Blog

หลุมฝังศพของยาโคบอยู่ที่ เมืองเฮโบรนหรือเมืองเชเคมกันแน่? 2/19

หลุมฝังศพของยาโคบอยู่ที่ เมืองเฮโบรนหรือเมืองเชเคมกันแน่? เมื่ออ่านพระธรรมปฐมกาลบทที่ 49:29-32 เราจะเห็นว่าพระธรรมตอนนี้ระบุว่าที่ฝังศพของยาโคบอยู่ที่เฮโบรน แต่ในกิจการ 7:14-16 กลับบอกว่าอุโมงค์ฝังศพของยาโคบและบรรพบุรุษอื่นๆ อยู่ที่เมืองเชเคม และยังบอกว่าอุโมงค์นี้เป็นอุโมงค์ที่อับราฮัมซื้อมาจากบุตรของฮาโมร์ในเชเคม ซึ่งถ้าเราอ่านปฐมกาล 23:17-19 เราจะพบว่าอับราฮัมได้ซึ้อนากับถ้ำจากเอโฟรนในมัคเปลาห์ซึ่งอยู่หน้ามัมเร เพื่อเป็นที่ฝังศพของซาราห์ ส่วนยาโคบนั้นได้ซื้อที่นาในเชเคมจากบุตรของฮาโมร์  หลังจากที่กลับมาจากปัดดานอารัม (ปฐก.33:18-19) แต่ในพระคัมภีร์เดิมไม่ได้บอกว่ายาโคบซื้อมาเพื่อเป็นที่ฝังศพ อย่างไรก็ดีในพระธรรมโยชูวา 24:32 ได้บอกว่าคนอิสราเอลได้นำกระดูกของโยเซฟฝังไว้ที่เชเคมใน​ส่วน​ที่​ดิน​ซึ่ง​ยา​โคบ​ซื้อ​ไว้​จาก​บุตร​หลาน​ของ​ฮา​โมร์​บิดา​ของ​เช​เคม เมืองเชเคมจัดเป็นเมืองลี้ภัยเมืองหนึ่งที่อยู่ในเผ่าเอฟราอิมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโยเซฟ ดังนั้นโยเซฟจึงถูกฝังไว้ในเชเคม และเป็นตามสัญญาที่ยาโคบได้ให้ไว้กับโยเซฟในปฐมกาล 48:22 “ยิ่ง​กว่า​นั้น​อีก พ่อ​ยก​เชเคม​ที่​พ่อ​ยึด​จาก​มือ​คน​อา​โมไรต์ ด้วย​ดาบ​และ​ธนู​ของ​เรา​นั้น​ให้​แก่​เจ้า แทน​ที่​จะ​ให้​พี่​น้อง​ของ​เจ้า” ถึงแม้อับราฮัมไม่ได้เป็นผู้ซื้อที่ดินในเมืองเชเคม แต่ท่านได้เคยอาศัยอยู่ที่นั่นเมื่อท่านออกมาจากเมืองฮารานและเข้าไปยังดินแดนคานาอัน (ปฐก.12:6-7) เมื่ออับราฮัมอยู่ที่เชเคม ท่านก็ได้สร้างแท่นบูชาแด่พระยาห์เวห์ เป็นไปได้ว่าต่อมาภายหลังยาโคบได้ซื้อที่ดินผืนเดียวกับที่อับราฮัมเคยตั้งรกรากเมื่อเข้ามายังดินแดนคานาอัน หากเราเดินทางไปยังอิสราเอล เราจะพบว่าที่ฝังศพของอับราฮัม ซาราห์ อิสอัค เรเบคาห์ ยาโคบยังคงอยู่ที่เฮโบรน เมืองเฮโบรนเคยเป็นเมืองหลวงของยูดาห์ ปัจจุบันทั้งคนยิวและมุสลิมถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เมืองเฮโบรนนี้อยู่ในอาณาเขตของยูดาห์ และ ปฐมกาล 50:13 ได้ยืนยันการฝังศพของยาโคบที่เฮโบรนว่า “คือ​บรรดา​บุตร​นำ​ศพ​ไป​ยัง​ดิน​แดน​คา​นา​อัน แล้ว​ฝัง​ไว้​ใน​ถ้ำ​ที่​อยู่​ใน​นา​ชื่อ มัค​เป-ลาห์ เป็น​นา​ซึ่ง​อับ​รา​ฮัม​ซื้อ​ไว้​จาก​เอ​โฟรน​คน​ฮิต​ไทต์​เป็น​สุสาน อยู่​หน้า​มัมเร” นักวิชาการทางพระคัมภีร์พยายามหาคำตอบที่จะแก้ไขปัญหาความแตกต่างนี้ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น […]

พระเจ้าผู้ทรงเติมเต็มชีวิต 2/19

พระเจ้าผู้ทรงเติมเต็มชีวิต สมาคมพระคริสตธรรมไทยเริ่มต้นจัดการแข่งขันพระคัมภีร์เยาวชนขึ้นตั้งแต่ปี 2002 ในชื่อ “ซูเปอร์จิ๋วเจาะโลกพระคัมภีร์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรักการอ่านพระวจนะของพระเจ้าซึ่งเปรียบเหมือนกับการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อที่จะถูกปลูกฝังอยู่ในชีวิตของเยาวชน และเกิดผลที่ดีในอนาคต …ภายใต้การแข่งขันพระคัมภีร์ที่จัดต่อเนื่องมาถึง 17 ปี มีเด็กคนหนึ่งที่เข้าร่วมการแข่งขันพระคัมภีร์กับสมา-คมฯ หลายต่อหลายครั้ง และเธอคนนี้ได้ตัดสินใจเข้าเรียนโรงเรียนพระคริสตธรรม เพราะด้วยเหตุผลคือ อยากเป็นคนคนหนึ่งที่จะถ่ายทอดพระวจนะของพระเจ้าที่เป็นจริงให้เกิดผลกับชีวิตของคนอื่น ให้พระวจนะของพระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น เหมือนที่พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ คุณกัณญณัฐ หัดไชยโย อายุ 19 ปี กำลังศึกษาอยู่คณะคริสตศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน ระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 เป็นสมาชิกคริสตจักรดำรงพัฒนา บะยาว จ.อุดรธานี ในสังกัดสภาคริสตจักรภาคที่ 13 เชื่อพระเจ้า ตอนอายุ 12 ปี เรียนอยู่ชั้น ป. 6 หนูได้รู้จักกับพระเจ้าผ่านทางโครงการคอม-แพสชั่น ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยเหลือเด็กยากจน หนูไม่ใช่เด็กที่อยู่ในโครงการนี้ แต่ไปที่โครงการนี้เพราะเพื่อนชวนไป พอไปแล้วสนุก ได้ความรู้ ได้เรียนพระคัมภีร์ ครอบครัวหนูไม่ได้เป็นคริส- เตียนพ่อแม่แยกทางกัน พ่อทิ้งหนูไปตั้งแต่หนูยังเด็ก ทำให้หนูเป็นเด็กที่ขาดความรัก พอหนูไปร่วมกลุ่มกับคอมแพสชั่น ก็ได้ยินเรื่องราวของพระเจ้า เมื่อได้เรียน ได้ศึกษามากขึ้น ทำให้รู้สึกได้ว่าพระเจ้าได้มอบความรักให้หนูทำให้หนูรู้สึกเต็มอิ่ม […]

ชีวิตเดียว โอกาสเดียว 1/19

ชีวิตเดียว โอกาสเดียว สมัยที่ผมยังเรียนมหาวิทยาลัยมีสถานที่แห่งหนึ่งที่วัยรุ่นชายนิยมไปรวมตัวกันมากคือ “เกมอาเขต” หรือที่ผมเรียกติดปากว่าไปเล่นเกมตู้ ลักษณะก็เหมือนวีดีโอเกมตามบ้าน หรือเกมบนสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน เพียงแต่ตอนนั้นถ้าใครอยากเล่นเกมก็ต้องแลกเหรียญมานั่งเล่นเกมตู้กัน ผมชอบเล่นเกมตู้เอามากๆจนขนาดออมเงินได้หลายร้อยเพื่อมาเตรียมนั่งเล่นทั้งวัน จุดมุ่งหมายเดียวของคนที่มานั่งเล่นเกมก็คือ เราต้องการทำลายสถิติสูงสุดของคะแนนในแต่ละเกม เหรียญแล้วเหรียญเล่าถูกหยอดลงไปในเกม ต่างคนต่างเล่นอย่างเอาจริงเอาจัง แต่สุดท้ายเมื่อร้านเกมค่อยๆ ปิดลงในแต่ละวัน คะแนนเหล่านั้นก็กลายเป็นเหมือนหมอกที่หายไปและไม่มีใครนึกถึงหรือให้ความสำคัญกับมันอีกเลย ชีวิตจริงของเราไม่ใช่เกมที่เริ่มต้นเล่นใหม่ได้เรื่อยๆ ชีวิตเป็นสิ่งมีค่าและเรามีเพียงชีวิตเดียวเท่านั้น หากเรามัวแต่สนใจสิ่งที่ไม่คุ้มค่าเราก็คงถูกเรียกว่าเป็นคนไม่ฉลาด พระวจนะพระเจ้าในพระธรรมลูกาบทที่12 ข้อ16 ถึง 21 เป็นอุปมาเกี่ยวกับเศรษฐีโง่ ซึ่งใช้ชีวิตอย่างไม่คุ้มค่า พระวจนะตอนนี้ได้ให้ความจริงเกี่ยวกับความมีค่าของชีวิตไว้อย่างน่าสนใจ ประการแรก ชีวิตมีค่า เพราะชีวิตเกิดผลและเป็นพระพรได้ ในพระธรรมตอนนี้ข้อ16-17 บันทึกไว้ว่า “แล้ว​พระ​องค์​ตรัส​อุป​มา​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​เขา​ฟัง​ว่า “ไร่​นา​ของ​เศรษฐี​คน​หนึ่ง​เกิด​ผล​บริ​บูรณ์​มาก เศรษฐี​คน​นั้น​จึง​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘ข้า​จะ​ทำ​อย่าง​ไร​ดี? เพราะ​ว่า​ข้า​ไม่​มี​ที่​ที่​จะ​เก็บ​พืช​ผล​ของ​ข้า’” พระคัมภีร์ตอนนี้บอกกับเราว่า “ไร่นาของเศรษฐีคนหนึ่งเกิดผลบริบูรณ์มาก” แปลความได้ว่าเศรษฐีคนนี้มีความสามารถ หรือคงมีคนเก่งๆที่มาช่วยทำให้พื้นที่ของเขากลายเป็นนาที่เกิดผล และไม่ได้เกิดผลแบบปกติ แต่พระคัมภีร์ใช้คำว่า เกิดผลบริบูรณ์มาก และมันมากจนกระทั่งเกินความจำเป็นของตัวเศรษฐีเอง และมากไปกว่านั้นมากเกินความต้องการในการสะสมเพื่ออนาคตของตัวเองด้วย เราทราบได้อย่างไร? เพราะเศรษฐีคิดในใจว่า ‘ข้าจะทำอย่างไรดี? เพราะว่าข้าไม่มีที่ที่จะเก็บพืชผลของข้า’ พี่น้องคงสามารถจินตนาการได้ว่าคนที่รวยจนได้ชื่อว่าเศรษฐีนั้น สถานที่ที่เขาสร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บผลผลิตนั้นต้องใหญ่โตกว่าคนธรรมดาอย่างแน่นอน แต่เวลานี้พืชผลเกิดมามากมายจนที่เก็บมีไม่พออีกต่อไป แม้เราทุกคนไม่ได้เป็นเจ้าของนาแบบเศรษฐีคนนี้ หรือไม่ได้ร่ำรวยในทรัพย์สิน แต่เราทุกคนที่นี่ต่างได้รับการอวยพรจากพระเจ้าในชีวิตให้เกิดผลบริบูรณ์มากในด้านที่แตกต่างกันไป […]

ทำไมจึงมีการเพิ่มเชิงอรรถ “พระคุณแทนพระคุณ” ใน ยอห์น 1:16? 1/19

ทำไมจึงมีการเพิ่มเชิงอรรถ “พระคุณแทนพระคุณ” ใน ยอห์น 1:16? คริสเตียนไทยคุ้นเคยกับวลี “พระคุณซ้อนพระคุณ” ในพระธรรมยอห์น 1:16 เป็นอย่างดี หลายคนอาจสงสัยว่า วลีนี้ “พระคุณซ้อนพระคุณ” หมายความว่าอย่างไร และทำไมพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 จึงต้องใส่เชิงอรรถว่า “แปลได้อีกว่า พระคุณแทนพระคุณ” เราจะมาพิจารณาความหมายนี้ด้วยกัน ในพระคัมภีร์กรีก วลีนี้ใช้ว่า อ่านว่า “คาริน แอนไท คาริโทส” (charin anti charitos) ที่น่าสนใจคือ พระคัมภีร์ไทยฉบับแปลของสมาคมพระคริสตธรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นฉบับ 1971 ฉบับพันธสัญญาใหม่ 2000 หรือฉบับมาตรฐาน 2011 ทุกฉบับจะแปลเป็น “พระคุณซ้อนพระคุณ” ส่วนองค์กรอมตธรรม ฉบับอมต-ธรรมร่วมสมัยก็แปลตามฉบับ NIV ว่า “พระพรครั้งแล้วครั้งเล่า” แต่สำหรับพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษมีการแปลที่หลากหลายกว่า ดังตัวอย่างเช่น KJV (1611/1769), NKJ, ASV, Wycliffe NT: “grace for grace” […]

มกราคม 2019 พระธรรมกิจการ ภาษามือไทย 4 บทแรก เสร็จเรียบร้อย

มกราคม 2019 พระธรรมกิจการ ภาษามือไทย 4 บทแรก เสร็จเรียบร้อย ขอบคุณพระเจ้าที่พระธรรมกิจการ ภาษามือไทย 4 บทแรก ได้ผลิตเสร็จสิ้นและเผยแพร่ทาง Youtube แล้ว ส่วนบทที่ 5-10 ได้รับการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญภาษามือเมื่อวันที่ 23-30 พฤศจิกายน 2018 รอการแก้ไขและเผยแพร่เป็นลำดับต่อไป นอกจากนี้สมาคมฯ ได้ทำห้องทำงานและถ่ายทำสำหรับทีมแปลพระคัมภีร์ภาษามือขึ้นใหม่ ซึ่งมีขนาดกว้างกว่าเดิม 2 เท่าและมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยอำนวยความสะดวกแก่การทำงานมากขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้งานแปลภาษามือรุดหน้าไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โปรดอธิษฐานเผื่อและถวายเพื่อสนับสนุนการแปลพระคัมภีร์ภาษามือต่อไป

ตุลาคม 2018 พระธรรมมาระโก ภาษามือไทยทั้ง 16 บท ได้ถูกอัพโหลดในแอพพลิเคชั่น ‘DeafBible’

ตุลาคม 2018 พระธรรมมาระโก ภาษามือไทยทั้ง 16 บท ได้ถูกอัพโหลดในแอพพลิเคชั่น ‘DeafBible’ ขอบคุณพระเจ้าที่พระธรรมมาระโก ภาษามือไทยทั้ง 16 บท ได้ถูกอัพโหลดในแอพพลิเคชั่น ‘DeafBible’ รวมทั้งเว็บไซต์ deaf.bible/THASLV/ เรียบร้อยแล้ว ส่วนพระธรรมนางรูธและโยนาห์ แปลและผลิตเสร็จเรียบร้อย และได้เผยแพร่ทาง YouTube แล้ว ท่านสามารถแนะนำให้แก่ผู้ใช้ภาษามือ หรือผู้ที่ประกาศกับคนเหล่านี้ ให้นำสื่อพระคัมภีร์ภาษามือไปใช้ โดยค้นหาคำว่า ‘พระคัมภีร์ภาษามือ’ ใน YouTube ขณะนี้ทีมงานกำลังแปลพระธรรมกิจการ ขอท่านอธิษฐานเผื่อขั้นตอนต่างๆ และให้พระคัมภีร์ที่ผลิตแล้วได้ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้ภาษามือชาวไทย โปรดอธิษฐานเผื่อและถวายเพื่อสนับสนุนการแปลพระคัมภีร์ภาษามือ

มอบหนังสือแก่บ้านพักคริสเตียนเปาโล 4/2018

มอบหนังสือแก่บ้านพักคริสเตียนเปาโล สมาคมพระคริสตธรรมไทยมอบพระคัมภีร์ วรรณกรรม และหนังสือเด็ก รวม 145 เล่ม ให้แก่บ้านพักคริสเตียนเปาโล อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งประสบเหตุไฟไหม้อาคารนอนหญิง สำนักงาน และห้องสมุด กลางดึกวันที่ 17 กรกฎาคม 2018 และมีเยาวชนเสียชีวิต 1 ราย เยาวชนส่วนใหญ่ในบ้านพักคริสเตียนเปาโลเป็นนักเรียนชนเผ่าจากดอยสูงที่มากินนอนและเรียนหนังสือใน อ.ฝาง จำนวนทั้งสิ้น 73 คน สมาคมฯ ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอพระเจ้าทรงปลอบประโลมใจเจ้าหน้าที่และเยาวชนในบ้านพักทุกท่าน ร่วมถวายโครงการมอบพระคัมภีร์ภาษาถิ่น

ประเทศเวเนซุเอลา

ประเทศเวเนซุเอลา “ความหิวโหยและสิ้นหวังกัดกร่อนผู้คนของเรา เรากำลังจมลงในทะเลที่แปรปรวนและมืดสนิท นี่คือเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เพราะเราไม่สามารถต่อสู้กับพายุนี้เพียงลำพัง” คุณจาเวียร์ ชาคอน เลขาธิการสมาคมเวเนซุเอลา หลายท่านคงได้ทราบถึงวิกฤติในประเทศเวเนซุเอลาบ้างแล้ว รายงานข่าวกล่าวถึง ประชากรหลายพันคนที่อพยพออกนอกประเทศ ในแต่ละสัปดาห์ เพราะไม่สามารถหาเลี้ยงครอบครัวในสภาวะเศรษฐกิจผันผวนเกินควบคุมได้ สหประชาชาติกล่าวว่า “นี่เป็นหนึ่งในการเคลื่อนย้ายประชากรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของลาตินอเมริกา” การล่มสลายทางเศรษฐกิจทำให้สมาคมพระคริสตธรรมเวเนซุเอลาอยู่ในภาวะสิ้นหวังและต้องการคำอธิษฐานอย่างยิ่ง จาเวียร์ ชาคอน เลขาธิการสมาคมเวเนซุเอลา อธิบายเหตุการณ์นี้ว่า “เป็นเหมือนแผ่นดินไหวขนาด 9.5 ซึ่งก่อหายนะไปทั่วทั้งประเทศรวมถึงพันธกิจของเราด้วย” ตั้งแต่เริ่มวิกฤติเมื่อสองปีก่อน สมาคมพระคริสตธรรมทำงานอย่างหนักเพื่อจะให้การผลิตพระคัมภีร์และโครงการเพื่อสนับสนุนคริสตจักรดำเนินต่อไปได้ แต่ภาวะเงินเฟ้อยังคงทะยานขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่าจะถึงหนึ่งล้านเปอร์เซ็นต์ในปลายปีนี้ ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ภาวะหนี้ นโยบายของรัฐบาลชุดต่างๆ ก็ยิ่งเพิ่มความกดดันยิ่งขึ้น

มอบพระคัมภีร์แก่พี่น้องชนเผ่าม้ง 4/2018

มอบพระคัมภีร์แก่พี่น้องชนเผ่าม้ง  ศาสนาจารย์พรชัย บัญชาสวรรค์ ประธานคริสตจักรภาค 20 สภาคริสตจักรในประเทศไทย เป็นตัวแทนรับและมอบพระคัมภีร์ภาษาม้ง จำนวน 35 เล่ม แก่พี่น้องชาวม้ง คริสตจักรทับเบิก และคริสตจักรเข็กน้อย จ.เพชรบูรณ์ ที่ต้องการพระคัมภีร์แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยสมาคมคริสตธรรมไทยได้ระดมทุนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชนเผ่าที่ต้องการมีพระคัมภีร์เป็นภาษาของตนเองแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์มาเป็นเวลาหลายปี และได้ทยอยมอบพระคัมภีร์ตามจำนวนที่มีผู้ถวายเข้ามา แต่ก็ยังมีความต้องการอีกมากและยังมีผู้สนับสนุนน้อยอยู่ โดยเฉพาะพระคัมภีร์ภาษาม้งที่ยังขาดอีก 166 เล่ม หากท่านประสงค์จะมีส่วนในพันธกิจนี้โปรดถวายเพื่อซื้อพระคัมภีร์ภาษาม้งในราคาเล่มละ 350 บาท ร่วมถวายโครงการมอบพระคัมภีร์ภาษาถิ่น

เสียงที่เธอนั้นไม่ได้ยิน? 4/18

เสียงที่เธอนั้นไม่ได้ยิน? ครั้งแรกที่ผมเรียนวิชาจิตเวชวัยรุ่นในมหา-วิทยาลัย ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ผมนึกจินตนาการว่า เมื่อผมจบการศึกษาและทำงานในโรงพยาบาล คงมีพ่อแม่มากมายให้ความสนใจพาลูกมาคลินิกรักษาอาการทางจิตเวชแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกของตนอย่างดีที่สุด แต่ในชีวิตจริงเมื่อผมมาทำงานให้การบำบัดรักษา ผมพบความแตกต่างในภาพที่เหมือนกัน ที่ว่าเหมือนกันก็คือ มีพ่อแม่ผู้ปกครองพาลูกหลานของตนเองมารับการรักษามากมายพอสมควรจริงๆ แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่เด็กกันแล้ว แต่เป็นวัยรุ่นตอนปลาย หรือเข้าสู่วัยผู้ใหญ่กันแล้ว บางรายก็มีอาการเรื้อรังมาหลายปีแต่พ่อแม่ไม่เคยพามา หากจะมีเด็กเล็กก็จะเป็นเฉพาะรายที่มีผลกระทบต่อผลการเรียนของเด็กเท่านั้น และพ่อแม่ส่วนใหญ่จะคาดหวังให้ลูกๆ ของพวกเขาหายทันทีที่มารับการรักษาครั้งแรก หรืออย่างมากก็ไม่นานเกินเดือน บางรายก็สมหวัง แต่ในเด็กบางคนการให้ความช่วยเหลือเป็นกระบวนการระยะยาว ถามว่าเราต้องใช้เวลานานขนาดไหน บางทีอาจจะต้องตอบว่าคงนานพอๆ กับที่ปัญหาก่อตัวในเด็กตั้งแต่ครั้งแรก แต่มันถูกเพิกเฉย หรือมองข้ามไป น่าแปลกใจเหลือเกินที่สิ่งสำคัญในชีวิตหลายเรื่องถูกมองข้าม เพียงเพราะพ่อแม่สนใจเรื่องผลการเรียนของลูกเท่านั้น ผมเชื่อจริงๆ ครับว่าพ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกมีความสุข พบความสำเร็จในชีวิต มีครอบครัวที่ดีและอบอุ่น พ่อแม่จึงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะแน่ใจว่าลูกจะพบกับสิ่งเหล่านั้น แล้วพ่อแม่ทำอย่างไร? สิ่งที่ผมพบค่อนข้างบ่อยก็คือ พ่อแม่เชื่อว่า INPUT สิ่งที่เป็นประโยชน์และดีกว่าเด็กคนอื่นๆ จะนำลูกให้มีความสุข เราจึงเห็นเด็กตัวเล็กนิดเดียวแข่งกันสมัครเรียนเปียโน เรียนเต้น เรียนร้องเพลง เรียนฟิสิกส์ เรียนว่ายน้ำ เรียนคณิตศาสตร์ ทุกอย่างที่พ่อแม่แน่ใจว่าเรื่องนั้นจะพาลูกรักไปสู่ความสำเร็จ แท้จริงแล้วการเรียนไม่เคยทำร้ายใครหากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เด็กปรารถนาจะเรียนจริงๆ เหมาะสมและพอดีกับช่วงวัย ถ้าเรายังเข้าใจผิดกันแบบนี้คนที่ประสบความสำเร็จคงไม่ใช่ลูกเราแต่เป็นโรงเรียนสอนพิเศษต่างๆ ที่จะได้ค่าเล่าเรียนเพิ่มขึ้น วันนี้ผมจึงอยากหนุนใจและให้พระวจนะพระเจ้าได้ชี้ให้คุณพ่อคุณแม่เห็นความจริงที่พระเจ้าอยากให้เราได้เรียนรู้ และผมขอยกเอาพระธรรมสุภาษิต บทที่ 1 ตั้งแต่ข้อ […]

1 53 54 55 56 57 84