ขอลองหน่อยสิ

  ผู้หญิงที่ผมรู้จักหลายคนตื่นเต้นกับการได้รับสินค้าตัวอย่างจากเครื่อง สำอางดังๆ สักยี่ห้อ ยิ่งถ้าได้ลองเสื้อผ้าสวยๆ หลายๆ ชุด จะทำให้เธออารมณ์ดีไปได้ทั้งวันเชียวครับ แต่สำหรับผู้ชายการได้ทดลองขับรถยนต์คันงามในโชว์รูม หรือทดลองใช้กล้องวีดีโอตัวใหม่จากร้านก็ทำให้เราเพลิดเพลินได้ไม่แพ้กัน ไม่ทราบว่าเราพอจะจำโฆษณาเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่กำลังเข้าห้องหอได้ไหม ในโฆษณาเจ้าบ่าวแทบสลบเมื่อเจ้าสาวที่สวยงามของตัวเองดึงฟองน้ำออกมาจากหน้า อก ฟันปลอม คิ้วก็ปลอม ขนาดผมยังใส่วิก เรียกว่ามีแต่ของปลอมทั้งตัว ก่อนจะตบท้ายด้วยสโลแกนว่า “ดูให้ดีๆก่อนจะตัดสินใจ” ทุกวันนี้เราชอบทดลองสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อมาเป็นเจ้าของ จนแทบกลายเป็นค่านิยมของสังคมไปแล้ว แต่ก็ใช่ว่าทุกเรื่องถ้าได้ลองแล้วจะดีเสมอไป เรื่องง่ายๆ ที่เรารู้ได้ว่าไม่ควรทดลองเลยนั่นก็คือยาเสพติด ทุกคนรู้ถึงโทษภัยของมันดี และไม่จำเป็นต้องไปเหยียบขี้หมาก้อนเดิมที่มีคนเคยเหยียบมาแล้ว แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ตอบยากว่าควรหรือไม่ควรทดลองอย่างเช่นการทดลอง “อยู่ก่อนแต่ง” ที่ว่าตอบยากก็เพราะคนแต่ละคนมีจุดยืนในเรื่องนี้แตกต่างกัน เดิมผมเคยเชื่อว่ามีคนส่วนน้อยที่เห็นด้วยกับการอยู่ก่อนแต่ง เท่าที่สังเกตเห็นมักจะเป็นชนชั้นแรงงานที่เดินทางมาทำงานในเมืองห่างไกลจากวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเองมานานเมื่อพอใจทั้งสองฝ่ายก็มักจะตกลงใช้ชีวิตเยี่ยงสามีภรรยา แต่เมื่อเวลาผ่านไปความคิดของผมก็เริ่มเปลี่ยน ทุกวันนี้ภาพของนิสิตนักศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็นชนชั้นปัญญาชนของสังคมใช้ชีวิตคู่แบบอยู่ก่อนแต่งเริ่มกลายเป็นภาพชินตาหรือแม้กระทั่งคนในวัยทำงานมีการศึกษาสูง และรายได้ที่มั่นคงหลายคนก็ตัดสินใจชีวิตอยู่ก่อนแต่งเช่นกัน เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านก็คงเคยพบเห็นหรือได้ยินเรื่องนี้มามากแล้ว จากการทำงานเป็นผู้ให้คำปรึกษามาเป็นเวลากว่าสิบปีผมมีโอกาสดีที่ได้พูดคุยซักถามกับหนุ่มสาวหลายคู่ที่ตกลงเลือกใช้ชีวิตคู่ก่อนการจบเป็นบัณฑิต และหนุ่มสาวหลายคู่ที่มีความมั่นคงพอจะสร้างชีวิตครอบครัวด้วยการสมรส แต่เลือกการใช้ชีวิตคู่แบบอยู่ก่อนแต่ง ทุกครั้งที่ให้คำปรึกษาเรื่องชีวิตคู่กับคนที่อยู่ก่อนแต่ง ผมมักอ้างถึงสถิติในการวิจัยว่า 8 ใน 10 คู่ของคนที่ตัดสินใจอยู่ก่อนแต่งจะไม่ได้จบลงที่การสมรสและมักจะเลิกรากันไป แต่นั่นไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของคนส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจเช่นนี้ได้ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่ยืนอยู่คนละฝั่งกับหนุ่มสาวเหล่านี้ท่านคงมีคำถามในใจมากมายว่า “คนพวกนี้คิดยังไงกันนะ” หรืออาจพาลคิดไปว่าคนพวกนี้ไม่มีหัวคิดผมอยากย้ำกับผู้อ่านอีกครั้งว่าหนุ่มสาวเหล่านี้หลายคนมีผลการเรียนที่ยอดเยี่ยมมาก หลายคนเป็นครูอาจารย์ที่สังคมนับหน้าถือตา ผมจึงไม่เชื่อว่าพวกเขาไม่มีหัวคิด แต่เชื่อว่ามีบางอย่างที่ทำให้เขาคิดต่างออกไป เหตุผลหลักประการแรกที่ผมพบว่าทำให้คนเลือกการอยู่ก่อนแต่งก็คือ คนศรัทธาเรื่องการแต่งงานน้อยลง คงต้องยอมรับว่าในปัจจุบันการหย่าร้างเพิ่มสูงขึ้นมาก การสมรสที่จบลงด้วยการแก่เฒ่าถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรเริ่มมีให้เห็นกันน้อยลง บุคคลสาธารณะอย่างดาราก็มีหลายคู่ที่เริ่มต้นชีวิตสมรสด้วยความหวานชื่น แต่กลับจบลงอย่างน่าเศร้า […]

คำพยานของ ด.ช.ณัชพล นามรส (โครงการ TH -17)

(หนึ่งในสมาชิกของทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันซูเปอร์จิ๋วเจาะโลกพระคัมภีร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ปีซ้อน) สวัสดีครับ ศจ.ดร.เสรี หล่อกันภัย ผมดีใจมากครับที่ได้มีโอกาสเป็นพยานเรื่องการแข่งขันพระคัมภีร์ ผมได้เข้าร่วมการแข่งขันมาแล้ว 5 ปี คือ ตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งเป็นปีแรกที่ผมเข้าร่วมแข่งขัน เวลานั้นผมเรียนอยู่ชั้น ป.4 แต่ตอนนี้ผมเรียนอยู่ชั้น ม. 2 แล้วครับ การแข่งขันพระคัมภีร์สำหรับผมแล้ว ไม่ใช่ว่าจะแข่งเพื่อเอารางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ผมแข่งเพื่อจะได้รู้ว่าพระคัมภีร์ที่ผมอ่านนั้นผมมีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน มีความสำคัญและมีความหมายต่อชีวิตผมอย่างไร ก่อนที่ผมจะไปแข่งประมาณ 3 เดือนนี่แหละครับ อ.ไพทูล ศรีมุงคุณ ซึ่งเป็นผู้ดูแลพวกเราก็จะมาบอกพวกเราว่าจะใช้พระธรรมเล่มไหนแข่งขัน อย่างเช่นในปีนี้ อ.ไพทูล บอกว่าจะใช้พระธรรมกันดารวิถีแข่งขัน เมื่อผมได้ฟังดังนั้นแล้ว พอกลับไปถึงบ้าน ผมก็เริ่มอ่านพระคัมภีร์เลยครับ ในวันที่ผมต้องไปโรงเรียนผมก็จะหาเวลาว่างอ่านครับ และเวลาที่โรงเรียนเลิกแล้วขณะที่นั่งรอรถจะมารับกลับบ้าน ผมก็เอาพระคัมภีร์ขึ้นมาอ่านครับ เพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้น ผมก็อ่านพระธรรมกันดารวิถีจบในรอบแรกและก็เริ่มรู้เรื่องราวคร่าวๆในพระธรรมกันดารวิถีแล้วครับ ต่อมาผมก็เริ่มอ่านรอบที่ 2 ในครั้งนี้ ผมได้มีการจดบันทึกสิ่งที่สำคัญไว้ด้วยครับ เมื่อถึงตอนไหนที่ผมไม่เข้าใจ ผมก็จะจดบันทึกไว้เพื่อไปถามอ.ไพทูล ที่โบสถ์ครับ พอถึงประมาณเดือนตุลาคม อ.ไพทูลก็ได้เอาพระธรรมกันดารวิถีที่จะใช้แข่งขันจริงมาให้กับพวกเราได้อ่าน พอถึงตอนนี้ ผมก็จะอ่านเพื่อเปรียบเทียบกับเล่มสากลที่มีใช้กันอยู่โดยทั่วไปครับว่า มีคำไหนเปลี่ยนไปบ้าง และผมก็พบว่ามีหลายคำที่ใช้คำไม่ตรงกันแต่ก็มีความหมายเหมือนกันครับ […]

กุญแจความสำเร็จที่พระเจ้าประทาน

กุญแจความสำเร็จที่พระเจ้าประทาน อาจารย์วิทยา วุฒิไกรเกรียง ทุกวันนี้มีห้างสรรพสินค้าเกิดใหม่ทั้งเล็กกลาง ใหญ่ ไปจนถึง ระดับเมกกะอยู่ทั่วกรุงเทพและปริมณฑลเต็มไปหมดจนนับแทบไม่ไหว นอกจากคนที่ไปเดินเที่ยว ทานอาหาร ดูหนังแล้ว ผมสังเกตเห็นกลุ่มพ่อแม่จำนวนไม่น้อยพาลูกๆของตนมาเรียนพิเศษทั้งวิชาภาษาต่างประเทศ ดนตรีร้องเพลง หรือแม้กระทั่งศิลปะการป้องกันตัว สังคมไทยสมัยนี้แข่งขันกันเรียนรู้จริงๆ พ่อแม่ต่างยินดีที่จะจ่ายเพื่อจับจองห้องเรียนที่เชื่อว่าจะทำให้ลูกของตนประสบความสำเร็จในอนาคต การให้สิ่งที่ดีกับลูกเป็นเรื่องที่น่ายกย่องจริงๆ แต่หลายครั้งมันกลายเป็นความสุดขั้วเมื่อพ่อแม่กับพ่อแม่แข่งกันเองว่าลูกของใครจะเรียนได้มากกว่า ลูกของใครจะเรียนได้ดีกว่า เรากำลังปลูกฝังสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกหลานของเราจริงๆหรือเป็นเรื่องธรรมดาที่คนส่วนใหญ่มักชอบคนเก่ง คนมีความสามารถ มีวาทศิลป์ มีบุคลิก ท่าทางน่าเชื่อถือ และคงปฏิเสธได้ยากว่าคนในยุคนี้ยกย่องคนที่ฐานะ ระดับการศึกษา หรือตำแหน่งทางสังคม และเพื่อให้แน่ใจว่าบุตรหลานของตนจะขึ้นไปอยู่ในระดับแถวหน้าได้จึงกลายเป็นค่านิยมของพ่อแม่ที่จะเลือกสรรโรงเรียนที่ตัวเองคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุดโดยไม่สนใจว่าจะมีระยะเวลาเดินทางจากบ้านไกลสักเพียงใด ตลอดจนเลือกชั้นเรียนพิเศษในวันเสาร์อาทิตย์ที่ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้วิชาการ แต่พ่อแม่สมัยใหม่ต้องการให้ลูกของตัวเองมีความสามารถรอบด้าน ชั้นเรียนกีตาร์ เปียโนดนตรีไทย รวมทั้งการร้องเพลง หรือเต้น จึงกลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับหลายครอบครัว ภาพของพ่อแม่ที่ยืนรอนั่งรอลูกเรียนพิเศษตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำจึงเริ่มกลายเป็นภาพที่ชินตา แน่นอนว่าพ่อแม่ทุกคนมีความปรารถนาดีกับลูกของตนเองจริงๆ และพยายามทุ่มเทอย่างที่สุด และนี่เป็นความรักของพ่อแม่ที่เสียสละเงินทองและเวลาส่วนตัวเพื่อให้ลูกได้และประสบความสำเร็จในอนาคต แต่สิ่งเหล่านี้ใช้กุญแจที่สำคัญที่สุดที่เขาจะใช้ยืนหยัดในยุคต่อไปหรือไม่ ในวันเวลาที่พ่อแม่ไม่อาจยืนอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป วันนั้นเขาจะเติบโตมาเป็นคนเช่นไร ผมอยากจะยกตัวอย่างชายคนหนึ่งจากพระคัมภีร์ ชายซึ่งพระเจ้าเป็นคนมอบกุญแจแห่งความสำเร็จให้กับเขา ชายคนนั้นชื่อว่า“โยชูวา”ถ้าผู้อ่านเคยชมภาพยนตร์เรื่อง “บัญญัติสิบประการ” “ปรินซ์ออฟอียิปต์” หรือ “Exodus” เราส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับชายที่ชื่อโมเสส ผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ให้นำชนชาติอิสราเอลออกจากความเป็นทาสจากแผ่นดินอียิปต์ ซึ่งมีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ที่ชื่อพระธรรมอพยพ แต่ความจริงแล้วเรื่องไม่ได้จบแค่การข้ามทะเลแดง เล่าเรื่องยาวให้สั้น ความทรยศของคนอิสราเอลต่อพระเจ้าของพวกเขาทำให้เขาต้องทนทุกข์อยู่ในถิ่นทุรกันดารนานถึง 40 […]

กล่องกับของข้างใน

  สมัยที่ผมเรียนจบใหม่ๆ ผมได้รับแหวนทองวงเล็กๆ วงหนึ่งเป็นของขวัญ มันเป็นของที่มีค่าที่สุดที่ผมเคยได้รับที่สามารถใส่ไว้ในร่างกายได้ ผมดีใจที่ได้มันมาก แต่พบว่าผมนอนหลับไม่ค่อยสนิท บางที่ก็ตื่นขึ้นมาดูว่ามันยังอยู่ที่นิ้วของตัวเองไหม เวลาเดินในที่เปลี่ยวๆ ก็ซ่อนไว้ในกางเกงกลัวคนมาเห็นและจะมาขโมยมันไป จนในที่สุดผมทำมันหายไป ผมเสียใจอยู่หลายวัน แต่น่าแปลกหลังจากนั้นผมหลับสนิทไม่ตื่นขึ้นกลางดึกอีกเลย ผมเคยได้ยินชื่อเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งชื่อว่า “กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง” ชื่อของเพลงสะท้อนค่านิยมของคนในยุคปัจจุบันได้ดี เราแต่ละคนมุ่งมั่นหาความสำเร็จของชีวิต หาทรัพย์สินเงินทองมาใส่ให้เต็มกระเป๋า แต่พอได้มากขึ้น เราก็เปลี่ยนกระเป๋าให้ใหญ่ขึ้น เปลี่ยนกล่องใส่ทรัพย์สมบัติของเราให้สะสมได้มากขึ้น ของเต็มกล่องไม่ได้ถมจิตใจของมนุษย์ให้เต็มได้ เพราะเต็มแล้วเราก็หากล่องใหม่ที่ใหญ่ขึ้น พระคัมภีร์ลูกาบทที่ 10 ข้อ 17-19 พระเยซูคริสต์ตรัสอุปมาเรื่องของเศรษฐีที่เก็บพืชผลได้มาก ตอนหนึ่งพระองค์กล่าวถึงเศรษฐีว่า “เขาจึงคิดว่า ข้าจะทำอย่างนี้ คือจะรื้อยุ้งฉางของข้าและจะสร้างใหม่ให้ใหญ่โตขึ้น แล้วข้าจะรวมข้าวและสมบัติทั้งหมดของข้าไว้ที่นั่น” มนุษย์เราก็เป็นเช่นนี้เอง เราจะพยายามบรรจุสิ่งของ เงินทอง ให้จิตใจของเราอิ่มได้ แต่กล่องใบใหญ่แค่ไหนก็ทำให้เราพอใจได้จริงๆ เพราอะไรหรือครับ พระคัมภีร์ได้เฉลยให้เราฟังอย่างน่าสนใจว่า “พระองค์ทรงทำให้สรรพสิ่งงดงามตามวาระของมัน พระองค์ทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในจิตใจมนุษย์ด้วย แต่มนุษย์ยังค้นไม่พบว่าพระเจ้าได้กระทำอะไรไว้ตั้งแต่ปฐมกาลจนกาลสุดท้าย” (ปัญญาจารย์ 3:11)พระคำตอนนี้บอกความจริงแก่เราอย่างน้อยสามประการดังนี้       ประการแรก “สิ่งอนิจจังเติมไม่เต็มนิรันดร์กาลแห่งจิตใจ” ทุกสิ่งที่มนุษย์แสวงหามาได้ด้วยมือของตน ล้วนแล้วแต่มีวันหมดอายุ รถราคาแพงตำแหน่งใหญ่โต เงินในบันชีเจ็ดหลัก ของเหล่านี้มีวันเปลี่ยนมือ มีวันเสื่อมสลายไป […]

Cookie Run งานประจำ ที่ไม่ได้เงินเดือน

Cookie Run งานประจำ ที่ไม่ได้เงินเดือน ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาทั้งตอนเช้าตรู่ หัวค่ำ หรือดึกดื่นเที่ยงคืน ผมมักจะได้รับข้อความผ่าน line ดังติดต่อกันหลายครั้ง จนคิดว่าคนส่งข้อความต้องมีธุระด่วนมากแน่ๆ (LINE เป็นโปรแกรมประยุกต์ในสมาร์ทโฟน ซึ่งให้บริการข้อความและข้อความเสียง ตลอดจนการโทรศัพท์ และสนทนาผ่านวีดีโอ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่ม : 2014,Guru.sanook.com) สุดท้ายเป็นเพียงข้อความเพื่อขอเครดิตในการเล่นเกมผ่านไลน์เท่านั้น ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจจริงๆ ผมไม่เคยรู้จักสิ่งที่เรียกว่า cookie run มาก่อนเลยแต่เมื่อผมเริ่มทำความรู้จักกับสิ่งนี้ ผมก็ได้พบอุปกรณ์ฆ่าเวลาที่สนุกสนานเหลือเกิน หรือบางทีผมอาจเผลอไปเปิดกล่องแพนดอร่าในยุคสมัยนี้เข้าเสียแล้วสังคมเปลี่ยนไปมากจนบทความที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และ social network ที่ผมทั้งหาอ่านและเขียนขึ้นเองในระยะเวลาหนึ่งถึงสองปี กำลังกลายเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่โลกจำแทบไม่ได้อีกแล้ว ทุกวันนี้คนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง ไม่มีคอมพิวเตอร์ หายากขึ้นเรื่อยๆ และหากใครที่ยังถือหลักอนุรักษ์นิยมเช่นนี้ ก็มักถูกค่อนแคะไปต่างๆ นาๆ ว่าเป็นพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปี วัยรุ่นสมัยใหม่เองก็ไม่ต้องคอยกังวลอีกแล้วว่าพ่อแม่จะมาคอยจับผิดการเล่นเกมออนไลน์ เพราะการเล่นเกมผ่านสมาร์ทโฟน สามารถทำได้ง่าย ทำได้ทุกที่ จนทุกวันนี้คงไม่มีใครหยิบหนังสือพิมพ์เข้าไปอ่านเวลาปลดทุกข์เหมือนภาพยนตร์ยุคโบราณอีกแล้ว แค่หยิบสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตส่วนตัว ก็มีทั้งหนังสือพิมพ์ เกม และโลกออนไลน์ที่พร้อมต้อนรับอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงโปรแกรมไลน์ น่าจะเป็น social […]

คุยกับพี่ไลฟ์ ตอน คริสเตียนกับความกลัว

หลายท่านที่ได้ติดตามอ่านบทความของผมในคริสตสายสัมพันธ์ อาจคิดว่าเรื่องบางเรื่องไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับชีวิตของตนเองเลย แต่ในวันนี้ผมรับรองว่าเกี่ยวแน่ๆ เกี่ยวอย่างมาก และมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตคริสเตียน นั่นคือ “คริสเตียนกับความกลัว” คริสเตียนหลายคนอาจคิดว่า “ฉันไม่กลัว” แต่วันนี้ผมอยากจะพูดถึงความจริงเรื่องหนึ่งคือ “ทุกคนล้วนแต่มีความกลัวกันทั้งนั้น” แต่จะมีวิธีแสดงออกต่างกัน แท้จริงแล้วคนที่บอกว่าไม่กลัวอะไรนั้น กลับน่าเป็นห่วงที่สุด เพราะความไม่รู้จักกลัวอาจทำให้เขามองข้ามสิ่งที่ไม่ดี ไม่ระวังอันตราย และไม่ระวังระไวต่อความเสี่ยงที่มีผลกระทบโดยตรงต่อตนเองและผู้อื่น เมื่อพูดถึงเรื่องความกลัวแล้ว ผมมีคำถามหนึ่งคือ “เรากลัวอะไร” บางคนอาจบอกว่ากลัวแมลงสาบ กลัวผี กลัวความมืด กลัวอนาคต กลัวใจตัวเอง (ฟังดูน้ำเน่านะครับ) กลัวภรรยา (หลายคนอาจจะถามว่ารวมตัวผมด้วยใช่ไหม ผมก็แค่เกรงใจเธอเท่านั้นแหละครับ) ที่จริงแล้วผมกลัวความจนและกลัว ความสูง ตอนที่ผมยังเรียนปริญญาโทอยู่ที่อเมริกา ผมมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมแฟน (ปัจจุบันคือภรรยาผมนี่เองครับ) ที่รัฐ California กับเพื่อนๆ พวกเราไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน แฟนผมพาผมไปต่อแถวเครื่องเล่นหนึ่งซึ่งผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มีคนต่อแถวกันยาวมาก เราใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าจะได้ตั๋ว พอผมรู้ว่ามันคือรถไฟเหาะตีลังกาที่มีกำลังเหวี่ยงแรงที่สุด โดยจะหมุนเป็นเกลียว 6 รอบติดกัน ผมแทบลมใส่ จะถอนตัวก็ไม่ได้เพราะกลัวจะเสีย “แมน” (หมดท่าความเป็นลูกผู้ชาย) ในใจผมกลัวสุดขีด น้ำตาและของเหลวบางอย่างในร่างกาย (คงเดากันได้นะครับว่าเป็นอะไร) เกือบไหลออกมา ผมกลัวจนขาสั่น แฟนผมพาไปนั่งแถวหน้าสุด […]

คุยกับพี่ไลฟ์ ตอน เพื่อน

จริงๆ แล้ว ท่านผู้อ่านและน้องๆ สามารถเขียนจดหมายกลับมาหาผมบ้างก็ได้โดยใช้ที่อยู่ของสมาคมพระคริสตธรรมไทย ทางสมาคมฯ จะจัดส่งต่อให้ผมเอง หรือบางคนถนัดการใช้อีเมล์ ก็สามารถส่งมาได้ที่ tbs@thaibible.or.th       ผมเองก็อยากทราบว่าพี่น้องมีคำถามเรื่องอะไร อยากรู้ (อยากเห็น) เรื่องอะไร ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ เพราะผมเองก็เป็นคนธรรมดาอย่างเราๆ ท่านๆ ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องจนคุยเรื่องอื่นๆไม่ได้ อารัมภบทมาพอสมควรแล้ว เข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ เดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งความรัก ห้างสรรพสินค้าต่างตกแต่งร้านและสินค้าโดยมุ่งใช้เทศกาลแห่งความรักเป็นแนวดึงดูดใจลูกค้า หลายคริสตจักรก็จะจัดงานประกาศเนื่องในวันแห่งความรักเช่นกัน และเมื่อเราคิดถึงความรัก หลายคนมักจะคิดถึงความรักระหว่างคนรักหรือแฟน ความรักของสามี-ภรรยา แต่ผมกลับนึกถึงความรักอีกประเภทหนึ่ง นั่นคือ ความรักในมุมมองของเพื่อน แวบแรกที่เราคิดถึงเพื่อน เราคิดถึงใคร?  ผมจะคิดถึงเพื่อนในสมัยเรียนโรงเรียนมัธยม และในมหาวิทยาลัย ผมนึกถึงเพื่อนที่มีทั้งดีและไม่ดีที่เข้ามาในชีวิตและมีผลกระทบต่อชีวิตผมอย่างมาก Friend in life (เพื่อนในชีวิต)      ในสมัยที่เรียนอยู่โรงเรียนมัธยมผมมีเพื่อนสนิทอยู่หลายคน และหนึ่งในนั้นคือ “ไอ้เก่ง” ไอ้เก่งจะคอยชวนผมไปต่อยตีกับเด็กช่างกล คอยชวนไปจุด “ประทัด” โดยใช้บุหรี่เป็นชนวน คอยชวนผมโดดเรียนไปเล่นไพ่หลังตึกเรียน และวีรกรรมสุดยอดคือเอามอเตอร์ไซค์ของใครก็ไม่รู้ไปขับเล่น ถามว่า”ไอ้เก่ง” เป็นเพื่อนผมไหม? แน่นอนเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ เรายังเจอกันในงานเลี้ยงรุ่น […]

คุยกับพี่ไลฟ์ ตอน แม่

ในเดือนสิงหาคม มีวันสำคัญคือวันแม่ ถ้าพูดถึง “แม่” ผมมีเรื่องเล่าหลายเรื่องเกี่ยวกับคุณแม่ของผม และถ้าถ  ามคุณแม่ของผม ท่านก็คงมีหลายเรื่องที่จะเล่าเกี่ยวกับผมเช่นเดียวกัน แม้ผมจะไม่ได้มีโอกาสเขียนเรื่องสนุกๆ ที่แม่ของผมแอบแกล้งผมตั้งแต่เป็นเด็ก แต่ผมก็อยากจะแบ่งปันเรื่องของคุณแม่คนสำคัญในพระคัมภีร์ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงสุด เป็นแง่มุมที่ยืนยันว่าคุณแม่ท่านนี้สมควรจะได้รับการยกย่องอย่างไม่มีเงื่อนไข คุณแม่ในพระคัมภีร์ท่านนี้ก็คือ “มารีย์ พระมารดาของพระเยซู” น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อนี้ ทำไมนางมารีย์จึงมีความสำคัญมาก ทำไมพระเจ้าจึงใช้สตรีท่านนี้ในทางที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ นางมารีย์มีอะไรในตัวเธอที่พระเยซูคริสต์จึงเลือกมาเกิดจากครรภ์ของเธอ ตอนที่ผมเรียนอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ผมได้มีโอกาสทำงานพิเศษเป็นพี่เลี้ยงลูกของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่บ้านของเขา ผมสังเกตเห็นว่าลูกตัวเล็กๆ มีความเหมือนหรือละม้ายคล้ายคลึงกับพ่อแม่ไม่เฉพาะหน้าตา แต่รวมถึงกิริยาท่าทาง การกระทำ และคำพูด เราเข้าใจได้ว่าเด็กเล็กๆ สามารถเลียนแบบได้ทุกอย่าง แต่มีบางอย่างในจิตวิญญาณที่ทำให้เด็ก  “เป็นเหมือนผู้ให้กำเนิด” เมื่อเรามาดูชีวิตของนางมารีย์และพระคัมภีร์ตอนที่กล่าวถึงชีวิตของเธอ เราจะเข้าใจได้ว่าพระเจ้าเลือกให้พระเยซูกำเนิดจากครรภ์ของนางมารีย์เพราะอะไร ในพระธรรมลูกาบทที่ 1:26-28 ใช้คำว่า “หญิงพรหมจารีย์” ซึ่งแปลว่า “หญิงบริสุทธิ์” พระเจ้าเลือกมารีย์ด้วยเหตุผลอันดับแรกคือเธอ “บริสุทธิ์” ถ้าเราดูพระลักษณะของพระเจ้าแล้ว จะเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพระองค์บริสุทธิ์ ทุกอย่างที่พระองค์ทรงทำต้องบริสุทธิ์ ความรักของพระองค์บริสุทธิ์ ความยุติธรรมของพระองค์บริสุทธิ์ ฯลฯ ในพระธรรมเลวีนิติได้บอกเราอย่างชัดเจนว่าพระองค์ทรงต้องการให้เราบริสุทธิ์อย่างที่พระองค์บริสุทธิ์ พระเยซูต้องการแม่ผู้บริสุทธิ์ตามมาตรฐานของพระเจ้า มารีย์ต้องมีชีวิตที่บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ทั้งการกระทำ คำพูด ความคิด และความเชื่อ เพื่อเธอจะเป็นตัวอย่างให้แก่ลูกน้อยเยซูผู้เป็นมนุษย์ 100% […]

ผมเคยเป็นโฮโม

“ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร ควรเราจะอยู่ในบาปต่อไป เพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย………..” (โรม 6:1-2) รักร่วมเพศเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในตัวผม เป็นอะไรที่ผมไม่สามารถควบคุมได้ ผมไม่อาจหยุดนิสัยหรือเปลี่ยนแปลง ความปรารถนาที่อยู่ภายใน ผมรู้ดีว่าผมตกอยู่ในความบาป แต่สิ่งที่ผมไม่เคยรู้ คือ มันมีทางออก การที่ผมเป็นโฮโม บางส่วนคงเกิดจากอารมณ์และความปรารถนาฝ่ายกายที่ผมโหยหามาเสมอ ซึ่งทำให้ผมกลายเป็นพวกต่อต้านสังคมและถลำลึกลงไปในความบาปที่ให้ความสุขเพียงชั่วครู่และเป็นแต่เปลือกนอก ผลบั้นปลายที่ผมได้รับคือความหายนะ ผมท้อแท้ใจหมดหวังและโดดเดี่ยว ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ในหมู่คริสเตียน แบบนักท่องเที่ยว คือแวะไปเวียนมาในระหว่างที่ตัวเองยังใช้ชีวิตแบบพวกรักร่วมเพศ ผมเหมือนคนที่แอบดูชีวิตผู้คนผ่านเลนส์กล้องถ่ายรูป คือไม่กล้าเข้าไปมีส่วนร่วมหรืออุทิศตัวจริงๆจังๆ ผมรู้สึกว้าเหว่ที่สุด ปี ค.ศ.1984 เป็นปีที่ผมเข้าไปมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนหนึ่ง ความสัมพันธ์ครั้งนั้นตึงเครียด เพราะผมกังวลและรู้สึกผิดในใจ แต่ผมก็มีประสบการณ์กับมัน ผมรู้แต่ว่าอย่างน้อยผมก็ได้รับสิ่งที่ต้องการ คือความรักความอบอุ่นอะไรบางอย่าง แต่แล้วหลังจากที่ผมใคร่ครวญอยู่ระยะหนึ่ง ประกอบกับตัวเองทำใจไม่ได้ ทุกอย่างเลยต้องจบลง ผมรู้สึกหดหู่มาก แล้วความรู้สึกก็เปลี่ยนเป็นความขมขื่นและการเกลียดชังตัวเองในเวลาต่อมา พระธรรมเลวีนิติ 18:22 บอกว่า “เจ้าอย่าสมสู่กับผู้ชายใช้ต่างผู้หญิง เป็นสิ่งพึงรังเกียจ” คำพูดนี้ดังก้องอยู่ในความคิดของผม มันคอยเตือนผมว่า สิ่งที่ผมกำลังทำ พฤติกรรมทุกอย่างของผม เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสะอิดสะเอียน มีคนแนะนำให้ผมขอรับคำปรึกษา จากองค์การบางแห่ง แต่ตอนนั้นผมไม่เชื่อว่าผมจะสามารถหนีพ้นชีวิตแบบโฮโมได้ ผมได้แต่หวังว่าผม จะสามารถใช้ชีวิตอยู่กับความบาปนี้อย่างปกติสุข ผมเคยอธิษฐานหลายครั้งเกี่ยวกับปัญหานี้ แต่ผมไม่ได้รับคำตอบเลยตลอดหลายปี […]

คุยกับพี่ไลฟ์ ตอน ว้าวุ่นรัก

ในปี 2006 สมาคมพระคริสตธรรมไทย ได้รับความกรุณาจากอาจารย์วาระ มีชูธน เปิดคอลัมน์ “คุยกับพี่ไลฟ์” เพื่อนำเสนอทัศนะมุมมองชีวิตวัยรุ่น      หวังว่าคอลัมน์นี้จะเป็นรสชาติสีสันและมีคุณค่าต่อผู้อ่านทุกวัย ทุกความเชื่อ ทุกศาสนา โดยเฉพาะกับเยาวชนลูกหลานของเรา อาจารย์วาระ มีชูธน เป็นบุตรชายคนที่สองของ ศจ. ดร. นันทชัย และ ดร. อุบลวรรณ มีชูธน จบปริญญาตรีทางด้านการสื่อสารและการเรียนการสอนพระคัมภีร์ จาก Kentucky Mountain Bible College และปริญญาโททางด้านคริสเตียนศึกษา จาก Asbury Theological Seminary รัฐเคนตั๊กกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นศิษยาภิบาลอนุชนคริสตจักรเมืองไทย และหัวหน้าภาควิชาพลศึกษา โรงเรียนนานาชาติเซนต์ฟรานซิสเซเวียร์ กรุงเทพฯ “คุยกับพี่ไลฟ์” ตอน “ว้าวุ่นลุ้นรัก” สวัสดีครับ ลุงป้าน้าอาและพี่ๆ น้องๆ ทุกท่าน ผมชื่อวาระ มีชูธน ชื่อเล่น “ไลฟ์” ผมขออนุญาตใช้คอลัมน์นี้แบ่งปันประสบการณ์และพระพรที่ผมได้รับในช่วงวัยรุ่น เพื่อเป็นแนวทางกับหลายๆ คนที่อาจจะกำลังตัดสินใจทำอะไรสักอย่างกับตนเองและคนที่ตนรัก […]

1 2 3