Blog

อุปสรรคการเป็นพยาน ที่ไม่ควรมองข้าม 4/18

อุปสรรคการเป็นพยาน ที่ไม่ควรมองข้าม คำวิจารณ์ สำหรับบางคนเมื่อได้ยินแล้วมักทำให้ผู้ฟังรู้สึกไม่สบายใจ อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่บวก คำวิจารณ์นั้นจะเป็นสิ่งช่วยเราในการพัฒนาตนเอง ยอมรับและแปรเปลี่ยนคำวิจารณ์ให้เกิดประโยชน์ได้ พระคัมภีร์กล่าวว่า “​ให้​ทุก​คน​ไว​ใน​การ​ฟัง” (ยก. 1:19) ถ้าถือเสียว่า รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม แง่คิดต่อไปนี้อาจมีประโยชน์แก่พี่น้องทุกคนที่สนใจ สิ่งที่นำเสนอนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียน จากคนที่เคยไม่รู้จักพระเจ้า   วันนี้เป็นผู้รับใช้พระองค์ คิดว่าควรนำเอาประสบการณ์ความรู้สึกต่อคริสตศาสนา ที่เคยเกิดขึ้นกับตนเอง อยู่ในความรู้สึกก่อนรับเชื่อพระเยซู คงให้แง่คิดแก่คริสตชนอื่นๆ สำหรับผู้ที่เกิดในครอบครัวผู้เชื่อพระเจ้า อาจไม่เคยมีประสบการณ์แบบเดียวกันนี้ จะได้ทราบว่าคนทั่วไปเขาคิดอย่างไรกับชาวคริสต์ เหมือนกับที่ผู้เขียนเคยประสบและได้รับคำวิจารณ์จากเพื่อนชาวไทยที่ไม่เชื่อพระเจ้ามาแล้ว . ผู้ฟังข่าวประเสริฐชาวไทยโดยทั่วไป ย่อมมีมุมมองต่อคริสตศาสนาแตกต่างจากที่คริสตชนคิด หลายครั้งที่เราเป็นพยานให้แก่คนทั่วไป บางคนยินดีรับฟัง บ้างก็แสดงอาการไม่สบายใจ บางคนไม่เข้าใจ มีคำถามในสิ่งที่สงสัย จึงเป็นหน้าที่ของเราแก้ไขความไม่เข้าใจเหล่านี้ ผู้เขียนจึงนำเอาข้อคิดบางประการ เพื่อช่วยให้พี่น้องคริสตชนได้นำไปพิจารณา เพื่อต่อยอดความคิดในการแบ่งปันข่าวประเสริฐของพระเยซูให้แก่พี่น้องชาวไทยต่อไป . ศาสนาคริสต์ ศาสนาฝรั่ง คำที่เรามักได้ยินคนพูดถึงคริสตศาสนาว่าเป็นศาสนาของฝรั่ง มีความแตกต่างกับวิถีชีวิตของคนไทย วัฒนธรรมไทย คำกล่าวนี้เกิดจากการที่คนไทยทั่วไปมองภาพของผู้เผยแพร่คริสตศาสนาเข้ามาในประเทศในอดีต โดยมิชชันนารีชาวตะวันตก  เราควรอธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้ด้วยการชี้ให้เห็นว่า ศาสนาสำคัญของโลกกำเนิดขึ้นในเอเชียทั้งหมด ไม่มีศาสนาใดมาจากตะวันตก พุทธศาสนา ศาสนาฮินดู จากประเทศอินเดีย ศาสนาอิสลาม จากประเทศซาอุดิอารเบีย […]

พระเยซูทรงเรียก เปโตรเป็นสาวกเมื่อไร? 4/18

พระเยซูทรงเรียก เปโตรเป็นสาวกเมื่อไร? คำถาม พระเยซูทรงเรียกให้เปโตรเป็นสาวกเมื่อไร เพราะสิ่งที่บันทึกไว้ในยอห์น ไม่ตรงกับที่ปรากฏในมาระโกและมัทธิว . คำตอบ หากเราอ่านเรื่องราวใน มาระโก 1:16-18 [ขณะ​ที่​พระ​องค์​เสด็จ​ไป​ตาม​ชาย​ทะเล​สาบ​กา​ลิ​ลี ก็​ทอด​พระ​เนตร​เห็น​ชาว​ประ​มง​สอง​คน คือ​ซีโมน​และ​อัน​ดรูว์​น้อง​ของ​ซีโมน กำ​ลัง​ทอด​แห​อยู่​ใน​ทะเล​สาบ พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “จง​ตาม​เรา​มา เรา​จะ​ตั้ง​พวก​ท่าน​ให้​เป็น​ผู้​หา​คน​เหมือน​หา​ปลา” พวก​เขา​ก็​ละ​แห​ตาม​พระ​องค์​ไป​ทัน​ที] เราก็คงคิดว่าพระเยซูพบเปโตรครั้งแรกที่ทะเลสาบ    กาลิลี แล้วเมื่อพระองค์เรียกเปโตรให้ตามพระองค์ไป เขาก็ยอมทิ้งงานและอาชีพของเขาเพื่อติดตามคนที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน . แต่เมื่อเรามาอ่านยอห์น 1:35-42 [รุ่ง​ขึ้น ยอห์น​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​อีก​กับ​ศิษย์​ของ​ท่าน​สอง​คน  และ​ท่าน​มอง​ดู​พระ​เยซู​ขณะ​ที่​พระ​องค์​เสด็จ​ผ่าน​ไป และ​ท่าน​กล่าว​ว่า “จง​ดู​พระ​เมษ​โป​ดก​ของ​พระเจ้า” ศิษย์​สอง​คน​นั้น​ได้​ยิน​ท่าน​พูด​อย่าง​นี้​ก็​ติด​ตาม​พระ​เยซู​ไป พระ​เยซู​ทรง​เหลียว​หลังกลับ​และ​ทอด​พระ​เนตร​เห็น​เขา​ทั้ง​สอง​ตาม​พระ​องค์​มา จึง​ตรัส​ถาม​เขา​ว่า “ท่าน​หา​อะไร​?” เขา​ทั้ง​สอง​ทูล​พระ​องค์​ว่า “รับบี (ซึ่ง​แปล​ว่า​ท่าน​อา​จารย์) ท่าน​พัก​อยู่​ที่​ไหน​?” พระ​องค์​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “มา​ดู​เถิด” เขา​ก็​ไป​และ​เห็น​ที่​ซึ่ง​พระ​องค์​ประทับ และ​วัน​นั้น​ก็​พัก​อยู่​กับ​พระ​องค์ เพราะ​ขณะ​นั้น​ประ​มาณ​สี่​โมง​เย็น​แล้ว คน​หนึ่ง​ใน​สอง​คน​นั้น​ที่​ได้​ยิน​ยอห์น​พูด​และ​ติด​ตาม​พระ​องค์​ไป คือ​อัน​ดรูว์​น้อง​ชาย​ของ​ซีโมน​เป​โตร แล้ว​อัน​ดรูว์​ก็​ไป​หา​ซีโมน​พี่​ชาย​ของ​ตน​ก่อน และ​บอก​เขา​ว่า “เรา​พบ​พระ​เมส​สิ​ยาห์​แล้ว” ​(ซึ่ง​แปล​ว่า​พระ​คริสต์) อัน​ดรูว์​จึง​พา​ซีโมน​ไป​เฝ้า​พระ​เยซู เมื่อ​พระ​เยซู​ทอด​พระ​เนตร​เขา​แล้ว​ก็​ตรัส​ว่า “ท่าน​คือ​ ซีโมน​บุตร​ยอห์น […]

พระคัมภีร์ทั้งเล่มอ่านจบในสามวัน 4/18

พระคัมภีร์ทั้งเล่มอ่านจบในสามวัน เธอคือผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากรู้จักพระเยซูคริสต์เจ้า ว่าพระองค์คือผู้ใด และทำไมจึงเปลี่ยน แปลงชีวิตผู้คนได้ เธอก็เริ่มค้นหาความจริงนั้น โดยการอ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ และเธอก็ทำให้ผู้คนต้องตลึง เพราะเธอสามารถอ่านพระคัมภีร์ประมาณ 1,700 หน้า จบภายใน 3 วัน เธอได้สะสมพระคำของพระเจ้าที่เป็นพระสัญญา และเรื่องราวต่างๆ ของพระองค์ไว้ในชีวิตเธอ จนวันหนึ่งเธอต้องเผชิญกับการทดลองความเชื่อ อย่างที่ใคร…ก็ยากที่จะก้าวผ่านความทุกข์นั้นไปได้ วันนั้นคือ..ลูกชายของเธอเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นได้ป่วยด้วยโรคติดเชื้อในปอดอย่างรุนแรงต้องเข้าห้อง ICU เพื่อรักษาทันที ซึ่งแพทย์ได้แจ้งเธอว่าไม่มียาตัวไหนที่จะรักษาลูกของเธอได้ ให้เธอทำใจไว้ เธอไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่..ไม่ พระเจ้าไม่ทำกับเธอเช่นนี้แน่นอน เธอจึงคุกเข่าก้มหน้าลงอธิษฐาน… อธิษฐาน… และพระเจ้าก็ทรงตอบ ให้อาการของลูกชายเธอค่อยๆ ดีขึ้น จากคนที่ต้องนอนอยู่ในห้อง ICU ถึง 3 เดือน มาพักฟื้นที่ห้องพักปกติ และก็กลับมาดำเนินชีวิตแบบคนปกติทั่วไป พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ และรักเธอมากจริงๆ ที่ให้ชีวิตลูกชายของเธออีกครั้งหนึ่ง เชื่อพระเจ้า เดิมดิฉันเป็นครอบครัวอิสลามและจะไม่ค่อยชอบคริสเตียน หลังจากแต่งงานก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ เมื่อก่อนลูกสาวเคยมาชวนให้เชื่อพระเจ้า ก็จะปฏิเสธและบอกว่าเป็นพุทธแหละดีแล้ว ย้อนหลังไปเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ดิฉันได้รู้จักพระเจ้าเพราะแม่ซึ่งทำงานอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ท่านได้เชื่อพระเจ้าที่นั่นเพราะท่านป่วยเป็นโรคความดันรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย เพื่อนเลยชวนไปโบสถ์ ท่านจึงได้สัมผัสกับพระเจ้าและพระเจ้ารักษาท่านให้หายป่วยได้ ท่านจึงรู้สึกว่าพระเจ้าดีอยากให้ลูกๆ […]

ทำไมพระธรรมมาลาคี 2:15 จึงแปลหลากหลาย? 3/18

ทำไมพระธรรมมาลาคี 2:15 จึงแปลหลากหลาย? คำถาม ทำไมพระธรรมมาลาคีบทที่สองข้อที่สิบห้าจึงมีคำแปลหลากหลายและต่างกันในพระคัมภีร์ฉบับต่างๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ? ทำไมคำแปลของสมาคมพระคริสตธรรมไทยจึงต่างจากฉบับอื่น? คำตอบ เมื่อพิเคราะห์ดูการเปรียบเทียบคำแปลข้างล่างนี้ เรามองเห็นความจริงตามที่ผู้อ่านได้เสนอมา ในพระคัมภีร์ไทย เราพบคำแปลต่างกันสองกลุ่มได้แก่ กลุ่มที่หนึ่ง พระคัมภีร์ฉบับต่างๆ ของสมาคมพระคริสตธรรมไทยได้แก่ ฉบับ 1940 ฉบับ 1971 และฉบับมาตรฐาน 2011 กับกลุ่มที่สอง พระคัมภีร์ฉบับอื่นๆ ได้แก่ ฉบับคาทอลิก (ThCB) ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย (TNCV) และฉบับคิงเจมส์ไทย (ThKJ) เมื่อดูให้ละเอียดก็พบว่าความแตกต่างหลักอยู่ที่สองประโยคแรก นอกนั้นเนื้อความก็จะเหมือนๆ กัน . พระคัมภีร์ไทยฉบับต่างๆ พระธรรมมาลาคี 2:15 กลุ่มที่หนึ่ง พระคัมภีร์ฉบับ 1940 แต่ไม่มีสักคนเดียวในพวกท่านมีศีลธรรม ไม่มีสักคนเดียวปรารถนาจะมีบุตรจากพระเจ้า จงระวังตัวนะ อย่าได้ประพฤติไม่ซื่อตรงต่อเมียซึ่งได้กันเมื่อครั้งหนุ่มสาว พระคัมภีร์ฉบับ 1971 แต่ไม่มีสักคนหนึ่งที่มีสติจะกระทำอย่างนี้ ผู้มีสตินั้นย่อมประสงค์สิ่งใด ย่อมประสงค์ลูกหลานที่เชื่อฟังพระเจ้า ดังนั้น จงระวังตัวนะ อย่าให้ผู้ใดทรยศต่อภรรยาคนที่ได้เมื่อหนุ่มนั้นพระคัมภีร์ฉบับ 2011 แต่ไม่มีสักคนหนึ่งที่มีสติจะทำอย่างนี้ ผู้มีสตินั้นย่อมประสงค์อะไร? ย่อมประสงค์ลูกหลานที่เชื่อฟังพระเจ้า ดังนั้นจงระวังตัวให้ดี อย่าให้ผู้ใดทรยศต่อภรรยาคนที่ได้เมื่อหนุ่มนั้น กลุ่มที่สอง Thai Catholic […]

อ้อมแขนแห่งความรักของพระเจ้า 3/18

อ้อมแขนแห่งความรักของพระเจ้า เขาและเธอเป็นครอบครัวคริสเตียนที่มีชีวิตเรียบง่าย มีความสุขภายใต้ครอบครัวเล็กๆ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนก็เกิดขึ้นในครอบครัว วันหนึ่งโรคมะเร็งร้ายได้คืบคลานเข้ามาในชีวิตลูกชายของเขา เขาได้ส่งลูกชายไปโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาตามขั้นตอนของแพทย์ ทั้งให้คีโม ฉายแสง ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่อาการทรุดลงเรื่อยๆ จนครั้งสุดท้ายเขาปฏิเสธไม่ขอรับคีโมอีกต่อไป พระเจ้าทรงเปิดหน้าต่างแห่งความรัก ที่จะให้พวกเขาได้เห็นความรักที่มาจากพระเจ้าผ่านทางความทุกข์ยากที่เกิดขึ้น พระองค์ทรงนำให้ได้พบกับกลุ่มการรักษาแบบธรรมชาติบำบัด ซึ่งเป็นการทำตามกฏเกณฑ์ที่พระคัมภีร์บอกไว้ เขาตัดสินใจเข้าสู่การรักษาโดยพึ่งพาพระเจ้า ใช้พระคำของพระองค์เยียวยารักษา เปลี่ยนการกินอาหารโดยทำตามหลักพระคัมภีร์ และได้อธิษฐานมอบถวายลูกไว้ให้พระเจ้าทรงรักษา เขาและเธอได้มอบลูกให้อยู่ในอ้อมแขนแห่งความรักและน้ำพระทัยที่สมบูรณ์ของพระองค์ . คุณภูษิต ไซโล อายุ  49 ปี จบคณะบริหาร- ธุรกิจ สาขาการบัญชี จากมหาวิทยาลัยนานาชาติเอเชีย-แปซิฟิก ทำงานเป็นพนักงานบัญชีและการเงิน อยู่ที่มหาวิยาลัยนานาชาติเอเชีย-แปซิฟิก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นสมาชิกคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนติสแห่งประเทศไทย (Seventh-Day Adventist Church of Thailand) หรือเรียกย่อๆ ว่า SDA ภรรยาชื่อ คุณจินตนา ไซโล และมีบุตรด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้ชายชื่อ ดช.ภูรินทร์ (น้องโตโต้) อายุ 14 ปี […]

พร้อมแค่ไหน? ถ้าให้เป็นตัวจริง 3/18

พร้อมแค่ไหน? ถ้าให้เป็นตัวจริง ไม่ว่าเราจะชอบฟุตบอลหรือไม่ การแข่งขันฟุตบอลโลกที่มีเพียง 4 ปีครั้งก็ย่อมทำให้ทุกสายตาบนโลกจับจ้องไปที่ประเทศรัสเซีย เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2018 และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าในนัดเปิดสนามรัสเซียเจ้าบ้าน พบ ซาอุดิอาระเบีย คือค่ำคืนที่ทุกคนรอคอย ในฐานะเจ้าภาพรัสเซียถูกคาดหวังให้เปิดสนามด้วยชัยชนะ แต่เหมือนลางร้ายมาเยือนเมื่อนักเตะตัวความหวังอย่าง อลัน ซาโกเยฟ เจ็บหนักตั้งแต่ยังไม่หมดครึ่งแรกด้วยซ้ำ ถ้าย้อนกลับไปในเวลานั้นผมเชื่อว่าคนรัสเซียคงเริ่มตระหนกว่าเทพีแห่งชัยชนะกำลังจะบินหนีไปเสียแล้ว แต่แล้วตัวสำรองอย่าง    เดนิส เชรีเชฟ ไม่เพียงแต่นำชัยชนะมาสู่ทีม แต่เขาลงมาทำสองประตู จนประเทศตัวเองเปิดตัวด้วยชัยชนะที่เกินความคาดหมายถึง 5-0 และกลายเป็นผู้เล่นที่ดี ที่สุดในค่ำคืนนั้น และกลายเป็นวีรบุรุษของชาติในชั่วข้ามคืน . ผมมีโอกาสไปเทศนาหรือบรรยายทางจิตวิทยาให้กับนักกีฬาในโรงเรียนหลายแห่งเป็นครั้งคราว ทำให้ผมได้เห็นถึงการแข่งขันภายในที่มีความกดดันค่อนข้างสูงของนักกีฬาทุกประเภท นั่นเพราะนักกีฬาตัวสำรองมีปริมาณมากกว่าเป็นหลายเท่าเมื่อเทียบกับนักกีฬาตัวจริง และโอกาสที่จะได้ลงเป็นตัวจริงนั้นยากลำบากเหลือเกิน และสิ่งนั้นอาจกลายเป็นความท้อใจที่กัดกร่อนคนที่กำลังต่อสู้เพื่อความสำเร็จในชีวิตอยู่ก็เป็นได้ บางคนอาจถึงกับหมดความมุมานะ ไม่อยากซ้อม ไม่อยากทำอะไร เพราะคิดแต่ว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสได้ลงสนาม และสิ่งนั้นเองทำให้ช่องว่างระหว่างนักกีฬาตัวจริงกับตัวสำรองยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ พอๆ กับโอกาสที่พร้อมจะหลุดหายไปเมื่อเราได้ลงสนามแต่ไม่มีความพร้อมแม้แต่น้อย . พระคัมภีร์ได้บันทึกเรื่องราวของเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของใคร เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงที่พระเจ้าทรงเลือกสรร กลายเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอิสราเอล ผู้สร้างตำนานล้มยักษ์โกลิอัท และเป็นบรรพบุรุษผู้ได้รับเกียรติเป็นวงศ์วานของพระเยซูคริสต์ อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จที่พระเจ้าทรงอวยพรครั้งนี้ผมอยากชวนเรามาเรียนรู้ด้วยกัน ในพระธรรม 1 ซามูเอล บทที่ 16 […]

วันที่ 5-13 มีนาคม 2018 แปลพระธรรมโยนาห์ นางรูธ และพระธรรมกิจการบทที่ 1-4 เสร็จเรียบร้อย

วันที่ 5-13 มีนาคม 2018 แปลพระธรรมโยนาห์ นางรูธ และพระธรรมกิจการบทที่ 1-4 เสร็จเรียบร้อย ทีมผู้แปลพระคัมภีร์ภาษามือได้แปลพระธรรมโยนาห์ นางรูธ และพระธรรมกิจการบทที่ 1-4 เสร็จสิ้นแล้ว และได้ตรวจคำแปลจากผู้ให้คำปรึกษาด้านการแปลตรวจไปเมื่อวันที่ 5-13 มีนาคม 2018 หลังจากทีมงานภาษามือแก้ไขเสร็จแล้วจึงจะเผยแพร่ต่อไปในเร็วๆ นี้ โดยท่านสามารถรับชมและแบ่งปันคลิปพระคัมภีร์ภาษามือได้ทาง www.youtube.com โดยพิมพ์คำว่า พระคัมภีร์ภาษามือ เพื่อค้นหา ขณะนี้ทีมงานกำลังแปลพระธรรมกิจการบทที่ 5 ต่อไป ขอท่านโปรดอธิษฐานเผื่อทีมงานและร่วมถวายเพื่อสนับสนุนการแปลพระคัมภีร์ภาษามือ

วิธีบูรณาการคำสอนพระคัมภีร์ แก่เด็กและเยาวชน 3/18

วิธีบูรณาการคำสอนพระคัมภีร์ แก่เด็กและเยาวชน พระคัมภีร์ คือ หนังสือยิ่งใหญ่ เป็นพระวจนะของพระเจ้า มีผู้กล่าวว่า หากจะให้คำจำกัดความวัตถุประสงค์แบบชัดเจนที่สุดของพระคัมภีร์ก็คือ  หนังสือที่เปิดเผยให้เห็นว่าพระเจ้าทรงมีพระลักษณะอย่างไร พระคัมภีร์เป็นหนังสือที่พระเจ้าสำแดงให้แก่มนุษย์ได้เรียนรู้  บอกให้ทราบว่ามนุษย์คือใคร มีความเป็นมาอย่างไร พระคัมภีร์บอกว่าเราเป็นคนบาปและพระเจ้าทรงมีแผนการไถ่โดยทางพระเยซูอย่างไร มีผู้กล่าวว่า “พระคัมภีร์คือข้อมูลพื้นฐาน (คำสอน) เพื่อเตรียมตัวออกจากโลกนี้” (Bible- Basic Information Before Leaving Earth, Basic Instructions Before Leaving Earth) . ด้วยเหตุนี้ พระคัมภีร์จึงเป็นหนังสือเหนือกว่าหนังสือทั้งมวล หนังสือที่ขายดีที่สุดในโลกตั้งแต่มีการพิมพ์ ไม่มีใครปฏิเสธถึงความยิ่งใหญ่ในหลักคำสอนซึ่งก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั่วโลก ในทุกทวีป พระคัมภีร์มีบทบาทเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนนับพันๆ ล้านคน ทั้งวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชน นำไปสู่การพัฒนาชาติบ้านเมือง . อย่างไรก็ตาม ขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความรู้ของมนุษย์ทวีมากขึ้น คนจำนวนมากเริ่มออกห่างและละเลยไม่ใส่ใจคำสอนของพระคัมภีร์ แม้แต่ในสถาบันการศึกษาของคริสตจักร บางแห่งละเลยวัตถุประสงค์การศึกษาของคริสตชนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาชีวิตผู้เรียน ให้มุ่งไปสู่พระประสงค์ของพระเจ้า ให้มีลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่ดีงาม ตรงตามเป้าหมายสูงสุดของพระเจ้า “เพื่อ​คน​ของ​พระ​เจ้า​จะ​มี​ความสา​มารถ​ และ​พรัก​พร้อม​เพื่อ​การ​ดี​ทุก​อย่าง” (2 ทธ. 3:17) สถาบันการศึกษาของคริสตจักรจึงจำเป็นต้อง  บูรณาการคำสอนของพระคัมภีร์แก่นักเรียน […]

อธิษฐาน กับการควบคุมฝ่ายกาย 2/18

อธิษฐาน กับการควบคุมฝ่ายกาย คนที่ทำงานด้วยกัน หรือเพื่อนๆ มักมอง ว่าผมเป็นคนใจเย็น ซึ่งแตกต่างจากตัวผมตอนวัยรุ่นมาก เพราะสมัยที่ยังเรียนชั้นมัธยมศึกษาผมมีเรื่องชกต่อยบ่อยมาก เพราะเดิมเป็นคนรูปร่างผอมและค่อนข้างเตี้ยกว่าคนอื่นๆ ในชั้นเดียวกัน คนจึงมักมาหาเรื่องอยู่บ่อยๆ แต่ผมก็เป็นคนไม่ยอมคน ทำให้มีเรื่องทุกครั้งที่เขม่นกัน ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะตัวใหญ่กว่า ถ้าเข้ามาท้าทายผมก็พร้อมที่จะลุยเสมอ และนี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมชอบออกกำลังกาย โดยเฉพาะการต่อยมวย ดีว่าวัยรุ่นสมัยผมนั้นถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่โกรธเคืองอะไรกันนักก็แค่ท้าต่อยกันแบบลูกผู้ชาย ตัวต่อตัว นานๆ ครั้งถึงจะมีถูกรุมกระทืบบ้าง แต่ก็ไม่เคยหนักขนาดใช้อาวุธ ถ้าใครเห็นผมสมัยนั้นแล้วคงไม่เชื่อว่าจะกลายเป็นคนใจเย็นไปได้ . เมื่อผมได้เรียนจิตวิทยาและศึกษาเกี่ยวกับการทำงานของสมองมนุษย์ จึงเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นคนใจเย็นและใจร้อน นั่นเพราะในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นสมองส่วนกลางมีอิทธิพลสูง เรามักตอบสนองทุกสิ่งไปตามอารมณ์และการถูกกระตุ้น จะให้อยู่ในระเบียบก็ต้องใช้การบังคับให้เกรงกลัว แต่ไม่เข้าใจนักเรื่องเหตุผล จนเราเริ่มเข้าอายุช่วงสิบเก้าหรือยี่สิบ สมองส่วนหน้าพัฒนาขึ้นและมีอิทธิพลให้เราไตร่ตรอง ชั่งข้อดีข้อเสียก่อนการตัดสินใจใดๆ ลงไป นั่นทำให้คนเราเมื่อมีอายุมากขึ้นจะดูเหมือนใจเย็นลงไปมากทีเดียว อย่างไรก็ดีมันก็ยังมีความเกี่ยวข้องกับนิสัยเดิมในวัยเด็กของเราอยู่ด้วย แม้จะดูเยือกเย็นลงมีเหตุผลมากขึ้นเมื่อเทียบกับตัวเองในอดีต แต่ในสายตาของผู้คนอาจยังรู้สึกว่าคนๆ นั้นยังใจร้อนอยู่ . มีพระคัมภีร์อยู่ข้อหนึ่งที่สะดุดใจผมมากนั่นคือ พระธรรมมัทธิว 26:41 ซึ่งบันทึกว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​เฝ้า​ระวัง​และ​อธิษ​ฐาน​เพื่อ​จะ​ไม่​ถูก​ทด​ลอง จิต​วิญ​ญาณ​พร้อม​แล้ว​ก็​จริง แต่​กาย​ยัง​อ่อน​กำ​ลัง” ผมแปลกใจก็เพราะพระเยซูคริสต์ตรัสกับสาวกว่าการอธิษฐานภาวนา ช่วยให้ร่างกายที่อ่อนกำลังมีความพร้อม อ่านตรงนี้ดีๆ นะครับ การอธิษฐานมีผลกับการควบคุมฝ่ายกายของเรา ที่ผมตื่นเต้นก็เพราะมันตรงกับหลักการทางจิตวิทยาอย่างมากทีเดียวครับ . นักชีวประสาทวิทยาค้นพบว่าโดยปกติคนเรามักมีอารมณ์ไปตามการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมของร่างกาย […]

ทำไมฮามาน จึงอาฆาตแค้นโมรเดคัยอย่างรุนแรง? 2/18

ทำไมฮามาน จึงอาฆาตแค้นโมรเดคัยอย่างรุนแรง? คำถาม ทำไมฮามานจึงอาฆาตแค้นโมรเดคัยอย่างรุนแรง? คำตอบ พระธรรมเอสเธอร์เป็นหนังสือเล่มสุดท้ายในหมวดประวัติศาสตร์สมัยอาณาจักรเปอร์เซีย เป็นหนังสือที่น่าสนใจ ผู้เขียนมีวิธีการเล่าเรื่องในแบบของตัวเอง แม้เนื้อหาของพระธรรมเล่มนี้จะไม่มีการกล่าวอ้างพระนามพระเจ้าแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีการกล่าวถึงธรรมเนียมปฏิบัติในศาสนายิว เช่น การนมัสการ การอธิษฐาน หรือการถวายเครื่องบูชา แต่ผู้เขียนมีการกล่าวถึงการอดอาหารของโมรเดคัย และการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ากระสอบ ในเวลาที่โมรเดคัยได้ยินคำกฤษฎีกาของฮามาน ในเรื่องการอดอาหารนี้ ต้องเข้าใจว่ามักเกิดควบคู่ไปกับการสารภาพบาป การใคร่ครวญในพระวจนะของพระเจ้าและการอธิษฐาน ยิ่งกว่านั้นเมื่อพระนางเอสเธอร์เตรียมตัวเข้าพบพระราชาเซอร์ซีส (หรือ อาหสุเอรัส) เพื่อขอความกรุณาต่อคนยิว พระนางได้ขอให้คนยิวอดอาหารเพื่อพระนางถึงสามวัน ทั้งนี้ผู้อ่านต้องเข้าใจว่า การเข้าพบกษัตริย์ในเวลานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าพระนางเอสเธอร์จะเป็นหนึ่งในมเหสีก็ตาม เพราะหากไม่ได้รับอนุญาตก่อน หรือหากกษัตริย์ไม่ทรงเรียกให้เข้าพบ การเข้าพบพระองค์ก็เป็นเรื่องที่เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้ พระนางเอสเธอร์ต้องใช้ความกล้าหาญมากในการขอเข้าพบกษัตริย์ พระนางจึงต้องการพลังอธิษฐานจากพวกคนยิวด้วย นอกจากนี้ผู้อ่านยังพบกับเรื่องราวของเทศกาลปูริม ซึ่งคนยิวในปัจจุบันยังถือปฏิบัติเทศกาลนี้อยู่ในศาลาธรรมของพวกเขา . ผู้เขียนพระธรรมเอสเธอร์ จึงมีจุดประสงค์ที่จะให้ผู้อ่านทราบว่า พวกยิวนั้นได้รับการช่วยกู้จากพระเจ้า ก็เพราะพระเจ้าทรงควบคุมอยู่เหนือบรรดาเหตุการณ์เหล่านี้ แม้ว่าผู้เขียนจะไม่ได้กล่าวถึงพระนามของพระเจ้าก็ตาม มีหลายเหตุการณ์ที่ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นเหตุบังเอิญ แต่แท้จริงแล้วมันยิ่งกว่าบังเอิญ นั่นคือ พระเจ้าทรงควบคุมทุกเหตุการณ์ แม้เราที่เป็นมนุษย์จะไม่ได้ตระหนักว่าพระองค์ทรงควบคุมอยู่ก็ตาม พระธรรมเอสเธอร์จึงให้บทเรียนสำคัญคือ ไม่ว่าเราจะอยู่ในชุมชนใด พระเจ้าผู้บริสุทธิ์ทรงควบคุมอยู่เหนือชีวิตเราทั้งหลายในทุกสถานการณ์ ในทุกที่ที่เราอยู่ พระองค์ไม่ทรงทอดทิ้งคนของพระองค์ . แค้นนี้ต้องชำระ อิสราเอลกับคนอามาเลข  หัวข้อหนึ่งที่ผู้เขียนพระธรรมเอสเธอร์ได้วางไว้อย่างน่าสนใจ […]

1 54 55 56 57 58 84