Blog

เพื่อน 1/07

  เพื่อน จริงๆ แล้ว ท่านผู้อ่านและน้องๆ สามารถเขียนจดหมายกลับมาหาผมบ้างก็ได้โดยใช้ที่อยู่ของสมาคมพระคริสตธรรมไทย ทางสมาคมฯ จะจัดส่งต่อให้ผมเอง หรือบางคนถนัดการใช้อีเมล์ ก็สามารถส่งมาได้ที่ tbs@thaibible.or.th ผมเองก็อยากทราบว่าพี่น้องมีคำถามเรื่องอะไร อยากรู้ (อยากเห็น) เรื่องอะไร ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ เพราะผมเองก็เป็นคนธรรมดาอย่างเราๆ ท่านๆ ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องจนคุยเรื่องอื่นๆไม่ได้ อารัมภบทมาพอสมควรแล้ว เข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ เดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งความรัก ห้างสรรพสินค้าต่างตกแต่งร้านและสินค้าโดยมุ่งใช้เทศกาลแห่งความรักเป็นแนวดึงดูดใจลูกค้า หลายคริสตจักรก็จะจัดงานประกาศเนื่องในวันแห่งความรักเช่นกัน และเมื่อเราคิดถึงความรัก หลายคนมักจะคิดถึงความรักระหว่างคนรักหรือแฟน ความรักของสามี-ภรรยา แต่ผมกลับนึกถึงความรักอีกประเภทหนึ่ง นั่นคือ ความรักในมุมมองของเพื่อน แวบแรกที่เราคิดถึงเพื่อน เราคิดถึงใคร?  ผมจะคิดถึงเพื่อนในสมัยเรียนโรงเรียนมัธยม และในมหาวิทยาลัย ผมนึกถึงเพื่อนที่มีทั้งดีและไม่ดีที่เข้ามาในชีวิตและมีผลกระทบต่อชีวิตผมอย่างมาก Friend in life (เพื่อนในชีวิต) ในสมัยที่เรียนอยู่โรงเรียนมัธยมผมมีเพื่อนสนิทอยู่หลายคน และหนึ่งในนั้นคือ “ไอ้เก่ง” ไอ้เก่งจะคอยชวนผมไปต่อยตีกับเด็กช่างกล คอยชวนไปจุด “ประทัด” โดยใช้บุหรี่เป็นชนวน คอยชวนผมโดดเรียนไปเล่นไพ่หลังตึกเรียน และวีรกรรมสุดยอดคือเอามอเตอร์ไซค์ของใครก็ไม่รู้ไปขับเล่น ถามว่า”ไอ้เก่ง” เป็นเพื่อนผมไหม? แน่นอนเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ เรายังเจอกันในงานเลี้ยงรุ่น และยังนั่งหัวเราะเมื่อเราคุยกันถึงเรื่องเก่าๆ ผมมีเพื่อนเยอะก็จริง แต่ในจำนวนเพื่อนหลายๆ […]

แอปเปิ้ลหรือลูกท้อ? 1/07

แอปเปิ้ลหรือลูกท้อ? คำถาม : ในพระธรรม “เพลงซาโลมอน” มีหลายตอนที่พระคัมภีร์ไทยใช้คำว่า “ลูกท้อ” แต่ในฉบับภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ใช้คำว่า “แอปเปิ้ล” (apple)   เช่นเพลงซาโลมอนบทที่ 2 ข้อ 5   “จงชูกำลังของดิฉันด้วย ขนมองุ่นแห้ง   ขอทำให้ดิฉันชื่นใจด้วยผลลูกท้อ   เพราะดิฉันป่วยเป็นโรครัก”  ทำไมพระคัมภีร์ไทยจึงไม่ใช้ “แอปเปิ้ล” ตามพระคัมภีร์ภาษา อังกฤษ? คำตอบ :   คำว่า “ลูกท้อ” หรือ “ต้น ท้อ” ยังมีปรากฏอยู่อีกสามแห่งในเพลงซาโลมอน (2:3; 7:8; 8:5) แต่ในฉบับภาษาอังกฤษหลายฉบับ (เช่น King James, NIV, NRS, RSV)และพจนานุกรมฮีบรู – อังกฤษหลายเล่ม แปลคำนี้เป็น “แอปเปิ้ล” (apple) ซึ่งเป็นไม้คนละชนิดกับท้อในพระ คัมภีร์ไทย อีกทั้งสมาคมพระคริสตธรรมไทยก็ไม่ได้ใช้คำว่า“แอปเปิ้ล” ในพระคัมภีร์ไทยเลย  ในพระคัมภีร์เล่มที่เป็นโคลงกลอนได้บอกให้เรารู้ถึงลักษณะของพืชผลชนิดนี้ ว่า มีร่มเงา สวยงาม มีกลิ่นหอม และมีความหวาน […]

สามดาว 1/07

สามดาว บนถนนศรีนครินทร์หัวมุมถนนพัฒนาการ อาคารสีขาวขนาดเล็กมีไม้กางเขนและสัญลักษณ์รูปปลาบนผนังอาคารเป็นที่สังเกตเห็นได้ง่ายกับคนที่ผ่านไปมา ที่นี่เป็นที่ตั้งของ “รถยนต์สามดาว” จำหน่ายรถมือสองบนที่ดินประมาณ 3 ไร่ และเป็นที่ตั้งของคริสตจักรสวนหลวง เจ้าของสถานที่คือคุณสรวง บุญชูสนอง อายุ 51 ปี ท่านเป็นทั้งนักธุรกิจคริสเตียน ผู้ก่อตั้งคริสตจักรสวนหลวง และผู้รับใช้คริสตจักรอุดมการณ์ (ถนนจันทน์) สมาคมพระคริสตธรรมไทยขอขอบพระคุณที่ท่านกรุณาให้สัมภาษณ์แก่เรา สมาคมฯ เชื่อว่าประสบการณ์ในชีวิตของท่านจะให้ข้อคิดมุมมองที่น่าสนใจแก่ผู้อ่านทุกท่าน กรุณาเล่าเรื่องความเป็นมาของครอบครัวและวัยเด็ก พ่อแม่ของผมมาจากประเทศจีน พ่อมาเมืองไทยเมื่ออายุ 25 ปีและไม่ยอมพูดภาษาไทยตลอดชีวิต ว่าที่จริงอาจจะเรียกได้ว่าพ่อเป็นคอมมิวนิสต์คือไม่นับถือพระใดๆ ไม่เคยมีรูปเคารพ และไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า ครอบครัวของเรายากจนมาก พ่อหาเลี้ยงครอบครัวด้วยอาชีพขายปลาที่สะพานปลา ทำงานตั้งแต่ตีสองถึงหกโมงเย็น ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน มาอยู่เมืองไทยตั้งแต่อายุยังน้อยจึงพูดไทยชัด พ่อแม่มีลูก 6 คน เป็นผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 1 คน ผมเป็นคนที่ 4 ปัจจุบันพ่อแม่เสียชีวิตแล้ว ครอบครัวฝ่ายแม่เป็นคริสเตียนอยู่ในเมืองจีนและแม่ก็เป็นคริสเตียนเข้มแข็ง แม่จึงเป็นรากฐานของความเชื่อที่มั่นคงของครอบครัวเรา แม่พาลูกๆ ไปคริสตจักรในวันอาทิตย์เป็นประจำ พี่น้องของผมทุกคนรับเชื่อในพระเจ้า และเรารับศีลบัพติศมาตั้งแต่เป็นเด็ก แต่ความเชื่อของเราไม่ค่อยจะเข้มแข็ง ดำเนินชีวิตไปคนละทิศคนละทาง ตัวผมเองติดโบสถ์ […]

ด.ช.ณัชพล นามรส (โครงการ TH -17)

ด.ช.ณัชพล นามรส (โครงการ TH -17) (หนึ่งในสมาชิกของทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันซูเปอร์จิ๋วเจาะโลกพระคัมภีร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ปีซ้อน) สวัสดีครับ ศจ.ดร.เสรี หล่อกันภัย ผมดีใจมากครับที่ได้มีโอกาสเป็นพยานเรื่องการแข่งขันพระคัมภีร์ ผมได้เข้าร่วมการแข่งขันมาแล้ว 5 ปี คือ ตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งเป็นปีแรกที่ผมเข้าร่วมแข่งขัน เวลานั้นผมเรียนอยู่ชั้น ป.4 แต่ตอนนี้ผมเรียนอยู่ชั้น ม. 2 แล้วครับ การแข่งขันพระคัมภีร์สำหรับผมแล้ว ไม่ใช่ว่าจะแข่งเพื่อเอารางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ผมแข่งเพื่อจะได้รู้ว่าพระคัมภีร์ที่ผมอ่านนั้นผมมีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน มีความสำคัญและมีความหมายต่อชีวิตผมอย่างไร ก่อนที่ผมจะไปแข่งประมาณ 3 เดือนนี่แหละครับ อ.ไพทูล ศรีมุงคุณ ซึ่งเป็นผู้ดูแลพวกเราก็จะมาบอกพวกเราว่าจะใช้พระธรรมเล่มไหนแข่งขัน อย่างเช่นในปีนี้ อ.ไพทูล บอกว่าจะใช้พระธรรมกันดารวิถีแข่งขัน เมื่อผมได้ฟังดังนั้นแล้ว พอกลับไปถึงบ้าน ผมก็เริ่มอ่านพระคัมภีร์เลยครับ ในวันที่ผมต้องไปโรงเรียนผมก็จะหาเวลาว่างอ่านครับ และเวลาที่โรงเรียนเลิกแล้วขณะที่นั่งรอรถจะมารับกลับบ้าน ผมก็เอาพระคัมภีร์ขึ้นมาอ่านครับ เพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้น ผมก็อ่านพระธรรมกันดารวิถีจบในรอบแรกและก็เริ่มรู้เรื่องราวคร่าวๆในพระธรรมกันดารวิถีแล้วครับ ต่อมาผมก็เริ่มอ่านรอบที่ 2 ในครั้งนี้ ผมได้มีการจดบันทึกสิ่งที่สำคัญไว้ด้วยครับ เมื่อถึงตอนไหนที่ผมไม่เข้าใจ ผมก็จะจดบันทึกไว้เพื่อไปถามอ.ไพทูล ที่โบสถ์ครับ พอถึงประมาณเดือนตุลาคม […]

อิมมานูเอลใน อิสยาห์ 6-9 หมายถึงผู้ใด? หมายถึงบุคคลหนึ่งในสมัยอิสยาห์เอง หรือ หมายถึง พระเยซูคริสต์? 4/06

อิมมานูเอลใน อิสยาห์ 6-9 หมายถึงผู้ใด? หมายถึงบุคคลหนึ่งในสมัยอิสยาห์เอง หรือ หมายถึง พระเยซูคริสต์? ถาม : คำ กล่าวในพระธรรมอิสยาห์บทที่ 7-9 นั้น กล่าวเล็งถึงบุคคลในสมัยอิสยาห์เองหรือกล่าวเล็งถึงองค์พระเยซูคริสต์? ตอบ : อสย.7:14 “เพราะฉะนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทานหมายสำคัญเอง ดูเถิด หญิง สาวคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของท่านว่า อิมมานูเอล” สำหรับกลุ่มคำ “หญิงสาวคนหนึ่ง” นั้น มีเชิงอรรถว่าในพระคัมภีร์เดิมฉบับแปลกรีกใช้คำแปลที่แปลว่า “สาว พรหมจารี” ได้  ก็เกิดคำถามขึ้นว่าเพราะเหตุใด ฝ่ายแปลของสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงไม่เลือกที่จะแปลคำนี้ว่า “สาว พรหมจารี” (ซึ่งเล็งโดยตรงถึงนางมารีย์) แต่เลือกที่จะแปลเป็น “หญิงสาวคนหนึ่ง” (ซึ่งหมายความว่าอาจเป็นหญิงใดก็ได้ ในสมัยนั้นหรืออาจเป็นหญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้วก็ได้) คำตอบต่อประเด็นคำถามนี้ก็คือ  หากเราดูบริบทในบทเดียวกันข้อ 16 “เพราะก่อนที่เด็กนั้นจะรู้ที่จะปฏิเสธความชั่ว  และ เลือกความดีนั้นแผ่นดินซึ่งพระราชาสององค์ เป็นที่เกลียดกลัวของฝ่าพระบาทนั้นจะร้างเปล่าไป” หมาย ความว่าก่อนที่อิมมานูเอลจะรู้ความนั้นแผ่นดินทั้งสองก็คือซีเรียกับ อิสราเอลเหนือจะถูกอัสซีเรียทำลายไป ซึ่งเหตุการณ์นี้อยู่ในสมัยอิสยาห์  อิมมานูเอลจึงอาจเป็นผู้ร่วมสมัยของอิสยาห์ แต่การแปลเช่นนี้ก็มิได้ขัดกับความเชื่อของคริสตชนที่ว่าท่านอิสยาห์พยากรณ์ เล็งถึงองค์พระเยซูคริสต์แต่อย่างใด เพราะในทางศาสนศาสตร์ คำกล่าวหรือการพยากรณ์อาจกล่าวเล็งถึงเหตุการณ์หรือบุคคลในยุคของผู้เผยพระ วจนะนั้นๆ เองหรือพยากรณ์ถึงเหตุการณ์หรือบุคคลในอนาคตก็ได้ หรืออาจจะหมายถึงทั้งสองอย่าง จึงอาจสรุปได้ว่าในพระธรรมตอนนี้ “อิมมา นูเอล” อาจหมายถึงบุคคลที่ใช้ชื่อนี้ในยุคสมัยอิสยาห์ ส่วน “อิมมานูเอล” ในพระคัมภีร์ใหม่ที่สัมพันธ์กับพระธรรม อิสยาห์นั้นเล็งถึง “พระคริสต์” อย่างแน่นอน เมื่อทราบเกี่ยวกับอิมมานูเอลแล้ว จะขอกล่าวถึงเกี่ยวกับการแปลสักเล็กน้อยว่า “การ แปลต้องพิจารณาบริบท (context) เสมอ”  คำ ว่า “อิมมานูเอล” ปรากฏอีกครั้งหนึ่งใน 8:8 […]

สัญลักษณ์ต่างๆ ของคริสตชนมีรูปลักษณ์และความหมายอย่างไรบ้าง ? 3/06

สัญลักษณ์ต่างๆ ของคริสตชนมีรูปลักษณ์และความหมายอย่างไรบ้าง ? ถาม : อยากทราบเรื่องสัญลักษณ์ต่างๆ ของคริสเตียนและความหมายของแต่ละสัญลักษณ์ ตอบ : สัญลักษณ์ ที่เด่นๆ ของคริสเตียนมีดังนี้ ไม้กางเขน (Cross or Crucifix) crossไม้กางเขน เป็นเครื่องมือประหารชีวิตนักโทษของคนในสมัยโบราณ เข้าใจว่าเริ่มใช้ตั้งแต่สมัยเปอร์เซีย และถ่ายทอดต่อมาในสมัยกรีกและโรมัน มักจะทำด้วยไม้ปักลงไปในดิน มีลักษณะรูปทรงเหมือนอักษรตัวที (T)  หรือ ตัวเอ๊กซ์ (X) นักโทษจะถูกบังคับให้แบกกางเขนของตนเองเดินไป ตามทางที่จะไปยังจุดที่จะถูกตรึงซึ่งมักจะเป็นที่สาธารณะที่คนเดินผ่านไปมา จะมองเห็น และโดยทั่วไปบนไม้กางเขนจะมีการติดข้อความระบุความผิดของผู้ถูกประหาร การตรึงกางเขนนี้เป็นวิธีการที่ทำให้นักโทษตายอย่างทุกข์ทรมานอย่างช้าๆ นักโทษจะถูกอดอาหารอดน้ำ ถูกแสงแดดแผดเผาอยู่บนกางเขนนั้นหลายวันจนตายไป และถึงแม้ตายแล้วศพก็มักจะถูกปล่อยทิ้งไว้ต่อไป เรื่องที่พระเยซูคริสต์ยืนยันพระองค์ ว่าเป็นพระเมสสิยาห์แต่กลับถูกตรึงบนไม้กางเขนนี้ เป็นเรื่องที่คนยิวรับยากมาก เพราะผู้ที่ถูกตรึงนั้นคือผู้ที่ถูกสาปแช่งตามความเข้าใจของคนยิว คนยิวและคนต่างชาติที่ไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์จึงถือว่าเรื่องการวายพระชนม์ ของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปมนุษย์เป็นเรื่องโง่เขลา แต่สำหรับคริสตชนแล้ว ไม้กางเขนได้กลายเป็นสัญลักษณ์สากลของความรอดจากบาปโดยทางพระเยซูคริสต์ โดยเน้นถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เพื่อชดใช้ความบาปผิดของมนุษย์ และการมีชีวิตใหม่ที่พระองค์ประทานให้ ปลา (Fish) fishตั้งแต่ปี ค.ศ. 100 – ค.ศ. 313 การเป็นคริสตชน ถือเป็นการผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงและมีโทษถึงตาย เพราะฉะนั้น คริสตชนจึงต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้ศัตรูจับได้ว่าตนเป็นผู้ที่ศรัทธาในพระ […]

อาหารของพระเจ้า อาหารของมนุษย์

อาหารของพระเจ้า อาหารของมนุษย์ อาหารของพระเจ้า VS อาหารของมนุษย์  ศาสนาจารย์ ดร. สุรเชษฐ์ อินสม หัวหน้าแผนกพันธกิจสุขภาพ สำนักงานกลาง คจ.เซเว่นธ์เดย์ แอ๊ดเวนตีส หลังจากที่ผู้เขียนได้ชมภาพยนตร์สารคดี “เปิดโปง…บริโภคช็อกโลก” (Food, Inc.) ซึ่งได้รับรางวัลเอมมี่ประเภทสารคดี ทำให้นึกถึงผลของความบาปที่มีต่อพลโลก ซาตานทำลายมนุษย์ด้วยอาหาร และยังคงใช้อาหารซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตเป็นสิ่งทำลายสุขภาพของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ตีแผ่ระบบการผลิตอาหารแบบโรงงานในสหรัฐอเมริกา เพื่อตอบสนองชีวิตเร่งรีบของอเมริกันชน โดยที่ประชาชนหารู้ไม่ว่าอาหารสำเร็จรูปที่ตัวเองตักเข้าใส่ปากแต่ละวันนั้นมีกรรมวิธีในการผลิตอย่างไรบ้างปัจจุบันประเทศนี้ผลิตอาหารจากโรงงานและบริษัทขนาดใหญ่เพียง 4-5 บริษัท จากเดิมที่ชาวไร่ชาวนาผลิตอาหารให้ผู้บริโภคได้รับอาหารสดตามธรรมชาติในท้องถิ่น ปัจจุบันบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ครอบครองธุรกิจอาหารในสหรัฐฯ เพียงไม่กี่รายเท่านั้น ควบคุมการผลิตอาหารในสหรัฐทั้งประเทศ ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์พืช การปลูกพืชเชิงเดี่ยวซึ่งต้องอาศัยสารเคมีจำนวนมาก พันธุ์สัตว์ โรงฆ่าสัตว์ โรงงานประกอบอาหารสำเร็จรูป ช่องทางการกระจายสินค้าอาหารเหล่านี้ไปตามห้างร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงมือผู้บริโภค นี่คือปัญหาสุขภาพของประชาชนอเมริกันต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทำลายทั้งสุขภาพและสภาพแวดล้อมอย่างรุนแรง คนไทยก็อย่าเพิ่งดีใจว่าเรามีอาหารที่ได้จากธรรมชาติมากกว่า เพราะปัจจุบันการผลิตอาหารกึ่งสำเร็จรูป และสำเร็จรูป มีจำหน่ายในประเทศของเราไม่ได้ต่างไปจากอเมริกา สิ่งนี้กำลังคืบคลานมาใกล้เราทุกขณะ จึงควรถามตนเองว่า อาหารสำเร็จรูปที่จำหน่ายทั่วไปปลอดภัยและเหมาะกับสุขภาพของเราหรือไม่ ต้องใส่ใจเรียนรู้มากขึ้น ขณะนี้วิถีชีวิตแบบตะวันตกกำลังนำโรคร้ายชนิดต่างๆ มาสู่คนไทย เราได้เห็นปรากฏการณ์ความเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังที่คุกคามอยู่ในขณะนี้ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อาหารของพระเจ้า […]

น่าปรารถนายิ่งกว่าทองคำ 1/06

น่าปรารถนายิ่งกว่าทองคำ ดิฉันชื่อศิริวรรณ ชุณหรุ่งโรจน์ นามสกุลเดิม “บุตรดา” ปัจจุบันอายุ 36 ปี สามีชื่อคุณอภิศักดิ์ ชุณหรุ่งโรจน์ อายุ 38 ปี เรามีบุตรสองคนชื่อน้องแมน (7 ขวบ) และน้องแหม่ม (2 ขวบ) ปัจจุบันดิฉันและสามีประกอบกิจการส่วนตัวด้านการขายสินค้าเวชภัณฑ์โรงพยาบาล บ้านเดิมของดิฉันอยู่ที่บ้านบุ่งน้ำเต้า อ. หล่มสัก จ. เพชรบูรณ์ พ่อแม่มีอาชีพทำไร่ทำนาและค้าขาย และมีลูก 3 คน ดิฉันเป็นลูกคนเล็ก ในวัยเด็กมีหลายสิ่งที่ดิฉันรับรู้เกี่ยวกับบ้านของเราคือ ครอบครัวของเรายากจนมากจนไม่มีใครอยากจะคบค้าสมาคมด้วย และที่บ้านบุ่งน้ำเต้ามีโบสถ์คริสเตียนอยู่แห่งหนึ่งและพี่น้องทางฝ่ายแม่นับถือคริสต์หลายคนรวมทั้งแม่ด้วย แต่เมื่อแม่แต่งงานกับพ่อ แม่ถูกกีดกันไม่ให้ไปโบสถ์ ไม่ให้เชื่อพระเจ้า พ่อแม่มีปากเสียงกันบ่อยๆ และในที่สุดแม่ก็เลิกเป็นคริสเตียนไปโดยปริยาย แต่ไม่ว่าแม่จะนับถือศาสนาอะไร แม่เป็นคนใจดีและให้กับคนอื่นเสมอ ตัวดิฉันเองจะถูกพ่อเลือกให้เป็นคนไปทำบุญที่วัดเสมอทั้งๆ ที่พี่ชายกับพี่สาวน่าจะทำพิธีกรรมต่างๆ ได้ดีกว่า และนอกจากนั้น ดิฉันได้รอดตายจากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ในหมู่บ้าน เช่น รอดจากโรคไข้เลือดออกเมื่ออายุยังไม่ถึงขวบ และเมื่อโตขึ้นก็รอดจากโดนกับระเบิดของผู้ก่อการร้ายในเพชรบูรณ์ซึ่งทำให้เด็กตายไปหลายคน ดิฉันเป็นลูกคนเล็กแต่รู้สึกฝังใจตั้งแต่เด็กจนโตว่าพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน และให้ความเอาใจใส่ไม่เท่ากันเพราะพี่ชายและพี่สาวมักจะได้สิ่งที่เขาต้องการเสมอ ส่วนดิฉันจะไม่เคยได้สิ่งที่ต้องการเหมือนอย่างพี่ๆ หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมฯ 6 ดิฉันได้งานทำในบริษัทขายเวชภัณฑ์ และเมื่ออายุ 24 […]

ชีวิตที่เป็นของพระเจ้า 4/03

ชีวิตที่เป็นของพระเจ้า ผม “นายทศพร มณีรัตน์” ขอนำเสนอบันทึกนี้เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า พระเยซูคริสต์ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่ได้ทรงเมตตาไถ่ผมออกจากความบาปและได้ทรงมอบชีวิตนิรันดร์แก่ผมตลอดไป “ข้าแต่พระองค์พระบิดาผู้เป็นเจ้าของฟ้าสวรรค์และโลก ขอพระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ”       ย้อนหลังไปในปี พ.ศ. 2530 ผมและภรรยา (นางสุกาญจนวดี มณีรัตน์) ได้สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตสมรส เพราะภรรยาผมตั้งครรภ์ที่ปีกมดลูกและต้องผ่าตัดปีกมดลูกออกไปหนึ่งข้าง ทำให้โอกาสที่จะตั้งครรภ์อีกมีน้อยมาก เราก็ได้แต่ปลอบใจกันตลอดจนบนบานตามความเชื่อต่างๆ       ในปี พ.ศ. 2531 ภรรยาผมตั้งครรภ์อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เราดูแลกันดียิ่งขึ้นและคาดหวังถึงความสุขที่จะมีมา แต่เมื่อผ่านไปได้ 6 เดือน ภรรยาผมก็เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งหมอบอกว่าจะมีโอกาสเป็น 1 ใน 200 คน ในที่สุดเราก็ต้องเสียลูกไปอีก ความเสียใจของเรามากมายจนไม่สามารถนึกถึงความสุขได้เลย เราสองคนร้องไห้เกือบทุกวัน ได้แต่ถามตัวเองว่าทำไมต้องเกิดเรื่องนี้กับครอบครัวของเรา เราทำบาปอะไร แล้วเราจะหลุดพ้นภาวะทุกข์ใจอย่างนี้ได้อย่างไร ภรรยาของผมนั้นแทบจะไม่รู้จักยิ้มเลย ผมเห็นเธอเป็นทุกข์ เครียด นอนไม่หลับ ก็ได้แต่พูดปลอบใจไปวัน ๆ เป็นอย่างนี้เป็นเวลาหลายเดือน จนอยู่มาวันหนึ่งผมเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวภรรยา เธอมีรอยยิ้ม […]

ไป…ให้ไกลกว่าเดิม

ไป…ให้ไกลกว่าเดิม ตอนที่ผมอายุสักห้าหกขวบ ผมไม่กล้าที่จะเดินออกจากบ้านโดยไม่มีพ่อแม่ เพราะกลัวว่าหมาสีดำตัวโตของบ้านใกล้ๆ กันจะกัดเอาหลังจากอายุครบ 11 ปี ผมออกไปเล่นแถวบ้านโดยไม่กังวลอะไรอีกแม้ว่าจะเห็นหมาตัวเดิมผมก็ไม่รู้สึกกลัวเท่าเดิม จนวันหนึ่งผมถูกหมาตัวนี้กัดเข้าเต็มเหนี่ยวที่ขาซ้าย ผมในวัยเด็กสู้กับหมาตัวนี้สุดแรงเกิดสุดท้ายมันก็ยอมปล่อยคมเขี้ยวของมัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะมันแก่หรือหนังผมเหนียวมันจึงกัดผมไม่เข้าทิ้งไว้เพียงรอยบุ๋มลึกๆ แต่ในใจของผมร้องไชโยเสียงดังพร้อมกับบอกกับตัวเองว่า “หมาไม่เห็นจะน่ากลัวเลย” ความที่ผมไม่กลัวหมาตั้งแต่เล็กๆ ทำให้ผมกล้าจะไปเล่นไกลๆ กว่าเด็กคนอื่น (แต่พ่อแม่ผมคงไม่ค่อยชอบนักหรอก)สุดท้ายหมากับผมก็กลายเป็นเหมือนเพื่อนกัน แม้จะมีผู้ใหญ่เอาหมาตัวโตมาขู่เด็กๆ อย่างผม ผมก็ไม่รู้สึกกลัวสักนิด ผมมีโอกาสทำงานด้านการให้คำปรึกษามากว่า 10 ปีและมีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยกับนักเรียนจำนวนมาก เมื่อทุกคนเล่าปัญหาของเขาให้ผมฟัง ผมมักจะนึกถึงข้อพระคัมภีร์ สุภาษิต บทที่ 17 ข้อ 22 ว่า “ใจร่าเริงเป็นยาอย่างดี แต่จิตใจที่หมดมานะทำให้กระดูกแห้ง” นั่นเพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมาจากความเชื่อภายในจิตใจ วัยรุ่นหลายคนต้องเผชิญกับปัญหาการแยกทางกันของพ่อแม่แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีปัญหา หลายคนเคยต้องอยู่อย่างลำบากและไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่กลายเป็นโจรผู้ร้าย ก่อนอื่นเราต้องยอมรับว่าปัญหาก็คือปัญหา เราจะแสร้งทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้เลย แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะจมกับปัญหาไปเรื่อยๆ หรือเลือกจะหลุดจากวังวนของปัญหา ผมในวัยเด็กคงไม่สามารถออกจากบ้านได้ ถ้าผมเอาแต่คิดว่าหมาดำตัวนั้นจะฆ่าเด็กอย่างผม และแม้สุดท้ายจะโดนหมากัดเข้าจริงๆ มันก็ไม่สามารถฆ่าผมได้ อย่างมากก็แค่เจ็บ ผมยกเอาพระคัมภีร์สั้นๆ ตอนนี้เพื่อฝากข้อคิดที่ผมเชื่อว่าสามารถทำให้เราเป็นคนที่มีชีวิตที่ไปได้ไกลกว่าเดิม ประการแรก  “จงดูแลจิตใจ เพราะมันกำหนดทุกสิ่ง” ในพระธรรมสุภาษิตบทที่ 4 ข้อ 23 ได้ย้ำในเรื่องนี้ว่า “จงรักษาใจของเจ้าด้วยความระวังระไวรอบด้าน เพราะชีวิตเริ่มต้นออกมาจากใจ” คนที่โชคร้ายที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่เกิดมายากจน หรือเป็นเด็กกำพร้า แต่คนที่โชคร้ายที่สุดในโลกคือคนที่คิดว่าตัวเองเกิดมาโชคร้ายกว่าคนอื่น เป็นเรื่องจริงที่ผมพบว่าบางคนเกิดมาอย่างเพียบพร้อมในสายตาของคนรอบข้าง แต่กลับไม่รู้สึกอิ่มใจในสิ่งนั้น แต่กลับมองหาว่าตนเองมีอะไรที่ด้อยกว่าคนอื่น พร้อมกับบ่นกับตัวเองว่า“ฉันช่างน่าสงสารเสียจริง” มันน่าแปลกที่ว่าเมื่อเราพยายามมองหาสิ่งที่เราเชื่อว่าเรามี เราก็จะพบสิ่งนั้นจริงๆ เช่น ถ้าสมชายคิดว่าตนเองเป็นคนที่ไม่สามารถพูดต่อหน้าคนอื่นได้ สมชายก็จะไม่หาโอกาสพูดในที่สาธารณะชน จนในที่สุดสมชายก็ไม่สามารถพูดต่อหน้าคนอื่นได้จริงๆ นีล ทีแอนเดอร์สัน กล่าวว่า “คุณไม่สามารถใช้ชีวิตเกินกว่าสิ่งที่คุณเชื่อ” (ชัยชนะเหนือความมืด) หากเรามีความเชื่อในทางบวก เราย่อมพยายามขวนขวายที่จะทำให้ได้จนในที่สุดเราก็จะพบว่าเราสามารถเป็นเช่นนั้นได้จริงๆ ดังที่ไบรอัน […]

1 72 73 74 75 76 84