Blog

ศพของยาโคบถูกฝังที่ไหน? 4/10

ศพของยาโคบถูกฝังที่ไหน? ถาม ผู้หนึ่งได้อ่านพระธรรมกิจการบทที่ 7 ข้อ 15-16 ความว่า “ยาโคบจึงลงไปประเทศอียิปต์ และท่านกับบรรพบุรุษของเราก็เสียชีวิตที่นั่น พวกเขาจึงนำศพไปฝังไว้ในเมืองเชเคม ในอุโมงค์ที่อับราฮัมเอาเงินจำนวนหนึ่งซื้อจากบุตรของฮาโมร์ในเชเคม” แล้วผู้นั้นเกิดคำถามสามคำถามคือ หนึ่ง ทำไมศพของยาโคบจึงถูกฝังที่เมืองเชเคม มิใช่ที่ถ้ำมัคเป-ลาห์ในเมืองเฮโบรนหรือ? ตามที่ ปฐมกาล บทที่ 50:7-13 บันทึกว่า”โยเซฟจึงไปฝังศพบิดา ส่วนพวกข้าราชการของฟาโรห์ ผู้ใหญ่ในราชสำนักและบรรดาผู้ใหญ่ทั่วแผ่นดินอียิปต์ก็ไปกับท่าน พร้อมกับครอบครัวทั้งหมดของโยเซฟ พวกพี่น้องและครอบครัวของบิดาท่านก็ไปด้วยเช่นกัน… พวกบุตรของยาโคบก็ทำให้บิดาตามคำที่ท่านสั่งไว้ คือบรรดาบุตรนำศพไปยังดินแดนคานาอัน แล้วฝังไว้ในถ้ำที่อยู่ในนาชื่อ มัคเป-ลาห์ เป็นนาซึ่งอับราฮัมซื้อไว้จากเอโฟรนคนฮิตไทต์เป็นสุสาน อยู่หน้ามัมเร” ศพของยาโคบถูกฝังที่ไหนกันแน่? ที่เชเคม หรือ ที่ถ้ำมัคเป-ลาห์ในเฮโบรน? ทำไมพระคัมภีร์จึงขัดแย้งกันเองเล่า? สอง ทำไมสเทเฟนจึงระบุว่า อับราฮัมเป็นผู้ซื้อที่ฝังศพในเชเคม มิใช่ยาโคบหรือ? ตามที่ปฐมกาล บทที่ 33 ข้อที่ 19-20 บันทึกว่า “ยาโคบซื้อที่ดินแปลงที่ตั้งเต็นท์อยู่นั้นจากบุตรชายของฮาโมร์บิดาของเชเคม…และยาโคบสร้างแท่นบูชาที่นั่น…” ส่วนอับราฮัม ก็มีบันทึกไว้ใน ปฐมกาล บทที่ 23 ข้อ 16-20 ว่า “อับ ราฮัมก็ตกลงกับเอโฟรน แล้วอับราฮัมก็ชั่งเงินให้เอโฟรนตามจำนวนที่เขาบอกให้คนฮิตไทต์ได้ยิน…นา ของเอโฟรนในมัคเป-ลาห์ซึ่งอยู่หน้ามัมเร คือนากับถ้ำซึ่งอยู่ในนั้น และต้นไม้ทั้งสิ้นซึ่งอยู่ในนาตลอดทั่วบริเวณนั้น […]

แต่ข้ารู้จักพระองค์ที่ข้าฯ เชื่อ 4/10

แต่ข้ารู้จักพระองค์ที่ข้าฯ เชื่อ ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นคริสเตียน พื้นฐานความเชื่อโดยส่วนตัวเป็นแบบเชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตอนข้าพเจ้าอายุประมาณ 9 ขวบกว่า ข้าพเจ้าได้สูญเสียคุณแม่กะทันหัน (เนื่องจากท่านหัวใจวายเฉียบพลัน)ทำให้ข้าพเจ้าและครอบครัวมีความเศร้าโศก อย่างมาก เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ชีวิตก็เป็นปกติทั่วไป จนกระทั่งได้มาพบคุณหมอพรสรรพ์ ปุญญาภิบาลซึ่งเป็นคริสเตียน ในช่วงที่คบกันประมาณ 4 ปีคุณหมอก็ชวนไปคริสตจักรบ้างเท่าที่มีโอกาส คุยกันเกี่ยวกับเรื่องศาสนา เรื่องความเชื่อบ้างแต่ไม่ได้จริงจัง ซึ่งตอนนั้นข้าพเจ้าก็เฉยๆ ไม่ได้แอนตี้แต่ก็ไม่ได้ยอมรับ และคิดว่าต่างฝ่ายต่างนับถือคนละศาสนาก็ได้ ข้าพเจ้าไม่รู้สึกขัดแย้ง คิดแต่ว่าขอให้นิสัยดีก็แล้วกัน จุดเปลี่ยนของชีวิต เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ข้าพเจ้าเดินไปที่จอดรถก็เดินสวนกับพี่อ้วน (ทพญ.ไฉไล บุษกรเรืองรัตน์) และอาจารย์ไก่ (อ.พิพัตรา ธนังกูรวิโรจน์ ตอนนั้นเป็นอาจารย์ที่คริสตจักรไมตรีจิตหลังสวน) เราจึงทักทายกัน เนื่องจากตอนนั้นข้าพเจ้าทำธุรกิจส่วนตัว เปิดศูนย์การสอนสำหรับเด็ก และพี่อ้วนได้พาลูกมาเรียนที่ศูนย์ฯ พี่อ้วนชวนข้าพเจ้าให้ไปร่วมกลุ่มเซลสามัคคีธรรมที่บ้านของพี่อ้วนในเย็นวันนั้น แต่ข้าพเจ้าปฏิเสธ โดยรับปาก(ด้วยความเกรงใจ)ว่าจะไปในคราวหน้า เมื่อถึงวันที่มีเซลอีกครั้งนี้ข้าพเจ้าก็ไปร่วม พอไปถึง บรรยากาศของกลุ่มทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจ มีการร้องเพลงและเป็นพยาน ปกติข้าพเจ้าเป็นคนชอบร้องเพลงแต่ไม่ค่อยกล้า ในกลุ่มเซลนั้นข้าพเจ้าเห็นแต่ละคนมีความสุขและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้ากันแบบไม่อาย ค่ำคืนนั้นเราคุยกันเกี่ยวกับเรื่องพระเจ้า ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของข้าพเจ้าที่อยากรู้จักพระเจ้า ทั้งๆ ที่ก่อนไปบ้านพี่อ้วนข้าพเจ้ามีความตั้งใจว่าจะไปร่วมเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ปี 1997ข้าพเจ้าได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ด้วยเหตุผลที่ว่าพระเจ้าทรงเป็นความรักข้าพเจ้าอยากสัมผัสความรักความอบอุ่นที่มาจากพระเจ้า ช่วงเวลานั้นข้าพเจ้าอยากรู้จักพระเจ้ามากขึ้น […]

ดีเจตี้ กับมุมลึกๆ ที่เรียกว่า รักจากพระเจ้า 3/10

ดีเจตี้ กับมุมลึกๆ ที่เรียกว่า รักจากพระเจ้า ผมชื่อ มงคล องก์พัฒนกุล หรือ ตี๊ เกิดวันที่ 2 ธันวาคม 2525 อายุ 28 ปี เป็นลูกคนเดียวจนถึงอายุ 15 ปี จึงได้มีน้องสาว 1 คน ห่างกัน 15 ปี น้องสาวชื่อ เจียเจีย น้องสาวเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนเพ็ญสมิธ ผม “โตด้วยข้าวโบสถ์” ผมเป็นลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน คุณแม่เป็นคนไต้หวัน ท่านย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย เพื่อมาอยู่กับอากงที่จังหวัดสกลนคร ผมจึงมาเกิดที่นี่ แต่ด้วยเรื่องงานคุณพ่อคุณแม่จึงพาผมกลับไปอยู่ที่ไต้หวันหลังจากที่คลอดออก มาไม่กี่เดือนอยู่นานจนผมเรียนอนุบาลที่นั่น และกลับมาเมืองไทยตอนอายุ 4-5 ขวบก่อนเข้าเรียนชั้นประถม ผมเป็นครอบครัวคริสเตียน ตอนเด็กวิ่งเล่นอยู่ในโบสถ์ ที่คริสตจักรที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ช่วงแรกได้มานมัสการพระเจ้าที่ศูนย์คริสเตียนไมตรีจิต ตอนนั้นยังเปิดเป็นศูนย์ฯ ยังไม่เป็นคริสตจักร ขณะนั้นผมเรียนอยู่ชั้นประถมคนอื่นเขาโตด้วยข้าววัด “ผมโตด้วยข้าวโบสถ์”เพราะโบสถ์กับบ้านอยู่ใกล้กัน เดินไปประมาณ 200-300 เมตร จากบ้านที่อยู่จะไปนมัสการพระเจ้าเป็นประจำ […]

ขอลองหน่อยสิ 3/10

ขอลองหน่อยสิ ผู้หญิงที่ผมรู้จักหลายคนตื่นเต้นกับการได้รับสินค้าตัวอย่างจากเครื่อง สำอางดังๆ สักยี่ห้อ ยิ่งถ้าได้ลองเสื้อผ้าสวยๆ หลายๆ ชุด จะทำให้เธออารมณ์ดีไปได้ทั้งวันเชียวครับ แต่สำหรับผู้ชายการได้ทดลองขับรถยนต์คันงามในโชว์รูม หรือทดลองใช้กล้องวีดีโอตัวใหม่จากร้านก็ทำให้เราเพลิดเพลินได้ไม่แพ้กัน ไม่ทราบว่าเราพอจะจำโฆษณาเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่กำลังเข้าห้องหอได้ไหม ในโฆษณาเจ้าบ่าวแทบสลบเมื่อเจ้าสาวที่สวยงามของตัวเองดึงฟองน้ำออกมาจากหน้า อก ฟันปลอม คิ้วก็ปลอม ขนาดผมยังใส่วิก เรียกว่ามีแต่ของปลอมทั้งตัว ก่อนจะตบท้ายด้วยสโลแกนว่า “ดูให้ดีๆก่อนจะตัดสินใจ” ทุกวันนี้เราชอบทดลองสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อมาเป็นเจ้าของ จนแทบกลายเป็นค่านิยมของสังคมไปแล้ว แต่ก็ใช่ว่าทุกเรื่องถ้าได้ลองแล้วจะดีเสมอไป เรื่องง่ายๆ ที่เรารู้ได้ว่าไม่ควรทดลองเลยนั่นก็คือยาเสพติด ทุกคนรู้ถึงโทษภัยของมันดี และไม่จำเป็นต้องไปเหยียบขี้หมาก้อนเดิมที่มีคนเคยเหยียบมาแล้ว แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ตอบยากว่าควรหรือไม่ควรทดลองอย่างเช่นการทดลอง “อยู่ก่อนแต่ง” ที่ว่าตอบยากก็เพราะคนแต่ละคนมีจุดยืนในเรื่องนี้แตกต่างกัน เดิมผมเคยเชื่อว่ามีคนส่วนน้อยที่เห็นด้วยกับการอยู่ก่อนแต่ง เท่าที่สังเกตเห็นมักจะเป็นชนชั้นแรงงานที่เดินทางมาทำงานในเมืองห่างไกลจากวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเองมานานเมื่อพอใจทั้งสองฝ่ายก็มักจะตกลงใช้ชีวิตเยี่ยงสามีภรรยา แต่เมื่อเวลาผ่านไปความคิดของผมก็เริ่มเปลี่ยน ทุกวันนี้ภาพของนิสิตนักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นชนชั้นปัญญาชนของสังคมใช้ชีวิตคู่แบบอยู่ก่อนแต่งเริ่มกลายเป็นภาพชินตาหรือแม้กระทั่งคนในวัยทำงานมีการศึกษาสูง และรายได้ที่มั่นคงหลายคนก็ตัดสินใจชีวิตอยู่ก่อนแต่งเช่นกัน เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านก็คงเคยพบเห็นหรือได้ยินเรื่องนี้มามากแล้ว จากการทำงานเป็นผู้ให้คำปรึกษามาเป็นเวลากว่าสิบปีผมมีโอกาสดีที่ได้พูดคุยซักถามกับหนุ่มสาวหลายคู่ที่ตกลงเลือกใช้ชีวิตคู่ก่อนการจบเป็นบัณฑิต และหนุ่มสาวหลายคู่ที่มีความมั่นคงพอจะสร้างชีวิตครอบครัวด้วยการสมรส แต่เลือกการใช้ชีวิตคู่แบบอยู่ก่อนแต่ง  ทุกครั้งที่ให้คำปรึกษาเรื่องชีวิตคู่กับคนที่อยู่ก่อนแต่ง ผมมักอ้างถึงสถิติในการวิจัยว่า 8 ใน 10 คู่ของคนที่ตัดสินใจอยู่ก่อนแต่งจะไม่ได้จบลงที่การสมรสและมักจะเลิกรากันไป แต่นั่นไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของคนส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจเช่นนี้ได้ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่ยืนอยู่คนละฝั่งกับหนุ่มสาวเหล่านี้ท่านคงมีคำถามในใจมากมายว่า “คนพวกนี้คิดยังไงกันนะ” หรืออาจพาลคิดไปว่าคนพวกนี้ไม่มีหัวคิดผมอยากย้ำกับผู้อ่านอีกครั้งว่าหนุ่มสาวเหล่านี้หลายคนมีผลการเรียนที่ยอดเยี่ยมมาก หลายคนเป็นครูอาจารย์ที่สังคมนับหน้าถือตา ผมจึงไม่เชื่อว่าพวกเขาไม่มีหัวคิด แต่เชื่อว่ามีบางอย่างที่ทำให้เขาคิดต่างออกไป เหตุผลหลักประการแรกที่ผมพบว่าทำให้คนเลือกการอยู่ก่อนแต่งก็คือ คนศรัทธาเรื่องการแต่งงานน้อยลง คงต้องยอมรับว่าในปัจจุบันการหย่าร้างเพิ่มสูงขึ้นมาก การสมรสที่จบลงด้วยการแก่เฒ่าถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรเริ่มมีให้เห็นกันน้อยลง บุคคลสาธารณะอย่างดาราก็มีหลายคู่ที่เริ่มต้นชีวิตสมรสด้วยความหวานชื่น […]

รู้ปัจจุบัน… เพื่อเลือกอนาคต 3/10

รู้ปัจจุบัน… เพื่อเลือกอนาคต การกระทำและการพูดของคนมาจากการคิด ส่วนแนวทางการคิดวิธีคิด หรือความเคยชินในการคิดของคนส่วนใหญ่ได้มาจากข้อมูลและประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตที่แต่ละคนได้รับ ได้รู้ และได้สัมผัสมา ดิฉันขออนุญาตเรียกข้อมูลและประสบการณ์ต่างๆ นี้ว่า “ข้อมูลชีวิต” ข้อมูลชีวิต นี้มีพนักงานคนหนึ่งทำหน้าที่จัดเก็บ และจดจำไว้อย่างเป็นหมวดหมู่ พนักงานคนนี้คือ สมอง สมองของเราจดจำข้อมูลชีวิตต่างๆ โดยเก็บไว้เป็นกล่องๆ ข้อมูลชีวิตข้อมูลหนึ่งก็จะถูกเก็บไว้กล่องหนึ่ง คนเราแต่ละคนมีข้อมูลชีวิตสารพัดกล่องมากน้อยตามที่ตนเองได้รับมาจากคนรอบข้างทั้งจากคนในครอบครัว และคนนอกครอบครัว ทั้งที่เป็นระบบและแบบที่เป็นไปตามธรรมชาติ จุดสำคัญคือ กล่องข้อมูลชีวิต (ต่อไปจะเรียกสั้นๆ ว่า “กล่อง”) ของเราแต่ละคนเป็นอย่างไรและไปในแนวทางไหนเราก็มีทัศนคติและวิธีคิดเป็นไปในแนวทางนั้นโดยอัตโนมัติ ทัศนคติและวิธีคิดที่เราเก็บสะสมมาและใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่เสมอนั้นเป็นที่มาของแนวทางการคิด การพูด และการกระทำของเรา  ด้วยเหตุที่โดยธรรมชาติแล้วสมองมีหน้าที่เก็บจำข้อมูลไว้เป็นกล่องๆ และทำให้เราอยากทำซ้ำอย่างที่เคยทำ อยากเป็นอย่างที่เคยเป็น ทำให้คนมีแนวโน้มสูงว่าแต่ละคนจะมีการพูดและการกระทำที่ซ้ำเดิมเป็นส่วนใหญ่จนเป็นความเคยชิน ซึ่งเรียกว่านิสัย   เมื่อก่อนเราเชื่อกันว่า คนแต่ละคนมีนิสัยอย่างไรก็มักเป็นอย่างนั้นไปตลอด เปลี่ยนไม่ได้ แก้ไขอะไรไม่ได้ ใครที่มีนิสัยน่ารักก็จะน่ารักไปตลอด คนที่มีนิสัยน่าเบื่อก็คงต้องน่าเบื่อไปเรื่อยๆ ไม่มีทางปรับเปลี่ยนได้ แต่ปัจจุบันมีผลการศึกษาวิจัยพบว่า เมื่ออายุ 25 ปี ร่างกายของคนเราไม่โตขึ้นแล้ว แต่จิตใจและสติปัญญาของคนเราสามารถพัฒนาให้เติบโตงอกงามได้อย่างไม่มีข้อจำกัด หมายความว่าคนเราเคยเป็นอย่างไรมาก็ตาม หากตั้งใจเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง เขาก็สามารถเป็นแบบใหม่ได้ จุดสำคัญคือ ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนคนอื่นได้คนเราสามารถเปลี่ยนได้แต่เฉพาะตนเองเท่านั้น การเปลี่ยนตนเองเป็นผลการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่มหาศาลอย่างหนึ่งทีเดียว   […]

พระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ที่ใดแน่? 3/10

พระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ที่ใดแน่? ถาม พระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ที่ใดแน่? ที่ภูเขาลูกหนึ่งในแคว้นกาลิลี(มัทธิว 28:16)? หรือ ที่ภูเขามะกอกเทศ ในแคว้นยูเดีย (ลูกา 24:50 ; กิจการ 1:9-12)? ตอบ เพื่อจะตอบคำถามนี้ เราต้องเข้าใจเหตุการณ์สำคัญในชีวิตพระเยซูก่อนตามลำดับดังนี้คือ การประสูติ การแพร่ธรรม การสิ้นพระชนม์และการถูกฝังในอุโมงค์ การคืนพระชนม์ การปรากฏพระองค์แก่สาวก การประทานพระบัญชาแก่สาวก การเสด็จสู่สวรรค์ อนึ่ง เหตุการณ์ข้างต้นได้บันทึกไว้ในพระกิตติคุณ หรือ พระวรสารทั้งสี่เล่มคือ มัทธิว มาระโก ลูกา และยอห์น แต่บันทึกด้วยสำนวนและจุดเน้นแตกต่างกัน บางเหตุการณ์อาจมิได้กล่าวถึงในเล่มหนึ่งแต่กล่าวถึงในเล่มอื่น เช่น เรื่องการประสูติที่ไหน อย่างไร โดยเจาะจง มีกล่าวถึงในมัทธิวและลูกา แต่ไม่มีในมาระโกและยอห์น เป็นต้น บางเหตุการณ์ก็มีปรากฏในพระกิตติคุณทั้งสี่เล่มได้แก่ การแพร่ธรรม การสิ้นพระชนม์กับการถูกฝังไว้ในอุโมงค์ การคืนพระชนม์การปรากฏพระองค์ และการประทานพระบัญชาแก่สาวก อนึ่ง การศึกษาเหตุการณ์เดียวกันจากพระธรรมต่างเล่มกันก็มีประโยชน์เพราะทำให้เราได้เข้าใจเรื่องราวดีขึ้นและสมบูรณ์ขึ้น ตัวอย่างที่หนึ่ง เรื่อง สาวกเด็ดรวงข้าวในวันสะบาโตที่พบใน มาระโก 2:23-28 เมื่อเราอ่านเฉพาะข้อ 23 เราก็อาจเกิดคำถามว่า ทำไมสาวกของพระเยซูจึงเด็ดรวงข้าว? […]

โฟกัสได้… อะไรก็ดีขึ้น 2/10

โฟกัสได้… อะไรก็ดีขึ้น เช้าขึ้นมา เพื่อนสี่ห้าคนเริ่มสนทนากันขณะทานกาแฟก่อนถึงเวลาทำงาน คนที่ 1 : เมื่อคืนฉันดูหนังนะ พระเอกขึ้นเฮลิคอปเตอร์ คนที่ 2 : นี่พูดถึงเฮลิคอปเตอร์แล้วนึกขึ้นได้ เธอจำรุ่นพี่เราที่เป็นนักวอลเลย์เก่งๆ ได้มั้ย ตอนนี้เขากำลังเรียนขับเครื่องบินเล็กเพราะว่า… คนที่ 3 : เออ…เดี๋ยวนี้นักวอลเลย์ไทยไปเล่นอาชีพในต่างประเทศกันมากขึ้นแล้วนะ เห็นว่า… คนที่ 4 : นี่ปีนี้ตกลงใครได้แชมป์พรีเมียร์ลีกนะ งานเยอะจนลืมตามข่าวเลย… คนที่ 5 : เออ… ลืมโทรศัพท์สั่งเด็กที่บ้านให้เก็บห้องเก็บของ… ตัวอย่างที่ยกมานี้อาจเกินความเป็นจริงไปบ้าง แต่เหตุการณ์ทำนองนี้มีให้เห็นทั่วไป คนพูดไม่มีโอกาสพูดจบ เพราะคนฟังฟังแล้วนึกถึงเรื่องของตนได้เกรงจะลืม จึงขอขัดจังหวะพูดเสียก่อนที่จะลืมและจะเป็นเช่นนี้กันแทบทุกคน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า คนบางคนใส่ใจตนเองและเรื่องที่ตนคิดมากกว่าเรื่องของคนอื่น บางคนใส่ใจและรู้ว่าการฟังที่ดีและมีมารยาทคือ การฟังอย่างตั้งใจและฟังให้จบ แต่เผลอทำไปตามความเคยชินเพราะใครก็ทำกันอย่างนั้น นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ของการสนทนาแบบไม่มีโฟกัส ผลก็คือ คนเริ่มบทสนทนาเล่าเรื่องที่เริ่มไว้ไม่จบตามที่ตั้งใจทำก็ทำไม่สำเร็จ ไม่เป็นไปตามที่โฟกัสไว้ เหมือนช่างภาพตั้งใจถ่ายภาพเดี่ยวครึ่งตัวของใครสักคน พอเริ่มจัดท่าทางเพื่อให้ได้ตามต้องการ มีคนมาเสนอความเห็นว่า น่าจะเป็นภาพคนสองคนยืนคุยกัน อีกคนหนึ่งเสนอว่า เกณฑ์คนมาให้เป็นร้อยๆ ให้เหมือนกองทัพให้ดูกระหึ่มใครก็พูดถึงอีกคนหนึ่งเสนอว่าจริงๆ น่าจะถ่ายรูปป่าดงดิบ […]

เปลวไฟ หรือ เปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้น? 2/10

เปลวไฟ หรือ เปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้น? ท่านถาม ฝ่ายแปลตอบ ฉบับนี้มี 2 คำถาม 2 เรื่องที่ท่านสมาชิกถามเข้ามาอย่างน่าสนใจมาก และอยากได้รับคำตอบโดยเร็ว ผู้จัดทำจึงรีบนำมาลงในคอลัมน์นี้ให้ได้อ่านพร้อมกัน 2 คำถาม ถาม ทำไมจึงใช้คำแปลว่าเปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้น? เมื่อคำภาษาอังกฤษนั้นหมายถึงเปลวไฟ การใส่คำว่าสัณฐานเหมือนลิ้นทำให้ความหมายประหลาดไป และทำให้คำแปลเกินคำในภาษาอังกฤษ ตอบ คำถามข้างต้นน่าสนใจและเป็นประเด็นสำคัญอันหนึ่งในการแปลพระธรรมกิจการบทที่ 2 ข้อ 3 แต่ก่อนจะตอบก็อยากจะให้ข้อสังเกตบางอย่างคือ  พระคัมภีร์ไทยทุกฉบับจะมีคำว่า “ลิ้น” กำกับอยู่กับคำว่า “เปลวไฟ” ได้แก่ เปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้น (ฉบับ 1940, ฉบับ 1971 และฉบับคิงเจมส์) หรือ เปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้น (ฉบับมาตรฐาน 2002 และฉบับของคณะกรรมการคาทอลิคเพื่อพระคัมภีร์) หรือ เปลวไฟรูปร่างเหมือนลิ้น (ฉบับประชานิยม) หรือ เปลวไฟรูปร่างคล้ายลิ้น (ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย) วลี “tongues of fire” ที่พบในพระคัมภีร์อังกฤษหลายฉบับนั้นเป็นสำนวนภาษา หมายถึง เปลวไฟ ใช่หรือไม่? […]

คำชี้แจงจากสมาคมฯ เรื่องพระนามพระเจ้า 1/10

คำชี้แจงจากสมาคมฯ เรื่องพระนามพระเจ้า สืบเนื่องมาจากในเวลานี้มีคริสตจักรหลายแห่งถูกเผาในประเทศมาเลเซีย เพราะความเข้าใจผิดของชาวมุสลิมกลุ่มหนึ่งว่า คำว่า “อัลเลาะห์” หรือ Allah นั้นเป็นชื่อที่ใช้เรียกพระเจ้าของศาสนาอิสลามเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์ใช้พระนามนี้ สิ่งนี้เป็นความเข้าใจไม่ถูกต้อง เพราะคำนี้เป็นภาษาอารบิคแปลว่า “พระเจ้า” ซึ่งเป็นคำที่คริสเตียนชาวอาหรับ และยิวอาหรับได้ใช้คำนี้มานานมากก่อนที่ศาสนาอิสลามจะเกิดเสียอีก และปัจจุบัน คริสเตียนอาหรับก็ยังคงใช้คำนี้อยู่ คำนี้เป็นตำแหน่ง ไม่ใช่พระนามของพระเจ้า พี่น้องคริสเตียนไทยเองก็ยังมีความสับสนอยู่ระหว่าง พระนามกับตำแหน่ง ขอเรียนชี้แจงว่า “พระเจ้า” เป็นตำแหน่ง ส่วน “พระยาห์เวห์” คือพระนามเฉพาะที่พระเจ้าได้เปิดเผยให้โมเสสรู้ พระคัมภีร์ภาษาไทยที่สมาคมพระ คริสตธรรมไทยได้แปลมานั้น ไม่ได้เอาคำว่าพระเจ้าออก หรือ แทนคำว่า พระเจ้าด้วยพระยาห์เวห์ คำว่า “พระเจ้า” ในภาษาไทยแปลมาจากคำในภาษาฮีบรูหลายคำด้วยกัน ได้แก่ เอโลฮิม เอ-โลอาห์ เอล คำเหล่านี้เป็นคำรวมๆ ที่ใช้เรียกพระของคนต่างชาติด้วย นอกจากนั้นยังมีสมญานามของพระเจ้าอีกคือ “อโดนาย” ที่แปลว่า “เจ้านายผู้ยิ่งใหญ่ของข้าพเจ้า” และพระเจ้ายังถูกเรียกว่า กษัตริย์ หรือ ผู้เลี้ยงแกะในฐานะผู้ปกครองดูแล และยังมีสมญานามที่แสดงถึงความเป็นบุคคลในครอบครัวเช่น พระบิดา ญาติสนิท หรือ พระผู้ไถ่นั้นเอง […]

พระเจ้าประทานลูกอัจฉริยะให้กับฉัน 2/10

พระเจ้าประทานลูกอัจฉริยะให้กับฉัน ดิฉันชื่อ นภาภร (ก้องกีรติ) โมลิศวงษ์ (ตุ้ม)ค่ะ จบการศึกษาปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รู้จัก เชื่อวางใจในพระเจ้าตั้งแต่สมัยเป็นนิสิตจุฬาฯ จนปัจจุบัน สมรสแล้วกับ คุณคมสัน โมลิศวงษ์ และมีลูกชาย 1 คน คือ ด.ช.ประชาชาติ โมลิศวงษ์ หรือน้องเนชั่นอายุ 3 ขวบ ปัจจุบันเป็นสมาชิกและร่วมรับใช้พระเจ้า อยู่ที่คริสตจักรความหวังกรุงเทพฯ (โดยอาจารย์พิษณุนาท ศรีทะวงศ์) รวมเป็นเวลาเกือบ 20 ปี แล้วค่ะ และครอบครัวของเราปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับงานด้านสื่อสารมวลชน การทรงเรียกของพระเจ้า ตอนเรียนอยู่ปี 3 เทอม 2 ที่จุฬาฯ ดิฉันได้ไปทำธุระที่ต่างจังหวัดและนอนพักอยู่ในห้องเล็กๆ คนเดียว และในคืนนั้นเองดิฉันก็เกิดอาการป่วยหนักมากจากอาหารเป็นพิษ ทั้งอาเจียนและท้องเสีย ถ่ายไป อาเจียนไป เป็นเวลานานถึง 5-6 ชม.มีแต่อาเจียนเต็มพื้นห้อง เวลานั้นรู้สึกเหมือนกำลังจะตายแล้วเพราะแน่นหน้าอกมาก หายใจไม่ออก มองอะไรไม่เห็น เจ็บปวดทรมานมาก นอนแผ่อยู่กับพื้นห้องน้ำ ไม่สามารถลุกขึ้นได้ ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะโทรศัพท์ หรือเรียกให้ใครมาช่วยเหมือนคนกำลังจะหมดลมหายใจ ตกใจกลัว […]

1 72 73 74 75 76 88