Blog

พร้อมแค่ไหน? ถ้าให้เป็นตัวจริง 3/18

พร้อมแค่ไหน? ถ้าให้เป็นตัวจริง ไม่ว่าเราจะชอบฟุตบอลหรือไม่ การแข่งขันฟุตบอลโลกที่มีเพียง 4 ปีครั้งก็ย่อมทำให้ทุกสายตาบนโลกจับจ้องไปที่ประเทศรัสเซีย เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2018 และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าในนัดเปิดสนามรัสเซียเจ้าบ้าน พบ ซาอุดิอาระเบีย คือค่ำคืนที่ทุกคนรอคอย ในฐานะเจ้าภาพรัสเซียถูกคาดหวังให้เปิดสนามด้วยชัยชนะ แต่เหมือนลางร้ายมาเยือนเมื่อนักเตะตัวความหวังอย่าง อลัน ซาโกเยฟ เจ็บหนักตั้งแต่ยังไม่หมดครึ่งแรกด้วยซ้ำ ถ้าย้อนกลับไปในเวลานั้นผมเชื่อว่าคนรัสเซียคงเริ่มตระหนกว่าเทพีแห่งชัยชนะกำลังจะบินหนีไปเสียแล้ว แต่แล้วตัวสำรองอย่าง    เดนิส เชรีเชฟ ไม่เพียงแต่นำชัยชนะมาสู่ทีม แต่เขาลงมาทำสองประตู จนประเทศตัวเองเปิดตัวด้วยชัยชนะที่เกินความคาดหมายถึง 5-0 และกลายเป็นผู้เล่นที่ดี ที่สุดในค่ำคืนนั้น และกลายเป็นวีรบุรุษของชาติในชั่วข้ามคืน . ผมมีโอกาสไปเทศนาหรือบรรยายทางจิตวิทยาให้กับนักกีฬาในโรงเรียนหลายแห่งเป็นครั้งคราว ทำให้ผมได้เห็นถึงการแข่งขันภายในที่มีความกดดันค่อนข้างสูงของนักกีฬาทุกประเภท นั่นเพราะนักกีฬาตัวสำรองมีปริมาณมากกว่าเป็นหลายเท่าเมื่อเทียบกับนักกีฬาตัวจริง และโอกาสที่จะได้ลงเป็นตัวจริงนั้นยากลำบากเหลือเกิน และสิ่งนั้นอาจกลายเป็นความท้อใจที่กัดกร่อนคนที่กำลังต่อสู้เพื่อความสำเร็จในชีวิตอยู่ก็เป็นได้ บางคนอาจถึงกับหมดความมุมานะ ไม่อยากซ้อม ไม่อยากทำอะไร เพราะคิดแต่ว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสได้ลงสนาม และสิ่งนั้นเองทำให้ช่องว่างระหว่างนักกีฬาตัวจริงกับตัวสำรองยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ พอๆ กับโอกาสที่พร้อมจะหลุดหายไปเมื่อเราได้ลงสนามแต่ไม่มีความพร้อมแม้แต่น้อย . พระคัมภีร์ได้บันทึกเรื่องราวของเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของใคร เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงที่พระเจ้าทรงเลือกสรร กลายเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอิสราเอล ผู้สร้างตำนานล้มยักษ์โกลิอัท และเป็นบรรพบุรุษผู้ได้รับเกียรติเป็นวงศ์วานของพระเยซูคริสต์ อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จที่พระเจ้าทรงอวยพรครั้งนี้ผมอยากชวนเรามาเรียนรู้ด้วยกัน ในพระธรรม 1 ซามูเอล บทที่ 16 […]

วันที่ 5-13 มีนาคม 2018 แปลพระธรรมโยนาห์ นางรูธ และพระธรรมกิจการบทที่ 1-4 เสร็จเรียบร้อย

วันที่ 5-13 มีนาคม 2018 แปลพระธรรมโยนาห์ นางรูธ และพระธรรมกิจการบทที่ 1-4 เสร็จเรียบร้อย ทีมผู้แปลพระคัมภีร์ภาษามือได้แปลพระธรรมโยนาห์ นางรูธ และพระธรรมกิจการบทที่ 1-4 เสร็จสิ้นแล้ว และได้ตรวจคำแปลจากผู้ให้คำปรึกษาด้านการแปลตรวจไปเมื่อวันที่ 5-13 มีนาคม 2018 หลังจากทีมงานภาษามือแก้ไขเสร็จแล้วจึงจะเผยแพร่ต่อไปในเร็วๆ นี้ โดยท่านสามารถรับชมและแบ่งปันคลิปพระคัมภีร์ภาษามือได้ทาง www.youtube.com โดยพิมพ์คำว่า พระคัมภีร์ภาษามือ เพื่อค้นหา ขณะนี้ทีมงานกำลังแปลพระธรรมกิจการบทที่ 5 ต่อไป ขอท่านโปรดอธิษฐานเผื่อทีมงานและร่วมถวายเพื่อสนับสนุนการแปลพระคัมภีร์ภาษามือ

วิธีบูรณาการคำสอนพระคัมภีร์ แก่เด็กและเยาวชน 3/18

วิธีบูรณาการคำสอนพระคัมภีร์ แก่เด็กและเยาวชน พระคัมภีร์ คือ หนังสือยิ่งใหญ่ เป็นพระวจนะของพระเจ้า มีผู้กล่าวว่า หากจะให้คำจำกัดความวัตถุประสงค์แบบชัดเจนที่สุดของพระคัมภีร์ก็คือ  หนังสือที่เปิดเผยให้เห็นว่าพระเจ้าทรงมีพระลักษณะอย่างไร พระคัมภีร์เป็นหนังสือที่พระเจ้าสำแดงให้แก่มนุษย์ได้เรียนรู้  บอกให้ทราบว่ามนุษย์คือใคร มีความเป็นมาอย่างไร พระคัมภีร์บอกว่าเราเป็นคนบาปและพระเจ้าทรงมีแผนการไถ่โดยทางพระเยซูอย่างไร มีผู้กล่าวว่า “พระคัมภีร์คือข้อมูลพื้นฐาน (คำสอน) เพื่อเตรียมตัวออกจากโลกนี้” (Bible- Basic Information Before Leaving Earth, Basic Instructions Before Leaving Earth) . ด้วยเหตุนี้ พระคัมภีร์จึงเป็นหนังสือเหนือกว่าหนังสือทั้งมวล หนังสือที่ขายดีที่สุดในโลกตั้งแต่มีการพิมพ์ ไม่มีใครปฏิเสธถึงความยิ่งใหญ่ในหลักคำสอนซึ่งก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั่วโลก ในทุกทวีป พระคัมภีร์มีบทบาทเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนนับพันๆ ล้านคน ทั้งวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชน นำไปสู่การพัฒนาชาติบ้านเมือง . อย่างไรก็ตาม ขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความรู้ของมนุษย์ทวีมากขึ้น คนจำนวนมากเริ่มออกห่างและละเลยไม่ใส่ใจคำสอนของพระคัมภีร์ แม้แต่ในสถาบันการศึกษาของคริสตจักร บางแห่งละเลยวัตถุประสงค์การศึกษาของคริสตชนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาชีวิตผู้เรียน ให้มุ่งไปสู่พระประสงค์ของพระเจ้า ให้มีลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่ดีงาม ตรงตามเป้าหมายสูงสุดของพระเจ้า “เพื่อ​คน​ของ​พระ​เจ้า​จะ​มี​ความสา​มารถ​ และ​พรัก​พร้อม​เพื่อ​การ​ดี​ทุก​อย่าง” (2 ทธ. 3:17) สถาบันการศึกษาของคริสตจักรจึงจำเป็นต้อง  บูรณาการคำสอนของพระคัมภีร์แก่นักเรียน […]

อธิษฐาน กับการควบคุมฝ่ายกาย 2/18

อธิษฐาน กับการควบคุมฝ่ายกาย คนที่ทำงานด้วยกัน หรือเพื่อนๆ มักมอง ว่าผมเป็นคนใจเย็น ซึ่งแตกต่างจากตัวผมตอนวัยรุ่นมาก เพราะสมัยที่ยังเรียนชั้นมัธยมศึกษาผมมีเรื่องชกต่อยบ่อยมาก เพราะเดิมเป็นคนรูปร่างผอมและค่อนข้างเตี้ยกว่าคนอื่นๆ ในชั้นเดียวกัน คนจึงมักมาหาเรื่องอยู่บ่อยๆ แต่ผมก็เป็นคนไม่ยอมคน ทำให้มีเรื่องทุกครั้งที่เขม่นกัน ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะตัวใหญ่กว่า ถ้าเข้ามาท้าทายผมก็พร้อมที่จะลุยเสมอ และนี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมชอบออกกำลังกาย โดยเฉพาะการต่อยมวย ดีว่าวัยรุ่นสมัยผมนั้นถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่โกรธเคืองอะไรกันนักก็แค่ท้าต่อยกันแบบลูกผู้ชาย ตัวต่อตัว นานๆ ครั้งถึงจะมีถูกรุมกระทืบบ้าง แต่ก็ไม่เคยหนักขนาดใช้อาวุธ ถ้าใครเห็นผมสมัยนั้นแล้วคงไม่เชื่อว่าจะกลายเป็นคนใจเย็นไปได้ . เมื่อผมได้เรียนจิตวิทยาและศึกษาเกี่ยวกับการทำงานของสมองมนุษย์ จึงเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นคนใจเย็นและใจร้อน นั่นเพราะในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่นสมองส่วนกลางมีอิทธิพลสูง เรามักตอบสนองทุกสิ่งไปตามอารมณ์และการถูกกระตุ้น จะให้อยู่ในระเบียบก็ต้องใช้การบังคับให้เกรงกลัว แต่ไม่เข้าใจนักเรื่องเหตุผล จนเราเริ่มเข้าอายุช่วงสิบเก้าหรือยี่สิบ สมองส่วนหน้าพัฒนาขึ้นและมีอิทธิพลให้เราไตร่ตรอง ชั่งข้อดีข้อเสียก่อนการตัดสินใจใดๆ ลงไป นั่นทำให้คนเราเมื่อมีอายุมากขึ้นจะดูเหมือนใจเย็นลงไปมากทีเดียว อย่างไรก็ดีมันก็ยังมีความเกี่ยวข้องกับนิสัยเดิมในวัยเด็กของเราอยู่ด้วย แม้จะดูเยือกเย็นลงมีเหตุผลมากขึ้นเมื่อเทียบกับตัวเองในอดีต แต่ในสายตาของผู้คนอาจยังรู้สึกว่าคนๆ นั้นยังใจร้อนอยู่ . มีพระคัมภีร์อยู่ข้อหนึ่งที่สะดุดใจผมมากนั่นคือ พระธรรมมัทธิว 26:41 ซึ่งบันทึกว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​เฝ้า​ระวัง​และ​อธิษ​ฐาน​เพื่อ​จะ​ไม่​ถูก​ทด​ลอง จิต​วิญ​ญาณ​พร้อม​แล้ว​ก็​จริง แต่​กาย​ยัง​อ่อน​กำ​ลัง” ผมแปลกใจก็เพราะพระเยซูคริสต์ตรัสกับสาวกว่าการอธิษฐานภาวนา ช่วยให้ร่างกายที่อ่อนกำลังมีความพร้อม อ่านตรงนี้ดีๆ นะครับ การอธิษฐานมีผลกับการควบคุมฝ่ายกายของเรา ที่ผมตื่นเต้นก็เพราะมันตรงกับหลักการทางจิตวิทยาอย่างมากทีเดียวครับ . นักชีวประสาทวิทยาค้นพบว่าโดยปกติคนเรามักมีอารมณ์ไปตามการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมของร่างกาย […]

ทำไมฮามาน จึงอาฆาตแค้นโมรเดคัยอย่างรุนแรง? 2/18

ทำไมฮามาน จึงอาฆาตแค้นโมรเดคัยอย่างรุนแรง? คำถาม ทำไมฮามานจึงอาฆาตแค้นโมรเดคัยอย่างรุนแรง? คำตอบ พระธรรมเอสเธอร์เป็นหนังสือเล่มสุดท้ายในหมวดประวัติศาสตร์สมัยอาณาจักรเปอร์เซีย เป็นหนังสือที่น่าสนใจ ผู้เขียนมีวิธีการเล่าเรื่องในแบบของตัวเอง แม้เนื้อหาของพระธรรมเล่มนี้จะไม่มีการกล่าวอ้างพระนามพระเจ้าแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีการกล่าวถึงธรรมเนียมปฏิบัติในศาสนายิว เช่น การนมัสการ การอธิษฐาน หรือการถวายเครื่องบูชา แต่ผู้เขียนมีการกล่าวถึงการอดอาหารของโมรเดคัย และการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ากระสอบ ในเวลาที่โมรเดคัยได้ยินคำกฤษฎีกาของฮามาน ในเรื่องการอดอาหารนี้ ต้องเข้าใจว่ามักเกิดควบคู่ไปกับการสารภาพบาป การใคร่ครวญในพระวจนะของพระเจ้าและการอธิษฐาน ยิ่งกว่านั้นเมื่อพระนางเอสเธอร์เตรียมตัวเข้าพบพระราชาเซอร์ซีส (หรือ อาหสุเอรัส) เพื่อขอความกรุณาต่อคนยิว พระนางได้ขอให้คนยิวอดอาหารเพื่อพระนางถึงสามวัน ทั้งนี้ผู้อ่านต้องเข้าใจว่า การเข้าพบกษัตริย์ในเวลานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าพระนางเอสเธอร์จะเป็นหนึ่งในมเหสีก็ตาม เพราะหากไม่ได้รับอนุญาตก่อน หรือหากกษัตริย์ไม่ทรงเรียกให้เข้าพบ การเข้าพบพระองค์ก็เป็นเรื่องที่เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้ พระนางเอสเธอร์ต้องใช้ความกล้าหาญมากในการขอเข้าพบกษัตริย์ พระนางจึงต้องการพลังอธิษฐานจากพวกคนยิวด้วย นอกจากนี้ผู้อ่านยังพบกับเรื่องราวของเทศกาลปูริม ซึ่งคนยิวในปัจจุบันยังถือปฏิบัติเทศกาลนี้อยู่ในศาลาธรรมของพวกเขา . ผู้เขียนพระธรรมเอสเธอร์ จึงมีจุดประสงค์ที่จะให้ผู้อ่านทราบว่า พวกยิวนั้นได้รับการช่วยกู้จากพระเจ้า ก็เพราะพระเจ้าทรงควบคุมอยู่เหนือบรรดาเหตุการณ์เหล่านี้ แม้ว่าผู้เขียนจะไม่ได้กล่าวถึงพระนามของพระเจ้าก็ตาม มีหลายเหตุการณ์ที่ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นเหตุบังเอิญ แต่แท้จริงแล้วมันยิ่งกว่าบังเอิญ นั่นคือ พระเจ้าทรงควบคุมทุกเหตุการณ์ แม้เราที่เป็นมนุษย์จะไม่ได้ตระหนักว่าพระองค์ทรงควบคุมอยู่ก็ตาม พระธรรมเอสเธอร์จึงให้บทเรียนสำคัญคือ ไม่ว่าเราจะอยู่ในชุมชนใด พระเจ้าผู้บริสุทธิ์ทรงควบคุมอยู่เหนือชีวิตเราทั้งหลายในทุกสถานการณ์ ในทุกที่ที่เราอยู่ พระองค์ไม่ทรงทอดทิ้งคนของพระองค์ . แค้นนี้ต้องชำระ อิสราเอลกับคนอามาเลข  หัวข้อหนึ่งที่ผู้เขียนพระธรรมเอสเธอร์ได้วางไว้อย่างน่าสนใจ […]

มงกุฎของผู้มีชัยชนะ 2/18

มงกุฎของผู้มีชัยชนะ ชัยชนะ คำนี้มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับทุกคน ไม่มีใครต้องการเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านจิตวิญญาณ หลังจากมนุษย์คู่แรกล้มลงในความบาป เขาสูญเสียอำนาจ “​ปก​ครอง​แผ่น​ดินโลก​ทั้ง​หมด” (ปฐก.1:26) ส่งผลไปสู่คนรุ่นต่อมา เราอ่อนแอทุกด้าน จิตใจ ร่างกายและจิตวิญญาณ พ่ายแพ้การทดลองของซาตาน สูญเสียชีวิตนิรันดร์ กระนั้นก็ตาม ขอบพระคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงห่วงใยและจัดเตรียมชัยชนะไว้  สำหรับทุกคนที่วางใจในชัยชนะร่วมกับพระองค์ พระคัมภีร์ใช้สัญลักษณ์แห่งชัยชนะในภาพของมงกุฎ เครื่องประดับของกษัตริย์ เป็นสิ่งสูงส่ง   และล้ำค่า คู่ควรกับผู้ทรงอำนาจและมีชัย คริสตชนจึงมีความหวังในชัยชนะร่วมกับพระเยซู ได้สวมมงกุฏแห่งชัยชนะเหนือความบาปและความตาย   รับชีวิตนิรันดร์กลับคืนและ “​จะ​ครอบ​ครอง​บน​แผ่น​ดิน​โลก” (วว.5:10) ร่วมกับพระคริสต์ตลอดไป   เป็นนิตย์ . มงกุฎแห่งชัยชนะในพันธสัญญาเดิม  มนุษย์ปรารถนามีชัยชนะเหนือความบาปและความตาย พระเจ้าผู้มีแผนงานให้เขามีชัยชนะเหนือการทดลอง เพื่อจะเป็นผู้บริสุทธิ์ชอบธรรม เข้าสนิทกับพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ได้ (ลนต.11:44-45) จึงตั้งระบบการชำระให้บริสุทธิ์ผ่านทางชนชาติอิสราเอล โดยมีปุโรหิตทำหน้าที่เป็นคนกลาง เครื่องแต่งกายของมหาปุโรหิตประกอบด้วยการ   “​โพก​ผ้า​มาลา​ที่​ศีรษะ…​สวม​มง​กุฎ​บริ​สุทธิ์​ทับ​ผ้า​   มา​ลา” (อพย. 29:6) มี “​แผ่น​ทอง​คำ​สำหรับ​มง​กุฎ​บริ​สุทธิ์​จารึก​คำ​ว่า ‘บริ​สุทธิ์​แด่​พระ​ยาห์​เวห์” (39:30) ปุโรหิตมีบทบาทสำคัญในการนำชัยชนะเหนือความบาปมามอบให้แก่ประชาชน ผ่านศาสนพิธีต่างๆ การสวมมงกุฎทับมาลาเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ คำว่า “มาลา” ในภาษาฮีบรู “เนเซอร์- […]

ความสำเร็จอยู่กับคนที่ไม่หยุดเดิน 2/18

ความสำเร็จอยู่กับคนที่ไม่หยุดเดิน มุมหนึ่งบนโลกใบนี้ มีชีวิตเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือกำเนิดมาจากคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้รับใช้พระเจ้าบนดอยในจังหวัดเชียงราย เธอโตมากับความยากจน ที่ไม่มีไฟฟ้าจะใช้ในบ้าน  แต่เธอถูกสร้างขึ้นมาให้มีจิตใจที่กระตือรือร้นใฝ่หาความรู้ มุ่งมั่น ทุ่มเท ไม่ยอมแพ้ เมื่อเธอจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี เธอเริ่มชีวิตการทำงานจากการเป็นลูกจ้าง มาทำธุรกิจส่วนตัว และก้าวไปยังธุรกิจด้านสกินแคร์ ธุรกิจนี้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอขึ้นแท่นเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ความงามออนไลน์   เคล็ดลับในความสำเร็จของเธอคือ  พระเจ้า… พระองค์ทรงอยู่ในทุกเรื่องราวของชีวิตเธอ พระองค์ทรงนำเธอในทุกย่างก้าว  เธอกล่าวว่า  “ในความสำเร็จทุกอย่างมาจากพระเจ้าทั้งสิ้น . คุณศิริรัตน์  กิจพ่อค้า “ม่งนี๋” เจ้าของบริษัทมานาสกินแคร์ อายุ  29 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)  คณะ Art-Eng   สมรสกับคุณไชยนุวัติ  กิจพ่อค้า นมัสการพระเจ้าที่คริสตจักรพลับพลา กรุงเทพฯ . ครอบครัวคริสเตียน  คุณพ่อกับคุณแม่เป็นคนจีนอาศัยอยู่บนดอยในชนเผ่าลาหู่ตั้งแต่ก่อนที่ม่งจะเกิด ท่านทั้งสองเรียนจบที่โรงเรียนพระคริสตธรรมเบลเอล เป็นครูสอนศาสนาคริสต์ให้กับชาวบ้านในชนเผ่าที่นั่น ชีวิตม่งในตอนนั้นไม่รู้เลยว่าความรวยความจนมันเป็นอย่างไร เพราะตอนที่เราอยู่บนดอยนั้นก็ไม่มีอะไรเลย ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ ถนนก็เป็นทางลูกรัง มองไปรอบๆ ตัวก็เจอแต่ต้นไม้ ภูเขา พืชสวน ไร่นา ของชาวบ้านบนดอย ม่งได้สัมผัสชีวิตบนดอยประมาณ 5 […]

นึกถึงรางหญ้า เวลาต้องอดทน 1/18

นึกถึงรางหญ้า เวลาต้องอดทน ทุกๆ เช้าผมเฝ้าอธิษฐานว่าจะขอเป็นเกลือเป็นแสงสว่างของพระคริสต์  ผมหวังว่าทุกคนจะได้เห็นพระเยซูคริสต์ในตัวของผม  แต่มันไม่ง่ายเลย  แค่ผมก้าวเข้าไปขับรถออกจากบ้าน  บางทีผมต้องเจอรถใครก็ไม่รู้จอดขวางหน้ารั้วบ้าน กว่าจะตามเจ้าของรถมาได้ผมก็เสียเวลาไปห้านาทีแล้ว บนถนนยิ่งแล้วใหญ่ผมค่อยๆ ขับเข้าถนนด้านในเพื่อขึ้นสะพาน  มันอาจจะไปได้อย่างเชื่องช้าแต่มันก็ค่อยๆ ขยับไปเรื่อย แต่พอถึงเชิงสะพานผมแทบอยากเปิดกระจกออกไปตะโกนดังๆ เพราะรถหลายคันไม่ยอมต่อคิวแต่แอบแซงตรงคอสะพานเพื่อขึ้นไปอย่างเห็นแก่ตัว  กว่าจะถึงที่ทำงานผมก็รู้ทันทีว่าผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ของผมไม่ได้มากพอเลย ผมโกรธและผมก็รู้สึกด้วยว่าผมมีเหตุผลมากพอที่จะโกรธ มันกลายเป็นวัฏจักรอันน่าสมเพชฝ่ายจิตวิญญาณที่ผมต้องเรียนรู้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่แน่ใจว่าทุกท่านมีปัญหาแบบเดียวกันนี้บ้างหรือไม่ . ในเดือนธันวาคมของทุกปีเป็นเรื่องปกติที่ผมจะมีโอกาสเตรียมแบ่งปันพระคำของพระเจ้าค่อนข้างถี่ วันหนึ่งผมเปิดในพระธรรมฟีลิปปี 2:5-7 ซึ่งบันทึกไว้ว่า “จง​มี​จิต​ใจ​เช่น​นี้​ใน​พวก​ท่าน​เหมือน​อย่าง​ที่​มี​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ ผู้​ทรง​สภาพ​เป็น​พระ​เจ้า ไม่​ทรง​ถือ​ว่า​ความ​ทัด​เทียม​กับ​พระ​เจ้า​เป็น​สิ่ง​ที่​จะ​ต้อง​ยึด​ไว้ แต่​ทรง​สละ​พระ​องค์​เอง​และ​ทรง​รับ​สภาพ​ทาส ทรง​ถือ​กำ​เนิด​เป็น​มนุษย์ และ​ทรง​ปรา​กฏ​อยู่​ใน​สภาพ​มนุษย์” ความรู้สึกแรกก็คือเหมือนผมได้ยินเสียงพระคัมภีร์พูดใส่หน้าผม เพราะนี่คือสิ่งที่ติดอยู่ในใจของผมนานมาแล้ว นี่เป็นประโยคคำสั่งที่พระเจ้าทรงดลใจให้อาจารย์เปาโลบันทึกไว้ว่า “จงมีจิตใจเช่นนี้ในพวกท่าน” จิตใจที่มีคนทำเป็นแบบอย่างไว้ให้กับเราแล้วคือพระเยซูคริสต์ ถ้าเปรียบพระคัมภีร์ดั่งพระแสงตอนนี้ผมก็กำลังถูกบาด และเฉือนใจ แต่ผมรู้สึกดีขึ้นจริงๆจากความอึดอัดภายใน และนี่คือบทเรียนที่ผมได้รับ . บทเรียนแรก “ไม่หวงสิทธิของตนเอง” แน่นอนว่าในสังคมที่สงบสุขเป็นระเบียบเราต้องเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน เราไม่ชอบการแซงคิว เราไม่ชอบคนที่ไม่รักษาเวลา แต่หลายครั้งทีเดียวที่เราเคารพสิทธิของตัวเองมาก มากจนมองข้ามอะไรทุกอย่าง และมองไม่เห็นความจำเป็นของผู้คน จนใจเราไม่อาจเมตตาได้  ลองคิดดูว่าถ้าพระเยซูคริสต์ทรงรักษาสิทธิของพระองค์ซึ่งทรงสภาพเป็นพระเจ้า  อยู่อย่างนั้นแสนสุขสบาย ไม่ต้องทนรับอะไรทั้งสิ้น วันนี้พวกเราจะมีความหวังอะไร บทเรียนนี้ทำให้ผมหงุดหงิดน้อยลงมากเวลาถูกแซงคิว ถูกเบียดขึ้นสะพาน […]

พระเยซู มาเพื่อชนชาติ อิสราเอลเท่านั้น หรือมาเพื่อคนทั้งโลก? 1/18

พระเยซู มาเพื่อชนชาติ อิสราเอลเท่านั้น หรือมาเพื่อคนทั้งโลก? คำถาม พระเยซูมาเพื่อชนชาติอิสราเอลเท่านั้นหรือมาเพื่อคนทั้งโลก? ความหมายของ มัทธิว 15:24 ที่บันทึกว่า พระ​องค์​ (พระเยซู) ตรัส​ตอบ​ว่า “เรา​ไม่​ได้​รับ​ใช้​มา​หา​ใคร เว้น​แต่​แกะ​หลง​ของ​วงศ์​วาน​อิส​รา​เอล” คืออะไร . คำตอบ คำถามนี้เป็นคำถามที่น่าสนใจมากครับ เพราะสำหรับคริสเตียนแล้ว พระเยซูมาเพื่อคนทั้งโลก ไม่ได้มาเพื่อคนยิวเท่านั้น เราต่างก็ท่องยอห์น 3:16 ได้ทุกคนที่ว่า “พระ​เจ้า​ทรง​รัก​โลก​ดัง​นี้ คือ​ได้​ประทาน​พระ​บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ​องค์ เพื่อ​ทุก​คน​ที่​วาง​ใจ​ใน​พระ​บุตร​นั้น​จะ​ไม่​พินาศ แต่​มี​ชีวิต​นิรันดร์” พระบุตรในข้อนี้หมายถึงพระเยซูคริสต์  ซึ่งได้ยืนยันว่า พระเยซูเสด็จมาในโลกนี้เพื่อไถ่คนทั้งโลกไม่ใช่เฉพาะพวกยิวเท่านั้น ตามประวัติศาสตร์พระองค์เกิดเป็นมนุษย์ในครอบครัวของยิว อยู่ภายใต้วัฒนธรรมและความเชื่อของคนยิว และเป็นคนยิวที่สมบูรณ์ การที่พระเยซูคริสต์ได้เกิดเป็นคนยิวนั้นก็เพื่อให้เป็นไปตามสัญญาที่พระเจ้าสัญญาไว้กับอับราฮัม และกษัตริย์ดาวิด ซึ่งปรากฏชัดในลำดับพงศ์ของพระเยซูในมัทธิว 1:1 “หนัง​สือ​ลำ​ดับ​พงศ์​ของ​พระ​เยซู​คริสต์ ผู้​เป็น​เชื้อ​สาย​ของ​ดา​วิด ผู้​สืบ​ตระ​กูล​มา​จาก​อับ​รา​ฮัม” พระเจ้าทรงสัญญากับอับราฮัมว่า “เรา​จะ​อวย​พร​คน​ที่​อวย​พร​เจ้า เรา​จะ​สาป​คน​ที่​แช่ง​เจ้า บรรดา​เผ่า​พันธุ์​ทั่ว​โลก​จะ​ได้​พร​เพราะ​เจ้า” พระเจ้าต้องการให้อับราฮัมและเชื้อสายของท่านเป็นพรแก่คนทั้งโลก ไม่ใช่เป็นพรแก่คนที่เกิดมาจากอับราฮัมเท่านั้น ในพระธรรมมัทธิวบทสุดท้ายนั้น ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์ทรงกำชับสาวกให้นำคนทุกชาติให้มาเป็นสาวกของพระองค์  “พระ​เยซู​จึง​เสด็จ​เข้า​มา​ใกล้​แล้ว​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า ‘สิทธิ​อำนาจ​ทั้ง​หมด​ใน​สวรรค์​ก็​ดี ใน​แผ่น​ดิน​โลก​ก็​ดี​ทรง​มอบ​ไว้​แก่​เรา​แล้ว เพราะ​ฉะนั้น […]

อีก 2 นาทีครึ่ง โลกจะพินาศ? 1/18

อีก 2 นาทีครึ่ง โลกจะพินาศ? ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2017 คณะกรรมการ “แถลงการณ์นักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู” (Bulletin of the Atomic Scientist) ได้เลื่อน “นาฬิกาแห่งหายนะ” (Doomsday Clock) ไปข้างหน้า 30 วินาที ทำให้เหลือเวลา 2 นาทีครึ่งก่อนถึงเที่ยงคืน  นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้คอยจับตาดูความเป็นไปได้ที่เผ่าพันธุ์มนุษย์จะถูกทำลายเพราะการกระทำของมนุษย์ด้วยกันเอง โดยเริ่มนับตั้งแต่ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้ระเบิดปรมาณูครั้งแรกในปี ค.ศ. 1945 จึงมีการตั้งนาฬิกาแห่งหายนะขึ้น เพื่อพยากรณ์ยุคสุดท้ายที่กำหนดขึ้นโดยมือมนุษย์ เมื่อปี ค.ศ. 194 นาฬิกาแห่งหายนะ เป็นสัญลักษณ์ที่มนุษย์ใช้เป็นดัชนีบ่งชี้ความเป็นไปได้ที่ความพินาศจะเกิดแก่มวลมนุษย์ ด้วยน้ำมือของมนุษย์ โดยคณะทำงานที่คอยวิเคราะห์สถานการณ์การเกิดสงครามปรมาณูหรือนิวเคลียร์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 ได้แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศของความเป็นไปได้ เมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งอาจนำไปสู่อันตรายที่จะเกิดแก่มนุษยชาติ นาฬิกานี้เป็นตัวแทนการสันนิษฐานเหตุหายนะอันใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้น ขณะที่ “เข็มนาที” ของนาฬิกาเข้าใกล้ “เที่ยงคืน” โดยเริ่มต้นจากเจ็ดนาทีก่อนเที่ยงคืน นับตั้งแต่มีการตั้งนาฬิกานี้ขึ้นมา มีการตั้งเข็มถอยหลังและเดินหน้า 22 ครั้ง การเคลื่อนเข็มช้าที่สุดเข็ม 2 […]

1 55 56 57 58 59 84