบกับปัญหาทางการเมืองและปัญหาส่วนตัว ปัญหาการเมืองคือได้มีการแบ่งแยกกันเป็นก๊กเป็นเหล่า และพวกเจ้าที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับพญาสีหนาทเริ่มมีอำนาจมากขึ้นในการปกครอง ปัญหาส่วนตัวคือเจ้าพญาสีหนาทเป็นหนี้คนอื่นด้วยเงินเป็นจำนวนมาก และท่านไม่มีเงินพอจะชำระหนี้ และความจริงนั้นท่านถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่มีความยุติธรรม ท่านจึงไม่ยอมชำระหนี้ ด้วยปัญหาดังกล่าว พญาสีหนาทจึงเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าอุปราชซึ่งเป็นเพื่อนของท่าน ตอนแรกเจ้าอุปราชเชียงใหม่สัญญาว่าจะช่วยเหลือในปัญหาดังกล่าว ในช่วงเวลาที่พักอยู่ในเมืองเชียงใหม่ พญาสีหนาททราบว่ามีมิชชันนารีมาประจำอยู่ที่ เชียงใหม่และอยากทราบอีกว่าเป็นกลุ่มเดียวกับหมอบรัดเลย์ที่มอบพระคัมภีร์ให้ท่านหรือไม่ พญาสีหนาทจึงไปพบมิชชันนารีผู้นั้นซึ่งก็คือศาสนาจารย์ดานิเอล แมคกิลวารี (ค.ศ.1858–1911) ทันทีที่ศาสนาจาร์แมคกิลวารีได้เผชิญหน้ากับพญาสีหนาท เขารู้สึกทึ่งที่ได้เห็นว่าชาวล้านนาเชื้อสายเจ้าท่านนี้มีร่างกายสูงสง่าดุจขุนนาง พญาสีหนาทเอานิ้วชี้ทั้งสองชี้ไปที่หูของตน ถามว่า “ถ้าศาสนาจารย์แมคกิลวารีพูดว่า “เอฟฟาธา” จะทำให้คนหูหนวกได้ยินหรือหายเหมือนพระเยซูคริสต์ตรัสแก่คนหูหนวกหรือไม่” ศาสนาจารย์แมคกิลวารีแปลกใจมากที่ได้ยินชาวล้านนาพูดภาษาอาราเมคว่า “เอฟฟาธา” ด้วยสำเนียงชาวลำปาง ที่พญาสีหนาทถามคำถามนี้ก็เพราะท่านได้อ่านเรื่องนี้ในพระกิตติคุณมาระโก 7:31-37 และพญาสีหนาทท่านเป็นคนหูตึงนั่นเอง เนื่องด้วยท่านมีปฏิสัมพันธ์กับมิชชันนารี เจ้าอุปราชเชียงใหม่ซึ่งเป็นน้องชายของเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ (พ.ศ. […]

ให้ม้านำรถ ไม่ใช่รถนำม้า

ให้ม้านำรถ ไม่ใช่รถนำม้า ในห้องเรียนของเด็กชั้นมัธยมปลายแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ครูให้นักเรียนเขียนเรียงความ เรื่องความฝันของฉัน (My Dream) นักเรียนชายอายุประมาณ 15 ปี ชื่อ มอนตี้ เขียนเรียงความว่าตนฝันอยากเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงม้าที่มีเนื้อที่กว้าง ใหญ่มหาศาลเท่านั้นเท่านี้ กำหนดตัวเลขไว้ชัดเจน กลางฟาร์มม้านั้นจะสร้างอาคารกว้างยาวเท่านั้นเท่านี้ เพื่อเป็นที่ต้อนรับผู้คนที่จะมาศึกษาดูงานฟาร์มม้าของตน มอนตี้อธิบายทุกอย่างชัดเจนละเอียดลออครบถ้วน แล้วส่งเรียงความนั้นให้กับครูเช่นเดียวกับ เพื่อนๆ เมื่อครูตรวจเสร็จแล้วแจกเรียงความนั้นคืนให้นักเรียนทุกคน มอนตี้รีบดูผลการตรวจของครู ปรากฏว่า ตรงมุมกระดาษด้านบนมีตัวหนังสือสีแดงเขียนตัว F ซึ่งแปลว่าตก หรือ Fail และมีข้อความเขียนไว้ว่า “พบครูหลังเลิกเรียนแล้ว” เมื่อมอนตี้เข้าไปพบครูตอนเย็น ครูบอกกับเขาว่า “มอนตี้ เธอฝันว่าจะเป็นเจ้าของฟาร์มม้าที่ใหญ่ขนาดนั้นน่ะ เธอรู้มั้ยว่ามันต้องใช้เงินมากมายมหาศาลเลยนะ แล้วตอนนี้ทางบ้านของเธอมีเงินแค่ไหน ฝันของเธอเป็นไปไม่ได้เลย เอาอย่างนี้ละกัน มอนตี้ เธอกลับบ้านแล้วเขียนเรียงความฉบับใหม่มาให้ครูพรุ่งนี้ คราวนี้เขียนฝันที่พอจะมีทางเป็นไปได้หน่อยนะ แล้วครูจะให้คะแนนใหม่แทนคะแนน F ที่เธอได้นี้” มอนตี้กลับบ้านแล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พ่อฟัง พร้อมขอคำแนะนำว่าตนควรจะทำอย่างไรดี เมื่อพ่อของมอนตี้อ่านฝันที่มอนตี้เขียนจบแล้วจึงพูดกับมอนตี้ว่า “นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตของลูกทีเดียว พ่อว่าลูกต้องคิดและเลือกเองแล้วล่ะ” เช้าขึ้นมอนตี้ไปพบครูพร้อมทั้งส่งเรียงความฉบับเดิมให้แก่ครู และบอกกับครูว่า “ครูเก็บ F ของครูไว้เถอะครับ ผมจะเก็บฝันของผมไว้ […]

พระคัมภีร์ทั้งเล่ม อ่านจบในสามวัน

พระคัมภีร์ทั้งเล่ม อ่านจบในสามวัน เธอคือผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากรู้จักพระเยซูคริสต์เจ้า ว่าพระองค์คือผู้ใด และทำไมจึงเปลี่ยน แปลงชีวิตผู้คนได้ เธอก็เริ่มค้นหาความจริงนั้น โดยการอ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ และเธอก็ทำให้ผู้คนต้องตลึง เพราะเธอสามารถอ่านพระคัมภีร์ประมาณ 1,700 หน้า จบภายใน 3 วัน เธอได้สะสมพระคำของพระเจ้าที่เป็นพระสัญญา และเรื่องราวต่างๆ ของพระองค์ไว้ในชีวิตเธอ จนวันหนึ่งเธอต้องเผชิญกับการทดลองความเชื่อ อย่างที่ใคร…ก็ยากที่จะก้าวผ่านความทุกข์นั้นไปได้ วันนั้นคือ..ลูกชายของเธอเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นได้ป่วยด้วยโรคติดเชื้อในปอดอย่างรุนแรงต้องเข้าห้อง ICU เพื่อรักษาทันที ซึ่งแพทย์ได้แจ้งเธอว่าไม่มียาตัวไหนที่จะรักษาลูกของเธอได้ ให้เธอทำใจไว้ เธอไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่..ไม่ พระเจ้าไม่ทำกับเธอเช่นนี้แน่นอน เธอจึงคุกเข่าก้มหน้าลงอธิษฐาน… อธิษฐาน… และพระเจ้าก็ทรงตอบ ให้อาการของลูกชายเธอค่อยๆ ดีขึ้น จากคนที่ต้องนอนอยู่ในห้อง ICU ถึง 3 เดือน มาพักฟื้นที่ห้องพักปกติ และก็กลับมาดำเนินชีวิตแบบคนปกติทั่วไป พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ และรักเธอมากจริงๆ ที่ให้ชีวิตลูกชายของเธออีกครั้งหนึ่ง . คุณดารินทร์ พรไรวินท์ อายุ 64 ปี เป็นสมาชิกคริสตจักรใจสมาน 68 สมรสกับ คุณประดิษฐ์ พรไรวินท์ มีบุตรสาวชื่อ […]

พระคัมภีร์เล่มแรกของวิจิตรา

พระคัมภีร์เล่มแรกของวิจิตรา ดิฉันชื่อวิจิตรา โรจนศิริ อายุ 42 ปี ปัจจุบันเป็นครูสอนคริสตศาสนาอยู่ที่สถานประกาศข่าวประเสริฐคริสเตียนสัมพันธ์ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ดิฉันเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ มีชีวิตในวัยเด็กคล้ายกับเด็กจำนวนมากในสังคมปัจจุบันคือครอบครัวแตกแยก พ่อแม่อยู่กันคนละทาง ต้องอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่คือคุณปู่คุณย่าร่วมกับบรรดาหลานๆ ของท่านอีกหลายคน เนื่องจากคุณปู่เป็นครูและดิฉันเป็นหลานคนโต ดิฉันจึงถูกเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษเพื่อให้เป็นคนดี มีมารยาท รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณี รู้จักดูแลน้องๆ และรู้จักการให้ ดังนั้น หากน้องๆ ต้องการสิ่งใดที่ดิฉันมี ดิฉันก็ต้องยอมให้ ซึ่งความคาดหวังเช่นนี้ทำให้ดิฉันเกิดความเครียดและไม่ชอบหน้าพวกเขา ดิฉันกลายเป็นคนมีทิฐิและมีอคติต่อความคิดของผู้ใหญ่ในบางเรื่องโดยเฉพาะเรื่องของความไม่เป็นธรรม คุณพ่อของดิฉันเป็นนายช่าง มีเพื่อนฝูงมากและเป็นคนเจ้าชู้ มีรถยนต์ขับหลายคัน จึงเป็นที่ต้องใจของผู้หญิงมากมาย ท่านจึงมีภรรยาหลายคน ดิฉันเองเห็นภาพของคุณพ่อเป็นเรื่องปรกติของผู้ชาย ท่านจะมีภรรยาสักกี่คนก็เป็นเรื่องของท่าน แต่ดิฉันก็ยังมีใจรักผูกพันกับท่านมากและใฝ่ฝันที่จะได้ไปอยู่กับท่าน เมื่อดิฉันอายุ 12 ปี กำลังจะขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก็ได้ไปอยู่กับคุณพ่อตามที่ต้องการ แต่แล้วก็พบว่าแม่เลี้ยงเป็นคนใจร้าย ทั้งดุด่าและใช้งานดิฉันสารพัด ช่วงเวลาประมาณ 2 ปีที่อยู่กับคุณพ่อเป็นช่วงชีวิตที่เจอแต่เรื่องร้าย ๆ เกิดจากแม่เลี้ยงและญาติ ๆ ของเธอที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ทำให้ดิฉันเจ็บป่วย เมื่อคุณพ่อเห็นท่าไม่ค่อยดีนักจึงพาดิฉันไปฝากไว้กับคุณอาและอยู่ใกล้กับคุณป้าอีกคนหนึ่งด้วย ในตอนนี้เองที่ดิฉันก้าวสู่วัยรุ่น ครอบครัวทางฝ่ายคุณพ่อเป็นครอบครัวใหญ่และมีวัฒนธรรมผสมระหว่างไทยกับจีน ดิฉันจึงคุ้นเคยกับประเพณีของทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างดีตั้งแต่งานบวชจนถึงการไหว้เจ้า เมื่อดิฉันอายุ […]

พระวจนะเปลี่ยนชีวิตแพทย์ผู้นี้

พระวจนะเปลี่ยนชีวิตแพทย์ผู้นี้ ทุกชีวิตพยายามแสวงหาความสำเร็จ ความร่ำรวย เกียรติยศ และความภาคภูมิใจ มีอาชีพหนึ่งที่มีสิ่งเหล่านี้เกือบทั้งหมด คือ อาชีพแพทย์ เป็นที่ทราบกันดีว่า คนที่จะเป็นแพทย์ได้นั้น ต้องเป็นคนเรียนเก่ง มีระดับสติปัญญาสูงกว่าคนทั่วไป และขยัน เมื่อเรียนจบและประกอบอาชีพแพทย์ก็มีรายได้มหาศาล เป็นผู้ที่รักษาคนให้หายจากความเจ็บป่วย ช่วยให้คนมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยสุขภาพที่ดี เมื่อเป็นเช่นนี้ จะมีอะไรอีกเล่าที่จะทำให้คนที่เป็นหมอคิดว่าตัวเองเป็นคนบาป จำเป็นต้องได้รับการไถ่ให้รอดพ้นจากความผิดบาปด้วย แต่มีคุณหมอท่านหนึ่งได้ยอมถ่อมใจ และกลับใจใหม่มาเชื่อพระเจ้า ท่านคือผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ให้เป็นบุตรของพระองค์ เพื่อท่านจะเป็นผู้ที่นำคนมากมายมารู้จักกับพระองค์ผ่านทางอาชีพแพทย์ของท่าน นายแพทย์พิชัย ลือประสิทธิ์สกุล วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ท่านและครอบครัวเป็นคริสเตียนมากว่า 3 ปี เป็นสมาชิกคริสตจักรสืบสัมพันธวงศ์ คุณหมอพิชัยได้ให้สัมภาษณ์ว่าท่านมาเชื่อพระเจ้าอย่างไร “ผู้ปกครองคริสตจักรสืบสัมพันธวงศ์ท่านหนึ่งคือ คุณวัย วรรธนะกุล เป็นคุณพ่อของคุณชาญ วรรธนะกุล ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต ที่ภรรยาของผมทำงานอยู่ คุณวัยมีความห่วงใยผมอย่างมาก ได้ถามถึงการทำงานของผมเสมอ ท่านได้แนะนำผมให้มาทำงานที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน เมื่อผมเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลนี้ใหม่ๆ งานช่วงแรกมีไม่มากนัก เช้าๆ ก็จะเข้าห้องสมุดของโรงพยาบาลฯ ซึ่งห้องสมุดจะมีห้องนมัสการอยู่ด้วย มีการนมัสการทุกเช้า ท่านอาจารย์สมร เรืองชาญ ซึ่งเป็นอนุสาสกของโรงพยาบาล และอาจารย์(แพทย์หญิง) สุนันทา ได้ชวนผมเข้าร่วมนมัสการด้วย เมื่อได้นมัสการพระเจ้า ก็รู้สึกแปลกใจเกี่ยวกับการอธิษฐาน […]

มิติใหม่… หัวใจเดิม

มิติใหม่… หัวใจเดิม ปกติหัวใจของคนเราจะมีเส้นเลือด หล่อเลี้ยงอยู่ทั้งหมด 4 เส้น การทำงานของ หัวใจจึงจะถูกจัดเป็นระบบที่ดีและทำงาน ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น สำหรับหัวใจของ ธีระพงษ์ บูรณสมภพ อดีตนักธุรกิจวัย 54 ปี แม้ว่าจะมีเส้นเลือด ครบตามจำนวนคนปกติแต่ก็อยู่ในสภาพที่ ไม่พร้อมเลยสำหรับการใช้งาน เพราะเส้นเลือด หัวใจที่มีอยู่กลายเป็นเส้นเลือดตีบไปแล้วถึง 3 เส้น เหลือใช้งานได้แค่เพียงเส้นเดียวเท่านั้น คุณธีระพงศ์ล้มป่วยลงด้วยโรค เส้นเลือดหัวใจตีบตันตั้งแต่ช่วงปลายปี ค.ศ. 1995 สภาพหัวใจทำงานไม่ปกติและมีขีดความสามารถ ในการทำงานเพียงแค่ 20% เท่านั้น จากสภาพที่เป็นอยู่หมอลงความเห็นว่า “เขากำลังจะตาย” นักธุรกิจระดับแนวหน้าที่มีคนนับหน้าถือตาอย่างมากมายในวงสังคมชั้นสูง ทั้งตำแหน่งหน้าที่การงานอันโก้หรู อำนาจ เกียรติยศ เงินทอง ชื่อเสียง ทุกอย่างช่างเป็นชีวิตที่สมบูรณ์เสียจริงๆ ในสายตาของคนทั่วไป แต่พอมาถึงโค้งสุดท้ายของชีวิตที่ความตายกำลังจะคืบคลานเข้ามา ก็ดูราวกับว่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นจะกลายเป็นหยากเยื่อที่ไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง “เมื่อถึงจุดหักเหของชีวิตในวินาที เกือบจะสุดท้าย ผมมองตนเองย้อนหลังกลับ ไปประมาณ 5 ปี เมื่ออาการยังไม่หนักมาก น้องชายต่างมารดาซึ่งเป็นคริสเตียนแล้ว ได้พยายามประกาศเรื่องของพระเยซูคริสต์ ให้กับผม และมักจะพาสมาชิกจากคริสตจักรมหาพรสุขุมวิทมาเยี่ยมบ่อยๆ ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจว่าพวกเขาจะมากันทำไม ไม่ค่อยชอบเลยแต่จำเป็นต้องต้อนรับเขา เพราะเขามาดี […]

ภายใต้ความสำเร็จของผู้หญิงชื่อ…

ภายใต้ความสำเร็จของผู้หญิงชื่อ… เราคงเคยเห็นนักธุรกิจ เจ้าของกิจการ ผู้บริหารส่วนใหญ่ เป็นผู้ชายเกือบทั้งนั้น คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะมี โอกาสก้าวเข้าไปเป็นหนึ่งในนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จ ในฐานะเจ้าของกิจการและบริหารงานเอง เธอได้ฟันฝ่าอุปสรรค มากมายทั้งภาระหนี้สินและภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ จนวันนี้เธอนั่ง อยู่ในตำแหน่งประธาน (President) ของบริษัทยูนิพาร์ท (Unipart Co., Ltd) ซึ่งมีโรงงานผลิตถึง 2 แห่ง บุคคลที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้คือ “คุณรัตนา ชัยชนะกล” คุณรัตนา ปัจจุบันสมรสแล้ว มีบุตรสาว 1 คน บุตรชาย 1 คน เธอเป็นคนหนึ่งที่เกิดจากครอบครัวที่เป็นคริสเตียน เป็นสมาชิก คริสตจักรไมตรีจิต ในช่วงที่แต่งงาน เธอจำเป็นต้องรับช่วงธุรกิจ ที่ย่ำแย่ที่สุด เธอจึงรู้สึกเสมอว่าธุรกิจนี้เธอไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่ม จากติดลบ คือ หมายถึงบริษัทมีหนี้ที่ต้องชดใช้อยู่หลายล้านบาท และเธอก็ได้บอกเคล็ดลับในการที่จะก้าวจากจุดนั้น จุดที่ ลำบากและยากที่สุด มาถึงปัจจุบันนี้ได้ เธอกล่าวว่า “เราจะรู้จัก กับพระเจ้ามากที่สุดก็ในช่วงที่ลำบากมากที่สุด เพราะใน ตอนนั้นฉันทำงานเริ่มจากติดลบ แต่สามารถผ่านพ้นไปได้ ฉันอธิษฐานและขอต่อพระเจ้าเสมอที่จะให้มีสติ มีจุดยืนในการ ทำงาน และฉันก็ผ่านมาถึงจุดนี้ได้ […]

มั่นคง (ในความเชื่อ) ไว้ ดังเช่นตะวัน

มั่นคง (ในความเชื่อ) ไว้ ดังเช่นตะวัน เก็บตะวันที่เคยส่องฟ้า เก็บเอามาใส่ไว้ในใจ  เก็บพลังเก็บแรงแห่งแสงยิ่งใหญ่ รวมกันไว้ให้เป็นหนึ่งเดียว เก็บเอากาลเวลาผ่านเลย สิ่งที่เคยผิดหวังช่างมัน หนึ่งตัวตนหนึ่งคนชีวิตแสนสั้น เจ็บแค่นั้นก็คงไม่ตาย ธรรมดาเวลาฟ้าครึ้ม เมฆหม่น พายุฝนอยู่บนฟากฟ้า คงไม่นานตะวัน สาดแสงแรงกล้า ส่งให้ฟ้างดงาม  หากตะวัน ยังเคียงคู่ฟ้า จะมัวมาสิ้นหวังทำไม เมื่อยังมีพรุ่งนี้ให้เดินเริ่มใหม่ มั่นคงไว้ ดังเช่นตะวัน… เสียงเพลง “เก็บตะวัน” อันไพเราะจากน้องแก้ว….ลูกสาวคนโตของคุณอิทธิ พลางกูร เจ้าของบทเพลงผู้โด่งดังเมื่อราวเกือบ 20 ปีมาแล้ว ดังก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมของสมาคมพระคริสตธรรมไทยในบ่ายวันหนึ่งซึ่งเธอและคุณแม่ ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนและส่ง “ไก่ทอดเก็บตะวัน น้ำพริกยังจำไว้” ซึ่งทางสมาคมฯ ต้องขอขอบคุณครอบครัว “พลางกูร” ไว้ ณ โอกาสนี้ ที่ให้เกียรติพวกเราชาวสมาคมฯ ได้ฟังเพลงไพเราะและได้มีโอกาสสัมภาษณ์เรื่องราวคำพยานของคุณเจี๊ยบถึงชีวิตครอบครัวที่ผ่านมาและหลังจากคุณอิทธิได้จากครอบครัวไป สมาคมฯ เชื่อว่าเรื่องราวของครอบครัว “พลางกูร” ที่ท่านจะได้อ่านต่อจากนี้ไปจะสามารถหนุนใจหลายท่านที่กำลังต่อสู้กับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้เป็นอย่างดี คุณเจี๊ยบ หรือ นางชาญดา ลียะวณิช อายุ 44 ปี เล่าให้ฟังถึงอดีตว่า เธอเป็นชาวนครศรีธรรมราช ตอนเด็กได้มีโอกาสเรียนที่โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา […]

สวนเบธเลเฮม

สวนเบธเลเฮม “ผู้ที่แสวงหาพระเจ้า ไม่ขาดของดีใดๆ” ไร่แตงแคนตาลูปขนาด 4 ไร่ ปรากฏต่อสายตาของเราที่บ้านสวายเจริญ หมู่ 10 ต. ห้วยราช อ. ห้วยราชจ. บุรีรัมย์ น่าแปลกที่รสชาติของแคนตาลูปที่นี่ช่างแตกต่างจากที่เราเคยลิ้มรสทั่วไป หน่วยขายเคลื่อนที่ของสมาคมพระคริสตธรรมไทยได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าของไร่ และได้รับทราบเรื่องราวธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของเกษตรกรมือใหม่ที่ผันมาสู่มืออาชีพด้วยเหตุผลประการสำคัญคือ “ผู้ที่แสวงหาพระเจ้า ไม่ขาดของดีใดๆ” ท่านผู้นี้คือ ศิษยาภิบาล (ศบ.) เจษฏาพงษ์ ชำรัมย์ อายุ 43 ปี อดีตพนักงานการสื่อสารแห่งประเทศไทย ปัจจุบันเป็นศิษยาภิบาลเต็มเวลาของคริสตจักรพระกิตติคุณสมบูรณ์บุรีรัมย์ ต. อีสาน อ. เมือง จ. บุรีรัมย์ ภรรยาชื่อคุณจงลักษณ์ ชำรัมย์ มีบุตร 2 คน บุตรสาวอายุ 21 ปี บุตรชายอายุ 15 ปี สมาคมพระคริสตธรรมไทยขอขอบพระคุณท่านเจ้าของเรื่องที่ได้อนุญาตให้เรียบเรียงคำสัมภาษณ์ของท่านเพื่อ ความเข้าใจของผู้อ่านทั่วไป “เรารู้จักเจ้า ก่อนที่เจ้าก่อร่างในครรภ์มารดา” วันหนึ่ง ชายหนุ่มชื่อเจษฎาพงษ์ ในวัย 27 ปี รับการเชิญชวนของเพื่อนคริสเตียนให้ไปร่วมประชุมที่คริสตจักรเมืองบุรีรัมย์ เขารับเชิญโดยไม่ทราบเลยว่าที่คริสตจักรมีอะไร ในวันนั้น […]

เปลี่ยนแปลงเพราะเปลี่ยนใจ

เปลี่ยนแปลงเพราะเปลี่ยนใจ ชื่อ เสรี คำเปลี่ยน (ลีโอ) อายุ 26 ปี สถานภาพ โสด ภูมิลำเนา จ.เชียงใหม่ จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาสารสนเทศศึกษา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ย้ายเข้ามาทำงานที่ กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2552 ด้านการออกแบบกราฟิกและสินค้า ปัจจุบันทำงานที่บริษัท ไอเท็ม เซฟตี้ โซลูชั่น จำกัด เป็นสัตบุรุษอาสนวิหารพระหฤทัยเชียงใหม่ โบสถ์ที่ไปเข้าร่วมนมัสการประจำคือโบสถ์เซนต์หลุยส์ สาธร อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้สนใจเรื่องของพระเจ้า เคยได้ยินเรื่องของพระเยซูมาบ้างไหมก่อนตัดสินใจรับเชื่อ?  เริ่มรู้จักพระเจ้าตั้งแต่เรียนอนุบาล ครั้งเป็นเด็กได้เรียนที่โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนคริสเตียน ในโรงเรียนคุณครูจะเล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ สอนร้องเพลงนมัสการแบบเด็กๆ สอนการอธิษฐาน อยู่เป็นประจำ ตอนนั้นเราเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ ด้วยเติบโตในครอบครัวที่มีวิถีชีวิตแบบชาวไทยพุทธ บทบาทของพระเยซูจึงเป็นเหมือนคนดีคนหนึ่งที่เรามักจะคิดถึงเฉพาะวัน คริสต์มาสตามประสาเด็กๆ และสิ่งที่ทำให้เราสนใจเกี่ยวกับพระองค์คือ ความสงสัยว่าทำไมคนมากมายจึงเชื่อและศรัทธาต่อพระเยซู จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เริ่มศึกษาพระคัมภีร์ทางไปรษณีย์และหาอ่านบทความต่างๆ เมื่อศึกษาและปฏิบัติตามแล้ว พบได้ถึงความสุขและความอบอุ่นท่ามกลางความวุ่นวายจากสิ่งรอบตัว ตลอดจนคำพยานจากเพื่อนเรื่องอัศจรรย์ต่างๆ จนเราพร้อมก็รับพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด?? หลังจากต้อนรับพระเยซูแล้ว มีอะไรในชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?  เมื่อเราต้อนรับพระองค์ ชีวิตเปลี่ยนไปในทางดีขึ้น เพราะแต่ก่อน ผมเป็นคนที่ค่อนข้างถือตัวในระดับหนึ่ง […]

1 74 75 76 77 78 84